‘สมาคมปศุสัตว์-เอกชน’ชื่นชมรัฐเข้าใจภาคเกษตร เชื่อมั่นทีมเจรจาข้อมูลครบ

'สมาคมปศุสัตว์-เอกชน'ชื่นชมรัฐเข้าใจภาคเกษตร เชื่อมั่นทีมเจรจาข้อมูลครบ

‘สมาคมปศุสัตว์-เอกชน’ชื่นชมรัฐเข้าใจภาคเกษตร เชื่อมั่นทีมเจรจาข้อมูลครบ

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 21.25 น.

“สมาคมปศุสัตว์-เอกชน”ชื่นชมรัฐเข้าใจภาคเกษตร เชื่อมั่นทีมเจรจาข้อมูลครบ ด้านเกษตรกรขอบคุณรัฐ มีมติไม่นำเข้าหมู-เครื่องใน

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2568 รายงานข่าวจากที่ประชุมแนวทางเจรจาของประเทศไทยต่อนโยบายการค้าของสหรัฐ ซึ่งมี นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจา เป็นประธานที่ประชุม ระบุว่า เป็นการประชุมที่เปิดโอกาสให้ สภาอุตสาหกรรม หอการค้าไทย สมาคมภาคปศุสัตว์และผู้ประกอบการเอกชน ตลอดจนทุกภาคส่วนในห่วงโซ่การผลิตอาหาร ได้เข้าให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยรองนายกฯ รับฟังอย่างตั้งใจ และประเมินสถานการณ์ด้วยความเข้าใจระบบอุตสาหกรรมเกษตรของประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การเจรจาที่เป็นประโยชน์กับชาติ ด้านเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูคลายกังวลและขอบคุณรัฐที่ประกาศไม่นำหมู-เครื่องในหมู เข้าเป็นสินค้าต่อรองสหรัฐ

นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า รู้สึกคลายกังวลกับสถานการณ์ หลังจากก่อนหน้านี้เข้ายื่นหนังสือขอความเห็นใจจากท่านรองนายกฯและคณะ ซึ่งท่านรับฟังและเข้าใจในข้อมูลที่นำเรียนอย่างรอบด้านชัดเจน ในฐานะผู้แทนเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูทั่วประเทศ ตลอดจนเกษตรกรผู้ปลูกพืชไร่ และห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดต้องขอขอบคุณท่านรองนายกฯ ที่มีมติว่าจะไม่นำชิ้นส่วนและเครื่องในหมูไปอยู่ในรายการสินค้าที่ใช้ต่อรองกับสหรัฐฯ แต่จะนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลือง เนื่องจากปัจจุบันการผลิตหมูในไทยมีปริมาณเหลือจนสามารถส่งออกได้จึงไม่เข้าเงื่อนไขสินค้าที่ต้องนำเข้าเพิ่ม แตกต่างจากข้าวโพดที่เป็นสินค้าที่ไทยขาดแคลน (Net Importer)

ขณะเดียวกัน ท่านยังมีวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาภาคเกษตรและห่วงโซ่การผลิตหมูในประเทศให้มีขีดความสามารถทางการแข่งขันเพิ่มขึ้น ลดต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ให้ได้ในอนาคต เพื่อการส่งออกได้ในระยะยาว ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ทุกๆประเทศปฏิบัติต่อภาคเกษตร ซึ่งจะทำให้ภาคเกษตรของไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน เป็นผลดีต่อทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค ตลอดจนความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

เกษตรกร สมาคมภาคปศุสัตว์ และผู้แทนผู้ประกอบการเอกชน รวมถึงห่วงโซ่ผลิตอาหารของไทย พร้อมให้ความร่วมมือเดินหน้ายกระดับและพัฒนากระบวนการผลิตอย่างเต็มที่ เพื่อผลิตอาหารคุณภาพให้ประชาชนไทยบริโภคได้อย่างปลอดภัย รวมถึง ส่งออกสร้างรายได้เข้าประเทศ  รักษาไว้ซึ่งความมั่นคงทางอาหารของประเทศตลอดไป

สำหรับแผนการเจรจาของรัฐบาลไทยในครั้งนี้ มีความชัดเจนค่อนข้างมาก มีการกล่าวถึงสินค้าอื่นๆ ในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างรอบด้าน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมีข้อมูลในการเจรจาครบถ้วน เชื่อได้ว่าทีมประเทศไทยจะสามารถต่อรองให้สหรัฐลดภาษีโต้ตอบลงให้เหลือใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่งได้

เริ่มแล้ว! ‘สงกรานต์บ้านฉัน สีสัน สีลม’ สืบสานประเพณี แบบไทย สุขไกลทั่วโลก

เริ่มแล้ว! ‘สงกรานต์บ้านฉัน สีสัน สีลม’ สืบสานประเพณี แบบไทย สุขไกลทั่วโลก

เริ่มแล้ว! ‘สงกรานต์บ้านฉัน สีสัน สีลม’ สืบสานประเพณี แบบไทย สุขไกลทั่วโลก

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.21 น.

เย็นฉ่ำกับสายน้ำแห่งความสุข สนุกสนานกับเทศกาลปีใหม่ไทย มาสาดสุข ปลุกสีสัน บนถนนสีลม กับสงกรานต์ที่ทั้งโลกต้องหลงรัก แบบฉ่ำสุข!! ต้อนรับประเพณีวันสงกรานต์ของชาติไทย โดย สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมสืบสานสงกรานต์ สืบต่อวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ มรดกทางวัฒนธรรมที่มีความหมายมากกว่าการเล่นน้ำ  ส่งต่อความงดงามสู่สายตาคนทั่วโลก ให้สงกรานต์เป็นเทศกาลที่ทุกคนต้องมาเยือนอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต    กับประเพณีวันสงกรานต์ ในงาน “สงกรานต์บ้านฉัน สีสัน สีลม”  สีสันแบบไทย สุขไกลทั่วโลก (Once in a Lifetime Experience) ภายใต้แนวทางการรณรงค์ร่วมกันใน 4 มิติ คือ มิติด้านวัฒนธรรม มิติด้านเศรษฐกิจ มิติด้านสังคม มิติด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมแล้วที่จะสร้างความสุข สนุกสุดมันส์ กลางถนนสีลม!  โดยพิธีเปิดงานจัดขึ้นในวันที่ 12 เมษายนนี้   ณ   เวทีการแสดงบริเวณหน้า ธนาคารกรุงเทพ ถนนสีลม    

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน ลั่นกลองชัยเปิดงาน  ร่วมด้วย นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรมและ นางสาว สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม  ชมการแสดง “กลองไทยฉลองชัยสุวรรณภูมิ ผสานการแสดง Water Drum LED”  อย่างยิ่งใหญ่  กิจกรรมสรงน้ำพระ – รดน้ำดำหัว  โดยมีสำนักงานเขตบางรัก และคณะผู้บริหารจากสภาวัฒนธรรม พร้อมด้วยนักแสดงจากภาพยนตร์เรื่องวัยเป้งนักเลงขาสั้น 2  ซานต้า-ณภควัต เกตุตรีกร และ มาร์ค-ธุวานนท์  ไตรคุป  ร่วมสืบสานความเป็นไทย เล่นน้ำวันสงกรานต์กับเหล่านักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานบนถนนสีลมกันอย่างเนืองแน่น

นอกจากนี้ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยอาทิ “แม่ไม้ มวยไทย” โดย พระจันทร์ฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม, การแสดงศิลปวัฒนธรรม “กระบี่กระบอง” , “วงดนตรี โปงลาง” , การแสดงไทยดีเจ และชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน “ปอ อรรณพ” มาแจกจ่ายสีสันความสนุก ชุ่มฉ่ำกันถ้วนหน้า กับกิจกรรมประเพณีวันสงกรานต์ “สงกรานต์บ้านฉัน สีสัน สีลม”  ที่เนรมิตถนนสีลมให้กลายเป็นเส้นสายแห่งความสนุกละลานตาไปด้วยสีสันแห่งวัฒนธรรม ปักหมุดรอให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัส สาดน้ำ สาดความสุขกันแบบจัดหนัก จัดเต็ม 3 วัน 12-14 เมษายน นี้

โดยวันที่ 13 เมษายน ตื่นตาไปกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมชุด “โนรา” และ “โขน” สองการแสดงอันวิจิตรที่ได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ก่อนปลดปล่อยอารมณ์มันส์กับ DJ.Spin โดยหนุ่มฮอต “เคน ภูภูมิ CROSSTHY” พบกับมินิคอนเสิร์ตสุดแซ่บจาก “เป็กกี้ ศรีธัญญา” สาวแซ่บตัวแม่ที่การันตีความสนุกเต็มพิกัด!

วันที่ 14 เมษายน พบกับไฮไลต์สุดท้ายที่ห้ามพลาด!  เริ่มด้วยขบวน Pride Parade “สงกรานต์บ้านฉัน สีสัน สีลม” สุดอลังการ รวมพลคนหลากหลายจากทุกมุมโลกมาร่วมเฉลิมฉลองความเท่าเทียมและสีสัน ตามด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมสุดชิค และโชว์ “Amazing Bangkok Songkran” ที่สะท้อนเอกลักษณ์ไทยอันน่าทึ่ง ก่อนระเบิดความมันส์ระดับอินเตอร์กับ DJ. BATTLE (INTER : THAI) และปิดท้ายด้วยเวทีประชันความงามสุดปัง!ใน “Miss Amazing Bangkok Queen Songkran 2025” งานนี้บอกเลยว่ายิ่งใหญ่ คัลเลอร์ฟูล และจัดเต็มทุกโมเมนต์แห่งความสนุก!

“สงกรานต์บ้านฉัน สีสัน สีลม” เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ จัดกิจกรรมความสนุกของวันสงกรานต์ไว้จบครบเครื่องในที่เดียว  หมุดหมายที่เหล่านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติไม่ควรพลาด  12 – 14 เมษายนนี้   ณ เวทีการแสดง บริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ สีลม งานนี้ยกแก๊งค์ยกก๊วนมาเล่นน้ำสงกรานต์ฟรี ! ไม่มีค่าใช้จ่าย สาดกันให้ฉ่ำ สนุกกันแบบสุดๆ

 -(016) 

ผู้ว่า ททท. ควง ‘ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก’ ฉลองสงกรานต์ ในงาน ‘Maha Songkran World Water Festival 2025’

ผู้ว่า ททท. ควง 'ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก' ฉลองสงกรานต์ ในงาน 'Maha Songkran World Water Festival 2025'

ผู้ว่า ททท. ควง ‘ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก’ ฉลองสงกรานต์ ในงาน ‘Maha Songkran World Water Festival 2025’

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.17 น.

เทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทย เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจ และ Soft Power ของไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโก ซึ่งทางรัฐบาลให้ความสำคัญในการต่อยอดเพื่อผลักดันไปสู่งานเทศกาลระดับโลก โดยเฉพาะ ในปีนี้ที่เป็นปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านเฟสติวัล จึงได้จัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2025 อย่างยิ่งใหญ่และไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ แคมเปญ สุขทันที ที่เที่ยวไทย แคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวภายในงาน Maha Songkran World Water Festival 2025 ว่า

“ใบเฟิร์นอยากจะเชิญชวนทุกคน ให้ชวนคนที่เรารักออกไปเที่ยวเมืองไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้กันนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่นี่เลย! สุขทันที ที่เที่ยวไทย ในงาน Maha Songkran World Water Festival 2025 ที่ท้องสนามหลวงที่ใบยืนอยู่ตอนนี้ มาได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 เมษายน 2568 และงาน “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์” ที่จัดขึ้นทั่วประเทศตลอดเดือนเมษายน ใครอยู่ที่ไหนก็ลองแวะไปดูนะคะ มาร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทยให้ยิ่งใหญ่สุดๆ ให้สมกับที่เป็น 1 ในความภาคภูมิใจ และ Soft Power ของไทย ที่สงกรานต์บ้านเราได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกกันนะคะ ช่วยกันผลักดันให้เทศกาลสงกรานต์ของเราเป็น World Event ที่ในทุกๆ เดือนเมษายน ใครๆ ทั่วโลกก็ต้องวางแผนว่าจะมาร่วมงานสงกรานต์ของไทยให้ได้”

นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวถึงการจัดงานฯ ว่า ปีนี้ ททท. ตั้งใจจัดเต็มเพื่อยกระดับเทศกาลสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่เพื่อก้าวสู่ระดับ World Event เป็น Grand Festivity และตอกย้ำความเชื่อมั่น เมืองไทยปลอดภัยและพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวมาร่วมเฉลิมฉลองวันปีใหม่ไทยไปด้วยกัน ผ่านการจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2025 ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2567 บริเวณถนนราชดำเนินและพื้นที่ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร จะอัดแน่นไปด้วยความสุขและความพิเศษที่มากขึ้นกว่าทุกๆปี



ภายในงานพบกับ ไฮไลต์ขบวนรถพาเหรดมหาสงกรานต์ 8 ขบวน ในรูปแบบขบวนแห่คานิวัล Soft Power  ตามแนวคิด THAINESS ICONIC และโซนสงกรานต์อัตลักษณ์ 5 ภาค โซนเสน่หน์ไทย กิจกรรมประเพณีและความสนุกสนานจากลานเล่นน้ำ เวที EDM การแสดงจากศิลปินชื่อดังของประเทศ และกิจกรรมอีกมายตลอดทั้ง 5 วัน ที่เสิร์ฟความสุขเต็มพื้นที่ท้องสนามหลวง

นอกเหนือจากการจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2025 แล้ว ยังมีงานเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ ที่จะจัดขึ้นทั่วประเทศตลอดเดือนเมษายน และ ททท. ยังได้ผลักดัน กิจกรรม Big Events และ Local Festival Experience ที่นำเสนอเสน่ห์ไทย 5 Must Do in Thailand ที่น่าสนใจอีกมายมายตลอดปี 2568 ภายใต้แนวคิด Thailand Summer Festival ในโอกาสปี Amazing Thailand Grand Tourism And Sports Year 2025 อีกด้วย

โดยกิจกรรมเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงกับแนวทางการสื่อสารหลักของ ททท. ในปีนี้คือ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย” ซึ่งสะท้อนความตั้งใจของ ททท. ที่จะทำให้ “การท่องเที่ยวไทย” กลายเป็นพื้นที่แห่งความสุขที่เข้าถึงได้ทันที ตั้งแต่การวางแผนเดินทาง ไปจนถึงประสบการณ์ระหว่างการท่องเที่ยว ด้วยองค์ประกอบครบถ้วน ทั้งความคุ้มค่า ความสะดวก ความปลอดภัย และอัธยาศัยไมตรีแบบไทย ๆ ที่สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม ไม่ว่าจะเดินทางคนเดียว ออกทริปกับเพื่อน เที่ยวกับครอบครัว หรือฉลองโมเมนต์พิเศษกับคนที่รักทุกเส้นทางในเมืองไทยปีนี้ พร้อมเติมเต็ม “ความสุขทันที” ให้เกิดขึ้นกับทุกคน ทุกช่วงเวลา และทุกมุมของประเทศไทย

-(016)

คุยกัน7วันหน : จับตาศึกยก 2 สังเวียนการค้าโลก

คุยกัน7วันหน : จับตาศึกยก 2 สังเวียนการค้าโลก

คุยกัน7วันหน : จับตาศึกยก 2 สังเวียนการค้าโลก

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 07.15 น.

            การตอบโต้กันทางภาษีระหว่างสหรัฐฯ กับจีน สร้างความกังวลไปทั่วโลก ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนมองว่ามาตรการทางภาษีของทรัมป์อาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

            ล่าสุด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (11 เม.ย.) กระทรวงการคลังจีนออกแถลงการณ์ว่า จีนจะขึ้นภาษีศุลกากรกับสินค้านำเข้าจากสหรัฐเป็นร้อยละ 125 และว่าการที่สหรัฐฯ ประกาศอัตราภาษีสูงผิดปกติกับจีนได้ละเมิดระเบียบการค้าทางเศรษฐกิจและสากล กฎหมายเศรษฐกิจพื้นฐาน และสามัญสำนึก และเป็นการข่มเหงและข่มขู่แต่ฝ่ายเดียวอย่างสิ้นเชิง

            จีนแถลงเรื่องนี้หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศชะลอการเก็บภาษีรายประเทศในอัตราตั้งแต่ร้อยละ 11 ไปจนถึงร้อยละ 50 ออกไปอีก 90 วัน ยกเว้นจีนที่ถูกเก็บในอัตราร้อยละ 125 ก่อนที่ทำเนียบขาวจะชี้แจงในภายหลังว่า จีนถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีในอัตรารวมทั้งหมดร้อยละ 145

            ขณะเดียวกัน โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนเปิดเผยว่า จีนจะให้ความช่วยเหลือบริษัทการค้าระหว่างประเทศของจีนที่กำลังเผชิญความท้าทายด้านการส่งออก ให้หันมาสำรวจตลาดภายในประเทศแทน สหรัฐใฯ ช้มาตรการภาษีกับจีนอย่างเกินขอบเขต ซึ่งละเมิดสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของจีนอย่างรุนแรง ขัดขวางการค้าทวิภาคี และส่งผลกระทบต่อบริษัทการค้าระหว่างประเทศของจีน ดังนั้น จีนจะมุ่งจัดการกิจการภายในของตนให้ดี และใช้ความแน่นอน ภายในประเทศปกป้องความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมภายนอก

            ในส่วนของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ก็ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นครั้งแรก โดยบอกเพียงสั้น ๆ ว่า ไม่มีผู้ชนะในสงครามการค้า และการทำตัวต่อต้านโลก มีแต่จะทำให้ตัวเองต้องโดดเดี่ยว และว่าตลอด 70 ปีที่ผ่านมา การพัฒนาของจีนอาศัยการพึ่งพาตัวเองและทำงานหนัก ไม่เคยยื่นมือรับความช่วยเหลือจากใคร จีนไม่หวาดกลัวต่อการกดขี่ที่ไม่เป็นธรรม ไม่ว่าสภาพแวดล้อมภายนอกจะเปลี่ยนไปอย่างไร จีนจะยังคงมั่นใจ ตั้งใจ และมุ่งมั่นในการจัดการปัญหาได้อย่างดี

            สังเวียนการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนครั้งนี้ ถือเป็นยกที่ 2 ที่ดุเดือดและรุนแรงกว่ายกแรกเป็นอย่างมาก โดยในยกแรก รัฐบาลทรัมป์ 1.0 บังคับใช้มาตรการกำแพงภาษีกับจีนทั้งหมด 5 ระลอก เริ่มตั้งแต่เดือน ก.ค. 2018 หรือ 1 ปีครึ่งหลังโดนัลด์ ทรัมป์ รับตำแหน่งผู้นำประเทศ

            ก่อนที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะลงนามในข้อตกลงการค้าเฟส 1 ในเดือน ม.ค. 2020 และเริ่มผ่อนคลายมาตรการต่างๆ แต่ข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้ถูกนำมาบังคับใช้อย่างครบถ้วน เนื่องจากเกิดวิกฤตโควิด-19 เสียก่อน

            ตลอดระยะเวลาประมาณ 17 เดือนของสงครามการค้ายกแรก สหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าตั้งแต่ 10% ไปจนถึง 25% ในสินค้าหลายประเภทจากจีน กระทบกับสินค้าจีนกว่า 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่จีนเดินเกมโต้กลับกำแพงภาษีสหรัฐฯ ทุกระลอกเช่นกัน กระทบกับสินค้าอเมริกันประมาณ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

            ข้อมูลจากสถาบันปีเตอร์สันเพื่อเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศในสหรัฐฯ ระบุว่า ขณะที่รัฐบาลทรัมป์ 1.0 ครบวาระ สหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเฉลี่ยอยู่ที่ 19.3% ซึ่งรัฐบาลสมัยต่อมาในยุค โจ ไบเดน ยังคงบังคับใช้มาตรการภาษีเดิมกับจีนและเพิ่มมาตรการใหม่ด้วย ทำให้อัตราภาษีนำเข้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 20.8%

            จุดนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า จริงๆ แล้ว จีนอาจเตรียมตัวรับมือกับสงครามการค้ายกนี้มาล่วงหน้าแล้วหรือไม่ เพราะมองในด้านหนึ่ง การค้าระหว่าง 2 ประเทศไม่ได้ฟื้นตัวกลับมาเหมือนในอดีต ขณะที่จีนมีการค้ากับสหรัฐฯ คิดเป็นประมาณ 2% ของ GDP ทั้งประเทศเท่านั้น รวมทั้งยังเปิดตลาดใหม่ๆ ในหลายประเทศและเพิ่มการซื้อขายในตลาดของตัวเอง

            ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ของทรัมป์ยืนกรานว่า มาตรการภาษีที่ดำเนินการมาเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว พร้อมชื่นชมการหารือกับหลายประเทศเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าใหม่ ซึ่งรัฐบาลกล่าวว่า จะช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งใหญ่ของตน

            อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า การขึ้นภาษีตอบโต้กันแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ระหว่างสหรัฐฯ และจีน จะทำให้การค้าสินค้าระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลก เป็นไปไม่ได้ โดยมูลค่าการค้าดังกล่าวในปี 2024 อยู่ที่มากกว่า 650,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แน่นอนว่า ทุกฝ่ายหวังว่าสหรัฐฯ และจีนจะหาทางออกร่วมกันด้วยการเจรจา แต่ว่าทั้งโดนัลด์ ทรัมป์ และสีจิ้นผิง ยังไม่ได้มีการติดต่อพูดคุยกันว่าจะแก้ไขปัญหานี้ร่วมกันได้อย่างไร ซึ่งเจ้าหน้าที่ของทำเนียบข่าวสองคนได้ให้ข้อมูลกับ CNN ว่า ทางสหรัฐฯ จะไม่เป็นฝ่ายติดต่อจีนก่อน ถ้าหากว่าทางจีนอยากจะเจรจาเรื่องนี้ ฝ่ายจีนจะต้องเป็นฝ่ายติดต่อสหรัฐฯ เข้ามาเอง ซึ่งทางจีนเองก็ไม่ได้แสดงสัญญาณที่จะเป็นฝ่ายติดต่อสหรัฐฯไปก่อน เพราะนักวิเคราะห์มองว่า หากฝ่ายไหนยอมเป็นฝ่ายขอเจรจาก่อน อาจจะถูกมองว่าเป็นฝ่ายที่อ่อนแอกว่า และจะทำให้กลายเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบในการเจรจา           

            ที่ผ่านมา โลกเผชิญกับสงครามการค้าครั้งใหญ่มาแล้วหลายครั้ง รวมถึงสงครามฝิ่นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 โดยจักรวรรดิอังกฤษบังคับให้จีนเปิดตลาดให้พ่อค้าอังกฤษนำฝิ่นอินเดียเข้ามาขาย ก่อนจะลามไปถึงการเข้าปกครองเกาะฮ่องกง เปิดท่าเรือรับการค้าโลกและจำกัดภาษีศุลกากรที่ 5%

            ขณะที่ในปี 1930 สหรัฐฯ ผ่านกฎหมาย “สมูท-ฮอว์ลีย์” ซึ่งทำให้มีการบังคับใช้กำแพงภาษีนำเข้าเกือบ 60% กับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ส่งผลให้ประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ ที่นำโดยแคนาดา ตอบโต้ด้วยมาตรการทางภาษี จนทำให้การส่งออกของสหรัฐฯ หดตัวลงมากกว่า 60% ระหว่างปี 1929-1933

            สงครามพาสตาในปี 1985 เกิดขึ้นหลังจาก โรนัลด์ เรแกน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้น ต้องการปกป้องอุตสาหกรรมอเมริกัน จึงขึ้นภาษีนำเข้าพาสตาจากยุโรป ขณะที่ยุโรปตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีถั่วและเลมอนจากสหรัฐฯ ก่อนจะบรรลุข้อตกลงกันได้หลังทำศึก 9 เดือน

            ในอดีต องค์การการค้าโลก หรือ WTO เข้ามามีบทบาทในการยุติข้อพิพาททางการค้าระหว่างประเทศอยู่หลายครั้ง แต่ปัจจุบัน WTO กำลังถูกตั้งคำถามว่าเป็นเพียงแค่เสือกระดาษที่ขู่ใครไม่ได้หรือไม่ หลังจากจีนและหลายชาติทำหนังสือร้องเรียนในประเด็นกำแพงภาษีของสหรัฐฯ แต่ WTO ก็ยังทำอะไรไม่ได้ อีกทั้งผู้นำสหรัฐฯ ยังเคยขู่ถอนตัวออกจากกลุ่มความร่วมมือนี้หลายครั้ง

            หากนักการเมืองอเมริกันขับเคลื่อนนโยบายตามการสนับสนุนของฐานเสียง ก็อาจจะได้เห็นมาตรการกำแพงภาษีของทรัมป์บังคับใช้ต่อไป ขณะที่ผลสำรวจความเห็นล่าสุดของ Reuters/Ipsos ชี้ว่า ชาวรีพับลิกันเกือบ 3 ใน 4 สนับสนุนมาตรการนี้ ซึ่งก็มีชาวอเมริกันอีกมากที่เห็นด้วยกับทรัมป์ว่าประเทศคู่ค้าฉวยโอกาสจากสหรัฐฯ จริงๆ

โดย ดาโน โทนาลี

ตะลอนเที่ยว : วัดเกลานิยา (Kelaniya Temple) เมืองแคนดี ศรีลังกา

ตะลอนเที่ยว : วัดเกลานิยา (Kelaniya Temple) เมืองแคนดี ศรีลังกา

ตะลอนเที่ยว : วัดเกลานิยา (Kelaniya Temple) เมืองแคนดี ศรีลังกา

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.45 น.

หลังจากบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจของเมืองศรีลังกามาเมื่อประมาณเกือบสองเดือนที่แล้ว วันนี้ก็ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า เราจะไปเที่ยวเมืองศรีลังกากันอีกครั้ง โดยกำหนดคร่าว ๆ ว่าจะไปในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ ส่วนจำนวนสมาชิกที่จะรับสำหรับทริปนี้ก็เหมือนเดิมคือประมาณ 14-16 คน

ในครั้งก่อน ๆ ได้เขียนเล่าเรื่องวัดพระเขี้ยวแก้ว หรือวัดศรีทัลฒามัลลิกาวรวิหาร แห่งเมืองแคนดีไว้มากมายละเอียดละออพอประมาณแล้ว ดังนั้น วันนี้จึงขออนุญาตไม่เขียนเล่าเรื่องวัดพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดีอีก แต่จะนำภาพและขอเล่าเรื่องวัดสำคัญอีกแห่งคือวัดเกลานิยา หรือวัดกัลยาณิ แห่งเมืองแคนดี 
วัดนี้เป็นสถานที่ที่ชาวศรีลังกาให้ความเคารพสูงสุดอีกแห่งหนึ่ง ตามประวัติระบุว่าสร้างมาเมื่อราว ๆ 1,900 ปีก่อน โดยมีตำนานเล่าว่าเมื่อครั้งสมัยพุทธกาล สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมายังสถานที่แห่งนี้ พร้อมกับพระอรหันตสาวก 500 รูป ในวันวิสาขบูชา

ความสำคัญของวัดกัลยาณีคือมีวิหารใหญ่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ โดยภายในวิหารมีความวิจิตรของศิลปะแบบศรีลังกา มีทั้งรูปปั้นของเทพที่เข้ามาถวายความเคารพพระพุทธเจ้า และมีจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามมาก โดยเป็นภาพที่เล่าเรื่องราวเมื่อครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จยังศรีลังกาถึงสามครั้ง โดยครั้งแรกเสด็จทรงห้ามการรบกันระหว่างกองทัพยักษ์กับคนเถื่อน ครั้งที่สองเสด็จทรงห้ามทัพพญานาค และทรงแสดงธรรมโปรดพญานาคจนบรรลุธรรม และครั้งที่สาม เสด็จโปรดพระเจ้าเกลานิยา และยังมีภาพแสดงการอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วไปยังเมืองอนุราธปุระ ศรีลังกา โดยเจ้าหญิงเหมมาลากับเจ้าชายทันตกุมาร


ความโดดเด่นของจิตรกรรมฝาผนังอยู่ที่เรื่องราวและการใช้โทนสีอ่อน ที่ดูแล้วอ่อนหวานและงดงามาก ส่วนภายในวิหารมีแสงสว่างไม่มากนัก แต่ใช้การดึงแสงจากภายนอกเข้าในอาคารโดยผ่านช่องหน้าต่างและประตูเพียงไม่กี่บาน ทำให้เมื่อเข้าไปอยู่ในวิหารแล้วเสมือนว่าอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ 

ภายในวัดมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่หน่อมาจากต้นดั้งเดิมจากพุทธคยา และมีเจดีย์ทรงโอคว่ำทาสีขาวบริสุทธิ์ มีสัดส่วนของพระเจดีย์ที่งดงามลงตัวมาก โดยมีตำนานว่าภายในเจดีย์ประดิษฐานพระแท่นบัลลังก์ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับเมื่อครั้งเสด็จไปโปรดพญานาคมณีอัคขิกะ

(ขออภัยที่วันนี้ไม่ได้ภาพต้นพระศรีมหาโพธิ์ และพระสถูปเจดีย์ และบริเวณภายในวัดเกลานิยามาฝากคุณผู้อ่าน แต่เน้นเฉพาะภาพภายในพระวิหารเท่านั้น)
หากคุณต้องการร่วมทริปสุดพิเศษ เน้นการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมแบบเจาะลึก โปรดติดต่อสำรองที่นั่งที่หมายเลข 091 7233615 ย้ำว่ารับสมาชิกเพียง 14-16 คนเท่านั้น 
 

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จีนสร้าง ‘อาคารสองชั้น’ ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติเสร็จใน 22 วัน

            ทีมเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยเขื่อนสามผาแห่งประเทศจีนทดลองใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติขนาดใหญ่ในการก่อสร้างอาคารสองชั้นที่มีความกว้าง 100 ตารางเมตร และความสูง 8 เมตรในเมืองอี๋ชาง มณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของจีน

            อาคารหลังดังกล่าวใช้ระยะเวลาก่อสร้างเพียง 22 วัน และใช้แรงงานคนเพียง 3 คนเท่านั้น โดยโครงสร้างของอาคารใช้เสาที่สามารถรองรับน้ำหนักได้ 15 ตัน ขณะที่ด้านนอกของอาคารหลังนี้ถูกพิมพ์ด้วยเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติทั้งหมด

ขอบคุณภาพ จากสำนักข่าวซินหัวไทย

โซไซตี้ : พิธีเปิดงาน “French Fair 2025”

โซไซตี้ : พิธีเปิดงาน “French Fair 2025”

โซไซตี้ : พิธีเปิดงาน “French Fair 2025”

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อัศวิน – ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ปธ.เจ้าหน้าที่บริหารและ กก.ผจญ. และรองประธาน กก.บริหาร บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี พร้อมด้วย ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ  ออท.ฝรั่งเศส และพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมพิธีเปิดงาน “French Fair 2025” นำเสนอสินค้าคุณภาพพรีเมียมจากประเทศฝรั่งเศส  ณ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาพระราม 4 

โซไซตี้ : สธ. ไกล่เกลี่ยสาธารณสุขเชิงรุก สร้างสุขให้ประชาชน

โซไซตี้ : สธ. ไกล่เกลี่ยสาธารณสุขเชิงรุก สร้างสุขให้ประชาชน

โซไซตี้ : สธ. ไกล่เกลี่ยสาธารณสุขเชิงรุก สร้างสุขให้ประชาชน

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงสาธารณสุข เปิดตัวโครงการใหม่ “โครงการขับเคลื่อนภารกิจการจัดการความขัดแย้งในระบบสาธารณสุข ตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562” ด้วยช่องทางการบริการการไกล่เกลี่ยที่เข้าถึงได้ง่าย สะดวก กระบวนการขั้นตอนที่มีมาตรฐาน ใช้เวลาไม่มาก มีกฎหมายรองรับผลการไกล่เกลี่ย โดยกระทรวงสาธารณสุขมีเป้าหมายสำคัญเพื่อยุติข้อพิพาทในระบบสาธารณสุขด้วยความพึงพอใจของทุกฝ่าย ช่วยลดปริมาณคดีทางการแพทย์ที่จะขึ้นสู่ศาล ซึ่งการฟ้องคดีบุคลากรทางการแพทย์ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น และศรัทธาของประชาชนที่มีต่อบริการทางการแพทย์ ในขณะเดียวกันก็ส่งผลต่อขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความมุ่งมั่นในการตั้งใจให้บริการประชาชนอย่างมากเช่นกัน นอกจากนี้ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐและค่าใช้จ่ายของประชาชนในการดำเนินคดีอีกด้วย

พิธีเปิดงาน ได้รับเกียรติจาก นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีพร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ร่วมถึง ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม, ผู้แทนแพทย์สภา, ผู้แทนสภาการพยาบาล, ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการไกล่เกลี่ย สคบ., ผู้บริหารกระรวงสาธารณสุข และตัวแทนบุคลากรทางการแพทย์ เข้าร่วมงานจำนวนกว่า 300 ท่าน

ตลอดระยะเวลาที่กว่า 20 ปี กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการหลายรูปแบบเพื่อแก้ไขปัญหาการฟ้องคดีต่อบุคลากรทางการแพทย์ แต่ยังไม่สามารถลดจำนวนการฟ้องคดีได้เท่าที่ควร ด้วยเหตุนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักมาตรฐานวินัยและระบบคุณธรรม จึงได้ริเริ่มโครงการขับเคลื่อนภารกิจด้านการจัดการความขัดแย้งในระบบสาธารณสุข ตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 โดยนำกลไกการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามกฎหมาย มาช่วยในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยสันติวิธี มีกฎหมายรองรับผลการเจรจาไกล่เกลี่ย เพื่อลดปัญหาบุคลากรทางการแพทย์ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและถูกฟ้องคดี ลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ลดงบประมาณแผ่นดิน โดยคำนึงถึงความสมัครใจ และความพึงพอใจของคู่กรณีเป็นสำคัญ โครงการนี้ฯ ไม่เพียงแต่จะสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในระบบสาธารณสุขไปสู่ประชาชนในวงกว้าง แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมให้หน่วยบริการทางการแพทย์ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสังคมสันติสุข รวมถึงเพิ่มศักยภาพให้หน่วยบริการด้านการไกล่เกลี่ยสามารถให้บริการได้อย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน และเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานให้กับบุคลากรทางการแพทย์ให้เพิ่มขึ้นด้วย

กระทรวงสาธารณสุข มั่นใจว่าโครงการนี้ฯ จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสังคมแห่งความสมานฉันท์ และช่วยลดปัญหาความขัดแย้งในระบบสาธารณสุขได้อย่างยั่งยืนในอนาคต พร้อมกับเปิดโอกาสให้ประชาชนและทุกภาคส่วนเข้ามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ระบบสุขภาพที่ดีขึ้น ภายใต้ความสมานฉันท์สำหรับทุกคน

แหวกฟ้าหาฝัน : Manet in National Museum of Western Art Tokyo

แหวกฟ้าหาฝัน : Manet in National Museum of Western Art Tokyo

แหวกฟ้าหาฝัน : Manet in National Museum of Western Art Tokyo

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานแนว Impressionism ผลงานของศิลปินต้นแบบ Impressionism คนสำคัญที่สุดที่ต้องหาดูให้ได้ในมิวเซียมที่มีจัดแสดงงานแนวนี้ก็คือ งานของ Edouard Manet เขาเป็นศิลปินฝรั่งเศสคนแรก ๆ ของยุคที่สร้างสรรค์งานแนว Realism และ Impressionism หรือถือได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อตั้งศิลปะแนว Impressionism เลยก็ได้ Edouard Manet เกิดในกรุงปารีสในปี 1832 ในครอบครัวที่มีบิดาเป็นผู้พิพากษา และแม่ของเขาเป็นลูกสาวของข้าราชการ และลูกสาวบุญธรรมของ Charles Bernadotte มกุฎราชกุมารของสวีเดน แม้บิดาของเขาอยากให้เขาเรียนกฎหมาย แต่ Edmond Fournier ลุงของเขากลับส่งเสริมให้เขาเรียนศิลปะและมักพาเขาไปพิพิธภัณฑ์ Louvre ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงปารีสเป็นประจำ ถึงกระนั้นก็ตาม บิดาของเขาก็ไม่ละความพยายามจึงส่งเขาไปเรียนการเดินเรือที่ Rio de Janeiro แต่เขากลับไม่สามารถสอบเข้าเป็นทหารเรือได้ ในที่สุดบิดาก็ต้องยอมแพ้และยินยอมให้เขาเข้าเรียนศิลปะกับ Thomas Couture จิตรกรที่ส่งเสริมให้เขาสร้างสรรค์งานที่เกี่ยวเนื่องกับชีวิตประจำวันซึ่งแหวกแนวกว่างานที่กำลังเป็นที่นิยมในสมัยนั้น

หลังจบการศึกษา เขาเปิดห้องภาพเล็ก ๆ และสร้างสรรค์งานเกี่ยวกับนักร้อง ผู้คนในคาเฟ่ ชนชั้นแรงงาน รวมทั้งขอทานโดยใช้ฝีแปรงแบบหลวม ๆ ง่าย ๆ ตามที่ได้รับอิทธิพลมาจาก Gustave Courbet ในปี 1861 ผลงานของเขา 2 ชิ้นได้ถูกนำไปจัดแสดงใน Salon ส่งผลให้มีคนมากมายรวมทั้งนักวิพากษ์ศิลป์ได้รับชมผลงาน บางคนเห็นว่างานของเขาถูกผลิตอย่างลวก ๆ แต่บางคนก็รู้สึกตื่นเต้นกับความแปลกใหม่ไปกับแนวทางศิลปะที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นอันถือเป็นจุดเริ่มต้นของแนวทางศิลปะแบบ Impressionism จนนำมาซึ่งชื่อเสียงแก่เขาและกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Modern Art หรือแนวทางศิลปะที่มีนวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์อันส่งผลให้เกิดความเจริญก้าวหน้าทางศิลปะอย่างก้าวกระโดดจวบจนต้นคริสต์ศตวรรษที่ 21

ผลงานของ Manet ใน National Museum of Western Art Tokyo มาจาก Kojiro Matsukata นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นผู้อุทิศตัวให้กับการสะสมงานศิลปะตะวันตกได้ซื้อ Sea in Stormy Weather ของ Edouard Manet มาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง นับจากนั้นงานชิ้นนี้ได้ผ่านอีกหลายมือจนมาถึง Hildebrand Gurlitt ตัวแทนขายงานศิลปะที่เป็นนายหน้าขายงานศิลปะให้กับกลุ่มนาซีเยอรมัน ปัจจุบันงานสะสมของ Gurlitt กว่า 1,500 ชิ้นได้ถูกค้นพบที่บ้านของลูกชายเขาทั้งในมิวนิก เยอรมัน และซัลซ์บวร์ก ออสเตรีย นักท่องเที่ยวจะเห็นว่า ผลงานชิ้นนี้มีความแปลกใหม่ท้าทายมากในยุคสมัยนั้นสังเกตได้จากฝีแปรงในส่วนที่เป็นท้องน้ำจะดูใหญ่ หยาบ แต่เหมือนจริงอย่างไม่น่าเชื่อ

Portrait of Monsieur Brun เป็นอีกชิ้นหนึ่งที่ Manet แสดงนวัตกรรมในขณะนั้นอย่างเต็มที่สังเกตจากวิธีการที่ชายสวมหมวกในชุดสุภาพบุรุษเต็มยศยืนเท้าสะเอวในท่าสบาย ๆ บนทางเดินในสวนเป็นสิ่งที่แปลกใหม่มากในสมัยนั้น เนื่องจากภาพเหมือนชายในยุคนั้นมักจะอยู่ในท่านั่งและดูเป็นการเป็นงาน นอกจากนี้การเล่นแสงก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ล้ำสมัยอย่างมากในช่วงเวลานั้น ส่วน Boy in Flowers ที่ศิลปินรังสรรค์ขึ้นเพื่อประดับ Chateau de Rottembourg ในหมู่บ้าน Montgeron ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงปารีสซึ่งมี Ernest Hoschede นักอุตสาหกรรมและสามีคนแรกของ Alice Hoschede ภรรยาของ Claude Monet เป็นเจ้าของนี้เป็นภาพ Jacques Hoschede ลูกชายของเขาอยู่ท่ามกลางพุ่มไม้ในสวนภายในคฤหาสน์อยู่ในระดับเดียวกันกับดอกไม้เป็นการนำเสนอด้วยเทคนิคใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนโดยอาศัยแรงบันดาลใจการสร้างงานดอกไม้ตามแบบศิลปะญี่ปุ่นนั่นเอง

Science Update : โมเดล AI ช่วยรักษา ‘มะเร็งลำไส้ใหญ่’

Science Update : โมเดล AI ช่วยรักษา ‘มะเร็งลำไส้ใหญ่’

Science Update : โมเดล AI ช่วยรักษา ‘มะเร็งลำไส้ใหญ่’

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเซาธ์ไชน่าในมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน เปิดเผยว่า คณะนักวิจัยได้ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการลดการผ่าตัดอันไม่จำเป็นในผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่หลังจากมีการผ่าตัดชิ้นเนื้อเฉพาะที่

ทีมวิจัยได้พัฒนาและตรวจสอบโมเดลการคาดการณ์ด้วยปัญญาประดิษฐ์เพื่อประเมินความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ซ้ำหลังจากทำการผ่าตัดเฉพาะที่ โดยใช้ภาพพยาธิวิทยาของเนื้อเยื่อมะเร็งลำไส้ตรงระยะที1 (T1) ที่ตัดออกด้วยวิธีส่องกล้องทางเดินอาหารหรือการผ่าตัดผ่านรูทวารหนัก

โดยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดอันดับ 3 ของโลก คิดเป็นราวร้อยละ 10 ของผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้งหมด ผู้ป่วยระยะเริ่มต้นมักได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดเฉพาะที่ ทว่าผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูงบางรายต้องได้รับการผ่าตัดเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการเกิดเนื้องอกซ้ำ ซึ่งเพิ่มภาระทางร่างกายและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฯ และโรงพยาบาลประชาชนมณฑลกว่างตงได้พัฒนาโมเดลเครือข่ายประสาทเทียม (Artificial Neural Network) เพื่อประเมินความเสี่ยงของการกลับมาเกิดเนื้องอกซ้ำในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ตรงระยะที1 ซึ่งสามารถช่วยแพทย์และผู้ป่วยตัดสินใจวางแผนการรักษาหลังการผ่าตัดได้แม่นยำยิ่งขึ้น

โมเดลการคาดการณ์ด้วยปัญญาประดิษฐ์นี้ช่วยลดการผ่าตัดเพิ่มเติมที่ไม่จำเป็นลงราวร้อยละ 34.9 ในผู้ป่วยทั้งหมด เมื่อเทียบกับแนวทางการรักษาในปัจจุบันของสหรัฐฯ ซึ่งช่วยให้แพทย์ตัดสินใจได้ดีขึ้น รวมถึงสะท้อนประสิทธิภาพอันโดดเด่นและศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้ภาพจุลพยาธิวิทยาในการทำนายอาการของเนื้องอก