น้ำตาล ชลิตา สุดเซ็ง ใบหม่อน ไม่พูดความจริง ให้สัมภาษณ์แบบนี้ต้องการอะไร

น้ำตาล ชลิตา สุดเซ็ง ใบหม่อน ไม่พูดความจริง ให้สัมภาษณ์แบบนี้ต้องการอะไร

19 พ.ค. 2568 19:02 น.

น้ำตาล ชลิตา สุดเซ็ง ใบหม่อน ไม่พูดความจริง ให้สัมภาษณ์แบบนี้ต้องการอะไร

หลังจากที่ น้ำตาล ชลิตา ได้แชร์ภาพข่าวของ ใบหม่อน ทิฟฟานี่ หรือ โสภิดา ศิริวัฒนานุกูล หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันนางร้ายไทยแลนด์ ซีซั่น 2 ที่ออกมาให้สัมภาษณ์แซะ ล่าสุดน้ำตาลได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องนี้ในงานประกาศรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 16 ที่สเฟียร์ ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ว่า

– น้ำตาลบอกไม่เข้าใจว่าใบหม่อนออกมาพูดทำไม ยืนยันไม่ได้มีปัญหากัน ไม่รู้จุดประสงค์ที่อีกฝ่ายออกมาสัมภาษณ์แบบนั้น แล้วพูดถึงตนแบบนี้ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร

– ตอนรอบไฟนอลได้เจอกัน แต่ใบหม่อนไม่สบตา ไม่เหมือนตอนที่สัมภาษณ์เลย ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร ตอนที่ทำงานอยู่ตรงนั้น ตนไปในฐานะควีนมาสเตอร์ ทักทายทุกคน

น้ำตาล ชลิตา สุดเซ็ง ใบหม่อน ไม่พูดความจริง ให้สัมภาษณ์แบบนี้ต้องการอะไร

– น้ำตาลรู้จักใบหม่อนว่าเป็น มิสทิฟฟานี่ แต่ไม่เคยสนิทกัน ไม่รู้ว่าเคยคุยไหม แต่ถ้าเป็นคนสนิท หรือเคยคุยกัน มันต้องอยู่ในความทรงจำบ้าง แต่ถ้าคนที่ไม่สนิท หรือคนที่ไม่ได้ให้ค่าก็จะปล่อยผ่านไป

– กับพี่อ้อมแฟนเก่าใบหม่อน ตนเพิ่งมาคุยเมื่อปีที่แล้ว เพิ่งจะรู้จักและคุยกัน

– เซ็งที่ใบหม่อนพูด เพราะมันไม่ใช่เรื่องจริง

– ที่อีกฝ่ายบอกว่ามีการรีพลายไอจีสตอรี่ตน น้ำตาลยืนยันว่าไม่มี ไม่ใช่คนโกหกหรือแต่งเรื่อง มีอะไรก็โชว์กันตรงๆ ไม่ต้องมานั่งเปรียบเทียบหรือเหน็บแนม

– น้ำตาลบอกว่าภูมิใจใน Top 6 จักรวาลของตนเหมือนกัน เพราะ 130 ล้านโหวตทั่วโลก ไม่ได้มาง่ายๆ เหมือนกัน ได้ Top 3 ตนดีใจด้วย

– น้ำตาลรู้สึกเหนื่อยกับดราม่า ทุกวันนี้พยายามที่จะไม่ออกมาพูดอะไรมาก แค่มองหน้าคนก็ด่าตนแล้ว ว่าเป็นคนมั่น คนแรง พยายามเงียบ แต่อะไรที่มันเกินไป ไม่ใช่สิ่งที่เขาพูด ก็ต้องออกมาปกป้องตัวเองบ้าง ไม่ได้โกรธ แค่อยากรู้ว่าอีกฝ่ายออกมาพูดแบบนี้ทำไม

– ถ้าอีกฝ่ายจะมาขอโทษ ไม่ต้องมาขอโทษอะไรมากมาย แค่จะพูดอะไรที่พาดพิงถึงกัน ขอให้พูดความจริงดีกว่า เราไม่เคยมีปัญหากัน ไม่จำเป็นต้องออกมาพูดเหน็บแนม หรือว่าพูดถึงกันในทางที่ไม่ดีต่อกัน เพราะสังคมทุกวันนี้มันก็เลวร้ายมากพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใส่ร้าย หรือใส่ความกัน ให้มันรุนแรง หรือบาดหมางกัน

– ถ้าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ตนก็รู้ว่าเข้าใจผิดเรื่องอะไร

– น้ำตาลบอกว่า ทุกวันนี้ก่อนที่จะโพสต์อะไรก็จะผ่านกระบวนการคิดก่อน เพราะแนท อนิพรณ์ สอนมาแล้ว

– ให้สถานะกับใบหม่อนเป็นเพื่อนร่วมโลกดีกว่า ตนอาจเป็นคนแรงๆ กล้าพูด แต่จะไม่ทำใครก่อน

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

น้ำตาล ชลิตา สุดเซ็ง ใบหม่อน ไม่พูดความจริง ให้สัมภาษณ์แบบนี้ต้องการอะไร
น้ำตาล ชลิตา สุดเซ็ง ใบหม่อน ไม่พูดความจริง ให้สัมภาษณ์แบบนี้ต้องการอะไร

เปิดข้อความ ด้งเด้ง หรือ จ่าลอด ไทบ้าน หลังออก ICU ขอบคุณจากใจที่ช่วยเหลือชีวิต

เปิดข้อความ ด้งเด้ง หรือ จ่าลอด ไทบ้าน หลังออก ICU ขอบคุณจากใจที่ช่วยเหลือชีวิต

19 พ.ค. 2568 18:44 น.

เปิดข้อความ ด้งเด้ง หรือ จ่าลอด ไทบ้าน หลังออก ICU ขอบคุณจากใจที่ช่วยเหลือชีวิต

นับเป็นข่าวที่น่ายินดีอย่างมาก สำหรับอาการล่าสุดของ ด้งเด้ง ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร หรือ จ่าลอด ไทบ้าน ที่อาการตอนนี้ปลอดภัย และออกจากห้อง ICU เป็นที่เรียบร้อย หลังประสบอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักตกลงร่องกลางสะพานบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M6 บางปะอิน-นครราชสีมา และต้องเข้ารักษาตัวใน รพ. อย่างเร่งด่วน ซึ่ง ด้งเด้ง มีอาการหยุดหายใจไป 2 ครั้ง แต่แพทย์ช่วยเหลือไว้ได้ ท่ามกลางความเป็นห่วงของครอบครัวและเพื่อนๆ อย่างมาก

เปิดข้อความ ด้งเด้ง หรือ จ่าลอด ไทบ้าน หลังออก ICU ขอบคุณจากใจที่ช่วยเหลือชีวิต
เปิดข้อความ ด้งเด้ง หรือ จ่าลอด ไทบ้าน หลังออก ICU ขอบคุณจากใจที่ช่วยเหลือชีวิต

และล่าสุด ด้งเด้ง ก็ได้ออกจากห้องไอซียูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเป็นครั้งแรก พร้อมชูสองนิ้วและแจกรอยยิ้มให้ทุกคนอย่างสดใส

“ออกจากห้อง ICU แล้วครับ ขอบคุณทุกๆ ท่าน ที่ได้ให้การช่วยเหลือชีวิตผมในครั้งนี้ ที่ทำให้ผมได้กลับมาอยู่กับครอบครัว และคนที่ผมรักอีกครั้ง ขอบคุณจากใจครับ”

หลังจากที่ ด้งเด้ง ได้โพสต์ข้อความดังกล่าว เพื่อนๆ ต่างดีใจอย่างมาก และเตรียมรวมตัวมาเยี่ยมด้งเด้ง รวมถึงแฟนๆ ที่อวยพรขอให้ด้งเด้งหายเจ็บไวๆ

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

เปิดข้อความ ด้งเด้ง หรือ จ่าลอด ไทบ้าน หลังออก ICU ขอบคุณจากใจที่ช่วยเหลือชีวิต
เปิดข้อความ ด้งเด้ง หรือ จ่าลอด ไทบ้าน หลังออก ICU ขอบคุณจากใจที่ช่วยเหลือชีวิต

เบสท์-โบ๊ท คำสิงห์ ปล่อยคลิปพูดถึง พ่อสมรักษ์ ชาวเน็ตเสียงแตกถาม ทำไมต้องเหยียดพ่อ

เบสท์-โบ๊ท คำสิงห์ ปล่อยคลิปพูดถึง พ่อสมรักษ์ ชาวเน็ตเสียงแตกถาม ทำไมต้องเหยียดพ่อ

19 พ.ค. 2568 17:20 น.

เบสท์-โบ๊ท คำสิงห์ ปล่อยคลิปพูดถึง พ่อสมรักษ์ ชาวเน็ตเสียงแตกถาม ทำไมต้องเหยียดพ่อ

กลายเป็นประเด็นดราม่าอย่างหนัก หลังจากที่ เบสท์ รักษ์วนีย์ คำสิงห์ พร้อมน้องชาย โบ๊ท ภูวรักษ์ คำสิงห์ มาออกรายการ แฉ พร้อมประกาศกลางรายการถึง พ่อสมรักษ์ คำสิงห์ ว่า ถ้าพ่อไปสร้างอะไรขึ้นอีก ก็จะไม่ขอช่วยเหลือแล้วเพราะเหนื่อย เรื่องสร้างหนี้ให้มันจบที่คดีลอตเตอรี่ 20 ล้าน ก็พอแล้ว ให้หนูได้ใช้ชีวิตบ้าง วอนชาวเน็ตและคนไทยถ้าวันหนึ่งมันเกิดขึ้น แล้วหนูไม่ช่วย ก็อยากให้ย้อนดูว่าที่ผ่านมาหนูช่วยมาเต็มที่แล้ว

จากประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ทั้งเข้าใจในตัวเบสท์ที่ทำงานหาเงินอย่างหนัก เพื่อดูแลและทุ่มเทให้กับครอบครัวมาโดยตลอด และยังมีกระแสจากชาวเน็ตที่เข้ามาคอมเมนต์บอกว่า เธอนั้นเนรคุณ อกตัญญู

เบสท์-โบ๊ท คำสิงห์ ปล่อยคลิปพูดถึง พ่อสมรักษ์ ชาวเน็ตเสียงแตกถาม ทำไมต้องเหยียดพ่อ

ล่าสุด เบสท์ ได้ปล่อยคลิปทางช่องยูทูบ Kamsing Family Channel “เส้นทางชีวิต โบ๊ท คำสิงห์ กว่าจะได้เตะบอลไทยลีก ผ่านอะไรมาบ้าง!?” ซึ่งในคลิปดังกล่าว 2 พี่น้องได้มานั่งคุยกัน และ โบ๊ท ก็ได้เล่าเส้นทางกว่าจะได้มาเตะบอลในไทยลีก ตั้งแต่การเดินสายไปอยู่กับทีมฟุตบอลดังๆ ตั้งแต่ 8 ขวบ และได้ลงแข่งระดับประเทศ จนกระทั่งในตอนนี้ได้ไปเรียนที่เทพศิรินทร์ฯ ไปเตะไอดอลลีก ไปเล่นสโมสรนราฯ ไปเตะบอลอาชีพ และตอนนี้อยู่สโมสรฯ อุทัยเอฟซี

ซึ่ง โบ๊ท ย้ำว่า ตนเองไม่ได้เป็นเด็กเส้น เพราะที่ผ่านมาคนมักจะมองว่า เขานั้นเป็นเด็กเส้น เพราะเป็นลูกของ สมรักษ์ คำสิงห์ ด้าน เบสท์ เองก็บอกว่า “ครอบครัว คำสิงห์ ไม่เคยใช้เส้นเลย” โบ๊ท เสริมว่า “ใช่ แต่ว่ามีแต่คนประณามว่าเส้นเยอะ”

เบสท์-โบ๊ท คำสิงห์ ปล่อยคลิปพูดถึง พ่อสมรักษ์ ชาวเน็ตเสียงแตกถาม ทำไมต้องเหยียดพ่อ

เบสท์ บอกต่อว่า “คุณอย่าคิดว่าสมรักษ์ คำสิงห์ มีเส้นขนาดนั้น” น้องชายพูดเสริมว่า “เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง คุณคิดว่าสภาพสมรักษ์ตอนเนี้ย มันใช้อำนาจอะไรได้มั่ง สภาพสมรักษ์ตอนนี้” เบสท์ “พูดตามตรงไม่ได้โลกสวย คนใช้เส้นได้ต้องรวยก่อน ซึ่งพ่อเราไม่ได้รวยอะไร ฉันไม่เคยใช้เส้นเลย เรียนหนังสือยังเรียนรัฐบาลกันเลยพวกเราอ่ะ”

จากคลิปดังกล่าวทำให้ในโซเชียลเริ่มเสียงแตก และมองว่าการที่ เบสท์และโบ๊ท เอาพ่อมาขยี้และพูดจาดูถูกเหยียดขนาดนี้ ไม่น่ารักเลย

เบสท์-โบ๊ท คำสิงห์ ปล่อยคลิปพูดถึง พ่อสมรักษ์ ชาวเน็ตเสียงแตกถาม ทำไมต้องเหยียดพ่อ

– รู้ว่าพ่อก็ทำเรื่องเฮียๆ ไว้เยอะ แต่ออกรายการแฉประกาศชัดแล้ว ว่าถ้าพ่อทำอีกก็จะปล่อย ทุกคนเข้าใจแล้ว ก็พอแล้วไหมอ่ะ นี่พากันขยี้อีกเพื่อ

– คือ เข้าใจนะ ว่าหมดศรัทธา หมดความเคารพในตัวพ่อแล้ว แต่คนเป็นพ่อ ก็ไม่ควรโดนลูกๆมาเหยียด มาพูดจาดูถูกแบบนี้มั้ย ควรจบตั้งแต่รายการนั้นแล้ว นี่ดูแล้วรู้สึกติดลบกับลูกๆอย่างแรงเลย

– คำว่า “สภาพสมรักษ์” และเสียงหัวเราะแบบนั้น

– เกิดมาได้เป็นคนก็เพราะพ่อมั้ย ควรแยกแยะ

– รู้สึกสงสารสมรักษ์ขึ้นมาทันทีที่มีลูกแบบนี้ จะทำคลิปนี้เพื่อ?

– ลูกชายไม่ควรใช้คำว่าสภาพของพ่อ คือไม่ช่วยใช้หนี้ให้แล้ว ทุกคนเข้าใจมากๆ แต่เมื่อก่อนเขาเป็นนักกีฬาโอลิมปิกเหรียญทอง ทุกคนยังต้องให้เกียรติเขาอยู่ ช่วงปลดเกษียณอายุมากแล้ว เขาเกเรออกนอกลู่นอกทางบ้าง เพราะเมื่อก่อนไม่ค่อยได้ใช้ชีวิตอย่างคนปกติธรรมดา แต่ลูกไม่ควรพูดจาเหยียดหยันพ่อนะคะ

แต่อีกมุมก็มองว่า เห็นใจเบสท์กับโบ๊ท ถ้าเราไม่อยู่ในจุดที่ต้องมาใช้หนี้ 20 ล้าน ไม่รู้หรอกว่ามันหนักมากแค่ไหน และเข้าใจลูกๆ มาก อาทิ

– น้องๆเค้าโดนกันไปหลัก 20 ล้าน ++ มันก็เก็บกดทางอารมณ์ธรรมดา มันอาจจะทำให้เค้าต้องสูญเสียอะไรบางอย่างไปเยอะมาก

– อย่าไปว่าน้องเขาเลยพวกคุณไม่ได้มีพ่อเหมือนน้องๆเขา เขาเจออะไรบ้างไม่มีใครรู้หรอก พอเขาออกมาพูดหน่อยมองว่าเขาเป็นลูกไม่ดีเฉย 5555

– คุณไม่เป็นเขา คุณจะไปเข้าใจพวกเขาสองคนได้ไงค่ะ เขาต้องเจออะไรกันมาบ้าง ติดหนี้เป็นล้านๆ ไม่ใช่ 100-200 นะคะ ลูกต้องหาใช้ให้พ่อ เขาจะอึดอัด เขาจะทำคลิปอะไรแบบนี้มันก็เรื่องของเขาเถอะ

– จะพูดยังไงก็เรื่องเขาเถอะ พ่อเขา ถ้าพ่อทำตัวดีๆคงไม่มีเรื่องให้ด่าหรอก ดูแต่ละข่าวที่ออกมาน่าเป็นแบบอย่างที่ไหนก็มีลูกที่ช่วยทั้ง

– ไม่อยู่ในจุดที่เบสท์ และโบ๊ทต้องเจอไม่มีใครรู้หรอก ว่าเจอปัญหาครอบครัวมันหนักมากน่ะเอาจริงๆ น้องๆพยายามทำดีมาตลอด พ่อลอยตัวเหนือปัญหามาตลอด ถ้าฟังโบ๊ทจริงๆเขาแค่จะบอกว่าเขาไม่ได้มีเส้นสายอะไรหรอก เงินก็ไม่มี เพราะมีดราม่าว่าได้เล่นบอลเพราะเส้นไง

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิง” เพิ่มเติม

เบสท์-โบ๊ท คำสิงห์ ปล่อยคลิปพูดถึง พ่อสมรักษ์ ชาวเน็ตเสียงแตกถาม ทำไมต้องเหยียดพ่อ
เบสท์-โบ๊ท คำสิงห์ ปล่อยคลิปพูดถึง พ่อสมรักษ์ ชาวเน็ตเสียงแตกถาม ทำไมต้องเหยียดพ่อ
เบสท์-โบ๊ท คำสิงห์ ปล่อยคลิปพูดถึง พ่อสมรักษ์ ชาวเน็ตเสียงแตกถาม ทำไมต้องเหยียดพ่อ
เบสท์-โบ๊ท คำสิงห์ ปล่อยคลิปพูดถึง พ่อสมรักษ์ ชาวเน็ตเสียงแตกถาม ทำไมต้องเหยียดพ่อ
เบสท์-โบ๊ท คำสิงห์ ปล่อยคลิปพูดถึง พ่อสมรักษ์ ชาวเน็ตเสียงแตกถาม ทำไมต้องเหยียดพ่อ
เบสท์-โบ๊ท คำสิงห์ ปล่อยคลิปพูดถึง พ่อสมรักษ์ ชาวเน็ตเสียงแตกถาม ทำไมต้องเหยียดพ่อ
เบสท์-โบ๊ท คำสิงห์ ปล่อยคลิปพูดถึง พ่อสมรักษ์ ชาวเน็ตเสียงแตกถาม ทำไมต้องเหยียดพ่อ
เบสท์-โบ๊ท คำสิงห์ ปล่อยคลิปพูดถึง พ่อสมรักษ์ ชาวเน็ตเสียงแตกถาม ทำไมต้องเหยียดพ่อ
เบสท์-โบ๊ท คำสิงห์ ปล่อยคลิปพูดถึง พ่อสมรักษ์ ชาวเน็ตเสียงแตกถาม ทำไมต้องเหยียดพ่อ

ญี่ปุ่นรวบ 4 ยากูซ่า เปิดสำนักงานใกล้ห้องสมุดเกินไป

ญี่ปุ่นรวบ 4 ยากูซ่า เปิดสำนักงานใกล้ห้องสมุดเกินไป

20 พ.ค. 2568 15:12 น.

ญี่ปุ่นรวบ 4 ยากูซ่า เปิดสำนักงานใกล้ห้องสมุดเกินไป

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ชาย 4 คนถูกจับกุมในกรุงโตเกียวด้วยข้อหาอาชญากรรมทั่วไป เนื่องจากเปิดสำนักงานยากูซ่าใกล้กับห้องสมุดมากเกินไป

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ชาย 4 คนถูกจับกุมในกรุงโตเกียวด้วยข้อหาอาชญากรรมทั่วไป เนื่องจากเปิดสำนักงานยากูซ่าใกล้กับห้องสมุดมากเกินไป

ตำรวจกล่าวในแถลงการณ์ว่า ผู้ต้องสงสัยซึ่งมีอายุระหว่าง 55 ถึง 77 ปี “สมคบคิด” เปิดสำนักงานตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2024 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2025 “แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะอยู่ภายในรัศมี 200 เมตรโดยรอบห้องสมุดก็ตาม” ทั้งนี้ กรุงโตเกียวมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดเกี่ยวกับสถานที่เปิดสำนักงานยากูซ่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายปราบปรามกลุ่มอาชญากร

แถลงการณ์ระบุว่า ชายที่อายุมากที่สุด วัย 77 ปี เป็น “สมาชิกองค์กรที่สังกัดกลุ่มซูมิโยชิ-ไก ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มยากูซ่าที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น 

กลุ่มยากูซ่าเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องลำดับชั้นและจรรยาบรรณที่เคร่งครัด โดยพวกเขากระทำสิ่งผิดกฎหมายตั้งแต่การกรรโชกทรัพย์ การฟอกเงิน ไปจนถึงการค้ายาเสพติดและการค้าประเวณี กลุ่มยากูซ่าจำนวนมากไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มใต้ดิน แต่ยังขึ้นทะเบียนกับตำรวจและมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น ยังได้ระบุที่อยู่ธุรกิจของกลุ่มยากูซ่าบางแห่งไว้ในเว็บไซต์ เช่น สำนักงานใหญ่ของกลุ่มซูมิโยชิไก ตั้งอยู่ในย่านอากาซากะ ซึ่งเป็นย่านธุรกิจหรูของโตเกียว ไม่ไกลจากอาคารรัฐสภา

ในช่วงรุ่งเรืองในทศวรรษ 1960 ยากูซ่าได้ดำเนินการในระดับนานาชาติและมีสมาชิกมากกว่า 184,000 คน ตามข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่จำนวนได้ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา หลังจากที่ตำรวจปราบปรามการดำเนินกิจกรรมของกลุ่ม แม้ว่าพวกเขายังคงได้รับอนุญาตให้ดำรงอยู่ได้ตามกฎหมาย แต่กฎระเบียบทำให้การดำรงอยู่ของกลุ่มยากขึ้น เนื่องจากการรับสมัครสมาชิกยากูซ่า หรือการแบ่งปันผลกำไร กลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แม้แต่การทำสัญญาโทรศัพท์มือถือและการให้เช่าอพาร์ตเมนต์ก็ยากขึ้นด้วย

ในปี 2024 จำนวนสมาชิกกลุ่มอาชญากรลดลงต่ำกว่า 20,000 คนเป็นครั้งแรก เหลือเพียง 18,800 คน ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ตามข้อมูลของตำรวจ โดยในกรุงโตเกียว สำนักงานยากูซ่าไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะ 200 เมตร จากโรงเรียน ศูนย์สวัสดิการเด็ก หอประชุมชุมชน พิพิธภัณฑ์ สำนักงานคุมประพฤติ และศาลครอบครัว รวมถึงห้องสมุด

เนื่องจากธุรกิจต่างๆ ไม่สามารถจ้างสมาชิกยากูซ่าให้มาทำหน้าที่การ์ด เสนอค่าตอบแทนสำหรับบริการ หรือลงนามในสัญญาใดๆ กับยากูซ่าที่ “สนับสนุน” กิจกรรมของพวกเขาได้ ผลที่ตามมาคือทำให้กลุ่มยากูซ่าเล็กลง ซึ่งปัจจุบันมักตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งเกี่ยวกับการยุบกลุ่ม การดำเนินชีวิตใหม่ที่เคารพกฎหมาย หรือสัญญาว่าจะประพฤติตนเป็นคนดี

เมื่อเดือนเมษายน ยามากูจิ-กุมิ ซึ่งเป็นกลุ่มอาชญากรยากูซ่าที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ได้ให้คำมั่นว่าจะยุติสงครามที่ดำเนินมายาวนานกับกลุ่มคู่แข่ง หลังจากตำรวจเพิ่มการเฝ้าระวังและจำกัดกิจกรรมของพวกเขา สมาชิกระดับสูงสามคนของกลุ่มได้ส่งจดหมายถึงตำรวจด้วยตนเอง โดยให้คำมั่นว่าจะ “ยุติการต่อสู้ภายในทั้งหมด” และจะไม่ก่อปัญหาใดๆ.

ที่มา CNN

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

เวียดนามรวบ “ควีนเทียน” มิสแกรนด์อินเตอร์ฯ 2021 ขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมปลอม

เวียดนามรวบ "ควีนเทียน" มิสแกรนด์อินเตอร์ฯ 2021 ขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมปลอม

20 พ.ค. 2568 14:21 น.

เวียดนามรวบ “ควีนเทียน” มิสแกรนด์อินเตอร์ฯ 2021 ขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมปลอม

เจ้าหน้าที่เวียดนามได้จับกุม “เหงียน ตุ๊ก ตุย เตียน” นางงามเวียดนาม ซึ่งคว้ามงกุฎมิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนล 2021 ในข้อหาฉ้อโกงผู้บริโภค หลังจากที่เธอโฆษณาขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไฟเบอร์ปลอม

เจ้าหน้าที่เวียดนามได้จับกุม “เหงียน ตุ๊ก ตุย เตียน” นางงามเวียดนาม ซึ่งคว้ามงกุฎมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2021 ในข้อหาฉ้อโกงผู้บริโภค หลังจากที่เธอโฆษณาขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไฟเบอร์ปลอม โดยเธอได้ทำการวางตลาดกัมมี่ที่มีไฟเบอร์สูง บนช่องทางโซเชียลมีเดียของเธอ แต่สาธารณชนกลับออกมาแสดงความไม่พอใจ หลังจากการทดสอบผลิตภัณฑ์เผยให้เห็นว่าการโฆษณาไม่เป็นความจริง

นางสาวเหงียน ซึ่งเคยเป็นผู้ชนะการประกวดมิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนล 2021 เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในเวียดนามและเคยได้รับคำชื่นชมจากรัฐบาลมาก่อน เธอได้ทำการโฆษณาผลิตภัณฑ์ Kera Supergreens Gummies ร่วมกับบุคคลที่มีชื่อเสียงในโซเชียลมีเดียอย่าง Pham Quang Linh และ Hang Du Muc

เจ้าหน้าที่สอบสวนกล่าวว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลจากการร่วมทุนระหว่างนางสาวเหงียน และบริษัทที่ก่อตั้งโดยบุคคลที่มีชื่อเสียงอีกสองคน

บุคคลที่มีชื่อเสียงอ้างว่า กัมมี่แต่ละชิ้นของพวกเขามีไฟเบอร์เทียบเท่ากับผักหนึ่งจาน ประชาชนรายหนึ่งส่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปทดสอบที่ห้องแล็บ ซึ่งพบว่ากัมมี่แต่ละชิ้นมีไฟเบอร์เพียง 16 มก. ซึ่งต่างจากที่อ้างไว้ถึง 200 มก.

จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้เริ่มการสอบสวน ซึ่งพบว่ามีการใช้ส่วนผสมที่ไม่ได้มาตรฐานซึ่งมีไฟเบอร์ต่ำในการผลิต นอกจากนั้น บรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ยังไม่ได้ระบุปริมาณไฟเบอร์ และไม่ได้ระบุว่าในผลิตภัณฑ์มีซอร์บิทอลในระดับสูง ซึ่งใช้ในยาระบาย

อินฟลูเอนเซอร์ทั้งสามคนถูกปรับในเดือนมีนาคม และได้กล่าวขอโทษต่อสาธารณชน ในเดือนถัดมา เจ้าหน้าที่ของเวียดนามได้จับกุมนาย Pham และ Hang Du Muc รวมถึงเจ้าหน้าที่จากบริษัทของพวกเขาและผู้ผลิตกัมมี่ดังกล่าว พวกเขาถูกตั้งข้อหาผลิตสินค้าปลอมและหลอกลวงลูกค้า

และเมื่อวันจันทร์  (19 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ได้ประกาศจับกุมนางสาวเหงียนในข้อกล่าวหาหลอกลวงลูกค้า โดยมีรายงานว่าขนมกัมมี่ถูกขายออกไปมากกว่า 100,000 กล่อง ก่อนที่การขายจะถูกระงับเนื่องจากเรื่องอื้อฉาวดังกล่าว

หลังจากชนะการประกวดนางงามที่กรุงเทพฯ ในปี 2021 นางเหงียนก็กลายเป็นคนดังที่แบรนด์เวียดนามหลายแห่งต้องการตัว และปรากฏตัวในรายการเรียลลิตี้ทีวีหลายรายการ เธอยังได้รับประกาศนียบัตรเกียรติคุณจากนายกรัฐมนตรีและพรรคคอมมิวนิสต์ที่ปกครองเวียดนามอีกด้วย.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ศาลจีนตัดสินโทษประหาร อดีตที่ปรึกษาการเมืองระดับสูง ฐานรับสินบนกว่า 1,100 ล้านบาท

ศาลจีนตัดสินโทษประหาร อดีตที่ปรึกษาการเมืองระดับสูง ฐานรับสินบนกว่า 1,100 ล้านบาท

20 พ.ค. 2568 13:37 น.

ศาลจีนตัดสินโทษประหาร อดีตที่ปรึกษาการเมืองระดับสูง ฐานรับสินบนกว่า 1,100 ล้านบาท

ศาลจีนตัดสินประหารชีวิต นายหาน หย่ง อดีตที่ปรึกษาการเมืองระดับสูง ฐานรับสินบนกว่า 261 ล้านหยวน หรือประมาณ 1,100 ล้านบาท ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ดำรงตำแหน่ง โดยศาลให้รอลงอาญา 2 ปี พร้อมเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต และริบทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดคืนให้แก่รัฐ 

วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าวไชนา เดลี ของจีน รายงานว่า ศาลประชาชนระดับกลางเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน ได้ตัดสินโทษประหารชีวิตแบบรอลงอาญา 2 ปี แก่นายหาน หย่ง วัย 68 ปี อดีตประธานคณะกรรมการการประชุมปรึกษาทางการเมืองประชาชนจีน ประจำมณฑลส่านซี ฐานรับสินบนมูลค่ารวมกว่า 261 ล้านหยวน หรือประมาณ 1,100 ล้านบาท ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี 

รายงานข่าวระบุว่า ศาลยังมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต และให้ริบทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดของนายหาน พร้อมทั้งสั่งให้ส่งมอบทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบคืนให้แก่รัฐ

โดยการสอบสวนพบว่า ระหว่างปี 2536-2566 นายหานได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่และอิทธิพลในเขตพื้นที่มณฑลจี๋หลิน ซินเจียง และส่านซี ในการเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลและหน่วยงานต่างๆ ในด้านการดำเนินธุรกิจ การจัดสรรโครงการ และการแต่งตั้งบุคลากร โดยเขารับเงินและของขวัญตอบแทนอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งต่อมาเขาถูกสอบสวนและถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนในเดือนเมษายน 2567 ก่อนถูกดำเนินคดีในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน

ทั้งนี้ ศาลระบุว่า แม้การกระทำของนายหานจะเข้าข่ายความผิดฐานรับสินบนในระดับร้ายแรง แต่ก็พิจารณาให้โทษประหารชีวิตแบบรอลงอาญา เนื่องจากนายหานได้สารภาพผิด ตลอดจนแสดงความสำนึกผิด และให้ความร่วมมือในการสอบสวน รวมถึงเปิดเผยข้อมูลการรับสินบนบางส่วนซึ่งทางการไม่เคยทราบมาก่อน และยังคืนทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบให้แก่รัฐ.

ที่มา China Daily

“เจโล” งานเข้า ถูกช่างภาพฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ภาพถ่ายเดินพรมแดง หลังเอาไปโพสต์ลงโซเชียลไม่ขออนุญาต

"เจโล" งานเข้า ถูกช่างภาพฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ภาพถ่ายเดินพรมแดง หลังเอาไปโพสต์ลงโซเชียลไม่ขออนุญาต

20 พ.ค. 2568 12:39 น.

“เจโล” งานเข้า ถูกช่างภาพฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ภาพถ่ายเดินพรมแดง หลังเอาไปโพสต์ลงโซเชียลไม่ขออนุญาต

เจนนิเฟอร์ โลเปซ หรือเจโล นักแสดงสาวชื่อดัง ถูกช่างภาพฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ หลังจากที่เธอโพสต์ภาพตัวเองเดินพรมแดงงานลูกโลกทองคำ ลงอินสตาแกรม และ X โดยไม่ขออนุญาตจากเจ้าของภาพ

วันที่ 20 พฤษภาคม 2568  เว็บไซค์ Billboard รายงานว่า เจนนิเฟอร์ โลเปซ หรือเจโล นักร้องและนักแสดงชื่อดังของฮอลลีวูด ต้องกลายเป็นจำเลยในคดีฟ้องร้องละเมิดลิขสิทธิ์ภาพถ่ายตัวเธอเอง หลังจากเธอโพสต์ภาพตัวเองขณะเดินพรมแดงในงาน “Amazon MGM Studios x Vanity Fair Golden Globes pre-party” เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา บริเวณหน้าสถานที่จัดงานใจกลางนครลอสแอนเจลิส ของสหรัฐฯ

รายงานข่าวระบุว่า ภาพถ่ายที่เป็นประเด็นปัญหาทำให้ดาราดังถูกฟ้องร้องเป็นผลงานของช่างภาพ เอ็ดวิน บลังโก และบริษัทลิขสิทธิ์ภาพถ่าย BackGrid USA ซึ่งได้ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลาง โดยอ้างว่าเจโล ใช้ภาพนี้เพื่อการโปรโมตตัวเองในเชิงพาณิชย์ โดยไม่มีการชำระค่าลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ทั้งภาพนี้ยังถูกรีโพสต์หลายครั้งโดยเพจแฟนคลับและแบรนด์แฟชั่นต่างๆ รวมถึงดีไซเนอร์เสื้อโค้ทขนเฟอร์เทียมที่เธอสวมในภาพ

นายปีเตอร์ เพอร์โคว์สกี ทนายความของฝ่ายโจทก์กล่าวว่า เป็นการใช้ภาพโดยไม่ได้รับอนุญาตมีลักษณะเพื่อการค้า เพราะเธอใช้โปรโมตแบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องประดับที่สวมใส่ โดยในเอกสารฟ้องร้องเผยว่า ตัวแทนของ BackGrid ได้ติดต่อทีมของเจโลในสัปดาห์ถัดมา และแม้จะมีข้อตกลงเจรจาชดใช้ค่าเสียหายด้วยวาจา แต่สุดท้ายเจโลไม่ได้เซ็นสัญญาและไม่จ่ายเงินตามที่ตกลงไว้

ฝ่ายโจทก์ได้ยกคดีในอดีตเมื่อปี 2019 ที่เจนนิเฟอร์ โลเปซ เคยถูกฟ้องในกรณีคล้ายกัน หลังโพสต์ภาพปาปารัซซีของตนเองกับอเล็กซ์ โรดริเกซ แฟนหนุ่มในขณะนั้นลงอินสตาแกรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งคดีนี้จบลงด้วยการถอนฟ้องในปี 2020

ทนายกล่าวว่า แม้จะเคยมีประสบการณ์ฟ้องร้องในกรณีลักษณะเดียวกัน แต่เจโลก็ยังคงเพิกเฉยต่อกฎหมายลิขสิทธิ์ และใช้ภาพโดยไม่รับอนุญาตอย่างต่อเนื่อง

รายงานข่าวระบุว่า ในคดีนี้ทางบริษัท BackGrid และนายบลังโก ช่างภาพ ได้เรียกร้องค่าเสียหายสูงสุดตามกฎหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐฯ ที่อาจสูงถึง 150,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อภาพ หรือประมาณ 5.5 ล้านบาทต่อภาพ หากศาลตัดสินว่ามีการละเมิดโดยเจตนา ซึ่งจนถึงขณะนี้ ตัวแทนของเจนนิเฟอร์ โลเปซ ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อคดีล่าสุดนี้

โดยที่ผ่านมาดาราและนักร้องชื่อดังระดับโลกหลายราย อาทิ ไมลีย์ ไซรัส ดัว ลิปา และจัสติน บีเบอร์ ต่างก็เคยเผชิญการฟ้องร้องในกรณีลักษณะเดียวกันจากการนำภาพปาปารัซซีของตัวเองมาโพสต์บนโซเชียลมีเดียโดยไม่ขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์

ทั้งนี้ ภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐฯ (U.S. Copyright Law) ระบุว่า เจ้าของลิขสิทธิ์ภาพถ่าย คือผู้ที่กดชัตเตอร์หรือสร้างสรรค์ภาพ ซึ่งถือเป็นการสร้างงานศิลปะ ทางเจ้าของภาพมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการคัดลอก แสดง แจกจ่าย หรือเผยแพร่ภาพไม่ใช่บุคคลที่อยู่ในภาพ แม้ว่าคนนั้นจะเป็นดารา คนดัง หรือบุคคลสาธารณะก็ตาม และในกรณีที่ดาราเองเป็นคนโพสต์ภาพโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ก็อาจถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์เช่นกัน.

ที่มา Billboard

บริษัททรัมป์พิจารณาแผนสร้าง “ทรัมป์ทาวเวอร์” ในนครโฮจิมินห์

บริษัททรัมป์พิจารณาแผนสร้าง "ทรัมป์ทาวเวอร์" ในนครโฮจิมินห์

20 พ.ค. 2568 11:54 น.

บริษัททรัมป์พิจารณาแผนสร้าง “ทรัมป์ทาวเวอร์” ในนครโฮจิมินห์

ทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน (Trump Organization) ซึ่งมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เป็นเจ้าของ และพันธมิตรในพื้นที่กำลังพิจารณาแผนการสร้างตึกระฟ้าที่นครโฮจิมินห์ ศูนย์กลางธุรกิจของเวียดนาม โดยคาดว่านายเอริก ทรัมป์ จะเดินทางไปยังเวียดนามในสัปดาห์นี้ 

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานโดยอ้างเอกสารของรัฐบาลเวียดนามว่า ทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน (Trump Organization) ซึ่งมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เป็นเจ้าของ และพันธมิตรในพื้นที่กำลังพิจารณาแผนการสร้างตึกระฟ้าที่นครโฮจิมินห์ ศูนย์กลางธุรกิจของเวียดนาม โดยคาดว่านายเอริก ทรัมป์ จะเดินทางไปยังเวียดนามในสัปดาห์นี้

การเยือนของนายเอริก ทรัมป์ บุตรชายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจากที่เวียดนามอนุมัติให้ธุรกิจของตระกูลทรัมป์ สร้างโครงการกอล์ฟมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากเวียดนามกำลังเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีการค้า

ตามข้อมูลจากเอกสารภายในระบุว่า เจ้าหน้าที่นครโฮจิมินห์ได้รับเชิญให้ “เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำกับนายเอริก ทรัมป์ รองประธานอาวุโสของทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในเย็นวันที่ 22 พ.ค. นี้ที่โรงแรมใจกลางเมือง 

เอกสารวันที่ 15 พฤษภาคม ซึ่งลงนามโดยรักษาการหัวหน้าแผนกกระทรวงต่างประเทศนครโฮจิมินห์ ระบุว่าตัวแทนของทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน จะเยือนพื้นที่ใจกลางเมือง ที่นั่นพวกเขาจะ “สำรวจที่ตั้งที่เสนอของอาคารทรัมป์ทาวเวอร์ และหวังว่าจะมีการประชุมเชิงปฏิบัติการกับผู้นำของเมืองเกี่ยวกับโครงการนี้” พร้อมเชิญชวนหน่วยงานท้องถิ่นให้ร่วมมือกับคณะผู้แทนธุรกิจ

เอกสารระบุว่ามีกำหนดการประชุมอีกครั้งระหว่างทางการโฮจิมินห์และตัวแทนของกิจการระหว่างทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน และหุ้นส่วนในเวียดนามซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Kinhbac City ในวันจันทร์

การประชุมทั้งสองได้รับการยืนยันในกำหนดการสาธารณะที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (19 พ.ค.) บนเว็บไซต์ของนครโฮจิมินห์ ซึ่งไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาหรือชื่อผู้เข้าร่วม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแผนการสร้างตึกระฟ้าดังกล่าวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น จึงไม่ชัดเจนว่าทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน จะดำเนินการหรือไม่และทางการจะอนุมัติหรือไม่

เวียดนามอาจต้องเสียภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ 46% หากไม่สามารถประนีประนอมกับทำเนียบขาวได้ก่อนที่มาตรการภาษี “ตอบแทน” ทั่วโลกจะสิ้นสุดลงในเดือนกรกฎาคม

เวียดนามให้คำมั่นกับสหรัฐฯ ว่าจะหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร โดยจะลดภาษีศุลกากรและอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากร ปราบปรามการฉ้อโกงทางการค้าและการปลอมแปลงสินค้า และเสนอเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยต่อสตาร์ลิงค์ ซึ่งเป็นของนายอีลอน มัสก์ พันธมิตรใกล้ชิดของทรัมป์ เพื่อเปิดตัวบริการอินเทอร์เน็ตในประเทศ

แผนการเยือนของคณะผู้แทนทรัมป์ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ เกิดขึ้นหลังจากที่เวียดนามอนุมัติแผนของทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน และ Kinhbac City เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อลงทุนในโครงการสนามกอล์ฟ โรงแรม และโครงการอสังหาริมทรัพย์ทางภาคเหนือ ด้านแหล่งข่าวยืนยันการเยือนเวียดนามของเอริก ทรัมป์ ในสัปดาห์นี้ และระบุว่าพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการกอล์ฟจะจัดขึ้นในวันพุธ (21 พ.ค.)

ในเดือนมีนาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่างานวางศิลาฤกษ์ดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม และทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน และพันธมิตรในพื้นที่กำลังมองหาโครงการเพิ่มเติมในประเทศเช่นกัน

แม้ว่าพวกเขาจะกำลังพิจารณาการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในเวียดนาม แต่ยังไม่ชัดเจนว่าทั้งสองจะแบ่งปันต้นทุนและรายได้อย่างไร และมีเงื่อนไขใดบ้างสำหรับการใช้สิทธิ์แฟรนไชส์ของทรัมป์.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

อิสราเอลอนุญาตความช่วยเหลือเข้ากาซา UN ระบุเป็นเพียง “หยดน้ำในมหาสมุทร”

อิสราเอลอนุญาตความช่วยเหลือเข้ากาซา UN ระบุเป็นเพียง "หยดน้ำในมหาสมุทร"

20 พ.ค. 2568 11:19 น.

อิสราเอลอนุญาตความช่วยเหลือเข้ากาซา UN ระบุเป็นเพียง “หยดน้ำในมหาสมุทร”

อิสราเอลระบุว่าได้อนุญาตให้รถบรรทุกของสหประชาชาติ 5 คัน บรรทุกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รวมถึงอาหารเด็ก เข้าไปในฉนวนกาซา หลังจากถูกปิดล้อมนาน 11 สัปดาห์

อิสราเอลระบุว่าได้อนุญาตให้รถบรรทุกของสหประชาชาติ 5 คัน บรรทุกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รวมถึงอาหารเด็ก เข้าไปในฉนวนกาซา หลังจากถูกปิดล้อมนาน 11 สัปดาห์

หัวหน้าฝ่ายมนุษยธรรมของสหประชาชาติแสดงความยินดีกับการเคลื่อนไหวดังกล่าว แต่เน้นย้ำว่าเป็นเพียง “หยดน้ำในมหาสมุทรเมื่อเทียบกับสิ่งที่ชาวปาเลสไตน์ 2.1 ล้านคนในดินแดนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามต้องการอย่างเร่งด่วน” ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเตือนว่ากำลังเผชิญกับภาวะอดอยาก

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่าการตัดสินใจอนุญาตให้มีอาหาร “ในปริมาณเล็กน้อย” เข้าชั่วคราวนั้นเป็นผลมาจากแรงกดดันจากพันธมิตรในวุฒิสภาสหรัฐฯ เขาย้ำในวิดีโอตอบโต้คำวิจารณ์การเคลื่อนไหวดังกล่าวในอิสราเอลว่า “เราต้องไม่ให้เกิดภาวะอดอยาก ทั้งในเชิงปฏิบัติและการทูต”

เนทันยาฮูกล่าวว่าการส่งอาหารจะยังคงดำเนินต่อไป จนกว่ากองทัพอิสราเอลและบริษัทเอกชนจะตั้งศูนย์กลางเพื่อแจกจ่ายความช่วยเหลือภายใต้แผนที่สหรัฐฯ สนับสนุน แต่สหประชาชาติปฏิเสธ นอกจากนี้ เขายังประกาศว่ากองกำลังอิสราเอลจะยึดครองพื้นที่ทั้งหมดในฉนวนกาซา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายการโจมตีภาคพื้นดินต่อกลุ่มฮามาสที่กองทัพอิสราเอลเริ่มเมื่อวันอาทิตย์ (18 พ.ค.)

ขณะเดียวกัน การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลได้สังหารผู้คนอย่างน้อย 40 รายทั่วทั้งฉนวนกาซาเมื่อวันจันทร์ ตามรายงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยและโรงพยาบาล มีรายงานว่าการโจมตีครั้งหนึ่งคร่าชีวิตผู้คนไป 5 รายในโรงเรียนที่ใช้เป็นที่พักพิงสำหรับครอบครัวที่พลัดถิ่นในค่ายผู้ลี้ภัยนูเซย์รัต ในใจกลางฉนวนกาซา

กองทัพอิสราเอลกล่าวว่าได้โจมตี “ผู้ก่อการร้ายฮามาส” ซึ่งปฏิบัติการอยู่ภายในศูนย์ควบคุมและสั่งการในพื้นที่ กองทัพอิสราเอลยังสั่งอพยพผู้คนออกจากเมืองคานยูนิสทางตอนใต้และชานเมืองทางตะวันออกของเมือง พร้อมเตือนประชาชนว่ากำลังจะเปิดฉาก “การโจมตีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ที่นั่น

อิสราเอลหยุดส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและเสบียงเชิงพาณิชย์ทั้งหมดไปยังฉนวนกาซาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม และกลับมาเปิดฉากโจมตีทางทหารอีกครั้งในอีกสองสัปดาห์ต่อมา ถือเป็นการยุติการหยุดยิงกับกลุ่มฮามาสเป็นเวลาสองเดือน รายงานระบุว่าขั้นตอนดังกล่าวมีขึ้นเพื่อกดดันให้กลุ่มติดอาวุธปล่อยตัวตัวประกันที่ยังถูกกักขังอยู่ในฉนวนกาซา

รายงานยังระบุว่าการโจมตีทางอากาศและปฏิบัติการภาคพื้นดินของอิสราเอลที่กลับมาดำเนินการอีกครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,000 รายและทำให้ผู้คนอีก 400,000 รายต้องพลัดถิ่นฐาน ขณะที่สหประชาชาติระบุว่าการปิดล้อมดังกล่าวทำให้เกิดการขาดแคลนอาหาร ยารักษาโรค และเชื้อเพลิงอย่างรุนแรง

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงสาธารณสุขที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮามาสรายงานว่ามีเด็กเสียชีวิต 57 รายจากผลกระทบของภาวะทุพโภชนาการในช่วง 11 สัปดาห์ที่ผ่านมา และการประเมินโดย Integrated Food Security Phase Classification (IPC) ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติเตือนว่าประชาชนกว่าครึ่งล้านคนกำลังเผชิญกับภาวะอดอาหาร

สหประชาชาติกล่าวว่าอิสราเอลมีหน้าที่ตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศในการจัดหาอาหารและยาให้แก่ชาวฉนวนกาซา เจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวว่าไม่มีการขาดแคลนความช่วยเหลือเนื่องจากรถบรรทุกหลายพันคันบรรทุกเข้าไปในฉนวนกาซาระหว่างการหยุดยิง เจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวหาว่ากลุ่มฮามาสขโมยเสบียง ซึ่งกลุ่มฮามาสปฏิเสธ

แต่หลังจากแรงกดดันจากพันธมิตรของอิสราเอลเพิ่มขึ้น สำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอลได้ประกาศเมื่อคืนวันอาทิตย์ว่าจะ “อนุญาตให้มีการนำอาหารจำนวนหนึ่งเข้ามาสำหรับประชาชน เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีวิกฤตการณ์อดอาหารเกิดขึ้นในฉนวนกาซา”

ในวิดีโอที่โพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันจันทร์เพื่อตอบโต้คำวิจารณ์ดังกล่าว เนทันยาฮูไม่ได้ให้เหตุผลด้านมนุษยธรรมเมื่อเขาอธิบายถึงการตัดสินใจอนุญาตให้ส่งอาหารบางส่วนเข้ามา “ตั้งแต่เริ่มสงคราม เราเคยพูดไว้ว่าเพื่อที่จะได้รับชัยชนะ เพื่อเอาชนะฮามาสและปลดปล่อยตัวประกันทั้งหมดของเรา ซึ่งเป็นภารกิจสองอย่างที่เชื่อมโยงกัน มีเงื่อนไขที่จำเป็นอย่างหนึ่ง: เราต้องไม่ประสบกับสถานการณ์อดอยาก ทั้งจากมุมมองเชิงปฏิบัติและการทูต”

เขากล่าวว่า เขาได้ขัดขวางการส่งความช่วยเหลือผ่านสหประชาชาติและองค์กรด้านมนุษยธรรมอื่นๆ เนื่องจากฮามาสปล้นสะดม และตอนนี้เขากำลังใช้วิธีการอื่น ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรนอกภาครัฐที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ นั่นก็คือ Gaza Humanitarian Foundation ซึ่งแจกจ่ายความช่วยเหลือจากศูนย์กลางที่ได้รับการคุ้มครองโดยผู้รับเหมาด้านความปลอดภัยและกองกำลังป้องกันอิสราเอล.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

การ์ตูนญี่ปุ่นทำนายอนาคต จ่อเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ นักท่องเที่ยวยกเลิกทริป

การ์ตูนญี่ปุ่นทำนายอนาคต จ่อเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ นักท่องเที่ยวยกเลิกทริป

20 พ.ค. 2568 05:55 น.

การ์ตูนญี่ปุ่นทำนายอนาคต จ่อเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ นักท่องเที่ยวยกเลิกทริป

นักท่องเที่ยวจากจีนและฮ่องกงเริ่มยกเลิกทริปท่องเที่ยวญี่ปุ่นในช่วง 2 เดือนข้างหน้า หลังมีคำทำนายว่าจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่จากหนังสือการ์ตูนชื่อดัง ที่เชื่อกันว่าทำนายแผ่นดินไหวปี 2554 ถูกมาแล้ว

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า กระแสความหวาดกลัวแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นกำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จากทั้งบรรดาคำพูดของเหล่าหมอดูและข่าวลือต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเริ่มลังเลที่จะเดินทางไปยังประเทศเกาะแห่งนี้

หนึ่งในคำทำนายที่โด่งดังที่สุดมาจากมังงะ (การ์ตูนญี่ปุ่น) ของ เรียว ทัตสึกิ ที่ตีพิมพ์ในปี 2542 ชื่อเรื่องว่า “อนาคตที่ฉันเห็น” ซึ่งเคยเตือนว่าจะเกิดหายนะครั้งใหญ่ในเดือนมีนาคม 2554 ขณะที่ในชีวิตจริง ญี่ปุ่นต้องเผชิญแผ่นดินไหวระดับ 9.0 แมกนิจูด ทำให้เกิดคลื่นสึนามิลูกใหญ่ซัดฝั่ง สร้างความเสียหายแก่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จนกลายเป็นวิกฤตการณ์นิวเคลียร์ครั้งใหญ่

ในมังงะ “อนาคตที่ฉันเห็น” ฉบับสมบูรณ์ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2564 น.ส.ทัตสึกิเตือนว่า แผ่นดินไหวใหญ่ครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในวันที่ 5 เดือนกรกฎาคมนี้

ขณะเดียวกัน หมอดูในญี่ปุ่นอ้างว่าจะเกิดแผ่นดินไหวที่โตเกียว เบย์ แอเรีย ในวันที่ 26 เม.ย. ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะไม่เกิดขึ้นจริง แต่มันสร้างกระแสความแตกตื่นบนโลกออนไลน์อย่างมาก ขณะที่นาย ฉี เซียน อวี้ หมอดูฮวงจุ้ยชื่อดังในฮ่องกงก็ออกมาเรียกร้องให้ผู้คนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่นเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนนี้

อนึ่ง ทางการญี่ปุ่นออกมาเตือนเมื่อปีก่อนว่า มีโอกาส 70% ถึง 80% ที่จะเกิดแผ่นดินไหวระดับ 8-9 แมกนิจูดบริเวณ “นันไก ทรัฟ” (Nankai Trough) ซึ่งเป็นร่องลึกใต้มหาสมุทรแปซิฟิก ทางใต้ของญี่ปุ่นแล้ว ภายใน 30 ปีข้างหน้า แต่การระบุเวลาที่แน่ชัดนั้นเป็นไปไม่ได้

อย่างไรก็ตาม นายซีเอ็น หยวน ผู้อำนวยการบริหารบริษัทท่องเที่ยว “WWPKG” ในฮ่องกงเปิดเผยว่า ยอดจองทริปไปญี่ปุ่นลดลงกว่าครึ่งในช่วงวันหยุดอีสเตอร์ และคาดว่าจะลดลงอีกในช่วง 2 เดือนข้างหน้า เพราะคำทำนายทำให้นักเดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงหวาดกลัวจนไม่กล้าเดินทาง

นอกจากนั้น กระแสความกังวลยังลามไปจนถึงตลาดอื่น ๆ เช่นประเทศไทยกับเวียดนาม ซึ่งบนโลกออนไลน์เต็มไปด้วยโพสต์และวิดีโอเตือนผู้คนว่าให้คิดอีกครั้งก่อนจะเดินทางไปญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ผลงานของทัตสึกิได้รับการติดต่ออย่างมากในเอเชียตะวันออก และแฟน ๆ หลายคนของเธอเชื่อว่าเธอสามารถมองเห็นเหตุการณ์อนาคตจริง ๆ

มังงะของทัตสึกิเป็นเรื่องราวของตัวเธอเองในเวอร์ชันการ์ตูน ที่บอกเล่านิมิตที่เธอเห็นในฝันให้ตัวละครอื่น ๆ รู้ และบางอย่างกลับมีความใกล้เคียงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงหลังจากนั้น

คำทำนายเหตุแผ่นดินไหวในปี 2554 ของทัตสึกิ ไม่ว่าจะเพราะเธอเห็นอนาคตหรือเป็นความบังเอิญก็ตาม โด่งดังมากทั้งในญี่ปุ่นและหลายพื้นที่ในเอเชีย เช่นประเทศไทย และจีน ทำให้มังงะของเธอขายได้ถึง 900,000 เล่ม สำนักพิมพ์ต้องตีพิมพ์การ์ตูนเป็นภาษาจีนด้วย

แฟน ๆ ของเธอยังเชื่ออีกว่า การ์ตูนของทัตสึกิทำนายการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานา กับเฟรดดี เมอร์คิวรี นักร้องชื่อดัง รวมถึงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้อย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์หลายคนมองว่า คำทำนายที่ปรากฏในมังงะของเธอนั้นมีเนื้อหากว้างเกินกว่าจะถือเป็นจริงเป็นจังได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn