แก๊งยากูซ่าใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ประกาศยุติสงครามแก๊งที่ดำเนินมากว่าทศวรรษ

แก๊งยากูซ่าใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ประกาศยุติสงครามแก๊งที่ดำเนินมากว่าทศวรรษ

11 เม.ย. 2568 15:55 น.

แก๊งยากูซ่าใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ประกาศยุติสงครามแก๊งที่ดำเนินมากว่าทศวรรษ

แก๊งยากูซ่าที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ได้ให้คำมั่นว่าจะยุติสงครามที่ยาวนานกับแก๊งคู่แข่งและจะไม่ก่อ “ปัญหา” ขณะที่แก๊งเหล่านี้ต้องเผชิญกับการลดลงของสมาชิกและการปราบปรามของตำรวจที่เข้มงวดขึ้น

สมาชิกอาวุโสสามคนของแก๊งยามากูจิ-กูมิ ได้เดินทางไปยังสำนักงานตำรวจจังหวัดเฮียวโงะ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (7 เม.ย.) และส่งจดหมายถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยให้คำมั่นว่าจะ “ยุติการสู้รบภายในทั้งหมด” และ “จะไม่ก่อปัญหาใดๆ”

แก๊งยามากูจิ-กูมิ ซึ่งเป็นกลุ่มอาชญากรที่ใหญ่ที่สุดและร่ำรวยที่สุดในโลกกลุ่มหนึ่ง ได้เข้าไปพัวพันกับความบาดหมางอันนองเลือดกับแก๊งที่แตกแขนงมาตั้งแต่ปี 2015 เมื่อกลุ่มอาชญากรมากกว่าสิบกลุ่ม แยกตัวออกมาเพื่อก่อตั้งกลุ่มโกเบ ยามากูจิ-กูมิ

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ความรุนแรงที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างแก๊งยากูซ่าที่เป็นศัตรูกันทั้งสองกลุ่ม ทำให้เกิดการยิงหรือถูกแทงในเหตุการณ์หลายสิบครั้ง ความขัดแย้งด้วยอาวุธซึ่งมักปะทุขึ้นบนถนนสาธารณะในเมืองต่างๆ ทั่วภาคกลางและภาคตะวันตกของญี่ปุ่น ได้กดดันให้ทางการเข้มงวดมาตรการควบคุมกลุ่มอาชญากรเหล่านี้

“ยากูซ่า” เป็นคำเรียกรวมของกลุ่มอาชญากรที่ก่ออาชญากรรมในญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ในพื้นที่สีเทาของประเทศ แม้ว่ากลุ่มเหล่านี้จะไม่ได้ถูกสั่งห้าม แต่ทางการก็ควบคุมและติดตามพวกเขา

ในปี 2020 ตำรวจได้กำหนดกลุ่มยากูซ่าและกลุ่มย่อยเป็นกลุ่มที่ถูกจับตา ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการติดตามอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น จำกัดกิจกรรมของกลุ่ม รวมถึงห้ามใช้สำนักงาน และจำกัดความสามารถในการระดมทุน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น กล่าวในปี 2021 ว่า “ความขัดแย้งของพวกเขาร้ายแรงและคาดเดาไม่ได้” ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตำรวจยังได้ติดตามแก๊งอื่นๆ อีกหลายกลุ่มอย่างใกล้ชิด

ไม่ชัดเจนว่ากลุ่มที่เป็นศัตรูอย่างกลุ่มโกเบ ยามากูจิ-กูมิ ได้ยอมรับต่อคำสัญญาหยุดยิงหรือไม่ ตำรวจกล่าวว่าพวกเขาจะ “ติดตามการเคลื่อนไหวของทั้งสองกลุ่มอย่างใกล้ชิด” เนื่องจากการประกาศยุติสงครามอาจเป็นการตัดสินใจฝ่ายเดียว

จำนวนสมาชิกกลุ่มยากูซ่าทั่วญี่ปุ่นลดลงในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ในปี 2024 จำนวนสมาชิกกลุ่มอาชญากรที่ก่ออาชญากรรมมี 18,800 ราย ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และลดลงต่ำกว่า 20,000 รายเป็นครั้งแรก ตามข้อมูลของตำรวจ

ตัวเลขอย่างเป็นทางการดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจำนวนสมาชิกที่ยังคงเคลื่อนไหวของกลุ่มยามากูจิ-กูมิ ลดลงเกือบครึ่งหนึ่งตั้งแต่ปี 2014 โดยลดลงจาก 6,000 รายในตอนนั้น เหลือเพียง 3,300 รายเมื่อสิ้นปีที่แล้ว กลุ่มโกเบ ยามากูจิ-กูมิ มีสมาชิกประมาณ 120 รายในปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่จำนวนสมาชิกยากูซ่าลดลง ทางการญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์อาชญากรรมใหม่ นั่นก็คือ “กลุ่มโทคุริว”

กลุ่มอาชญากรนิรนามเหล่านี้ไม่ได้สังกัดกลุ่มยากูซ่า แต่ดำเนินการเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มเฉพาะกิจ เมื่อปีที่แล้ว สมาชิกกลุ่มโทคุริวประมาณ 10,000 รายถูกสอบสวน โดยตำรวจเชื่อมโยงพวกเขากับการปล้นทรัพย์ที่รุนแรงในโตเกียว และแผนฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับการหลอกให้หลงรัก และการลงทุนบนโซเชียลมีเดีย.

ที่มา CNN

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

‘เกษตรกรเลี้ยงปลาทั่วประเทศ’กระทุ้ง’นายกฯ’ ค้าน FTA ไทย-EFTA ยกสินค้าปลา-ผลิตภัณฑ์ออกทุกการเจรจา

'เกษตรกรเลี้ยงปลาทั่วประเทศ'กระทุ้ง'นายกฯ' ค้าน FTA ไทย-EFTA ยกสินค้าปลา-ผลิตภัณฑ์ออกทุกการเจรจา

‘เกษตรกรเลี้ยงปลาทั่วประเทศ’กระทุ้ง’นายกฯ’ ค้าน FTA ไทย-EFTA ยกสินค้าปลา-ผลิตภัณฑ์ออกทุกการเจรจา

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 21.09 น.

เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาทั่วประเทศ ยื่น จม.เปิดผนึกถึงนายกฯ ค้านข้อตกลงการค้าเสรีไทย – EFTA สินค้าปลาและผลิตภัณฑ์ หวั่นอาชีพล่มสลาย ให้จัดเป็นสินค้าอ่อนไหว ยกออกนอกกรอบทุกเจรจา คงภาษีที่ 5% ปกป้องอาชีพ และความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 นายบรรจง นิสภวาณิชย์ ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย เปิดเผยว่า กลุ่มผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ “ไม่เห็นด้วย” กับการเปิดเสรีการค้าในสินค้าปลาและผลิตภัณฑ์ ภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทย กับสมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA) และในทุกกรอบเจรจา ซึ่งตัวแทนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลา โดยตนพร้อมด้วย นายสมาน พิชิตบัญชรชัย นายกสมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาไทย นายสุทธิ มะหะเลา นายกสมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาทะเลไทย นายพรชัย บัวประดิษฐ์ ประธานแปลงใหญ่ปลานิลชลบุรี นายอมร เหลืองนฤมิตรชัย นายกสมาคมปลานิลไทย และนายพงศ์วิวัฒน์ วงศ์โกศลจิต ประธานชมรมผู้ผลิตลูกพันธุ์สัตว์น้ำไทย จึงยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ผ่าน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในงานสัมมนาที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจัด รับฟังความเห็นการจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย – EFTA ที่โรงแรมโนโวเทล มารินา ศรีราชา เมื่อวานนี้ (10 เมษายน 2568)  ขณะเดียวกันตัวแทนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วประเทศ ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ และถึงประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ผ่านประธานสภาเกษตรกรต่างๆ เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้าน

ตัวแทนเกษตรกรแสดงความกังวลว่า หากข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้ จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเกษตรกรรายย่อยทั่วประเทศ รวมถึงธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน เช่น ผู้ผลิตลูกพันธุ์ ผู้ผลิตอาหารสัตว์ ผู้ค้าปัจจัยต่างๆ ผู้ประกอบการ ตลาดสด ผู้ขนส่ง ทีมจับปลา รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆมากมาย จำนวนกว่า 1 ล้านคน เพราะในประเทศนอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ มีระบบการผลิตสัตว์น้ำ อาหารทะเลที่ทันสมัย ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และสามารถจำหน่ายสินค้าได้ในราคาต่ำกว่าประเทศไทย

“เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลฟังเสียงประชาชน เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาของประเทศ ที่ส่วนใหญ่เป็นรายย่อย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ขอให้ยกรายการสินค้าปลาและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดกว่า 100 รายการ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นปลาที่นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ ประเทศผู้นำโลกด้านการเพาะเลี้ยง-การผลิตอาหารทะเลออกจากการเจรจาฯข้อตกลงการเปิดเสรีการค้านี้ เพราะผลกระทบจากการเปิดเสรี เปิดให้ปลากว่า 100 รายการ เข้ามาในประเทศแบบไม่ต้องเสียภาษีนี้ จะร้ายแรงมาก ต่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืนของผู้เพาะเลี้ยงปลาและอุตสาหกรรมของประเทศ ขอให้จัดสินค้าปลาและผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าอ่อนไหว เป็นรายการยกเว้นการเจรจา (Exclision List) เช่นเดียวกับ กรณีข้าวของญี่ปุ่น และนมของแคนาดา และคงภาษีที่ร้อยละ 5 และคัดค้านการเปิดเสรี (ภาษีเป็นศูนย์-0%) ในสินค้าเหล่านี้ เพื่อปกป้องอาชีพและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ” ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย กล่าว

ในจดหมายเปิดผนึกที่ยื่นต่อรัฐบาล เกษตรกรยังอ้างอิงเหตุการณ์ในอดีตเมื่อปี 2542 และล่าสุดปี 2567 ที่มีการทะลักเขามาของปลาจากต่างประเทศจำนวนมาก อาทิ ปลาดุก ปลากะพง ส่งผลให้ราคาในประเทศตกต่ำ เกษตรกรต้องประสบภาวะขาดทุนจนต้องเลิกประกอบอาชีพ

ข้าราชการ กษ. เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2567

ข้าราชการ กษ. เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2567

ข้าราชการ กษ. เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2567

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.50 น.

11 เมษายน 2568 ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย ประจำปี พ.ศ. 2567 ของข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีฝ่ายบริหาร นางปรียาพร จันทโรภาส ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม เลขานุการกรม นายภัคภาค คุณะเกษม ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 5 กรมชลประทาน และผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วมในพิธี ณ หอประชุมชูชาติ กำภู สถาบันพัฒนาการชลประทาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

สำหรับในปี  2567 มีข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.) จำนวนทั้งสิ้น 518 ราย โดยในส่วนของกรมชลประทาน มีข้าราชการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย จำนวน 90 ราย 

นับเป็นเกียรติประวัติและเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการที่เป็นผู้ประพฤติดี มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะอุตสาหะ สมควรแก่การเชิดชูเกียรติและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป

-(016)

ปลุกพลังนิสิตนักศึกษา เข้าร่วมประกวดแนวคิดเพื่อสร้างนวัตกรรมการบริหารจัดการพลังงานในสถาบันอุดมศึกษา ชิงทุนการศึกษา

ปลุกพลังนิสิตนักศึกษา เข้าร่วมประกวดแนวคิดเพื่อสร้างนวัตกรรมการบริหารจัดการพลังงานในสถาบันอุดมศึกษา ชิงทุนการศึกษา

ปลุกพลังนิสิตนักศึกษา เข้าร่วมประกวดแนวคิดเพื่อสร้างนวัตกรรมการบริหารจัดการพลังงานในสถาบันอุดมศึกษา ชิงทุนการศึกษา

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.08 น.

ปลุกพลังนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ…เข้าร่วมประกวดแนวคิดเพื่อสร้างนวัตกรรมการบริหารจัดการพลังงานในสถาบันอุดมศึกษา ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 1,000,000 บาท

กองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชวนคนรุ่นใหม่มาเปลี่ยนโลกไปด้วยกันกับโครงการ “Young Change World Change : คนรุ่นใหม่เปลี่ยนโลก”

คุณสมบัติผู้สมัคร

–         เป็นนิสิตนักศึกษา ที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ในสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย

–         ส่งผลงานเป็นทีม โดยต้องมีสมาชิกในทีม จำนวน 5 คน (1 ทีม ต่อ 1 ผลงาน)

–         ทีมที่ผ่านเข้ารอบ ต้องเข้าร่วมกิจกรรมของโครงการได้ตามวันและเวลาที่กำหนด

หมายเหตุ ไม่สามารถเปลี่ยนตัวสมาชิกได้ ยกเว้นในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาและได้รับการอนุมัติจากโครงการก่อน

เปิดรับสมัคร และส่งผลงาน วันที่ 1 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2568

เงื่อนไขการประกวด

–         ผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องเกิดจากการสร้างสรรค์ด้วยตัวผู้เข้าแข่งขันเท่านั้น และเป็นผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ หรือต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่เดิม แต่ห้ามมีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นโดยเด็ดขาด    หากตรวจพบจะตัดสิทธิ์ และหากมีการร้องเรียนผู้เข้าร่วมต้องรับผิดชอบทั้งหมด

–         ผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องเป็นผลงานที่ไม่เคยได้รับรางวัลจากโครงการหรือองค์กรอื่นมาก่อน

–         ผลงานที่ส่งเข้าประกวดทุกผลงานถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เข้าร่วมประกวด และกองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ทั้งนี้  สำนักงาน กกพ. สามารถนำผลงานทั้งหมดไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และแก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือตัดทอนเนื้อหาได้ตามความเหมาะสม โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ตอบแทนทั้งสิ้น

–         ผู้เข้าแข่งขันต้องเข้าร่วมทุกกิจกรรมของโครงการจึงจะมีสิทธิ์รับรางวัล

–         ผู้เข้าแข่งขันทุกท่านตกลงอนุญาตให้โครงการทำการบันทึกภาพเคลื่อนไหว เสียง และภาพนิ่ง ของผู้เข้าร่วมแข่งขันได้ตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมกิจกรรม และยินยอมให้โครงการนำภาพเคลื่อนไหว เสียง และภาพนิ่งดังกล่าวไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตก่อน และไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด

–         หากมีข้อพิพาทเกิดขึ้น ผลการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

หลักเกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม 100 คะแนน

–         ความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนานวัตกรรม 5 คะแนน

•         ความเป็นมาของแนวคิดเพื่อสร้างนวัตกรรมการบริหารจัดการพลังงานในสถาบันอุดมศึกษา                    

•         ไอเดียในการสร้างนวัตกรรม

–         วัตถุประสงค์ของการสร้างสรรค์นวัตกรรม 5 คะแนน

–         เป็นแนวคิดที่ตอบโจทย์การจัดการก๊าซเรือนกระจก ลดคาร์บอนฟุตพรินต์ เน้นความเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยี นวัตกรรมด้านพลังงานกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่พลังงานสะอาด 30 คะแนน

–         ความใหม่และความแตกต่างจากแนวคิดที่มีอยู่เดิมในปัจจุบัน 20 คะแนน

–         ความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ได้จริง โดยใช้พื้นที่สถาบันการศึกษาของตนเองเป็น sandbox เพื่อทดสอบความเป็นไปได้และความสำเร็จของแนวคิด และมีแนวโน้มที่จะสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ได้ 25 คะแนน

–         การพัฒนาต่อยอดแนวคิดอย่างยั่งยืนในระยะยาว 10 คะแนน

–         ทักษะการสื่อสาร คุณภาพของสื่อที่นำเสนอที่ถูกต้องชัดเจน และเข้าใจง่าย 5 คะแนน

การส่งผลงาน

–         Project Proposal Idea ตามหัวข้อที่โครงการกำหนด ในรูปแบบไฟล์ pdf โดยตั้งชื่อไฟล์ “ชื่อทีม…Proposal”

–         Infographic สรุป Idea ที่ส่งเข้าประกวด ขนาด A4 จำนวน 1 แผ่น ในรูปแบบไฟล์ pdf, PNG หรือ JPEG โดยตั้งชื่อไฟล์ “ชื่อทีม… Infographic”

–         ลงทะเบียน และจัดส่งผลงานผ่าน Google Forms จาก Link https://forms.gle/NXq3uH5iFhHjN8ur9 

ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 เวลา 23.59 น. (ยึดตามเวลาที่ปรากฏใน Google Forms ของโครงการเป็นสำคัญ)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 06 3373 4569 / 09 3264 1463 E-mail : youngchangeworldchange@gmail.com , Line ID : youngchange , https://www.facebook.com/YoungChangeWorldChange

-(016)

เมื่อกอล์ฟกับแฟชั่นเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด สร้างตัวตนบนแฟร์เวย์ ด้วยรองเท้ากอล์ฟนิยามใหม่จาก G/FORE

เมื่อกอล์ฟกับแฟชั่นเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด สร้างตัวตนบนแฟร์เวย์ ด้วยรองเท้ากอล์ฟนิยามใหม่จาก G/FORE

เมื่อกอล์ฟกับแฟชั่นเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด สร้างตัวตนบนแฟร์เวย์ ด้วยรองเท้ากอล์ฟนิยามใหม่จาก G/FORE

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.55 น.

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้ กอล์ฟไม่ใด้เป็นเพียงกีฬาเพื่อการออกกำลังกายและนันทนาการเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นที่ที่ให้ผู้เล่นได้เฉิดฉายความเป็นตัวเอง สนุกกับเพื่อนฝูง และรวมกลุ่มกับคนที่มีความสนใจเดียวกัน หรือเรียกได้ว่าเป็น Social Club แห่งใหม่ ที่เต็มไปด้วยโมเมนต์ของมิตรภาพ สไตล์ และบทสนทนาที่เกิดขึ้นทั้งในและนอกสนาม

สนามกอล์ฟกลายเป็นที่ซึ่งแฟชั่นยุคใหม่และขนบธรรมเนียมอันดีงามของกีฬากอล์ฟเดินทางมาเจอกันอย่างไร้รอยต่อ นักกอล์ฟยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสไตล์การแต่งตัวในการออกรอบไม่แพ้เรื่องทักษะในการหวดลูก ส่งผลให้รองเท้ากอล์ฟ ไอเทมชิ้นสำคัญไม่ได้เป็นแค่รองเท้าในการสวมใส่เพื่อเสริมสมรรถนะในการตีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเครื่องประดับที่เสริมบุคลิกแก่ผู้เล่น และกำหนดทิศทางของลุคบนแฟร์เวย์ให้โดดเด่นและมีสไตล์ยิ่งขึ้น

G/FORE by Breaking Par ประเทศไทย แบรนด์ลักชัวร์รี่กอล์ฟแฟชั่นจากลอสแอนเจลิส เปิดตัวรองเท้ากอล์ฟรุ่นล่าสุด O2 G/LOCK ที่พร้อมจะพลิกโฉมสไตล์และยกระดับประสิทธิภาพของนักกอล์ฟในการหวดวงสวิง ที่สะท้อนความหรูหรามีสไตล์ ความทันสมัย และความใส่ใจในทุกรายละเอียดด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นผสานกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่างลงตัว

THE FUTURE OF GOLF AESTHETIC REDEFINED: นิยามใหม่ของความงามแห่งเกมกอล์ฟ

O2 G/LOCK ไม่ได้เป็นเพียงรองเท้ากอล์ฟ แต่คือ นิยามใหม่ของความงามในการเล่นกอล์ฟอย่างมีสไตล์ ที่สะท้อนถึงรสนิยมและความใส่ใจในแฟชั่นของผู้สวมใส่ ออกแบบมาเพื่อนักกอล์ฟที่มองว่ากอล์ฟไม่ใช่แค่เกมกีฬา แต่คือไลฟ์สไตล์ที่ต้องมีสไตล์ที่โดดเด่น รองเท้ารุ่นนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อนักกอล์ฟที่ต้องการความสมบูรณ์แบบทั้งในด้านแฟชั่นและสมรรถนะ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงที่โฉบเฉี่ยว สีสันที่สะท้อนตัวตน หรือวัสดุคุณภาพสูงที่ให้ความรู้สึกหรูหรา ทุกองค์ประกอบของ O2 G/LOCK ล้วนได้รับการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อประสบการณ์เหนือระดับ

เติมชีวิตใหม่ให้กับเกมของคุณด้วย O2

O2 G/LOCK คือรุ่นอัปเกรดจาก MG4+ รองเท้ารุ่นยอดนิยมของ G/FORE ที่ได้รับการพัฒนาให้เหนือกว่า ด้วยเทคโนโลยี G/LOCK Softspike ที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะในทุกพื้นผิว ระบบรองรับแรงกระแทกที่เหนือกว่า พื้นรองเท้าดีไซน์ล้ำสมัย ซับในตาข่ายระบายอากาศ หนังส่วนบนกันน้ำ และแผ่นรองเท้าแบบ 3D ที่ถอดและซักได้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ G/FORE ทำให้ O2 G/LOCK เป็นรองเท้ากอล์ฟรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านสไตล์และประสิทธิภาพอย่างลงตัว

นอกจากจะมาเติมพลังและความสดใหม่บนแฟร์เวย์แล้ว O2 G/LOCK ยังคงกลิ่นอายดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ G/FORE ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงที่ทันสมัย สีสันที่โดดเด่น และรายละเอียดที่พิถีพิถัน รองเท้ามีน้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี และดีไซน์เรียบหรู ทำให้ O2 G/LOCK เป็นพลังใหม่ที่พร้อมจะเสริมทั้งลุคและเกมให้โดดเด่นกว่าใคร

Thomas Detry แชมป์กอล์ฟ PGA Tour คนล่าสุด กล่าวว่า “นี่นับเป็นรองเท้าที่ยอดเยี่ยม ซึ่งผมประทับใจมาก ให้คะแนนเต็มสิบในทุกด้าน ทั้งเรื่องประสิทธิภาพ การยึดเกาะ ความสบาย และความกระชับ มันลงตัวแบบสุด ๆ ไปเลย”

รองเท้า O2 G/LOCK ของ G/FORE มาพร้อมดีไซน์สุดไอคอนิกใน 6 คู่ สี วางจำหน่ายแล้วที่บูธีค G/FORE

สามารถติดตามข่าวสาร และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง เพจเฟซบุ๊ก G/FORE Thailand และ Breaking Par Thailand รวมถึง อินสตราแกรม @gforethailand และ @breakingpar.thailand

-(016)

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : สาดความชุ่มฉ่ำ อิ่มหนำสำราญ ‘สงกรานต์ 2568’

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : สาดความชุ่มฉ่ำ อิ่มหนำสำราญ ‘สงกรานต์ 2568’

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : สาดความชุ่มฉ่ำ อิ่มหนำสำราญ ‘สงกรานต์ 2568’

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 07.14 น.

