โดนัลด์ ทรัมป์ เผย “อีลอน มัสก์” อาจถอนตัวจากรัฐบาล

โดนัลด์ ทรัมป์ เผย "อีลอน มัสก์" อาจถอนตัวจากรัฐบาล

4 เม.ย. 2568 11:13 น.

โดนัลด์ ทรัมป์ เผย “อีลอน มัสก์” อาจถอนตัวจากรัฐบาล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า อีลอน มัสก์ อาจลาออกจากรัฐบาลใน “อีกไม่กี่เดือน” ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่าที่ปรึกษาที่มีอำนาจมากที่สุดของเขาจะยุติบทบาทในรัฐบาล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า อีลอน มัสก์ อาจลาออกจากรัฐบาลใน “อีกไม่กี่เดือน” ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่าที่ปรึกษาที่มีอำนาจมากที่สุดของเขาจะยุติบทบาทในรัฐบาล ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันว่า “อีลอนเป็นคนที่ยอดเยี่ยม” แต่เขามี “บริษัทหลายแห่งที่ต้องบริหาร” “ผมต้องการให้เขาอยู่ให้นานที่สุด แต่จะมีจุดหนึ่งที่เขาต้องลาออก”

มัสก์เป็นผู้นำของกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล หรือ  DOGE ซึ่งมีบทบาทนำในการปรับลดขนาดและปฏิรูปรัฐบาลกลาง ทรัมป์กล่าวว่างานจะดำเนินต่อไปภายในหน่วยงานต่างๆ

ความคิดเห็นของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจากมีข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าเวลาของมัสก์มีจำกัด นอกจากนี้ มัสก์ยังเผชิญกับอุปสรรคที่รัฐวิสคอนซิน ซึ่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งปฏิเสธผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกาของรัฐที่มัสก์เป็นผู้สนับสนุน แม้ว่าเขาจะบริจาคเงินส่วนตัวมากกว่า 21 ล้านดอลลาร์ และปรากฏตัวในการหาเสียงในช่วงสุดสัปดาห์ นอกจากนั้น ยังมีปัญหาอื่นๆ มากมายสำหรับมัสก์ หลังจาก เทสลาบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของเขา ยอดขายลดลง 13% ในช่วงสามเดือนแรกของปี

ทำเนียบขาวไม่ได้เปิดเผยกรอบเวลาใดๆ สำหรับการปิด DOGE และหน่วยงานสำหรับลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลไม่ควรจะกลายเป็นองค์กรถาวรในรัฐบาล แต่หน่วยงานนี้อาจได้ข้อสรุปเร็วกว่าที่คาดไว้ DOGE จากเดิมทีตั้งใจให้ดำเนินการจนถึงวันที่ 4 กรกฎาคม 2026

ตอนนี้มีสัญญาณว่า DOGE กำลังจะปิดตัวลงแล้ว เจ้าหน้าที่ DOGE อาจถูกย้ายไปที่หน่วยงานของรัฐบาลกลางต่างๆ ซึ่งควรจะเป็นผู้นำในการลดค่าใช้จ่าย รัฐบาลกำลังดำเนินการเลิกจ้างเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อบรรลุเป้าหมายบางส่วนที่มัสก์และทรัมป์วางไว้

เดิมที DOGE ถูกมองว่าเป็นคณะที่ปรึกษาอิสระ โดยมัสก์มีความเป็นผู้นำร่วมกับนายวิเวก รามาสวามี ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีชีวภาพ นายรามาสวามีลาออกจากคณะกรรมการ และลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐโอไฮโอ และ DOGE ก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล โดย DOGE เต็มไปด้วยพันธมิตรของมัสก์ ซึ่งถูกส่งไปทำงานทั่วทั้งระบบราชการเพื่อยกเลิกสัญญาจ้าง เข้าถึงข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน และผลักดันให้มีการตัดงบประมาณ

มัสก์น่าจะมีวาระการดำรงตำแหน่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว เขาได้รับการว่าจ้างให้เป็นพนักงานพิเศษของรัฐบาล ซึ่งหมายความว่าเขาสามารถทำงานได้เพียง 130 วันในระยะเวลา 365 วัน

มัสก์ไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะออกจากรัฐบาลภายในวันใด และไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลตรวจสอบเวลาทำงานของมัสก์อย่างไร ในวันที่ 30 พฤษภาคม จะเป็นเวลา 130 วันนับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม

ทรัมป์กล่าวกับนักข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ว่า “ผมจะเก็บเขาไว้ตราบเท่าที่ผมสามารถเก็บเขาไว้ได้” และ “เขาเป็นคนที่มีความสามารถมาก” ทรัมป์กล่าวเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ว่า “๐ผมต้องการให้อีลอนอยู่ให้นานที่สุด อันดับแรก ผมชอบเขา อันดับสอง เขาทำหน้าที่ได้ดีมาก อันดับสาม เขารักชาติ นั่นคือเหตุผลที่เขาทำอย่างนี้”

เมื่อมัสก์ลาออก ทรัมป์กล่าวว่า “รัฐมนตรีจะเข้ามาควบคุมทั้งหมด” ซึ่งหมายถึงผู้นำของหน่วยงานต่างๆ ที่ได้รับการรับรองจากวุฒิสภา แต่ “DOGE จะยังคงทำงานต่อไป”.

ที่มา AP

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ทำความรู้จัก “ยุนซอกยอล” ปธน.เกาหลีใต้ที่ใช้กฎอัยการศึกจนถูกถอดถอน

ทำความรู้จัก "ยุนซอกยอล" ปธน.เกาหลีใต้ที่ใช้กฎอัยการศึกจนถูกถอดถอน

4 เม.ย. 2568 11:00 น.

ทำความรู้จัก “ยุนซอกยอล” ปธน.เกาหลีใต้ที่ใช้กฎอัยการศึกจนถูกถอดถอน

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ “ยุน ซอกยอล” ผู้เผชิญกับวิกฤตการณ์ทางการเมือง ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งแล้วในวันนี้ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับรองการถอดถอนเขา ฐานพยายามประกาศกฎอัยการศึกในช่วงสั้น ๆ เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ก่อนถูกดำเนินคดีข้อหากบฎต่อไป

ที่มาที่ไปของการถอดถอน

นายยุน ซอกยอล ผู้นำวัย 64 ปีสร้างความตกตะลึงทั่วประเทศเมื่อประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม แต่คำสั่งดังกล่าวถูกยกเลิกในเวลาต่อมา หลังรัฐสภาลุกขึ้นต่อต้านคำสั่งของฝ่ายความมั่นคงและลงมติถอดถอนเขาในปลายเดือนเดียวกัน ซึ่งตามกฎหมายเกาหลีใต้ จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งผู้นำคนใหม่ภายใน 60 วัน

การตัดสินของศาลได้รับเสียงตอบรับที่หลากหลาย สะท้อนถึงความแตกแยกทางการเมืองในประเทศ โดยกลุ่มต่อต้านยุนฉลองชัยชนะอย่างล้นหลาม ขณะที่ผู้สนับสนุนเขาร้องโห่เสียงดังด้วยความไม่พอใจ

นอกจากนี้ นายยุนยังถูกตั้งข้อหากบฏ ทำให้เขาเป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศที่ถูกดำเนินคดีขณะดำรงตำแหน่ง

ในเกาหลีใต้ ความผิดฐานกบฏมีโทษจำคุกตลอดชีวิต หรืออาจถึงขั้นประหารชีวิต แต่ในทางปฏิบัติ การประหารไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากเกาหลีใต้ไม่ได้ใช้โทษประหารมานานหลายสิบปีแล้ว

ยุนเคยถูกจับกุมในเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างทีมสอบสวนคดีคอร์รัปชันและหน่วยรักษาความปลอดภัยส่วนตัวของเขา เขาได้รับการปล่อยตัวในเดือนมีนาคมด้วยเหตุผลทางเทคนิค

เขาเคยอ้างว่า การประกาศกฎอัยการศึกเป็นการตอบโต้พรรคฝ่ายค้านที่พยายามโค่นล้มประชาธิปไตยเสรี แต่ในความเป็นจริงแล้วเหตุผลที่แท้จริงกลับดูเหมือนมาจากแรงกดดันทางการเมืองและเรื่องอื้อฉาวส่วนตัว


จากอัยการสู่ผู้นำประเทศ


ยุนเป็นหน้าใหม่ในแวดวงการเมือง ก่อนจะเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี เขาเคยโด่งดังจากการเป็นอัยการที่ดำเนินคดีทุจริตต่ออดีตผู้นำหญิง “พัก กึนฮเย” ในปี 2016

ยุนชนะการเลือกตั้งในปี 2022 ด้วยคะแนนเฉือนคู่แข่งอย่าง “อี แจมยอง” เพียงไม่ถึง 1% ซึ่งนับว่าเป็นผลการเลือกตั้งที่สูสีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1987 ที่เริ่มมีการเลือกตั้งโดยตรง

ในขณะที่สังคมเกาหลีใต้กำลังถกเถียงกันในประเด็นความเท่าเทียมทางเพศ ยุนเลือกใช้นโยบายต่อต้านเฟมินิสม์ เพื่อเจาะฐานเสียงของชายหนุ่ม

นอกจากนี้เขายังมีจุดยืนแข็งกร้าวต่อเกาหลีเหนือ โดยอ้างภัยคุกคามจากฝั่งเหนือเป็นเหตุผลในการประกาศกฎอัยการศึก แม้ว่าหลายฝ่ายจะมองว่าเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อกลบปัญหาภายใน

ข้อผิดพลาดทางการเมือง และเรื่องอื้อฉาว

ในช่วงหาเสียงปี 2022 นายยุนเคยชม “ชุน ดูฮวาน” ผู้นำเผด็จการผู้เคยสังหารประชาชนว่ามีความสามารถทางการเมือง และยังเคยถูกจับภาพขณะสบถถึงสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ระหว่างเดินทางไปนิวยอร์ก

ในด้านนโยบายต่างประเทศ ยุนมีความสำเร็จในการปรับปรุงความสัมพันธ์กับญี่ปุ่น ซึ่งเป็นจุดบวกจุดหนึ่งในช่วงดำรงตำแหน่ง

ขณะที่เรื่องอื้อฉาวใหญ่ที่สุดเกี่ยวข้องกับภรรยาของเขา “คิม กอนฮี” ที่ถูกกล่าวหาว่ารับหกระเป๋าหรูเป็นของขวัญ และมีส่วนพัวพันกับการใช้อิทธิพลแทรกแซง

แม้ยุนจะขอโทษต่อสาธารณชนแทนภรรยา แต่เขากลับปฏิเสธที่จะสั่งสอบสวน ทำให้คะแนนนิยมของเขายิ่งตกต่ำ

หลังพรรคฝ่ายค้านชนะเลือกตั้งรัฐสภาในปีที่แล้วอย่างถล่มทลาย ยุนก็เหลือเพียงอำนาจการยับยั้งวีโต้ กฎหมายที่ฝ่ายค้านเสนอ ซึ่งเขาใช้บ่อยครั้งจนถูกมองว่าเป็นผู้นำที่ใช้อำนาจเผด็จการ


การประกาศกฎอัยการศึก: จุดจบทางการเมือง

แรงกดดันจากฝ่ายค้านที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ยุนหันมาใช้ไม้ตาย คือการประกาศกฎอัยการศึกในเวลากลางคืน

ศ.ลีฟ เอริก อีสลีย์ จากมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา กล่าวว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต และเป็นความผิดพลาดทางการเมือง ด้วยคะแนนนิยมที่ต่ำมาก และการขาดการสนับสนุนแม้กระทั่งภายในพรรคของตนเอง ยุนควรรู้ว่าเขาไม่มีพลังพอจะผลักดันคำสั่งนั้นให้สำเร็จ การกระทำดังกล่าวยิ่งทำให้เขาดูเหมือนนักการเมืองที่จนตรอก


ผลกระทบและอนาคตการเมืองที่ไม่แน่นอน

หลังประกาศกฎอัยการศึก เกิดวิกฤตทางการเมืองอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคน รวมถึงอดีตรัฐมนตรีกลาโหม ผู้นำตำรวจ และกองทัพ กำลังถูกสอบสวน

พรรคพลังประชาชน (PPP) ของยุนแตกออกเป็นสองฝ่าย บางส่วนยังคงสนับสนุนเขา แต่ส่วนใหญ่โหวตถอดถอน

หลังการถอดถอน หัวหน้าพรรค PPP  นายฮัน ดงฮุนซึ่งเคยเรียกร้องให้ปลดยุนออกจากตำแหน่ง ได้ลาออกทันทีเพื่อรับผิดชอบต่อความขัดแย้งภายในพรรค

ด้านฝ่ายค้าน สถานการณ์ก็ไม่สงบ โดยพวกเขาได้ถอดถอนนายกรัฐมนตรี ฮัน ด็อกซู ซึ่งรับตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี หลังถูกกล่าวหาว่าเป็นหุ่นเชิดของนายยุน

แม้รัฐมนตรีการคลังชเว ซังมก จะรักษาการผู้นำในขณะนี้ แต่ฝ่ายค้านก็ขู่ว่าจะถอดถอนเขาเช่นกัน ขณะที่ทั่วประเทศยังคงมีการประท้วงอย่างต่อเนื่อง ทั้งฝ่ายต่อต้านและฝ่ายสนับสนุนยุน ขณะที่เขาเองยังคงแสดงท่าทีไม่ยอมแพ้ จึงต้องจับตาดูวิกฤติการเมืองในเกาหลีใต้ว่าหลังจากนี้จะมีทิศทางไปอย่างไรต่อไป หลังมีคำตัดสินในครั้งนี้.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เกาหลีใต้

ด่วน ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชาด รับรองมติถอดถอน ยุน ซอกยอล ให้เลือกตั้งใหม่ใน 60 วัน

ด่วน ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชาด รับรองมติถอดถอน ยุน ซอกยอล ให้เลือกตั้งใหม่ใน 60 วัน

4 เม.ย. 2568 10:04 น.

ด่วน ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชาด รับรองมติถอดถอน ยุน ซอกยอล ให้เลือกตั้งใหม่ใน 60 วัน

“ยุน ซอกยอล” หลุดเก้าอี้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับรองการถอดถอน หลังใช้อำนาจเกินขอบเขตประกาศกฎอัยการศึกเมื่อเดือนธันวาคม เตรียมเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน

วันที่ 4 เมษายน 2568 ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้มีคำวินิจฉัยรับรองมติถอดถอน อดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล ส่งผลให้เขาต้องพ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการโดยทันที สืบเนื่องจากกรณีนายยุนประกาศกฎอัยการศึก เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ปีที่ผ่านมา ซึ่งถูกมองว่าเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญและละเมิดกฎหมาย

นายมุน ฮยองแบ รักษาการประธานศาล อ่านคำตัดสินที่ถ่ายทอดสดทั่วประเทศ โดยระบุว่าการกระทำของยุน ซอกยอลเป็นการใช้อำนาจในทางมิชอบ และตามรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้จะต้องจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ภายใน 60 วัน ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 3 มิถุนายนนี้

ทั้งนี้ การถอดถอนประธานาธิบดียุน มีจุดเริ่มต้นเมื่อสมัชชาแห่งชาติที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายค้านมีมติถอดถอนยุนเมื่อกลางเดือนธันวาคม โดยกล่าวหาว่าเขาประกาศกฎอัยการศึกโดยมิชอบ มีการส่งทหารเข้าสภาเพื่อขัดขวางการลงมติยกเลิกคำสั่งและสั่งจับกุมนักการเมืองที่คัดค้าน อย่างไรก็ตาม อดีตประธานาธิบดียุนยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าเขาทำไปเพื่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งคำวินิจฉัยครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ทางการเมืองของเกาหลีใต้ ที่ส่งผลสะเทือนต่อทิศทางการเมืองในระยะยาว.

ยอดตายเมียนมาเพิ่มอีก เกิดอาฟเตอร์ช็อกแล้วเกือบ 70 ครั้ง

ยอดตายเมียนมาเพิ่มอีก เกิดอาฟเตอร์ช็อกแล้วเกือบ 70 ครั้ง

4 เม.ย. 2568 10:02 น.

ยอดตายเมียนมาเพิ่มอีก เกิดอาฟเตอร์ช็อกแล้วเกือบ 70 ครั้ง

ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวในเมียนมาเพิ่มเป็น 3,145 ศพ ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงระดมกำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต ท่ามกลางอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นมาแล้วเกือบ 70 ครั้ง

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาเมื่อเกือบหนึ่งสัปดาห์ก่อน เพิ่มขึ้นเป็น 3,145 รายในวันพฤหัสบดี หลังจากทีมค้นหาและกู้ภัยพบศพเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน องค์กรด้านมนุษยธรรมต่างเร่งจัดหาเวชภัณฑ์และที่พักพิงให้กับผู้รอดชีวิต

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข้อมูลข่าวสารของเมียนมาได้ประกาศตัวเลขล่าสุดในที่ประชุมที่กรุงเนปิดอว์ โดยระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวในเมียนมาเพิ่มเป็น 3,145 ศพ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4,589 คน และยังมีผู้สูญหายอีก 221 คน

รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจสูงกว่าตัวเลขทางการมาก โดยเฉพาะเมื่อระบบโทรคมนาคมยังใช้การไม่ได้ในหลายพื้นที่ และบางแห่งเข้าถึงได้ยาก

ยอดตายเมียนมาเพิ่มอีก เกิดอาฟเตอร์ช็อกแล้วเกือบ 70 ครั้ง

ขณะที่สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เหตุแผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อกส่งผลกระทบต่อประชาชนมากกว่า 17 ล้านคน ใน 57 เมืองจากทั้งหมด 330 เมืองทั่วประเทศ โดยในจำนวนนั้น มีมากกว่า 9 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบรุนแรง

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาและอุทกศาสตร์ของประเทศเมียนมารายงานว่า ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อกจำนวน 67 ครั้งนับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 แมกนิจูดเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา โดยแรงสั่นสะเทือนจากอาฟเตอร์ช็อกส่วนใหญ่รู้สึกได้ในเขตมัณฑะเลย์ สะกาย เนปิดอว์ รัฐฉานตอนใต้ ย่างกุ้ง พะโค และอิระวดี โดยมีความรุนแรงตั้งแต่ 2.8 ถึง 7.5 ที่เมืองมัณฑะเลย์ ประชาชนจำนวนมากยังคงตั้งที่พักชั่วคราวในพื้นที่โล่ง เนื่องจากกลัวว่าอาฟเตอร์ช็อกจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา : เอพี , irrawadee

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แผ่นดินไหว

ฮังการีประกาศถอนตัวศาล ICC ขณะปูพรมแดงต้อนรับเนทันยาฮู

ฮังการีประกาศถอนตัวศาล ICC ขณะปูพรมแดงต้อนรับเนทันยาฮู

4 เม.ย. 2568 09:18 น.

ฮังการีประกาศถอนตัวศาล ICC ขณะปูพรมแดงต้อนรับเนทันยาฮู

นายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ ออร์บาน ผู้นำสายชาตินิยมของฮังการี ประกาศถอนตัวจากศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC ในวันเดียวกับที่ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เดินทางเยือนกรุงบูดาเปสต์

วันที่ 3 เมษายน 2568 นายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ ออร์บาน ของฮังการี ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ฮังการีจะถอนตัวจากการเป็นภาคีสมาชิกศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court -ICC) โดยให้เหตุผลว่า ICC ไม่ได้เป็นองค์กรตุลาการที่เป็นกลางอีกต่อไป แต่กลายเป็นเวทีทางการเมือง โดยเฉพาะกรณีการออกหมายจับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล

การประกาศของออร์บานมีขึ้นในช่วงที่ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เดินทางเยือนฮังการีอย่างเป็นทางการ ซึ่งถูกมองว่าเป็นความพยายามสร้างภาพลักษณ์ในเวทีระหว่างประเทศ และนับเป็นการเดินทางต่างประเทศครั้งที่ 2 ของเขานับตั้งแต่ ICC ออกหมายจับเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 ฐานต้องสงสัยก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติจากสงครามในฉนวนกาซา

เทางด้านนายนทันยาฮู กล่าวขอบคุณผู้นำฮังการีในความกล้าหาญและยึดมั่นในหลักการชัดเจน พร้อมชื่นชมว่าการถอนตัวจาก ICC เป็น การตัดสินใจที่กล้าหาญและยึดมั่นในหลักการ พร้อมโจมตีศาลว่าเต็มไปด้วยการทุจริตและไร้ความชอบธรรม โดยฮังการีเป็นชาติแรกที่ถอนตัวจากความอยุติธรรมนี้ ซึ่งจะได้รับการชื่นชมจากอิสราเอลและอีกหลายประเทศทั่วโลก

ที่ผ่านมานายออร์บานเคยถูกวิจารณ์อย่างหนักจากนานาชาติว่าเป็นตัวแปรสำคัญที่ขัดขวางกระบวนการตัดสินใจของสหภาพยุโรป และใช้แนวทางการปกครองคล้ายเผด็จการ อาทิ การควบคุมศาล ต่อต้านองค์กรสิทธิมนุษยชน และปราบปรามภาคประชาสังคม

ขณะเดียวกัน ผู้นำอิสรเอลยังเผชิญแรงกดดันภายในประเทศจากมวลชนที่คัดค้านการทำสงครามต่อในกาซา โดยชี้ว่าอาจเสี่ยงต่อชีวิตตัวประกันที่ยังคงถูกฮามาสควบคุมตัวอยู่ พร้อมทั้งถูกวิจารณ์เรื่องการแทรกแซงสถาบันต่างๆ และการใช้อำนาจเกินขอบเขต.

