แฟนๆ แห่ส่งกำลังใจให้ ณิชา ณัฏฐณิชา หลังรู้ข่าวโตโน่ ภาคิน แต่ละคอมเมนต์พีกมาก

แฟนๆ แห่ส่งกำลังใจให้ ณิชา ณัฏฐณิชา หลังรู้ข่าวโตโน่ ภาคิน แต่ละคอมเมนต์พีกมาก

12 เม.ย. 2568 13:53 น.

แฟนๆ แห่ส่งกำลังใจให้ ณิชา ณัฏฐณิชา หลังรู้ข่าวโตโน่ ภาคิน แต่ละคอมเมนต์พีกมาก

ทำเอาอินสตาแกรมของนางเอกสาวคนสวย ณิชา ณัฏฐณิชา แทบแตก เมื่อแฟนๆ และชาวเน็ต ต่างพากันเข้าไปคอมเมนต์ส่งกำลังใจให้นางเอกสาวด้วยความเป็นห่วง หลังทราบข่าวของ โตโน่ ภาคิน ที่ผู้จัดการออกมายอมรับว่าคนทั้งคู่ห่างกัน และฝ่ายพระเอกนักร้องก็ไปสนิทสนมกับผู้ช่วยสาว 

โดยชาวเน็ตและแฟนๆ เข้าไปคอมเมนต์ส่งกำลังใจให้มากมาย อาทิ “ดีใจด้วยนะคะ หลุดพ้นแล้ว, ขอทวงคืนณิชาาาา กลับมาไวไว, ในที่สุดก็หลุดพ้น ดีใจด้วยนะคะ คิดดีๆ แล้วจะรู้ว่าเราต้องได้สิ่งที่ดีที่สุด อย่าเอาคำพูดสวยงามแต่ไร้คุณธรรมมาฉุดรั้งเราไว้ให้ทุกข์ใจอีก, ถ้าเค้าไม่เห็นคุณค่าเรา เราก็อย่าไปให้ค่าเค้าค่ะ เราดี สวย น่ารัก มีความสามารถ move on ค่ะ สุขสันต์วันเกิด มีความสุข เข้มแข็งมากๆ เป็นกำลังใจให้น้องน๊าาา,

บุญนำพา ชีวิตดีๆ กำลังจะกลับมา เป็นกำลังใจให้นะคะ, ณิชา น้องวางตัวดีมาตลอด น้องไม่เคยมีข่าวเสียหายเลย น้องจะได้รับสิ่งดีๆต่อจากนี้แน่นอนค่ะ ทุกคนพร้อมสนับสนุนน้องนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ, พี่เป็นเพชรของคนที่รักพี่รวมถึงหนูด้วยอย่าไปเป็นกรวดของใครเลยนะ รักพี่นะพี่เก่งที่สุดในใจหนู”

แฟนๆ แห่ส่งกำลังใจให้ ณิชา ณัฏฐณิชา หลังรู้ข่าวโตโน่ ภาคิน แต่ละคอมเมนต์พีกมาก
แฟนๆ แห่ส่งกำลังใจให้ ณิชา ณัฏฐณิชา หลังรู้ข่าวโตโน่ ภาคิน แต่ละคอมเมนต์พีกมาก
แฟนๆ แห่ส่งกำลังใจให้ ณิชา ณัฏฐณิชา หลังรู้ข่าวโตโน่ ภาคิน แต่ละคอมเมนต์พีกมาก
แฟนๆ แห่ส่งกำลังใจให้ ณิชา ณัฏฐณิชา หลังรู้ข่าวโตโน่ ภาคิน แต่ละคอมเมนต์พีกมาก
แฟนๆ แห่ส่งกำลังใจให้ ณิชา ณัฏฐณิชา หลังรู้ข่าวโตโน่ ภาคิน แต่ละคอมเมนต์พีกมาก

ฟังคำตอบ โตโน่-ณิชา หลังถูกถามเรื่องเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน ก่อนจะห่างกัน

ฟังคำตอบ โตโน่-ณิชา หลังถูกถามเรื่องเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน ก่อนจะห่างกัน

12 เม.ย. 2568 13:16 น.

ฟังคำตอบ โตโน่-ณิชา หลังถูกถามเรื่องเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน ก่อนจะห่างกัน

จากประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ ถึงความสัมพันธ์ของ โตโน่ ภาคิน กับ ณิชา ณัฏฐณิชา ที่ถูกจับตากันอย่างมาก หลังมีข่าวลือว่า ทั้งคู่ห่างกันแล้ว

หากจะย้อนไปฟังคำสัมภาษณ์ล่าสุดของ โตโน่ กับ ณิชา ที่ได้ออกงานด้วยกันครั้งสุดท้ายก่อนเจอดราม่า เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2568 ที่ผ่านมา

เมื่อนักข่าวได้ถามถึงแพลนแต่งงานของทั้งคู่ โตโน่ ได้บอกว่า เราทำหน้าที่ของตัวเอง ทำตามความฝันให้เต็มที่ ถ้าวันหนึ่งมันใช่ มันถึงเวลา ก็ค่อยว่ากัน และถ้าหากจะเซอร์ไพรส์ณิชาจริง เขาตามผมไม่ทันหรอก

โตโน่ “ตั้งแต่ที่เรารู้จักณิชามา เราอยากเห็นเขามีความสุขครับ”

ฟังคำตอบ โตโน่-ณิชา หลังถูกถามเรื่องเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน ก่อนจะห่างกัน

ชำนาญในการเลี้ยงเด็กแล้ว ถึงเวลาของตัวเองแล้วหรือยัง?

ณิชา “ยังค่ะยัง อย่านะ มันเป็นเรื่องที่มันยังไม่ใกล้เร็วๆ นี้ อย่าเพิ่งดีกว่า เราต่างคนต่างทำงานเต็มที่มากๆ ถ้าวันนั้นมันจะมาถึง เดี๋ยวว่ากัน”

กังวลไหม เพราะโตโน่เป็นผู้ชายเหนือความคาดหมายนะ ถ้าเขาพร้อมรุก เขาไปก่อนเลยนะ?

ณิชา “ไม่กังวลค่ะเพราะว่าเราคุยกันทุกเรื่อง หนูมั่นใจ”

พร้อมที่จะเซอร์ไพรส์ไหม?

โตโน่ตอบแบบเขินๆ ว่า “คือในความเห็นของผม เขายังต้องบินต่างประเทศเกือบทุกเดือนนะครับ เป็นช่วงเวลาที่ณิชามีความสุขกับงาน แล้วกำลังทำตามความฝันของตัวเองอยู่ รวมถึงตัวผมเองด้วย ถ้ามีวันนั้นนะ ผมไม่กล้าทำเกษตรศาสตร์แน่ ผมจะไม่กล้าเอาลูกมาเสี่ยงแน่ ดังนั้นผมคิดว่าในช่วงเวลานี้ทั้งณิชาทั้งผม เราทำหน้าที่ของตัวเอง ทำตามความฝันให้เต็มที่ ถ้าวันหนึ่งมันใช่ มันถึงเวลา ก็ว่ากัน”

ถ้าต้องเซอร์ไพรส์น้อง คิดว่าผู้หญิงคนนี้เซอร์ไพรส์ยากไหม?

โตโน่ “ผมว่าถ้าผมจะเซอร์ไพรส์เขา เขาตามผมไม่ทันหรอก ถ้าผมจะเซอร์ไพรส์นะครับ”

ณิชา “มันไกลเกิน คิดไม่ออก คิดไม่ทัน ไม่เอาค่ะ ไม่กำหนดดีกว่า ปล่อยให้เวลามันเป็นไปตามธรรมชาติ เวลาอะไรก็ตาม ถ้าวันนั้นมาถึง มันจะเป็นเวลาที่ทุกคนแฮปปี้ที่สุด”

โตโน่ “ผมว่าตอนนี้เราโฟกัสกับงานของเราก่อน”

ฟังคำตอบ โตโน่-ณิชา หลังถูกถามเรื่องเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน ก่อนจะห่างกัน

ญี่ปุ่นตัดริบบิ้น เปิดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป โอซากา 2025 อย่างเป็นทางการ

ญี่ปุ่นตัดริบบิ้น เปิดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป โอซากา 2025 อย่างเป็นทางการ

13 เม.ย. 2568 11:31 น.

ญี่ปุ่นตัดริบบิ้น เปิดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป โอซากา 2025 อย่างเป็นทางการ

งานเวิลด์ เอ็กซ์โป 2025 ที่นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ภายใต้แนวคิด “ความสามัคคีในความหลากหลาย”

งานเวิลด์ เอ็กซ์โป 2025 ที่นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ภายใต้แนวคิด “ความสามัคคีในความหลากหลาย” โดยประตูทางเข้าเปิดเมื่อเวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่ผู้คนจำนวนมากเข้าแถวรอพร้อมสายฝน ส่วนสถานีรถไฟยูเมชิมะ ใกล้สถานที่จัดงานคับคั่งไปด้วยผู้คนที่มุ่งหน้าไปยังงาน

บน “แกรนด์ริง” สัญลักษณ์ของงานเอ็กซ์โป ที่เป็นโครงสร้างไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีความยาวเส้นรอบวงประมาณ 2 กิโลเมตร ที่สร้างขึ้นโอบล้อมศาลาจากนานาประเทศ มีผู้คนราว 10,000 คนขับร้องเพลงซิมโฟนีหมายเลข 9 ของเบโธเฟนเพื่อต้อนรับผู้มาเยือน คาดว่าจะมีผู้คนมากกว่า 140,000 คนมาเยี่ยมชมในวันแรก

โดยพิธีตัดริบบิ้นจัดขึ้นในเวลาประมาณ 08.30 น. ณ สถานที่จัดงานบนเกาะยูเมชิมะ เกาะเทียมที่มนุษย์สร้างขึ้นในอ่าวโอซากา โดยมีนายอิโตะ โยชิทากะ รัฐมนตรีกระทรวงมหกรรมเวิลด์ เอ็กซ์โป 2025 และนายโทคุระ มาซาคาซึ ประธานสหพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประธานสมาคมที่ดูแลงานเอ็กซ์โป และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ร่วมตัดริบบิ้น