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ 

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ดพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์อากาศสุดแสนร้อนของเดือนเมษาฯ ขอพาคุณไปเย็นชุ่มฉ่ำพบกับอาหารหลากสไตล์ใน 12 โรงแรมชั้นนำ เริ่มต้นกันที่

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนอเมนูสุดหรูคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุด พร้อมสัมผัสประสบการณ์แห่งดนตรีแจ๊สสุดพิเศษ จากวงดนตรี New York Round Midnight Orchestraในค่ำคืนวันเสาร์ที่ 19 เม.ย. เวลา 19.00-22.00 น. ที่ ห้องอาหารเรดสกาย โทร.02-1006255

โรงแรมแชงกรี-ลา นำเสนอ “สแปลชชิ่งสงกรานต์ พูล ปาร์ตี้” อร่อยเต็มอิ่มกับสเตชั่นบาร์บีคิวและเมนูอะลาคาร์ท 13-14 เม.ย.เวลา 13.00-19.00 น. ท่านละ 800 บาทถ้วนต่อวัน ที่ ริมสระน้ำ โทร.02-2367777

โรงแรมม็อกซี่ นำเสนอ Moxy Backyard BBQบาร์บีคิวกลางแจ้งพร้อมดนตรีสด ทุกวันศุกร์และวันเสาร์ในเดือนเมษายน เริ่มศุกร์ที่ 18 เม.ย. ท่านละ1,000 บาทถ้วน ที่ Outdoor Terrace โทร.02-2095804

โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส นำเสนอ 2 เซตเมนูใหม่ Signature Set Menu 5 คอร์ส ท่านละ2,800 บาท++ และ Business Lunch ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น ที่ ห้องอาหารวูว์ (VIU) โทร.02-2077819

โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอบุฟเฟต์นานาชาติ อร่อยพร้อมครอบครัวในเทศกาลสงกรานต์ พิเศษ 65 ปี ทานฟรี12-16 เม.ย. ที่ ห้องอาหารสรัสวดี โทร.02-1595888

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่นนำเสนอ บุฟเฟต์นานาชาติ พิเศษ 65 ปีทานฟรี เมื่อมาพร้อมครอบครัว จัดเต็มทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น และอีกหลากหลาย 12-16 เม.ย.ที่ ห้องอาหารเปรมประชากร โทร.02-5755599

โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ นำเสนอ Standard Dim Sum Buffet ท่านละ 990 บาทถ้วน พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อทาน 4 ท่านขึ้นไป รับสิทธิ์ส่วนลดเป็ดปักกิ่ง 40% เหลือ 919 บาทถ้วน เฉพาะวันที่ 16 เม.ย.-15 มิ.ย.ที่ ห้องอาหารจีน ดิ เอมเพอเรอร์ โทร.02-2922999

โรงแรมแมนดาริน นำเสนอ อาหารไทยชุดพิเศษ ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือปลาทอด ไก่สะเต๊ะพร้อม ข้าวเหนียวมะม่วง และเครื่องดื่มคลายร้อน ชุดละ 450 บาทถ้วน 13-15 เม.ย.ที่ ห้องอาหารครัวหลวง โทร.02-2380230

โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท นำเสนอ บุฟเฟต์ปูอลาสก้า พร้อมด้วยข้าวแช่ใน “เทศกาลสงกรานต์ล้านนา”วันที่ 13 เม.ย. ท่านละ 1,699 บาท++ที่ ห้องอาหารเลเทสท์ เรซิพี โทร.053-603333

โรงแรมแคนทารี บ้านฉาง นำเสนอ“พาสต้า & พิซซ่า” สไตล์อิตาเลียน ระหว่าง 17-22 เม.ย.ที่ ห้องอาหาร ดิ ออร์ชาร์ด โทร.038-953545

โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยองนำเสนอ บุฟเฟต์อาหารนานาชาติมื้อค่ำฉลองสงกรานต์ 12-4 เม.ย. ท่านละ 690บาทถ้วน พร้อมโปรโมชั่นมา 5 จ่าย 4 ที่ ห้องอาหารนัมเบอร์ 43 อิตาเลียน บิสโทร โทร.038-804844

โรงแรมโฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน ภูเก็ตป่าตอง บีช รีสอร์ท นำเสนอ บุฟเฟต์อาหารค่ำวันสงกรานต์ ท่านละ 1,399 บาทถ้วน โทร.076-645999

บรรยากาศแห่งความอบอุ่นสุขสันต์ “สงกรานต์ ปีใหม่ไทย” ชวนไปอิ่มอร่อยกับอาหารหลากสไตล์ในโรงแรมชั้นนำ สุดล้ำไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

โซไซตี้ : ทีทีบี ชวนเที่ยว ‘พิพิธภัณฑ์ครุฑ’ สรงน้ำ ‘สมเด็จมหาราชทรงครุฑ’ เสริมพลังบุญรับปีใหม่ไทย เรียนรู้ เรียนตำนานพญาครุฑแห่งเดียวในอาเซียน

โซไซตี้ : ทีทีบี ชวนเที่ยว ‘พิพิธภัณฑ์ครุฑ’  สรงน้ำ ‘สมเด็จมหาราชทรงครุฑ’ เสริมพลังบุญรับปีใหม่ไทย  เรียนรู้ เรียนตำนานพญาครุฑแห่งเดียวในอาเซียน

โซไซตี้ : ทีทีบี ชวนเที่ยว ‘พิพิธภัณฑ์ครุฑ’ สรงน้ำ ‘สมเด็จมหาราชทรงครุฑ’ เสริมพลังบุญรับปีใหม่ไทย เรียนรู้ เรียนตำนานพญาครุฑแห่งเดียวในอาเซียน