ตร.เกาหลีใต้คุมเข้มความปลอดภัย ขณะที่ศาลรธน.ตัดสินคดีถอดถอนยุน ซอกยอลวันนี้

ตร.เกาหลีใต้คุมเข้มความปลอดภัย ขณะที่ศาลรธน.ตัดสินคดีถอดถอนยุน ซอกยอลวันนี้

4 เม.ย. 2568 08:27 น.

ตร.เกาหลีใต้คุมเข้มความปลอดภัย ขณะที่ศาลรธน.ตัดสินคดีถอดถอนยุน ซอกยอลวันนี้

ตำรวจเกาหลีใต้ระดมเจ้าหน้าที่ 20,000 นาย ป้องกันเหตุวุ่นวายก่อนศาลรัฐธรรมนูญเตรียมอ่านคำพิพากษาคดีถอดถอนประธานาธิบดี ยุน ซอกยอลในช่วงเช้าวันนี้

วันที่ 4 เมษายน 2568 ตำรวจเกาหลีใต้ระดมเจ้าหน้าที่ 20,000 นาย จาก 338 หน่วยทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงโซล ซึ่งมีการส่งกำลัง 14,000 นาย ไปประจำการในจุดสำคัญ เช่น กวางฮวามุน และทำเนียบประธานาธิบดี เพื่อป้องกันเหตุวุ่นวาย ก่อนศาลรัฐธรรมนูญเตรียมอ่านคำพิพากษาคดีถอดถอนประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ในเวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 9.00 น. ตามเวลาในไทย ท่ามกลางการจับตาของประชาชนและสื่อทั่วโลก

ตำรวจยังใช้รถยนต์กั้นพื้นที่โดยรอบศาลรัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันผู้ชุมนุมบุกรุก พร้อมส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษกระจายกำลังในจุดเสี่ยง และเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้คณะผู้พิพากษา พร้อมกันนี้ ตำรวจเกาหลีใต้ประกาศใช้มาตรการเตือนภัยระดับสูงสุด ทั่วประเทศในวันศุกร์นี้ เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ความไม่สงบ

สำนักข่าวยอนฮับรายงานว่า อดีตประธานาธิบดียุนจะไม่เข้าร่วมการพิจารณาคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญในเช้านี้ โดยทนายความของเขาอ้างถึงความกังวลด้านความปลอดภัย

ขณะเดียวกันผู้ประท้วงหลายร้อยคน ซึ่งส่วนใหญ่สนับสนุนการถอดถอนประธานาธิบดี พากันไปนอนค้างคืนบนถนนสายหนึ่งใกล้กับศาลรัฐธรรมนูญ โดยพวกเขาใช้ถุงนอนและผ้าห่มอะลูมิเนียมห่มตัวเพื่อกันหนาว ขณะที่อุณหภูมิในกรุงโซลเมื่อคืนนี้อยู่ที่ประมาณ 5 องศาเซลเซียส 

โดยที่ผ่านมาชาวเกาหลีใต้รู้สึกเบื่อหน่ายกับความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เกิดขึ้นยาวนาน แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็ยังคงทำให้พวกเขารู้สึกวิตกกังวลมาหลายสัปดาห์ เนื่องจากผู้พิพากษาทั้ง 8 คนใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้ในการตัดสินใจ ซึ่งคำตัดสินนี้จะช่วยกำหนดทิศทางการเมืองของเกาหลีใต้ หากศาลตัดสินว่ามติถอดถอนมีความชอบธรรม นายยุนจะถูกปลดออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้น

แต่หากศาลตัดสินว่าไม่ชอบธรรม นายยุนจะได้กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง ซึ่งอาจทำให้วิกฤตทางการเมืองเลวร้ายลง และต้องเผชิญกับความแตกแยกในประเทศมากกว่าที่เคย.

โนโรไวรัสระบาดบนเรือสำราญหรู ติดเชื้อแล้ว 240 ราย

โนโรไวรัสระบาดบนเรือสำราญหรู ติดเชื้อแล้ว 240 ราย

4 เม.ย. 2568 08:09 น.

โนโรไวรัสระบาดบนเรือสำราญหรู ติดเชื้อแล้ว 240 ราย

พบการระบาดของโนโรไวรัสทำให้ผู้โดยสารบนเรือสำราญหรู Queen Mary 2 ผู้โดยสารล้มป่วยมากกว่า 240 คน

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) รายงานการระบาดของโรคนี้ ขณะที่เรือสำราญQueen Mary 2 ของบริษัท Cunard บริษัทลูกของ Carnival Corporation กำลังจะสิ้นสุดการเดินทางท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรไปยังแคริบเบียนเป็นเวลา 4 สัปดาห์

ตามข้อมูลของ CDC เรือลำดังกล่าวออกเดินทางจาก เซาท์แธมป์ตัน เมื่อวันที่ 8 มีนาคม และมีกำหนดกลับถึงท่าเรือในอังกฤษในวันที่ 6 เมษายน โดยระหว่างการเดินทาง มีผู้โดยสาร 224 คนจากทั้งหมด 2,538 คนล้มป่วยด้วยไวรัสในระบบทางเดินอาหารหรือโนโรไวรัส และลูกเรือ 17 คนจากทั้งหมด 1,232 คนก็มีอาการเจ็บป่วยเช่นกัน

สำหรับอาการของผู้ป่วยบนเรือ Queen Mary 2 หลักๆ คืออาการ ท้องเสียและอาเจียน โดยทาง CDC ระบุว่า ทางบริษัทได้เพิ่มมาตรการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบนเรือทันทีหลังมีการยืนยันการระบาด ผู้โดยสารที่ติดเชื้อได้ถูกแยกตัวจากผู้อื่น และได้ทำการตรวจอุจจาระเพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติม

ด้านโครงการสุขาภิบาลเรือของ CDC ซึ่งคอยติดตามสถานการณ์การระบาดบนเรือสำราญ ระบุว่า ขณะนี้พวกเขากำลังติดตามสถานการณ์จากระยะไกล รวมถึงทบทวนขั้นตอนการรับมือและสุขาภิบาลของเรือ โดยทางเรือได้ปรึกษากับหน่วยงานเกี่ยวกับขั้นตอนการทำความสะอาดครั้งใหญ่บน Queen Mary 2 แล้ว ขณะที่จำนวนผู้ป่วยเริ่มลดลง

ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ดร. วิลเลียม ชาฟฟ์เนอร์ จากศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์ เคยให้สัมภาษณ์กับ CNN Travel เมื่อต้นปีนี้ว่า โนโรไวรัสนับเป็นไวรัสประจำเรือสำราญ เพราะโนโรไวรัสเป็นไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายมาก โดยเฉพาะในสถานที่ปิด เช่น เรือสำราญ ค่ายพักแรม หอพัก หรือโรงแรม

ดร.ชาฟฟ์เนอร์กล่าวว่าไวรัสชนิดนี้สามารถทำให้ติดเชื้อได้แม้ได้รับไวรัสในปริมาณน้อยมาก โดยเชื้อไวรัสสามารถอยู่บนพื้นผิวได้นานหลายวันหรือเป็นสัปดาห์ ถ้าหากไปสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อนแล้วเอามือไปแตะปาก ก็อาจจะติดเชื้อได้ทันที ดังนั้นจึงแนะนำผู้โดยสารให้ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากใช้ห้องน้ำและก่อนรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่ม

ทั้งนี้ CDC รายงานการระบาดของโรคบนเรือสำราญทั้งหมด 16 ครั้งในปี 2024 ซึ่งมากที่สุดในรอบกว่า 10 ปี ขณะที่ปี 2023 มีทั้งหมด 14 ครั้ง ส่วนในปี 2025 ขณะนี้ CDC รายงานการระบาดบนเรือสำราญแล้ว 11 ครั้ง รวมถึงเหตุการณ์บน Queen Mary 2 โดยในจำนวนนี้ 9 ครั้งมาจากโนโรไวรัส.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ โนโรไวรัส

ภาษีทรัมป์ทำตลาดหุ้นดิ่งหนักสุดนับตั้งแต่ปี 2563 จีน-EU ลั่นตอบโต้แน่

ภาษีทรัมป์ทำตลาดหุ้นดิ่งหนักสุดนับตั้งแต่ปี 2563 จีน-EU ลั่นตอบโต้แน่

4 เม.ย. 2568 07:26 น.

ภาษีทรัมป์ทำตลาดหุ้นดิ่งหนักสุดนับตั้งแต่ปี 2563 จีน-EU ลั่นตอบโต้แน่

ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งแรง 1 วันหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศกำแพงภาษีใหม่ต่อสินค้านำเข้าทั้งหมด ขณะที่จีนกับสหภาพยุโรปยืนยันจะตอบโต้อย่างแน่นอน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ดัชนีหุ้น เอสแอนด์พี 500 สหรัฐฯ ดิ่งลง 4.8% มูลค่าหายไปร่วม 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในวันพฤหัสบดีที่ 3 เม.ย. 2568 ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ทำลายเศรษฐกิจในปี 2563 ขณะที่ดาวโจนส์ปิดตลาดลดลงราว 4% ส่วนแนสแด็กร่วง 6%

ตลาดหุ้นในเอเชียและยุโรปต่างก็ลดลง จากความกังวลเรื่องผลกระทบจากมาตรการภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ โดยดัชนี FTSE 100 ของสหราชอาณาจักรลดลง 1.5%

ในวันพฤหัสบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธความกังวลเรื่องความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นโดยยืนยันว่า “ผมคิดว่าทุกอย่างกำลังไปได้ดีมาก มันเหมือนกับการที่คนไข้รับการผ่าตัด และนั่นเป็นเรื่องใหญ่ ผมกำลังบอกว่านี่แหละคือวิถีที่มันควรจะเป็น ตลาดจะบูม หุ้นจะบูม ประเทศนี้จะบูม” นายทรัมป์บอกด้วยว่า เขาเปิดกว้างที่จะเจรจากับหุ้นส่วนการค้าเรื่องกำแพงภาษี

ทั้งนี้ เมื่อวันพุธที่ 2 เม.ย. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการเก็บ “ภาษีพื้นฐาน” (baseline tariff) ในอัตรา 10% ต่อสินค้าทั้งหมดจากทุกประเทศที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ และจะเก็บ “ภาษีต่างตอบแทน” (reciprocal tariff) ต่อหลายสิบประเทศที่สหรัฐฯ ขาดดุลทางการค้าด้วยมากที่สุด ในอัตราแตกต่างกันไป

จีนเผชิญภาษีต่างตอบแทนถึง 34% และเมื่อรวมกับมาตรการภาษีที่นายทรัมป์บังคับใช้ก่อนหน้านี้ หมายความว่าสินค้าจีนที่เข้าสู่สหรัฐฯ จะต้องเผชิญกำแพงภาษีสูงถึง 54% ขณะที่สหภาพยุโรปโดนภาษีต่างตอบแทน 20% ซึ่งทั้งจีนและ EU ต่างออกมาประกาศว่าพวกเขาจะมีมาตรการตอบโต้

แคนาดารอดจากการเก็บภาษีต่างตอบแทน สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีสินค้าของพวกเขาไปก่อนแล้วในเดือนมีนาคม ที่อัตรา 25% และล่าสุด นายมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดาก็ประกาศจะตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการตั้งกำแพงภาษีรถยนต์ที่นำเข้ามาจากสหรัฐฯ ในอัตรา 25%

ตอนนี้บริษัทต่างๆ ต้องเลือกว่า จะกล้ำกลืนผลกระทบจากกำแพงภาษี, ร่วมมือกับหุ้นส่วนเพื่อแบ่งเบาภาระ หรือผลักภาระไปให้ลูกค้า ซึ่งเสี่ยงทำให้ยอดขายตก และอาจส่งผลกระทบใหญ่หลวง เนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคในสหรัฐฯ คิดเป็น 10-15% ของเศรษฐกิจโลก

เมื่อวันพฤหัสบดี บริษัท “สแตนแลนติส” ผู้ผลิตรถยนต์ยี่ห้อ จี๊ป, เฟียต และแบรนด์อื่นๆ ต้องหยุดการผลิตที่โรงงานในเมืองโตลุกา เม็กซิโก และเมืองวินด์เซอร์ ของแคนาดา ชั่วคราว กระทบลูกจ้างหลายพันคน หลังสหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษีรถยนต์ทุกคันที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ 25%

หุ้นของบริษัท ไนกี้ ซึ่งผลิตสินค้าของพวกเขาในเอเชีย เป็นหนึ่งในหุ้นของเอสแอนด์พี 500 ที่ร่วงหนักที่สุดที่ 14% ส่วน แอปเปิล ซึ่งพึ่งพาตลาดจีนและไต้หวันอย่างหนักลดลง 9% และบริษัทผู้ค้าปลีกอย่าง ทาร์เก็ต (Target) หุ้นก็ร่วงถึง 10%

ผู้ผลิตจักรยานยนต์ชื่อดังอย่าง ฮาร์เลย์ เดวิดสัน ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่จะถูกสหภาพยุโรปตั้งกำแพงภาษีเพื่อตอบโต้สหรัฐฯ หุ้นตก 10% ส่วนหุ้นอื่นๆ ในยุโรป โดยเฉพาะกลุ่มอุปกรณ์กีฬาอย่าง อาดิดาส ร่วงมากกว่า 10% คู่แข่งอย่างพูมา ลดลงมากกว่า 9% เนื่องจากประเทศที่ผลิตสินค้าของพวกเขาผลิต โดนกำแพงภาษีอัตราสูงมาก

ด้านบริษัทสินค้าหรูหราอย่าง แพนดอรา ผู้ผลิตอัญมณีรายใหญ่ หุ้นตกกว่า 10% ขณะที่ หลุยส์ วิตตอง (LVMH) หุ้นร่วงมากกว่า 3% หลังสหภาพยุโรปกับสวิตเซอร์แลนด์ถูกสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ตำรวจญี่ปุ่นเผย จำนวน “ยากูซ่า” ในประเทศลดลงจนต่ำสุดตลอดกาล

ตำรวจญี่ปุ่นเผย จำนวน “ยากูซ่า” ในประเทศลดลงจนต่ำสุดตลอดกาล

4 เม.ย. 2568 06:40 น.

ตำรวจญี่ปุ่นเผย จำนวน “ยากูซ่า” ในประเทศลดลงจนต่ำสุดตลอดกาล

ตำรวจญี่ปุ่นเผย จำนวนสมาชิกแก๊งยากูซ่าในประเทศลดลงจนต่ำที่สุดเป็นประวัติกาล แต่กิจกรรมผิดกฎหมายบางอย่างของพวกเขากลับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทางออนไลน์

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2568 สำนักงานตำรวจแห่งชาติของญี่ปุ่นเผยแพร่รายงานฉบับใหม่ ระบุว่า จำนวนสมาชิกแก๊ง “ยากูซ่า” ซึ่งเป็นองค์กรอาชญากรรมใต้ดินในญี่ปุ่น ลดลงจนเหลือเพียง 18,800 คนเท่านั้นในปี 2567 และเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา

จำนวนสมาชิกแก๊งยากูซ่าลดลงเรื่อยๆ นับตั้งแต่ปี 2548 โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปราบปรามอย่างเข้มงวดของตำรวจ แต่ปี 2567 นับเป็นครั้งแรกที่สมาชิกยากูซ่าในญี่ปุ่นเหลือน้อยกว่า 20,000 คน

อย่างไรก็ตาม ตำรวจญี่ปุ่นเตือนด้วยว่า แม้จำนวนสมาชิกจะลดลง แต่กิจกรรมบางอย่างของพวกเขากลับมากขึ้นสวนทาง และมีแหล่งเงินทุนหลากหลายแหล่ง โดยมีความเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรมนิรนามผู้ก่อเหตุหลอกลวงทางออนไลน์ และการฉ้อโกงการลงทุน

องค์กรดังกล่าวถูกเรียกว่า “โตคุริว” (tokuryu) โดดเด่นเรื่องการหาสมาชิกโดยใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือคนหนุ่มสาวที่ต้องการเงินใช้โดยเร็ว

สมาชิกยากูซ่าบางคนถูกพบว่าเป็นหัวโจกขององค์กรอาชญากรรมกำเนิดใหม่เหล่านี้ และผลกำไรผิดกฎหมายนี้ก็ไหลเข้าสู่แก๊งยากูซ่า

ข้อมูลของตำรวจแสดงให้เห็นว่า มูลค่าความเสียหายโดยรวมจากการฉ้อโกงอย่างเป็นองค์กรและอาชญากรรมอื่นๆ ที่สาวไปถึงกลุ่มโตคุริวได้ เพิ่มขึ้นจนแตะ 2.63 แสนล้านเยนในปี 2567 เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่ตัวเลขอยู่ที่ 6.2 หมื่นล้านเยนมาก

ทั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าตำรวจญี่ปุ่นตรวจสอบจำนวนสมาชิกแก๊งยากูซ่าในประเทศได้อย่างไร แต่พวกเขาระบุในรายงานว่า “ข้อเท็จจริงที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปคือ ยากูซ่าคือภัยคุกคามต่อสังคมของเรา”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ฮามาสอ้าง อิสราเอลโจมตีทางอากาศโดนโรงเรียนในกาซา ซิตี้ ดับ 27 ศพ

ฮามาสอ้าง อิสราเอลโจมตีทางอากาศโดนโรงเรียนในกาซา ซิตี้ ดับ 27 ศพ

4 เม.ย. 2568 03:47 น.

ฮามาสอ้าง อิสราเอลโจมตีทางอากาศโดนโรงเรียนในกาซา ซิตี้ ดับ 27 ศพ

อิสราเอลโจมตีทางอากาศในกาซา ซิตี้ โดนโรงเรียนซึ่งกำลังถูกใช้เป็นที่หลบภัยชั่วคราว ทำให้มีผู้เสียชีวิต 27 ศพ และบาดเจ็บอีกหลายสิบราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซา ซึ่งบริหารโดยกลุ่มฮามาส ระบุว่า อิสราเอลโจมตีทางอากาศโดนโรงเรียน “ดาร์ อัล-อาร์คาม” (Dar al-Arqam) ในเมืองกาซา ซิตี้ ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา ซึ่งกำลังถูกใช้เป็นที่อยู่ชั่วคราวสำหรับครอบครัวผู้พลัดถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 27 ศพ และบาดเจ็บอีกหลายสิบราย

ด้านกองทัพอิสราเอลระบุว่า พวกเขาโจมตีทางอากาศในพื้นที่ดังกล่าวโดยมีเป้าหมายที่ผู้ก่อการร้ายคนสำคัญ ซึ่งอยู่ในศูนย์ควบคุมและบัญชาการของกลุ่มฮามาส โดยไม่ระบุถึงโรงเรียนดังกล่าวแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ กระทรวงสาธารณสุขในกาซาระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอีก 97 ศพในการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลตลอดช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในขณะที่กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า ปฏิบัติการภาคพื้นดินของพวกเขากำลังขยายขอบเขต เพื่อยึดพื้นที่ขนาดใหญ่ภายในฉนวนกาซา

ด้านนายมาห์มูด บาสซาล โฆษกสำนักงานป้องกันพลเรือนในกาซา ระบุว่า การโจมตีโรงเรียนดาร์ อัล-อาร์คาม ทำให้มีผู้หญิงและเด็กเสียชีวิตด้วยหลายศพ ขณะที่หญิงท้องลูกแฝดคนหนึ่งหายตัวไป เช่นเดียวกับสามี, น้องสาว และลูกคนอื่นๆ อีก 3 คนของเธอ โดยขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมของพวกเขา

ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อิสราเอลขยายปฏิบัติการในฉนวนกาซาเพิ่มขึ้นอีก โดยนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวเมื่อวันพุธ (2 เม.ย.) ว่า กองทัพจะสร้างฉนวน (corridor) ขึ้นมาอีก 1 เส้น เพื่อตัดขาดเมืองราฟาห์จากเมืองข่านยูนิส

เนทันยาฮูบอกด้วยว่า การกดดันทางทหารจะบีบให้ฮามาสคืนตัวประกันที่เหลืออยู่ 59 คนกลับมา แต่ฮามาสระบุว่า พวกเขาจะไม่ยอมรับข้อเสนอหยุดยิงใหม่ของอิสราเอล ซึ่งผลักดันโดยสหรัฐฯ และพวกเขาจะยอมรับเพียงแผนการที่ผลักดันโดยประเทศตัวกลางอีก 2 ประเทศ ได้แก่ กาตาร์และอียิปต์ ซึ่งเสนอให้หยุดยิง 50 วัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc