ย้อนคำทำนาย อ.ลักษณ์ ผ่าดวง โตโน่ ภาคิน ห้ามมีเมีย ผู้หญิงจะทำฉาว (คลิป)

ย้อนคำทำนาย อ.ลักษณ์ ผ่าดวง โตโน่ ภาคิน ห้ามมีเมีย ผู้หญิงจะทำฉาว (คลิป)

21 เม.ย. 2568 14:13 น.

ย้อนคำทำนาย อ.ลักษณ์ ผ่าดวง โตโน่ ภาคิน ห้ามมีเมีย ผู้หญิงจะทำฉาว (คลิป)

เรียกว่าเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอีกครั้ง สำหรับรายการ “ทอล์คทะลุดาว” ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ดำเนินรายการโดย มดดำ คชาภา, หนูแหม่ม สุริวิภา และทำนายดวงชะตาโดย อ.ลักษณ์ เรขานิเทศ หรือ อ.ลักษณ์ โหราธิบดี ซึ่งพระเอก-นักร้องหนุ่ม โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ เคยมาร่วมรายการ และ อ.ลักษณ์ เคยทำนายดวงให้ เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2559 ที่ผ่านมา โดยโตโน่เกิดวันที่ 29 ส.ค. 2529

ย้อนคำทำนาย อ.ลักษณ์ ผ่าดวง โตโน่ ภาคิน ห้ามมีเมีย ผู้หญิงจะทำฉาว (คลิป)

ซึ่ง อ.ลักษณ์ บอกว่า ดวงชะตานี้ปัตนิมรณะ ดวงชะตานี้ไม่สามารถแต่งงานมีครอบครัวอย่างปกติคนธรรมดาทั่วไปได้ ไม่ควรมีครอบครัวหรือแต่งงาน ดวงชะตานี้ดาวดวงคู่ไม่สมหวัง ไม่สมปรารถนา หมูแหม่มถามว่าดวงชะตาอยู่คนเดียวหรือต้องมีคู่ อ.ลักษณ์ ตอบว่า เขาเริ่มต้นถูกคือเขารักแม่ และรักตัวเองเพื่อให้ตัวเองมีความสุข เพราะเขาคือความฝันหรือดอกพันธุ์ที่เกิดขึ้นจากพ่อและแม่ แม่จะมีความสุขจากความเป็นเขา ไม่ไปแบ่งความรักนี้ให้ใคร นอกจากแฟนคลับผ่านบทเพลง ไม่ใช่ไปเอาใครมาอิงแอบและบอกว่ารักที่สุด

หนูแหม่มถามว่าถ้างั้นต้องทำไงเขาถึงจะมีคู่และเป็นคู่ที่ดีด้วย อ.ลักษณ์ บอกว่าความรักถ้าโตโน่จะมีได้ในอนาคต มันต้องเกิดจากความสมบูรณ์พูนสุขของแม่ที่มีความสุข คนคนนั้นจะต้องทำให้เราร่วมกันไปกับเราจริงๆ ที่ไม่ใช่แค่สั้นๆ หรือแค่ฝันว่าน่าจะใช่ หรือแค่ดูๆ ใกล้ๆ และสรุป มันต้องมีระยะเวลา ฉะนั้นในดวงชะตามันไม่เหมาะที่จะเป็นแบบนี้ โตโน่ต้องเซตอัปรูปแบบความรักของตัวเองในอนาคตว่ารูปแบบเดิมมันมีปัญหา แล้วรูปแบบใหม่จะเป็นยังไง ประสบการณ์มีอยู่แล้ว

ย้อนคำทำนาย อ.ลักษณ์ ผ่าดวง โตโน่ ภาคิน ห้ามมีเมีย ผู้หญิงจะทำฉาว (คลิป)

หนูแหม่มถามโตโน่ว่าตั้งแต่โสดมีคนเข้ามาเยอะไหม โตโน่ตอบว่ามีคุยแต่ยังไม่มีใครพิเศษ ถ้าเขาเข้ามาตอนนี้จะเป็นทุกข์มากกว่าถ้าจะเป็นแฟนผม เพราะงานทำเกือบทุกวัน เวลาไม่มีให้ ไม่มีเงินไปเทคแคร์ แล้วชีวิตจริงๆ ไม่เหมือนกับชื่อเสียง ทำงานเหมือนวัวเหมือนควาย

มดดำถาม อ.ลักษณ์ เรื่องโตโน่ว่าคู่จะมีไหม อ.ลักษณ์ บอกว่า คำพยากรณ์ของผมไม่ใช่คำพิพากษา ข้อที่ 1 ดวงชะตานี้เขามีอีโก้สูง มีความเป็นตัวเองอยู่แล้ว ข้อที่ 2 เรื่องปัตนิมรณะแปลว่าคู่ที่แท้ที่เปิดเผยชัดเจนมันต้องมีปัญหา แล้วคู่ยังไงที่เหมาะกับโตโน่ คือคู่ที่เป็นแม่ม่าย ลูกกำพร้า ผู้ที่มีมลทินแล้ว ไอ้โสดๆ ซิงๆ ยาก ต้องเป็นคู่ที่เป็นผู้ใหญ่กว่า แก่ๆ หน่อย

ย้อนคำทำนาย อ.ลักษณ์ ผ่าดวง โตโน่ ภาคิน ห้ามมีเมีย ผู้หญิงจะทำฉาว (คลิป)

มดดำถามอีกว่าแฟนใหม่จะมีไหม อ.ลักษณ์ บอกว่า ถ้าจะมีแฟน มีเมื่อไรก็มีไปเถอะ แต่ถ้าเกิดคิดจะร่วมหอลงโรงยังไม่ปรากฏ แต่ต้องบอกเขาว่าเรามีเป้าหมายเรื่องวงและเรื่องครอบครัว ชีวิตเราเป็นแบบนี้ ถ้ามีปัญหาก็ไป ทางใครทางมัน ก่อนจะบอกอีกว่า คนเกิดราศีสิงห์ ชีวิตตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.-6 ส.ค. 2559 ดาวพฤหัสบดีย้อนกลับมาทับตัวเอง ซึ่งมันเคยเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว คือ 11 ก.ค.-15 ธ.ค. 2558 มันเหมือนจะเจอใครแล้วรู้สึกถูกชะตาต้องใจ แล้วเราก็เก็บไว้ในใจ

ราหูท่านโคจรมารอล่วงหน้า เป็นภาพมายา ทำให้เราหลง เมื่อเข้ามาแล้วก็จะทำให้เกิดงงๆ เจอคู่แล้วกลับกลายเป็นคู่เวรคู่กรรมมากกว่าคู่เสริมชะตาราศี มดดำบอกว่ามีรักจะมีทุกข์ อ.ลักษณ์ บอกว่า ถูกต้อง เพราะที่เข้ามาคือเวรกรรม เข้ามาดึงหน่วงรั้ง ตอนแรกๆ พี่โตโน่ หนูเข้าใจพี่ทุกอย่าง เข้าใจพี่ทุกเรื่อง สักพักหนูไม่เข้าใจทุกเรื่องเลย

ย้อนคำทำนาย อ.ลักษณ์ ผ่าดวง โตโน่ ภาคิน ห้ามมีเมีย ผู้หญิงจะทำฉาว (คลิป)

ปิดท้ายรายการ อ.ลักษณ์ บอกว่า ดวงชะตานี้เป็นดวงชะตาที่เกิดลัคนาสถิตราศีสิงห์ ดำรงตนได้ด้วยตนอยู่แล้ว ดวงนี้จะรุ่งด้วยงานที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนหรือสถาบัน วันหนึ่งข้างหน้าถ้าเขาได้ไปเจออะไร แล้วอาจจะคิดได้ในสิ่งที่ผมบอก นับแต่ 16 ม.ค. 2559 ไปปีครึ่ง ราหูโคจรทับดวงชะตา โตโน่ เป็นจุดดับจุดเกิดอีกจุดหนึ่ง แปลว่าดวงชะตานี้ ดาวราหูทับพุธ อาจจะมีเรื่องอื้อฉาวที่สุด เรื่องเสียหายที่สุดที่น่ากลัว เกี่ยวข้องกับผู้หญิง เกี่ยวข้องกับคนที่เข้ามาในชีวิต

ถ้า โตโน่ เบรกเรื่องนี้ได้ เอาเวลาไปใส่ใจเรื่องผลงานเพลงที่เกี่ยวข้องกับความผิดพลาดเสียหาย เจ็บช้ำอะไรก็ตาม เพื่อเป็นกำลังใจให้คนที่เคยผิดหวัง หรือกำลังจะผิดหวัง เป็นบทเรียนสอนคน แบบนี้จะช่วยลบเรื่องที่จะให้ตัวเองเสียหาย อันเกิดขึ้นจากตัวเอง เอาตัวเองเป็นตัวละคร บทแห่งความทุกข์บทต่อไปแห่งความรักจากปีครึ่งนี้ เรื่องคลิปฉาว เรื่องเกี่ยวข้องกับข่าวฉาว จะมีตลอดปีครึ่งนี้

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น โพสต์เลิกซัพพอร์ตแล้ว ช่วยมาเยอะ-ขอเก็บเงินให้ลูกๆ

เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น โพสต์เลิกซัพพอร์ตแล้ว ช่วยมาเยอะ-ขอเก็บเงินให้ลูกๆ

21 เม.ย. 2568 12:48 น.

เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น โพสต์เลิกซัพพอร์ตแล้ว ช่วยมาเยอะ-ขอเก็บเงินให้ลูกๆ

ทำเอาแฟนๆ ต่างเป็นห่วงนักร้องลูกทุ่งสาวแดนใต้ เจนนี่ รัชนก สุวรรณเกตุ หรือ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ที่ล่าสุดโพสต์ข้อความทำนองว่าเลิกซัพพอร์ตช่วยแก้ปัญหาคนที่เดินทางผิด ที่ผ่านมาช่วยมาเยอะแล้ว ตอนนี้ขอเก็บเงินให้ลูกๆ ก่อน

เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น โพสต์เลิกซัพพอร์ตแล้ว ช่วยมาเยอะ-ขอเก็บเงินให้ลูกๆ

โดนในเฟซบุ๊กส่วนตัว รัชนก สุวรรณเกตุ ได้โพสต์ข้อความว่า “ทุกวันนี้เลิกซัพพอร์ตและช่วยแก้ปัญหาคนที่เดินทางผิดแล้วนะคะ ที่ผ่านมาช่วยมาเยอะแล้ว หลังจากนี้ก็ให้กำลังใจพอ รักเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสู้ๆ ทุกคนค่ะ ขอให้เริ่มต้นใหม่ได้ไวๆ แผ่นดินไหวแบบนี้ ขอเก็บเงินไว้สำรองให้ลูกๆ ก่อนค่ะ ใครไม่เข้าใจก็ไม่อธิบายแล้วค่ะ”

ก่อนจะโพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า “เดินทางผิดแก้ได้อย่างเดียวคือ เริ่มต้นใหม่ด้วยตัวเองค่ะ ไม่มีใครช่วยได้ถ้าเราไม่ช่วยตัวเอง” รวมถึงข้อความ “แล้วใครที่ไปพูดว่าลำบากแบบนี้ทำไมเจนนี่ไม่ช่วย ทำไมไม่ไปขอความช่วยเหลือเจนนี่รบกวนช่วยเองเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ”

อีกทั้งยังคอมเมนต์เพิ่มเติมอีกว่า “คนในบ้าน เจ็บไข้ไม่สบาย ไม่มีข้าวกิน ช่วยได้ค่ะ แต่ถ้าช่วยในเรื่องผิดๆ นี่ไม่แล้วค่ะ เลิกใช้คำว่าให้เจนนี่ช่วยสักทีค่ะ”

เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น โพสต์เลิกซัพพอร์ตแล้ว ช่วยมาเยอะ-ขอเก็บเงินให้ลูกๆ

ส่องคอมเมนต์ก็มีทั้งคนในวงการเพลงรวมถึงแฟนๆ แสดงความคิดเห็น อาทิ ทุกวันนี้ใครไม่ระวัง ประมาทในชีวิต อันตรายมากๆ เพราะไม่มีใครช่วยใครได้จริงๆ ค่ะ, ช่วยครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 3 ก็จะตามมาเรื่อยๆ ช่วยได้เท่าที่ไหว คิดถูกแล้วค่ะเพราะเรามีครอบครัวที่ต้องดูแล, เท่านี้ก็รู้ว่าใคร, อีกแล้วเหรอ ฯลฯ

แต่ก็มีแฟนๆ บางคนที่เตือนว่า “โพสต์ให้เป็นประเด็นอีกแล้ว การที่ไม่โพสต์ น่าจะดีสุดนะคะ ถ้าหากเป็นเรื่องในครอบครัวไม่น่าออกมาโพสต์ สาธารณะ” ซึ่งเจนนี่ก็ตอบกลับว่า “โพสต์ดีแล้วค่า เผื่อบางคนยังรอการช่วยเหลือจากเจนนี่ เค้าจะได้ไม่ต้องรอ เค้าจะได้ไปหาหนทางอื่นๆ”

เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น โพสต์เลิกซัพพอร์ตแล้ว ช่วยมาเยอะ-ขอเก็บเงินให้ลูกๆ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

วาติกันเผยภาพพระสันตะปาปาฟรานซิสในหีบพระศพ

วาติกันเผยภาพพระสันตะปาปาฟรานซิสในหีบพระศพ

22 เม.ย. 2568 16:03 น.

วาติกันเผยภาพพระสันตะปาปาฟรานซิสในหีบพระศพ

วาติกันได้เผยแพร่ภาพชุดแรกที่แสดงให้เห็นพระสันตะปาปาฟรานซิสในหีบพระศพแบบเปิด ในระหว่างพิธีประกาศการสิ้นพระชนม์ที่โบสถ์ ณ สถานที่ประทับ คาซา ซานตา มาร์ตา ในนครวาติกัน เมื่อคืนที่ผ่านมา

วาติกันได้เผยแพร่ภาพชุดแรกที่แสดงให้เห็นพระสันตะปาปาฟรานซิสในหีบพระศพแบบเปิด ในระหว่างพิธีประกาศการสิ้นพระชนม์ที่โบสถ์ ณ สถานที่ประทับ คาซา ซานตา มาร์ตา ในนครวาติกัน ซึ่งพระองค์เคยประทับอยู่ที่นั่นตลอดช่วงที่ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาเป็นเวลา 12 ปี เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากวาติกันเปิดเผยเมื่อเย็นวันจันทร์ว่าพระสันตะปาปาฟรานซิส สิ้นพระชนม์จากภาวะสมองขาดเลือด หรือสโตรก หลังจากหัวใจล้มเหลว

ภาพถ่ายดังกล่าวถ่ายเมื่อวันจันทร์ (21 เม.ย.) และเผยแพร่เมื่อเช้าวันนี้ โดยแสดงให้เห็นสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ในระหว่างพิธีประกาศการสิ้นพระชนม์ของพระสันตะปาปา ในภาพหนึ่ง จะเห็นพระคาร์ดินัลเควิน ฟาร์เรลล์ ผู้ดูแลอาสนวิหารของพระสันตะปาปา ซึ่งจะทำหน้าที่ดูแลสำนักวาติกันจนกว่าจะมีการเลือกตั้งพระสันตะปาปาองค์ใหม่ ร่วมในพิธีดังกล่าวด้วย

พระคาร์ดินัลได้ร่วมกันหารือเมื่อเช้าวันนี้เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับวันงานจัดพิธีฝังพระศพของพระสันตะปาปาฟรานซิส ซึ่งเป็นกระบวนการที่จะสิ้นสุดลงด้วยการเลือกตั้งพระสันตะปาปาองค์ใหม่ในอีกสามสัปดาห์ข้างหน้า 

สำนักวาติกันประกาศว่าพระศพของพระสันตะปาปาฟรานซิสจะถูกนำไปยังมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ในเช้าวันพุธ เวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นโดยหีบพระศพของพระสันตะปาปาจะถูกเก็บไว้ที่นั่นจนกว่าจะเสร็จสิ้นพิธีฝังพระศพ เพื่อให้ประชาชนได้แสดงความอาลัย และพิธีพระศพจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 26 เมษายน เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น 

สำนักวาติกันประกาศว่า พิธีพระศพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส จะจัดขึ้นกลางแจ้งด้านหน้ามหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ โดยเจ้าคณะคาร์ดินัล จิโอวานนี บัตติสตา เร จะเป็นผู้นำพิธี

เมื่อพิธีพระศพเสร็จสิ้น เจ้าคณะคาร์ดินัลจะกล่าวคำสดุดีครั้งสุดท้าย ซึ่งเป็นการสวดภาวนาปิดท้ายเพื่อมอบพระสันตะปาปาให้กับพระเจ้าอย่างเป็นทางการ จากนั้นร่างของสมเด็จพระสันตะปาปาจะถูกนำไปฝังที่มหาวิหารเซนต์แมรี เมเจอร์.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ถอดรหัส “กลยุทธ์หยุดยิงอีสเตอร์ เกมการเมืองของปูติน

ถอดรหัส "กลยุทธ์หยุดยิงอีสเตอร์ เกมการเมืองของปูติน

22 เม.ย. 2568 12:43 น.

ถอดรหัส “กลยุทธ์หยุดยิงอีสเตอร์ เกมการเมืองของปูติน

  • รัสเซียประกาศหยุดยิงช่วงอีสเตอร์ ซึ่งมีผลเพียง 30 ชั่วโมง สร้างความแปลกใจในเวทีระหว่างประเทศ เพราะเป็นการประกาศฝ่ายเดียวโดยไม่มีการประสานหรือเจรจากับรัฐบาลยูเครนล่วงหน้า ผลที่ตามมาคือความสับสนในแนวรบ ไม่ว่าจะเป็นกองกำลังยูเครนที่ยังเผชิญการปะทะต่อเนื่องในบางจุด หรือความคลุมเครือเรื่องเขตปลอดภัย ที่ควรจะมีในช่วงหยุดยิง
  • นักวิเคราะห์ชี้ว่าการกระทำของรัสเซียคล้ายการโยนหินถามทาง มากกว่าความพยายามสันติภาพอย่างแท้จริง เพราะไม่มีระบบติดตามหรือการตกลงร่วมกันระหว่างสองฝ่าย ส่งผลให้หยุดยิงครั้งนี้กลายเป็นเกมการเมือง มากกว่าจะเป็นเครื่องมือสร้างสันติภาพจริงจัง
  • ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์ชี้ว่า ปูตินหวังใช้การหยุดยิง มาเป็นข้อหลีกเลี่ยงแรงกดดันจากสหรัฐฯ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องให้รัสเซียแสดงท่าทีที่เป็นรูปธรรม หากยังต้องการเจรจาสันติภาพ พร้อมขู่ว่าสหรัฐฯอาจถอนตัวจากบทบาทคนกลางในเวทีสันติภาพ หากไม่เห็นความคืบหน้าที่จับต้องได้

เมื่อเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา (20 เม.ย) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้ประกาศผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า รัสเซียจะ “หยุดยิงโดยทันที” เป็นระยะเวลา 30 ชั่วโมง เนื่องในโอกาสเทศกาลอีสเตอร์ของคริสตศาสนิกชน โดยอ้างเหตุผลด้านมนุษยธรรม เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สงครามมีโอกาสพักฟื้นและร่วมพิธีทางศาสนา

แถลงการณ์ระบุว่า กองทัพรัสเซียจะหยุดปฏิบัติการรบต่อยูเครน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันเสาร์ จนถึงเวลาเที่ยงคืนของวันอาทิตย์ โดยเฉพาะจะยุติการโจมตีต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและพื้นที่พลเรือน

อย่างไรก็ตาม จุดที่ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามคือ การประกาศหยุดยิงครั้งนี้เป็นฝ่ายเดียว (unilateral) โดย ไม่มีการหารือหรือข้อตกลงล่วงหน้ากับยูเครน ขาดกลไกในการควบคุม และไม่มีแผนงานชัดเจนเรื่องการประสานงานระหว่างแนวหน้า

ถอดรหัส "กลยุทธ์หยุดยิงอีสเตอร์ เกมการเมืองของปูติน

ท่าทีจากยูเครนและชาติตะวันตก
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ออกมาตอบโต้ทันทีว่า การประกาศหยุดยิงของรัสเซียเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการเมืองและความพยายามเล่นเกมกับชีวิตมนุษย์อีกครั้งของปูติน พร้อมกันนี้เขาเสนอแนวทางหยุดยิงถาวร โดยขอให้รัสเซียและยูเครนยุติการใช้ขีปนาวุธ โดรน และการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนเป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นก่อนเข้าสู่โต๊ะเจรจาอย่างแท้จริง

ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ระบุว่า ยินดีหากมีการขยายระยะเวลาหยุดยิง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้โอกาสนี้ในการเปิดช่องทางสู่การเจรจาสันติภาพ อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมยูเครนเผยว่าภายในช่วง 30 ชั่วโมงของการหยุดยิง รัสเซียยังคงโจมตีหลายพื้นที่ รวมถึงมีการยิงโดรนและจรวดเข้าสู่แนวหน้า และมีกว่ากว่า 3,000 ครั้งที่รัสเซียละเมิดคำสั่งหยุดยิงของตนเอง

ถอดรหัส "กลยุทธ์หยุดยิงอีสเตอร์ เกมการเมืองของปูติน

กลยุทธหลีกเลี่ยงแรงกดดัน

การประกาศหยุดยิงของปูตินมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ เรียกร้องให้รัสเซียแสดงท่าทีที่เป็นรูปธรรม หากยังต้องการเจรจาสันติภาพ พร้อมขู่ว่าสหรัฐฯอาจถอนตัวจากบทบาทคนกลางในเวทีสันติภาพ หากไม่เห็นความคืบหน้าที่จับต้องได้

การตอบสนองด้วยการประกาศหยุดยิงของปูติน จึงถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์เพื่อบรรเทาแรงกดดันจากวอชิงตัน โดยเฉพาะเมื่อมีการขู่ว่าสหรัฐฯ อาจถอนตัวจากบทบาทคนกลางในเวทีสันติภาพ หากไม่เห็นความคืบหน้าที่จับต้องได้

ขณะเดียวกัน ปูตินอาจใช้การหยุดยิงนี้เป็นเครื่องมือกล่าวหายูเครนว่าเป็นฝ่ายไม่ร่วมมือ หากยูเครนยังเดินหน้าสู้รบหรือไม่สามารถหยุดยิงได้ในพื้นที่รบจริง ซึ่งในความเป็นจริง กองกำลังยูเครนไม่มีเวลาเตรียมตัว และต้องเผชิญความเสี่ยงหากฝ่ายตรงข้ามไม่หยุดยิงตามที่อ้าง

เผยความจริงหลังหยุดยิง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทันทีหลังหมดเวลาหยุดยิง จรวดและโดรนก็กลับมาถล่มโจมตียูเครนทันที โดยกองทัพรัสเซียกลับมาเริ่มโจมตีอย่างหนักในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ของยูเครน ด้วยโดรนโจมตีจำนวนมากกว่า 90 ลำ และขีปนาวุธอีกหลายลูก

แม้กองทัพยูเครนจะสกัดการโจมตีได้บางส่วน แต่การกลับมาใช้อาวุธหนักทันทีหลังหยุดยิงสิ้นสุด ทำให้ผู้นำยูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ออกมาประณามว่า รัสเซียแค่เล่นเกมกับชีวิตคน พร้อมเสนอให้มีการหยุดยิงอย่างแท้จริงเป็นเวลา 30 วัน เพื่อพิสูจน์ว่า ฝ่ายใดกันแน่ที่ต้องการสันติภาพจริงๆ

ข้อเสนอของเซเลนสกีครอบคลุมการยุติการใช้โดรน ขีปนาวุธ และการโจมตีพลเรือน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงไฟฟ้าและสถานที่ราชการ เพื่อเปิดทางให้เกิดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาอย่างแท้จริงในอนาคต

อย่างไรก็ตาม รัสเซียตอบกลับเพียงว่าจะรับไว้พิจารณา และยังคงตั้งข้อกล่าวหาว่ายูเครนใช้โครงสร้างพื้นฐานพลเรือนเป็นฐานทัพ ทำให้ข้อเสนอหยุดยิงถาวรยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

ข้อตกลงหยุดยิงหลังแผ่นดินไหวพม่าใกล้สิ้นสุด นานาชาติเรียกร้องให้ต่อเวลา

ข้อตกลงหยุดยิงหลังแผ่นดินไหวพม่าใกล้สิ้นสุด นานาชาติเรียกร้องให้ต่อเวลา

22 เม.ย. 2568 12:41 น.

ข้อตกลงหยุดยิงหลังแผ่นดินไหวพม่าใกล้สิ้นสุด นานาชาติเรียกร้องให้ต่อเวลา

สื่อเมียนมาเผย รัฐบาลทหารพม่ายังไม่ขยายเวลาหยุดยิงที่กำลังจะสิ้นสุดลงในวันนี้ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากนานาชาติให้ขยายเวลาออกไป เนื่องจากการให้ความช่วยเหลือเหยื่อแผ่นดินไหวยังไม่เสร็จสิ้น

ข้อตกลงหยุดยิงในพม่า (เมียนมา) ที่ประกาศขึ้นหลังเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อเดือนที่แล้ว กำลังจะสิ้นสุดลงในวันอังคารนี้ (22 เม.ย.) ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากกลุ่มให้ความช่วยเหลือและตัวกลางจากนานาชาติให้ขยายระยะเวลา เพื่อให้ความช่วยเหลือสามารถดำเนินต่อได้

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งยึดอำนาจจากการรัฐประหารในปี 2021 ได้ประกาศว่าจะหยุดการโจมตีกลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 3,700 คน

อย่างไรก็ตาม ผู้ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งและประชาชนในพื้นที่สู้รบระบุว่า มีการสู้รบจากทั้งสองฝ่ายตลอดระยะเวลา 20 วันที่มีการหยุดยิง โดยข้อตกลงดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในเวลา 17.30 น. ของวันนี้ตามเวลาในท้องถิ่น

โดยสื่อของรัฐรายงานว่า จนถึงช่วงเช้าวันอังคาร ยังไม่มีการขยายเวลาหยุดยิง และยังไม่มีความเห็นใดๆ จากโฆษกของรัฐบาลทหาร

ตามรายงานของสหประชาชาติระบุว่า เหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ทำให้มีผู้คนมากกว่า 60,000 คนต้องอาศัยอยู่ในเต็นท์ และอีก 2 ล้านคนตกอยู่ในภาวะต้องการความช่วยเหลือและการคุ้มครองอย่างเร่งด่วน 

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้เดินทางไปยังกรุงเทพฯ เพื่อพบกับนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม ในการหารือส่วนตัวที่หายากกับประธานกลุ่มอาเซียนซึ่งมีสมาชิก 10 ประเทศ ซึ่งนายอันวาร์ ในฐานะประธานหมุนเวียนของอาเซียน กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุมว่า เขาได้พูดคุยกับ “รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ” ฝ่ายต่อต้านของเมียนมา ซึ่งก็ให้คำมั่นว่าจะหยุดยิงเช่นเดียวกันหลังเหตุแผ่นดินไหว โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้การสู้รบขยายวงกว้างขึ้น.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ พม่า

ทำความรู้จัก “เควิน ฟาร์เรลล์” พระคาร์ดินัลผู้ดูแลวาติกันแทนโป๊ปฟรานซิส

ทำความรู้จัก "เควิน ฟาร์เรลล์" พระคาร์ดินัลผู้ดูแลวาติกันแทนโป๊ปฟรานซิส

22 เม.ย. 2568 12:32 น.

ทำความรู้จัก “เควิน ฟาร์เรลล์” พระคาร์ดินัลผู้ดูแลวาติกันแทนโป๊ปฟรานซิส

ทำความรู้จัก เควิน ฟาร์เรลล์ พระคาร์ดินัลชาวไอริช-อเมริกัน ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ “คาเมอร์เลนโก” หรือผู้ที่บริหารนครวาติกันหลังจากการสิ้นพระชนม์หรือการลาออกของพระสันตะปาปา

ผู้คนทั่วโลกได้รับทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิส เมื่อวานนี้ จากการแถลงของพระคาร์ดินัลชาวไอริช-อเมริกันซึ่งไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนัก โดยหลังจากประกาศว่าพระสันตปาปา “เสด็จกลับสู่บ้านของพระบิดา” เควิน ฟาร์เรลล์ พระคาร์ดินัลชาวไอริช-อเมริกัน  ก็ได้ทำหน้าที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต นั่นคือ “คาเมอร์เลนโก” (camerlengo) หรือผู้ที่บริหารนครวาติกันหลังจากการสิ้นพระชนม์หรือการลาออกของพระสันตะปาปา

พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงเสนอชื่อพระคาร์ดินัลให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวในปี 2019 โดยพระคาร์ดินัลจะดำรงตำแหน่งนี้ต่อไปในระหว่าง “Apostolica Sedes Vacans” ซึ่งเป็นช่วงเวลาตั้งแต่การสิ้นพระชนม์หรือการลาออกของพระสันตะปาปาจนถึงการเลือกตั้งพระสันตะปาปาองค์ต่อไป พระคาร์ดินัลฟาร์เรลล์ ยังจะมีบทบาทสำคัญในพิธีพระศพเพื่อไว้อาลัยพระสันตะปาปาฟรานซิส ซึ่งเป็นพิธีเก่าแก่ที่จัดขึ้นมายาวนานหลายศตวรรษ

ตามรายงานของวาติกัน ฟาร์เรลล์เกิดเมื่อปี 1947 ที่เมืองดับลิน เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยซาลามังกาในสเปน และมหาวิทยาลัยสันตะปาปาเกรโกเรียน ในกรุงโรม เขาเคยดำรงตำแหน่งในคริสตจักรต่างๆ ทั่วโลก โดยดำรงตำแหน่งเป็นบาทหลวงที่มหาวิทยาลัยมอนเทอร์เรย์ ในเม็กซิโก รวมถึงที่มุขมณฑลในเบเธสดา รัฐแมริแลนด์ ของสหรัฐฯ โดยพระคาร์ดินัลวัย 77 ปีผู้นี้ ทำงานให้กับคริสตจักรต่างๆ ในสหรัฐฯ มานานกว่า 30 ปี

ฟาร์เรลล์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นบิชอปแห่งดัลลัสในปี 2007 จนกระทั่งสมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิสขอให้เขาดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานใหม่ของวาติกัน ซึ่งรับผิดชอบการดูแลจิตวิญญาณของครอบครัว และเลื่อนตำแหน่งให้เขาเป็นพระคาร์ดินัล

หลังจากที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคาเมอร์เลนโก ในปี 2023 โป๊ปฟรานซิสได้เลือกฟาร์เรลล์เป็นประธานศาลฎีกาของนครรัฐวาติกัน นอกจากนี้ เขายังได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการกิจการภายในด้วย ในฐานะพระคาร์ดินัล ฟาร์เรลล์จะมีหน้าที่จัดเตรียมการประชุมลับ ซึ่งเป็นขั้นตอนในการคัดเลือกพระสันตะปาปาองค์ต่อไป

ตามหลักเทคนิคแล้ว พระคาร์ดินัลสามารถเป็นพระสันตะปาปาได้ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วสองครั้งในประวัติศาสตร์ ได้แก่ โจอาคคิโน เปชชี (พระสันตะปาปาเลโอที่ 13) ในปี 1878 และเอวเจนิโอ ปาเซลลี (พระสันตะปาปาปิอุสที่ 12) ในปี 1939

พระคาร์ดินัลจะทำหน้าที่ประธานในการรับรองการสิ้นพระชนม์ของพระสันตะปาปาฟรานซิส โดยฝังร่างของพระองค์ลงในโลงศพ หลังจากนั้น พระคาร์ดินัลจะเป็นผู้นำขบวนแห่ร่างของพระสันตะปาปาจากโบสถ์น้อยโดมุสซานตามาร์ตา ไปยังมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ตามรายงานของวาติกัน พิธีดังกล่าวอาจมีขึ้นในเช้าวันพุธที่ 23 เม.ย. นี้.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดฟ้องทรัมป์ ขวางตัดเงินวิจัยหลายพันล้านดอลลาร์

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดฟ้องทรัมป์ ขวางตัดเงินวิจัยหลายพันล้านดอลลาร์

22 เม.ย. 2568 11:54 น.

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดฟ้องทรัมป์ ขวางตัดเงินวิจัยหลายพันล้านดอลลาร์

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กรณีระงับเงินช่วยเหลือ โดยชี้ว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายและเกินขอบเขตอำนาจของรัฐบาล

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อขัดขวางไม่ให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อายัดเงินทุนของรัฐบาลกลางมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ หลังจากมหาวิทยาลัยปฏิเสธรายการข้อเรียกร้องของทำเนียบขาว ที่เชื่อว่าจะทำให้ความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัยลดลง

คดีที่ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางในเมืองบอสตันระบุว่า ทรัมป์ได้สั่งระงับเงินทุนสำหรับการวิจัยขั้นสูงของมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่หลายแห่ง เพื่อพยายามกำจัดการต่อต้านชาวยิวและอคติทางอุดมการณ์ คำฟ้องระบุว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกับความพยายามของรัฐบาลที่จะใช้การระงับเงินทุนของรัฐบาลกลาง เป็นแรงผลักดันเพื่อควบคุมการตัดสินใจทางวิชาการที่ฮาร์วาร์ด

ฮาร์วาร์ดกล่าวหาว่าการกระทำของรัฐบาลทรัมป์เป็นการกระทำโดยพลการและผิดกฎหมาย และละเมิดสิทธิในการแสดงความคิดเห็นตามการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 1 ของมหาวิทยาลัย

แฮร์ริสัน ฟิลด์ส โฆษกทำเนียบขาวกล่าวในแถลงการณ์ว่า ความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางจำนวนมากแก่สถาบันต่างๆ เช่น ฮาร์วาร์ด กำลังจะสิ้นสุดลง “เงินภาษีของประชาชนถือเป็นเอกสิทธิ์ และมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขพื้นฐานที่จำเป็นในการเข้าถึงเอกสิทธิ์ดังกล่าวได้”

ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม ทรัมป์ได้จัดการกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ โดยระบุว่ารัฐบาลจัดการกับการประท้วงที่สนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในปีที่แล้วได้ไม่ดีนัก และปล่อยให้ลัทธิต่อต้านชาวยิวแพร่ระบาดในมหาวิทยาลัย แต่ผู้ประท้วง รวมถึงกลุ่มชาวยิวบางกลุ่ม กล่าวว่าการวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของกองทัพอิสราเอลในฉนวนกาซาของพวกเขานั้นไม่ถูกต้อง เป็นการเข้าใจผิดว่าเป็นการต่อต้านชาวยิว
มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ยื่นฟ้องเพื่อตอบโต้การปราบปรามของทรัมป์

เมื่อเดือนมีนาคม รัฐบาลทรัมป์ได้เริ่มพิจารณาทบทวนเงินทุนของรัฐบาลกลางมูลค่า 9,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และต่อมาได้ให้แจ้งข้อเรียกร้องหลายรายการต่อมหาวิทยาลัย รวมถึงการห้ามสวมหน้ากากอนามัย และยุติโครงการความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม

ตั้งแต่นั้นมา รัฐบาลทรัมป์ได้อายัดเงินทุนมูลค่า 2,300 ล้านดอลลาร์สำหรับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และขู่ว่าจะเพิกถอนสถานะยกเว้นภาษีของมหาวิทยาลัย และริบสิทธิ์ในการรับนักศึกษาต่างชาติ นอกจากนี้ ยังเรียกร้องข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เงินทุน นักศึกษา และคณาจารย์ของมหาวิทยาลัย

รัฐบาลทรัมป์ยังระงับการให้เงินทุนแก่มหาวิทยาลัยบางแห่ง เช่น โคลัมเบีย พรินซ์ตัน คอร์เนลล์ นอร์ธเวสเทิร์น และบราวน์ เนื่องจากเหตุประท้วงในมหาวิทยาลัย

ในคำชี้แจงเกี่ยวกับคดีฟ้องร้องมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด อลัน การ์เบอร์ ประธานมหาวิทยาลัยกล่าวว่า สถาบันจะต่อสู้กับความเกลียดชังต่อไป และปฏิบัติตามกฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติอย่างเต็มที่ ซึ่งทรัมป์กล่าวหาว่ามหาวิทยาลัยละเมิดกฎหมายดังกล่าวในการตอบสนองต่อการประท้วงที่สนับสนุนชาวปาเลสไตน์

การ์เบอร์กล่าวว่า แทนที่รัฐบาลจะหารือกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเกี่ยวกับการต่อสู้กับลัทธิต่อต้านชาวยิวตามที่กฎหมายสิทธิมนุษยชนกำหนด แต่รัฐบาลกำลังพยายาม “ควบคุมว่าเราจะจ้างและสอนใคร”

คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดบางคนได้ฟ้องรัฐบาลทรัมป์ต่างหาก เช่นเดียวกับศาสตราจารย์บางคนของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย โดยอ้างเหตุผลคล้ายกับที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ยื่นฟ้อง

คดีฟ้องร้องของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดระบุชื่อเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐบาลกลางหลายแห่ง รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ พลังงาน และการศึกษา.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ชาวอาร์เจนตินาขนลุก ตัวเลขโป๊ปสิ้นพระชนม์ “88235”

ชาวอาร์เจนตินาขนลุก ตัวเลขโป๊ปสิ้นพระชนม์ "88235"

22 เม.ย. 2568 10:42 น.

ชาวอาร์เจนตินาขนลุก ตัวเลขโป๊ปสิ้นพระชนม์ “88235”

ชาวอาร์เจนตินาบอกว่าขนลุก เมื่อบังเอิญอย่างมากที่ “โป๊ปฟรานซิส” สิ้นพระชนม์ด้วยอายุ 88 พรรษา และเวลา 02.35 น. ตรงกับเลขบัตรสมาชิกกลุ่มแฟนบอลรักทีม “ซาน ลอเรนโซ” ทีมฟุตบอลโปรดของพระองค์พอดี 

วันที่ 22 เมษายน 2568 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า หลังจากที่วาติกัน ประกาศข่าวการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส องค์ประมุขแห่งคริสตจักร นิกายโรมันคาทอลิก ด้วยพระชนมายุ 88 พรรษา เมื่อเช้ามืดวันจันทร์ 21 เม.ย. 2568 เหล่าแฟนบอลในอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิดของพระองค์ โดยเฉพาะผู้สนับสนุนทีม “ซาน ลอเรนโซ เด อัลมาโกร” ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลในดวงใจของโป๊ป ต่างร่วมไว้อาลัย พร้อมเผยแพร่เรื่องราวสุดบังเอิญอันน่าทึ่งที่เกี่ยวข้องกับเลขบัตรสมาชิกแฟนบอลของพระองค์

รายงานข่าวระบุว่า มีการเปิดเผยภาพบัตรสมาชิกของโป๊ปฟรานซิส ซึ่งในอดีตเคยเป็นพระคาร์ดินัลฮอร์เก มาริโอ แบร์โกโญ ก่อนจะขึ้นดำรงตำแหน่งประมุขคริสตจักรคาทอลิก โดยบนบัตรมีหมายเลขสมาชิกคือ “88235” ซึ่งเลข 88 ตรงกับพระชนมายุในวันที่สิ้นพระชนม์ และเลข 235 ก็ไปตรงกับ เวลาที่สิ้นพระชนม์ พอดี

คาร์ดินัลเควิน โจเซฟ ฟาร์เรลล์ เปิดเผยว่า โป๊ปฟรานซิสสิ้นพระชนม์ที่กรุงโรมในเวลา 07.35 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 02.35 น. ตามเวลาประเทศอาร์เจนตินา ที่มีความต่างกัน 5 ชั่วโมงพอดี

โดยโป๊ปฟรานซิสเคยแสดงออกถึงความรักที่มีต่อทีมซาน ลอเรนโซ หลายครั้งนับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงทีม การรับของที่ระลึก หรือแม้แต่การให้พรแก่สโมสรในโอกาสต่างๆ

ทางด้านบัญชีโซเชียลมีเดียของ “เอล ซิกลอน” (El Ciclon) ชื่อเล่นของสโมสรซาน ลอเรนโซ ก็ได้โพสต์ข้อความไว้อาลัยแด่พระสันตะปาปาฟรานซิส แฟนบอลผู้ยิ่งใหญ่ของพวกเขา พร้อมแนบภาพและข้อความสุดซึ้งเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระองค์ตลอดกาล.

อีกแล้ว เครื่องบินเดลต้าไฟไหม้ จนต้องเร่งอพยพผู้โดยสารลงจากเครื่อง (คลิป)

อีกแล้ว เครื่องบินเดลต้าไฟไหม้ จนต้องเร่งอพยพผู้โดยสารลงจากเครื่อง (คลิป)

22 เม.ย. 2568 10:04 น.

อีกแล้ว เครื่องบินเดลต้าไฟไหม้ จนต้องเร่งอพยพผู้โดยสารลงจากเครื่อง (คลิป)

เครื่องบินของสายการบินเดลต้าแอร์ไลน์เกิดไฟไหม้ ก่อนที่จะออกเดินทางจากสนามบินในรัฐฟลอริดา ทำให้ต้องเร่งอพยพผู้โดยสารออกจากเครื่องด้วยทางออกฉุกเฉิน

เกิดเหตุไฟลุกไหม้ที่เครื่องยนต์ของสายการบินเดลต้าแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 1213 ขณะที่เครื่องจอดอยู่ที่ทางลาด ก่อนออกเดินทางจากออร์แลนโดไปยังแอตแลนตาในช่วงสายของวันจันทร์ตามเวลาในท้องถิ่น 

โลกโซเชียลมีการเผยคลิปขณะผู้โดยสารทั้งหมดได้รับการอพยพออกจากเครื่องบินทางสไลเดอร์อพยพ ขณะทีมกู้ภัยและดับเพลิงของสนามบินได้เร่งเข้าควบคุมเพลิง

เดลต้าแอร์ไลน์ระบุในแถลงการณ์ว่า เครื่องบินแอร์บัส A330 ลำดังกล่าวมีผู้โดยสาร 282 คน พนักงานต้อนรับบนเครื่อง 10 คน และนักบิน 2 คน โดยลูกเรือของเดลต้าดำเนินการตามขั้นตอนเพื่ออพยพผู้โดยสารทันที หลังจากมีผู้พบเห็นเปลวไฟบริเวณท่อไอเสียของหนึ่งในสองเครื่องยนต์ของเครื่องบิน พร้อมยืนยันว่าไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ไฟไหม้ ที่เกิดขึ้นบนเครื่องบิน ณ สนามบินนานาชาติออร์แลนโด โดยล่าสุดทีมช่างกำลังตรวจสอบเครื่องบินเพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ดังกล่าวแล้ว.

อีกแล้ว เครื่องบินเดลต้าไฟไหม้ จนต้องเร่งอพยพผู้โดยสารลงจากเครื่อง (คลิป)

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เดลต้าแอร์ไลน์

ใครจะเป็นโป๊ปองค์ถัดไป ส่อง 9 พระคาร์ดินัลที่มีโอกาสมากที่สุด

ใครจะเป็นโป๊ปองค์ถัดไป ส่อง 9 พระคาร์ดินัลที่มีโอกาสมากที่สุด

22 เม.ย. 2568 09:35 น.

ใครจะเป็นโป๊ปองค์ถัดไป ส่อง 9 พระคาร์ดินัลที่มีโอกาสมากที่สุด

  • สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส สิ้นพระชนม์แล้วเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 21 เม.ย. 2568 ตามเวลาท้องถิ่นของนครรัฐวาติกัน ขณะมีพระชนมายุ 88 พรรษา
  • ที่ผ่านมามีการหารือกันมาสักพักแล้วว่า ใครที่อาจเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของโป๊ปฟรานซิส ซึ่งตามปกติแล้วจะเลือกจากสมาชิกคณะพระคาร์ดินัลอันศักดิ์สิทธิ์
  • ในบรรดาสมาชิกคณะพระคาร์ดินัลอันศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 252 คน มีอยู่ 9 คนที่ชื่อเสียงโดดเด่นขึ้นมา และมีโอกาสที่โลกจะได้โป๊ปเป็นชาวเอเชียหรือคนผิวดำเป็นครั้งแรก

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส สิ้นพระชนม์แล้วเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 21 เม.ย. 2568 ตามเวลาท้องถิ่นของนครรัฐวาติกัน ขณะมีพระชนมายุ 88 พรรษา ทำให้พระองค์เป็นโป๊ปที่อายุมากที่สุดในรอบกว่าศตวรรษ

ที่ผ่านมามีการหารืออย่างเงียบๆ มาสักพักแล้วว่า ใครกันที่อาจเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของพระองค์ โดยในทางทฤษฎี พระคาร์ดินัลเพศชายทุกคนล้วนมีโอกาสถูกเลือกได้ แต่ในเชิงประวัติศาสตร์ ผู้สืบทอดตำแหน่งโป๊ปถูกเลือกจากคณะพระคาร์ดินัลอันศักดิ์สิทธิ์ (Sacred College of Cardinals) มาตั้งแต่ปี พ.ศ.1921 แล้ว

ปัจจุบัน คณะพระคาร์ดินัลอันศักดิ์สิทธิ์ มีสมาชิกทั้งสิ้น 252 คน ที่ได้รับเลือกจากสมเด็จพระสันตะปาปาให้รับใช้ในฐานะที่ปรึกษาและผู้ช่วยของพระองค์ มีเพียง 138 คนที่อายุต่ำกว่า 80 ปี และมีสิทธิ์ได้รับเลือกเป็นโป๊ปองค์ใหม่ และในจำนวนนี้มีพระคาร์ดินัลอยู่ 9 องค์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ว่าอาจได้เป็นพระสันตะปาปาองค์ที่ 267 แห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก

ปิเอโตร ปาโรลิน
ปิเอโตร ปาโรลิน

ปิเอโตร ปาโรลิน

พระคาร์ดินัล ปิเอโตร ปาโรลิน ชาวอิตาลี อายุ 70 ปี ถูกมองเป็นแคนดิเดตสายกลาง มีความใกล้ชิดกับโป๊ปฟรานซิส เขาดำรงตำแหน่งเลขาธิการแห่งนครรัฐวาติกันมาตั้งแต่ปี 2556 มีบทบาทสำคัญด้านการทูต รวมถึงการเจรจากับจีนและรัฐบาลของประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง

ในปี 2561 นายปาโรลินเป็นผู้ผลักดันอยู่เบื้องหลังการทำข้อตกลงกับรัฐบาลจีนเรื่องการแต่งตั้งพระคาร์ดินัล ซึ่งกลายเป็นข้อถกเถียงอย่างหนัก บางคนมองว่านี่เป็นการหักหลัง เนื่องจากตามข้อตกลงโป๊ปจะต้องยอมรับบิชอปชาวจีน 7 คนที่รัฐบาลจีนแต่งตั้ง แต่ไม่ได้รับการอนุมัติจากวาติกัน

ผู้วิจารณ์นายปาโรลินมองว่าเขาเป็นผู้ยึดถือทางสายกลางและเป็นนักปฏิบัติ ผู้ให้ความสำคัญกับอุดมคติและวิธีทางการทูต มากกว่าความจริงที่ยากจะยอมรับของความศรัทธา แต่สำหรับผู้สนับสนุนเขา ปาโรลินเป็นผู้ยึดมั่นอุดมการณ์ผู้กล้าหาญและผู้สนับสนุนสันติ

ลูอิส อันโตนิโอ เทเกิล
ลูอิส อันโตนิโอ เทเกิล

ลูอิส อันโตนิโอ ตาเกล

พระคาร์ดินัล ลูอิส อันโตนิโอ ตาเกล ชาวฟิลิปปินส์ อายุ 67 ปี เป็นอดีตพระอัครสังฆราช หรือ อาร์ชบิชอปแห่งมะนิลา ผู้มีโอกาสได้เป็นพระสันตะปาปาคนแรกที่เป็นชาวเอเชีย ดินแดนที่ประชากรชาวคริสต์นิกายคาทอลิกเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุด

ครั้งหนึ่งนายตาเกลเคยถูกพิจารณาเป็นผู้สืบทอดที่โป๊ปฟรานซิสชื่นชอบ และเป็นผู้ที่สามารถสานต่อนโยบายหัวก้าวหน้าของโป๊ปฟรานซิสต่อไป อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมาความนิยมของเขาลดลง เขามองว่าจุดยืนของคริสตจักรคาทอลิกที่มีต่อชาวเกย์และคู่รักที่หย่าร้างนั้นแข็งกร้าวเกินไป และเขาต่อต้านเรื่องสิทธิ์การทำแท้งในฟิลิปปินส์

ปีเตอร์ เติร์กสัน
ปีเตอร์ เติร์กสัน

ปีเตอร์ เติร์กสัน

พระคาร์ดินัล ปีเตอร์ เติร์กสัน ชาวกานา อายุ 76 ปี มีโอกาสได้เป็นพระสันตะปาปาผิวดำคนแรกในประวัติศาสตร์ เขาเป็นกระบอกเสียงเรื่องปัญหาต่างๆ ทั้งวิกฤตสภาพอากาศ, ความยากจน และความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ยังคงยึดมั่นในจุดยืนดั้งเดิมของคริสตจักร เช่นเรื่องการแต่งงานระหว่างชายหญิง และการรักคนเพศเดียวกัน

แต่จุดยืนในข้อหลังของเขาอ่อนลงในช่วงที่ผ่านมา โดยนายเติร์กสันมองว่ากฎหมายเกี่ยวกับการรักคนเพศเดียวกันในหลายประเทศแถบแอฟริกานั้นรุนแรงเกินไป เขายังคอยเตือนเรื่องการคอร์รัปชัน และสิทธิมนุษยชนด้วย

ปีเตอร์ เออร์โด (AFP PHOTO/OSSERVATORE ROMANO)
ปีเตอร์ เออร์โด (AFP PHOTO/OSSERVATORE ROMANO)

ปีเตอร์ เออร์โด

พระคาร์ดินัล ปีเตอร์ เออร์โด ชาวฮังการี อายุ 72 ปี เป็นนักบวชสายอนุรักษ์นิยมตัวยง ผู้อุทิศตนอย่างยิ่งต่อคำสอนและหลักการดั้งเดิมของนิกายคาทอลิก ซึ่งคาดกันว่า หากเขาได้เป็นพระสันตะปาปาองค์ถัดไป วิธีการที่เขาใช้จะเปลี่ยนไปจากยุคของโป๊ปฟรานซิสอย่างใหญ่หลวง

นายเออร์โดได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่า เป็นผู้มีสติปัญญาสูง เป็นคนโปรดของพระคาร์ดินัล จอร์จ เพลล์ ผู้ล่วงลับ ซึ่งเชื่อว่านายเออร์โดจะสามารถฟื้นฟูหลักนิติธรรมของวาติกันในยุคก่อนโป๊ปฟรานซิสกลับมาได้

ในปี 2558 นายเออร์โดแสดงความเห็นด้วยกับนายวิกตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีฮังการี ต่อต้านเสียงเรียกร้องของโป๊ปฟรานซิส ที่ให้โบสถ์ต่างๆ เปิดรับผู้อพยพ

มัตเตโอ ซัปปี
มัตเตโอ ซัปปี

มัตเตโอ ซัปปี

พระคาร์ดินัล มัตเตโอ ซัปปี ชาวอิตาลี อายุ 69 ปี ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระคาร์ดินัลโดยโป๊ปฟรานซิสในปี 2562 เขาอยู่ฝ่ายหัวก้าวหน้าในคริสตจักรคาทอลิก มีความกังวลเกี่ยวกับคนยากจนและผู้ถูกละเลยเช่นเดียวกับโป๊ปฟรานซิส และคาดว่าจะสืบทอดมรดกของโป๊ปฟรานซิสต่อไป หากได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปา

นายซัปปีค่อนข้างเปิดเสรีในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนเพศเดียวกัน เมื่อ 2 ปีก่อน โป๊ปฟรานซิสแต่งตั้งให้เขาเป็นทูตสันติภาพของวาติกันประจำยูเครน ซึ่งทำให้เขาได้พบกับโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ได้เดินทางไปยังกรุงมอสโกของรัสเซีย เพื่อส่งเสริมเรื่องมนุษยธรรม และได้พบอัครบิดรคีริลล์แห่งมอสโก ผู้ทำคริสตจักรคาทอลิกรัสเซียด้วย

โชเซ โตเลนติโน กาลาซา เด เมนดอนซา
โชเซ โตเลนติโน กาลาซา เด เมนดอนซา

โชเซ โตเลนติโน กาลาซา เด เมนดอนซา

พระคาร์ดินัล โชเซ เมนดอนซา ชาวโปรตุเกส อายุ 59 ปี เป็นหนึ่งในผู้มีอายุน้อยที่สุดที่มีโอกาสเป็นผู้สืบทอดของโป๊ปฟรานซิส ซึ่งอาจทำให้เขาถูกมองข้ามได้ โดยที่ผ่านมา เขาเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้วยการยอมรับมุมมองเรื่องความสัมพันธ์ของคนเพศเดียวกัน

นายเมนดอนซาเป็นมิตรกับคณะภคินีเบเนดิกตินสายเฟมินิสต์ ซึ่งสนับสนุนการบวชของสตรีและสิทธิ์ในการเลือก (pro-choice) เขายังมีแนวคิดใกล้เคียงกับโป๊ปฟรานซิสในหลายเรื่อง และยืนยันว่าคริสตจักรคาทอลิกต้องมีส่วนร่วมกับวัฒนธรรมยุคใหม่

มาริโอ เกรช
มาริโอ เกรช

มาริโอ เกรช

พระคาร์ดินัล มาริโอ เกรช ชาวมอลตา อายุ 68 ปี เคยเป็นนักบวชสายอนุรักษ์นิยม แต่เริ่มโอบรับแนวคิดหัวก้าวหน้าหลังจากโป๊ปฟรานซิสรับตำแหน่งสันตะปาปาในปี 2556 โดยผู้สนับสนุนมองว่าการเปลี่ยนแนวคิดของเขาแสดงให้เห็นความสามารถในการเติบโตและเปลี่ยนแปลง

ที่ผ่านมา คาร์ดินัลเกรชวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำทางการเมืองของยุโรปหลายคน ที่ต้องการจำกัดกิจกรรมขององค์กรเอ็นจีโอ และแสดงการสนับสนุนตำแหน่งมัคนายก (deacon) เพศหญิง

ปิเอร์บัตติสตา พิซซาบัลลา
ปิเอร์บัตติสตา พิซซาบัลลา

ปิเอร์บัตติสตา พิซซาบัลลา

พระคาร์ดินัล ปิเอร์บัตติสตา พิซซาบัลลา ชาวอิตาลี อายุ 60 ปี ดำรงตำแหน่งอัครบิดรแห่งเยรูซาเลมมาตั้งแต่ปี 2563 มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือชนกลุ่มน้อยชาวคริสต์ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

หลังจากกลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลในวันที่ 7 ต.ค. 2566 นายพิซซาบัลลาได้เสนอตัวเองเป็นตัวประกันแลกกับเด็กๆ ที่ถูกฮามาสลักพาตัวไปขังไว้ในฉนวนกาซา และเขาได้เยือนกาซาเดือนพฤษภาคม 2568 หลังการเจรจาอย่างยาวนาน

คาดกันว่านายพิซซาบัลลาจะสานต่องานของโป๊ปฟรานซิสในบางเรื่อง แต่ที่ผ่านมาเขาออกมาพูดเรื่องปัญหาต่างๆ ที่เป็นข้อถกเถียงกันค่อนข้างน้อย

โรเบิร์ต ซาราห์
โรเบิร์ต ซาราห์

โรเบิร์ต ซาราห์

พระคาร์ดินัล โรเบิร์ต ซาราห์ ชาวกินี อายุ 79 ปี เป็นนักบวชสายอนุรักษ์นิยมที่ครั้งหนึ่งเคยพยายามเสนอตัวเองขึ้นมามีอำนาจคู่ขนานกับโป๊ปฟรานซิส และเช่นเดียวกับคาร์ดินัลเติร์กสัน นายซาราห์มีโอกาสได้เป็นพระสันตะปาปาผิวดำคนแรกในประวัติศาสตร์

ในหนังสือที่เขาเขียนร่วมกับอดีตโป๊ปเบเนดิกต์เมื่อปี 2563 นายซาราห์เขียนปกป้องเรื่องแนวคิดที่ว่า นักบวชควรครองตัวเป็นโสด ซึ่งถูกมองว่าเป็นการท้าทายอำนาจของโป๊ปฟรานซิส เขายังประณามเรื่อง “อุดมการณ์ทางเพศ” ว่าเป็นภัยคุกคามต่อสังคม และเคยพูดต่อต้านลัทธิอิสลามหัวรุนแรง

ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : the guardian , foxnews