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง นอกจากกิจกรรมรื่นเริงและการกลับไปเยี่ยมเยียนครอบครัวแล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เวลาวันหยุดเพื่อเติมเต็มความสุขไปกับช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย ทีทีบี ขอเชิญร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระพุทธรูป “สมเด็จมหาราชทรงครุฑ ภ.ป.ร และ ส.ก.” หน้าตัก 9 นิ้ว พร้อมเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ครุฑ เพื่อความเป็นสิริมงคล ความรู้และวัฒนธรรมไทยอันล้ำค่าผ่านองค์พญาครุฑซึ่งเป็นต้นแบบแห่งความกตัญญู ความซื่อสัตย์และความดีงาม ทุกวันศุกร์และวันเสาร์ ตลอดเดือนเมษายน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดยทีเอ็มบีธนชาต อัญเชิญ “สมเด็จมหาราชทรงครุฑ ภ.ป.ร และ ส.ก.” ขนาดหน้าตัก 9 นิ้วมาประดิษฐานในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะสำคัญโดยได้รับพระราชทานพระนามาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. และประดับพระครุฑพ่าห์ เป็นลักษณะสำคัญขององค์พระ ซึ่งถูกจัดสร้างขึ้นครั้งแรกในปี พุทธศักราช 2518 ขนาดหน้าตัก 69 นิ้ว สูง 119 นิ้ว ขึ้นเพื่อเป็นที่สักการะแก่พุทธศาสนิกชน ต่อมาในปี พุทธศักราช 2525 ครั้งสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ครบ 200 ปี ได้มีการจัดสร้างพระบูชา “สมเด็จมหาราชทรงครุฑ ภ.ป.ร และ ส.ก.” ขึ้นอีกครั้ง ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว ที่นำมาประดิษฐานในครั้งนี้ และเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมสรงน้ำและเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ครุฑ ซึ่งถือเป็นโอกาสพิเศษให้ทุกครอบครัวได้มาสัมผัสกับพระพุทธรูปสำคัญองค์เดียวของประเทศไทย และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งแรกและแห่งเดียวในอาเซียน ที่รวบรวมครุฑมากกว่า 150 องค์ อันมีเอกลักษณ์เฉพาะองค์จากทุกภาคของไทยเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งครุฑแต่ละองค์ถูกแกะสลักอย่างวิจิตรงดงาม สะท้อนถึงความประณีตของศิลปิน โดยพื้นที่จัดแสดงถูกออกแบบอย่างทันสมัยผ่านสื่อแอนิเม ชัน และมัลติมีเดียต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย 6 โซนได้แก่

โถงต้อนรับ เริ่มต้นผจญภัยกับวิจิตรหิมพานต์ที่สะท้อนคติความเชื่อของคนไทยตามหลักไตรภูมิพระร่วงเป็นภาพจิตรกรรมอันทรงคุณค่า  บอกเล่าถึงที่สถานที่อยู่ของครุฑ

ครุฑพิมาน เรียนรู้กำเนิดโลกและจักรวาล ท่องไปในดินแดนหิมพานต์ และที่อยู่ของครุฑ

นครนาคราช ถิ่นที่อยู่ของพญานาค พร้อมชมเรื่องราวของพี่น้องต่างมารดา

อมตะเจ้าเวหา เรื่องราวความเพียรพยายามของพญาครุฑผ่านแอนิเมชัน แสงสีตระการตา

สุบรรณแห่งองค์ราชัน ตามรอย “ตราพระครุฑพ่าห์” ซึ่งเป็นตัวแทนของพระมหากษัตริย์ที่ยังคงปรากฎเคียงข้างพระองค์เสมอ

ห้องจัดแสดงครุฑ ห้องที่รวบรวมองค์พญาครุฑจากทั่วทุกภาคของประเทศไทย ผ่านตราตั้งห้างพระราชทาน และสัมผัสมนต์เสน่ห์คุณค่าเหนือกาลเวลา

ผู้ที่สนใจร่วมสรงน้ำพระพุทธรูป “สมเด็จมหาราชทรงครุฑ ภ.ป.ร และ ส.ก.” และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ครุฑ เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ เข้าชมได้ทุกวันศุกร์และวันเสาร์ ตลอดเดือนเมษายน พิเศษวันละ 3 รอบ ในเวลา 10.00 น. ,13.00 น. และ 15.00 น. มีบริการผู้นำชม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และมีรถตู้รับ-ส่งจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีเคหะสมุทร ปราการถึงพิพิธภัณฑ์ครุฑ ฟรีเช่นกัน เพียงแจ้งความประสงค์ผ่านระบบการจองล่วงหน้าที่ที https://www.ttbfoundation.org/th/garudamuseum/ สำหรับท่านที่ไม่สะดวกเดินทางสามารถรับชมพิพิธภัณฑ์ครุฑในรูปแบบ Virtual Museum ได้ที่ลิงก์ https://www.ttbfoundation.org/th/garudamuseum/

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 12 เมษายน 2568

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 12 เมษายน 2568

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 12 เมษายน 2568

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ชวนชิม

Krispy Kreme ชวนชิมโดนัทสูตรลิขสิทธิ์อันดับ 1 ใน “คริสปี้ ครีม โดนัท แฟนซี ทินบ็อกซ์” เซต 6 ชิ้น 199 บาท และ 249 บาท ถึง 31 ก.ค. ที่ ร้านคริสปี้ ครีม สาขาที่ร่วมรายการ

ลัคกี้บาร์บีคิว ชวนชิมกับแคมเปญ “ลัคกี้กินฟรี 100 บาท”ฉลองเปิดร้านใหม่ เมื่อช็อปหรืออิ่มในศูนย์ฯ ครบ 500 บาท รับฟรี! คูปองแทนเงินสด 100 บาท ถึง 30 เม.ย.ที่ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

บัตรเครดิตวีซ่ากสิกรไทยชวนชิมความอร่อยสุดคุ้ม! กับแคมเปญ “มื้อนี้ K เลย” อิ่มฟินX3 รับซัมเมอร์ ถึง 16 เม.ย.ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 10 สาขาที่ร่วมรายการ

ชวนชิมเครื่องดื่ม 2 รสชาติดับร้อนให้เย็นฉ่ำกับ “บักเก็ตสงกรานต์พันธุ์ไทย” ในถังไซส์เบิ้ม 1 ลิตร ราคา 99และ 119 บาท ถึง 30 เม.ย. ที่ ร้านพันธุ์ไทย ทุกสาขาที่ร่วมรายการ

ชวนชิม 5 เมนูใหม่ในเทศกาล “มะยงชิด Festival”ตำมะยงชิด มะยงชิดทรงเครื่องสมูทตี้มะยงชิด มะยงชิดลอยแก้ว ที่ ร้านส้มตำนัวทุกสาขา

ร้านอาหารในโรงผลิตเครื่องดื่ม (เบียร์) ชวนชิมอาหารหลากหลายสไตล์ทั้งไทย ตะวันตก ตะวันออกและเครื่องดื่มพรีเมียมคราฟต์สดๆ จาก Iconic Microbrewery ที่ “Chang Canvas” ในโครงการวัน แบงค็อก

ชวนช็อป

ชวนช็อปในงาน “JUNGCEYLON Epic Songkran” พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย สืบสานประเพณีไทยอันงดงามในเทศกาลมหาสงกรานต์ ถึง 17 เม.ย. ที่ ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต

ชวนช็อป บัตรสยามอะเมซิ่งพาร์ค เที่ยวสวนน้ำสวนสนุกไม่อั้นทั้งวัน 12-15 เม.ย.ซื้อออนไลน์ล่วงหน้าทาง ticket.siamamazingpark.com ใบละ 350 บาท (จากปกติ 1,000 บาท) โทร.02-1054294

ชวนช้อปสินค้าท้องถิ่นและงานฝีมือในงาน “ช้อปอย่างมีสไตล์ รายได้เพื่อชุมชน # 21” ร่วมสนุกและได้ความรู้กับ Workshop ฟรี ถึง 15 เม.ย. ที่ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์

ชวนใช้

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนคนไทยร่วมทำบุญบริจาคโลหิต และรับเสื้อยืด “Give Blood Save Life” แทนคำขอบคุณในโครงการ “แล้งนี้ ไม่แล้งน้ำใจ ด้วยการให้โลหิต” ถึง 16 เม.ย.

ชวนช้อปผลิตภัณฑ์ประกันออมทรัพย์ “โอเชี่ยนไลฟ์ อีซี่ เซฟวิ่ง 11/4” ตัวช่วยในการเก็บออม*พร้อมลดหย่อนภาษี พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษถึง 31 พ.ค. ติดต่อ OCEAN LIFE CONTACT CENTER 1503

ชวนผู้โดยสารร่วมสนุกกับเกมผ่านแอปพลิเคชั่น “Vietjet Thailand” บนมือถือในแคมเปญสุดพิเศษ “Vietjet Play-to-Fly Giveaway Challenge” พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมาย www.vietjetair.com

ชวนชม

ชวนชมนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “เก้าดารา” ในงาน “สงกรานต์แฟร์ 2025 : มู x คราฟต์” 12-14 เม.ย. ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-2241402

ชวนชมและสักการะขอพร “พระโพธิสัตว์กวนอิม” เสริมสิริมงคลรับปีใหม่ไทย ถึง 16 เม.ย. ที่ วิหารกวนอิม“อี่ ทง เทียน ไท้” หน้าสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

ชวนชมสารคดี “ร้อยเรื่องเมืองไทย” ชุด “70 พรรษา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร” ตอน “พระเมตตาเพื่อผู้สูงอายุและคนพิการ” ในวันอาทิตย์ที่ 20 เม.ย. เวลา07.55-08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

โซไซตี้ : ต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้เศษเหล็ก ต่อชีวิตให้ช้างและระบบนิเวศ

โซไซตี้ : ต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้เศษเหล็ก ต่อชีวิตให้ช้างและระบบนิเวศ

โซไซตี้ : ต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้เศษเหล็ก ต่อชีวิตให้ช้างและระบบนิเวศ

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“STYLE Bangkok 2025” จัดงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และดีไซน์ระดับนานาชาติ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  กระทรวงพาณิชย์ ระหว่างวันที่ 2-6 เมษายน ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นศูนย์รวมทัพสินค้ากว่า 400 บริษัท 700 คูหา รวมถึงเป็นเวทีแห่งแรงบันดาลใจและโอกาสให้กับดีไซเนอร์ในการครีเอทและต่อยอดงานออกแบบรวมถึงผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์และแฟชั่นไปสู่เวทีระดับนานาชาติ

ภายในงานมีการเปิดตัวโครงการสำคัญ “Thai Koon for Thai Elephant with PiN” การจับมือครั้งสำคัญระหว่างผู้ผลิตเหล็ก ‘Thai Koon Group’ และแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ‘PiN Metal Art’ ในการเปลี่ยนเศษเหล็ก จากโรงงานให้เป็นศิลปะโคมไฟชื่อ “Elephant Hope” จำนวน 133 ชิ้น เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจำหน่ายชิ้นงาน ไปช่วยเหลือช้างไทยในมูลนิธิดูแลรักษาช้างไทยหรือศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ในต่างประเทศ

สงวน สกุลวรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Thai Koon Group กล่าวว่า “เมื่อก่อนเราเคยบริจาคเป็นเงินเปลเป็นค่าอาหารและรักษาพยาบาลให้กับช้างอยู่ทุกปี ภายหลังที่เราตั้งเป้าในการออกสู่น่านน้ำใหม่ๆ ขยับขยายจากการจำหน่ายเหล็กแบบ Raw Material โดยเริ่มรีแบรนด์ และได้ Identity ที่ชัดเจนว่าไทยคูณ คือ ‘Beyond Good Steel’ เราจึงมีแนวคิดในการขยับสู่การผลิตสินค้าไลฟ์สไตล์ จนได้มาทำโครงการนี้ ที่ทุกฝ่ายมีเป้าหมายและหัวใจ เดียวกันคือ การช่วยเหลือ ช้างให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และเป็นการตอบโจทย์ Circular Economy ได้อย่างครบวงจร”

ด้าน ปิ่น ศรุตา เกียรติภาคภูมิ ศิลปินและนักออกแบบเจ้าของแบรนด์ ‘PiN Metal Art’ เล่าว่า เราคนไทยคุ้นเคยกับช้างมาตลอดชีวิต ดังจะเห็นได้จากที่ทุกคนรู้จักเพลงช้างกันมาตั้งแต่เด็ก โครงการนี้จึงมีคุณค่าและเป็นดั่งการฟื้นฟู หรือ Regenerate ในหลายด้าน ให้ธรรมชาติกลับคืนมาดังเดิม และตอบโจทย์แนวคิดความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง ขอชื่นชมไทยคูณ กรุ๊ป ที่มองเห็นถึงสิ่งอื่นมากกว่าผลกำไร”

ปิ่น ศรุตา ยังกล่าวอีกว่า ในแง่ของการออกแบบและการสร้างชิ้นงานศิลปะนั้น การได้ร่วมงานกับ Thai Koon เป็นการได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่มีค่ามากระหว่างศิลปินนักออกแบบกับช่างเหล็กของอุตสาหกรรมหนัก ซึ่งอาจจะไม่คุ้นเคย กับแง่มุมของการทำงานคราฟต์มาก่อน จึงถือเป็นการพัฒนาทักษะของช่างไปพร้อมกัน

ด้าน ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้งโครงการพอแล้วดี The Creator ผู้เชี่ยวชาญด้าน Branding กล่าวว่า “เพื่อให้เกิดความยั่งยืนที่แท้จริง การทำ CSR ที่ดีควรเป็นสิ่งที่ไม่ไกลตัวจากผู้ผลิตหรือของบริษัทไม่ใช่การทำเพื่อแค่ ให้มีโครงการ CSR แต่จะต้องใส่เสน่ห์และความคิดสร้างสรรค์ลงไปด้วย”

ช้างไทยกำลังเผชิญหน้ากับปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย การลดลงของพื้นที่ป่า การใช้งานในอุตสาหกรรมที่ไม่เหมาะสม ทำให้ช้างไทยต้องเผชิญกับความขาดแคลนด้านอาหารและน้ำ จนนำไปสู่ความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นระหว่างคนกับช้าง โครงการสร้างสรรค์และจำหน่ายโคมไฟ ที่ผลิตจากเศษเหล็กเหลือใช้จากกระบวนการผลิต ด้วยแนวคิด Circular Economy ลดของเสีย สร้างคุณค่าใหม่ ผ่านผลงาน“Elephant Hope” ศิลปะโคมไฟ เหล็กรูปทรงช้างที่โดดเด่น สวยงาม เป็นเอกลักษณ์นี้ นับเป็นการช่วยเหลือช้างไทยอย่างเป็นรูปธรรม จากความร่วมมือระหว่างศิลปินและภาคเอกชนที่จะสามารถช่วยเหลือช้างไทยได้อย่างอย่างยั่งยืน

ปิดเทอมนี้ TK Park ชวนน้องๆมาร่วมสนุก ‘ภาพพิมพ์สร้างเรื่อง!’

ปิดเทอมนี้ TK Park ชวนน้องๆมาร่วมสนุก ‘ภาพพิมพ์สร้างเรื่อง!’

ปิดเทอมนี้ TK Park ชวนน้องๆมาร่วมสนุก ‘ภาพพิมพ์สร้างเรื่อง!’

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

TK Park ชวนน้องๆ อายุ 7–10 ปี มาร่วมเปิดโลกจินตนาการผ่านศิลปะภาพพิมพ์สุดสร้างสรรค์ ในกิจกรรม TK Summer Learning 2568 ตอน “ภาพพิมพ์สร้างเรื่อง!” สนุกกับการเปลี่ยนวัสดุรอบตัว เช่น กระดาษลัง กล่องนม และเศษผ้า ให้กลายเป็นงานศิลปะ พร้อมใช้ เครื่องรีดพาสต้า เป็นเครื่องมือสร้างภาพพิมพ์สุดเก๋! ในวันอังคารที่ 22 เมษายน – วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2568 เวลา 12:30 – 16:00 น. ณ อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ 

ตลอด 3 วันนี้ น้องๆ จะได้ ออกแบบนิทานของตัวเอง ผ่านภาพพิมพ์ เรียนรู้การใช้ศิลปะเล่าเรื่อง ฝึกทักษะสมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกับผู้อื่นไปพร้อมๆ กัน ภายใต้การดูแลของ พี่มอมแมม – วรากร ศรมาศทวีโรจน์ ศิลปินนักวาดภาพประกอบและภาพพิมพ์ ที่จะมาสอนเทคนิคสนุกๆ ให้น้องๆ ได้ลองทำจริง!

กิจกรรมนี้จะจัดขึ้นสำหรับสมาชิก TK Park เท่านั้น! เปิดรับสมัครเฉพาะน้องๆ อายุ 7 – 10 ปี ที่เป็น สมาชิกรายปี และสามารถเข้าร่วมได้ทั้ง 3 วัน ค่าสมัคร 1,500 บาท (รวมอุปกรณ์และอาหารว่าง) สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 15 เมษายน 2568 ลงทะเบียนที่ https://docs.google.com/forms/d/1OLiBa-sLvOS3IFRyJmI7K1YumL6f_pcOC1KyMVNk35g/edit?usp=drivesdk  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ พลเทพ แสวงสารศานติ์ (พี่หยก) โทร. 081-925-9900 หรือ LINE: @TKpark