ทั้งนี้ “แกรนด์ริง” แสดงถึงแนวคิดของงาน “ความสามัคคีในความหลากหลาย” นิทรรศการยังมีการจัดแสดงหัวใจเทียมขนาดเล็กที่เต้นได้ซึ่งทำจากเซลล์ iPS หุ่นยนต์แอนดรอยด์รุ่นล่าสุด และ “รถยนต์บินได้” โดยมีกลุ่มต่างๆ สามกลุ่มที่สาธิตการบิน

ประเทศ ภูมิภาค และองค์กรที่เข้าร่วมงานจะได้รับจัดสรรดารจัดกิจกรรม “วันชาติ” ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้จัดพิธีและกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เข้าใจวัฒนธรรมและประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ ขณะที่ยูเครนและปาเลสไตน์ ซึ่งอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง ก็เข้าร่วมงานเอ็กซ์โปเช่นกัน

ผู้จัดงานคาดว่าจะมีผู้เข้าชมมากกว่า 28 ล้านคนภายในเดือนตุลาคม ขณะเดียวกัน ผู้จัดงานกล่าวว่าบางประเทศได้เลื่อนการเปิดงานออกไปก่อนเพื่อเตรียมการจัดงานให้เสร็จสิ้น ข้อมูลอัปเดตล่าสุดของเอ็กซ์โปจะเผยแพร่บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

พิธีเปิดงานเอ็กซ์โป 2025 จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ โดยสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ มกุฎราชกุมารอากิชิโนะและเจ้าหญิงคิโกะ รวมถึงผู้คนประมาณ 1,300 คน รวมถึงนายกรัฐมนตรีอิชิบะ ชิเงรุ และตัวแทนประเทศที่เข้าร่วมงาน เข้าร่วมพิธี

สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะตรัสว่า “ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานเอ็กซ์โป 2025 โอซากา คันไซ ประเทศญี่ปุ่น จะเป็นโอกาสให้ผู้คนทั่วโลกได้เคารพไม่เพียงแค่ชีวิตของตนเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชีวิตของผู้คนรอบข้างและรูปแบบชีวิตต่างๆ ที่มีอยู่ในธรรมชาติด้วย และได้รับแรงบันดาลใจให้ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืน”

มกุฎราชกุมารอากิชิโนะ ซึ่งเป็นประธานกิตติมศักดิ์ของงานนี้ ได้วางพระหัตถ์เหนือจานใสเพื่อเปิดจอภาพ และได้ฉายวิดีโอการแสดงแตรวงบนแกรนด์ริง ซึ่งเป็นโครงสร้างไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของงานเอ็กซ์โป

นายกรัฐมนตรีอิชิบะ ชิเงรุกล่าวว่า “โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ต่างๆ ของความแตกแยก ในช่วงเวลาเช่นนี้ ข้าพเจ้าเชื่อว่าการที่ผู้คนจากทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อหารือเกี่ยวกับหัวข้อเรื่องชีวิต และได้สัมผัสกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย วิธีคิดที่หลากหลาย และวัฒนธรรมต่างๆ เป็นสิ่งที่มีความหมายอย่างยิ่ง”

งานเวิลด์ เอ็กซ์โปครั้งนี้ ถือเป็นงานเวิลด์ เอ็กซ์โป ครั้งที่สองของนครโอซากา หลังจากงานในปี 1970 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามและดึงดูดผู้เข้าชมได้ 64 ล้านคน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดจนกระทั่งถึงงานเอ็กซ์โปที่นครเซี่ยงไฮ้ ในปี 2010

ในครั้งนี้ ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับปัญหางบประมาณและการสนับสนุนจากสาธารณชนที่ลดน้อยลง และได้รับผลกระทบจากต้นทุนการก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลง ต้นทุนเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากประมาณการเบื้องต้นเป็น 235,000 ล้านเยน ซึ่งคิดเป็น 14% ของต้นทุนทั้งหมด ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากชาวญี่ปุ่นจำนวนมากเกี่ยวกับการใช้เงินภาษีของรัฐบาล.

ที่มา NHK

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

อดีต ปธน.ยุน ซอก ยอล กลับไปอยู่อพาร์ทเมนท์ พร้อมสัตว์เลี้ยง 11 ตัว

อดีต ปธน.ยุน ซอก ยอล กลับไปอยู่อพาร์ทเมนท์ พร้อมสัตว์เลี้ยง 11 ตัว

13 เม.ย. 2568 10:36 น.

