โซไซตี้ : “ให้โลหิต ให้ชีวิต” ครั้งที่ 2

โซไซตี้ : “ให้โลหิต ให้ชีวิต” ครั้งที่ 2

โซไซตี้ : “ให้โลหิต ให้ชีวิต” ครั้งที่ 2

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เอมอร ศรีวัฒนประภา ประธาน กก. กลุ่ม บ.คิง เพาเวอร์ และประธาน กก.มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา สานต่อปณิธานแห่ง “การให้” จัดกิจกรรม “ให้โลหิต ให้ชีวิต” ครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 โดยมี อภิเชษฐ์  ศรีวัฒนประภา ,รวิ  อิทธิระวิวงศ์ พร้อมด้วยพนักงานร่วมแสดงพลังบริจาคโลหิตเพื่อส่งมอบให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพื่อใช้ในการรักษา พยาบาลและช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : “สงกรานต์”ภูมิวัฒนธรรมร่วมอาเซียน

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง :  “สงกรานต์”ภูมิวัฒนธรรมร่วมอาเซียน

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : “สงกรานต์”ภูมิวัฒนธรรมร่วมอาเซียน

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สงกรานต์ มาจากคำภาษาสันสกฤตว่า สํกฺรานฺติ  แปลตรงตัวว่า “การเปลี่ยนผ่านของดวงดาว” หรือ “การเปลี่ยนแปลง” สงกรานต์ตรงกับการเริ่มต้นของราศีเมษ และตรงกับวันปีใหม่พื้นถิ่นในหลายวัฒนธรรมของเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วันขึ้นปีใหม่ไทยคือ 1 มกราคม แต่ในอดีต ประเทศสยามใช้วันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ทางการจนกระทั่ง พ.ศ. 2431 จึงประกาศให้วันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ 1 เมษายน จากนั้นใน พ.ศ. 2484 จึงเปลี่ยนเป็น 1 มกราคม ในขณะที่วันสงกรานต์เป็นเทศกาลทั่วประเทศ   องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ขึ้นทะเบียนประเพณีวันสงกรานต์ในไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566  ปัจจุบันปฏิทินไทยกำหนดให้เทศกาลสงกรานต์ตรงกับวันที่ 13–15 เมษายนของทุกปี และเป็นวันหยุดราชการ การประกาศสงกรานต์เป็นทางการนั้นคำนวณตามหลักเกณฑ์ในคัมภีร์สุริยยาตร์ ซึ่งโบราณ กำหนดให้วันแรกเทศกาลเป็นวันที่พระอาทิตย์ย้ายออกจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ เรียกว่า “วันมหาสงกรานต์” วันถัดมาเรียกว่า “วันเนา”และวันสุดท้ายเป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชและเริ่มใช้กาลโยคประจำปีใหม่ เรียกว่า “วันเถลิงศก”กำเนิดวันสงกรานต์ นั้นมาจาก “ตำนานนางสงกรานต์” ตามจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ  

สงกรานต์ในอดีต

สงการต์แบบไทย

ประกาศสงกรานต์

ก่อพระทราย

นางสงกรานตทั้ง๗

ตำนานเล่าว่า มีเศรษฐีฐานะร่ำรวยคนหนึ่ง ไม่มีบุตร จึงไปบวงสรวงขอบุตรกับพระอาทิตย์ และพระจันทร์ แต่รอหลายปีก็ไม่มีบุตรสักที จนกระทั่งถึงฤดูร้อนปีหนึ่ง เศรษฐีได้นำข้าวสารซาวน้ำ 7 สี หุงบูชารุกขพระไทร พร้อมเครื่องถวาย และการประโคมดนตรี โดยได้ตั้งจิตอธิษฐานขอบุตร พระไทรได้ฟังก็เห็นใจ จึงไปขอบุตรกับพระอินทร์ให้เศรษฐี ต่อมาเศรษฐีได้บุตรชาย และตั้งชื่อว่า “ธรรมบาลกุมาร” ธรรมบาลกุมารเป็นคนฉลาดหลักแหลม จนมีชื่อเสียงร่ำลือไปไกล ทำให้ท้าวกบิลพรหม ได้ลงมาท้าทายปัญญา โดยได้ถามปัญหากับธรรมบาลกุมาร ให้เวลา 7 วัน หากฝ่ายใดแพ้จะต้องตัดศีรษะบูชา ท้ายที่สุดธรรมบาลกุมารสามารถตอบปัญหาได้ ท้าวกบิลพรหมจึงต้องเป็นฝ่ายตัดศีรษะ แต่หากศีรษะนี้ตกลงพื้นโลก จะเกิดเพลิงไหม้โลก  ท้าวกบิลพรหมจึงสั่งให้บาทบาจาริกาของพระอินทร์ทั้ง 7 นาง สลับหน้าที่หมุนเวียนเชิญพระเศียร หรือศีรษะของตนแห่รอบเขาพระสุเมรุ ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงมหาสงกรานต์ โดยนางสงกรานต์ทั้ง 7 มีชื่อ ดังนี้ 1.นางทุงษะเทวี 2.นางรากษเทวี 3.นางโคราคเทวี 4.นางกิริณีเทวี 5.นางมณฑาเทวี 6.นางกิมิทาเทวี 7.นางมโหธรเทวี 

ประเพณีสงกรานต์เมียนมา

สกรานต์เมียนมา

สงกรานต์ผู้ไท

สงกรานต์ล้านนา

พัวสุ่ยเจี๋ย สงกรานต์สิบสองปันนา

สงกรานต์แม่น้ำโขง

คติความเชื่อ วันสงกรานต์ จึงเชื่อมโยงกับโหราศาสตร์การเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์เข้าสู่ราศีเมษในช่วงวันมหาสงกรานต์ โดยในแต่ละปีก็จะมีชื่อนางสงกรานต์ทั้ง 7 สลับหมุนเวียนกัน สันนิษฐานว่า “สงกรานต์นั้นเป็นพิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดูในอินเดีย เกี่ยวกับขึ้นศักราชใหม่ ไม่ใช่ปีนักษัตร เมื่อดวงอาทิตย์โคจรจากราศีมีนย้ายเข้าราศีเมษ เรียก มหาสงกรานต์ ในเดือนเมษายน (สุริยคติ)” พระยาอนุมานราชธนว่าสงกรานต์ น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียตอนเหนือที่มีช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือต้นฤดูฝน สิ้นฤดูหนาวที่ยาวนานและแห้งแล้ง ภูมิประเทศและอากาศสดชื่น เป็นฤดูแห่งความยินดีจึงมีนักขัตฤกษ์สงกรานต์ แม้ไทยจะไม่มีฤดูใบไม้ผลิ แต่ก็อยู่ในช่วงว่างจากงานในนาในไร่ จึงถือเอาวันสงกรานต์เป็นการทำบุญใหญ่  แต่กฎมณเฑียรบาลเมื่อจุลศักราช 720 (พ.ศ. 1901) ไม่ได้กําหนดเดือนอ้ายเป็นเดือนขึ้นปีใหม่แล้ว กําหนดว่า เดือน 4 คือพิธีสิ้นปี หมายถึงตรุษ และเดือน 5 การพระราชพิธีเผด็จศกลดแจตร ออกสนาม ซึ่งหมายถึงขึ้นปีใหม่  พระราชพงศาวดารว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเคยตรัสเมื่อได้ทราบข่าวพระเจ้าแปรยกทัพมาประชิดชายแดนไทยว่า “จะไปเล่นตรุษเมืองละแวก สิสงกรานต์ชิงมาก่อนเล่า จําจะยกออกไปเล่นสงกรานต์กับมอญให้สนุกก่อน “พระราชพิธีสงกรานต์” ในพระราชพิธีสิบสองว่า มีการพระราชกุศลตั้งสวดพระปริตรทั้งสามวัน ฉลองพระเจดีย์ทรายทั้งของหลวงและพระบรมวงศานุวงศ์และเสนาบดี พระเจ้าแผ่นดินสรงมุรธาภิเษก สรงน้ำพระพุทธรูป สดับปกรณ์พระอัฐิเจ้านาย มีการเวียนเทียนทั้งสามวัน และจุดดอกไม้เพลิงเนื่องจากเป็นงานนักขัตฤกษ์

สงกรานต์ปากลัด

Health News : ผลวิจัยเผย ‘ความเหงา’ ทำคนตายได้

Health News : ผลวิจัยเผย ‘ความเหงา’ ทำคนตายได้

Health News : ผลวิจัยเผย ‘ความเหงา’ ทำคนตายได้

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การศึกษาฉบับใหม่เปิดเผยถึงความเชื่อมโยงเชิงสาเหตุระหว่างความเหงาเรื้อรังกับการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในหมู่ผู้หญิงวัยกลางคนชาวออสเตรเลีย โดยผู้หญิงที่รู้สึกเหงาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 15 ปี มีแนวโน้มเสียชีวิตก่อนวัยมากกว่าผู้ที่ไม่รู้สึกเหงาถึง 3 เท่า

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ มหาวิทยาลัยนิวเซาธ์เวลส์ และมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นซิดนีย์ ได้วิเคราะห์ข้อมูลระยะ 20 ปีจากการศึกษาวิจัยระยะยาวด้านสุขภาพผู้หญิงของออสเตรเลีย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 57,000 คน เป็นผู้หญิงอายุระหว่าง 48-55 ปี พบว่า ผู้หญิงที่ไม่มีความรู้สึกเหงาเรื้อรังมีความเสี่ยงเสียชีวิตอยู่ที่ร้อยละ 5 ขณะที่ความเสี่ยงดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 15 ในกลุ่มที่มีความรู้สึกเหงาอย่างต่อเนื่อง

เนตา ฮากานี ผู้เขียนหลักของการศึกษา กล่าวว่า ความเหงาเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ควรได้รับการตรวจคัดกรองโดยแพทย์ เช่นเดียวกับการตรวจความดันโลหิตสูงหรือคอเลสเตอรอล และจำเป็นต้องสร้างความตระหนักในสังคมเกี่ยวกับความเหงา เพื่อให้ผู้คนมีความเข้าใจมากขึ้นและลดการตีตราความรู้สึกนี้

ด้าน ศาสตราจารย์เมโลดี ติง จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ระบุว่าผู้หญิงวัยกลางคนมักเป็นผู้ดูแลทั้งลูกเล็กและพ่อแม่สูงอายุ ขณะเดียวกันพวกเธอต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านสำคัญในชีวิต เช่น วัยหมดประจำเดือน การเกษียณอายุ หรือการที่ลูกย้ายออกจากบ้าน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนสามารถนำไปสู่การแยกตัวทางสังคมได้ และแม้จะยังไม่มีข้อมูลระยะยาวที่เปรียบเทียบได้เกี่ยวกับสุขภาพของผู้ชาย แต่ช่วงวัยกลางคนเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้หญิงในทางลบมากกว่า

โซไซตี้ : DMT สุดปลื้ม คว้าเกียรติบัตรสำนักงานสีเขียวระดับดีเยี่ยม

โซไซตี้ : DMT สุดปลื้ม คว้าเกียรติบัตรสำนักงานสีเขียวระดับดีเยี่ยม

โซไซตี้ : DMT สุดปลื้ม คว้าเกียรติบัตรสำนักงานสีเขียวระดับดีเยี่ยม

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อโนมา อุฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานปฏิบัติการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT เปิดเผยภายหลังเข้ารับเกียรติบัตรสำนักงานสีเขียว (Green Office) จาก จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า DMT ได้รับการรับรองสำนักงานสีเขียวระดับ ดีเยี่ยม (G ทอง) จาก 3 สำนักงาน ได้แก่ ด่านอนุสรณ์สถาน ด่านหลักสี่ และด่านแจ้งวัฒนะ และได้รับการรับรองระดับ ดีมาก (G เงิน) จาก 5 สำนักงาน ได้แก่ ด่านบางเขน ด่านรัชดาภิเษก ด่านลาดพร้าว ด่านสุทธิสาร และด่านดินแดง

“โดยสำนักงานใหญ่และสำนักงานด่านดอนเมืองได้รับ ระดับดีเยี่ยม (G ทอง) ประจำปี 2566 รับมอบไปวันที่ 29 สิงหาคม 2567 และอีก 8 สำนักงานด่าน รับเกียรติบัตรประจำปี 2567 รับมอบวันที่ 26 มี.ค. นี้ เท่ากับ DMT ได้ครบทุกสำนักงานในแต่ละด่าน นับเป็นรางวัลที่ยืนยันความตั้งใจ ของทุกคนในองค์กรมาตลอดหลายปีนี้ เป็นสิ่งที่พวกเราภูมิใจมาก” อโนมาเผย

อโนมา กล่าวต่อว่า การได้รับการรับรอง Green Office นี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ DMT ในการดำเนินงานแบบ ESG in-Process ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานด่านต่างๆ มีการบริหารจัดการทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมีแนวทางจัดการของเสียที่เป็นระบบ และสนับสนุนการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการสำนักงานสีเขียวของ DMT ยังช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระ จกได้ 30% ในปัจจุบัน  ซึ่งสนับสนุนแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร สอดคล้องกับนโยบายของประเทศในการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพื่อให้องค์กรมีร่วมขับเคลื่อนนโยบายของประเทศไทย บริษัทฯ จึงตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality ปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์  Net Zero ปี 2065 ตามเจตนารมณ์ ของประชาคมโลกที่ปรากฏในเป้าหมายของความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“DMT ตระหนักดีว่าการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เป็นภาระหน้าที่ของทุกคนและทุกองค์กร จึงได้ดำเนินการโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ในกระบวนการดำเนินธุรกิจอย่างจริงจังและเข้มแข็ง เพราะเราต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรับผิดชอบต่อสังคมทั้งในปัจจุบันและอนาคต” อโนมา กล่าวทิ้งท้าย

โซไซตี้ : โอกาสทองของธุรกิจไทย! เปิดรับสมัครสถานประกอบการ เข้าชิงรางวัลอุตสาหกรรม ปี’68 ก้าวสู่ความเป็นเลิศระดับประเทศ

โซไซตี้ : โอกาสทองของธุรกิจไทย! เปิดรับสมัครสถานประกอบการ เข้าชิงรางวัลอุตสาหกรรม ปี’68 ก้าวสู่ความเป็นเลิศระดับประเทศ

โซไซตี้ : โอกาสทองของธุรกิจไทย! เปิดรับสมัครสถานประกอบการ เข้าชิงรางวัลอุตสาหกรรม ปี’68 ก้าวสู่ความเป็นเลิศระดับประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงอุตสาหกรรม เชิญชวนสถานประกอบการทั่วประเทศร่วมสมัครเข้ารับคัดเลือก “รางวัลอุตสาหกรรม” ประจำปี 2568 (The Prime Minister’s Industry Award 2025) ซึ่งผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติและผ่านการคัดเลือกจะได้รับประกาศเกียรติคุณและโล่รางวัลเกียรติยศจาก “นายกรัฐมนตรี” เพื่อยกย่องและเชิดชูองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการดำเนินธุรกิจ พร้อมสร้างภาพลักษณ์ในเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นโอกาสสำคัญในการตอกย้ำศักยภาพขององค์กร และก้าวสู่ความเป็นผู้นำในภาคอุตสาหกรรมไทย เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ ถึง 16 พฤษภาคม 2568

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การแถลงข่าวในวันนี้ถือเป็นการเปิดตัวการประกวดรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2568 (The Prime Minister’s Industry Award 2025) อย่างเป็นทางการ โดยจุดเริ่มต้นของ “รางวัลอุตสาหกรรม” นี้ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2536 และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลักแนวคิด “อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ ที่เติบโตอย่างยั่งยืนคู่ชุมชน” ครอบคลุมนโยบาย MIND 4 มิติหลัก ได้แก่ ความสำเร็จทางธุรกิจ การดูแลสังคมและชุมชน การรักษาสิ่งแวดล้อม และการกระจายรายได้สู่ชุมชน เพื่อเฟ้นหาสถานประกอบการที่มีความวิริยอุตสาหะในการสร้างสรรค์งานที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงเป็นแบบอย่างที่ดีแก่อุตสาหกรรมอื่น อันจะนำมาซึ่งการพัฒนามาตรฐาน และการประกอบการในด้านต่าง ๆ อย่างมีศักยภาพ

สำหรับรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2568 ที่เปิดรับสมัคร จำนวน 14 ประเภทรางวัล ประกอบด้วย 1.รางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม (The Prime Minister’s Best Industry Award) จำนวน 1 รางวัล ซึ่งคัดเลือกจากสถานประกอบการที่เคยได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ประเภท เป็นเกียรติยศสูงสุดของภาคอุตสาหกรรมไทย 2.รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น (The Prime Minister’s Industry Award) 9 ประเภท ได้แก่ การเพิ่มผลผลิต,การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ,การบริหารความปลอดภัย ,การบริหารงานคุณภาพ ,การจัดการพลังงาน ,การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ,อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ,ความรับผิดชอบต่อสังคม และ เศรษฐกิจหมุนเวียน และ 3. รางวัลอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมดีเด่น 4 ประเภท ได้แก่ การบริหารจัดการที่ดี ,การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ ,การจัดการเทคโนโลยีเชิงนวัตกรรม และการบริหารธุรกิจสู่สากล

และในปีนี้กระทรวงอุตสาหกรรมยังคงมีรางวัลพิเศษ คือ ทูตอุตสาหกรรมภาคเอกชน (MIND Ambassador) มอบให้แก่สถานประกอบการที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม ประจำปี 2568 ซึ่งในปีที่ผ่านมา บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (โรงงานเกตเวย์) รับรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม พร้อมตำแหน่งทูตอุตสาหกรรมภาคเอกชน (MIND Ambassador)โดยได้ร่วมดำเนินงานในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ของกระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงร่วมเป็นคณะกรรมการจัดงานรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2568 ด้วย

“รางวัลอุตสาหกรรม ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ เนื่องจากมีกระบวนการคัดเลือกที่เข้มข้น ตั้งแต่การยื่นใบสมัครการตรวจสอบเอกสาร การนำเสนอผลงาน ไปจนถึงการตรวจประเมินสถานประกอบการ ทุกขั้นตอนถูกออกแบบให้มีความละเอียด ยุติธรรม และโปร่งใส เพื่อคัดเลือกองค์กรที่เหมาะสมกับรางวัลอันทรงคุณค่านี้ ซึ่งผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติและผ่านการคัดเลือกจะได้รับประกาศเกียรติคุณและโล่รางวัลเกียรติยศจากนายกรัฐมนตรี จึงขอเชิญชวนสถานประกอบการสมัครเข้ารับการคัดเลือก ‘รางวัลอุตสาหกรรม’ ประจำปี 2568 เพื่อร่วมเป็นต้นแบบความสำเร็จของอุตสาหกรรมไทย และเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรในระดับประเทศและสากลต่อไป เพราะรางวัลนี้ไม่ใช่แค่เครื่องหมายแห่งความสำเร็จ แต่เป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” ดร.ณัฐพล กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ สถานประกอบการที่สนใจสามารถสมัครคัดเลือกได้มากกว่า 1 ประเภท ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ดูรายละเอียดการรับสมัครได้ที่ https://industryaward.industry.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ โทรศัพท์ 0-2430-6840 ต่อ 4050 หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ และศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1-11

ย้อนเล่านิทาน! ‘ดาราชาย’มีแฟนแล้วแต่ขอจิ้น’นางพญาแว้น’ต่อ

ย้อนเล่านิทาน! 'ดาราชาย'มีแฟนแล้วแต่ขอจิ้น'นางพญาแว้น'ต่อ

ย้อนเล่านิทาน! ‘ดาราชาย’มีแฟนแล้วแต่ขอจิ้น’นางพญาแว้น’ต่อ

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.21 น.

วงการบันเทิงไม่เคยหยุดพักจริงๆ เมื่อล่าสุด (12 เมษายน 2568) นักข่าวสาว เจน เจนจินดา เพื่อนซี้ แพท ณปภา ออกมาเล่านิทานเมื่อครั้งในอดีตของ ดารา-นักร้องชายท่านหนึ่ง ที่อยากขายจิ้นกับ นางพญาเด็กแว้น แต่ฝ่ายหญิงไม่อิน เพราะฝ่ายชายมีแฟนอยู่แล้วจึงขอตัดจบ ทำฝ่ายชายไม่ยอม เพราะอยากโกยเงินต่อ สุดท้ายไปพูดให้ทัวร์ลงฝ่ายหญิงแทน

 โดย เจน เจนจินดา ได้ออกมาเล่านิทานเรื่องนี้ผ่าน TikTok ส่วนตัวว่า

นิทานเรื่องนี้เริ่มต้นจากความฟิน เมื่อ นางพญาเด็กแว้น สาวสายฮา คาแรกเตอร์โก๊ะๆ ดันเคมีเข้ากันเป๊ะกับ ดารา-นักร้องชาย สุดฮอตกลางรายการดัง จนเกิดปรากฏการณ์คู่จิ้นสนั่นเมือง แฟนคลับเชียร์หนักมาก งานคู่รุมจีบ อีเวนต์แน่นเอี๊ยด พากันโกยเงินเข้ากระเป๋าแบบฉ่ำๆ แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังมีเรื่องพีค

เจนจินดาแฉต่อว่า เรื่องมาแดงตอนที่ นางพญาเด็กแว้น ดันอินจริง ชอบจริง เลยลองเปิดใจคุยกับฝ่ายชาย แต่กลับเจอคำตอบสุดช็อกว่า พี่มีแฟนแล้ว! (แต่ไม่เคยเปิดตัวนะจ๊ะ) ที่น่าสงสัยคือ ตอนทำงานคู่กลับขอแยกห้องแต่งตัว แยกทางขึ้นเวที แต่พออยู่หน้ากล้องเท่านั้นแหละ หวานฉ่ำ จิ้นกระจาย

เมื่อ นางพญาฯ รู้ความจริง ด้วยความเป็นคนตรงๆ เลยขอยุติความสัมพันธ์จิ้นลวงโลก เพราะไม่อยากหลอกแฟนคลับ แต่ฝ่ายชายกลับไม่ยอม! อ้อนวอนขอให้จิ้นต่อ อ้างเหตุผลว่า กำลังขาขึ้น วินวินทั้งคู่ จะหยุดทำไม? ต้องการแค่กระแสและผลประโยชน์ทางธุรกิจล้วน ๆ ทำเอาฝ่ายหญิงและเพื่อนๆ ที่รู้เรื่องถึงกับอึ้งในทัศนคติ

สุดท้ายเมื่อ นางพญาเด็กแว้น ยืนกรานไม่เล่นด้วย และหันไปเปิดใจคบกับ เจ้าพ่อเด็กแว้น ที่ตามจีบอย่างเปิดเผย ดารา-นักร้องชาย คนนั้นก็ออกสื่อ พูดจาหล่อ ๆ ทำนองว่า ผมคงไม่ดีพอ เขาเลยไม่เลือกผม โยนความผิดให้ฝ่ายหญิงเต็ม ๆ ผลคือ ทัวร์จากแฟนคลับฝ่ายชายแห่ไปลงที่ นางพญาเด็กแว้น อย่างหนัก ทั้งที่เธอเป็นฝ่ายถูกปิดบังและขอจบเรื่องหลอกลวงนี้เอง!

เจนจินดา ทิ้งท้ายชวนคิดว่า พฤติกรรมของดาราชายคนนั้นคือการเล่นกับความรู้สึกผู้หญิงหรือไม่? และถ้าวันนั้นนางพญาเด็กแว้น ยอมเล่นตามเกม อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป? แซ่บเบอร์นี้ ชาวเน็ตชี้เป้ากันใหญ่แล้ว

https://www.tiktok.com/embed/v2/7492286965245578503?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fentertain%2F877307Watch on TikTok

แซ่บซี๊ดทุกช็อต! ‘แพท ณปภา’ฟาดบิกินี่ตัวจิ๋วอวดหุ่นเป๊ะสุดเซ็กซี่

แซ่บซี๊ดทุกช็อต! 'แพท ณปภา'ฟาดบิกินี่ตัวจิ๋วอวดหุ่นเป๊ะสุดเซ็กซี่

แซ่บซี๊ดทุกช็อต! ‘แพท ณปภา’ฟาดบิกินี่ตัวจิ๋วอวดหุ่นเป๊ะสุดเซ็กซี่

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.46 น.

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงสาวที่หุ่นแซ่บเซี๊ยะสุดๆ สำหรับ “แพท ณปภา ตันตระกูล” ถึงแม้ว่าจะเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งแล้ว แต่หุ่นก็ยังเป๊ะ จนหลายๆ คนแอบอิจฉาเลยทีเดียว โดยล่าสุด สาวแพท ก็ได้ไปเที่ยวพักผ่อนชิวๆ แถมยังได้เผยภาพความเซ็กซี่ในชุดบิกินีสีแดงตัวจิ๋ว พร้อมโชว์หุ่นเซี๊ยะ พร้อมโพสท่าฮอตสู้กล้อง งานนี้ทำเอาเพื่อนๆ แฟนๆ ต่างเห็นภาพแห่เข้ามาส่งอีโมจิไฟลุกให้เต็มไอจีเลยทีเดียว

เคลื่อนไหวแล้ว! ‘ณิชา’โพสต์ภาพล่าสุด หลังมีข่าวลือ’โตโน่ ภาคิน’

เคลื่อนไหวแล้ว! 'ณิชา'โพสต์ภาพล่าสุด หลังมีข่าวลือ'โตโน่ ภาคิน'

เคลื่อนไหวแล้ว! ‘ณิชา’โพสต์ภาพล่าสุด หลังมีข่าวลือ’โตโน่ ภาคิน’

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.47 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่ารับช่วงเทศกาลสงกรานต์ หลังผู้จัดการของ “โตโน่ ภาคิน” ออกมาเปิดเผยเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง โตโน่ และผู้ช่วยผู้จัดการสาว ที่มีความสนิทสนมกัน จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่อนในโลกออนไลน์ เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2568

ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 เม.ย.68 เป็นวันคล้ายวันเกิดของดาราสาว “ณิชา ณัฏฐณิชา” ซึ่งเจ้าตัวจะอายุครบ 29 ปีเต็ม โดยคุณแม่ของณิชา รวมไปถึงเพื่อนพี่น้องและแฟนๆ ต่างก็เข้ามาอวยพรวันเกิดให้กับณิชา พร้อมกับส่งกำลังใจให้ณิชากันรัวๆ

ซึ่งในช่วงค่ำวันเดียวกัน  ณิชา ก็ได้โพสต์รูปภาพผ่านทางไอจีสตอรี่ของตัวเอง เป็นรูปท้องฟ้าที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน มีแสงสีส้มผสมกับสีฟ้า เป็นสีที่สวยงาม พร้อมกับเขียนข้อความสั้นๆ เอาไว้ว่า “วันนี้ท้องฟ้าสวย” และอีโมจิหัวใจสีขาว

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ผนึก ไปรษณีย์ไทย เปิดตัว’Post Truck Bucket Set’

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ผนึก ไปรษณีย์ไทย เปิดตัว'Post Truck Bucket Set'

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ผนึก ไปรษณีย์ไทย เปิดตัว’Post Truck Bucket Set’

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.00 น.

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ผนึกความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ ไปรษณีย์ไทย เชื่อมโยงโลกโลจิสติกส์และเอ็นเตอร์เทนเมนท์ไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ผ่านการเปิดตัว “Post Truck Bucket Set” บัคเก็ตเซ็ทป๊อปคอร์น   ที่มาพร้อม “โมเดลรถส่งของไปรษณีย์ไทย” สัญลักษณ์ที่คุ้นตาของคนไทย ถือเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ที่นำเอกลักษณ์ของไปรษณีย์ไทยมาถ่ายทอดในรูปแบบที่ร่วมสมัย ส่งมอบประสบการณ์แปลกใหม่สู่กลุ่มผู้ชมภาพยนตร์ที่มาใช้บริการที่ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป โดยได้จัดทำในรูปแบบคอลเลคชั่นพิเศษออกแบบเฉพาะสำหรับแคมเปญนี้เท่านั้น ในจำนวนจำกัดเพียง 5,000 ระหว่างวันที่ 15 เมษายน – 15 พฤษภาคม 2568 ที่    โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป 75 สาขาที่ร่วมรายการ และ ที่ POST Café ไปรษณีย์ไทย พื้นที่ไลฟ์สไตล์ทันสมัยที่ผสมผสานบริการไปรษณีย์ครบวงจรเข้ากับคาเฟ่ที่ให้ลูกค้านั่งทำงาน พักผ่อน พร้อมใช้บริการส่งพัสดุได้ในที่เดียว

นายนรุตม์ เจียรสนอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นมิติใหม่ของการสร้างประสบการณ์ร่วมกันระหว่าง เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป กับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรที่คนไทยคุ้นเคยและเข้าถึงทุกชุมชนทั่วประเทศ ผ่านการนำเสนอ “Post Truck Bucket Set” ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยโมเดลรูปรถขนส่งไปรษณีย์ นับเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่ช่วยนำเสนอไปรษณีย์ไทยในมุมมองที่สดใหม่ทันสมัยและเข้าถึงกลุ่มคน  รุ่นใหม่ โดยโมเดลรถไปรษณีย์นี้ได้รับการออกแบบและดีไซน์ให้เป็นคอลเลคชั่นพิเศษที่สื่อถึงความเป็นไทยและเอกลักษณ์ของไปรษณีย์ไทยได้อย่างชัดเจน นับเป็นโอกาสดีที่ทั้งสององค์กรจะได้สื่อสารไปยังฐานลูกค้าที่กว้างขึ้นผู้ที่สนใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญ “Post Truck Bucket Set” โดยรับชุดสะสมพิเศษนี้  ในราคา 350 บาท ประกอบด้วย ป๊อปคอร์น ซิปล็อค ขนาด 85 ออนซ์ 1 ถุง และ น้ำอัดลม ขนาด 32 ออนซ์ 1 แก้ว มาพร้อมโมเดลรูปรถขนส่งไปรษณีย์ ที่ จุดจำหน่ายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่ม โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป 75 สาขาที่ร่วมรายการ อาทิ พารากอน ซีนีเพล็กซ์, เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์, เมกา ซีนีเพล็กซ์, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สาขาสุขุมวิท, รัชโยธิน, รังสิต เป็นต้น และ ที่ POST Café ไปรษณีย์ไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์ที่ออกแบบตกแต่งทันสมัย มีเมนูอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.majorcineplex.com/promotion                                                                                       

ด้าน ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การสื่อสารไปรษณีย์ไทยในรูปแบบใหม่ที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และขยายฐานผู้ชื่นชอบแบรนด์ไปสู่กลุ่มที่หลากหลายมากขึ้น ผ่านช่องทางโฆษณาประชาสัมพันธ์ของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป โดยเราเลือกใช้สัญลักษณ์รถขนส่งไปรษณีย์ที่คนไทยคุ้นเคยและพบเห็นได้ทั่วประเทศ มาออกแบบเป็นโมเดลสะสมที่มีเอกลักษณ์ สะท้อนภาพลักษณ์การให้บริการที่ครอบคลุมและเข้าถึงทุกพื้นที่ของไปรษณีย์ไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นการนำเสนอมุมมองใหม่แล้ว ยังเป็นการสื่อสารภาพลักษณ์ที่ทันสมัยของไปรษณีย์ไทยในปัจจุบันที่ไม่เพียงแต่ให้บริการส่งพัสดุเท่านั้น แต่ยังมีธุรกิจที่หลากหลายรวมถึง POST Café ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อีกด้วยสำหรับที่ POST Café ไปรษณีย์ไทย ยังมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าสมาชิก POST Café โดยสามารถ ใช้คะแนน 60 คะแนน แลกรับ โมเดลรูปรถขนส่งไปรษณีย์ 1 คัน ฟรีทันที เพื่อขอบคุณสมาชิกที่ให้การสนับสนุน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญสร้างสรรค์จากไปรษณีย์ไทยได้ที่ POST Cafe’ คาเฟ่ไปรษณีย์ไทย ตั้งอยู่ที่อยู่ข้างไปรษณีย์ไทย สาขาสามเสนใน  

‘ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล’ จับมือ ‘ช่อง 7 HD’ นำ ‘เชลล์ดอน’ กลับมาลงจอ…ต้อนรับปิดเทอม

‘ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล’ จับมือ ‘ช่อง 7 HD’  นำ ‘เชลล์ดอน’ กลับมาลงจอ...ต้อนรับปิดเทอม

‘ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล’ จับมือ ‘ช่อง 7 HD’ นำ ‘เชลล์ดอน’ กลับมาลงจอ…ต้อนรับปิดเทอม

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล” จับมือกับ “ช่อง 7 HD” นำ “เชลล์ดอน ทรี ดี แอนิเมชัน ทีวีซีรี่ส” (Shelldon 3D Animated TV Series) เชลล์ดอนและผองเพื่อน แอนิเมชันสัญชาติไทยที่ได้รับการเผยแพร่ไปกว่า 180 ประเทศทั่วโลก และถูกแปลไปกว่า 35 ภาษา ซึ่งให้กำเนิดโดย ดร.ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์ (ดร.แตน) ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์ฮัท เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด ในเครือบริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด  กลับมาลงจอเอาใจเด็กๆ ในช่วงปิดเทอมนี้ โดยน้องๆ หนูๆ จะได้ร่วมผจญภัยไปในโลกใต้ท้องทะเล ได้ทุกวันอาทิตย์ 7 โมงเช้า เริ่มดีเดย์ตอนแรก 13 เมษายนนี้

โดยเริ่มออกอากาศวันแรกในตอน “เปลือกหาย” เป็นเรื่องราวที่วันหนึ่งเมื่อเฮอร์แมนเพื่อนรักของเชลล์ดอน แซวเรื่องเปลือกของเขาว่าไม่ทันสมัยจนเชลล์ดอนขาดความมั่นใจ เขาจึงลองเปลี่ยนตามเพื่อน โดยเอาเปลือกของตัวเองแลกมาเป็นนาฬิกาปลุก เพราะมันทั้งทันสมัย มีเสียงและเรืองแสง แต่เจ้านาฬิกามันทั้งหนักและใหญ่เกินไป มันจึงหลุดออกจากตัวเขา สุดท้ายเชลล์ดอนก็รู้ว่าเปลือกที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดนั้นเหมาะสมที่สุดแล้ว แต่เขาจะทํายังไงต่อไป เมื่อเปลือกเก่าที่ใช้แลกกับนาฬิกาปลุก มันถูกขายไปแล้ว เฮอร์แมนและคอนนี่ เพื่อนรักทั้ง 2 จึงต้องช่วยเชลล์ดอนตามหาเปลือกของเขากลับคืนมา

“เชลล์ดอน ทรี ดี แอนิเมชัน ทีวีซีรี่ส” (Shelldon 3D Animated TV Series) เป็นชุดการ์ตูนแอนิเมชันที่มีความสวยงาม และมอบความสนุกสนานบันเทิง พร้อมให้สาระความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ท้องทะเล โดยเฉพาะเกร็ดความรู้ในการลดโลกร้อน โดยเรื่องราวจะผสมผสานกีฬา ดนตรี มิตรภาพ และการผจญภัยของเจ้าหอยพระอาทิตย์หนุ่มน้อยที่ชื่อเชลล์ดอน (Shelldon) ที่ต้องเผชิญกับปัญหาในชีวิตประจำวันไปพร้อมๆ กับเพื่อนสนิท คือเฮอร์แมน (Herman) และคอนนี่ (Connie) ที่พวกเขาทั้ง 3 ต้องเขาไปเกี่ยวพันในเหตุการณ์ที่จะนำไปสู่การผจญภัยอันน่าตื่นเต้น ในชุมชนแนวปะการังที่มีชื่อวาเชลล์แลนด์ ที่ตั้งอยู่แนวน้ำตื้นนอกเกาะอันดามัน

สำหรับ “เชลล์ดอน” นั้น นอกจากจะเป็นการ์ตูนเรื่องแรกของโลก ที่มี “หอย” เป็นตัวละครนำ ยังเป็นแอนิเมชั่นทีวีซีรีส์สามมิติ สัญชาติไทยเรื่องแรก และเรื่องเดียวที่ได้รับการแพร่ภาพออกอากาศทางช่อง NBC ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ยังได้เผยแพร่ไปกว่า 180 ประเทศทั่วโลก ถูกแปลไปกว่า 35 ภาษา แล้วเชลล์ดอนยังได้รับเกียรติจาก UN Global Compact Network Thailand (UNGCT) ให้เป็นทูตด้านสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุน UN Sustainable Development Goal (SDG) และได้ถูกนำไปบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนด้านสิ่งแวดล้อมแบบออนไลน์ ให้คนทุกเพศ ทุกวัย ได้เรียนกันฟรี! ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Chula MOOC (Massive Open Online Course) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีกด้วย ติดตามชม “เชลล์ดอน ทรี ดี แอนิเมชัน ทีวีซีรี่ส” ได้ทุกวันอาทิตย์ 7 โมงเช้า ทางช่อง 7HD

เชลล์ดอนช่องภาษาไทยได้ทาง https://www.youtube.com/@ShelldonThailand  และเชลล์ดอนช่องภาษาอังกฤษได้ทาง https://www.youtube.com/@ShelldonEnglish