ทัพอิสราเอลล้อมโรงพยาบาลในกาซา ฮามาสยื่นข้อเสนอหวังหยุดยิง 60 วัน

ทัพอิสราเอลล้อมโรงพยาบาลในกาซา ฮามาสยื่นข้อเสนอหวังหยุดยิง 60 วัน

19 พ.ค. 2568 01:56 น.

ทัพอิสราเอลล้อมโรงพยาบาลในกาซา ฮามาสยื่นข้อเสนอหวังหยุดยิง 60 วัน

ฮามาสอ้างทหารอิสราเอลปิดล้อมโรงพยาบาลในฉนวนกาซา หลังเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ ขณะที่กลุ่มฮามาสยื่นข้อเสนอใหม่เพื่อแลกกับการหยุดยิง 60 วัน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 พ.ค. 2568 กระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซา ซึ่งบริหารโดยกลุ่มฮามาส ระบุว่า กองทัพอิสราเอลเข้าปิดล้อมโรงพยาบาลอินโดนีเซีย ในเมืองเบต ลาเฮีย ทางตอนเหนือของกาซาเอาไว้แล้ว พร้อมอ้างว่า บุคลากรทางการแพทย์และคนไข้กำลังถูกโจมตีอย่างหนัก เพื่อไม่ให้คนไข้, เจ้าหน้าที่ และเสบียงถูกส่งมาถึง

ด้านกองทัพอิสราเอลระบุว่า ปฏิบัติการภาคพื้นดินขนานใหญ่ในฉนวนกาซาตลอดวันที่ผ่านมา เป็นส่วนหนึ่งในปฏิบัติการโจมตีใหม่ชื่อว่า “รถม้าศึกของกิเดียน” (Gideon’s Chariots) ที่มีเป้าหมายเพื่อทำลายกลุ่มฮามาส

กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) อ้างว่า ทหารของพวกเขากำลังต่อสู้ที่โครงสร้างพื้นฐานของผู้ก่อการร้ายในภาคเหนือของกาซา รวมถึงบริเวณใกล้กับโรงพยาบาลอินโดนีเซีย ขณะที่ฮามาสระบุว่า โรงพยาบาลรัฐ 3 แห่งในภาคเหนือของกาซาไม่สามารถปฏิบัติการได้แล้ว และมีผู้เสียชีวิต 67 ศพ บาดเจ็บอีก 361 รายในช่วง 24 ชม.ที่ผ่านมา

นายโมฮัมเหม็ด ซาลา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชน อัล-อาว์ดา ในภาคเหนือของกาซาเตือนว่า การปิดตัวของโรงพยาบาลอินโดนีเซียจะส่งผลกระทบต่อการดูแลรักษาผู้ป่วยของเขา เนื่องจากโรงพยาบาลอัล-อาว์ดา พึ่งโรงพยาบาลอินโดนีเซียเป็นสถานที่เก็บออกซิเจน และพึ่งพาห้องไอซียูที่นั่น

นายซาลาเผยอีกว่า เกิดการโจมตีทางอากาศใกล้กับโรงพยาบาลของเขาในช่วงข้ามคืนวันเสาร์ สร้างความเสียหายต่อสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งซ่อมแซม

ทั้งนี้ ปฏิบัติการโจมตีครั้งใหม่ของอิสราเอลยังเกิดขึ้นในขณะที่ การเจรจาโดยอ้อมระหว่างผู้แทนของกลุ่มฮามาสกับอิสราเอลเพื่อหาทางทำข้อตกลงหยุดยิง เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ (17 พ.ค.) ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยฝ่ายฮามาสยื่นข้อเสนอ ปล่อยตัวประกัน 9 คนแลกกับการหยุดยิง 60 วัน

เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์ระบุว่า ข้อเสนอใหม่นี้จะทำให้รถบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือสามารถเข้าสู่กาซาได้ 400 คันต่อวัน และอพยพคนไข้ออกจากกาซา ส่วนฝ่ายอิสราเอลเรียกร้องให้ฮามาสแสดงหลักฐานว่าตัวประกันยังมีชีวิตอยู่และข้อมูลโดยละเอียดของพวกเขา

อนึ่ง คาดกันว่าตอนนี้มีตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไปตอนที่พวกเขาโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อ 7 ต.ค. 2566 เหลืออยู่ในฉนวนกาซา 58 คน ในจำนวนนี้มีเพียง 23 คนที่ยังมีชีวิตอยู่

อย่างไรก็ตาม อิสราเอลบอกก่อนหน้านี้แล้วว่า พวกเขาจะไม่ถอนทหารออกจากกาซา และจะยึดพื้นที่ขนาดใหญ่ของดินแดนแห่งนี้เอาไว้ พร้อมกับบีบให้ชาวปาเลสไตน์อพยพลงใต้อีกครั้ง เพื่อกำจัดกลุ่มฮามาส

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

โป๊ปเลโอที่ 14 ทำพิธีมิสซารับตำแหน่งพระสันตะปาปาอย่างเป็นทางการ

โป๊ปเลโอที่ 14 ทำพิธีมิสซารับตำแหน่งพระสันตะปาปาอย่างเป็นทางการ

18 พ.ค. 2568 23:54 น.

โป๊ปเลโอที่ 14 ทำพิธีมิสซารับตำแหน่งพระสันตะปาปาอย่างเป็นทางการ

โป๊ปเลโอที่ 14 ประกอบพิธีมิสซาสถาปนาเพื่อรับตำแหน่งพระสันตะปาปาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยพระองค์เรียกร้องให้เกิดความสามัคคีภายในศาสนจักร และขอให้เกิดความสงบสุขในโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โป๊ปเลโอที่ 14 พระสันตะปาปาชาวอเมริกันคนแรกในประวัติศาสตร์ ประกอบพิธีมิสซาสถาปนาที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ รับตำแหน่งประมุขแห่งศาสนจักรคาทอลิกองค์ที่ 267 อย่างเป็นทางการแล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 18 พ.ค. 2568 โดยมีผู้นำโลก, เชื้อพระวงศ์ และผู้ศรัทธาจำนวนมากมาร่วมในพิธี

โป๊ปเลโอที่ 14 ทำพิธีมิสซารับตำแหน่งพระสันตะปาปาอย่างเป็นทางการ

โป๊ปเลโอเสด็จมาถึงนครรัฐวาติกันด้วยโป๊ปโมบิลเป็นครั้งแรก และได้รับการต้อนรับจากฝูงชนซึ่งประเมินกันว่ามีมากถึง 100,000 คน ในขณะที่พระองค์ทัวร์จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ท่ามกลางเสียงเชียร์ว่า “วิวา อิล ปาปา” (Viva il Papa)

บุคคลสำคัญที่มาร่วมพิธีนาน 2 ชั่วโมงนี้รวมถึง นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ, นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ และนายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ซึ่งได้เข้าพูดคุยกับโป๊ปเลโอที่ 14 ที่วาติกันหลังเสร็จสิ้นพิธีด้วย

นอกจากนั้นยังมีบุคคลสำคัญท่านอื่นเช่น นางดีนา โบลูอาร์เต ประธานาธิบดีเปรู และผู้แทนจาก 150 ประเทศ

ระหว่างการทำพิธีมิสซาสถาปนา พระสันตะปาปาจะมีการเทศนา ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่โป๊ปองค์ใหม่จะส่งสัญญาณเรื่องที่พระองค์ให้ความสำคัญ

โป๊ปเลโอที่ 14 ทำพิธีมิสซารับตำแหน่งพระสันตะปาปาอย่างเป็นทางการ

โป๊ปเลโอตรัสว่า ในคริสตจักรคาทอลิกไม่มีที่สำหรับการโฆษณาชวนเชื่อหรือการแสดงอำนาจข่มคนอื่น และเรียกร้องให้มีความสามัคคี ซึ่งคาดว่าพระองค์สื่อถึงการแบ่งแยกระหว่างฝ่ายปฏิรูปและฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่รุกแรงมากขึ้นในยุคสมัยของโป๊ปฟรานซิส

พระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงประณามระบบเศรษฐกิจที่แสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรโลกและไม่ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ยากจนที่สุด และทรงเรียกร้องให้เกิดสันติภาพอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนในยูเครน พร้อมทั้งสวดภาวนาให้แก่กาซา ที่เด็กๆ, ครอบครัว, ผู้สูงอายุ และผู้รอดชีวิตกำลังเผชิญกับความหิวโหยด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ยูเครนโวย รัสเซียส่งโดรนโจมตีครั้งใหญ่ที่สุด หลังเพิ่งคุยโดยตรงครั้งแรก

ยูเครนโวย รัสเซียส่งโดรนโจมตีครั้งใหญ่ที่สุด หลังเพิ่งคุยโดยตรงครั้งแรก

18 พ.ค. 2568 22:52 น.

ยูเครนโวย รัสเซียส่งโดรนโจมตีครั้งใหญ่ที่สุด หลังเพิ่งคุยโดยตรงครั้งแรก

ยูเครนกล่าวหารัสเซียส่งโดรนเข้ามาโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น ไม่กี่วันหลังจากเจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันโดยตรงครั้งแรกในรอบ 3 ปีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 พ.ค. 2568 กองทัพอากาศของประเทศยูเครนกล่าวหารัสเซียว่า ส่งโดรนโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน โดยมุ่งเป้าในหลายภูมิภาครวมถึงในกรุงเคียฟ ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้หญิงเสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอีก 3 ราย

กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า รัสเซียส่งโดรนหลายชนิดรวม 273 ลำ เข้ามาโจมตีนับจนถึงเวลา 8.00 น.วันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น โจมตีเป้าหมายหลายแห่งในแคว้นเคียฟ, แคว้นดนิโปรเปตรอฟสก์ และแคว้นโดเนตสก์ ทางตะวันออกของประเทศ โดย 88 ลำถูกยิงสกัดเอาไว้ ขณะที่อีก 128 ลำพลาดหมาย

การโจมตีระลอกล่าสุดของรัสเซียเกิดขึ้นเพียง 1 วันก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะพูดคุยกับวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียผ่านทางโทรศัพท์ในวันจันทร์ที่ 19 พ.ค.นี้ โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องให้ทั้งยูเครนและรัสเซียทำข้อตกลงหยุดยิงร่วมกัน

ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าหน้าที่ของยูเครนกับรัสเซียก็เพิ่งพูดคุยกันโดยตรงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปีไปเมื่อวันศุกร์ที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ประเทศตุรกี แต่ไม่ได้ผลลัพธ์มากนักนอกจากการทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนนักโทษรอบใหม่

การโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดของรัสเซียคราวก่อนเกิดขึ้นในวันครบรอบ 3 ปีการเกิดสงครามในยูเครน เมื่อ 23 ก.พ. โดยส่งโดรนโจมตีถึง 267 ลำ

นายอันดรีย์ เยอร์มัค ที่ปรึกษาระดับสูงของประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่า การโจมตีเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น แสดงให้เห็นว่า รัสเซียไม่มีความตั้งใจจะหยุดสงคราม แม้นานาชาติจะกดดันให้มีการหยุดยิง “สำหรับรัสเซีย การเจรจาที่อิสตันบูล (เมื่อวันศุกร์) เป็นเพียงการเสแสร้ง ปูตินต้องการสงคราม”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ไทยลุ้นส่งออก’ไก่’พุ่ง! หลังบราซิลเจอไข้หวัดนก ‘ปศุสัตว์’ย้ำระบบป้องกันโรคแน่นหนา

ไทยลุ้นส่งออก'ไก่'พุ่ง! หลังบราซิลเจอไข้หวัดนก 'ปศุสัตว์'ย้ำระบบป้องกันโรคแน่นหนา

ไทยลุ้นส่งออก’ไก่’พุ่ง! หลังบราซิลเจอไข้หวัดนก ‘ปศุสัตว์’ย้ำระบบป้องกันโรคแน่นหนา

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 19.24 น.

จากสถานการณ์ที่เกิดไข้หวัดนกระบาดในบราซิล โดยบราซิลยืนยันพบการระบาดของเชื้อไวรัส HPAI ซึ่งเป็นสายพันธุ์รุนแรงในฟาร์มแห่งหนึ่ง ทำให้ประเทศจีนและสหภาพยุโรป สั่งระงับนำเข้าเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์จากประเทศบราซิล สถานการณ์นี้อาจส่งผลดีต่อการส่งออกไก่ของไทย

นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ประเทศบราซิล ซึ่งเป็นผู้ส่งออกเนื้อไก่รายใหญ่ที่สุดของโลก พบการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกชนิดรุนแรง (HPAI) ภายในฟาร์มแห่งหนึ่ง และได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ประเทศคู่ค้าอย่างจีนและสหภาพยุโรป (EU) ประกาศระงับการนำเข้าเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์จากบราซิลเป็นการชั่วคราวทันที

ข้อมูลจากสมาคมผู้ส่งออกเนื้อสัตว์ของบราซิล ระบุว่า ในปีที่ผ่านมา จีนและ EU นำเข้าเนื้อไก่จากบราซิลรวมกันกว่า 793,000 ตัน ซึ่งคิดเป็นเกือบ 15% ของปริมาณการส่งออกทั้งหมด สถานการณ์ดังกล่าวจึงเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการขยายตลาดและรองรับคำสั่งซื้อที่อาจเบนเป้ามาสู่ผู้ผลิตที่มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยด้านสุขภาพสัตว์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ยังกล่าวอีกว่า ประเทศไทยเคยเกิดโรคไข้หวัดนกเพียงครั้งเดียวเมื่อกว่า 10 ปีก่อน และไม่เคยพบการระบาดซ้ำอีกเลย นับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา กรมปศุสัตว์ได้วางระบบป้องกันโรคที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดซ้ำ ซึ่งได้รับการยอมรับจากประเทศคู่ค้าทั่วโลก นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ยังเน้นย้ำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก รักษามาตรการป้องกันโรคในฟาร์มอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาด และรักษาความเชื่อมั่นจากตลาดส่งออก ซึ่งไม่เพียงส่งผลดีกับระบบการเลี้ยงสัตว์ของไทย แต่ยังอาจทำให้คำสั่งซื้อเนื้อไก่จากประเทศต่างๆ หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทย เป็นอานิสงส์หลังไทยสามารถป้องกันโรคได้ดี

สำหรับมาตรการป้องกันไข้หวัดนกในฟาร์มของไทย ซึ่งมีความเข้มงวดและครอบคลุมทั้งระบบการผลิตและการควบคุมโรค มีแนวทางสำคัญดังนี้ 1) ระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) ที่ต้องจำกัดการเข้า-ออกฟาร์มอย่างเข้มงวดของบุคคลและยานพาหนะทุกประเภทซึ่งต้องผ่านการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อก่อนเข้า-ออกฟาร์ม อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในฟาร์มต้องได้รับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสม่ำเสมอ รวมถึงห้ามนำสัตว์ปีกหรือผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกจากแหล่งที่ไม่ทราบประวัติหรือจากพื้นที่เสี่ยงเข้าฟาร์มโดยเด็ดขาด และต้องมีการจัดการมูลสัตว์และซากสัตว์ปีกอย่างถูกสุขลักษณะ 2) ระบบคอมพาร์ทเม้นท์ หรือ การเลี้ยงสัตว์ปีกระบบฟาร์มปิดตามมาตรฐานสากล (WOAH) ดำเนินการครอบคลุมตั้งแต่โรงงานอาหารสัตว์ ฟาร์ม ไปจนถึงโรงงานแปรรูป โดยต้องมีการควบคุมและติดตามสุขภาพสัตว์ปีกอย่างต่อเนื่อง

3) การเฝ้าระวังและติดตามสุขภาพสัตว์ทั้งเชิงรุกและเชิงรับ โดยต้องมีการตรวจสอบสุขภาพสัตว์ปีกในฟาร์มเป็นประจำ หากพบสัตว์ปีกป่วยหรือตายผิดปกติ ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันที รวมถึง การส่งเสริมการอบรมและให้ความรู้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับการเฝ้าระวังและป้องกันโรค 4) การควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีก ต้องควบคุมและตรวจสอบการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์อย่างเข้มงวด และระงับการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ ไก่ไข่ และเนื้อสัตว์ปีก จากประเทศที่มีการระบาดของไข้หวัดนก เพื่อป้องกันการนำเชื้อเข้าสู่ประเทศ และ 5) การทำลายสัตว์ปีกในกรณีสงสัยสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติตามนิยามของโรคไข้หวัดนก ในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ที่มีความเกี่ยวข้องด้านระบาดวิทยา

อธิบดีกรมปศุสัตว์ยังย้ำอีกว่า การควบคุมเฝ้าระวังป้องกันโรคระบาดที่สำคัญในปศุสัตว์จะดำเนินการแบบบูรณการหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน ภายใต้สุขภาพหนึ่งเดียว (one health) โดยไม่เพียงแต่ฟาร์มไก่เท่านั้นที่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันโรค แต่ยังรวมถึงฟาร์มสุกร ฟาร์มโค ฟาร์มแพะ-แกะ อีกด้วย เพื่อให้ประเทศไทยคงสถานะเป็นประเทศปลอดโรคและรักษาความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรต่อไปในตลาดโลก

ทั้งนี้ หากเกษตรกรพบอาการสัตว์ผิดปกติ หรือมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานปศุสัตว์ในพื้นที่ หรือผ่านทาง Application DLD 4.0 หรือโทรศัพท์สายด่วน 063-225-6888 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างทันท่วงที

– 006

‘ธนาคารที่ดิน’ มอบสิทธิ-มอบสุขในที่ดินทำกิน

'ธนาคารที่ดิน' มอบสิทธิ-มอบสุขในที่ดินทำกิน

‘ธนาคารที่ดิน’ มอบสิทธิ-มอบสุขในที่ดินทำกิน

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 19.21 น.

ธนาคารที่ดิน “มอบสิทธิ มอบสุขในที่ดินทำกิน” พร้อมจัดฝึกอบรมเกษตรกร “มีที่ทำกิน มีกิน มีใช้ รายได้ยั่งยืน” ให้แก่ วิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานบ้านท่อน อ.เมือง และวิสาหกิจชุมชนหลุมหินเกษตรก้าวหน้า อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น 

วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน เป็นประธานพิธี “มอบสิทธิ มอบสุขในที่ดินทำกิน” พร้อมเปิดฝึกอบรมหลักสูตร “มีที่ทำกิน มีกิน มีใช้ รายได้ยั่งยืน” โดยมีวิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานบ้านท่อน ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น และ วิสาหกิจชุมชนหลุมหินเกษตรก้าวหน้า ต.โคกสูง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น จำนวน 79 คนเข้ารับการอบรม

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า การมีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง เป็นรากฐานสำคัญของการสร้างความมั่นคงในชีวิต ทั้งทางอาหาร ด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคงทางจิตใจ ที่ดินมิได้เป็นเพียงผืนดิน แต่เป็นแหล่งผลิตปัจจัยสี่ เป็นบ้าน เป็นที่สร้างครอบครัว และเป็นมรดกส่งต่อสู่ลูกหลาน การได้รับที่ดินทำกินครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสอันล้ำค่าที่ทุกท่านควรตระหนักและใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่
 
อย่างไรก็ตาม การมีที่ดินเพียงอย่างเดียว อาจยังไม่เพียงพอต่อการสร้างความยั่งยืน “โมเดล มีที่ทำกิน มีกิน มีใช้ รายได้ยั่งยืน” จึงเข้ามาเติมเต็มและชี้แนะแนวทางในการใช้ประโยชน์จากที่ดินนั้นอย่างชาญฉลาดและรอบด้าน โมเดลนี้มิได้มุ่งเน้นเพียงการผลิตเพื่อบริโภคเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน การสร้างรายได้ที่มั่นคง การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างองค์รวม ได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของการรวมกลุ่ม การสร้างเครือข่าย เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง ลดความเสี่ยง พร้อมสร้างโอกาสทางการตลาด ท่านจะได้เรียนรู้และนำไปปฏิบัติเพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินของเราไว้ให้ลูกหลานได้ใช้ประโยชน์ต่อไป

นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน กล่าวว่า “ธนาคารที่ดิน” ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพ ของพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดิน ในปีงบประมาณ 2568 “ธนาคารที่ดิน” ได้จัดกิจกรรมฝึกอบรม หลักสูตรที่ทำกิน มีกิน มีใช้ รายได้ยั่งยืน ทั้งสิ้น 9 ครั้ง สำหรับวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการจัดสรรที่ทำกินใหม่ จำนวน 15 วิสาหกิจชุมชน โดยมีผู้เข้ารับการอบรมรวมทั้งสิ้น 436 คน
 
วัตถุประสงค์ ของการจัดกิจกรรมฝึกอบรมโดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาถ่ายทอดและขยายผลสู่พี่น้องเกษตรกร ที่ได้รับการจัดสรรที่ดินจาก “ธนาคารที่ดิน” ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ควบคู่การประกอบอาชีพทางการเกษตร ได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญ ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกร ให้ดียิ่งขึ้น

ต่อมา พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ได้ “มอบสิทธิ มอบสุขในที่ดินทำกิน” ให้กับวิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานบ้านท่อน ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น พื้นที่ 120-1-93.7 ไร่  สมาชิก 50 ครัวเรือน และ วิสาหกิจชุมชนหลุมหินเกษตรก้าวหน้า ต.โคกสูง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น พื้นที่ 67-3-11.6 ไร่ สมาชิก 29 ครัวเรือน 

‘กรมการข้าว’จัดงานใหญ่ถ่ายทอดเทคโนโลยี’Field day’

'กรมการข้าว'จัดงานใหญ่ถ่ายทอดเทคโนโลยี'Field day'

‘กรมการข้าว’จัดงานใหญ่ถ่ายทอดเทคโนโลยี’Field day’

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.20 น.

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field day) “การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวคุณภาพดี” ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ปี 2568 โดยมี นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย นายพัฒนศักดิ์ จันทร์ส่อง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวคลองหลวง รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ โรงเรียนสุเหร่าปากคลองยี่สิบ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา

จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการผลิตข้าวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงทำการผลิตแบบรายย่อย ทำให้ประสบปัญหาด้านต้นทุนการผลิตที่สูง การจัดการผลผลิตที่ไม่เป็นระบบบ และอำนาจการต่อรองทางการตลาดที่จำกัด กรมการข้าวจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการ รวมกลุ่มของเกษตรกร เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน

โดยโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ดำเนินการโดยมีเป้าหมายหลัก คือ การส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยรวมกลุ่มกันบริหารจัดการพื้นที่นาผืนใหญ่ร่วมกัน เพื่อให้เกิดการลดต้นทุนการผลิตจากการใช้ปัจจัยการผลิตร่วมกัน การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ การวางแผนการผลิตและการตลาดร่วมกัน ทำให้เกษตรกรสามารถผลิตข้าวที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน และมีอำนาจการต่อรองทางการตลาดที่สูงขึ้นควบคู่ไปกับการดำเนินงานโครงการนาแปลงใหญ่ กรมการข้าวยังได้ให้ความสำคัญกับการจัดตั้งและพัฒนา ศูนย์ข้าวชุมชมในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ ถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการผลิตข้าว การแปรรูป และการตลาด รวมถึงเป็น
แหล่งผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้แก่สมาชิกและเกษตรกรในชุมชนซึ่งเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนชาวนาในระยาว

ในการนี้กรมการข้าว ได้จัดนิทรรศการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจากศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว พร้อมทั้งนำเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญมาแจกให้แก่เกษตรกร และมอบปัจจัยการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ปัจจัยการผลิตข้าว เทคโนโลยีการลดต้นทุนการผลิตต่างๆ ให้แก่ผู้แทนเกษตรกรในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานโครงการฯ ยังคงต้องมีการพัฒนาและต่อยอดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน กรมการข้าวจะยังคงให้การสนับสนุน จัดหาปัจจัยการผลิต เทคโนโลยีสมัยใหม่ด้านการผลิตข้าว และส่งเสริมการรวมกลุ่ม ของเกษตรกรในจังหวัดฉะเชิงเทราอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้มีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

– 006

สนง.เกษตรกาฬสินธุ์ ผลักดัน’กรีนมาร์เก็ต’โมเดลBCG

สนง.เกษตรกาฬสินธุ์ ผลักดัน'กรีนมาร์เก็ต'โมเดลBCG

สนง.เกษตรกาฬสินธุ์ ผลักดัน’กรีนมาร์เก็ต’โมเดลBCG

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.25 น.

19 พฤษภาคม 2568 สำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดประชาสัมพันธ์และเชื่อมโยงเครือข่ายพัฒนาองค์กรเกษตรกร โครงการกาฬสินธุ์กรีนมาร์เก็ต ด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG  ด้านเครือข่ายเกษตร 18 อำเภอ ขนสินค้าออกบูธ ประกวดการแปรรูปผลผลิตทางเกษตร แข่งขันกินเร็ว คึกคัก

ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ เครือข่ายเกษตรกรจาก 18 อำเภอ ร่วมกิจกรรม โครงการกรีนมาร์เก็ตด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG  ซึ่งภายในงานได้จัดให้มีการแข่งขันกินเร็ว โดยใช้มะม่วงมหาชนกจำนวน 4 ลูก หากใครกินหมดก่อนจะเป็นผู้ชนะ โดยแชมป์ที่กินเร็วที่สุดใช้เวลาเพียง 2 นาที มาจากอำเภอสมเด็จ คว้าแชมป์ไปครอง มีนายสนั่น  พงษ์อักษร  ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์  นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์  ร่วมให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขัน

จากนั้น  นายสนั่น  พงษ์อักษร  ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์  ประธานในพิธีเปิดโครงการกาฬสินธุ์กรีนมาเก็ตด้วยโมเดล BCG  มอบรางวัลให้แก่เกษตรกร ที่ชนะเลิศในการประกวดผลิตภัณฑ์แปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ประเภทผลไม้, ชุดอาหารพร้อมปรุง , และการแข่งขันกินเร็ว  โดยมีนายคมกริช  ไตรยศ  เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์  และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระมรวงเกษตรและสหกรณ์  เกษตรกรจาก 18 อำเภอ เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 250 คน จากนั้น เยี่ยมชมสินค้าเกษตรแปรรูปจาก 18 อำเภอ และเปิดตลาดกรีนมาเก็ต ที่จะเปิดจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร ทุกวันศุกร์ บริเวณหน้าสำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์

นายสนั่น  พงษ์อักษร  ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า  สำหรับกิจกรรมประชาสัมพันธ์และเชื่อโยงเครือข่ายพัฒนาองค์กรเกษตรกร ที่ได้เปิดตลาดให้เกษตรกรได้นำสินค้าทางการเกษตรเข้ามาจำหน่าย และได้นำเอานวัตกรรมจากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรมาจัดแสดง เป็นแนวทางของการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูง ซึ่งได้เห็นความสามารถของเกษตรกรในจังหวัดที่มีความหลากหลาย  ซึ่งนั่นคือการทำให้ประชาชนในจังหวัดกาฬสินธุ์ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นเมืองเกษตรยั่งยืน

นายคมกริช  ไตรยศ  เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์  กล่าวว่า  ภายใต้โครงการกาฬสินธุ์กรีนมาร์เก็ต  สำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์  เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเกษตรกรในจังหวัดกาฬสินธุ์  มุ่งเป้าในการส่งเสริมให้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพการผลิตและคุณภาพสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัยที่มีมาตรฐานและมีคุภาพสูง ที่หวังให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือในการผลิตสินค้าทางการเกษตรให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายและความต้องการตลาด  และจะนำมาซึ่งการมีรายได้ที่ยั่งยืน   นอกจากนี้ภายในงานยังจัดให้มีการประกวดแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การแข่งขันกินเร็ว  และนิทรรศการผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ ที่มีอย่างหลากหลาย  เป็นกิจกรรมเพื่อการมีส่วนร่วม  และเวทีเสวนา โดยวิทยากรคุณภาพจากแวดวงธุรกิจการเกษตร  ซึ่งในระยะยาวจะเปิดเป็นตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยทุกวันศุกร์ โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เปิดพื้นที่ด้านหน้าให้เกษตรกรได้เข้ามาจำหน่ายสินค้าฟรี

.025

ส.แม่บ้านกองทัพไทย มอบเงินรายได้จากการออกร้านงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 67 แก่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)

ส.แม่บ้านกองทัพไทย มอบเงินรายได้จากการออกร้านงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 67 แก่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)

ส.แม่บ้านกองทัพไทย มอบเงินรายได้จากการออกร้านงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 67 แก่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.05 น.

สมาคมแม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย นำโดย ปัญญดา หนุนภักดี นายกสมาคมฯ พร้อมคณะเข้ามอบเงินรายได้จากการออกร้านในงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2567 จำนวน 100,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ ณ อาคารมหินทรเดชานุวัตน์ สำนักงานมูลนิธิฯ

-(016)

ลิ้นติดโปรแฟร์ ยกขบวนของกินอร่อย จัดโปรปัง! เสิร์ฟอิ่มหนำสำราญ

ลิ้นติดโปรแฟร์ ยกขบวนของกินอร่อย จัดโปรปัง! เสิร์ฟอิ่มหนำสำราญ

ลิ้นติดโปรแฟร์ ยกขบวนของกินอร่อย จัดโปรปัง! เสิร์ฟอิ่มหนำสำราญ

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.50 น.

ต้อนรับเปิดเทอม กับของอร่อยที่หลากหลาย  ชวนครอบครัว พาลูกหลาน มาเดินชิล กินของอร่อย ในงาน  ลิ้นติดโปรแฟร์ ’68  มหกรรมอาหารจัดใหญ่ ที่ขนร้านเด็ดร้านดัง และโปรปังๆ มาเสิร์ฟกันแบบจุใจ ตามสไตล์ของคู่ซี้สายกิน “ก้อง ปิยะ เศวตวิมล และ ท็อป ดารณีนุช” อิ่มหนำสำราญ ตลอด 12 วันเต็ม แบบจุกๆกัน ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 68 นี้ ณ ชั้น LG เทอร์มินอล21 พระราม 3 เพราะเรื่องความอร่อยคืองานของเรา

ก้อง – ท็อป จัดเต็มตามความต้องการของลูกค้าครบถ้วน ไม่ว่าจะอีทคาว อีทหวาน หรือเครื่องดื่มสุดคูล พร้อมเสิร์ฟจากร้านเด็ดร้านดังทั่วไทย เปิดรายชื่อมาก็ชวนเรียกน้ำย่อยยั่วๆ  อาทิ Top’s Homemade หมู-เนื้อแดดเดียว by ท็อป ดารณีนุช , ลูกชิ้นธงธง by ธงธง มาร่วมส่งต่อความสุข ความอร่อย ให้กับแฟนๆ   พร้อมด้วยร้านอร่อย   หมูสะเต๊ะมังกรทอง, ขาหมูนครปฐม, เจ๊แมวหมูย่างแดงกรอบ สูตรเมืองตรัง, ซ้งเสรีทอง ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง, บอลยกทะเล, กุยช่ายมหานคร, ไก่ย่าง จีระพันธ์, หอยจ๊อปูแม่วรรณา, Kunnook Orange Juice, อ๊อด-เจน เขียวหวานสะท้านฟ้า, บ้านโดนัท, เค้กวิเศษ แฟมิลี่, Mr.Corn,  สิงโตขนมไทย, ธีระชัยฟรุ๊ต, ปิ่นมณีปลาส้มไร้ก้าง, PaPa Tofu  และอีกมากมาย 

สายช้อป สายชิม ปักหมุดรอลิ้มรสความอร่อย อัดแน่นเต็มพื้นที่ ละลานตา เลือกสรรเมนูโปรดของทุกคนในครอบครัว จะนั่งทาน จะซื้อกลับไปฝากคนที่บ้าน ถูกปาก ถูกใจในงาน ลิ้นติดโปรแฟร์ ’68   เริ่มอร่อยกันตั้งแต่ 23 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 68 นี้  ณ  ชั้น LG เทอร์มินอล21 พระราม 3   มหกรรมอาหารอร่อย  แวะเวียนมาเสิร์ฟให้ ชิม ช้อปกันแล้วนะคะ

-(016)

เฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา ‘Xue Long 2’ เยือนไทยพร้อมฉลอง 50 ปี ไทย-จีน

เฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 'Xue Long 2' เยือนไทยพร้อมฉลอง 50 ปี ไทย-จีน

เฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา ‘Xue Long 2’ เยือนไทยพร้อมฉลอง 50 ปี ไทย-จีน

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.44 น.

เฉลิมพระเกียรติ “กรมสมเด็จพระเทพฯ” ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา “เรือตัดน้ำแข็งเสว่หลง 2 (Xue Long 2)” เรือตัดน้ำแข็งเพื่อการวิจัยขั้วโลกที่ทันสมัยที่สุดของจีนเยือนไทยพร้อมฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการฑูตไทย – จีน พิธีต้อนรับอบอุ่นครั้งแรกในน่านน้ำไทย เปิดให้เข้าชมแล้วถึง 23 พ.ค.นี้ ณ ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ขณะที่ อพวช.จัดนิทรรศการควบคู่ที่ท่าเรือและ Crystal Court ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอนตั้งแต่วันนี้ถึง 25 พ.ค.2568

19 พฤษภาคม 25687 ที่ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มีพิธีต้อนรับ “เรือตัดน้ำแข็งเสว่หลง 2 (Xue Long 2)” เรือตัดน้ำแข็งเพื่อการวิจัยขั้วโลกที่ทันสมัยที่สุดของจีน ที่เดินทางมาจากขั้วโลกใต้และมุ่งตรงมายังประเทศไทยเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 และเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 50 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีน ปี พ.ศ. 2568  โดยมี พล.ร.ต.ธำรง สุพรรณพงศ์ ผอ.กทส.ฐท.สส. เป็นผู้แทนฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมด้วย ศ.ดร. ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งคณะนักเรียนในพื้นที่ให้การต้อนรับนายเสียว ชื่อหมิง ผู้บังคับการเรือเสว่หลง 2 และคณะลูกเรือ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักท่ามกลางฝนที่ตกโปรยปราย  

โดยเมื่อเรือตัดน้ำแข็งเสว่หลง 2 (Xue Long 2) จอดเทียบท่า วงโยธวาทิตบรรเลงเพลงให้การต้อนรับ คณะนักเรียนในพื้นที่ได้โบกธงชาติไทยและธงชาติจีนเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ขณะที่ พล.ร.ต.ธำรง สุพรรณพงศ์ ผอ.กทส.ฐท.สส.และ ศ.ดร. ไพรัช ธัชยพงษ์ ได้ทำพิธีคล้องพวงมาลัยให้กับเรือสำรวจขั้วโลกเสว่หลง 2 พร้อมกับคล้องพวงมาลัยให้กับนายเสียว ชื่อหมิง ผู้บังคับการเรือเสว่หลง 2 และจับมือทักทายเช่นเดียวกับนักวิจัยและกำลังพลที่เดินทางมากับเรือ

ศ.ดร.ไพรัช เปิดเผยว่า ปีนี้มี 2 เหตุการณ์สำคัญคือกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 และเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 50 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีน ปี 2568 การมาเยือนของเรือตัดน้ำแข็งเสว่หลง 2 มาเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง 2 วาระสำคัญดังกล่าว โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ทอดพระเนตรเรือตัดน้ำแข็งเสว่หลง 2 ในวันที่ 20 พ.ค.นี้ และจะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าเยี่ยมชมเรือซึ่งได้จอดเทียบท่าที่ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 19 – 23 พ.ค. 2568
ศ.ดร.ไพรัช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิเศษที่จะจัดขึ้นควบคู่กับการมาเยือนของเรือเสว่หลง 2 ได้แก่ การจัดนิทรรศการ “Xue Long 2 and See the Unseen in Polar Region” ระหว่างวันที่ 14 – 25 พ.ค.2568 ณ Crystal Court ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน และการเสวนาระหว่างนักวิทยาศาสตร์ผู้มีประสบการณ์เดินทางไปสำรวจขั้วโลกใต้ด้วยเรือเสว่หลง 2 กับเยาวชนไทย, กิจกรรมเผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สู่สาธารณชนของนักวิทยาศาสตร์ไทยและจีนที่เคยเดินทางไปสำรวจขั้วโลกใต้ด้วยเรือเสว่หลง 2, การประชุมวิชาการ “Thailand-China Polar Science Conference”, และพิธีอำลาเรือเสว่หลง 2 โดยในระหว่างที่เรือจอดเทียบท่าเรือจุกเสม็ด จะมีการนำคณะลูกเรือเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและเยี่ยมชมความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย ณ สวนนงนุช พัทยาอีกด้วย

ด้าน ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผอ. NSM กล่าวว่า NSM ได้ร่วมจัดนิทรรศการ “Xue Long 2 and See the Unseen in Polar Region” เพื่อเปิดโลกวิทยาศาสตร์ขั้วโลกและกระตุ้นความสนใจในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง นิทรรศการจัดแสดงที่สยามพารากอน ระหว่างวันที่ 14-25 พ.ค. 68 และท่าเรือจุกเสม็ด ระหว่างวันที่ 20 – 23 พ.ค. 2658 จากนั้น NSM มีแผนนำไปจัดแสดงต่อที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เดอะ สตรีท รัชดา เพื่อให้ประชาชนที่พลาดโอกาสยังสามารถเข้าถึงความรู้เกี่ยวกับการสำรวจขั้วโลกใต้ เทคโนโลยี และงานวิจัยสำคัญได้

ขณะที่ นายเสียว ชื่อหมิง ผู้บังคับการเรือเสว่หลง 2 (Mr.XIAO ZHIMIN, Captain) กล่าวว่า เรือเสว่หลง 2 เป็นเรือสำรวจขั้วโลกลำที่ 4 ของจีนและเป็นเรือสำรวจขั้วโลกลำแรกของจีนที่สร้างขึ้นเองทั้งหมด เป็นเรือตัดน้ำแข็งขนาดกลางที่มีความทันสมัยและมีสมรรถนะสูงที่สุดลำหนึ่งของโลก ภารกิจหลักของเสว่หลง 2 คือการสนับสนุนการสำรวจวิจัยขั้วโลกในหลากหลายสาขา นอกจากนี้ เรือยังมีบทบาทสำคัญในการรับส่งนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงการขนส่งเสบียง อาหาร เชื้อเพลิง และอุปกรณ์ก่อสร้างสำหรับสถานีวิจัยของจีนทั้งที่ขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ โดยจีนมีสถานีวิจัยหลายแห่งทั้งที่ขั้วโลกใต้ ได้แก่ สถานี Great Wall (1985), Zhongshan (1989), Kunlun (2009), Taishan Camp (2014) และสถานีล่าสุด Qinling (2024) และที่ขั้วโลกเหนือคือสถานี Yellow River (2004) ซึ่งเสว่หลง 2 มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของสถานีเหล่านี้

-(016)