อดีต ปธน.ยุน ซอก ยอล กลับไปอยู่อพาร์ทเมนท์ พร้อมสัตว์เลี้ยง 11 ตัว

นายยุน ซอก ยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ พร้อมด้วยภรรยา และสุนัขและแมว 11 ตัว ย้ายกลับมาอาศัยที่อพาร์ตเมนต์ของเขาในย่านคนรวยของกรุงโซล ใกล้กับสำนักงานอัยการที่เขาเคยทำงานก่อนจะเข้าสู่วงการการเมือง

ยุนและคิม กอน ฮี ภรรยาของเขา ซึ่งรู้จักกันดีในเรื่องความรักต่อสัตว์เลี้ยง กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากที่เขาถูกถอดถอนจากตำแหน่ง หลังความพยายามประกาศกฎอัยการศึกที่ล้มเหลวและถูกปลดออกจากตำแหน่ง

ภายใต้การนำของนายยุน เกาหลีใต้ได้ผ่านร่างกฎหมายห้ามบริโภคและขายเนื้อสุนัขในประเทศ จำนวนสัตว์เลี้ยงที่พวกเขามีเพิ่มขึ้นจากสุนัข 4 ตัวและแมว 3 ตัวในช่วงเริ่มต้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี และตอนนี้รวมถึงสุนัขรีทรีฟเวอร์หนึ่งตัว ซึ่งเป็นสุนัขกู้ภัยที่เกษียณแล้ว ที่นายยุนรับมาเลี้ยงในปี 2022

อพาร์ตเมนต์ขนาด 164 ตารางเมตรของทั้งคู่ ตั้งอยู่ในอาคารชุดในย่านกังนัม ย่านคนรวยทางใต้ของแม่น้ำฮัน และเพื่อนบ้านบางคนได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการกลับมาของเขา หลังจากสร้างความแตกแยกให้กับประเทศในช่วงการดำรงตำแหน่ง นายยุนกล่าวว่าเขาต้องประกาศกฎอัยการศึกเพื่อส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับการขัดขวางกระบวนการทางการเมืองอย่างไม่ลดละของฝ่ายตรงข้ามซึ่งทำให้รัฐบาลหยุดชะงัก

สื่อเกาหลีใต้รายงานว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของประธานาธิบดีกว่า 50 นาย จะถูกส่งไปยังบ้านพักเพื่อดูแลคู่สามีภรรยา ซึ่งทั้งคู่มีสิทธิได้รับความคุ้มครองอย่างน้อย 5 ปี

ทั้งนี้ อาคาร Acrovista สูง 37 ชั้น 3 อาคาร เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัวกว่า 750 ห้อง ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้านเดี่ยวหลังจากออกจากตำแหน่ง ซึ่งทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น คาดว่าการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่พักอาศัยที่มีผู้คนพลุกพล่านซึ่งพวกเขาจะอาศัยอยู่ในขณะนี้ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกเขาต้องเผชิญความล่าช้าในการย้ายกลับไปยังบ้านพักส่วนตัว เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่เขาถูกปลดจากตำแหน่งประธานาธิบดี

สื่อท้องถิ่นรายงานว่าเพื่อนบ้านบางคนยังวิตกกังวลว่าบ้านของพวกเขาจะกลายเป็นแหล่งดึงดูดผู้สนับสนุนและผู้ต่อต้าน แม้ว่าบางคนจะติดป้ายต้อนรับที่ทางเข้าอาคารก็ตาม

อาคาร Acrovista สร้างขึ้นบนพื้นที่ที่เคยเกิดภัยพิบัติที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ครั้งเลวร้ายที่สุดในประเทศ ซึ่งก็คือเหตุการณ์ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ถล่มในปี 1995 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 502 ราย และทำให้มีผู้บาดเจ็บเกือบ 1,000 ราย.

ที่มา CNN

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

น้องชายมือระเบิด “แมนเชสเตอร์ อารีนา” ทำร้าย จนท.เรือนจำสาหัส 3 ราย

น้องชายมือระเบิด “แมนเชสเตอร์ อารีนา” ทำร้าย จนท.เรือนจำสาหัส 3 ราย

13 เม.ย. 2568 06:35 น.

น้องชายมือระเบิด “แมนเชสเตอร์ อารีนา” ทำร้าย จนท.เรือนจำสาหัส 3 ราย

(ภาพจาก AFP PHOTO / LIBYA’S SPECIAL DETERRENCE FORCE)

น้องชายของมือระเบิด แมนเชสเตอร์ อารีนา ก่อเหตุใช้อาวุธประดิษฐ์เองทำร้ายเจ้าหน้าที่เรือนจำที่เขาถูกคุมขังอยู่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า นายฮาเชม อาเบดี 1 ใน 2 พี่น้องผู้ก่อเหตุวางระเบิดโจมตีสนามกีฬา “แมนเชสเตอร์ อารีนา” เมื่อปี 2560 ก่อเหตุทำร้ายเจ้าหน้าที่เรือนจำ “แฟรงก์แลนด์” ในเคาน์ตี เดอร์แฮม ที่เขาถูกคุมขังอยู่ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสถึง 3 คนเมื่อวันเสาร์ที่ 12 เม.ย. 2568

การโจมตีเมื่อวันเสาร์เกิดขึ้นในศูนย์กักกันแยกของเรือนจำแฟรงก์แลนด์ ซึ่งมีไว้สำหรับคุมขังนักโทษที่อันตรายหรือมีอิทธิพลมากที่สุดในสหราชอาณาจักร โดยตอนเกิดเหตุ ศูนย์แยกแห่งนี้มีนักโทษไม่ถึง 10 คน

ตามการเปิดเผยของสมาคมเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานของสหราชอาณาจักร นายอาเบดีสาดน้ำมันทำอาหารที่กำลังเดือดเข้าใส่เจ้าหน้าที่กลุ่มดังกล่าว และใช้อาวุธประดิษฐ์เองจ้วงแทงพวกเขา จนได้รับบาดเจ็บจากทั้งแผลไหม้, น้ำร้อนลวก และแผลถูกแทง และมีอาการสาหัสถึงขั้นอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต

ขณะที่ บีบีซี ระบุว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเจ้าหน้าที่ชาย 2 นาย กับเจ้าหน้าที่หญิง 1 นาย ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่หญิงสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว

ทั้งนี้ นายฮาเชม อาเบดี เป็นน้องชายของนาย ซัลมาน อาเบดี คนร้ายหลักในเหตุระเบิดพลีชีพโจมตีสนามกีฬา แมนเชสเตอร์ อารีนา หลังการแสดงคอนเสิร์ตของนักร้องสาว อารีอานา แกรนเด เมื่อ 22 พ.ค. 2560 จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 22 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 500 คน โดยตัวนายซัลมานเสียชีวิตด้วย

ในปี 2563 นายฮาเชม อาเบดี ถูกพบว่ามีความผิดจริงในข้อหา ฆาตกรรม 22 กระทง, ข้อหาพยายามฆ่า และสมคบกันทำให้เกิดการระเบิดที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต เนื่องจากเป็นผู้จัดหาวัตถุระเบิด และถูกพิพากษาให้จำคุกเป็นเวลาอย่างน้อย 55 ปี ก่อนที่เขาจะมีสิทธิ์ขอรับการพิจารณาทำทัณฑ์บนเพื่อปล่อยตัวก่อนกำหนด

แต่ในปี 2565 นายอาเบดีกับพวกอีก 2 คนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงในข้อหาโจมตีเจ้าหน้าที่เรือนจำ 2 คนในเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ และถูกพิพากษาให้จำคุกเพิ่มอีก 3 ปีกับ 10 เดือน

หลังเกิดเหตุการณ์เมื่อวันเสาร์ นายมาร์ก แฟร์เฮิร์สต์ ประธานสมาคมเจ้าหน้าที่ทัณฑสถาน ออกมาตั้งข้อเสนอแนะว่า ควรมีการทบทวนเรื่องอิสรภาพที่เจ้าหน้าที่ของศูนย์เหล่านี้มอบให้แก่ผู้ต้องขัง และควรยกเลิกการปล่อยให้นักโทษเข้าถึงอุปกรณ์ทำอาหาร และของใช้ต่างๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่ได้ในทันที

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

จีนยกเลิกเที่ยวบินเกือบ 1,000 เที่ยว หลังลมพัดแรงกระหน่ำกรุงปักกิ่ง

จีนยกเลิกเที่ยวบินเกือบ 1,000 เที่ยว หลังลมพัดแรงกระหน่ำกรุงปักกิ่ง

13 เม.ย. 2568 05:45 น.

จีนยกเลิกเที่ยวบินเกือบ 1,000 เที่ยว หลังลมพัดแรงกระหน่ำกรุงปักกิ่ง

กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน เผชิญลมกระโชกแรงที่สุดในรอบกว่า 50 ปี ทำให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินเกือบพันเที่ยวภายในวันเดียว

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ประเทศจีนต้องยกเลิกเที่ยวบินกว่า 838 เที่ยวบินที่ 2 สนามบินขนาดใหญ่ในกรุงปักกิ่ง นับจนถึงเวลา 11.30 น. วันเสาร์ที่ 12 เม.ย. 2568 หลังเกิดลมกระโชกแรง ความเร็วสูงสุดถึง 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมงพัดในเมืองหลวงแห่งนี้ ซึ่งเป็นการทำลายสถิติสูงสุดในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ

กระแสลมแรงดังกล่าวทำให้ทางการจีนต้องประกาศเตือนประชาชนกว่า 22 ล้านคนในกรุงปักกิ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าอย่าออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น เนื่องจากคนที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 50 กก. อาจถูกลมพัดกระเด็นได้อย่างง่ายดาย

พยากรณ์อากาศของจีนยังทำนายด้วยว่า กระแสลมแรงเช่นนี้จะดำเนินต่อไปตลอดช่วงสุดสัปดาห์ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่ทางประวัติศาสตร์บางแห่ง ขณะที่บริการรถไฟ รวมถึงรถด่วนเชื่อมสนามบิน และบริการรถไฟความเร็วสูงบางสาย ต้องถูกยกเลิกด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น สวนสาธารณะหลายแห่งก็ถูกปิด ต้นไม้เก่าแก่จำนวนหนึ่งต้องถูกเสริมความทนทาน หรือเล็มใบเพื่อลดแรงลมปะทะ แต่ยังมีรายงานต้นไม้หักโค่นเกือบ 300 ต้นในกรุงปักกิ่ง และมีรถยนต์จำนวนหนึ่งได้รับความเสียหายด้วย แต่ไม่มีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ทั้งนี้ กระแสลมแรงดังกล่าวมีต้นกำเนิดจากระบบกระแสลมเย็นเหนือประเทศมองโกเลีย พัดพาฝุ่นทรายเข้าไปในประเทศจีน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่ในปีนี้มีความรุนแรงขึ้น จนกรุงปักกิ่งต้องประกาศเตือนภัยลมแรงระดับ “สีส้ม” ครั้งแรกในรอบ 10 ปี แต่คาดว่าสถานการณ์จะบรรเทาลงในวันอาทิตย์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อึ้ง เฮลิคอปเตอร์แอฟริกาใต้ตก ผลสืบสวนชี้ เป็นเพราะไม่เก็บเพนกวินให้ดี

อึ้ง เฮลิคอปเตอร์แอฟริกาใต้ตก ผลสืบสวนชี้ เป็นเพราะไม่เก็บเพนกวินให้ดี

13 เม.ย. 2568 03:01 น.

อึ้ง เฮลิคอปเตอร์แอฟริกาใต้ตก ผลสืบสวนชี้ เป็นเพราะไม่เก็บเพนกวินให้ดี

ผู้โดยสารเฮลิคอปเตอร์ในแอฟริกาใต้ ไม่เก็บเพนกวินให้ดีจนเกิดอุบัติเหตุทำให้เครื่องตกกระแทกพื้น แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 11 เม.ย. 2568 ว่า สำนักงานการบินพลเรือนแห่งแอฟริกาใต้ เผยแพร่รายงานการสืบสวนเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกที่เกาะเบิร์ด ไอส์แลนด์ (Bird Island) นอกชายฝั่งจังหวัดอีสเทิร์น เคป (Eastern Cape) ในวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยพบว่าสาเหตุที่ทำให้เครื่องตกเกี่ยวข้องกับเพนกวินตัวหนึ่ง

รายงานระบุว่า เฮลิคอปเตอร์ลำนี้ออกปฏิบัติการสำรวจเกาะเบิร์ด ซึ่งเมื่อเสร็จภารกิจ นักบินก็นำเครื่องลงจอด ก่อนที่ผู้เชี่ยวชาญพิเศษคนหนึ่งจะขอให้เฮลิคอปเตอร์ลำนี้ช่วยขนส่งนกเพนกวิน 1 ตัวกลับไปยังเมืองพอร์ต เอลิซาเบธ ด้วย โดยที่ไม่มีการเปิดเผยว่า ทำไมพวกเขาจึงตัดสินใจให้เพนกวินเดินทางไปด้วย

สำนักงานการบินพลเรือนระบุอีกว่า นักบินทำการประเมินความเสี่ยงแล้ว แต่ไม่รวมเรื่องการขนส่งเพนกวินเข้าไปด้วย ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านการบินพลเรือนฉบับปี 2554 (CAR)

รายงานระบุว่า เพนกวินตัวดังกล่าวถูกใส่เอาไว้ในลังกระดาษธรรมดา โดยไม่มีการเก็บรักษาอย่างแน่นหนา และถูกวางไว้บนตักของเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง

เมื่อเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ออกเดินทางจากเกาะเบิร์ด และบินขึ้นฟ้าสูงประมาณ 15 ม. กล่องกระดาษก็เลื่อนไถลลงจากตักของเจ้าหน้าที่ ไปชนคันควบคุมมุมปะทะ (cyclic) ของใบพัด ทำให้เครื่องเสียการทรงตัวและลดระดับลงเรื่อยๆ จนกระทั่งใบพัดหลักไปปั่นกับพื้นดินทำให้เครื่องตกในที่สุด ห่างจากจุดที่มันขึ้นบินเพียง 20 ม.

เฮลิคอปเตอร์ลำที่เกิดเหตุได้รับความเสียหายรุนแรง แต่ทั้งนักบินและผู้โดยสาร กับเจ้าเพนกวิน ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

รายงานระบุว่า การขาดซึ่งการเก็บรักษาเพนกวินอย่างปลอดภัย คือสาเหตุที่ทำให้เกิดสถานการณ์อันตรายนี้ขึ้น และเจ้าหน้าที่ควรปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและกระบวนการความปลอดภัยทางการบินทั้งหมด ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สหรัฐฯ-อิหร่าน เจรจานัดแรก หาทางทำข้อตกลงคุมนิวเคลียร์อิหร่าน

สหรัฐฯ-อิหร่าน เจรจานัดแรก หาทางทำข้อตกลงคุมนิวเคลียร์อิหร่าน

13 เม.ย. 2568 01:52 น.

สหรัฐฯ-อิหร่าน เจรจานัดแรก หาทางทำข้อตกลงคุมนิวเคลียร์อิหร่าน

ผู้แทนสหรัฐฯ กับอิหร่าน เริ่มการหารือเพื่อหาทางทำข้อตกลงเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านแล้ว โดยฝ่ายเตหะรานระบุว่า พวกเขาต้องการข้อตกลงที่เป็นธรรม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อ 12 เม.ย. 2568 ผู้แทนจากสหรัฐฯ กับอิหร่านสิ้นสุดการเจรจานัดแรกที่ประเทศโอมาน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อหาทางทำข้อตกลงเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านแล้ว โดยนี่นับเป็นการหารือระดับสูงที่สุดระหว่างทั้ง 2 ประเทศ นับตั้งแต่ปี 2561

นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอิหร่านบอกกับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นก่อนเริ่มการเจรจาว่า ประเทศของเขาต้องการข้อตกลงที่เป็นธรรม หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ พาสหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับก่อนระหว่างอิหร่านกับชาติมหาอำนาจโลก และว่าเขาจะหาทางทำข้อตกลงที่ดีกว่า

การเจรจาครั้งล่าสุดนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญเพื่อดูว่า การทำข้อตกลงจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ โดยนายอารักชีกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายหารือกันนานประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที และตกลงกันว่าจะกลับมาพูดคุยกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

นายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศของอิหร่านระบุว่า การหารือกันครั้งนี้เป็นการพูดคุยกันผ่านตัวกลาง โดยผู้แทนของแต่ละประเทศจะนั่งอยู่คนละห้อง และแลกเปลี่ยนข้อความผ่านนาย บาดร์ บิน ฮาหมัด อัล-บูไซดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของโอมาน

“การพูดคุยครั้งนี้เกิดขึ้นในบรรยากาศที่เป็นมิตรอันจะนำไปสู่การเชื่อมทัศนคติ และบรรลุสันติภาพ, ความมั่นคง และเสถียรภาพระดับภูมิภาคและระดับโลกในท้ายที่สุด” นายบูไซดีระบุผ่านโพสต์บน X

ก่อนหน้านี้นาย สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้นำคณะผู้แทนฝ่ายสหรัฐฯ กล่าวว่าได้หารือกันโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ของอิหร่าน แต่นายอารักชีระบุผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ว่า การพูดคุยระหว่างเขากับนายวิตคอฟฟ์ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาที หลังจากการประชุมเสร็จสิ้นแล้ว โดยมีนายบูไซดีอยู่ด้วย

นายอารักชีบอกอีกว่า การพูดคุยกันครั้งต่อไปอาจไม่ได้จัดขึ้นในโอมาน แต่โอมานจะยังคงเป็นประเทศตัวกลางในการเจรจาต่อไป

ทั้งนี้ สหรัฐฯ และชาติตะวันตกหาทางขัดขวางโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านมานานหลายปีแล้ว และใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อยับยั้งไม่ให้อิหร่านพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ไปจนถึงระดับที่สามารถสร้างเป็นอาวุธได้ จนกระทั่งในปี 2558 อิหร่านกับชาติมหาอำนาจโลกทำข้อตกลงจำกัดโครงการนิวเคลียร์ แลกกับการยกเลิกคว่ำบาตรบางส่วน

แต่ในปี 2561 นายทรัมป์ซึ่งตอนนั้นเป็นประธานาธิบดีสมัยแรก ตัดสินใจพาสหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงดังกล่าว แล้วบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรกับอิหร่านอีกครั้ง

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งจดหมายถึงผู้นำสูงสุดของอิหร่านผ่านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระบุว่า เขาต้องการทำข้อตกลงเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และไม่ให้อิหร่านต้องเผชิญกับการโจมตีทางอากาศจากสหรัฐฯ กับอิสราเอล

นักวิเคราะห์มองว่า อิหร่านอาจต้องการทำข้อตกลงเพื่อจำกัดโครงการนิวเคลียร์ ไม่ใช่ยกเลิกทั้งหมด แลกกับการผ่อนคลายการคว่ำบาตร ซึ่งกำลังส่งผลต่อเศรษฐกิจของพวกเขาอย่างหนัก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิสราเอลเตรียมขยายปฏิบัติการให้ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของฉนวนกาซา

อิสราเอลเตรียมขยายปฏิบัติการให้ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของฉนวนกาซา

12 เม.ย. 2568 23:44 น.

อิสราเอลเตรียมขยายปฏิบัติการให้ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของฉนวนกาซา

อิสราเอลยึดพื้นที่เป้าหมายในภาคใต้ของกาซาได้สำเร็จ และเตรียมขยายปฏิบัติการไปยังพื้นที่อื่น ๆ เกือบทั่วฉนวนกาซา พร้อมส่งอพยพประชาชนในหลายเมือง

เมื่อวันเสาร์ที่ 12 เม.ย. 2568 นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศอิสราเอลเปิดเผยว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เข้ายึดพื้นที่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา และแบ่งแยกเมืองราฟาห์กับเมืองข่านยูนิสออกจากกันได้สำเร็จแล้ว และอีกไม่นานกองทัพจะขยายปฏิบัติการทางทหารให้ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของฉนวนกาซา

ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลออกคำสั่งให้ประชาชนในเมืองข่านยูนิสและพื้นที่โดยรอบอพยพ เนื่องจากพวกเขากำลังเตรียมการเพื่อโจมตีทางอากาศ ตอบโต้กลุ่มฮามาสที่อ้างว่ายิงจรวดเข้าใส่พวกเขา

ทั้งนี้ อิสราเอลเริ่มมีปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาอีกครั้งเมื่อ 18 มี.ค. หลังจากข้อตกลงหยุดยิงซึ่งบังคับใช้มานานราว 2 เดือน พังทลายลง นับจากนั้น กองทัพอิสราเอลก็เข้ายึดพื้นที่ขนาดใหญ่ในกาซา ทำให้ชาวปาเลสไตน์หลายแสนคนต้องอพยพและกลายเป็นผู้พลัดถิ่นอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ กองทัพอิสราเอลยึดพื้นที่ตามแนวชายแดนของฉนวนกาซาเอาไว้แล้ว และประกาศให้เป็นเขตกันชนเพื่อป้องกันการโจมตี

ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ นายคัตซ์ ระบุว่า ทหารยึดพื้นที่ที่ชื่อว่า “โมรัก แอกซิส” (Morag axis) อดีตหมู่บ้านชาวยิวทางตอนใต้ของฉนวนกาซาได้สำเร็จแล้ว และทำให้พื้นที่ระหว่างโมรัก แอกซิสกับ “ฟิลาเดลเฟีย แอกซิส” (Philadelphia axis) กลายเป็นพื้นที่ความมั่นคง แบ่งแยกเมืองราฟาห์กับเมืองข่านยูนิสออกจากกัน

รัฐมนตรีกลาโหมบอกอีกว่า อีกไม่นาน IDF จะขยายปฏิบัติการทางทหารไปยังพื้นที่ส่วนใหญ่ของกาซา และประชาชนในพื้นที่เหล่านี้จะต้องอพยพออกจากเขตต่อสู้ รวมถึงที่เมืองเบต ฮานูน ทางเหนือของกาซา และภายในพื้นที่ “เน็ตซาริม คอร์ริดอร์” ซึ่งตัดผ่านตอนกลางของกาซา

อีกด้านหนึ่ง กระทรวงสาธารณสุขในกาซา ซึ่งบริหารโดยกลุ่มฮามาส ระบุว่า การโจมตีของอิสราเอลในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาจนถึงเวลา 13.00 น. วันเสาร์ที่ 12 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 21 ศพ บาดเจ็บอีก 64 ราย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รบ.ทรัมป์ยกเว้นเก็บภาษีนำเข้า สมาร์ทโฟน-คอมพิวเตอร์ หวั่นราคาพุ่ง

รบ.ทรัมป์ยกเว้นเก็บภาษีนำเข้า สมาร์ทโฟน-คอมพิวเตอร์ หวั่นราคาพุ่ง

12 เม.ย. 2568 22:18 น.

รบ.ทรัมป์ยกเว้นเก็บภาษีนำเข้า สมาร์ทโฟน-คอมพิวเตอร์ หวั่นราคาพุ่ง

รัฐบาลทรัมป์สั่งยกเว้นเก็บภาษีนำเข้าสมาร์ทโฟน, คอมพิวเตอร์ และชิป หลังบริษัทไอทีกังวลสินค้าราคาพุ่ง เนื่องจากผลิตในจีน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยว่าสินค้านำเข้าจำพวกสมาร์ทโฟน, คอมพิวเตอร์, ชิป และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ จะได้รับการยกเว้นจากการเก็บภาษีต่างตอบแทน ที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้กับสินค้าจากทั่วโลกที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ รวมถึงประเทศจีนซึ่งสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีเอาไว้สูงถึง 145%

สำนักงานป้องกันชายแดนและศุลกากร (CBP) เผยแพร่ประกาศฉบับใหม่เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 11 เม.ย. 2568 ที่ผ่านมา เปิดเผยรายการสินค้าที่จะได้รับการยกเว้นจากการเก็บภาษีต่างตอบแทน (reciprocal tariff) ที่สหรัฐฯ จะเก็บจากหลายสิบประเทศที่พวกเขาขาดดุลทางการค้าด้วยมากที่สุด ในอัตราที่แตกต่างกันไป

ก่อนหน้านี้ นายทรัมป์ประกาศระงับการเก็บภาษีต่างตอบแทนเป็นเวลา 90 วันกับทุกประเทศยกเว้นจีน ทำให้สินค้าจากประเทศจีนที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ จะยังคงถูกเก็บภาษีในอัตรา 145% ตามเดิม ขณะที่ประเทศอื่นๆ จะเผชิญเพียงภาษีพื้นฐาน 10% (baseline tariff)

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากบริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ออกมาแสดงความกังวลว่า มาตรการภาษีของนายทรัมป์จะทำให้ราคาของอุปกรณ์สมาร์ทโฟนกับคอมพิวเตอร์ของพวกเขาพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่ของพวกเขาผลิตในประเทศจีน

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จะได้รับการยกเว้นจากการเก็บภาษียังรวมถึง ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ เช่น สารกึ่งตัวนำ หรือเซมิคอนดักเตอร์, แผงโซลาร์เซลล์ และการ์ดความจำ เป็นต้น

ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นตลาดขนาดใหญ่ของ “ไอโฟน” สมาร์ทโฟนซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท แอปเปิล อิงค์ โดยไอโฟนมากกว่าครึ่งที่ขายออกไปในปี 2567 ถูกขายให้แก่ลูกค้าในสหรัฐฯ และกว่า 80% ของไอโฟนดังกล่าว ผลิตในประเทศจีน ขณะที่อีก 20% ผลิตในอินเดีย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แอปเปิล และคู่แข่งอย่าง ซัมซุง พยายามกระจายการผลิตออกไปยังที่อื่นๆ เพื่อไม่ให้ต้องพึ่งพาจีนมากจนเกินไป และอินเดียกับเวียดนามกำลังก้าวขึ้นมากลายเป็นแหล่งผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทางเลือกที่สำคัญ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc