วิน เมธวิน ติด 1 ใน 10 ผู้ถือหุ้นใหญ่ช่องดัง มูลค่า 14 ล้านหุ้น 33 ล้านบาท

วิน เมธวิน ติด 1 ใน 10 ผู้ถือหุ้นใหญ่ช่องดัง มูลค่า 14 ล้านหุ้น 33 ล้านบาท

11 เม.ย. 2568 12:11 น.

วิน เมธวิน ติด 1 ใน 10 ผู้ถือหุ้นใหญ่ช่องดัง มูลค่า 14 ล้านหุ้น 33 ล้านบาท

ทำเอาแฟนๆ ฮือฮาไม่น้อย หลังจากที่มีการรายงานว่า พระเอกหนุ่มคนดัง วิน เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร ที่เป็นอีกคนที่ประสบความสำเร็จในวงการบันเทิงจนชื่อติดลมบนเป็นนักแสดงแถวหน้าของวงการบันเทิงไทย และดังไกลไปถึงต่างประเทศ

และนอกจากหนุ่มวินจะทำงานในวงการบันเทิง และมีธุรกิจของตัวเองแล้ว ล่าสุดเจ้าตัวผันมาเป็นนักลงทุน โดยวินได้ถือหุ้น บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ONEE หรือที่คุ้นเคยกันว่าคือช่องวัน 31 

โดยในรายงานดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า วิน เมธวิน นั้นถือหุ้นราวๆ 0.59% นับเป็น 1 ใน 10 ผู้ถือหุ้นใหญ่ อยู่ที่จำนวน 14 ล้านหุ้น หรือราวๆ 33 ล้านบาท (อ้างอิงราคาหุ้น ณ วันที่ 10 เม.ย. 2568) งานนี้ทำแฟนๆ กรี๊ดหนักมาก เรียกว่าผู้ชายคนนี้ครบสูตรแบบฉบับหนุ่มในฝันของสาวๆ เลยทีเดียว

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

วิน เมธวิน ติด 1 ใน 10 ผู้ถือหุ้นใหญ่ช่องดัง มูลค่า 14 ล้านหุ้น 33 ล้านบาท
วิน เมธวิน ติด 1 ใน 10 ผู้ถือหุ้นใหญ่ช่องดัง มูลค่า 14 ล้านหุ้น 33 ล้านบาท
วิน เมธวิน ติด 1 ใน 10 ผู้ถือหุ้นใหญ่ช่องดัง มูลค่า 14 ล้านหุ้น 33 ล้านบาท

ต้าห์อู๋ พิทยา ตอบชัดเจนหลังถูกถามเรื่องรสนิยมทางเพศ โซเชียลชมความคิดดีมาก

ต้าห์อู๋ พิทยา ตอบชัดเจนหลังถูกถามเรื่องรสนิยมทางเพศ โซเชียลชมความคิดดีมาก

11 เม.ย. 2568 11:31 น.

ต้าห์อู๋ พิทยา ตอบชัดเจนหลังถูกถามเรื่องรสนิยมทางเพศ โซเชียลชมความคิดดีมาก

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ทำให้นักร้องหนุ่มชื่อดัง ต้าห์อู๋ พิทยา อยู่เฉยไม่ได้ ต้องออกมาปกป้องตัวเอง ด้วยการโต้กลับหลังมีคนออกมาโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นในโซเชียล X พร้อมตั้งข้อสงสัยถึงรสนิยมทางเพศของต้าห์อู๋ โดยตั้งคำถามว่า รสนิยมของต้าห์อู๋ ถ้าเป็นแบบนี้แล้วจะมีปัญหาอะไรหรือไม่? ซึ่งก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้กันไม่น้อย 

เพราะเหตุนี้ จึงทำให้ ต้าห์อู๋ ได้ออกมาทวิตถึงประเด็นนี้แบบแซ่บๆ เอาไว้ว่า “คนที่ใช่อะไรก็ได้ มีอะไรเสียหาย” และนอกจากนี้ เจ้าตัวยังทวีตข้อความต่ออีกว่า

“ใช่ มันไม่เสียหายเลย แต่บางคนรสนิยมทางเพศกับภาพที่แสดงออกข้างนอกเขาไม่ได้มีความต้องการให้ใครมาจัส เรื่องรสนิยมทางเพศเรื่องบนเตียงมันเป็นเรื่องส่วนตัว และเขามีสิทธิ์เลือก และเพราะเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ต้องไปรู้ดีกว่าตัวเขาเอง เพราะเราไม่ใช่คนที่จะไปมีเพศสัมพันธ์กับเขาเนาะ” 

ต้าห์อู๋ พิทยา ตอบชัดเจนหลังถูกถามเรื่องรสนิยมทางเพศ โซเชียลชมความคิดดีมาก

หลังจากที่ ต้าห์อู๋ทวีตข้อความตอบกลับไป ก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์ชื่มชมมากมาย อาทิ “เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ เรื่องบนเตียงเป็นรสนิยมส่วนตัวของเรากับคนรัก/คู่นอน ส่วนคนอื่นๆ จะอยากรู้กันไปทำไม ใครรับบทไหน เพื่อ?? เธอก็ไม่ได้จะมามีอะไรกับเราป่ะ?? ชอบถามกันจัง เบื่อมากคนพันธุ์นั้น!!, สุดยอด ถูกต้องมากเลยค่ะ รสนิยม ความชอบ เป็นสิ่งเฉพาะบุคคล ไม่ต้องไปคิดแทนกันเนาะ หันไปสนใจในเรื่องของตัวเองดีกว่า, ถูกที่สุด!!! เพราะมันเป็น “เรื่องส่วนตัว”คนอื่นไม่ควรเข้าไปยุ่งตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิง” เพิ่มเติม

ต้าห์อู๋ พิทยา ตอบชัดเจนหลังถูกถามเรื่องรสนิยมทางเพศ โซเชียลชมความคิดดีมาก
ต้าห์อู๋ พิทยา ตอบชัดเจนหลังถูกถามเรื่องรสนิยมทางเพศ โซเชียลชมความคิดดีมาก
ต้าห์อู๋ พิทยา ตอบชัดเจนหลังถูกถามเรื่องรสนิยมทางเพศ โซเชียลชมความคิดดีมาก
ต้าห์อู๋ พิทยา ตอบชัดเจนหลังถูกถามเรื่องรสนิยมทางเพศ โซเชียลชมความคิดดีมาก
ต้าห์อู๋ พิทยา ตอบชัดเจนหลังถูกถามเรื่องรสนิยมทางเพศ โซเชียลชมความคิดดีมาก
ต้าห์อู๋ พิทยา ตอบชัดเจนหลังถูกถามเรื่องรสนิยมทางเพศ โซเชียลชมความคิดดีมาก

สไปร์ท SPD ขอโทษสังคม ไม่กล้าใช้เงินจากคลิปดราม่า เปิดรายได้ให้ดูชัดๆ ได้เท่าไหร่

สไปร์ท SPD ขอโทษสังคม ไม่กล้าใช้เงินจากคลิปดราม่า เปิดรายได้ให้ดูชัดๆ ได้เท่าไหร่

10 เม.ย. 2568 19:08 น.

สไปร์ท SPD ขอโทษสังคม ไม่กล้าใช้เงินจากคลิปดราม่า เปิดรายได้ให้ดูชัดๆ ได้เท่าไหร่

ไม่ว่าทำอะไรก็ยังอยู่ในสายตาของคนในโซเชียลอยู่บ่อยๆ สำหรับยูทูบเบอร์ชื่อดังอย่าง สไปร์ท SPD หรือ สไปร์ท เนติเจน เนติรัตนไพบูลย์ ที่มักจะทำคอนเทนต์โชว์ไลฟ์สไตล์ต่างๆ และมักจะมีเด็กๆ ติดตามกันจำนวนมาก โดยก่อนหน้านี้ สไปร์ท เจอดราม่าจนทัวร์ลงอยู่บ่อยครั้ง ตั้งแต่ทำคอนเทนต์ที่เอารถหรูลงไปวิ่งในชายหาด แต่ปรากฏว่า รถติดหาดทราย ทำเอาชาวบ้านและนักท่องเที่ยวแถวนั้นเดือดร้อน ต้องมาช่วยก่อนที่น้ำทะเลจะสูงขึ้น

สไปร์ท SPD ขอโทษสังคม ไม่กล้าใช้เงินจากคลิปดราม่า เปิดรายได้ให้ดูชัดๆ ได้เท่าไหร่

รวมถึงคอนเทนต์ที่สอนวิธีป้องกันตัวฉบับคนในเรือนจำ แนะนำสิ่งของที่สามารถเอามาเป็นอาวุธได้ อีกทั้งยังสอนวิธีใช้อุปกรณ์และสาธิตท่าทางอย่างจริงจังอีกด้วย จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงขั้นที่ผู้ปกครองหลายคนต่างบล็อกช่อง เพื่อไม่ให้ลูกหลานได้ติดตาม

ล่าสุด สไปร์ท ได้กล่าวขอโทษสำหรับดราม่าที่ผ่านมา ทางช่องยูทูบของตัวเอง พร้อมเปิดรายได้จากคลิปดัง ที่ได้ยอดวิวกว่า 3.7 ล้าน และได้เงิน 1.5 แสนบาท ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าไม่กล้าใช้เงินก้อนนั้นเลย แต่จะเอาไปบริจาคช่วยเหลือน้องๆ ที่อยู่ในโรงเรียนที่ยากลำบากแทน สไปร์ท ได้พูดว่า

“ผมขอโทษทุกคนสำหรับดราม่าที่ผ่านมา ที่ผมนำเสนอคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชน ผมจะเปิดให้ดูว่าผมได้รายได้จากคลิปนี้เท่าไหร่ อันนี้คือยอดวิว 3.7M รายได้ 155,539 บาท เงินก้อนนี้ผมก็ไม่กล้าใช้มัน ผมจะเอาไปบริจาคให้น้องๆ ที่อยู่โรงเรียนที่ยากลำบาก และความเจริญเข้าไม่ถึงนะ ผมไม่อยากให้มองว่าคลิปนี้ ผมมาแจก ผมมาให้ ผมมาช่วยเหลือน้องๆ นะ แต่ผมอยากให้มองว่ามันคือการเดินทางของชีวิตผม การได้พบปะผู้คนและสิ่งใหม่ๆ ในระหว่างทางแค่นั้นเอง

นี่คือการเดินทางของผมและเพื่อนๆ ที่เราได้ร่วมผจญภัยไปในที่ต่างๆ การเดินทางทำให้ผมได้พบเจอประสบการณ์ที่หลากหลาย พบปะกันมากมาย เราอาจจะพบเจอเส้นทางที่แสนลำบาก มีสุขสบายหรือเศร้า แต่สิ่งที่ผมเจอระหว่างทางล้วนเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผมได้เติบโตขึ้น ผมอาจจะผิดพลาดในระหว่างการเดินทางของผมบ้าง ผมก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ

สไปร์ท SPD ขอโทษสังคม ไม่กล้าใช้เงินจากคลิปดราม่า เปิดรายได้ให้ดูชัดๆ ได้เท่าไหร่
สไปร์ท SPD ขอโทษสังคม ไม่กล้าใช้เงินจากคลิปดราม่า เปิดรายได้ให้ดูชัดๆ ได้เท่าไหร่

