สาลี่ เดอะสตาร์ ประกาศโสด เลิก ตงตง แล้ว เตรียมบินเรียนโทที่อังกฤษแบบสวยๆ

สาลี่ เดอะสตาร์ ประกาศโสด เลิก ตงตง แล้ว เตรียมบินเรียนโทที่อังกฤษแบบสวยๆ

18 พ.ค. 2568 13:09 น.

สาลี่ เดอะสตาร์ ประกาศโสด เลิก ตงตง แล้ว เตรียมบินเรียนโทที่อังกฤษแบบสวยๆ

ก่อนหน้านี้หลายคนสงสัยในความสัมพันธ์ของ สาลี่ เดอะสตาร์ หรือ สาลี่ โสมวิมาลา กับ ตงตง กฤษกร หรือ ตงตง เดอะสตาร์ ว่ายังดีอยู่หรือไม่ หลังมีคนเห็นว่า สาลี่ นั้นลบรูปคู่ ตงตง ออกเกลี้ยง

ล่าสุด สาลี่ ก็ได้ออกมาไลฟ์ใน TikTok เจ้าตัวก็ได้ตอบคำถามแฟนคลับด้วยน้ำเสียงสดใสแบบชัดเจนไปเลยว่า ไม่มีแฟนนะคะ โสด ก็คือไปเรียนได้อย่างสบายๆ จะไปเรียนต่อ ป.โท ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในเดือนกันยายนนี้ และยังบอกอีกว่า ตอนนี้เน้นเรียนแล้วก็โฟกัสชีวิตตัวเอง

สาลี่ เดอะสตาร์ ประกาศโสด เลิก ตงตง แล้ว เตรียมบินเรียนโทที่อังกฤษแบบสวยๆ

เป็นอันว่า โสดแล้ว ไม่ต้องเดากันอีกต่อไป สำหรับความสัมพันธ์ของ สาลี่กับตงตง นั้น ถูกเปิดเผยครั้งแรกเมื่อช่วงเดือน พ.ค. ปี 2567 โดย ตงตง ออกมายอมรับว่ากำลังศึกษาดูใจกับ สาลี่ หลังมีภาพควงกันไปไหว้พระที่ฮ่องกง

และต่อมาเมื่อครั้งวันเกิดของ ตงตง ในเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา สาลี่ก็ได้ออกมาโพสต์คลิปรวมโมเมนต์หวานที่ทั้งคู่ใช้เวลาร่วมกัน เพื่ออวยพรวันเกิดฝ่ายชายลงไอจีอีกด้วย

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิง” เพิ่มเติม

สาลี่ เดอะสตาร์ ประกาศโสด เลิก ตงตง แล้ว เตรียมบินเรียนโทที่อังกฤษแบบสวยๆ
สาลี่ เดอะสตาร์ ประกาศโสด เลิก ตงตง แล้ว เตรียมบินเรียนโทที่อังกฤษแบบสวยๆ
สาลี่ เดอะสตาร์ ประกาศโสด เลิก ตงตง แล้ว เตรียมบินเรียนโทที่อังกฤษแบบสวยๆ

มาริโอ้ ฮอตไม่เลิก นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ พร้อมสาดความหล่อหลอมใจแฟนๆ

มาริโอ้ ฮอตไม่เลิก นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ พร้อมสาดความหล่อหลอมใจแฟนๆ

18 พ.ค. 2568 12:00 น.

มาริโอ้ ฮอตไม่เลิก นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ พร้อมสาดความหล่อหลอมใจแฟนๆ

แม้จะมีพระเอกน้องใหม่แจ้งเกิดอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับ มาริโอ้ เมาเร่อ พระเอกหนุ่มสุดหล่อ ก็ยังฮอตไม่เลิก ล่าสุด I-HERB รีเฟรชแบรนด์ปรับลุคใหม่ ดึง มาริโอ้ นั่งแท่นพรีเซนเตอร์
ชูเทรนด์เม็ดอมสมุนไพรอร่อยโดนใจ ถูกใจคนรักสุขภาพ

ซึ่งภายในงานนอกจากจะพูดคุยถึงการได้ร่วมงานของมาริโอ้และ I-HERB แล้ว งานนี้พระเอกสุดฮอตของเราก็ยังได้ร้องเพลงเพราะๆ ให้แฟนๆ ที่มาร่วมงานได้ฟังกันอีกด้วย เรียกว่าทั้งหล่อทั้งมีความสามารถไม่น้อยหน้าใคร เพราะเหตุนี้จึงทำให้หนุ่มโอ้ยังฮอตฮิตติดลมบนอยู่อย่างนี้

มาริโอ้ ฮอตไม่เลิก นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ พร้อมสาดความหล่อหลอมใจแฟนๆ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเปิดตัวแคมเปญ “I-HERB คอเลิฟแลนด์” ณ ลาน BTS Active Square ชั้น 3 สยามสแควร์วัน เพื่อเชิญทุกคนให้มาร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์ของสมุนไพรสูตรลับผ่านบูธกิจกรรม

ด้าน มาริโอ้ เผยความรู้สึกหลังเข้าร่วมกิจกรรมว่า “โอ้ รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ที่ได้ร่วมงานและเป็นพรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์ โดยปรกติในชีวิตประจำวันต้องทำงานและใช้เสียงเยอะมากๆ ต้องพูดบททั้งวัน พอได้ใช้เม็ดอมสมุนไพรแล้วรู้สึกว่าทำให้ชุ่มคอ สบายคอขึ้น รสชาติอร่อยด้วย ทำให้ทุกวันนี้ โอ้พกติดตัวตลอดทั้งไปกองถ่าย ไปทำงาน ที่ชอบอีกอย่างคือ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ปราศจากน้ำตาล ดีต่อสุขภาพ และหาซื้อง่ายด้วยครับ”

มาริโอ้ ฮอตไม่เลิก นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ พร้อมสาดความหล่อหลอมใจแฟนๆ
มาริโอ้ ฮอตไม่เลิก นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ พร้อมสาดความหล่อหลอมใจแฟนๆ
มาริโอ้ ฮอตไม่เลิก นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ พร้อมสาดความหล่อหลอมใจแฟนๆ
มาริโอ้ ฮอตไม่เลิก นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ พร้อมสาดความหล่อหลอมใจแฟนๆ
มาริโอ้ ฮอตไม่เลิก นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ พร้อมสาดความหล่อหลอมใจแฟนๆ
มาริโอ้ ฮอตไม่เลิก นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ พร้อมสาดความหล่อหลอมใจแฟนๆ

เบสท์ คำสิงห์ ถูกด่าเนรคุณ หลังประกาศเลิกยุ่งกับ พ่อสมรักษ์ ถ้าไปสร้างเรื่องอีก

เบสท์ คำสิงห์ ถูกด่าเนรคุณ หลังประกาศเลิกยุ่งกับ พ่อสมรักษ์ ถ้าไปสร้างเรื่องอีก

18 พ.ค. 2568 11:59 น.

เบสท์ คำสิงห์ ถูกด่าเนรคุณ หลังประกาศเลิกยุ่งกับ พ่อสมรักษ์ ถ้าไปสร้างเรื่องอีก

หลังจากที่นักแสดงสาว เบสท์ รักษ์วนีย์ คำสิงห์ ได้ควงคู่น้องชาย โบ๊ท ภูวรักษ์ คำสิงห์ มาออกรายการ แฉ พร้อมประกาศกลางรายการว่า ถ้าพ่อไปสร้างอะไรขึ้นอีก ก็จะไม่ขอช่วยเหลือแล้วเพราะเหนื่อย เรื่องสร้างหนี้ให้มันจบที่คดีลอตเตอรี่ 20 ล้าน ก็พอแล้ว ให้หนูได้ใช้ชีวิตบ้าง วอนชาวเน็ตและคนไทยถ้าวันหนึ่งมันเกิดขึ้น แล้วหนูไม่ช่วย ก็อยากให้ย้อนดูว่าที่ผ่านมาหนูช่วยมาเต็มที่แล้ว

จากประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ทั้งเข้าใจในตัวเบสท์ที่ทำงานหาเงินอย่างหนัก เพื่อดูแลและทุ่มเทให้กับครอบครัวมาโดยตลอด และยังมีกระแสจากชาวเน็ตที่เข้ามาคอมเมนต์บอกว่า เธอนั้นเนรคุณ อกตัญญู

เบสท์ คำสิงห์ ถูกด่าเนรคุณ หลังประกาศเลิกยุ่งกับ พ่อสมรักษ์ ถ้าไปสร้างเรื่องอีก
เบสท์ คำสิงห์ ถูกด่าเนรคุณ หลังประกาศเลิกยุ่งกับ พ่อสมรักษ์ ถ้าไปสร้างเรื่องอีก

อาทิ พ่อผู้ให้กำเนิด ก็ควรจะตอบแทนคุณ, เนรคุณพ่อแม่ไม่มีวันเจริญ, พวกเมิงไปหาดูคลิปที่พ่อเมิงโดนหมัดเพื่อแลกเงินมาเลี้ยงดูพวกเมิงให้รอดมาถึงทุกวันนี้ เรื่องนี้ไปคุยที่บ้าน เป็นต้น

ล่าสุด เบสท์ ได้โพสต์ภาพตัวเองบนอินสตาแกรม และใส่เพลง ยิ้ม ที่ร้องโดย โอ๊ต ปราโมทย์ X ป๊อบ ปองกูล หลายคนที่ติดตามก็ได้เข้ามาส่งกำลังใจให้เธอกันจำนวนมาก อาทิ เพลงเศร้าเกินน้องงง, ยิ้มเยอะๆ น๊าาาา, กอดๆ น้าาา เก่งมากๆ แล้ว พี่สาวสวย น้องชายหล่อ คือที่!!, พี่คนสวยเก่งที่สุดๆๆ ขอให้โลกใจดีกับพี่เยอะๆ นะคะ, เบสท์คนเก่ง สวยมากค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอให้ผ่านทุกๆ เรื่องราวไปได้ ด้วยหัวใจที่เข้มแข็งของเบสท์ อย่าลืมใจดีกับตัวเองเยอะๆ น๊าา, กอดๆ นะคนเก่งของแม่ๆ หนูทำดีที่สุดแล้ว หนึ่งในสิบล้านคนยังหายากเลย แบน้องเบสท์ของเรา, เป็นกำลังใจให้นะน้องเบส หนูทำดีที่สุดแล้ว หนูควรมีชีวิตที่สดใส รักๆ เป็นต้น

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิง” เพิ่มเติม

เบสท์ คำสิงห์ ถูกด่าเนรคุณ หลังประกาศเลิกยุ่งกับ พ่อสมรักษ์ ถ้าไปสร้างเรื่องอีก
เบสท์ คำสิงห์ ถูกด่าเนรคุณ หลังประกาศเลิกยุ่งกับ พ่อสมรักษ์ ถ้าไปสร้างเรื่องอีก
เบสท์ คำสิงห์ ถูกด่าเนรคุณ หลังประกาศเลิกยุ่งกับ พ่อสมรักษ์ ถ้าไปสร้างเรื่องอีก
เบสท์ คำสิงห์ ถูกด่าเนรคุณ หลังประกาศเลิกยุ่งกับ พ่อสมรักษ์ ถ้าไปสร้างเรื่องอีก

สหรัฐฯ เล็งเก็บภาษีรายภูมิภาค ก่อนถึงเส้นตาย 90 วัน

สหรัฐฯ เล็งเก็บภาษีรายภูมิภาค ก่อนถึงเส้นตาย 90 วัน

19 พ.ค. 2568 12:54 น.

สหรัฐฯ เล็งเก็บภาษีรายภูมิภาค ก่อนถึงเส้นตาย 90 วัน

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เผยว่า สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการภาษีศุลกากรตามภูมิภาค แทนที่จะกำหนดอัตราภาษีศุลกากรแยกกันสำหรับหลายประเทศ เนื่องจากเวลาสำหรับการเจรจาข้อตกลงการค้าทั่วโลกกำลังจะหมดลง

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการภาษีศุลกากรตามภูมิภาค แทนที่จะกำหนดอัตราภาษีศุลกากรแยกกันสำหรับหลายประเทศ เนื่องจากเวลาสำหรับการเจรจาข้อตกลงการค้าทั่วโลกกำลังจะหมดลง

นายเบสเซนต์กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังตั้งเป้าที่จะบรรลุข้อตกลงกับหุ้นส่วนการค้าที่สำคัญ เกี่ยวกับภาษีศุลกากรแบบตอบโต้เมื่อเดือนเมษายน เขากล่าวในรายการของ CNN โดยคาดว่าจะ “ทำข้อตกลงระดับภูมิภาคได้มากมาย”

เบสเซนต์กล่าวในรายการ “State of the Union with Jake Tapper” ของ CNN ว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แจ้งให้พวกเขาทราบว่าหากคุณไม่เจรจาด้วยความจริงใจ คุณจะลดระดับลงมาที่ระดับของวันที่ 2 เมษายน”  เบสเซนต์กล่าวว่ามีคู่ค้าที่สำคัญ” 18 รายที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญมากที่สุดในการสร้างข้อตกลง เขาไม่ได้บอกว่าอัตราภาษีศุลกากรจะกลับไปเป็นอัตรา “ตอบแทน” ได้เร็วเพียงใด

เมื่อถูกถามว่ารัฐบาลอาจประกาศข้อตกลงการค้าได้กี่ฉบับในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เบสเซนต์กล่าวว่า “มีความสัมพันธ์ทางการค้าเล็กๆ น้อยๆ มากมายที่เราสามารถสรุปเป็นตัวเลขได้ อีกความรู้สึกหนึ่งก็คือ เราจะทำข้อตกลงระดับภูมิภาคมากมาย ‘นี่คืออัตราสำหรับอเมริกากลาง นี่คืออัตราสำหรับส่วนนี้ของแอฟริกา'”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศกำหนดการจัดเก็บภาษีแบบ “ตอบแทน” ในวันที่ 2 เมษายน ซึ่งเขาเรียกว่า “วันปลดปล่อย” ต่อมาเขาได้หยุดการจัดเก็บภาษีดังกล่าวเป็นเวลา 90 วัน ซึ่งทำให้ลดอัตราลงเหลืออัตราพื้นฐาน 10%

คำพูดของเบสเซนต์มีขึ้นหลังจากทรัมป์กล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะส่งจดหมายไปยังหลายประเทศในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อแจ้งให้ทราบว่าพวกเขาต้องจ่ายเงินเท่าใดเพื่อทำธุรกิจในสหรัฐฯ

ภายใต้นโยบายที่เรียกว่า “การตอบแทน” ทรัมป์ได้กำหนดอัตราภาษีศุลกากรพื้นฐาน 10 เปอร์เซ็นต์สำหรับประเทศต่างๆ เกือบทั้งหมดในโลกและเพิ่มอัตราภาษีศุลกากรเฉพาะประเทศที่สูงขึ้นสำหรับคู่ค้ารายใหญ่ประมาณ 60 รายที่มีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ

ทรัมป์ได้ระงับการเรียกเก็บภาษีศุลกากรเฉพาะประเทศเป็นเวลา 90 วัน จนถึงต้นเดือนกรกฎาคมเพื่อให้เกิดการเจรจา แต่เจ้าหน้าที่ของเขาต้องพยายามเพื่อให้มีความคืบหน้าในข้อตกลงจำนวนมากในช่วงเวลาที่มีอยู่

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 พ.ค.) ทรัมป์กล่าวว่ามีประเทศประมาณ 150 ประเทศที่ต้องการเจรจาข้อตกลงกับสหรัฐฯ แต่เขาไม่ได้ให้รายละเอียด รวมถึงประเทศที่อาจได้รับจดหมายดังกล่าวในขณะนั้น

เชื่อกันว่าประเทศต่างๆ เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมอยู่ในคู่ค้าสำคัญ 18 ราย เนื่องจากพวกเขาได้เจรจากับรัฐบาลทรัมป์ตั้งแต่มีการระงับการเรียกเก็บภาษีศุลกากรดังกล่าวเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 เมษายน

นอกเหนือจาก 18 รายแล้ว เบสเซนต์ยังกล่าวอีกว่า “อาจมีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งอีก 20 ราย” เขาสังเกตว่าทรัมป์จะบังคับใช้ภาษีศุลกากรในอัตราเดียวกันก่อนช่วงหยุดชะงักหากคู่ค้าทางการค้าเหล่านั้น “ไม่เจรจาด้วยความจริงใจ”

เมื่อวันอาทิตย์ เบสเซนต์ให้สัมภาษณ์รายการ “Meet the Press” ทางช่อง NBC ว่า “อิทธิพลในการเจรจาที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังพูดถึงคือ หากคุณไม่ต้องการเจรจา สิ่งนั้นจะย้อนกลับมาในระดับเดิมในวันที่ 2 เมษายน”.

ที่มา Kyodo  CNN

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ผู้ประกอบการกัมพูชาหวั่นการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ หลังฟ้าผ่าคร่าชีวิตนักท่องเที่ยวกลาง “นครวัด”

ผู้ประกอบการกัมพูชาหวั่นการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ หลังฟ้าผ่าคร่าชีวิตนักท่องเที่ยวกลาง "นครวัด"

19 พ.ค. 2568 12:51 น.

ผู้ประกอบการกัมพูชาหวั่นการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ หลังฟ้าผ่าคร่าชีวิตนักท่องเที่ยวกลาง “นครวัด”

ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวในเสียมราฐ แสดงความวิตกกังวลอย่างหนัก จากเหตุการณ์ฟ้าผ่ากลางนครวัด คร่า 3 ศพ บาดเจ็บนับสิบ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว พร้อมเรียกร้องตั้งมาตรการป้องกันฟ้าผ่าหรือภัยธรรมชาติอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับโบราณสถานสำคัญ ขณะที่ทางการกัมพูชายืนยันไม่ได้ห้ามสื่อมวลชนรายงานข่าว

วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เว็บไซต์ข่าว Khmer Times รายงานว่า จากเหตุสลดฟ้าผ่ากลางปราสาทนครวัด มรดกโลกที่สำคัญของกัมพูชา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บหลายสิบราย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ล่าสุดทางผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวในเสียมราฐ เริ่มออกมาแสดงความกังวลว่า เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่กำลังจะเดินทางมายังกัมพูชา 

จากคลิปวิดีโอในโลกโซเชียลที่แพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว เห็นภาพเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งเข้าพื้นที่และลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดเสียมราฐเข้าติดตามดูอาการถึงโรงพยาบาล

โดยนายเคียว ตี นายกสมาคมมัคคุเทศก์นครวัด กล่าวว่า แม้จะเกิดเหตุในช่วงโลว์ซีซัน แต่พวกเราก็กังวลมาก เพราะภาคการท่องเที่ยวของเรายังเปราะบาง ไม่แข็งแกร่งเท่าประเทศเพื่อนบ้าน เรากลัวว่านักท่องเที่ยวจะยกเลิกการเดินทางเพราะเหตุการณ์ฟ้าผ่าครั้งนี้ พร้อมกันนี้เขายังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งศึกษาสาเหตุของเหตุการณ์ พร้อมจัดตั้งระบบเตือนภัยและมาตรการป้องกันฟ้าผ่าหรือภัยธรรมชาติอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับโบราณสถานสำคัญ

ขณะที่ตัวแทนบริษัททัวร์รายหนึ่งที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ เผยว่า มีข่าวลือในโซเชียลว่าที่นครวัดไม่ใช่ฟ้าผ่าแต่เป็นระเบิด ซึ่งแม้จะไม่มีมูลความจริง แต่หากไม่ควบคุมข่าวลือเหล่านี้ ก็อาจสร้างผลกระทบร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภาพรวม

ขณะที่นายฮวด ฮัก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวของกัมพูชา ได้โพสต์ขอบคุณประชาชนที่ไม่เผยแพร่ข้อมูลด้านลบที่อาจกระทบภาคการท่องเที่ยวของประเทศ

อย่างไรก็ตาม สื่อต่างประเทศ รวมถึงไทยได้เผยแพร่ข่าวเหตุการณ์นี้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากหน่วยงาน Apsara National Authority (ANA) ซึ่งเป็นผู้ดูแลโบราณสถานนครวัด หรือจากทางรัฐบาลกัมพูชา โดยนายลอง โกศล โฆษก ANA ปฏิเสธให้ข้อมูลโดยอ้างว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดเพียงพอ

ทางด้านนายเพน โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ระบุผ่านเฟซบุ๊กว่า นครวัดควรเป็นข้อยกเว้น เพราะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ระดับชาติ แม้ไม่มีการรายงานข่าวนี้ก็ไม่เป็นไร ก่อนจะชี้แจงภายหลังว่า รัฐบาลไม่ได้ห้ามสื่อมวลชนรายงานข่าวแต่อย่างใด

ในขณะเดียวกัน นายยาน เรกสมัย อาจารย์ประวัติศาสตร์ศิลปะและโลก จาก NUM International College ระบุว่า เหตุการณ์ฟ้าผ่าที่นครวัดถือเป็นสัญญาณเตือนอย่างแรงว่า โบราณสถานสำคัญของประเทศยังขาดการป้องกันภัยธรรมชาติอย่างเหมาะสม แม้ยูเนสโกจะไม่มีข้อกำหนดเฉพาะเรื่องระบบป้องกันฟ้าผ่าสำหรับมรดกโลก แต่หน่วยงานดูแลโบราณสถานก็ควรมีมาตรการรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

เขากล่าวว่า โศกนาฏกรรมครั้งนี้ไม่ควรถูกมองข้าม และควรเป็นแรงผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยต่อไป ขณะเดียวกันการตอบสนองของหน่วยงานรัฐ และความโปร่งใส คือหัวใจสำคัญ ซึ่งเขามองว่าภาครัฐไม่ควรปิดบังหรือหลีกเลี่ยงความจริง แต่ควรแสดงความรับผิดชอบและยกระดับมาตรการความปลอดภัยให้เข้มงวดยิ่งขึ้น.

ที่มา Khmer Times

หนุ่มญี่ปุ่นปวดคอเงยหน้าไม่ได้ แพทย์วินิจฉัยเป็นโรค “กลุ่มอาการคอตก” ก้มหน้าดูจอมือถือเป็นเวลานาน

หนุ่มญี่ปุ่นปวดคอเงยหน้าไม่ได้ แพทย์วินิจฉัยเป็นโรค "กลุ่มอาการคอตก" ก้มหน้าดูจอมือถือเป็นเวลานาน

19 พ.ค. 2568 12:00 น.

หนุ่มญี่ปุ่นปวดคอเงยหน้าไม่ได้ แพทย์วินิจฉัยเป็นโรค “กลุ่มอาการคอตก” ก้มหน้าดูจอมือถือเป็นเวลานาน

แพทย์ญี่ปุ่นต้องผ่าตัดช่วยชีวิตหนุ่มญี่ปุ่นวัย 25 ปี ที่ต้องก้มหน้าตลอดเวลาและไม่สามารถเงยหน้าได้แถมมีอาการปวดคอรุนแรง ภาพสแกน MRI แสดงให้เห็นกระดูกคองอ แพทย์วินิจฉัยเป็นโรค “กลุ่มอาการคอตก” จากการก้มหน้าเล่นมือถือเป็นเวลานาน

วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เว็บไซต์ ScienceDirect รายงานกรณีศึกษาทางการแพทย์ของชายชาวญี่ปุ่น วัย 25 ปีที่ ถูกแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรค “กลุ่มอาการคอตก” (Dropped Head Syndrome-DHS) ภายหลังจากที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันก้มหน้าจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานหลายปีติดต่อกัน จนกระดูกต้นคอผิดรูป กล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่สามารถเงยหน้าขึ้นได้อีก และมีอาการปวดคออย่างรุนแรง กลืนอาหารลำบาก น้ำหนักลดฮวบ

ตามรายงานระบุว่า ผู้ป่วยรายนี้เคยเป็นเด็กที่แข็งแรง แต่ต้องประสบปัญหาการถูกกลั่นแกล้ง จนหลุดออกจากระบบการศึกษาและใช้ชีวิตในห้องส่วนตัว เล่นเกมมือถืออย่างหนักเป็นเวลาหลายปี จนเริ่มมีอาการเจ็บต้นคอรุนแรง กลืนอาหารลำบาก น้ำหนักตัวลดลงอย่างมาก และมีก้อนบวมขนาดใหญ่บริเวณท้ายทอย

โดยภาพเอกซเรย์แสดงให้เห็นกระดูกคอเสียหายรุนแรง โดยมีลักษณะงอเหมือนตะขอโค้ง แพทย์ผู้ทำการตรวจพบว่า กระดูกคอของเขาเริ่มผิดรูปจากการถูกยืดผิดท่าต่อเนื่องเป็นเวลานาน และมีพังผืดจำนวนมากสะสมอยู่จนไม่สามารถรองรับน้ำหนักศีรษะได้อีก 

รายงานระบุว่า แม้จะมีการใส่เฝือกคอ เพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้น แต่ก็ไม่ได้ผล ผู้ป่วยยังคงมีอาการชารุนแรง แพทย์จึงตัดสินใจทำการผ่าตัดครั้งใหญ่ ด้วยการนำส่วนที่เสียหายของกระดูกสันหลังออก ตัดพังผืดที่กดทับเส้นประสาท และใส่สกรูพร้อมเหล็กดามกระดูกเพื่อปรับแนวกระดูกคอใหม่ทั้งหมด

หลังการพักฟื้นประมาณ 6 เดือน ผู้ป่วยสามารถเงยหน้าและทรงตัวได้ดีขึ้นอย่างมาก กลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ

แพทย์ผู้รักษายังเน้นย้ำว่า แม้โรคนี้จะมักเกิดกับผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาท แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทั่วไปหากก้มหน้ามากเกินไปเป็นเวลานาน จึงขอเตือนให้เยาวชนและผู้ใช้มือถือ หมั่นพักสายตา เปลี่ยนท่าทาง และอย่าปล่อยให้เทคโนโลยีทำลายสุขภาพโดยไม่รู้ตัว.

ที่มา Sciencedirect

อิสราเอลจะอนุญาตให้ส่งอาหาร “ปริมาณพื้นฐาน” เข้าไปในฉนวนกาซา หลังปิดล้อม 10 สัปดาห์

อิสราเอลจะอนุญาตให้ส่งอาหาร "ปริมาณพื้นฐาน" เข้าไปในฉนวนกาซา หลังปิดล้อม 10 สัปดาห์

19 พ.ค. 2568 11:31 น.

อิสราเอลจะอนุญาตให้ส่งอาหาร “ปริมาณพื้นฐาน” เข้าไปในฉนวนกาซา หลังปิดล้อม 10 สัปดาห์

อิสราเอลประกาศว่าจะอนุญาตให้ส่งอาหาร “ในปริมาณพื้นฐาน” เข้าไปในฉนวนกาซา เพื่อให้แน่ใจว่า “จะไม่เกิดวิกฤตขาดแคลนอาหาร” หลังจากปิดล้อมพื้นที่ดังกล่าวเป็นเวลา 10 สัปดาห์

อิสราเอลประกาศว่าจะอนุญาตให้ส่งอาหาร “ในปริมาณพื้นฐาน” เข้าไปในฉนวนกาซา เพื่อให้แน่ใจว่า “จะไม่เกิดวิกฤตขาดแคลนอาหาร” หลังจากปิดล้อมพื้นที่ดังกล่าวเป็นเวลา 10 สัปดาห์

แถลงการณ์จากสำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นตามคำแนะนำของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) และอิงตามความจำเป็นในการสนับสนุนการโจมตีทางทหารต่อกลุ่มฮามาส การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่กองทัพอิสราเอลกล่าวว่าได้เริ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินอย่างครอบคลุมทั่วฉนวนกาซา

อิสราเอลตกอยู่ภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นให้ยกเลิกการปิดล้อม ซึ่งไม่อนุญาตให้ส่งอาหาร เชื้อเพลิง หรือยารักษาโรคใดๆ เข้าไปในฉนวนกาซา หน่วยงานด้านความช่วยเหลือได้เตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อการเกิดความอดอยากในหมู่ประชากร 2.1 ล้านคนของฉนวนกาซา โดยมีการเผยแพร่ภาพและรายงานของเด็กผอมโซที่ขาดสารอาหาร

แถลงการณ์จากสำนักงานนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่า อิสราเอลจะอนุญาตให้ “นำอาหารจำนวนหนึ่งมาให้กับประชาชนในฉนวนกาซา” เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีวิกฤตอาหารขาดแคลน และเสริมว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อปฏิบัติการใหม่ที่เรียกว่า Operation Gideon’s Chariot โดยอิสราเอลจะดำเนินการเพื่อปฏิเสธความสามารถของฮามาสในการควบคุมการแจกจ่ายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

ก่อนหน้านี้ในวันอาทิตย์ กองทัพอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีสถานที่ต่างๆ รวมถึงโรงพยาบาลในฉนวนกาซาตอนเหนือ อิสราเอลกล่าวว่ามีเป้าหมายที่จะปล่อยตัวตัวประกันที่ถูกจับกุมในฉนวนกาซาและเอาชนะกลุ่มฮามาส เจ้าหน้าที่กู้ภัยกล่าวว่า การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นที่เมืองข่านยูนิสทางตอนใต้ รวมถึงเมืองต่างๆ ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา เช่น เบต ลาเฮีย และค่ายผู้ลี้ภัยจาบาเลีย

กระทรวงสาธารณสุขที่อยู่ภายใต้การบริหารของกลุ่มฮามาสกล่าวว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 67 รายและได้รับบาดเจ็บ 361 รายในฉนวนกาซาในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หน่วยป้องกันพลเรือน ซึ่งเป็นหน่วยงานฉุกเฉินหลักของกาซา กล่าวว่าค่ายอัลมาวาซีทางตอนใต้ ซึ่งเป็นที่หลบภัยของผู้พลัดถิ่น ถูกโจมตีเมื่อคืนนี้เช่นกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 22 รายและบาดเจ็บ 100 ราย ก่อนหน้านี้ ค่ายดังกล่าวได้รับการกำหนดให้เป็น “เขตปลอดภัย”

ในคำสั่งอพยพทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งระบุว่าเป็น “คำเตือนครั้งสุดท้าย” กองทัพอิสราเอลกล่าวว่าจะ “เปิดฉากโจมตีอย่างรุนแรงในพื้นที่ใดๆ ที่ใช้ยิงจรวด” และเรียกร้องให้ประชาชน “อพยพไปทางตะวันตกทันทีไปยังศูนย์พักพิงที่ทราบในอัลมาวาซี”

กระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่าโรงพยาบาลของรัฐ 3 แห่งในเขตปกครองกาซาเหนือ “หยุดให้บริการ” ท่ามกลางการโจมตีทางอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นของอิสราเอล กองทัพอิสราเอลกล่าวว่ากองกำลังของตนกำลังต่อสู้กับ “โครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มก่อการร้าย” ทางตอนเหนือของกาซา รวมถึงพื้นที่ที่อยู่ติดกับโรงพยาบาลอินโดนีเซีย

ก่อนหน้านี้ในวันอาทิตย์ กระทรวงสาธารณสุขของกาซากล่าวว่าเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยที่นั่นถูก “ยิงถล่มอย่างหนัก” กระทรวงกล่าวหาอิสราเอลว่าปิดล้อมโรงพยาบาล ตัดทางเข้า และ “บังคับให้โรงพยาบาลหยุดให้บริการอย่างแท้จริง” แพทย์กล่าวว่าไม่มีคำสั่งอพยพหรือคำเตือนใดๆ ก่อนการโจมตี และไม่มีเป้าหมายทางทหารในโรงพยาบาลอินโดนีเซีย

การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ผู้เจรจาจากอิสราเอลและฮามาสยังคงพยายามบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในกาตาร์ สื่ออิสราเอลอ้างคำพูดของสำนักงานนายกรัฐมนตรีว่าคณะเจรจาของอิสราเอลกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อบรรลุข้อตกลงในวันอาทิตย์ (18 พ.ค.) รายงานระบุว่าแถลงการณ์ของเนทันยาฮูระบุว่า “จะรวมถึงการปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมด การเนรเทศผู้ก่อการร้ายฮามาส และการปลดอาวุธฉนวนกาซา”

แหล่งข่าวระบุว่า ฮามาสแสดงความเต็มใจที่จะปล่อยตัวตัวประกันชาวอิสราเอลทั้งหมดในครั้งเดียว “ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องบรรลุข้อตกลงหยุดยิงอย่างครอบคลุมและถาวร ซึ่งฝ่ายอิสราเอลยังคงปฏิเสธ เนื่องจากทีมเจรจาของพวกเขาไม่มีอำนาจในการตัดสินใจในประเด็นสำคัญ” แหล่งข่าวเน้นย้ำว่าฮามาส “ปฏิเสธข้อตกลงใดๆ ไม่ว่าจะบางส่วนหรือชั่วคราว”

กลุ่มฮามาสเสนอปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมดโดยแลกกับนักโทษชาวปาเลสไตน์จำนวนหนึ่งที่ตกลงกันไว้ การถอนตัวของอิสราเอลทั้งหมดจากฉนวนกาซา และการเข้ามาของความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

สหรัฐฯ สืบสวนเหตุเรือกองทัพเม็กซิโกชนสะพานบรูคลิน ดับ 2 ศพ เจ็บ 19 ราย

สหรัฐฯ สืบสวนเหตุเรือกองทัพเม็กซิโกชนสะพานบรูคลิน ดับ 2 ศพ เจ็บ 19 ราย

19 พ.ค. 2568 05:05 น.

สหรัฐฯ สืบสวนเหตุเรือกองทัพเม็กซิโกชนสะพานบรูคลิน ดับ 2 ศพ เจ็บ 19 ราย

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กำลังร่วมมือกับเม็กซิโก สืบสวนหาสาเหตุที่ทำให้เรือใบสูงของกองทัพเรือเม็กซิโก ชนสะพานบรูคลินจนมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บอีกนับสิบราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการนิวยอร์กกำลังลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเรือ “ควอว์เตม็อค” (Cuauhtémoc) ของกองทัพเม็กซิโกชนกับสะพานบรูคลิน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 พ.ค.) จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บอีก 19 ราย เพื่อหาเบาะแสว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

ตำรวจสหรัฐฯ เผยว่า การสืบสวนเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าเรือลำนี้สูญเสียพลังงานก่อนจะแล่นไปชนเข้ากับสะพานจนเสากระโดงเรือหัก 3 เสา ขณะที่ยังไม่แน่ชัดว่าเรือลำนี้เคลื่อนตัวเข้าหาสะพานได้อย่างไร แต่ทางการสหรัฐฯ ยืนยันว่า ตัวสะพานไม่ได้รับความเสียหาย และเปิดให้ใช้บริการได้อีกครั้งแล้วในช่วงกลางดึกวันเสาร์

นายเรย์มุนโด เปโดร โมราเลส เลขาธิการกองทัพเรือเม็กซิโก ระบุในแถลงการณ์ว่า ผลการสืบสวนใดๆ จะต้องตามด้วยความโปร่งใสและความรับผิดชอบอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ เรือควอว์เตม็อค เดินทางออกจากเมืองอคาปุลโก ของเม็กซิโก เมื่อ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเดินทางทัวร์หลายสถานที่รวมถึงนครนิวยอร์กและเมืองอเบอร์ดีน ของสกอตแลนด์ เพื่อไปร่วมการแข่งขันเรือใบเสากระโดงสูงในเดือนกรกฎาคม

เสากระโดงที่สูงที่สุดของเรือควอว์เตม็อคมีความสูง 48.2 ม. ขณะที่กลางสะพานบรูคลินมีพื้นที่ใต้สะพานสูงเพียง 41.1 ม.เท่านั้น ทำให้เสากระโดงของเรือหักทั้งหมด ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนเรือควอว์เตม็อคถูกลากไปจอดที่ท่าเรือใกล้เคียงเพื่อการสืบสวน

คณะกรรมการความปลอดภัยการคมนาคมแห่งชาติ (NTSB) ระบุว่า พวกเขาส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือในการสืบสวน ซึ่งดำเนินการร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กับเม็กซิโก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ช็อก โจ ไบเดน ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดรุนแรง

ช็อก โจ ไบเดน ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดรุนแรง

19 พ.ค. 2568 04:04 น.

ช็อก โจ ไบเดน ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดรุนแรง

โจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดรุนแรง โดยมีคะแนนกลีสันสูงที่ระดับ 9

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานของนายโจ ไบเดน เปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 18 พ.ค. 2568 ว่า อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ วัย 82 ปีผู้นี้ ได้รับการวินิจฉัยว่ากำลังป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดรุนแรง (aggressive)

นายไบเดนได้รับการวินิจฉัยในวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 พ.ค.) หลังจากเขาไปพบแพทย์เมื่อสัปดาห์ก่อนเนื่องจากเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับการปัสสาวะ

สำนักงานของนายไบเดนเผยว่า ผลการตรวจมะเร็งของอดีตประธานาธิบดีมีคะแนนกลีสัน (Gleason score) อยู่ที่ระดับ 9 และแพร่กระจายไปถึงกระดูก หมายความว่าเขาเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากรูปแบบที่มีความรุนแรงมากกว่าปกติ และเซลล์มะเร็งอาจแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

แถลงการณ์ระบุอีกว่า นายไบเดนกับครอบครัวกำลังทบทวนทางเลือกในการรักษา แต่สำนักงานของนายไบเดนระบุว่า มะเร็งที่พบเป็นประเภทที่ไวต่อฮอร์โมน หมายความว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะควบคุมได้

ข่าวล่าสุดนี้เกิดขึ้นไม่ถึง 1 ปีหลังจากที่นายไบเดนถูกบีบให้ต้องถอนตัวออกจากการลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 เมื่อปี 2567 เนื่องจากความกังวลเรื่องสุขภาพและอายุของเขา โดยนายไบเดนครองสถิติเป็นผู้มีอายุมากที่สุดที่ได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สลด ไฟไหม้ตึกในไฮเดอราบัด ดับ 17 ศพ เป็นเด็กถึง 6 ราย

สลด ไฟไหม้ตึกในไฮเดอราบัด ดับ 17 ศพ เป็นเด็กถึง 6 ราย

19 พ.ค. 2568 03:04 น.

สลด ไฟไหม้ตึกในไฮเดอราบัด ดับ 17 ศพ เป็นเด็กถึง 6 ราย

ไฟไหม้อาคารหลังหนึ่งในเมืองไฮเดอราบัด ทางตอนใต้ของอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 17 ศพ เป็นเด็กเล็กถึง 6 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 พ.ค. 2568 เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่อาคารหลังหนึ่งในเมืองไฮเดอราบัด ประเทศอินเดีย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 17 ศพ โดยในเบื้องต้น คาดว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

สำนักงานป้องกันพลเรือนและสำนักงานดับเพลิงรัฐเตลังคานา ทางตอนใต้ของอินเดีย ออกแถลงการณ์ระบุว่า พวกเขาได้รับแจ้งเรื่องเหตุเพลิงไหม้หลังเวลา 6.00 น. วันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น โดยไฟเริ่มลุกไหม้จากชั้นล่างและลามขึ้นชั้นบน

แถลงการณ์ยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ 17 ศพ และในจำนวนนี้เป็นเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบถึง 6 ราย

นายคีซาน เรดดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการทำเหมืองของอินเดีย ซึ่งเดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุ บอกกับสื่อท้องถิ่นว่า การสืบสวนเบื้องต้นชี้ว่าสาเหตุของเพลิงไหม้อาจมาจากไฟฟ้าลัดวงจร

ด้านนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี กล่าวแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียชีวิตที่เกิดขึ้น และประกาศจะมอบเงินเยียวยาให้แก่ญาติของผู้เสียชีวิตรายละ 200,000 รูปี (ราว 6.65 ล้านบาท)

ทั้งนี้ อินเดียเผชิญเหตุเพลิงไหม้บ่อยครั้งจากหลากหลายเหตุผลไม่ว่าจะเป็น มาตรการก่อสร้างที่ย่ำแย่, จำนวนผู้อยู่อาศัยที่มากเกินไป หรือขาดการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเพียงพอ

เมื่อปีก่อน เกิดไฟไหม้ภายในร้านเกมที่มีผู้คนแน่นขนัด ในรัฐคุชราต ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 24 ศพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna