‘ริว-มิ้นท์-มีน-น้ำฟ้า’ เปิดเกมรุกจีบ ทำแฟน ๆ ใจเหลว

‘ริว-มิ้นท์-มีน-น้ำฟ้า’ เปิดเกมรุกจีบ ทำแฟน ๆ ใจเหลว

‘ริว-มิ้นท์-มีน-น้ำฟ้า’ เปิดเกมรุกจีบ ทำแฟน ๆ ใจเหลว

วันพุธ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.32 น.

ถ้าถามหาละครละมุนใจนาทีนี้คงหนีไม่พ้น ละครเรื่อง “เมื่อตะวันลับฟ้าก็จะเป็นเวลาของดวงดาว” ทางช่อง 3 แม้จะมีช่วงดราม่ามาเรียกน้ำตาแต่ก็ยังคงครองใจแฟนละครไปทั่วบ้านทั่วเมืองกับความน่ารักของพระนาง “ริว วชิรวิชญ์” และ “มิ้นท์ รัญชน์รวี” และอีกหนึ่งคู่ที่หลายคนต้องอมยิ้มให้กับเคมีของ “มีน นิชคุณ” และ “น้ำฟ้า ธัญญภัสร์” ที่ล่าสุดทำเอา อีพี 8-9 ยิ่งทวีคูณความสนุกช็อตฟินที่ทำแฟน ๆ อบอุ่นหัวใจฟูลฟีลกันเป็นแถว

กับฉากสวนสนุกที่ปล่อยโมเมนต์หวานหนักมาก! เมื่อ คิมหันต์(ริว วชิรวิชญ์) และ นับดาว(มิ้นท์ รัญชน์รวี) เปิดใจทำให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น จนดันเรตติ้ง อีพี 8 ขึ้นยกแผงในผู้ชมกรุงเทพฯ ทุบไปได้ถึง 3.2 กลุ่ม 15 BU+ (Bangkok and Urban) คว้าไป 3.2 เรตติ้งรวมทำไปได้ 2.6 และ อีพี ทุบสถิติยอดดูสดออนไลน์สูงสุดถึง 174,082 วิว เรียกว่าหลายคนเอาใจช่วยสุดฤทธิ์เพราะ ปฐวี (มีน นิชคุณ) มี น้ำฟ้า (น้ำฟ้า ธัญญภัสร์) คอยเป็นกามเทพจับคู่ให้สุดฤทธิ์ แต่พี่สาวอย่างนับดาวก็ดูมีใจให้คิมหันต์ อยู่ไม่น้อย เอาละสิงานนี้ใครจะอยู่ใครจะไป

สุดท้ายใครจะได้ใจนับดาวไป รอติดตามชมใน “เมื่อตะวันลับฟ้าก็จะเป็นเวลาของดวงดาว” ทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3

คว้ารางวัลเพียบ!! ‘ช่อง9’ จัดซีรีส์จีนยอดนิยม ‘เปิดแผนล่ามาเฟียโหด’

คว้ารางวัลเพียบ!! ‘ช่อง9’ จัดซีรีส์จีนยอดนิยม ‘เปิดแผนล่ามาเฟียโหด’

คว้ารางวัลเพียบ!! ‘ช่อง9’ จัดซีรีส์จีนยอดนิยม ‘เปิดแผนล่ามาเฟียโหด’

วันพุธ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.10 น.

ไม่มีแผ่วเลยทีเดียว ช่อง 9” จับมือกับ บริษัท เอ็มวี ทีวี (ไทยแลนด์) จำกัด” เตรียมปล่อยซีรีส์จีนยอดนิยม เรตติ้งอันดับสูงสุดของทีวีบีในปีที่ออกอากาศ แถมคว้ารางวัลมาเพียบ พลาดไม่ได้ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 18.00 น. (หลังเคารพธงชาติ) ทางช่อง 9 กด 30 พบกับซีรีส์เรื่อง เปิดแผนล่ามาเฟียโหด” (Line Walker) ซึ่งเขียนบทโดย เยี่ยเทียนเฉิงเหลียงเอินตง และ อู่ลี่กวง กำกับการแสดงโดย เหวินเหว่ยหง พบกับนักแสดงชั้นนำ มากฝีมือเพียบ นำโดย หลินฟงเสอซื่อม่าน, เหมียวเฉียวเหว่ย, เสิ่นเจิ้นเชียน, เฉินหมิ่นจือ, เจียงเหม่ยอี้, สวี่เส้าสง, เติ้งเจี้ยนหง, เกาไห่หนิง, เหลียงจิ้นฉี, หันหม่าลี, หลี่ซาน, ซวนสือ, เหลียงจิ้งฮุย, เฉินเชี่ยนหยาง, หลิวเจียง, โอวยุ่ยเหว่ย, จางกั๋วเฉียง, หลอเล่อหลิน, หวงฉางซิง ฯลฯ

ความสนุกเริ่มเรื่องจาก สารวัตรจั๋วข่าย นายตำรวจหน่วย CIB ตำรวจสืบสวนอาชญากรรม พบว่าการเสียชีวิตของสารวัตรคังเต้าสิง เพื่อนตำรวจหน่วยเดียวกับเขา มีเงื่อนงำที่น่าสงสัยซึ่งอาจจะเกิดจากการมีหนอนบ่อนไส้ในสำนักงานตำรวจ นอกจากนี้จั๋วข่ายยังพบอีกว่าคังเต้าสิงมีสายลับแทรกซึมในองค์กรอาชญากรรมอยู่ 5 คน ซึ่งคังเต้าสิงได้ลบรายชื่อสายลับทั้ง 5 คนเพื่อปกป้องความลับ จั๋วข่ายจึงต้องตามหาสายลับทั้ง 5 ทีละคน คนแรกที่พบคือ ติงเสี่ยวเจี๋ย หญิงสาวที่เปิดร้านนวดสปาบังหน้า ติงเสี่ยวเจี๋ยเป็นคนฉลาดมีไหวพริบแทรกซึมเข้าในแก๊งค์หงอิง แก๊งอาชญากรรมที่กำลังขยายองค์กรโดยมี ซินฮวนสี่ อดีตตำรวจที่กลายมาเป็นโจรชิงตำแหน่งหัวหน้ามาได้ โดยที่ซินฮวนสี่ได้รับการช่วยเหลือจาก เซียเจียเฉียง ฉายา เป้าซี อดีตเด็กเดินโพยพนันฟุตบอลที่ทะเยอทยานแต่มีน้ำใจซึ่งติงเสี่ยวเจี๋ยอาศัยความสนิทสนมกับเซียเจียเฉียงในการเข้าร่วมแก๊ง ลูกน้องอีกคนของซินฮวนสี่คือ เหลียนเฮ่าฉิน อดีตนักการเงินที่ติดคุกในคดีฉ้อโกง ซึ่งแท้จริงแล้วเหลียนเฮ่าฉินคือสายลับอีกคนของคังเต้าสิง คนรักเก่าของเหลียนเฮ่าฉินคือ ม่อเซี่ยนซิน ตำรวจหน่วย ICAC ที่ไม่เคยรู้เลยว่าเหลียนเฮ่าฉินเป็นสายลับ คนรักใหม่ของม่อเซี่ยนซินคือ สารวัตรเยี่ยเจ้าเหลียง จากหน่วยปราบปรามที่ไม่ลงรอยกับจั๋วข่าย ส่วนพี่สาวของม่อเซี่ยนซินคือ ม่อเซี่ยนฉิง คือคนที่จั๋วข่ายแอบหลงรัก จั๋วข่ายได้รับการติดต่อจาก เซี่ยอันอี๋ ผู้ช่วยของม่อเซี่ยนซินซึ่งเธอคือสายลับอีกคนของคังเต้าสิงเพื่อสืบหาหนอนบ่อนไส้ในสำนักงานตำรวจให้ได้โดยมีผู้หญิงลึกลับที่ชื่อ หลินซีเวย น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ด้วย

เสิร์ฟสายจิ้น ‘นนท์-โจ๊ก’ เลิกปากแข็ง ขออีกฝ่ายเป็นแฟนผ่านเพลง ‘เป็นแฟนกันหน่อยดิ’

เสิร์ฟสายจิ้น ‘นนท์-โจ๊ก’ เลิกปากแข็ง ขออีกฝ่ายเป็นแฟนผ่านเพลง ‘เป็นแฟนกันหน่อยดิ’

เสิร์ฟสายจิ้น ‘นนท์-โจ๊ก’ เลิกปากแข็ง ขออีกฝ่ายเป็นแฟนผ่านเพลง ‘เป็นแฟนกันหน่อยดิ’

วันพุธ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.44 น.

เคยเจอกันมาแล้วในซีรีส์ แต่วันนี้มาเจอในชีวิตจริงกับบทบาทศิลปิน สำหรับ “นนท์รัชชานนท์ กันเพรียง” และ “โจ๊ก– เฉลิมเดช ธรรมาวุธ ในซิงเกิ้ลสุดจิ้น เป็นแฟนกันหน่อยดิ ภายใต้สังกัด เอบี กรุ๊ป เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ที่ปล่อยออกมาให้แฟนๆ คู่ “นนท์โจ๊ก” ได้เห็นเคมีความน่ารักของสองหนุ่มอีกครั้งแบบไม่มีกั๊ก ผ่านการร้องเพลง และเอ็มวีน่ารักๆ ดูแล้วฟินจิกหมอน จนต้องเซิร์สหาหมอนใกล้ฉันแน่นอน

เพลงนี้บอกได้เลยว่าทำมาเพื่อเสิร์ฟให้แฟนๆ ของทั้งคู่โดยเฉพาะ! เนื้อหาของเพลงพูดถึงใครคนหนึ่งที่คอยแกล้งใครอีกคนเพราะชอบ จนสุดท้ายห้ามใจไม่อยู่จนต้องจีบและชวนมาเป็นแฟนกันหน่อยดิตามชื่อเพลง ฟังแค่เพลงก็ว่าเขินแล้ว มาเขินยิ่งกว่าตอนดูเอ็มวี เพราะมิวสิควิดีโอเพลงนี้ถ่ายทอดให้เห็นซีนน่ารักๆ ของ “นนท์-โจ๊ก” ผ่านกิจกรรมประจำวันแบบใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีท่าเต้น น่ารักๆ ให้แฟนๆ ได้ฝึกเต้นจิ้มแก้มตามสองหนุ่มอีกด้วย

นนท์  จริงๆ เพลงนี้มันต่อเนื่องมาจากซีรีส์ที่ผมเล่นกับน้องโจ๊กที่เพิ่งจบไปครับ ในซีรีส์มันใช้เวลานานมากกว่าที่ตัวละครจะได้มาเป็นแฟนกัน ก็เลยเอาไอเดียตรงนั้นมาแต่งเพลงนี้ครับ เนื้อเพลงมันก็จะประมาณว่าในเมื่อรู้สึกดีกันขนาดนี้ ชอบกันขนาดนี้แล้วเราก็มาเป็นแฟนกันหน่อยดิอะไรประมาณนี้ครับ เรื่องราวในเอ็มวีเล่าถึงการใช้เวลาอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นกินข้าวหรือทำอาหาร ทำอะไรก็จะมีความรู้สึกดีๆ ตลอด ซึ่งแต่ละฉากสนุกมากครับ ฉากไม่ซ้ำกันเลย แล้วก็มีท่าเต้นให้ทุกคนได้เต้นตามกันด้วยครับ

โจ๊ก  สำหรับผมเนื้อหาเอ็มวีค่อนข้างครบรส เป็นเอ็มวีที่ผมดูแล้วเชื่อว่าทุกคนต้องชอบมากแน่ๆ มันมีหลายมู้ด และน่ารักสดใสมากๆ เลยครับ ยังไงก็ฝากติดตามเพลงเป็นแฟนกันหน่อยดิของพวกเราด้วยนะครับ ตอนนี้เอ็มวีปล่อยแล้วหวังว่าทุกคนจะชอบกัน และก็ขอฝากผลงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของพวกเราทั้งสองคนด้วยนะครับ

ฟังเพลง “เป็นแฟนกันหน่อยดิ” ได้แล้วทุก Music Streaming และชมมิวสิควิดีโอได้ที่ YouTube : AB GROUP

‘พั้นช์ วรกาญจน์’ปล่อยเพลงใหม่ ‘คงทนไม่ไหว’บทสรุปของความรักที่กลัวความผิดหวัง

‘พั้นช์ วรกาญจน์’ปล่อยเพลงใหม่ 'คงทนไม่ไหว'บทสรุปของความรักที่กลัวความผิดหวัง

‘พั้นช์ วรกาญจน์’ปล่อยเพลงใหม่ ‘คงทนไม่ไหว’บทสรุปของความรักที่กลัวความผิดหวัง

วันพุธ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.39 น.

พั้นช์ วรกาญจน์ กลับมาพร้อมกับเพลงใหม่ล่าสุด “คงทนไม่ไหว” ซึ่งเป็นเพลงรักที่สะท้อนความรู้สึกของคนที่เคยเจ็บปวดจากความรักครั้งเก่า และยังกลัวที่จะรักอีกครั้ง ในขณะที่หวังว่าจะพบรักใหม่ที่ไม่ต้องเจอกับความผิดหวังอีกครั้ง เพลงนี้ถือเป็นบทสรุปของทุกๆ เพลงที่ผ่านมา ที่เต็มไปด้วยความเสียใจและความผิดหวัง โดยครั้งนี้ได้ร่วมงานกับค่าย Maxxfourteen Entertainment ซึ่งทำงานเบื้องหลังร่วมกับ ปราโมทย์  วิเลปะนะ ได้ แจ็ค ไอเฟล เป็นผู้แต่งเพลงนี้ ซึ่งถือเป็นการร่วมงานครั้งแรกระหว่างทั้งสองคน และยังได้ร่วมงานอีกครั้งกับหนึ่ง สมายบัฟ ที่มาเป็นโปรดิวเซอร์ในเพลงนี้ ช่วยดีไซน์ดนตรีและคุมการร้อง

พั้นช์ วรกาญจน์ เผยถึงเหตุผลที่เลือกเพลงนี้ว่า “ฟังท่อนฮุกแล้วติดหู จำง่ายดี” ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ทำให้เพลงนี้มีเสน่ห์และดึงดูดผู้ฟัง พร้อมทั้งบอกอีกว่า ความพิเศษของเพลงนี้ คือการใช้ท่อนที่หลบเสียงสูงๆ ซึ่งไม่ค่อยได้ร้องสไตล์นี้เท่าไหร่เมื่อถามถึงความยากก็ ไม่ถึงกับยากมาก เพราะเป็นสไตล์เพลงช้าๆ ที่ถนัดอยู่แล้ว” พร้อมทั้งย้ำถึงความแตกต่างของเพลงนี้จากผลงานที่ผ่านมา ว่ามีลูกเล่นในการหลบเสียงสูงที่ทำให้เพลงนี้ดูแตกต่างจากเพลงอื่นๆ ที่เคยร้องมาสำหรับใครที่ตกอยู่ในสถานะคนที่กลัวความรักครั้งใหม่ การเริ่มต้นครั้งใหม่ไม่ได้น่ากลัวเสมอไป เราอาจจะเจอคนที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสมก็ได้ แต่เราก็ต้องไม่ลืมที่จะรักตัวเองด้วย “คงทนไม่ไหว” จะเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ทำให้คุณได้สัมผัสถึงความรู้สึกของการเปิดใจรับรักใหม่ ในขณะที่ยังคงมีความกลัวจากอดีตที่เคยเจ็บปวด ขอให้ทุกคนได้ฟังและสัมผัสความหมายจากเพลงนี้กันค่ะ สุดท้ายนี้ พั้นช์ ก็ขอฝากผลงานเพลงนี้ไว้ด้วย ที่สำคัญก็ฝาก ค่าย Maxxfourteen Entertainment ซึ่งเป็นค่ายใหม่ที่ได้ทำงานเบื้องหลังร่วมกับ พี่ปราโมทย์ วิเลปะนะ และป็นค่ายที่ต่อยอดจากโปรเจค “ขอบคุณที่กลับมา” ที่นำศิลปินยุค 90 กลับมาร้องเพลงอีกครั้ง พร้อมสร้างสรรค์โอกาสใหม่ๆ สำหรับศิลปินรุ่นใหม่ โดยให้โอกาสน้องๆที่มีความสามารถทางดนตรีและการร้องเพลง ได้เรียนรู้และสัมผัสการทำงานแบบใกล้ชิดกับศิลปินระดับตำนานหลายท่าน ฝากติดตามค่ายและผลงาน เพลงคงทนไม่ไหว ของพั้นช์ วรกาญจน์  และติดตามผลงานอื่นๆของศิลปินในค่ายได้ทุกช่องทางของ

‘Gucci’ชวนเหล่าคนดังมาสไตลิ่งลุคเก๋กับแคมเปญล่าสุด ‘Keep It Gucci: The Art of Silk’

'Gucci'ชวนเหล่าคนดังมาสไตลิ่งลุคเก๋กับแคมเปญล่าสุด 'Keep It Gucci: The Art of Silk'

‘Gucci’ชวนเหล่าคนดังมาสไตลิ่งลุคเก๋กับแคมเปญล่าสุด ‘Keep It Gucci: The Art of Silk’

วันพุธ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.21 น.

Gucci ชวนเหล่าคนดังมาสไตลิ่งลุคเก๋กับแคมเปญล่าสุด Keep It Gucci: The Art of Silk ในการจับคู่ผ้าพันคอไหมของ Gucci ในหลากหลายธีมให้เข้ากับการแต่งตัว ไม่ว่าจะเป็นลาย Flora, Fauna, Nautical, Equestrian และ GG Monogram อันเป็นเอกลักษณ์ของ Gucci

นำโดย Gucci Brand Ambassador ใหม่-ดาวิกา และ กลัฟ-คณาวุฒิ ร่วมด้วย โบว์-เมลดา, เก้า – สุภัสสรา, เจเจ – กฤษณภูมิ, ไอซ์ – พาริส, กัน – อรรถพันธ์, พรีม – ชนิกานต์, วิว – เบญญาภา, จูเน่ – เพลินพิชญา, บุ๊ค – กษิดิ์เดช, นิว – ชยภัค และ จูเนียร์ – กรวิชญ์

เลือกชมผ้าพันคอไหมจาก Gucci ได้แล้ววันนี้ ที่ร้าน Gucci ทุกสาขา ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ไอคอน สยาม, เซ็นทรัล เอ็มบาสซี, เอ็มโพเรียม, เซ็นทรัล ชิดลม และ เซ็นทรัล ภูเก็ตฟลอเรสต้า รวมไปถึงผ้าพันคอจากโปรเจ็คพิเศษ 90×90 ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นร่วมกับศิลปิน 9 คนจากหลากหลายประเทศได้เฉพาะที่ร้าน Gucci สาขาศูนย์การค้าสยามพารากอน

#GucciTheArtofSilk

#GucciSS25

‘ภูมิธรรม’ลั่นผมรักกลาโหม ชี้ข่าวปรับ ครม. เกิดจากคนมีวัตถุประสงค์

‘ภูมิธรรม’ลั่นผมรักกลาโหม ชี้ข่าวปรับ ครม. เกิดจากคนมีวัตถุประสงค์

‘ภูมิธรรม’ลั่นผมรักกลาโหม ชี้ข่าวปรับ ครม. เกิดจากคนมีวัตถุประสงค์

วันพฤหัสบดี ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.26 น.

“ภูมิธรรม” ชี้ ข่าวปรับ ครม. เกิดจากคนที่มีวัตถุประสงค์ ยืนยัน นายกฯบอกหลายครั้งว่าไม่มี ลั่น ผมรักกลาโหม

วันที่ 24 เมษายน 2568 เวลา 12.00 น.  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่แม้นายกรัฐมนตรีจะยังไม่ส่งสัญญาณแต่มีรายชื่อหลุดออกมาทั้งชื่อนายภูมิธรรมที่จะกลับไปนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หรือนายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย อดีตรมว.กลาโหม กลับมานั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมองว่าเรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร ว่า ไม่เคยมีสัญญาณ ไม่เคยมีการบอกตนว่าจะต้องทำยังไง ท่านนายกรัฐมนตรีพูดในที่ประชุมครม.ตลอดว่า ให้ทุกคนทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ประสานงานกันอย่างเต็มที่ และการทำงานที่ได้สาระเนื้อหา เพราะเราอยู่ในภาวะวิกฤติ ไม่อยากเห็นการไม่สามัคคีกัน ไม่ใช่มีการขัดแข้งขัดขากัน หรือมีปัญหาอะไร นายกฯตรงไปตรงมา ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง เท่าที่ได้ฟังก็เป็นอย่างนี้

นายภูมิธรรม กล่าวว่า  ส่วนนอกนั้นตนได้ฟังจากข้างนอก จากสื่อเป็นหลัก ตนก็ไม่ทราบว่าแหล่งข่าวที่สื่อหรือใครที่ได้รับมาเป็นข่าวมาจากไหน แต่ถ้าดูตอนนี้ยังไม่มีอะไร และคนที่มีอำนาจตัดสินใจว่าจะมีหรือไม่มีการปรับก็คือนายกฯ เพราะว่าถ้าจะมีสิ่งนี้เกิดขึ้นท่านจะเป็นคนจรดปากกา และนายกฯ ก็ยืนยันหลายครั้งแล้ว ยังไม่คิดอะไร ฉะนั้นใครพูดก็ไม่สำคัญเท่านายกฯ เมื่อท่านนายกฯบอกไม่คิดจะปรับคนอื่นก็ปรับไม่ได้ ตนว่ายัง ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้ทุกคนทำหน้าที่ไปก่อน และการมีข่าวหรือไม่มีข่าว ตนไม่รู้ แต่อาจเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุเกิดขึ้นจากคนที่มีวัตถุประสงค์ต้องการอะไรก็ได้ 

“ผมยังไม่เคยได้ยินมาจากพาณิชย์แล้วไปกลาโหม แล้วกลับไปพาณิชย์ ได้ฟังก็ยังงงๆ แต่ว่าผมพร้อม จะให้ผมไปทำอะไรที่ไหน และผมมาที่กลาโหมผมก็รักกลาโหม ก็ทำงานดีได้รับการสนับสนุนที่ดี” นายภูมิธรรมกล่าว

สอนมวย’ภูมิธรรม’! สว.สงขลาฟาดขีดเส้นดับ’ไฟใต้’ โหมสถานการณ์รุนแรงขึ้น

สอนมวย'ภูมิธรรม'! สว.สงขลาฟาดขีดเส้นดับ'ไฟใต้' โหมสถานการณ์รุนแรงขึ้น

สอนมวย’ภูมิธรรม’! สว.สงขลาฟาดขีดเส้นดับ’ไฟใต้’ โหมสถานการณ์รุนแรงขึ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.14 น.

สว.ไชยยงค์ โต้ ภูมิธรรม อย่าง กดดัน ด้วยการ ขีดเส้นตาย 7 วัน กับ เจ้าหน้าที่รัฐ ย้ำการดับ ไฟใต้ ต้องมี ยุทธศาสตร์ ใหม่ ต้องมี”ชุดความจริง”เรื่องของ”ไฟใต้” เพียงชุดเดียว และต้อง มี เครื่องมือ  คือ”กฎหมายก่อการร้าย” เพื่อให้ เจ้าหน้าที่ใช้ในการ แก้ปัญหา

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสงขลา กล่าวถึงการที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ได้ออกมา ขีดเส้นตาย ให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แก้ปัญหาความรุนแรงใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใน 7 วัน หลัง  กองกำลังติดอาวุธ ของ ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น ซึ่มโจมตี รถยนต์ของ ร.ต.ท. วัฒนา ชูมาปาน ตำรวจ สภ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ที่นำ พระสงฆ์ และ สามเณร จำนวน 6 รูป เพื่อไปบิณฑบาต เป็นเหตุให้ สามเณรพงษกร ชูมาปาน ลูกชาย และ สามเณร รวมทั้งพระภายในรถยนต์คันดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ

เหตุความรุนแรง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา เป็นเวลา 21 ปี จึงเป็นไปไม่ได้ ที่จะให้สถานการณ์ความรุนแรง และความไม่สงบคลี่คลายใน 7 วัน เพราะถ้า สถานการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ แก้ง่าย อย่างนั้น เรื่องความรุนแรงของ จังหวัดชายแดนภาคใต้คงยุติไปก่อนที่นายภูมิธรรม จะมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีกลาโหม การขีดเส้นเพื่อกดดันให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งรัดในการยุติปัญหาความรุนแรงใน 7 วัน แม้แต่ในเคสของการยิง สามเณร ก็ทำได้ไม่ง่าย เพราะเจ้าหน้าที่ต้อง รวมรวมพยานหลักฐาน พยานบุคคล ต้องมีการนำ วัตถุพพยานในหา ดีเอ็นเอ ไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์อื่นๆ ที่เกิดขึ้น

ซึ่งขณะนี้มีการพิสูจน์ได้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 10 แล้วว่า ปืรที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนเอ็ม 16 ของ ตำรวจ สภ.นาประดู จ.ปัตตานี ที่ถูก คนร้าย ยิงเสียชีวิต และ ยึดปืนไป ในขณะที่ ปฏิบัติหน้าที่ เส้นทางรถไฟ ที่ อ.นาประดู เมื่อปี 2566 และ มีการ ควบคุมคัวผู้ต้องสงสัยไป ทำการซักถาม การไป ขีดเส้น ให้กับเจ้าหน้าที่ อาจจะเป็นการ กดดัน ให้เกิดการเร่งร้อนในการ สอบสวน สอบสวน จับกุม และอาจจะเกิดความผิดพลาดขึ้น ทำให้ สถานการณ์ รุนแรง ตามมา

สิ่งที่ นายภูมิธรรมต้องเร่งดำเนินการ คือ การแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยงานของ ทหาร ตำรวจ ปกครอง และ หน่วยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ยังมีการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการบูรณาการแบบหลวมๆ หลอกๆ ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างเอาตัวรอก ในการรักษาหน่วยของตนเอง ที่สำคัญทุกหน่วยงานมี ชุดความจริง ของสถานการณ์ และ ความเข้าใจ ในสถานการณ์คนละชุด สิ่งที่นายภูมิธรรม ต่องเร่งดำเนินการคือ ต้องเอา “ชุดความจริง” ทุกชุด ของทุกหน่วยงาน มากางบนโต๊ะ และทำให้มี ชุดความจริง เพียงชุดเดียว เพื่อใช้เป็น”ภัมภีร์” ในการ”ดับไฟใต้” การได้ชุดความจริงเพียงชุดเดียว คือการแก้ปัญหาที่ ตรงประเด็น ที่สุด และ สิ่งที่ เจ้าหน้าที่ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ของ จังหวัดชายแดนความใต้เรียกร้อง คือ เครื่องมือ ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นคือการออกกฎหมาย การก่อการร้าย เพื่อให้ตำรวจ ทหาร สามารถมีเครื่องมือที่มี ประสิทธิภาพ ในการดำเนินการกลุ่มก่อการร้าย ที่ ณ วันนี้ ไม่ใช้ สถานการณ์ การก่อความไม่สงบ แต่เป็นสถานการณ์การก่อการร้าย ที่ต้องมีเครื่องมือใหม่ คือ กฎหมายการก่อการร้าย วันนี้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้ พรก.ฉุกเฉิน และ กฎอัยการศึก ที่เป็น กฎหมายที่ ล้าหลัง และ เป็น กฎหมายพิเศษ ที่เป็นการ “เรียกแขก” ให้ กล่าวหาเจ้าหน้าที่ ในการ ละเมิดสิทธิเสรีภาพ ของประชาชร กลายเป็นการ ปฏบิติหน้าที่ ที่ เข้าทาง ของ ขบวนการบีอาร์เอ็น ในการ เรียกร้อง ร้องเรียน ต่อ องค์กรสิทธิมนุษย์ชน และเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ เจ้าหน้าที่ ไม่กล้าในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะกลัวถูกร้องเรียน และไม่มีใครช่วยเมื่อเกิดเหตุร้องเรียน

รัฐบาล โดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีกลาโหม  ทำหน้าที่รับผิดชอบเรื่องความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้เกือบ 2 ปี แต่ไม่กล้าตัดสินใจปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไร ทั้งในเรื่องของกฎหมาย ในเรื่องยุทธศาสตร์ ในเรื่องยุทธวิธี ปล่อยให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ สภาความมั่นคงแห่งชาติ รำวง กันไปเรื่อยๆ เป็นการเดินบนเส้นทางเก่า ที่เดินมาแล้ว 21 ปี เพื่อไปสู่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แต่เป็นการเดินผิดทาง เพราะ บีอาร์เอ็น เขาใช้ เส้นทางสายใหม่ ในการต่อสู้กับอำนาจรัฐ แล้วอย่างนี้ การแก้ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะพบกับ แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ได้ได้ไร ในเมื่อ เส้นทางที่ฝ่ายรัฐบาล เดินอยู่เป็นทางตัน  และแม้แต่เรื่องการ ขับเคลื่อนการเจรจาสันติภาพ กับ บีอาร์เอ็น นายภูมิธรรม ก็ กล้าๆ กลัวๆ ไม่มีความ คืบหน้า มีแต่ ประชุม รับฟังข้อมูล จากฝ่ายนั้น ฝ่ายนี้ แต่ไม่กล้า ตัดสินใจ  การแก้ปัญหา ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใน อุ้งมือ ของนายภูมิธรรม จึงไม่ได้ผล และทำให้ สถานการณ์รุนแรงยิ่งขึ้น สว.ไชยยงค์ กล่าว ทิ้งท้าย

ยุติสอบ‘ฮั้วเลือก สว.’! ผู้ตรวจการแผ่นดินแจงไม่เข้าเงื่อนไขส่ง‘ศาลรัฐธรรมนูญ’

ยุติสอบ‘ฮั้วเลือก สว.’! ผู้ตรวจการแผ่นดินแจงไม่เข้าเงื่อนไขส่ง‘ศาลรัฐธรรมนูญ’

ยุติสอบ‘ฮั้วเลือก สว.’! ผู้ตรวจการแผ่นดินแจงไม่เข้าเงื่อนไขส่ง‘ศาลรัฐธรรมนูญ’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.01 น.

‘ผู้ตรวจการแผ่นดิน’ยุติสอบ‘ฮั้วเลือกสว.’ เหตุไม่เข้าเงื่อนไขส่งศาลรัฐธรรมนูญ แนะผู้ร้องยื่นเองตามช่องทางกฎหมาย

24 เม.ย.68 ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ พ.ต.ท.กีรป กฤตธีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีมีการร้องให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นโมฆะ เนื่องจากมีการฮั้วเลือก สว. ว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้สมัครที่ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 213  ซึ่งผู้สมัครที่ไม่ได้รับการเลือกก็จะคิดว่าตัวเองถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ จึงยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อพิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญ

“เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เข้าเงื่อนไขที่จะส่งได้เพราะสิ่งที่ผู้ร้องได้ร้องมาเป็นกรณีที่มีกฎหมายระบุเงื่อนไขช่องทาง การร้องไว้แล้ว วิธีการร้องทุกข์ วิธีการฟ้องร้องให้เป็นไปตามกฎหมายอื่น เราจึงส่งไม่ได้ แต่ผู้ร้องสามารถไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้เอง ซึ่งมีหลายเรื่องที่มีการร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ได้ส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ร้องก็ไปยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญเอง ซึ่งศาลก็มีคำวินิจฉัยในบางคดีว่าไม่เข้าเงื่อนไขการร้อง” พ.ต.ท.กีรป กล่าว

ด้านนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินอธิบายว่า เป็นกรณีที่มีกฎหมายกำหนดขั้นตอนเงื่อนไขและช่องทางการฟ้องร้องไว้แล้ว ซึ่งหากไม่เป็นตามเงื่อนไขเมื่อมาร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเราจึงรับไว้ไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีช่องทางอื่น

ประมวลภาพ! ‘แพทองธาร’เข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี

ประมวลภาพ! 'แพทองธาร'เข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี

ประมวลภาพ! ‘แพทองธาร’เข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี

วันพฤหัสบดี ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.00 น.

24 เมษายน 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคู่สมรส พร้อมด้วยคณะ อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางเยือนกรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา ระหว่างวันที่ 23-24 เมษายน 2568 

โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคู่สมรส เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ณ พระที่นั่งเทวาวินิจฉัย พระราชวัง ในโอกาสการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระดับประชาชน เป็นรากฐานของมิตรภาพอันยาวนานระหว่างกัน  โดยรัฐบาลไทยให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้มีความใกล้ชิด ผ่านโครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในกัมพูชาด้านต่างๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการความร่วมมือตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ซึ่งถือเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ขีดเส้น 30 วัน! ‘ผู้ตรวจการแผ่นดิน’แจ้งหน่วยงานแจงปมส่ง‘ทักษิณ’ไปชั้น 14

ขีดเส้น 30 วัน! ‘ผู้ตรวจการแผ่นดิน’แจ้งหน่วยงานแจงปมส่ง‘ทักษิณ’ไปชั้น 14

ขีดเส้น 30 วัน! ‘ผู้ตรวจการแผ่นดิน’แจ้งหน่วยงานแจงปมส่ง‘ทักษิณ’ไปชั้น 14

วันพฤหัสบดี ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.43 น.

‘ผู้ตรวจการแผ่นดิน’ขีดเส้น​ 30 วัน​ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจงปมส่งตัว​‘ทักษิณ’รักษาชั้น 14​ รพ.ตำรวจ ไม่หนักใจเชื่อทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือ​ ยืนยัน​ใช้เวลาไม่นาน​

24 เมษายน 2568 ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้ง วัฒนะ กรุงเทพฯ นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน​ กลับถึงกรณี​ กสม.ส่งเรื่องผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นฟ้องศาลปกครอง เพิกถอนคำสั่งอนุญาตนายทักษิณ ชินวัตร ไปรักษาตัวชั้น 14 รพ.ตำรวจ ให้เป็นการกระทำที่ใช้บังคับไม่ได้หรือโมฆะ ว่า​ ผู้ตรวจตามแผ่นดิน​ ได้รับคำร้องจาก​ กสม.เรียบร้อยแล้ว​ ขณะนี้อยู่ระหว่างการแจ้งเรื่องไปยังกรมราชทัณฑ์และหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง​ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง มาประกอบกับข้อกฎหมายในเรื่องของหลักเกณฑ์ และส่งเรื่องไปให้ศาลปกครองพิจารณาต่อไป โดยมีการกำหนดกรอบระยะเวลา​ไว้ 30 วัน​ หากส่งมาถึงที่ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว​ ก็คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานในการส่งต่อไปยังศาลปกครอง​ แต่หากมีความจำเป็น​ ก็ต้องประชุมหารือก่อน​ ยืนยัน​จะดำเนินการโดยเร็ว​ และเบื้องต้นยังไม่จำเป็นต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประ ชุมด้วย​ แต่หากมีการประมวลผลแล้ว ก็อาจต้องหารือ​ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ เพื่อให้โอกาสอธิบายเพิ่มเติม

เมื่อถามว่า​ผลของคำร้องดังกล่าว​ ต้องการให้คำสั่งส่งตัวนายทักษิณ​ ไปโรงพยาบาลตำรวจเป็นโมฆะใช่หรือไม่​ นายสมศักดิ์​ กล่าวว่า​ คงต้องไปดูในรายละเอียด​ ว่า​เป็นประเด็นไหน​อย่างไร และข้อกฎหมายว่าอย่างไร​ ซึ่งขณะนี้​ทาง​ กสม.ยังไม่ได้มีการส่งหลักฐานอะไรมาเพิ่มเติม แต่เรามีความจำเป็นต้องขอเพิ่ม​ เพราะต้องการข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด​ แต่ในรายละเอียดยังไม่ขอเปิดเผย​ แต่เบื้องต้นก็จะมีกรมราชทัณฑ์โรงพยาบาลราชทัณฑ์​และโรงพยาบาลตำรวจ​ ส่วนคำร้องที่เกี่ยวข้องกับกรณีชั้น 14 และผู้ตรวจการแผ่นดิน​เคยดำเนินการก่อนหน้านี้​ หากมีประเด็นไหนที่เกี่ยวข้องก็จะนำมาพิจารณาร่วมด้วย​

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ เพราะหน่วยงานที่เดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้​ ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือ นายสมศักดิ์​ กล่าวว่า​ ปัจจุบันเรื่องนี้เป็นประเด็นสาธารณะที่รับรู้ร่วมกัน อยู่ในความสนใจของสังคม คิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องน่าจะให้ความร่วมมือ​

เมื่อถามว่าหากไม่ได้รับความร่วมมือ​ ผู้ตรวจการแผ่นดิน​ มีอำนาจสั่งการมากน้อยแค่ไหน​ นายสมศักดิ์​ กล่าวว่า​ เราคงไปไม่ถึงขั้นนั้น​ โดยรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้ว่าหน่วยงานมีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือ​ ซึ่งที่ผ่านมาก็มักจะได้รับความร่วมมือดี​

เมื่อถามว่ามีความกดดันหรือไม่​ เพราะทุกคนต้องการจะรู้​ ว่า​ การใช้ดุลพินิจของกรมราชทัณฑ์เหมาะสมหรือไม่​ นายสมศักดิ์​ กล่าวว่าไม่ เพราะเรื่องที่ส่งมาถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน​ก็จะอยู่ที่ประเด็นที่ร้องเรียนและข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง​ รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น​ เมื่อยึดหลักดังกล่าว​จะทำให้เราไม่มีความกดดัน​ จะทำให้เราได้ข้อสรุปที่ดีมีความเห็นร่วมกัน​

เมื่อถามว่าจำเป็นจะต้องเชิญกรมราชทัณฑ์​มาชี้แจงกรณีให้มีการยกเลิกระเบียบส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษานอกเรือนจำหรือไม่​ นายสมศักดิ์ ​กล่าวว่า​ ก็อยู่ที่ข้อมูลและการพิจารณา ถ้าข้อมูลเพียงพอ​ก็ไม่จำเป็นต้องเชิญ​ แต่หากมีประเด็นไหน​ที่ยังไม่ชัดเจนก็ต้องเชิญมา​

เมื่อถามว่าตามรายงานระบุว่านอกจากความเห็นจากแพทย์แล้วจะต้องขออนุญาตจากศาลก่อนส่งตัวนายทักษิณ​ ไปโรงพยาบาลตำรวจ​ หรือไม่​ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า​ ตามหลักการคือจะต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​