แต่การเดินทางของผม SPD มันจะไม่จบแค่เพียงเท่านี้ ผมจะพยายามพัฒนาและมุ่งหน้าเดินต่อไปเรื่อยๆ ออกผจญภัยไปที่ต่างๆ จนกว่าจะถึงความฝัน และผมขอบคุณคนที่ยังร่วมเดินทางไปด้วยกัน ผมสัญญาว่าผมจะส่งมอบการให้ต่อไป รายได้ส่วนหนึ่งจากการทำงานของผม จะถูกนำไปมอบโอกาสและความสุขในที่ต่างๆ เท่าที่ผมจะสามารถทำให้ได้”

สไปร์ท SPD ขอโทษสังคม ไม่กล้าใช้เงินจากคลิปดราม่า เปิดรายได้ให้ดูชัดๆ ได้เท่าไหร่
สไปร์ท SPD ขอโทษสังคม ไม่กล้าใช้เงินจากคลิปดราม่า เปิดรายได้ให้ดูชัดๆ ได้เท่าไหร่

เผยบริษัทรับเหมาก่อสร้างของลูกชาย “มิน อ่องหล่าย” คว้างานใหญ่ฟื้นฟูกรุงเนปิดอว์

เผยบริษัทรับเหมาก่อสร้างของลูกชาย "มิน อ่องหล่าย" คว้างานใหญ่ฟื้นฟูกรุงเนปิดอว์

12 เม.ย. 2568 09:57 น.

เผยบริษัทรับเหมาก่อสร้างของลูกชาย “มิน อ่องหล่าย” คว้างานใหญ่ฟื้นฟูกรุงเนปิดอว์

เผยบริษัทรับเหมาก่อสร้างของ “ออง เพียะ โซน” บุตรชายของ พล.อ.อาวุโส มิน ออง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารพม่า กำลังจะเข้ารับงานใหญ่ในการฟื้นฟูเมืองหลวงเนปิดอว์ ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุแผ่นดินไหว

วันที่ 12 เมษายน 2568 เว็บไซต์ข่าว The Irrawaddy รายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในว่า บริษัทรับเหมาก่อสร้าง Sky One Construction Co. Ltd ที่มีเจ้าของคือ นายอ่อง เพียะ โซน บุตรชายของพล.อ.อาวุโส มิน อ่องหล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารพม่า กำลังจะเข้ารับงานใหญ่ในโครงการฟื้นฟูอาคารและถนนในกรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงของพม่าที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตทั่วประเทศทะยานเกิน 3,600 ศพแล้ว

โดยกรุงเนปิดอว์ ได้รับความเสียหายหนักรองจากเมืองมัณฑะเลย์ สถานที่สำคัญอย่างทำเนียบประธานาธิบดี อาคารรัฐสภา กองบัญชาการทหาร และบ้านพักเจ้าหน้าที่รัฐ พังยับเกือบทั้งหมด ซึ่งแหล่งข่าวเผยว่า หลังจากพลเอกอาวุโสมิน ออง หล่าย ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายด้วยตัวเอง เขาสั่งให้บริษัทก่อสร้างที่เคยสร้างเนปิดอว์ตั้งแต่ช่วงปี 2002 เข้ามารับผิดชอบการฟื้นฟูซ่อมแซมทั้งหมด พร้อมแสดงความไม่พอใจต่อคุณภาพของโครงการเดิม โดยเฉพาะอาคารรัฐสภาที่พังพินาศ

ตามข้อมูลระบุว่าริษัทก่อสร้างที่เคยสร้างกรุงเนปิดอว์ ในเฟสแรก ได้แก่บริษัท Htoo Group นอกจากนี้ยังมี บริษัท Eden Group ตลอดจน Asia World บริษัท Max Myanmar และ ACE Group ขณะนี้กำลังแย่งชิงส่วนแบ่งงานซ่อมแซมกันอย่างคึกคัก และหนึ่งในบริษัทที่ถูกจับตาคือ Sky One Construction  ของนายอ่อง เพียะ โซน ที่เขานั่งตำแหน่งผู้อำนวยการบริษัท

ก่อนหน้านี้ Sky One Construction เคยถูกรัฐบาลอังกฤษคว่ำบาตรตั้งแต่ปี 2022 และมีประวัติเคยได้งานสร้างโรงพยาบาลทหารแห่งใหม่ในย่างกุ้ง รวมถึงศูนย์สื่อของสถานีโทรทัศน์ทหาร Myawaddy TV และโรงพยาบาลเอกชน Moe Kaung ซึ่งเป็นของครอบครัวมิน อองหล่าย

นอกจากนีั แหล่งข่าวในแวดวงพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เผยว่า ตอนนี้มีการพูดถึงอย่างมากเกี่ยวกับโครงการ “เนปิดอว์ มาร์ค 2” ซึ่งเป็นแผนพัฒนาเมืองหลวงฉบับใหม่ แต่ยังไม่มีรายละเอียดแน่ชัดว่ารัฐบาลทหารจะใช้เงินทุนจากที่ใด เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจของพม่ายังย่ำแย่ และขาดสกุลเงินต่างประเทศอย่างหนักนับตั้งแต่รัฐประหารในปี 2021

ขณะที่ความช่วยเหลือจากต่างประเทศหลังแผ่นดินไหว เริ่มหลั่งไหลเข้าไปแล้ว ล่าสุดรัฐบาลจีนประกาศมอบเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 1,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 136.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผ่านหน่วยงาน CIDCA หรือ China Aid นอกจากนี้ยังเคยมอบเงินฉุกเฉิน 100 ล้านหยวนในทันทีหลังเกิดเหตุ.

สังคายนาระบบเตือนภัย เซลล์บอร์ดแคสต์ต้องมี!

สังคายนาระบบเตือนภัย เซลล์บอร์ดแคสต์ต้องมี!

12 เม.ย. 2568 06:30 น.

สังคายนาระบบเตือนภัย เซลล์บอร์ดแคสต์ต้องมี!

นับวันการเกิดแผ่นดินไหว “ในประเทศเมียนมา” จะมีแนวโน้มรุนแรงเกิดถี่มากขึ้นในช่วงหลายปีมานี้ แรงสั่นสะเทือนยังแผ่ลงมาถึงพื้นที่ประเทศไทยหลายครั้ง ก่อเกิดผลกระทบต่ออาคาร และโครงสร้างที่ไม่แข็งแรงได้รับความเสียหายจนสร้างความกังวลให้ผู้ที่อยู่บนอาคารสูงมาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนหนึ่งมาจาก “การขาดความพร้อมในการรับมือ” โดยเฉพาะระบบการแจ้งเตือนภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพจะสามารถให้ข้อมูลล่วงหน้าแก่ประชาชนและหน่วยงานในการรับมือแผ่นดินไหวอย่างกรณีใกล้เมือง มัณฑะเลย์ขนาด 8.2 มาตราริกเตอร์ (รายงานกรมอุตุนิยมวิทยา) หรือขนาด 7.7 มาตราโมเมนต์ (ตามรายงานของ USGS)

เรื่องนี้กลายเป็นบทเรียนราคาแพงสะท้อนให้เห็น “ระบบแจ้งเตือนภัยล้มเหลว” เพราะการให้ข้อมูลที่ถูกต้องในระหว่างเกิดแผ่นดินไหวนั้นจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชนช่วยลดความตื่นตระหนกจนปฏิบัติตัวได้อย่างเหมาะสม รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต บอกว่า

จริงๆแล้วสำหรับ “กรณีการเกิดแผ่นดินไหว” มีหลักการวัดขนาดในรายงานข้อมูล 2 แบบ คือ “มาตราวัดแบบริกเตอร์ (Richter scale)” อันเป็นรูปแบบวิธีเก่าที่เน้นวัดความสูงคลื่นของแผ่นดินไหวที่สถานีวัดใกล้จุดศูนย์กลาง “หากอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางตัวเลขอาจดูสูง” สำหรับวิธีนี้ถูกใช้มาตั้งแต่ ค.ศ.1935

สังคายนาระบบเตือนภัย เซลล์บอร์ดแคสต์ต้องมี!

โดยเรียกชื่อตามคนค้นพบคือ “ชาลส์ ฟรานซิส ริกเตอร์ (Charles Francis Richter) ชาวสหรัฐอเมริกา” เป็นผู้กำหนดตัวเลขบอกปริมาณพลังงานถูกปลดปล่อยมาแล้วใช้เครื่องมือตรวจจับคลื่นแผ่นดินไหวนำมาแปรออกมาเป็นค่ามาตราริกเตอร์เหมาะสมสำหรับแผ่นดินไหวขนาดเล็กถึงขนาดกลาง 3-5 ริกเตอร์

สมัยก่อนประเทศไทยมักใช้มาตราริกเตอร์เป็นหลัก “แต่ด้วยมีจุดอ่อนใช้วัดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ไม่ได้” แล้วก็ผิดพลาดบ่อยในการรายงานแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ทำให้มีผู้พัฒนามาตราวัดขนาดแผ่นดินไหวอื่นขึ้นมาคือ “โมเมนต์แมกนิจูด (Moment Magnitude, Mw)” ใช้ได้ทุกขนาดแผ่นดินไหวตั้งแต่เล็กจนขนาดใหญ่ระดับโลก

เนื่องจากใช้วิธี “การวัดพลังงานทั้งหมดที่ถูกปลดปล่อยออกมา” แล้วคำนวณจากขนาดของรอยเลื่อน (Fault Slip) ความแข็งของหิน ระยะที่เปลือกโลกเคลื่อนที่ “แม่นยำกว่ามาตราริกเตอร์” จนปัจจุบันนักธรณีวิทยาทั่วโลกส่วนใหญ่เลิกใช้ริกเตอร์แล้วหันมาใช้โมเมนต์แมกนิจูด (Mw) เป็นมาตรฐานการรายงานขนาดแผ่นดินไหวแทน

ทำให้มีข้อสงสัยว่า “ทำไมกรมอุตุนิยมวิทยายังใช้ค่ามาตราริกเตอร์วัดแผ่นดินไหวอยู่” จนกลายเป็นประเทศเดียวที่ยังคงใช้ค่าวัดนี้ก่อเกิดความสับสนให้กับคนไทย และชาวต่างชาติมากพอสมควรในขณะนี้

ถัดมาหากดูไทม์ไลน์ “เหตุแผ่นดินไหวที่มัณฑะเลย์” ปรากฏพบแรงสั่นคลื่นมีความเร็วกว่าเสียง และน้อยกว่าแสงใช้เวลาประมาณ 7 นาที “ก่อนมาถึงกรุงเทพฯ” หากประเทศไทยมีระบบแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินทำงานได้เร็วก็จะสามารถแจ้งให้ผู้ทำงานในตึก สตง.ออกมา เพื่อจะช่วยลดความสูญเสียได้มากกว่านี้

สังคายนาระบบเตือนภัย เซลล์บอร์ดแคสต์ต้องมี!

แต่ว่าทันทีที่เกิดแผ่นดินไหวในเมียนมาเวลา 13.20 น. ตามเวลาประเทศไทย “มีการตรวจสอบคลิปวิดีโอหลายมุมช่วงอาคาร สตง.พังถล่มในเวลา 13.26–13.27 หรือ 7 นาที” แล้วกรมอุตุนิยมวิทยา ก็ได้ประกาศแจ้งศูนย์เตือนภัยแห่งชาติ (ศภช.) ผ่านเว็บไซต์ 13.36 น. อันเป็นเวลาตึกถล่มมีคนเสียชีวิตขึ้นแล้ว

ต่อมาในเวลา 13.44 น.กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) “มีการแจ้งเตือน SMS ในหน่วยงานตั้งแต่ผู้ว่าฯจังหวัด สนง.ปภ.จังหวัด และผู้บริหารทั้งหมด” แล้วในเวลา 14.30 น. ก็มีการแจ้งเตือน SMS ให้กับประชาชนทั่วไปผ่าน คกก.กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

พอมาดูเวลาการแจ้งเตือนประชาชนกลับล่าช้ามาจากจุดเริ่มต้น 13.36 น. “อันเป็นห้วงเวลาที่สำคัญอย่างมาก” ดังนั้นการทำงานแบบอนุกรมต่อกัน “ไม่เวิร์ก” เพราะทันทีที่เกิดเหตุทุกหน่วยควรต้องดำเนินงานตามภารกิจหน้าที่ตัวเอง โดยเฉพาะ กสทช.ต้องแจ้งเตือนภัยต่อประชาชนในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

สังคายนาระบบเตือนภัย เซลล์บอร์ดแคสต์ต้องมี!

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ “ระบบแจ้งเตือนด้วย SMS ทำได้คราวละ 200,000–300,000 หมายเลข/ชม.” สวนทางกับประชากรอาศัยอยู่พื้นที่กรุงเทพฯ 12 ล้านคน “จนแจ้งเตือนได้ไม่ทัน” เพราะข้อจำกัดระบบ SMS ต้องทราบเบอร์เป้าหมาย และการใช้เครือข่ายสูงมากในเวลานั้นกลายเป็นอุปสรรคต่อการกระจาย SMS ไม่ได้

“ถ้าไม่มีเบอร์โทรศัพท์ในมือจะส่งข้อความไม่ได้ต้องใช้เวลาอีก 1-2 ชั่วโมงในการทำงานจนเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้คนส่วนใหญ่ไม่ได้รับข้อความ บางคนได้รับช้า เกิดภาวะตระหนก ตกใจ ออกมาที่โล่งแจ้ง การจราจรติดขัดเช่นนี้ กสทช.จะรับผิดชอบอย่างไรเพราะนายกฯ ตำหนิเรื่องนี้มากและเหตุการณ์แบบนี้ต้องแก้ไข” รศ.ดร.เสรี ว่า

หากเทียบกับ “ประเทศญี่ปุ่น” ใช้ระบบ J-Alert เมื่อเกิดแผ่นดินไหวระดับรุนแรงเข้มข้นจะสามารถใช้เวลา 1 นาที “เตือนประชาชนให้พร้อมรับมือ” แล้วญี่ปุ่นยังให้ความรู้การป้องกันภัยพิบัติแก่ประชาชนมาตั้งแต่เด็ก

เพื่อสร้างความตระหนักรู้ตั้งแต่ฝึกซ้อมรับมืออยู่บ้าน ชุมชน โรงเรียน หน่วยงานรัฐ และบริษัทอย่างน้อย 1 ครั้ง/ปี เมื่อเกิดแผ่นดิน ไหว “คนญี่ปุ่น” จะรู้แนวการปฏิบัติตนไม่จำเป็นต้องอธิบายข้อความมาจากภาครัฐใดๆ

ดังนั้นเราคงต้องปรับปรุงระบบเตือนภัยล่วงหน้าให้มีประสิทธิภาพ “นายกรัฐมนตรี” ก็ได้สั่งการให้ปรับปรุงทำเป็นระบบเซลล์บอร์ดแคสต์ในการส่งข้อความแจ้งเตือนผู้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงให้ได้ในระดับวินาทีแล้ว โดยจะใช้ได้ในเดือน ก.ค.2568 เหตุนี้จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในการจัดทำระบบให้ออกมาใช้ได้จริง

สังคายนาระบบเตือนภัย เซลล์บอร์ดแคสต์ต้องมี!

เนื่องจาก “ระบบเซลล์บอร์ดแคสต์” ไม่จำเป็นต้องรู้เบอร์หากเกิดแผ่นดินไหวที่ใดสามารถตีกรอบผลกระทบใช้ระบบนี้ส่งข้อความเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือทุกคนได้พร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียว สิ่งนี้เป็นความสำคัญด้านเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้เตือนภัยพิบัติในเดือน ก.ค.นี้ตามที่ “นายกฯ” ประกาศต้องทำระบบให้เสร็จ

เพราะมีองคาพยพที่ทำเรื่องนี้หลายหน่วยงานเพียงแต่ปัจจุบัน “คุยกันถึงการลดขั้นตอนการขออนุญาตผู้บริหาร” เช่นนั้นในระหว่างนี้หากเกิดเหตุฉุกเฉินก็ให้ใช้ระบบการแจ้งผ่าน SMS โดยไม่ต้องผ่าน กสทช. รวมถึงใช้ช่องทางการแจ้งเตือนผ่านสถานีโทรทัศน์ วิทยุ และโซเชียลมีเดียไปก่อน

สุดท้ายนี้หากประเทศไทย “ไม่พัฒนาระบบเตือนภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ” ผลกรรมคงมาตกที่ประชาชนจะต้องเผชิญกับความวิตกกังวล และความไม่มั่นคงในชีวิตประจำวันแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ.

คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม

สลด เครื่องบินเล็กตกกลางถนนรัฐฟลอริดา ก่อนกระแทกรถเก๋งกระเด็นลงรางรถไฟ

สลด เครื่องบินเล็กตกกลางถนนรัฐฟลอริดา ก่อนกระแทกรถเก๋งกระเด็นลงรางรถไฟ

12 เม.ย. 2568 05:03 น.

สลด เครื่องบินเล็กตกกลางถนนรัฐฟลอริดา ก่อนกระแทกรถเก๋งกระเด็นลงรางรถไฟ

เครื่องบินโดยสารขนาดเล็กประสบเหตุตกบนถนนในรัฐฟลอริดา แล้วไปกระแทกรถยนต์คันหนึ่งตกลงรางรถไฟ จนเกิดไฟลุกท่วม มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บ 1 ราย

วันที่ 11 เมษายน 2568 เกิดเหตุเครื่องบินขนาดเล็ก Cessna 310R ตกใกล้ทางหลวงสายหลักในเมืองโบคา ราตอน รัฐฟลอริดา สหรัฐฯ จนเกิดระเบิดไฟลุกวาบกลางเมือง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพภายในเครื่องบิน และมีผู้บาดเจ็บบนพื้นดิน 1 ราย อาการไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต 

นายไมเคิล ลาซาล ผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยดับเพลิงโบคา ราตอน แถลงยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ พร้อมเผยว่าเครื่องบินตกอย่างแรง จนทำให้รถยนต์บนถนนถูกแรงชนกระเด็นตกไปบนรางรถไฟ

ด้านผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่าเขากำลังนั่งอยู่ในรถติดไฟแดงบนสะพานลอยใกล้จุดเกิดเหตุ ก่อนจะได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น และเห็นลูกไฟมหึมาพุ่งเข้ามาทางเขา โดยตอนแรกนึกว่าเป็นแท่นขุดเจาะน้ำมันระเบิด หรือไม่ก็อุบัติเหตุรถชนรุนแรง จากนั้นทุกคนบนท้องถนนเริ่มบีบแตรและพยายามขับรถหนีออกจากสะพาน เพราะเกรงว่าสะพานจะถล่มลงมา

สก็อต ซิงเกอร์ นายกเทศมนตรีเมืองโบคา ราตอน กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ทางด้าน สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) และคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติ (NTSB) อยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ โดย NTSB จะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการสืบสวน

“สี จิ้นผิง” เตรียมเยือนเวียดนาม มาเลเซีย กัมพูชา สัปดาห์หน้า

"สี จิ้นผิง" เตรียมเยือนเวียดนาม มาเลเซีย กัมพูชา สัปดาห์หน้า

11 เม.ย. 2568 22:16 น.

“สี จิ้นผิง” เตรียมเยือนเวียดนาม มาเลเซีย กัมพูชา สัปดาห์หน้า

จีนยืนยัน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เตรียมเยือน 3 ประเทศ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ เวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชา ในช่วงสัปดาห์หน้า เพื่อกระชับความสัมพันธ์ท่ามกลางแรงกดดันจากนโยบายขึ้นภาษีของสหรัฐฯ

วันที่ 11 เมษายน 2568 กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ระบุว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีกำหนดเดินทางเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างวันที่ 14–18 เม.ย.นี้ โดยจะเริ่มต้นด้วยการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการในวันที่ 14–15 เม.ย. จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังมาเลเซียและกัมพูชาในช่วงวันที่ 15–18 เม.ย.

การเยือนครั้งนี้มีขึ้นในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ขณะที่เวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชา ได้รับการผ่อนปรนขยายเวลาบังคับใช้นโยบายขึ้นภาษี เป็นเวลา 90 วัน โดยนักวิเคราะห์มองว่านี่คือกลยุทธ์ของสหรัฐฯ ที่ต้องการกดดันและโดดเดี่ยวจีนในเวทีเศรษฐกิจโลก

ขณะเดียวกัน การเลือกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นจุดหมายปลายทางแรกของผู้นำจีนในปีนี้ สะท้อนถึงความพยายามของจีนในการวางหมากทางการทูตกับประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากเมื่อไม่กี่วันก่อนประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้เป็นประธานการประชุมยุทธศาสตร์ด้านการทูตเพื่อวางแผนกระชับความร่วมมือเชิงลึกในภูมิภาค

ทั้งเวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชา ต่างเป็นประเทศที่ได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการโยกย้ายห่วงโซ่อุปทานออกจากจีน ท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ขณะที่เวียดนามยังคงมีข้อขัดแย้งกับจีนในประเด็นทะเลจีนใต้ ขณะที่กัมพูชากำลังพิจารณาว่าจะกลับมาซ้อมรบร่วมกับกองทัพสหรัฐฯ หรือไม่ และมาเลเซียก็ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการขนส่งชิป Nvidia ที่มีข้อจำกัดไปยังจีน.

ไซต์งานรถไฟใต้ดิน ยุบตัวใกล้กรุงโซล ทางการสั่งอพยพ

ไซต์งานรถไฟใต้ดิน ยุบตัวใกล้กรุงโซล ทางการสั่งอพยพ

11 เม.ย. 2568 20:27 น.

ไซต์งานรถไฟใต้ดิน ยุบตัวใกล้กรุงโซล ทางการสั่งอพยพ

ไซต์ก่อสร้างรถไฟใต้ดินในเมืองกวางมยอง ทางใต้ของกรุงโซล เกิดยุบตัว ทำให้คนงาน 1 คนสูญหาย โดยทางการได้ออกคำสั่งอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง

ไซต์ก่อสร้างรถไฟใต้ดินในเมืองกวางมยอง ทางใต้ของกรุงโซล เกิดยุบตัว ทำให้คนงาน 1 คนสูญหาย โดยทางการได้ออกคำสั่งอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้อพยพคนงานออกจากไซต์ก่อสร้างดังกล่าวแล้ว หลังจากที่ได้รับแจ้งความเสี่ยงที่อาจเกิดการพังถล่ม หลังจากพบรอยร้าวบนเสาหลายต้นที่ใช้ในการก่อสร้างอุโมงค์ใต้ดินสำหรับรถไฟสายซินันซาน

การพังถล่มเกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.13 น. วันนี้ตามเวลาท้องถิ่น (11 เม.ย.) ทำให้ถนนที่อยู่เหนือพื้นดินถล่มลงมาบางส่วน และสร้างความเสียหายให้กับอาคารใกล้เคียงหลายหลัง

ในตอนแรก เจ้าหน้าที่ 5 คนซึ่งกำลังดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยเหนือพื้นดินไม่สามารถติดต่อได้ แต่พบคนงาน 3 คนปลอดภัย ส่วนอีก 1 คนติดอยู่ใต้ดิน คนขับรถขุดดินยังคงสูญหาย

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเมืองกวางมยองได้ออกคำสั่งอพยพประชาชนในบริเวณใกล้เคียง โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อาจเกิดการพังถล่มเพิ่มเติม นอกจากนี้ ทางเมืองยังขอให้รถยนต์ใช้เส้นทางอื่นแทน

นายพัก ซึงวอน นายกเทศมนตรีเมืองกวางมยอง กล่าวระหว่างแถลงข่าวว่า “มีคำสั่งอพยพผู้อยู่อาศัยในอาคารอพาร์ตเมนต์ใกล้เคียงแล้ว ขณะนี้ผู้อยู่อาศัยกำลังถูกย้ายไปยังโรงเรียนในพื้นที่และโรงยิมของเทศบาล”

นายพักกล่าวเสริมว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและดับเพลิงกำลังทำอย่างสุดความสามารถเพื่อช่วยเหลือผู้สูญหาย.

ที่มา Yonhap

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

จีนเตือนลมกระโชกแรง 150 กม./ชม. น้ำหนักต่ำกว่า 50 กก. อาจถูกพัดปลิว

จีนเตือนลมกระโชกแรง  150 กม./ชม. น้ำหนักต่ำกว่า 50 กก. อาจถูกพัดปลิว

11 เม.ย. 2568 17:24 น.

จีนเตือนลมกระโชกแรง 150 กม./ชม. น้ำหนักต่ำกว่า 50 กก. อาจถูกพัดปลิว

ชาวจีนได้รับแจ้งให้รีบกลับบ้าน ชั้นเรียนถูกระงับ และงานกิจกรรมกลางแจ้งถูกยกเลิก เนื่องจากภาคเหนือของจีน เตรียมรับมือกับลมกระโชกแรงในสุดสัปดาห์นี้ ที่คาดว่ามีความแรงถึง 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ชาวจีนได้รับแจ้งให้รีบกลับบ้าน ชั้นเรียนถูกระงับ และงานกิจกรรมกลางแจ้งถูกยกเลิก เนื่องจากภาคเหนือของจีน เตรียมรับมือกับลมกระโชกแรงในสุดสัปดาห์นี้ ที่คาดว่ามีความแรงถึง 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ประชาชนหลายล้านคนได้รับแจ้งให้อยู่แต่ในบ้าน โดยสื่อของรัฐบางแห่งเตือนว่าผู้ที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 50 กิโลกรัม อาจถูกพัดปลิวไปได้อย่างง่ายดาย คาดว่าลมแรงถึง 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะพัดถล่มกรุงปักกิ่ง นครเทียนจิน และพื้นที่อื่นๆ ของมณฑลเหอเป่ย ตั้งแต่วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ ขณะที่กระแสลมหนาวเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกเฉียงใต้จากประเทศมองโกเลีย

เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่กรุงปักกิ่งได้ออกคำเตือนสีส้มสำหรับลมกระโชกแรง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นอันดับสองในระบบเตือนภัยสภาพอากาศ 4 ระดับ เมื่อวันพฤหัสบดี (10 เม.ย.) สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของจีนได้ออกคำเตือนสีเหลืองสำหรับลมกระโชกแรง และคำเตือนสีน้ำเงินสำหรับพายุทราย โดยเตือนถึงผลกระทบจากสภาพอากาศที่เลวร้ายทั่วประเทศ

ลมแรงที่พัดมาจากมองโกเลียมักพัดในช่วงเวลานี้ของปี แต่คาดว่าลมที่กำลังจะพัดเข้ามาจะแรงกว่าที่เคยเจอในรอบหลายปี ทางการคาดว่าอุณหภูมิในปักกิ่งจะลดลง 13 องศาเซลเซียสภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงที่ลมแรงที่สุดพัดเข้ามาในวันเสาร์ สำนักอุตุนิยมวิทยาปักกิ่งกล่าวว่า “ลมแรงนี้รุนแรงมาก พัดเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กว้าง และสร้างหายนะได้มาก”

จีนวัดความเร็วลมด้วยมาตราส่วนตั้งแต่ระดับ 1 ถึง 17 ลมระดับ 11 ตามรายงานของสำนักอุตุนิยมวิทยาจีน อาจทำให้เกิด “ความเสียหายร้ายแรง” ในขณะที่ลมระดับ 12 อาจทำให้เกิด “การทำลายล้างอย่างรุนแรง” คาดว่าลมในสุดสัปดาห์นี้จะแรงตั้งแต่ระดับ 11 ถึง 13

กิจกรรมกีฬาหลายงานที่จัดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ถูกระงับ รวมถึงงานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนหุ่นยนต์มนุษย์แห่งแรกของโลก ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 19 เมษายนนี้ สวนสาธารณะและสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ถูกปิดเนื่องจากทางการได้แจ้งให้ประชาชนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ขณะที่งานก่อสร้างและบริการรถไฟถูกระงับ ทางการเร่งเสริมความแข็งแรงหรือตัดแต่งต้นไม้หลายพันต้นทั่วเมืองเพื่อป้องกันไม่ให้ล้ม เจ้าหน้าที่ได้เตือนประชาชนไม่ให้เข้าไปในภูเขาและป่าซึ่งคาดว่าจะมีลมกระโชกแรงเป็นพิเศษ

ขณะที่แฮชแท็กเกี่ยวกับลมแรงและคำเตือนว่าผู้ที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 50 กิโลกรัมอาจถูกพัดหายไป ได้กลายเป็นกระแสบนโซเชียลมีเดียของจีน ผู้ใช้เว่ยป๋อรายหนึ่งกล่าวติดตลกว่า “ฉันกินเยอะมากตลอดเวลา แค่วันนี้เท่านั้น”

กรุงปักกิ่งยังได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับไฟป่าและห้ามผู้คนจุดไฟกลางแจ้ง คาดว่าลมจะเริ่มอ่อนกำลังลงในคืนวันอาทิตย์.

ที่มา  BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

จีนโต้กลับ ขึ้นภาษีสหรัฐฯ 125% สีจิ้นผิงเผย “ไม่หวั่นไหว”

จีนโต้กลับ ขึ้นภาษีสหรัฐฯ 125% สีจิ้นผิงเผย "ไม่หวั่นไหว"

11 เม.ย. 2568 16:44 น.

จีนโต้กลับ ขึ้นภาษีสหรัฐฯ 125% สีจิ้นผิงเผย “ไม่หวั่นไหว”

จีนประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เป็น 125% เพิ่มขึ้นจาก 84% ที่ประกาศเมื่อวันพุธ ซึ่งเท่ากับอัตราภาษีปัจจุบันของสหรัฐฯ ต่อสินค้าจีน โดยจะมีผลในวันที่ 12 เม.ย. นี้ ขณะที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง เผย “ไม่หวั่นไหว”

คณะกรรมการภาษีศุลกากรของคณะรัฐมนตรีจีนแถลงเมื่อวันศุกร์ว่า จีนได้ขึ้นภาษีตอบโต้สินค้าจากสหรัฐฯ จาก 84% เป็น 125% จากแถลงการณ์ของโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ดูเหมือนว่าจะเป็นการบ่งชี้ว่าจีนจะไม่ขึ้นภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ เกินกว่า 125%

โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวว่า “การที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีจีนสูงเกินควรติดต่อกันหลายครั้งนั้นกลายเป็นเพียงเกมตัวเลขเท่านั้น ไม่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจที่แท้จริง เป็นเพียงการเปิดโปงการปฏิบัติของสหรัฐฯ ในการใช้ภาษีเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งและข่มขู่ จนกลายเป็นเรื่องตลก” 

กระทรวงการคลังของจีนระบุในแถลงการณ์ว่า “การที่สหรัฐฯ จัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในอัตราที่สูงผิดปกติ ถือเป็นการละเมิดกฎการค้าระหว่างประเทศและเศรษฐกิจ กฎหมายเศรษฐกิจขั้นพื้นฐาน และสามัญสำนึกอย่างร้ายแรง และถือเป็นการกลั่นแกล้งและบังคับฝ่ายเดียวโดยสิ้นเชิง”

“หากสหรัฐฯ ยังคงยืนกรานที่จะดำเนินเกมตัวเลขต่อไปด้วยภาษีศุลกากร จีนจะไม่เล่นเกมนี้ อย่างไรก็ตาม หากสหรัฐฯ ยังคงทำร้ายผลประโยชน์ของจีนอย่างจริงจัง จีนจะใช้มาตรการตอบโต้และต่อสู้จนถึงที่สุด”

ทั้งนี้ จีนเผชิญอัตราภาษี 145% สหรัฐฯ โดยทำเนียบขาวยืนยันว่า อัตราภาษีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยประกาศไว้ที่ 125% ไม่รวมภาษีนำเข้า 20%ในช่วงต้นปีที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากจีน เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่เฟนทานิล ซึ่งเป็นยาแก้ปวดที่มีเป็นสารเสพติด ทะลักเข้าสหรัฐฯ

ด้านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กล่าวว่าจีน “ไม่หวั่นไหว” ซึ่งเป็นการแสดงความเห็นต่อสาธารณชนครั้งแรกเกี่ยวกับสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นกับสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ตลาดต่างประเทศตกต่ำและทำให้เกิดความกลัวต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก นายสี จิ้นผิง กล่าวกับนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปน ในกรุงปักกิ่งวันนี้ ว่า “การพัฒนาของจีนต้องอาศัยการพึ่งพาตนเองและการทำงานหนักมาเป็นเวลากว่า 70 ปี ไม่เคยพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากผู้อื่น และจีนไม่กลัวการปราบปรามที่ไม่ยุติธรรมใดๆ” “ไม่ว่าสภาพแวดล้อมภายนอกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จีนจะยังคงมั่นใจ มุ่งเน้น และมุ่งเน้นที่การจัดการกิจการของตนเองให้ดี”

ภายหลังจากการประกาศจากจีนว่าจะตอบโต้สหรัฐฯ อีกครั้ง ตลาดหุ้นยุโรปก็เข้าสู่ภาวะลบ โดยหลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงเช้าของการซื้อขาย ดัชนีหุ้นหลักทั้งสามดัชนีของยุโรปก็ปรับตัวลดลง ในอังกฤษ ดัชนี FTSE 100 ลดลง 0.47% ดัชนี Cac 40 ของฝรั่งเศสลดลง 0.92% และดัชนี Dax ของเยอรมนีลดลง 1.53%

ตลาดหุ้นที่ปรับตัวลดลงเป็นสัญญาณว่านักลงทุนคิดว่าบริษัทส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะเห็นผลกำไรลดลง นั่นเป็นเพราะพวกเขาเชื่อว่าภาษีที่สหรัฐฯ และจีนกำหนดขึ้นจะส่งผลให้ความต้องการสินค้าลดลงและผลักดันให้ราคาสินค้าสูงขึ้น.

ที่มา CNN

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign