มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์ ชวนกอดเติมกำลังใจ กับแคมเปญ ‘RMHC Hug Challenge’ วันครอบครัวสากล

มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์ ชวนกอดเติมกำลังใจ กับแคมเปญ ‘RMHC Hug Challenge’ วันครอบครัวสากล

มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์ ชวนกอดเติมกำลังใจ กับแคมเปญ ‘RMHC Hug Challenge’ วันครอบครัวสากล

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.03 น.

มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ หรือ  หรือ RMHC ร่วมฉลองวันครอบครัวสากล (International Family Day) ชวนคนไทย ‘กอด’ เติมกำลังใจ กับ แคมเปญสุดฮีลใจ ‘RMHC Hug Challenge’เพื่อเสริมสร้างความรัก เติมความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างคนในครอบครัวให้แข็งแกร่ง และส่งต่อพลังบวกเพื่อให้ทุกครอบครัวได้อยู่ใกล้ชิดกัน ตั้งแต่ 15 – 31 พฤษภาคม นี้

ทุกคนสามารถร่วมแคมเปญ ‘RMHC Hug Challenge’ ได้ง่ายๆ เพียงแชร์วิดีโอคลิปโมเมนต์การ ‘กอด’ เติมกำลังใจให้คนสำคัญของคุณเพื่อแสดงพลังของความเอาใจใส่ต่อกันและเป็นส่วนหนึ่งของวันครอบครัวสากล รวมถึงส่งต่อพลังบวกสู่ครอบครัวของผู้ป่วยเด็กที่พักในบ้านแมค บนทุกช่องทางโซเชียลมีเดียได้ตั้งแต่ 15 – 31 พฤษภาคม นี้ แล้ว tag มาที่ @RMHC Thailand พร้อมใส่ #giveahug_rmhc #rmhcth #rmhchugchallenge2025 หรือจะสนุกกับเอฟเฟกต์บน Tiktok สุดพิเศษจากแคมเปญนี้ได้ที่ https://vm.tiktok.com/ZMBwHhGus/  เพราะทุกๆ โมเมนต์ “การกอด” ของคุณ คือ “พลังใจ” ที่สามารถช่วยเยียวยาความเจ็บป่วยของเด็กๆ และเยียวยาจิตใจให้แก่ผู้ปกครองของผู้ป่วยเด็กได้เช่นกัน

ในวันครอบครัวสากลนี้   มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภารกิจของมูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ( RMHC )เพื่อให้ครอบครัวได้อยู่เคียงข้างและเป็นพลังใจสำคัญสำหรับผู้ป่วยเด็ก ผ่านการบริจาคในเคมเปญ Give A Hug, Get A Bag  ได้ที่ Line OA @rmhcthailand โดยยอดการบริจาคมูลค่า 555 บาทขึ้นไป รับทันที! กระเป๋าผ้า ‘Happy Tote Bag’  ผลิตจากเส้นใยขวดพลาสติกรีไซเคิล เทียบเท่าขวดพลาสติกจำนวน 30 ขวด สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ( RMHC )ได้ที่ FB • IG • TikTok • LINE @rmhcthailand หรือ www.rmhc.or.th/th/give-a-hug/

ยูโอบี ต่อยอดศิลปินไทยสู่ระดับนานาชาติ เปิดเวทีประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 16

ยูโอบี ต่อยอดศิลปินไทยสู่ระดับนานาชาติ เปิดเวทีประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 16

ยูโอบี ต่อยอดศิลปินไทยสู่ระดับนานาชาติ เปิดเวทีประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 16

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.01 น.

อีกหนึ่งเวทีประกวดผลงานจิตรกรรมที่ศิลปินมือใหม่และมืออาชีพรอคอย!! ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดตัวการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 16 ประจำปี 2568 เชิญชวนศิลปินไทยมืออาชีพและศิลปินใหม่หรือสมัครเล่นร่วมส่งผลงานสร้างสรรค์ชิ้นเอก เพื่อแสดงความสามารถทางศิลปะที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ การประกวดจิตรกรรมยูโอบีเป็นหนึ่งในการประกวดที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นเวทีระดับภูมิภาคเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของธนาคารยูโอบีในการสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนศิลปิน รวมถึงยกระดับศิลปินไทยสู่เวทีศิลปะระดับนานาชาติให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น

นางสาวธรรัตน โอฬารหาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า การดำเนินงานของยูโอบี ไม่เพียงแต่เชื่อมโยงธุรกิจในภูมิภาคเท่านั้น   แต่ยังเป็นการดูแลพัฒนาชุมชนที่เราเข้าไปดำเนินงานอยู่ รวมถึงการสนับสนุนศิลปะ ในฐานะที่ธนาคารยูโอบีเป็นผู้นำด้านการสนับสนุนวงการศิลปะในภูมิภาคเอเชีย เราเชื่อมโยงศิลปะเข้ากับผู้คนผ่านโครงการต่างๆ อาทิ การประกวดจิตรกรรมยูโอบี และการจัดยูโอบี อาร์ต โรดโชว์ เดินสายเพื่อเพิ่มทักษะและสร้างแรงบันดาลใจให้ศิลปิน พร้อมทั้งส่งเสริมความเป็นเลิศทางศิลปะผ่านโอกาสในเวทีนานาชาติ ช่วยให้ศิลปินได้แสดงผลงาน ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคและเข้าถึงผู้ชมที่กว้างขึ้น พร้อมด้วยโอกาสทางศิลปะที่ไม่มีที่สิ้นสุด

เพื่อให้เห็นภาพประสบการณ์และโอกาสในระดับภูมิภาคที่ได้จากการเข้าร่วมการประกวดนี้ 3 ศิลปินรุ่นพี่ ได้ร่วมแชร์มุมมอง ความคิดและแรงบันดาลใจที่ได้รับจากการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมภายใต้ เครือข่ายศิลปินยูโอบี (UOB Artist Alumni Network) ระดับภูมิภาคที่มุ่งส่งเสริมศิลปินที่เคยได้รับรางวัลจากการประกวดจิตรกรรมยูโอบีในระยะยาวใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การแสดงผลงานในนิทรรศการศิลปะระดับนานาชาติที่ได้รับการยอมรับ เช่น Art Jakarta และ Art Central Hong Kong ที่ยูโอบีเป็นพาร์ตเนอร์หลัก การสร้างสรรค์งานศิลปะสำหรับการจัดแสดงหรือการประมูล โครงการศิลปินในพำนักในต่างประเทศ รวมถึงโอกาสในการสร้างเครือข่ายศิลปินและชุมชนศิลปะต่างๆ ในภูมิภาค

นายสุกิจ ชูศรี ศิลปินคนแรกที่ชนะเลิศการประกวดจิตรกรรมยูโอบีในประเทศไทยถึงสองครั้ง ในปี 2567 และปี 2560 พร้อมคว้ารางวัลชนะเลิศระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year ประจำปี 2560, นายชมรวี สุขโสม ศิลปินรางวัลชนะเลิศประเทศไทยและระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year ประจำปี 2565 และได้รับคัดเลือกเป็นศิลปินในพำนักที่ Cité Internationale des Arts กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสในปี 2568, นางสาวมุกดารัศมิ์ คำปา ศิลปินรางวัลเหรียญทอง ประเภทศิลปินอาชีพ การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประเทศไทย ประจำปี 2567 และได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนศิลปินในเครือข่ายยูโอบี ประเทศไทย ร่วมแสดงผลงานในงาน Art Central Hong Kong 2025

นายสุกิจ ชูศรี กล่าวว่า “ความพิเศษของการประกวดจิตรกรรมยูโอบีคือ การให้ความสำคัญกับศิลปินอย่างต่อเนื่อง แม้การประกวดจะจบลง แต่ยูโอบียังคงสนับสนุนและสร้างโอกาสให้ศิลปินได้แสดงผลงานในเวทีต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ การได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดจิตรกรรมยูโอบีถึงสองครั้งในระดับประเทศ และอีกหนึ่งครั้งในระดับอาเซียน ทำให้ผมได้เห็นถึงพัฒนาการของตัวเองอย่างชัดเจน เวทีนี้ไม่เพียงแต่ให้โอกาสในการแสดงผลงาน แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้ผมก้าวข้ามขีดจำกัด และสร้างสรรค์ผลงานที่มีความแตกต่างและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

นายชมรวี สุขโสม กล่าวเสริมว่า “สิ่งที่เวทีการประกวดจิตรกรรมยูโอบี มอบให้ ไม่ใช่แค่เงินรางวัลหรือชื่อเสียง แต่คือประตูที่เปิดสู่โลกใหม่ สำหรับผม ยูโอบีเปรียบเสมือนผู้นำทางชีวิตในฐานะศิลปิน ทำให้ผมมั่นใจว่า การเดินบนเส้นทางศิลปะเป็นไปได้จริง และเป็นแรงบันดาลใจให้ผมพร้อมคว้าโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ และการได้เข้าร่วมโครงการศิลปินในพำนักที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นโอกาสที่เกินฝันที่ได้รับจากเวทีการประกวดจิตรกรรมยูโอบี และถือเป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตผมอีกครั้ง ทำให้ผมได้พบเจอเพื่อนศิลปินจากทั่วโลก ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวคิดใหม่ๆ ที่เปลี่ยนวิธีคิดและการสร้างสรรค์งานศิลปะของผมไปโดยสิ้นเชิง ยูโอบีไม่ได้หยุดแค่การจัดประกวด แต่ยังเดินเคียงข้างศิลปินอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสนับสนุนโอกาสในระดับนานาชาติ การสร้างเครือข่ายศิลปิน และการส่งเสริมให้ศิลปินไทยกล้าเติบโตบนเวทีโลก”

นางสาวมุกดารัศมิ์ คำปา เล่าว่า “อยากฝากถึงน้องๆ หรือคนที่สนใจว่า อย่าลังเล เวทีการประกวดนี้เปิดกว้างสำหรับทุกคนและทุกไอเดีย ผลงานนามธรรมของมุกพิสูจน์แล้วว่า งานที่แตกต่างจากงานอื่นๆ งานที่มักจะเข้าถึงคนทั่วไปยากก็มีโอกาสคว้ารางวัลและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติได้ แม้ไม่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวด แต่ยังได้รับการคัดเลือกจากยูโอบีให้ไปแสดงผลงานที่ฮ่องกง รู้สึกดีใจมากค่ะ บางครั้ง การทำตามความฝัน ก็สามารถเปิดประตูสู่โอกาสต่างๆ มากมายเกินกว่าที่คุณจะจินตนาการได้”

การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 16 เปิดรับผลงานแล้ววันนี้ สำหรับศิลปินอาชีพและศิลปินใหม่ทุกคนที่สนใจส่งผลงานเข้าประกวด ไม่ว่าจะเป็นศิลปินชาวไทยหรือผู้มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศไทยสามารถส่งผลงานที่ดีที่สุดของตนเองได้คนละหนึ่งผลงาน ไม่มีข้อจำกัดด้านหัวข้อ โดยสามารถส่งผลงานทางออนไลน์ได้ที่ http://www.uob.co.th/poy ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฏาคม 2568  โดยพิธีประกาศรางวัลการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 16 จะจัดขึ้นในวันที่ 8 ตุลาคม 2568

ผู้ชนะเลิศการประกวดระดับประเทศจากทั้ง 5 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม จะมีโอกาสเข้าชิงรางวัลชนะเลิศระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year ที่มีรางวัลมูลค่า 13,000 เหรียญสิงคโปร์ นอกเหนือจากรางวัลชนะเลิศระดับประเทศที่ได้รับจากแต่ละประเทศ และยังมีโอกาสได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการศิลปินในพำนัก ที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารยูโอบี โดยพิธีมอบรางวัลและการประกาศผลผู้ชนะเลิศการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ระดับภูมิภาค ประจำปี 2568 จะจัดขึ้นในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ณ ประเทศสิงคโปร์

ทั้งนี้ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรม “ยูโอบี อาร์ต โรดโชว์” ไปตามมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยด้านศิลปะอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 จะไปยังสถาบันกว่า 28 แห่งทั่วประเทศ นับเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างแรงบันดาลใจและเพิ่มทักษะให้ศิลปินไทยรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาได้รับฟังข้อมูลที่น่าสนใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะเพื่อการก้าวสู่เส้นทางอาชีพด้านศิลปะ พร้อมจุดประกายให้ศิลปินใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสิ่งแวดล้อมในทางที่ดีขึ้น

โซฟิเทลเสิร์ฟความหวานทั่วโลกผ่านครัวซองต์ ลิมิเต็ดเอดิชัน ‘Floral Voyayge’ แรงบันดาลใจจากดอกไม้พื้นเมือง 5 ทวีป

โซฟิเทลเสิร์ฟความหวานทั่วโลกผ่านครัวซองต์ ลิมิเต็ดเอดิชัน  ‘Floral Voyayge’ แรงบันดาลใจจากดอกไม้พื้นเมือง 5 ทวีป

โซฟิเทลเสิร์ฟความหวานทั่วโลกผ่านครัวซองต์ ลิมิเต็ดเอดิชัน ‘Floral Voyayge’ แรงบันดาลใจจากดอกไม้พื้นเมือง 5 ทวีป

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ฤดูกาลนี้ โซฟิเทล ผู้นำด้านการบริการแบบหรูหราสไตล์ฝรั่งเศส ชวนคุณออกเดินทางรอบโลกผ่านกลีบดอกไม้และเนยหอมกรุ่น กับการเปิดตัว La Haute Croissanterie Blossoms คอลเลกชันครัวซองต์ลิมิเต็ดเอดิชันที่ทั้งสวย หอม และน่าลิ้มลองที่สุดแห่งปี ครัวซองต์แต่ละชิ้นเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจจากดอกไม้พื้นเมืองและรสชาติท้องถิ่นจาก 7 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นละมุนของซากุระจากเกาหลีใต้ ชบาหวานสดจากเบนิน หรือดาเลียชวนฝันจากเม็กซิโก ทุกคำคือประสบการณ์ใหม่ที่ผสานศิลปะการอบขนมแบบฝรั่งเศสเข้ากับกลิ่นอายของโลกกว้างอย่างลงตัว

คอลเลกชัน La Haute Croissanterie สุดพิเศษนี้ได้รับการรังสรรค์โดยเชฟขนมอบระดับมาสเตอร์ของโซฟิเทล ที่หยิบเอาเสน่ห์ของดอกไม้ท้องถิ่นมาแปรเปลี่ยนเป็นครัวซองต์สุดสร้างสรรค์ ทั้งกลิ่น รส และศิลปะการจัดวาง ในเอเชีย Sofitel Ambassador Seoul Hotel & Serviced Residences เตรียมนำเสนอครัวซองต์สูตรพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากกลีบดอกซากุระแสนละมุนในฤดูใบไม้ผลิ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 พร้อมยืดช่วงเวลาแห่งความงามให้กลายเป็นรสชาติที่น่าหลงใหลและน่าจดจำ

La Haute Croissanterie: เมื่อครัวซองต์กลายเป็นงานศิลป์แบบโอต์ กูตูร์ (Haute Couture)

แรงบันดาลใจจากโลกแฟชั่นชั้นสูงถูกถักทอเข้ากับศิลปะการอบครัวซองต์ใน La Haute Croissanterie คอนเซ็ปต์สุดหรูจากโซฟิเทลที่เปิดตัวครั้งแรกอย่างสวยงามในวันครัวซองต์สากล เดือนมกราคม 2567 โดยมีจุดมุ่งหมายในการยกระดับครัวซองต์ต้นตำรับฝรั่งเศสให้กลายเป็นประสบการณ์หรูหราที่สะท้อนรสนิยม ด้วยการผสานสัดส่วนแป้งและเนยแท้ พร้อมกลิ่นอายของวัตถุดิบท้องถิ่นจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นความเผ็ดร้อนแบบโคชูจังจากเกาหลีใต้ ความหอมกรุ่นของซาอาตาร์จากตะวันออกกลาง หรือความละมุนของพราลีนเฮเซลนัตจากแคว้นพีดมอนต์

คอลเลกชันลิมิเต็ดเอดิชันปี 2568 ที่เปลี่ยนกลีบดอกไม้ให้กลายเป็นงานศิลป์บนชั้นแป้งเนย

คอลเลกชัน La Haute Croissanterie Blossoms คือการเฉลิมฉลองศิลปะแห่งดอกไม้ในแบบฉบับ Sofitel ที่เปลี่ยนครัวซองต์ให้กลายเป็นประสบการณ์รสชาติสุดหรูจาก 7 ประเทศทั่วโลก คือ เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส โมร็อกโก เม็กซิโก ออสเตรเลีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  ครัวซองต์ลิมิเต็ดเอดิชันนี้รังสรรค์โดยเชฟขนมอบจากโรงแรมโซฟิเทลทั่วโลก ด้วยแรงบันดาลใจจากดอกไม้พื้นเมือง ผสานกลิ่นหอมและรสชาติท้องถิ่นลงในแป้งเนยอย่างประณีต พร้อมเสิร์ฟความแปลกใหม่ตั้งแต่พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไปเป็นเวลา 4 เดือน

Anne-Cécile Degenne เชฟบริหารประจำเครือโซฟิเทล กล่าวว่า “การสร้างสรรค์ La Haute Croissanterie Blossoms คือการยกระดับประสบการณ์ในชีวิตประจำวันของแขก ผ่านขนมอบที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว เรานำแรงบันดาลใจจากดอกไม้พื้นเมืองทั่วโลกมาผสานเข้ากับรสชาติที่ไม่ธรรมดา เพราะธรรมเนียมการมอบดอกไม้คือภาษาสากลแห่งความรู้สึกดี ๆ La Haute Croissanterie Blossoms จึงเปรียบเสมือนช่อดอกไม้ที่สามารถลิ้มรสได้ สวยงาม อร่อย และไม่เหมือนใคร”

สำหรับ Sofitel แล้ว โลโก้ Cultural Link ไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ แต่คือหัวใจของการเชื่อมโยงแนวคิด ผู้คน และวัฒนธรรมอย่างมีชีวิต ผ่านครัวซองต์อบสดใหม่ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างสร้างสรรค์ในแต่ละจุดหมายทั่วเอเชีย ทุกชิ้นล้วนสะท้อนเอกลักษณ์ของท้องถิ่นได้อย่างน่าประทับใจ La Haute Croissanterie ในเอเชียจึงไม่เพียงเป็นเรื่องของรสชาติ แต่คือการเดินทางของวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดออกมาในทุกคำ โดยแต่ละโรงแรมจะนำเสนอแตกต่างกันออกไป ได้แก่ Sofitel Krabi Phokeethra Golf & Spa Resort ประเทศไทย แขกจะได้ลิ้มลองครัวซองต์หมึกดำผสมเกลือทะเลที่สะท้อนกลิ่นอายชายฝั่งกระบี่ Sofitel Singapore City Centre ประเทศสิงคโปร์ เชฟนำชา Teh Tarik มาผสมในแป้งครัวซองต์ เพื่อสร้างรสชาติที่เข้มข้นและเป็นเอกลักษณ์ Sofitel Bangkok Sukhumvit ประเทศไทย เพิ่มความหอมของใบเตยให้ครัวซองต์มีมิติที่ละมุนยิ่งขึ้น Sofitel Saigon Plaza ประเทศเวียดนาม รังสรรค์เมนู Caffé-sant ที่ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของเวียดนาม Sofitel Phnom Penh Phokeethra ประเทศกัมพูชา ครัวซองต์ อาม็อก ที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมของเครื่องแกงกะทิกัมพูชาได้นำรสชาติท้องถิ่นมาสู่ขนมอบในแบบที่ไม่เหมือนใคร

ก้าวสู่โลกแห่งการเชื่อมต่อ ‘WWW’ นิทรรศการศิลปะและการประมูลสุดพิเศษ

ก้าวสู่โลกแห่งการเชื่อมต่อ ‘WWW’ นิทรรศการศิลปะและการประมูลสุดพิเศษ

ก้าวสู่โลกแห่งการเชื่อมต่อ ‘WWW’ นิทรรศการศิลปะและการประมูลสุดพิเศษ

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

 “WWW” นิทรรศการศิลปะและการประมูล โดย The Art Auction Center เปิดพื้นที่ให้เราทบทวนความหมายของการเชื่อมต่อในยุคดิจิทัล ผ่านผลงานศิลปะชั้นเยี่ยมจากศิลปินไทย 136 ผลงาน ที่พร้อมสะกิดใจและตั้งคำถามกลับไปยังผู้ชมทุกคน

บริษัท ดิ อาร์ต อ๊อคชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด สถาบันการประมูลศิลปะอันดับ 1 ของไทย เชิญชวนเข้าชมนิทรรศการศิลปะ “WWW” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 25 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ ท่าพิพิธภัณฑ์ ก่อนเข้าสู่การจัดประมูลในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ ท่าพิพิธภัณฑ์

พิริยะ วัชจิตพันธ์ ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ กล่าวว่า การแสดงงานศิลปะภายใต้แนวคิด “โลกของการเชื่อมต่อ” ครั้งนี้เชิญชวนผู้ชมสำรวจบทบาทของศิลปะท่ามกลางคลื่นข้อมูลที่หมุนเวียนในยุคดิจิทัล งานศิลปะไม่เพียงแต่เชื่อมโยงผู้คน แต่ยังสะท้อนความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง ท่ามกลางโลกที่ดูเหมือนจะเชื่อมต่อกันตลอดเวลาแต่กลับห่างไกลจากความเข้าใจ ศิลปะจึงกลายเป็นเสมือนเข็มทิศที่นำทางเรากลับสู่แก่นแท้ของตนเอง

“ในยุคที่ทุกสิ่งดูจะหมุนเร็ว ศิลปะกลับทำหน้าที่เป็นพื้นที่หยุดนิ่งให้เราได้ทบทวน และเชื่อมต่อกับสิ่งที่ลึกซึ้งกว่าและนิทรรศการ WWW เป็นเหมือนการเปิดหน้าต่างให้กับทั้งคนรักศิลปะและผู้เริ่มต้น ได้กลับมารับรู้คุณค่าที่แท้จริงของการมองเห็น”

พิริยะ วัชจิตพันธ์

ภายในนิทรรศการศิลปะและการประมูล “WWW” พบกับผลงานศิลปะ 136 ชิ้นจากศิลปินไทยระดับแนวหน้า ทั้งศิลปินชั้นครูผู้เปี่ยมประสบการณ์ และคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตา ผ่านผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่งานจิตรกรรมคลาสสิกไปจนถึงสื่อผสมร่วมสมัยและผลงานแนวทดลองที่ฉีกกรอบการนำเสนอแบบเดิม โดยแต่ละชิ้นล้วนถ่ายทอดแนวคิด อัตลักษณ์ และเรื่องเล่าที่แตกต่าง ตั้งแต่การตั้งคำถามต่อโลก ไปจนถึงการสำรวจความรู้สึกส่วนลึกในจิตใจมนุษย์ อย่างลึกซึ้งและทรงพลัง

ไฮไลท์ของงาน อาทิ ผลงานจิตรกรรม  “UMBRELLAS”เป็นภาพกลุ่มคนยืนกางร่มกลางสายฝน  โดย กิตติ นารอด (ปี 2564) เทคนิค: Acrylic on canvas ราคาประเมิน:  1,000,000 – 1,500,000  บาท, ผลงานแนวกราฟฟิตี้“THE ENDLESS WAVES” โดย อเล็กซ์ เฟส x มือบอญ (ปี 2565) เทคนิค: Spray, acrylic gouache and oil on a vintage galvanized advertising board ราคาประเมิน: 1,500,000 – 1,800,000 บาท

ผลงานของ ถวัลย์ ดัชนี

ผลงานจิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบ “TIGER/เสือ” โดย ถวัลย์ ดัชนี (ปี 2551) เทคนิค: Oil on canvas ราคาประเมิน:  4,000,000 – 5,000,000 บาท , ผลงาน “บึงบัว” โดย ทวี นันทขว้าง (ปี 2528) เทคนิค: Acrylic on canvas ราคาประเมิน: 4,500,000 – 5,500,000 บาท,  ผลงานสีน้ำมันบนผ้าใบ “DREAM OF THE HOMELESS (ฝันของคนใฝ่บ้าน)” โดย สุเชาว์ ศิษย์คเณศ (ปี 2528) เทคนิค: Oil on canvas ราคาประเมิน: 3,500,000 – 4,500,000 บาท

ผลงานของ ประเทือง เอมเจริญ

ภาพจิตรกรรมสีน้ำมันอย่างหาใครเทียบได้ยาก “สุพรรณหงส์” โดย จำรัส เกียรติก้อง (ปี 2495) เทคนิค: Oil on canvas ราคาประเมิน: 1,500,000 – 2,000,000 บาท, ภาพ “ม้าพบธรรม (ปีมะเมีย)” โดย เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ (ปี 2552) เทคนิค: Acrylic on canvas ราคาประเมิน: 3,500,000 – 4,500,000 บาท

ผลานของ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์

ผลงานประติมากรรมสำริด  “CHILDREN’S GAME / ขี่ม้าส่งเมือง, Ed.3/9” โดย เขียน ยิ้มศิริ (ปี 2504) เทคนิค: Bronze ราคาประเมิน: 1,200,000 – 1,800,000 บาท, ผลงาน “ครบรอบ 60 ปี การเดินทางด้วยรถ Lambretta จากประเทศไทยถึงเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี” โดย อินสนธิ์ วงค์สาม (ปี 2566 – 2568) เทคนิค: Painted on Lambretta X300 SR และ Painted on helmet ราคาประเมิน: 1,000,000 – 1,500,000 บาท  รวมถึง “BLUE IN DIMENSIONS / มิติสีน้ำเงิน” โดย ประเทือง เอมเจริญ (ปี 2535) เทคนิค: Oil on canvas ราคาประเมิน 650,000 – 850,000 บาท และ “UNTITLED” โดย   (ปี 2554) เทคนิค: Oil on canvas ราคาประเมิน 700,000 – 900,000 บาท เป็นต้น

ผลงานของ ทวี นันทขว้าง

ผลงานของ กิตติ นารอด

ผลงานของ อเล็กซ์ เฟส x มือบอญ

‘ชัญชกร ชัยพรหมประสิทธิ์’ ทายาทรุ่นที่ 3 ‘มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง’ เปิดหน้าร้านสาขาแรก สุขุมวิท 51 สานต่อตำนานความอร่อยกว่า 50 ปี

‘ชัญชกร ชัยพรหมประสิทธิ์’ ทายาทรุ่นที่ 3 ‘มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง’  เปิดหน้าร้านสาขาแรก สุขุมวิท 51 สานต่อตำนานความอร่อยกว่า 50 ปี

‘ชัญชกร ชัยพรหมประสิทธิ์’ ทายาทรุ่นที่ 3 ‘มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง’ เปิดหน้าร้านสาขาแรก สุขุมวิท 51 สานต่อตำนานความอร่อยกว่า 50 ปี

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

 “มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง” แบรนด์ขนมไทยต้นตำรับกว่า 50 ปี เปิดร้านสาขาแรกอย่างเป็นทางการ ในซอยสุขุมวิท 51 พิน – ชัญชกร ชัยพรหมประสิทธิ์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของแบรนด์ ถ่ายทอดเสน่ห์ของรสชาติและความทรงจำจากรุ่นคุณยายสู่รุ่นหลานสู่บรรยากาศอบอุ่น ที่ชวนให้รู้สึกเสมือนได้กลับไปทานของอร่อยที่บ้านคุณยาย อีกครั้ง พร้อมกลิ่นข้าวหอมมะลิและหมูหยองหอมๆ ที่หลายคนคุ้นเคย

พิน – ชัญชกร ชัยพรหมประสิทธิ์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของแบรนด์ กล่าวว่า “สำหรับดิฉัน มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง ไม่ได้เป็นแค่ขนม แต่คือเรื่องเล่าและมรดกจากครอบครัว ที่ผ่านการใส่ใจมาทุกรุ่น การเปิดร้านนี้ เราอยากให้คนได้สัมผัสกับบรรยากาศคลาสสิก ในรูปแบบใหม่ที่ร่วมสมัยขึ้น ทั้งกลิ่นขนม เสียงหัวเราะ และการพูดคุยแบบอบอุ่นในพื้นที่เล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ ในขณะเดียวกันก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าของเราได้มากขึ้นและสะดวกยิ่งขึ้นทั้งที่ walk-in และที่สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ”

พิน – ชัญชกร ชัยพรหมประสิทธิ์ 

จุดเริ่มต้นของแบรนด์ “มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง” ซึ่งย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2511 เมื่อ นางสมสมร (โปษยานนท์) คูสกุล คุณยายของ พิน ชัญชกร ชัยพรหมประสิทธิ์ ตั้งใจทำขนมนี้ให้เป็นของฝากแทนความห่วงใยให้ลูกๆ ที่ต้องเดินทางไปเรียนไกลบ้าน ความตั้งใจนี้ได้พัฒนากลายมาเป็น “ข้าวตังทรงเครื่อง” ที่โดดเด่นด้วยรสหวานเค็มพอดี และกลิ่นกระทะที่เป็นเอกลักษณ์จากการใช้เตาถ่าน ซึ่งหลังจากเริ่มทำขาย นางสมสมร ยังได้คิดค้นประดิษฐ์เครื่องรีดข้าวตังขึ้นเอง เพื่อให้ได้แผ่นข้าวตังที่มีความหนาเท่ากันทุกแผ่น ที่ยังคงสืบทอดในกระบวนการผลิตมาจนถึงทุกวันนี้

ในปี 2566  พิน ชัญชกร ทายาทรุ่นที่ 3 ได้ปรับโฉมแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ “มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง” ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ คุณแม่ – มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ ผู้ที่เป็นที่รู้จักในวงการรีเทลของไทย และเป็นผู้สืบทอดสูตรข้าวตังรุ่นที่สอง โดยมีการปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น ทั้งในด้านดีไซน์ บรรจุภัณฑ์ ช่องทางการจัดจำหน่าย และแนวทางการสื่อสารที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ ขณะที่ยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ต่างๆ ไว้ครบถ้วน เช่นเดียวกับโลโก้รูปผู้หญิงบนฉลาก ซึ่งเป็นภาพวาดของคุณยายสมสมร โดยฝีมือของคุณตาอำพล คูสกุล อดีตนายธนาคารและสามีของคุณสมสมร ที่ได้วาดขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นสร้างแบรนด์

หลังการรีแบรนด์ แบรนด์ “มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง”  พิน ชัญชกร  เล่าว่า ประสบความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้า ยอดขายเติบโตเกือบสองเท่าภายในเวลาเพียงสองปี และมียอดจำหน่ายรวมมากกว่า 120,000 ขวด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่ชุดของขวัญลิมิเต็ดเอดิชั่นได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ปัจจุบันผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายแล้วในซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมอย่าง Gourmet Market และ Rim Ping Supermarket รวมถึงช่องทางออนไลน์และแอปพลิเคชันเดลิเวอรีชั้นนำ

ในปี 2568 “มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง” เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ เช่น ข้าวตังสูตรมังสวิรัติ และสูตรไม่มีน้ำตาล พร้อมพัฒนาระบบสมาชิกผ่าน LINE เพื่อส่งเสริมการซื้อซ้ำ และเตรียมความพร้อมในการขยายสู่ร้านค้าและห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์ทั่วประเทศ รวมถึงแผนส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศในอนาคต

“นอกจากนี้ เรายังมีเป้าหมายในการสร้างแบรนด์ขนมไทยที่คนรุ่นใหม่รู้สึกใกล้ชิด และสามารถเติบโต อย่างยั่งยืนทั้งในไทยและตลาดต่างประเทศ โดยยังคงรักษาความจริงใจและคุณภาพทุกกระบวนการ”   พิน ชัญชกร กล่าวสรุป

“มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง” ยังคงยึดมั่นในคุณค่าที่มากกว่ารสชาติ นั่นคือ ความรัก ความทรงจำที่ไม่เคยเลือนหาย สามารถหาซื้อได้ที่ Line Official (@kaotang_songkrueng), Shopee, Robinhood, LINEMAN, Grab, Gourmet Market (สยามพารากอน, เอ็มควอเทียร์, เอ็มโพเรียม), The Mall (ท่าพระ, บางกะปิ, งามวงศ์วาน และบางแค) และริมปิงซูเปอร์มาร์เก็ตเชียงใหม่

สังสรรค์กระชับมิตร “สงกรานต์ สราญสุข วปรอ.4010”

สังสรรค์กระชับมิตร “สงกรานต์ สราญสุข วปรอ.4010”

สังสรรค์กระชับมิตร “สงกรานต์ สราญสุข วปรอ.4010”

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ชมรมนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นปี 4010 (ชมรม วปรอ.4010) นำโดย ดร.นุชนาถ วสุรัตน์ ประธานกรรมการบริหารชมรม จัดงาน “สงกรานต์ สราญสุข วปรอ.4010” เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทยในเทศกาลสงกรานต์ หรือ วันขึ้นปีใหม่ไทย เพื่อสรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้อาวุโส และสังสรรค์พบปะสร้างความสามัคคีในหมู่สมาชิก จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2568 ณ โปโลคลับ ถ.วิทยุ

ดร.นุชนาถ วสุรัตน์ ประธานชมรมนำทีมสมาชิกมอบมาลัยแสดงมุทิตาจิตต่ออดีตประธานชมผู้อาวุโส

กิจกรรมภายในงานเริ่มจาก ดร.นุชนาถ วสุรัตน์ ประธานกรรมการบริหารชมรมกล่าวเปิดงาน ตามด้วยพิธีมุทิตาจิตแก่อดีตประธานรุ่นที่เคารพนับถือ เพื่อขอพร การสรงน้ำพระพุทธรูปเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ด้านความบันเทิงจัดเต็มจากสมาชิกชมรม อาทิ นาวิน ขันธหิรัญ นำทีมเพื่อนๆ ขับร้องเพลงประจำชมรม รำวงสงกรานต์ รำอวยพร “บุษบาอธิษฐาน” โดย ทิพาพร ทรัพย์สิรินทร์  การแสดงยิมนาสติกลีลาจาก น้องมีตัง – ด.ญ.สิตานัน เอกบรรณสิงห์ นักกีฬายิมนาสติกลีลาทีมชาติไทย หลานสาว พล.ต.พงษา เอกบรรณสิงห์การแสดงเต้น “ตะลุงสงกรานต์” ที่กำกับการแสดงโดย ดร.พรรณประภา อินทรวิทยนันท์ จากนั้นเป็นการขับร้องเพลงเพราะๆ จากนักร้องกิตติมศักดิ์  ปิดท้ายการแสดงด้วย การเดินแฟชั่นโชว์หยุดโลก นำโดย ดร.นุชนาถ วสุรัตน์ ประธานชมรม

ดร.นุชนาถ วสุรัตน์ ประธานชมรมนำทีมสมาชิก มอบมาลัยแสดงมุทิตาจิตต่ออดีตประธานชมรมผู้อาวุโส อาทิ พล.อ.อ.ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร, ปิติพงษ์ธิติ แก่นสารสมใจ, ดร.พรรณประภา อินทรวิทยนันท์, พวงเพชร กันยาบาล, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง, นาวิน ขันธหิรัญ, พล.ต.อ.ดร.ปรุง บุญผดุง, พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ และ พล.อ.ธนเดช ประทุมรัตน์

นอกจากการแสดงสนุกๆ แล้วภายในงานยังมีการจับฉลากแจกรางวัล อาทิ ตู้เย็น 6.5 คิว และของรางวัลมากมากมาย รวมถึงของที่ระลึกติดไม้ติดมือมอบให้สมาชิกที่มาร่วมงานอย่างทั่วถึงอีกด้วย

ดร.เจือจันทร์  จงสถิตอยู่,ศ.ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์, ดร.นุชนาถ วสุรัตน์, ดร.พรรณประภา อินทรวิทยนันท์,ศิริกุล ธนสารศิลป์ และ ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ

ศิริกุล ธนสารศิลป์,สุวิมล ภูมิสิงหราชเพ็ญพักตร์ ศรีทอง, ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ, อินทรานี สุมาวงศ์ , และ ดร.เจือจันทร์  จงสถิตอยู่

มารินา ผลอนันต์, พวงเพชร กันยาบาล, ปภาดา แก่นสารสมใจ, เนื้อทิพย์ บุญเลี้ยง, สุมาลี  สิงหพันธุ์, ศิรินรี แขวงโสภา, กฤษณา ศรีสรรพกิจ, ดวงสมร บุญผดุง และครู Rose

ทัธธานา รอดโพธิ์ทอง, รัมภา มีกลิ่นหอม, พงศศักดิ์ เกษมสุวรรณ, กฤษณา ศรีสรรพกิจ, พิมสิมา เกษมสุวรรณ, สุมาลี ประทุมรัตน์ และ พิมพรรณ พงศ์พิชญามาตย์

สายัณห์ จันทร์วิภาสวงค์, จีระศักดิ์ ธเนศนันท์, พล.ท.พิชัย รอดเรืองศรี, พล.อ.อ.จารึก สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ นำทีมแสดงเต้นตะลุงสงกรานต์

ประธานชมรมมอบดอกไม้และของขวัญแก่ ดร.พรรณประภา อินทรวิทยนันท์พวงเพชร กันยาบาล, ปิติพงษ์ธิติ แก่นสารสมใจ และเพื่อนๆ

ดร.นุชนาถ วสุรัตน์ ประธานชมรม กับลีลาเดินแบบหยุดโลก

ศ.ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ และ ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ ร่วมเดินแบบหยุดโลก

สมาชิกชมรม วปรอ.4010 ร่วมเดินแบบ

รำอวยพร “บุษบาอธิษฐาน” โดย ทิพาพร ทรัพย์สิรินทร์ 

ศ.ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ มอบดอกไม้ให้ น้องมีตัง-สิตานัน เอกบรรณสิงห์ มาร่วมโชว์ยิมนาสติกลีลา โดยมีคุณแม่ ภัทราพร เอกบรรณสิงห์ และคุณพ่อ คณิต เลิศศรีบัณฑิต ร่วมถ่ายภาพ

นาวิน ขันธหิรัญ นำทีมเพื่อนๆ ร้องเพลงรำวงสงกรานต์ สร้างความสนุกสนาน

สุมาลี ประทุมรัตน์, ดร.พรรณประภา อินทรวิทยนันท์, ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ.อยุธยา, อินทรานี สุมาวงศ์, พล.อ.อ. วีรวิท คงศักดิ์, ดร.เจือจันทร์  จงสถิตอยู่, ศิริกุล ธรสารศิลป์, พงศ์ศักดิ์ เกษมสุวรรณ, ดร.นุชนาถ วสุรัตน์, พล.ต.อ.ดร.ปรุง บุญผดุง, ภรณี ลีนุตพงษ์, สุวิมล ภูมิสิงหราช, ปิติพงษ์ธิติ แก่นสารสมใจ และ พล.อ. ธนเดช ประทุมรัตน์

ประธานชมรมฯ มอบของที่ระลึกให้กับ นคร-วนิดา ศิลปอาชา ที่ช่วยสร้างสรรค์งานอย่างเต็มที่

ดร.นุชนาถ วสุรัตน์ ต้อนรับ นาวิน ขันธหิรัญ และ ศิริกุล ธนสารศิลป์

COVERNAT แบรนด์แฟชั่น เค สตรีท ชื่อดังปักหมุดไทยแลนด์ เปิดตัวแฟลกชิป สโตร์ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

COVERNAT แบรนด์แฟชั่น เค สตรีท ชื่อดังปักหมุดไทยแลนด์   เปิดตัวแฟลกชิป สโตร์ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

COVERNAT แบรนด์แฟชั่น เค สตรีท ชื่อดังปักหมุดไทยแลนด์ เปิดตัวแฟลกชิป สโตร์ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

COVERNAT (โคเวอร์แนท) แบรนด์เสื้อผ้าสตรีทแฟชั่นจากเกาหลีใต้ เปิดตัวแฟลกชิป สโตร์ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ชั้น 1 สยามสแควร์ วัน โดยมี ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน นักแสดง-นักร้องคนดังที่แฟนคลับทั้งไทยและต่างชาติพร้อมใจยกให้เป็นหนุ่มหล่อขั้นเทพซีรี่ย์มิตรภาพ พร้อมซุปตาร์สาวสุดคิ้วท์ แอลลี่ อชิรญา นิติพน ที่ควง เชอแตม ณมน สวาทยานนท์ ศิลปินคนล่าสุดจากค่าย 411 Music มาร่วมแสดงความยินดีกับการเปิดตัวของแบรนด์ดังสัญชาติเกาหลี ณ ใจกลางกรุงเทพมหานคร บนพื้นที่กว่า 115 sqm. ซึ่งทั้งสามเอ็นจอยสุดกับการร่วมถ่าย Lifestyle Fashion look ครั้งแรกของแบรนด์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

COVERNAT (โคเวอร์แนท)  เป็นแบรนด์เสื้อผ้าสตรีทแฟชั่น Top 5  ของเกาหลีใต้ที่มีอิทธิพลต่อคนไทยจากการจัดอันดับโดย Musinsa Global ยกให้เป็นแบรนด์สายแข็งจากฟากเกาหลีใต้ที่ทั้ง Celeb เกาหลี หรือนักแสดงชาวจีนเบอร์ต้นๆ ต้องมี ที่คุ้นตาคือ Signature Ball Cap Logo “C” ที่ Lisa เคยใส่ขึ้นปก BAZAAR China แถมยังได้ โจวอวี่ถง (Zhou Yu Tong) นักแสดงสาวจีนคนดัง จากเรื่อง Fall In Love With A Scientist สะดุดรักนายนักวิทย์ เลือกที่จะใส่ถ่ายแบบจนทำให้เกิดกระแสนิยมของ COVERNAT อย่างรวดเร็ว

 COVERNAT สร้าง DNA ของแบรนด์ ด้วย Core Value 3 เรื่อง ที่มีความชัดเจนมาตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกของแบรนด์ในปี 2008 นั่นคือ #Natural การผสมผสานดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่เติมความมีลูกเล่นในจุดต่างๆ ได้อย่างลงตัว #On Trend ทางแบรนด์มี Statement ที่ชัดเจนว่าจะเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่นในเกาหลีใต้  #New Basic ทุกๆ Collection เน้นงานเรียบง่ายแต่ดูมีอะไร หรือจะเรียกว่า เป็น New Era ของคำว่า Basic ก็ว่าได้ และจาก 3 เรื่องที่ดูเหมือนง่ายๆ แต่กับเข้าถึงลูกค้าได้เป็นอย่างดี จนทางแบรนด์เคยส่งแคมเปญ Covernat Authentic ออกมาและสะท้อนคำนี้ ผ่านคอลเลกชั่นต่างๆ และเป็นอีกไลน์สินค้าที่ลูกค้าให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

สำหรับการมาประเทศไทยครั้งนี้ COVERNAT ยกคอนเซ็ปต์ดีไซน์ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัว Flagship store 3 ชั้น ณ ใจกลางเมียงดง กรุงโซล มาไว้ที่นี่ ซึ่งแต่ละชั้นจะประกอบด้วยสินค้า For Men, For Women  และ For Unisex มาให้สาวก COVERNAT ในไทย ได้เปิดประสบการณ์พร้อมสัมผัส K-Fashion Street ในแบบฉบับ COVERNAT ไปพร้อมกัน การันตีความจุใจ เพราะได้รวมคอลเลคชั่นไว้มากที่สุดเทียบเท่า Flagship Store ในเกาหลี รวมถึง Best Seller อย่าง “Signature Logo” ที่เป็นกระแสเหล่าเซเลบริตี้ฮิตใส่กันทั่วโลก  เสริมทัพด้วยสินค้าไลน์อัพที่ครบแบบ Total Look เอาใจสายสตรีททั้งชายและหญิง

ห้ามพลาด COVERNAT เสิร์ฟไลน์สินค้าสุดพิเศษ! เปิดตัว Bangkok Edition สินค้ามีจำนวนจำกัดเพียงแค่ 200 ตัวเท่านั้น ไม่มีผลิตซ้ำเพิ่ม เพื่อร่วมฉลอง Flagship Store ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ติดตามข่าวสาร COVERNAT ได้ที่ Line Official : @covernatthailand  Facebook : Covernat Thailand

Instagram : covernat.th       TikTok : covernat_th   และ #Covernat #Covernatthailand

Orient ฉลอง 75 ปีเปิดตัว 2 คอลเลคชั่นคลาสสิคในตำนาน

Orient ฉลอง  75 ปีเปิดตัว 2 คอลเลคชั่นคลาสสิคในตำนาน

Orient ฉลอง 75 ปีเปิดตัว 2 คอลเลคชั่นคลาสสิคในตำนาน

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แบรนด์นาฬิกาดังจากประเทศญี่ปุ่น Orient เฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี ไปกับเรือนเวลา Classic Collection ที่เป็นดั่งตัวแทนในสไตล์ดั้งเดิมของ Orient อย่างซีรีส์ Classic & Simple Style ซีรีส์ยอดนิยมที่ขายดีไปทั่วโลก เสมือนตัวแทนของทุกสิ่งที่เป็น Orient โดยความโดดเด่นของซีรีส์นี้ได้แฝงอยู่ในทุกส่วนต่างๆ ของนาฬิกา ไม่ว่าจะเป็นหน้าปัดโค้งแบบคลาสสิกดั้งเดิม กระจกทรงโดมที่ให้ความรู้สึกย้อนยุค และดีไซน์ตัวเรือนที่ละเอียดอ่อนพร้อมขาตัวเรือนที่เรียวบาง

ความพิเศษอันเนื่องมาจากเป็นรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่ผลิตมาเพื่อโอกาสนี้ ถูกนำเสนอทั้งหมด 3 รุ่นได้แก่ Bambino Classic & Simple (Ref.RA-AC0027S) ผลิต 9,500 เรือน ในรูปแบบคลาสสิคด้วยหลักบอกเวลาแบบเลขโรมัน บนขนาดตัวเรือน 40.5 มม. และรุ่น Bambino Sun & Moon (Ref.RA-AK0808S) ผลิต 5,500 เรือน หน้าปัดแสดงเวลากลางวันและกลางคืน ผ่านสัญลักษณ์พระอาทิตย์และพระจันทร์ บนขนาดตัวเรือน 41.5 มม.  นาฬิกาทั้ง 2 รุ่นนี้ทำงานโดยบอกเวลาผ่านเครื่องอัตโนมัติ in-house ที่ผลิตภายในโรงงานของ Orient เอง สามารถสำรองพลังงานได้ถึง 40 ชั่วโมง และรุ่นที่สาม Bambino Classic & Simple Solar Power (Ref.RA-WK0006S) เป็นครั้งแรกของการนำเครื่องระบบโซล่าร์ พาวเวอร์มาใช้กับนาฬิกาสไตล์คลาสสิค ซึ่งผลิตเพียง 750 เรือนเท่านั้น กับขนาดตัวเรือน 38 มม. สามารถสะสมพลังงานไว้ได้นานถึง 6 เดือนในกรณีที่แบตเตอรี่เต็ม

นาฬิกาทั้งสามรุ่นนี้จะมีรูปลักษณ์ในสไตล์วินเทจ ที่โดดเด่นด้วยโลโก้ “Orient” ตัวเขียนลายมือของยุค 1950 บนหน้าปัดสีขาว เข็มนาฬิกาสีน้ำเงินตัดกับหลักบอกเวลาสีทองชมพู และสายหนังนูบัคสีเบจ สไตล์เรโทร โดยรุ่นกลไกอัตโนมัติจะมาในแบบฝาหลังใสเผยให้เห็นกลไก ส่วนรุ่นโซล่าร์ พาวเวอร์จะมาในแบบฝาหลังทึบ โดยทั้งสามรุ่นจะมีตรา “Orient Since 1950 75th Anniversary” ที่ฝาหลังนาฬิกาทุกเรือน และระบุหมายเลขประจำตัวเรือนพร้อมกับคำว่า “Limited Editon” โดยทั้งหมดนี้จะมาในแบบ Box Set 75th Anniversary พร้อมกับสายหนังลูกวัวที่สามารถเลือกเปลี่ยนเองได้ตามความชื่นชอบ

เรือนสุดพิเศษอีกหนึ่งเรือนสำหรับการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 75 ปี ในปี 2025 นี้ เมื่อสองแบรนด์สุดเลิฟของเหล่าแฟนคลับทั่วโลกอย่าง Orient และ Peanuts ได้มีอายุครบ 75 ปี พร้อมกัน ด้วยการหยิบเอานาฬิกาจากสามซีรีส์ยอดฮิตของ Orient มาผลิตในรูปแบบลิมิเต็ดอิดิชั่น  หน้าปัดนาฬิกาจะประทับตราโลโก้ Orient ในแบบดีไซน์ลายมือเขียนที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และในตำแหน่ง 6 นาฬิกานั้นจะถูกวางดีไซน์ให้มีรูปตัวคาแลคเตอร์ “สนู้ปปี้นอนหลับ” อันเป็นภาพคลาสสิคประจำตัวโดยมี เจ้าวู้ดสต๊อคสวมมงกุฎสีทองบินอยู่ข้างๆ ซึ่งมงกุฎนี้มีที่มาจากมงกุฎของโลโก้ Orient ที่มีสิงโตสองตัวหันหน้าเข้าหากัน  

เริ่มต้นที่รุ่น  Classic & Simple Style 38 หน้าปัดสีขาวจะผลิตอยู่ที่ 7,800 เรือน และสีเบจ 3,100 เรือน รุ่น Semi Skeleton ที่มีจุดเด่นโดยการเจาะช่องบริเวณตำแหน่ง 9 นาฬิกาเผยให้เห็นถึงการทำงานของกลไกภายในคาแรคเตอร์รูป สนู้ปปี้และวู๊ดสต๊อค ถูกวางไว้ภายในหน้าปัดย่อยวงกลมของเข็มวินาทีในตำแหน่ง 6 นาฬิกา มีจำนวนการผลิตอยู่ที่ 1,900 เรือน  และในเรือนสุดท้ายไลน์อัพของซีรีส์ลิมิเต็ดอิดิชั่นอย่าง Diver Design 40 ที่สืบทอดวิถีแห่งนาฬิกาดีไซน์ดำน้ำอันมีประวัติศาสตร์ยาวนานของแบรนด์ได้ถูกแต่งแต้มลูกเล่นด้วยการแทนวันที่หนึ่งของเดือนด้วยหัวของตัววู๊ดสต๊อค เช่นกัน กับขนาดตัวเรือนที่พอเหมาะผนวกเข้ากับการเป็นนาฬิการูปทรงดำน้ำที่มีดีไซน์ไม่เทอะทะ ลงตัวกับภาพลักษณ์ที่มีอารมณ์ขันของ Peanuts จึงทำให้นาฬิกาได้รับมุมมองในแบบที่แตกต่างไปจากเดิม มีจำนวนการผลิตอยู่ที่ 3,800 เรือน

สอบถามข้อมูลนาฬิกาเพิ่มเติมได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายและเคาน์เตอร์นาฬิกา Orient ทั่วประเทศ หรือ โทร. 02-255-8822 ช่องทางออนไลน์ Orient Thailand Official: Facebook: http://www.facebook.com/orientthailand.watch Instagram: http://www.instagram.com/orientwatch.thailand/

Life & Health : ร่วมทำความดีบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพ ฯ ตลอดปี 2568

Life&Health : ร่วมทำความดีบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพ ฯ ตลอดปี 2568

Life&Health : ร่วมทำความดีบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพ ฯ ตลอดปี 2568

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

การบริจาคโลหิต เป็นการสละโลหิตส่วนที่ร่างกายยังไม่จำเป็นต้องใช้มาให้กับผู้ป่วย โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ แก่ร่างกาย เพราะร่างกายแต่ละคนมีโลหิตประมาณ 17-18 แก้วน้ำ ร่างกายใช้เพียง 15-16 แก้วเท่านั้น ส่วนที่เหลือนั้นสามารถบริจาคให้ผู้อื่นได้ โดยสามารถบริจาคได้ทุกๆ 3 เดือน เพราะเมื่อบริจาคโลหิตออกไป ไขกระดูกจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดโลหิตขึ้นมาทดแทนให้มีปริมาณโลหิตในร่างกายเท่าเดิม  ถ้าไม่บริจาค ร่างกายจะขับเม็ดโลหิตที่สลายตัว เพราะหมดอายุออกมาตามระบบของร่างกาย

หลายคนที่อยากบริจาคโลหิตอาจจะยังรู้สึกกล้าๆ กลัวๆ กลัวเข็มบ้าง กลัวเลือดบ้าง กังวลบ้างว่าจะทำให้อ้วน หรืออาจติดโรค และก็มีอีกหลายคนที่ตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งในการให้เลือดกับคนที่คุณรัก รวมถึงเพื่อนมนุษย์แต่ก็ใช่ว่าทุกๆ คนสามารถไปบริจาคเลือดได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น นอนดึก น้ำหนักไม่ถึง  ไม่สบายหรืออยู่ระหว่างรับประทานยาบางชนิด ฯลฯ จึงพลาดโอกาสที่จะแบ่งปันโลหิต ในการช่วยเหลือชีวิตผู้อื่น

ข้อมูลจาก ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย แจ้งว่า เนื่องจากเลือดที่บริจาคจะถูกนำไปใช้กับผู้ป่วยและผู้ที่ต้องการใช้โลหิตในการรักษา ดังนั้นโลหิตที่ได้รับการบริจาคจะต้องมีคุณภาพ และต้องมาจากผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง พร้อมสำหรับการบริจาคโลหิต เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อทั้งคุณภาพของเลือด และสุขภาพของผู้บริจาค โดยคุณสมบัติของผู้ที่สามารถบริจาคเลือดได้มีดังนี้

•               ต้องมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 70 ปี

•               บริจาคโลหิตครั้งแรกต้องอายุไม่เกิน 60 ปี

•               น้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป

•               นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ 5 ชั่วโมง ขึ้นไป

•               รู้สึกสบายดี สุขภาพแข็งแรง พร้อมบริจาคโลหิต หากอยู่ระหว่างรับประทานยาให้แจ้งเจ้าหน้าที่ คัดกรองสุขภาพทุกครั้ง

•               ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ หรือติดยาเสพติด

•               ทานอาหารประจำมื้อ ก่อนมาบริจาคโลหิต งดอาหารหวานจัด มันจัด

โลหิตเป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาชีวิตผู้ป่วยให้รอดพ้นจากความตายยามที่ร่างกายเสียโลหิต  จากอุบัติเหตุ ผ่าตัด หรือผู้ป่วยโรคเลือด อย่างโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย และโรคเลือดออกง่าย ฮีโมฟีเลีย รวมถึงผู้ป่วยโรคต่างๆ อีกจำนวนมาก เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคไต เลือดออกในกระเพาะอาหาร  ฯลฯ ฉะนั้นการได้มีโอกาสบริจาคโลหิต จึงนับเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ที่ช่วยต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยได้มีชีวิตใหม่ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และกลับไปอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข

รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ทรงสนพระราชหฤทัย และให้ความสำคัญกับภารกิจด้านการบริการโลหิตเป็นอย่างมาก เพราะโลหิต เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับชีวิตมนุษย์ ซึ่งจะต้องได้มาจากผู้บริจาคโลหิตโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ทรงสนับสนุนการพัฒนางานบริการโลหิต จนทำให้ได้มาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศ ตลอดจนทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญกาชาดสมนาคุณเข็มที่ระลึกผู้บริจาคโลหิตแก่ผู้บริจาคโลหิตครบตามที่สภากาชาดไทยกำหนด  ซึ่งสร้างแรงจูงใจ ความปีติยินดี และความภาคภูมิใจแก่ผู้บริจาคโลหิตเป็นอย่างยิ่ง ทำให้มีผู้ประสงค์จะบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืนเพิ่มมากขึ้นทุกปี

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา วันที่ 2 เมษายน 2568 สภากาชาดไทย ร่วมกับ กองทัพบก และวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จัดทำโครงการ “70 พรรษา 70 ล้านซีซี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี” ขอเชิญชวนชาวไทยทั่วประเทศ ร่วมแสดงความจงรักภักดี บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศลในโครงการฯ ตลอดปี 2568 มุ่งรณรงค์ให้มีการบริจาคโลหิตเป็นประจำสม่ำเสมอทุก 3 เดือน เพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยลดภาวการณ์ขาดแคลนโลหิต สำหรับผู้บริจาคโลหิตครบ 2 ครั้งภายในปี 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ และโรงพยาบาลของกองทัพบกทั่วประเทศ จะได้รับ “พระผงหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต” เป็นที่ระลึก เริ่มแจกตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ พระผงหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้ผ่านพิธีพุทธาภิเษก ณ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร หลวงปู่มั่นหรือพระครูวินัยธรมั่น ภูริทตฺโต ถือเป็นพระอาจารย์ใหญ่ของธรรมยุตินิกาย หรือสายกรรมฐานพระป่า ท่านปฏิบัติตนตามแนวทางคำสอนของพระวินัยสงฆ์ และยึดถือธุดงควัตร เป็นข้อวัตรปฏิบัติที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตไว้ให้พระภิกษุถือปฏิบัติ แต่ไม่มีการบังคับ แล้วแต่ผู้ใดจะสมัครใจสมาทานนำไปปฏิบัติ จะช่วยกำจัด ขัดเกลากิเลสภายในจิตใจ ให้เป็นผู้มีความมักน้อย ความสันโดษ ความสงัด ความไม่สั่งสมกิเลส การปรารภความเพียร และความเป็นผู้เลี้ยงง่าย แนวคำสอนของท่านเป็นที่รู้จักดีในนาม “คำสอนพระป่า สายพระอาจารย์มั่น” ในฐานะที่ท่านเป็นพระมหาเถระที่คนไทยทั้งประเทศเคารพนับถือ จนปรากฏเด่นชัด จึงได้รับการประกาศ                จากยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ ในปี 2563-2564

สามารถร่วมบริจาคโลหิตทั่วประเทศ ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์, หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ ได้แก่ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) เดอะมอลล์ สาขาบางแค สาขาบางกะปิ สาขางามวงศ์วาน สาขาท่าพระ ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง), ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต, โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตทั่วประเทศ สอบถามได้ที่ ฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิตฯ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทร.02-2564300, 02-2639600-99 ต่อ 1101, 1760, 1761 หรือ  www.blooddonationthai.com

ผศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

SIRIVANNAVARI บุกปารีส! เปิดป๊อปอัพสโตร์สุดหรูครั้งแรก ณ Galeries Lafayette

SIRIVANNAVARI บุกปารีส! เปิดป๊อปอัพสโตร์สุดหรูครั้งแรก ณ Galeries Lafayette

SIRIVANNAVARI บุกปารีส! เปิดป๊อปอัพสโตร์สุดหรูครั้งแรก ณ Galeries Lafayette

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 20.08 น.

แบรนด์ SIRIVANNAVARI เปิดป๊อปอัพสโตร์ครั้งแรกในกรุงปารีส ณ ห้าง Galeries Lafayette

แบรนด์ SIRIVANNAVARI เปิดป๊อปอัพสโตร์ครั้งแรกในกรุงปารีส ณ ห้าง Galeries Lafayette หลังจากเผยผลงานการสร้างสรรค์คอลเลคชั่นเสื้อผ้าและแอคเซสเซอรีส์ ในช่วงปารีสแฟชั่นวีคมาต่อเนื่องหลายซีซั่น แบรนด์ SIRIVANNAVARI ประกาศความสำเร็จอีกหนึ่งก้าวในการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยการเตรียมตัวเปิดป๊อปอัพสโตร์แห่งแรกในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่ห้างหรูระดับไฮเอนด์อย่างกาเลอรีส์ ลาฟาแย็ต (Galeries Lafayette) คัดสรรเสื้อผ้า ready-to-wear และแอคเซสเซอรีส์ครบครัน ต้อนรับฤดูกาลซัมเมอร์

โดยเสื้อผ้าในคอลเลคชั่น Spring/Summer 2025 โดดเด่นที่เนื้อผ้าโปร่งบางเบาสบาย ในโทนสีขาวและเอิร์ธโทน และคอมพลีทลุคด้วยเครื่องหนังคุณภาพ Made-in-Italy ทั้งกระเป๋า รองเท้า และคอสตูมจิวเวลรี่ดีไซน์ร่วมสมัย พบกับ SIRIVANNAVARI Pop up ชั้น 2 ห้าง Galeries Lafayette ถนนออสมานน์ (Boulevard Haussmann) ถึงวันที่ 27 พฤษภาคมนี้

ชมคลิป แบรนด์ SIRIVANNAVARI 

ขณะที่ ชาดา ไทยเศรษฐ์ ได้โพสต์ภาพครอบครัวและที่มี ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผ่านเฟซบุ๊ก Chada Thaised ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในโอกาสเปิดป๊อปอัพสโตร์ครั้งแรกในห้าง แกลลอรี่ลาฟาแยต ณ กรุงปารีส