‘กรมการข้าว’บันทึกเทปถวายพระพร’สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี’ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

'กรมการข้าว'บันทึกเทปถวายพระพร'สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี' เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

‘กรมการข้าว’บันทึกเทปถวายพระพร’สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี’ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.54 น.

วันพุธที่ 14 พฤษภาคม 2568 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว นำคณะผู้บริหารกรมการข้าว ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2568 ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT)

– 006

ครั้งแรกของโลก! อว. ค้นพบสารชีวโมเลกุลใหม่ HeLP จากเซรั่มน้ำยางพารา ‘ต้านมะเร็ง – การอักเสบ’

ครั้งแรกของโลก! อว. ค้นพบสารชีวโมเลกุลใหม่ HeLP จากเซรั่มน้ำยางพารา 'ต้านมะเร็ง - การอักเสบ'

ครั้งแรกของโลก! อว. ค้นพบสารชีวโมเลกุลใหม่ HeLP จากเซรั่มน้ำยางพารา ‘ต้านมะเร็ง – การอักเสบ’

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.39 น.

นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการแถลงข่าวการค้นพบ “สารชีวโมเลกุลใหม่ HeLP (Hevea Latex Polysaccharide) จากเซรั่มน้ำยางพารา” ซึ่งเป็นผลพลอยได้ (by-product) ที่ถูกทิ้งในปริมาณมหาศาลหลายล้านลิตรต่อปีจากอุตสาหกรรมผลิตยางแผ่น/ยางแท่ง โดยมี รศ.นพ.สุนทร วงษ์ศิริ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รศ.ดร.เภสัชกร ฐณะวัฒน์ พิทักษ์พรปรีชา ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพจากน้ำยางพาราสู่เชิงพาณิชย์ (CERB) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และทีมวิจัย และ ดร.นำโชค โสมาภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนซุส จำกัด ร่วมแถลง

นายศุภชัย กล่าวว่า การค้นพบ “สารชีวโมเลกุลใหม่ HeLP (Hevea Latex Polysaccharide) จากเซรั่มน้ำยางพารา” นวัตกรรมปรับสมดุลระดับเซลล์ โดยทีมวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ถือเป็นการค้นพบครั้งสำคัญของประเทศไทย ที่ไม่เพียงแต่ค้นพบสารใหม่เท่านั้น แต่ยังสามารถพัฒนากระบวนการสกัดในระดับอุตสาหกรรมได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลกอีกด้วย ซึ่งการค้นพบครั้งนี้ จะเป็นเป็นการสร้างโอกาสของประเทศไทยในการพัฒนาอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรี(Biorefinery) หรืออุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ ซึ่งจะมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบทางการเกษตรและทรัพยากรชีวภาพ สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง(Inclusive economy) สนับสนุนเศรษฐกิจตามแนวทาง BCG Economy ที่ประกอบด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เนื่องจากเป็นการพัฒนาภาคเกษตรที่มีประสิทธิภาพ ให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า(Regenerative economy) สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เซรั่มน้ำยางพาราซึ่งเป็นผลพลอยได้เหลือทิ้งในกระบวนการผลิตไปพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs)

ผู้ช่วย รมว.อว. กล่าวต่อว่า  ปัจจุบันทีมวิจัยได้จดสิทธิบัตรทั้งในไทยและต่างประเทศแล้ว และอยู่ในระหว่างการขึ้นทะเบียน HeLP เป็นอาหารใหม่ (novel food) ผ่านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งคาดว่าจะได้รับการอนุมัติภายในกลางปีนี้ รวมถึงอยู่ในระหว่างการสร้างโรงงาน Biorefinery เซรั่มน้ำยางพารามาตรฐาน GMP แห่งแรกของโลกในนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ โดยบริษัท อินโนซุส จำกัด โดยโรงงานดังกล่าวมีความสามารถในการสกัดเซรั่มน้ำยางพาราได้วันละประมาณ 20,000 ลิตร ซึ่งจะผลิต HeLP ได้ประมาณเดือนละ 5,000 กิโลกรัม รวมถึงยังสามารถผลิต functional ingredients อื่น ๆ ซึ่งมีศักยภาพพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมเวชสำอาง อาหารฟังก์ชั่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร นวัตกรรมชีวภาพ และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้อีกด้วย

ด้าน รศ.ดร.เภสัชกร ฐณะวัฒน์ พิทักษ์พรปรีชา ผอ.CERB กล่าวว่า  ต้นยางพารามีลักษณะพิเศษมากกว่าพืชชนิดอื่น ๆ ในโลกนี้คือ เป็นพืชเพียงชนิดเดียวที่ถูกกระตุ้นด้วยการกรีดทำให้เกิดบาดแผลในทุกวัน ซึ่งปัจจัยตรงนี้จะกระตุ้นให้ต้นยางพารามีการสร้างสารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสารที่ช่วยในการสมานแผลตนเองหรือการป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ ที่จะเข้าสู่บาดแผลของต้น และเราทราบว่าสารพิเศษเหล่านี้อยู่ในเซรั่มน้ำยางพารานอกเหนือจากตัวที่เป็นเนื้อยาง นี่เป็นที่มาที่ทำให้เราได้สกัดสารที่เกิดจากเซรั่มน้ำยางพาราและค้นพบสารที่มีชื่อว่า HeLP (Hevea Latex Polysaccharide) ซึ่งเป็นสารที่ค้นพบเป็นครั้งแรกของโลก 

จากการวิจัยต่อยอดเราสามารถพัฒนากระบวนการดังกล่าว จากเดิมที่เราสามารถสกัดในห้องแลปได้ แต่สิ่งสำคัญคือ จะทำอย่างไรให้ต่อยอดสู่อุตสาหกรรมได้ เราจึงมีการพัฒนาในระดับอุตสาหกรรมโดยสามารถจดสิทธิบัตรระดับนานาชาติได้ และนอกเหนือจากการพัฒนาเทคโนโลยีในการสกัดสารดังกล่าว เรายังมีการวิจัยถึงฤทธิ์ทางชีวภาพเพื่อวิจัยว่าจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร จึงเป็นที่มาของการศึกษาเพิ่มเติมและก็ได้พบว่า สารดังกล่าวมีความสามารถในการต้านมะเร็งทั้งในระดับเซลล์และสัตว์ทดลอง และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ นอกจากนี้ ยังพบว่ามีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติกที่ช่วยลดแผลในกระเพาะอาหารที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ได้ด้วย นี่เป็นตัวอย่างของการศึกษาวิจัยเบื้องต้นที่เราค้นพบว่าสารดังกล่าวมีสรรพคุณหรือประโยชน์อย่างไรที่จะนำไปใช้ต่อในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งในเรื่องของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง เวชสำอาง ซึ่งพบว่าสารดังกล่าวมีสรรพคุณในการกระตุ้น การค้นพบนี้ถือว่าเป็นการพลิกสรรพคุณของต้นยางพาราได้แบบคนละขั้ว จากที่เราคิดว่าสามารถใช้ประโยชน์จากเนื้อยางพาราในอุตสาหกรรมหนังหรือยางรถยนต์ แต่ว่าการค้นพบตรงนี้ทำให้ภาพที่เรามองต้นยางพาราเป็นภาพของต้นยางพาราที่มีลักษณะคล้ายสมุนไพรเป็น Bio facturing ที่ผลิตสารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์มากมาย

รศ.ดร.เภสัชกร ฐณะวัฒน์ กล่าวต่อว่า CERB  ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยและพัฒนานวัตกรรมจากเซรั่มน้ำยางพารามาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี โดยได้รับสนับสนุนงบประมาณกว่า 200 ล้านบาทจากทั้งภาครัฐและเอกชน ผ่านหน่วยงานให้ทุนต่าง ๆ ภายใต้กระทรวง อว. เช่น ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) รวมถึง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ บริษัท อินโนซุส จำกัด ที่สำคัญการค้นพบครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยมุ่งเน้นการผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ก่อให้เกิดผลงานนวัตกรรมด้านยางพาราในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการในภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งยังสร้างผลกระทบ (impact) ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และ สังคม ได้แก่ ลดมลพิษและต้นทุนในการบำบัดเซรั่มจากโรงงานอุตสาหกรรมยางพาราก่อนปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม เพิ่มมูลค่าให้กับน้ำยางและส่วนของเซรั่ม ส่งเสริมสหกรณ์กองทุนสวนยางให้มีมาตรฐาน GMP นำไปสู่การสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมยางพาราใหม่ ที่สร้างความยั่งยืนและมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมยางพารา สอดคล้องตามวิสัยทัศน์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ “มหาวิทยาลัยแห่งคุณค่า เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับแนวหน้าของโลก”

Emma Clinic พัฒนาทีมศัลยแพทย์สู่ระดับสากล การันตรีด้วยรางวัลนานาชาติ

Emma Clinic พัฒนาทีมศัลยแพทย์สู่ระดับสากล การันตรีด้วยรางวัลนานาชาติ

Emma Clinic พัฒนาทีมศัลยแพทย์สู่ระดับสากล การันตรีด้วยรางวัลนานาชาติ

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.52 น.

Emma Clinic เดินหน้านโยบายส่งเสริมศักยภาพทางวิชาชีพของทีมแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการพัฒนาความรู้และทักษะทางการแพทย์จากเวทีนานาชาติ เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการ และตอบโจทย์ความต้องการด้านความงามที่หลากหลายในปัจจุบันอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

พญ.วาสิตา เสริมสกุลวัฒน์ หรือ คุณหมอกวาง แพทย์ประจำ Emma Clinic ได้เข้าร่วมหลักสูตรเฉพาะทางด้านการศัลยกรรมจมูก Rhinoplasty Private Course กับ Dr. Marco Romeo ศัลยแพทย์ชื่อดังระดับนานาชาติ ณ ประเทศสเปน

หลักสูตรดังกล่าวเป็นการอบรมเชิงลึกที่เน้นทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยครอบคลุมถึงเทคนิคการผ่าตัดที่ทันสมัย การออกแบบรูปทรงจมูกให้เหมาะกับใบหน้าแต่ละบุคคล รวมถึงการเลือกใช้วัสดุทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสูง เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงามและตอบโจทย์ผู้รับบริการในหลากหลายกลุ่ม

ในปีนี้นอกจากคุณหมอกวางได้เข้าร่วมหลักสูตรเฉพาะด้านที่สเปน แล้ว ก็ยังได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงาน และอัปเดตองค์ความรู้ด้านศัลยกรรมจากอีกสองประเทศชั้นนำในวงการ ได้แก่ ประเทศตุรกี และ ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีเพียงแค่แพทย์ไม่กี่ท่านในไทยเท่านั้นที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วม โดยการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญในระดับสากลนั้น มีส่วนช่วยให้ทีมแพทย์สามารถนำองค์ความรู้มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าและความต้องการเฉพาะของคนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่สำคัญทาง Emma Clinic ยังได้รับรางวัล “Megaderm Prestige Award 2025” หรือที่รู้จักกันว่า รางวัลด้านการใช้เนื้อเยื่อเทียมเกาหลี ในงาน BJC Aesthetic Awards 2025 โดยรางวัลดังกล่าวมอบให้แก่คลินิกที่มีความโดดเด่นในการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงอย่างเหมาะสมในงานศัลยกรรม ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงมาตรฐานและความใส่ใจในรายละเอียดของ Emma Clinic ในทุกขั้นตอนการรักษา

อาจกล่าวได้ว่า การผสานระหว่างการพัฒนาทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง และการได้รับการยอมรับจากเวทีในประเทศ คือภาพสะท้อนของจุดยืนที่ชัดเจนของ Emma Clinic ในการมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของแพทย์ไทยให้ก้าวทันเวทีโลก ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาคุณภาพและมาตรฐานที่ผู้รับบริการสามารถเชื่อมั่นได้ในทุกกระบวนการ

ททท. เปิด “เมืองน่าเที่ยว Year of Celebration” ชู 12 แคมเปญท่องเที่ยวหน้าฝนเจาะกลุ่ม Sub-Culture

ททท. เปิด “เมืองน่าเที่ยว Year of Celebration” ชู 12 แคมเปญท่องเที่ยวหน้าฝนเจาะกลุ่ม Sub-Culture

ททท. เปิด “เมืองน่าเที่ยว Year of Celebration” ชู 12 แคมเปญท่องเที่ยวหน้าฝนเจาะกลุ่ม Sub-Culture

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.37 น.

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดโครงการ “เมืองน่าเที่ยว Year of Celebration” ชู 12 แคมเปญท่องเที่ยวหน้าฝนตามไลฟ์สไตล์  Sub-Culture พร้อมส่งมอบสุดยอดประสบการณ์แห่งความสุขในเมืองน่าเที่ยวด้วยมุมมองใหม่ กระตุ้น  การเดินทาง 55 จังหวัดเมืองน่าเที่ยวทั่วไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจช่วงกรีนซีซัน ตั้งเป้าสร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท โดยมีนายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เข้าร่วมเปิดตัวโครงการ ณ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ เอเทรียม

นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า โครงการเมืองน่าเที่ยว Year of Celebration เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025 เพื่อมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยในช่วง Green Season 2568 โดยบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรทุกภาคส่วน ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ผลักดันเมืองน่าเที่ยวให้เป็นจุดหมายปลายทางใหม่ สร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว เพิ่มทางเลือกที่หลากหลาย กระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทยมุ่งสู่เป้าหมายในปี 2568 สร้างรายได้จำนวน 1.17 ล้านล้านบาท และจำนวนนักท่องเที่ยว 205 ล้านคน-ครั้ง ด้วยแนวคิด City Branding ผ่าน 12 แคมเปญการตลาดที่จะช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน เพื่อทำให้เกิดการขยายฐานนักท่องเที่ยวอย่างมีทิศทางและสร้างสรรค์ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย กระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจให้กับเมืองน่าเที่ยว สร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ และเสริมสร้างภาพลักษณ์อันเข้มแข็งของประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพระดับสากล

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า ททท. จัดโครงการ “เมืองน่าเที่ยว Year of Celebration” เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยว 55 จังหวัดทั่วประเทศ และกระตุ้นตลาดในช่วง Green Season ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน 2568 โดยนำเสนอจุดขายและเรื่องราวที่สะท้อนเสน่ห์ของแต่ละพื้นที่ด้วยมุมมองใหม่ที่สร้างสรรค์และแตกต่างผ่าน Influencer และ Blogger กว่า 50 ราย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและกระแสการเดินทางภายในประเทศ พร้อมร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจัดโปรโมชันมอบสิทธิพิเศษให้กับนักท่องเที่ยว ด้วย 12 แคมเปญการตลาดที่ตอบโจทย์ความสนใจของนักเดินทางชาวไทยกลุ่ม Sub-Culture ที่มีวัฒนธรรมไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนทำงาน LGBTQ+ กลุ่มครอบครัว นักท่องเที่ยวสายอาหาร สายผจญภัย ฯลฯ เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางอันน่าจดจำ ผ่านกิจกรรมการตลาดที่สร้างจุดขายใหม่ให้กับเมืองน่าเที่ยว ส่งเสริมบรรยากาศการเดินทางที่สนุก มีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยความสุขตลอดฤดูฝนนี้ โดยตั้งเป้าจำนวนผู้ซื้อสินค้าและบริการจำนวน 250,000 PAX สร้างการรับรู้ไม่น้อยกว่า 10,000,000 คน/ครั้ง และสร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท

โครงการ “เมืองน่าเที่ยว Year of Celebration” ประกอบไปด้วย  12 แคมเปญตลาด ดังต่อไปนี้ แคมเปญ Burn Out Break #Just Slow Down ชวนคนทำงานที่กำลังหมดไฟออกไปฮีลใจกับธรรมชาติ, แคมเปญ บูสเอเนอร์จี้ ทริปนี้ไม่มีอ่อม #บูสบูสบูสเอเนอร์จี้อย่าอ่อม ชวนสายลุยจัดเต็มทุกความท้าทายกับกิจกรรมสุดมัน อาทิ โต้คลื่น ดำน้ำ เดินป่า ปีนผา, แคมเปญชีเสิร์ฟไม่พัก #รูปไม่ปังยังไม่กลับ สำหรับสายคอนเทนต์ตัวแม่ที่หลงใหลการแชร์โมเมนต์ไลฟ์สไตล์ผ่านโซเชียล, แคมเปญ Love Out Loud #And I Say Yes ชวน LGBTQ+ หาสถานที่สุดพิเศษสำหรับโมเมนต์แสนโรแมนติก, แคมเปญ Alone But Not Lonely #Me Myself And… ชวนสาว ๆ ปลดล็อกตัวเองด้วยการออกเดินทางคนเดียวในเมืองน่าเที่ยว, แคมเปญ Digital Detox Holiday #Silent Mode On ชวนสร้างสมดุลใหม่ รีเฟรชพลังภายใน ตัดขาดจากโลกออนไลน์, แคมเปญ Get Wet Get Away #Go With The Flow ให้สายน้ำช่วยสร้างความผ่อนคลาย ด้วยการล่องแพ แล่นเรือ พาย SUP ดำน้ำ, แคมเปญ แซ่บซ่าส์ท้าเที่ยว #ไม่ปวดเข่าไม่เข้าบ้าน สำหรับกลุ่ม Active Senior ที่พร้อมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ใช้ชีวิตให้สนุกแบบไม่ต้องรอใคร, แคมเปญ เที่ยวนี้มีหมูกระทะ #เที่ยวนี้มีหมูกระทะ ชวนสายปิ้งย่างออกเดินทางพิสูจน์ความอร่อยร้านเด็ด ร้านดังในเมืองน่าเที่ยว, แคมเปญ เจ้าขนปุยตะลุยฝน #ลุยฉ่ำไม่หวั่นฝนพรำ ดีลพิเศษสำหรับสายเที่ยวพร้อมเจ้า 4 ขา, แคมเปญ Gastro Nomad #ตามหารส ชวนออกเดินทางสร้างประสบการณ์มื้อพิเศษที่จะอยู่ในความทรงจำ และแคมเปญ ลั่นล๊ากับม่ามี้ #รูดไม่พักรักแม่สุดใจ พาคุณแม่ไปพักผ่อนแบบเอกซ์คลูซิฟ

ทั้งนี้ โครงการมีพันธมิตรที่เข้าร่วมมอบส่วนลด สิทธิพิเศษ และของรางวัลมากมาย อาทิ สายการบินเวียตเจ็ทมอบส่วนลดบัตรโดยสาร 15%, สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ มอบส่วนลดบัตรโดยสารสูงสุด 25%, สายการบินนกแอร์ มอบส่วนลดบัตรโดยสาร, สายการบินไทย, Royal Orchid Holiday มอบโบนัสไมล์สะสมการบินไทย, แพลตฟอร์ม OTA Gother และแพลตฟอร์มพาทัวร์มอบส่วนลดพิเศษเมื่อจองที่พัก, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  มอบส่วนลดที่พัก 30%, EleX by EGAT มอบส่วนลดค่าชาร์จรถ EV, กล้องแคนนอน มอบส่วนลดสินค้าเมื่อซื้อผ่านช่องทางออนไลน์, บัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ รับเครดิตเงินคืน 10% พร้อมมอบส่วนลด Top up 200 บาท, บัตรเครดิต KTC มอบส่วนลดพิเศษสูงสุด 55% และแลกรับเครดิตเงินคืน 13%, ธนาคาร ธกส. มอบของรางวัลพิเศษ, รถเช่า AVIS มอบโปรโมชันรถเช่าราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 690 บาท/วัน*, รถเช่า Chic Car Rent มอบโปรโมชันรถเช่าราคาพิเศษ, รถโดยสารนครชัยแอร์ และรถโดยสารสมบัติทัวร์ มอบส่วนลดบัตรโดยสาร, แพลตฟอร์ม ช้อปแบ็ก รับเครดิตเงินคืน รวมถึงพันธมิตรต่าง ๆ ที่ร่วมโครงการ ได้แก่ แพลตฟอร์ม Pet Friendly Thailand, แพลตฟอร์ม Thailand Gastronomy Network, แพลตฟอร์ม Hello Local, แพลตฟอร์ม The Meditel, บริษัทล่องเรือ Yacht Me, บริษัททัวร์ Silver Voyage Club, บริษัททัวร์ Love Andaman, บริษัททัวร์ Local Alike, กลุ่มโรงแรมบลูมังกี้, ปั๊มน้ำมัน PT/แมกซ์ การ์ด/แอปพลิเคชัน แมกซ์มี, ร้านอาหารบาร์บีคิวพลาซ่า, ร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์, ร้าน B2S, แอปพลิเคชันแกร็บ, แบรนด์รองเท้า Havaianas เป็นต้น

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโครงการและโปรโมชันส่วนลดพิเศษของพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการ ได้ที่ www.เมืองน่าเที่ยว2568.com

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่นจัดโปรกลางปีราคาดีสบายกระเป๋า Mid – Year Escape Deal

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่นจัดโปรกลางปีราคาดีสบายกระเป๋า Mid - Year Escape Deal

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่นจัดโปรกลางปีราคาดีสบายกระเป๋า Mid – Year Escape Deal

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.33 น.

หลีกหนีความวุ่นวาย มาผ่อนคลายที่เชียงราย โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น จัดโปรกลางปีราคาดี สบายกระเป๋า Mid – Year Escape Deal จองห้องพักวันนี้ รับสิทธิพิเศษฟรีอัพเกรดห้องพักเดอลักซ์เป็นห้องสวีท แล้วมาชาร์ตพลังกาย พลังใจ รับพลังบวก ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2568


ห้องดีลักซ์ ไม่รวมอาหารเช้า ????,????????????.- บาท หรือห้องดีลักซ์ รวมอาหารเช้า ????,????????????.- บาทแล้วอัพเกรดห้องพักเป็น ???????????????????????????????????? ???????????????????? (ขึ้นอยู่กับจำนวนห้องว่าง)

สำรองห้องพักที่: bit.ly/3eCYMKY หรือสอบถามรายละเอียด กรุณาโทร 052 055 888 

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่นถูกออกแบบอย่างหรูหราได้มาตรฐานระดับสากล รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งสะท้อนถึงศิลปะวัฒนธรรมล้านนา มีล็อบบี้ต้อนรับอันโอ่โถง ล็อบบี้เลาจน์ ออกล้านนาร่วมสมัย ด้วยภาพวาดสีสะท้อนถึงศิลปะพื้นบ้านของชาวเชียงราย ห้องอาหารนานาชาติ ศูนย์ออกกำลังกาย และสระว่ายน้ำที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่ รวมถึงพื้นที่สีเขียวเหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริง  พร้อมติดตั้งเครื่องไบโอโซน (BIOZONE ระบบ Photoplasma Technology) ภายในโรงแรมฯ ซื่งสามารถฆ่าเชื้อโรค PM2.5 และกำจัด ไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ได้ถึง 99.99% และยังถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาทางด้านมลพิษในอากาศ และพื้นผิวสัมผัส รวมทั้งกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานต่างๆ ทำให้อากาศภายในโรงแรมฯ บริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่น และความไว้วางใจ ใน การเข้ามาใช้บริการของแขก  www.heritagechiangrai.com

คุณแหน: 14 พฤษภาคม 2568

คุณแหน: 14 พฤษภาคม 2568

คุณแหน: 14 พฤษภาคม 2568

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.43 น.

ll พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จประทานทุน สมเด็จเจ้าฟ้า ประจำปีการศึกษา 2568 และพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้ SIBA Life Long Learning Center ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฎร์ ในพระอุปถัมภ์ฯ 14 พ.ค. 14.00 น…

ll เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ บุญธันว์ มหาวรรณ์ ประธานอำนวยการโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า เป็นประธานมอบรางวัลครูเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ รุ่นที่ 17 แก่ครูผู้เสียสละทำงานในท้องถิ่นทุรกันดาร 11 จังหวัดภาคเหนือ และพื้นที่เสี่ยงภัยในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เชียงใหม่ โดยรางวัลนี้ได้จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ผู้ทรงเป็นครูเจ้าฟ้า ที่ทรงมีพระกรุณาธิคุณอย่างมิอาจประมาณได้ต่อปวงชนชาวไทย ในปีนี้ มีครูที่ได้รับรางวัล 9 คน จาก 3 หน่วยงาน คือ ครูจาก รร. ตชด., ครูสังกัด สนง.คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และครูอาสาสมัคร ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)..

ll ธนียา นัยพินิจ ผวจ.พิจิตร และนายกเหล่ากาชาด จ.พิจิตร พร้อม คณะกรรมการเหล่ากาชาด จ.พิจิตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมคณะกรรมการดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย จ.พิจิตร..

ll หลัง ครม.ไฟเขียว มอบ 928 ทุนให้กับน้องๆนักเรียนจากทั่วประเทศ เสริมแกร่งเด็กไทยเรียนรู้ดิจิทัล ใช้ชีวิตต่างแดน เปิดโอกาสสำหรับโลกอนาคต ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผอ.ใหญ่ ดีป้า แจ้งชวนน้องๆเยาวชนที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ ODOS Summer Camp นี้ได้ ที่แอปพลิเคชันทางรัฐ ดูรายละเอียดได้ที่ https://odos.thaigov.go.th/ หรือเพจเฟซบุ๊ก ODOS Summer Camp..

ll ศุจิรัตน์ เธียรธวัช นำเพื่อนๆชาวคณะ Digital CEO#8 ไปเยี่ยมชม PTTLNG รับฟังบรรยายสรุปและชมพรรณไม้เมืองหนาวภายในอาคารนิทรรศน์พรรณพฤกษา ศูนย์เลิศนพานุรักษ์ จ.ระยอง ที่นำพลังงานความเย็นจากก๊าซธรรมชาติเหลง (LPG) มาใช้ประโยชน์กับระบบปรับอากาศภายในอาคาร โดยมี กิติภูมิ ตั้งวงษ์พิมุก ให้การต้อนรับ..

ll ฉลองครบรอบความเป็นเพื่อนครบสามสิบปี ของ MPPM รุ่น 1 นิด้า นำทีมโดย ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ และ อารีย์ กังวาลเนาวรัตน์ พาเพื่อนไปไหว้พระ ณ วัดโสธรและวัดปากน้ำโจ้โล้ พร้อมแวะกินอาหารอร่อยของบางคล้าที่ร้านร่มไม้สายธาร ของ ศิริชัย เผ่าบรรจง ซึ่งไม่ยอมให้เพื่อนจ่ายค่าอาหาร แล้วยังแถมของฝากติดมือมาอีกเพียบ ทริปนี้มี วิชาญ โรจน์เจริญวัฒนา, ศุทธา ศุภภาวงศ์, สมพร แก้วงาม, เกรียงศักดิ์ ศักดิ์เรืองนาม, สุรพล หวังสุนทรชัย, ศุภวัจน์ ศรีเนาว์กุล, พรพิมล เสนผดุง, ศิริเพ็ญ หิรัญศิริ, ชุลีพร พุฒทอง, วิภาจรีย์ ศัลยพงศ์, เรวดี กลิ่นส่ง, นันทนา มีประเสริฐ ต่างอิ่มอร่อย ช้อปกระจาย สนุกสนานทั่วถ้วนหน้า..

ll พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข เลขาธิการมูลนิธิพระดาบส รับมอบเงินบริจาคจาก ชวิศ ยงเห็นเจริญ กก.ผจก.บจ.ชลิต อินดัสทรี ผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่ยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ “POP” สานต่อโครงการ  “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สนับสนุนการดำเนินงาน รร.พระดาบส และ รร.พระดาบส จังหวัดชายแดนภาคใต้ มูลนิธิพระดาบส..

ll มิตรสหายยินดีกับ ดร.วิโรจน์ ศิริรัตนรักษ์ ที่ได้รับรางวัลนวัตกรดีเด่น ในโครงการเสริมสร้างเครือข่ายศิษย์เก่า Ph.D. ด้านนวัตกรรมการจัดการเพื่อการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ ม.ราชภัฎสวนสุนันทา..

น้องใหม่

ฟิตผิดชีวิตเปลี่ยน! แนะเคล็ดลับออกกำลังกายให้ปลอดภัย ไม่เจ็บซ้ำ

ฟิตผิดชีวิตเปลี่ยน! แนะเคล็ดลับออกกำลังกายให้ปลอดภัย ไม่เจ็บซ้ำ

ฟิตผิดชีวิตเปลี่ยน! แนะเคล็ดลับออกกำลังกายให้ปลอดภัย ไม่เจ็บซ้ำ

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.30 น.

เทรนด์ที่มาแรงในกลุ่มคนรุ่นใหม่คือ เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารคลีน การใส่ใจตรวจสุขภาพ และการเริ่มออกกำลังกายที่กลายเป็นไลฟ์สไตล์ยอดฮิต โดยเฉพาะชาวออฟฟิศที่หันมาออกกำลังกายเพื่อบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรมกันมากขึ้น แต่ก็มีหลายๆ คนที่รีบร้อนเริ่มออกกำลังกายจนไม่ได้เตรียมร่างกายให้พร้อม ใช้อุปกรณ์ไม่เหมาะสม และออกกำลังกายไม่ถูกวิธี ส่งผลให้ร่างกายเจ็บและปวดยิ่งกว่าเดิม

นพ. ปฐมฉัฐ พิสิฐวัฒนาภรณ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การกีฬา โรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่า สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามก่อนเริ่มออกกำลังกายคือการรู้ขีดจำกัดของร่างกายตัวเอง เพราะการออกกำลังกายแบบหักโหมโดยไม่เตรียมตัวให้พร้อมอาจนำไปสู่อาการบาดเจ็บได้ง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีแนวโน้มเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป ได้แก่ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน คนที่เป็นออฟฟิศซินโดรม หรือคนที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน

“แพทย์แนะนำว่ากลุ่มนี้ควรตรวจร่างกายเบื้องต้นก่อน เช่น วัดความดันโลหิต เช็กสมรรถภาพหัวใจ และประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพื่อจะได้รู้ขีดจำกัดของร่างกายตัวเอง และนำไปวางแผนการออกกำลังกายให้เหมาะกับสภาพร่างกายมากที่สุด โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นควรเลือกกิจกรรมที่แรงกระแทกน้อย เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยานช้า ๆ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัว ลดโอกาสบาดเจ็บที่อาจตามมา”

เมื่อรู้ขีดจำกัดของร่างกายแล้ว ขั้นต่อไปคือเริ่มออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น ถ้าอยากวิ่ง ก็อาจเริ่มต้นด้วยการเดินเร็วไปก่อนวันละ 15-30 นาที และค่อย ๆ เพิ่มเวลาหรือเพิ่มความเข้มข้นขึ้นทีละประมาณ 10% ต่อสัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายมีเวลาปรับตัว ซึ่งการออกกำลังกายที่ดีไม่ควรทำแค่รูปแบบเดียว แต่ควรสลับประเภทกิจกรรมในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งการคาร์ดิโอ เวทเทรนนิ่ง และการยืดเหยียด เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงทั้งระบบกล้ามเนื้อและหัวใจ และควรศึกษาวิธีหรือท่าทางที่ถูกต้องของแต่ละกิจกรรมก่อนเริ่มทุกครั้ง

 “ก่อนออกกำลังกายอย่าลืมวอร์มอัพอย่างน้อย 5 – 10 นาที และควรยืดเหยียดหลังออกกำลังกายทุกครั้ง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและลดอาการปวดตึง รวมถึงควรพักฟื้นร่างกายอย่างน้อย 1 – 2 วัน ต่อสัปดาห์ ที่สำคัญคือต้องหมั่นสังเกตร่างกายระหว่างออกกำลัง ถ้าเริ่มมีอาการหายใจไม่ทัน รู้สึกเจ็บจี๊ดที่ข้อหรือกล้ามเนื้อ หรือมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ ควรหยุดพักทันทีก่อนเกิดการบาดเจ็บ เพราะนั่นคือสัญญาณเตือนว่าร่างกายไม่ไหวแล้ว”

สำหรับคนที่ออกกำลังกายเพื่อบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม เช่น ปวดคอหรือหลังเรื้อรัง แพทย์แนะนำเลี่ยงท่าที่ต้องก้มคอหรือก้มหลังซ้ำ ๆ เพราะอาจทำให้ปวดคอหรือปวดหลังรุนแรงขึ้นได้ และควรเน้นออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscles) และกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างเพื่อพยุงกระดูกสันหลังและเพิ่มความมั่นคงให้ร่างกาย พร้อมทั้งยืดเหยียดกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ เป็นประจำ เวลาทำงานก็ลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถหรือยืดเส้นยืดสายทุก ๆ ชั่วโมง จะช่วยให้กล้ามเนื้อไม่ตึงสะสมจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังในระยะยาว

คนที่เคยบาดเจ็บจากการออกกำลังกายอาจรู้สึกเข็ดและไม่อยากลองอีก แต่จริงๆ แล้วทุกคนสามารถกลับมาออกกำลังกายได้ แค่ต้องเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับร่างกายตัวเอง สำหรับใครที่กังวล สามารถปรึกษานักกายภาพบำบัดหรือเทรนเนอร์ที่มีประสบการณ์ เพื่อช่วยกันวางแผนหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคน

“ใครที่ยังลังเลไม่กล้าเริ่มฟิต ไม่ว่าจะเพราะกลัวเจ็บ กลัวไม่ไหว หรือมีเวลาน้อย อยากให้เข้าใจว่าการออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องเริ่มจากอะไรหนัก ๆ ขอแค่เริ่มจากสิ่งง่าย ๆ อย่างการเดินในบ้านวันละ 15 นาที แต่ขอให้ทำสม่ำเสมอ แล้วค่อย ๆ ขยับไปทำกิจกรรมอื่น เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายในทุกๆ วัน”

ส่องเทรนด์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ‘ยิ้มสดใส…ไร้คราบบนผิวฟัน’

ส่องเทรนด์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ‘ยิ้มสดใส...ไร้คราบบนผิวฟัน’

ส่องเทรนด์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ‘ยิ้มสดใส…ไร้คราบบนผิวฟัน’

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.07 น.

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เทรนด์การบริโภคชา กาแฟ และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากกระแส Café Hopping, การทำงานในคาเฟ่, ไลฟ์สไตล์คนเมือง รวมถึงการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ล้วนส่งผลให้พฤติกรรมการดื่มชา กาแฟ และสูบบุหรี่ กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของหลายคน

แต่รู้หรือไม่ว่า…การบริโภคชา กาแฟ และการสูบบุหรี่เป็นประจำ คือ ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิด “คราบพลัค” คราบเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความสวยงาม” เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อ “สุขภาพช่องปาก” อย่างคาดไม่ถึง!

“คราบพลัค” (Dental plaque) อาจดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่รู้หรือไม่ว่าเจ้าคราบไร้สี เหนียวหนืดนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพช่องปากหลายชนิด อาจนำไปสู่โรคร้ายแรงที่คุณนึกไม่ถึง

และไม่ใช่แค่เรื่อง “ภาพลักษณ์” แต่ยังเป็นเรื่องของ “สุขภาพ” ที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะคราบพลัคสามารถสร้าง “กรด” ที่กัดกร่อนเคลือบฟัน นำไปสู่ “ฟันผุ” อย่างรวดเร็ว และยังเป็นตัวการก่อให้เกิด “เหงือกอักเสบ” ทำให้เหงือกบวม แดง มีเลือดออกง่าย และถ้าปล่อยให้ลุกลาม อาจกลายเป็น “โรคปริทันต์” ซึ่งเป็นการอักเสบของเนื้อเยื่อรองรับฟัน และอาจถึงขั้น “สูญเสียฟัน” ได้ในที่สุด

จะรู้ได้อย่างไรว่าเราเริ่มมีคราบพลัค

แม้ไม่สามารถมองเห็นได้ชัด แต่สัญญาณเตือนบางอย่างที่ควรระวัง เช่น ลมหายใจไม่สดชื่น มีเลือดออกเวลาแปรงฟัน หรือเหงือกเริ่มบวมแดง นั่นอาจเป็นสัญญาณว่า “คราบพลัค” (Dental plaque) ได้เริ่มก่อตัวแล้ว

แม้คราบพลัคจะเกิดขึ้นได้ทุกวัน แต่การกำจัดและป้องกันไม่ใช่เรื่องยาก เริ่มจากแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ เพื่อทำความสะอาดซอกฟันที่แปรงเข้าไม่ถึง เลือกรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและแป้งให้น้อยลง หมั่นไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำทุก 6 เดือน และที่สำคัญ การเลือกยาสีฟันที่เหมาะสม  ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในการต่อสู้กับคราบพลัคและคราบสะสมต่าง ๆ

บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อคนไทย ได้นำเข้าและพัฒนา ZACT ยาสีฟันแบรนด์แรก ที่คิดค้นสูตรพิเศษจากประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะ เพื่อคนที่มีพฤติกรรมการบริโภคชา กาแฟ และสูบบุหรี่ พร้อมช่วยลดกลิ่นปาก ไม่ทำลายเคลือบฟัน เสริมบุคลิกให้คุณดูสดใส ยิ้มได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ เพื่อรอยยิ้มที่สดใสและสุขภาพช่องปากที่แข็งแรงกว่าเดิม  อีกหนึ่งตัวช่วยดูแลสุขภาพฟันที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่

อวานี รัชดา กรุงเทพฯ ฉลอง เมโทร เลานจ์ โฉมใหม่กับค่ำคืนแห่งไวน์

อวานี รัชดา กรุงเทพฯ ฉลอง เมโทร เลานจ์ โฉมใหม่กับค่ำคืนแห่งไวน์

อวานี รัชดา กรุงเทพฯ ฉลอง เมโทร เลานจ์ โฉมใหม่กับค่ำคืนแห่งไวน์

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.05 น.

โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ  ชวนคนรักไวน์สัมผัสประสบการณ์ค่ำคืนสุดพิเศษในงาน Wine Play: Uncork the Classics ณ เมโทร เลานจ์ โฉมใหม่ งานไวน์เทสติ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ผสมผสานความคลาสสิกของไวน์เข้ากับบรรยากาศความทันสมัยได้อย่างลงตัว

ในงานเพลิดเพลินไปกับการจิบไวน์แบบไม่จำกัด จากแหล่งผลิตไวน์ชื่อดังของโลก ได้แก่ ฝรั่งเศส สเปน และอิตาลี พร้อมเสิร์ฟคู่กับชีส โคลด์คัท และคานาเป้สุดประณีตที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เคล้าคลอด้วยเสียงดนตรีแจ๊สสด เติมเต็มบรรยากาศให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น

Wine Play: Uncork the Classics ไม่ใช่เพียงแค่งานดื่มไวน์ธรรมดา แต่คือการเฉลิมฉลองประสบการณ์สุดพิเศษ พร้อมการเปิดตัว เมโทร เลานจ์ โฉมใหม่อย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ งานนี้นับเป็นกิจกรรมไวน์เทสติ้งครั้งแรกของเมโทร เลานจ์ โฉมใหม่ และเป็นจุดเริ่มต้นของซีรีส์งานไวน์คุณภาพที่จะจัดขึ้นตลอดทั้งปี เพื่อมอบประสบการณ์อันน่าจดจำให้แก่แขกทุกท่าน

เตรียมพบกับงาน Wine Play ครั้งต่อไปได้ในเดือนกรกฎาคมนี้ ที่ เมโทร เลานจ์ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ สายไวน์ห้ามพลาด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล dining.vrat@avanihotels.com หรือโทร. 02 641 1500

‘ชาบูชิ’ เอาใจสายแซลมอนอีกครั้ง เซอร์ไพรส์สั่งได้ไม่อั้น !!!

‘ชาบูชิ’ เอาใจสายแซลมอนอีกครั้ง เซอร์ไพรส์สั่งได้ไม่อั้น !!!

‘ชาบูชิ’ เอาใจสายแซลมอนอีกครั้ง เซอร์ไพรส์สั่งได้ไม่อั้น !!!

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.04 น.

ชาบูชิ (Shabushi) เอาใจสายแซลมอนอีกครั้ง กับแคมเปญสุดเซอร์ไพรส์ Shabushi ALL-STAR SERIES พร้อมเสิร์ฟวัตถุดิบตัวท็อปคุณภาพดีจากท้องทะเล “แซลมอน” สด ๆ ชิ้นโต…เต็มปากเต็มคำ รับประทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสชาติจัดจ้านก็ยิ่งแซ่บ โดยจ่ายเพิ่มเพียง 39 บาท+/คน เท่านั้น เมื่อรับประทานแพ็กเกจบุฟเฟต์ 399 บาท+ (สำหรับแพ็กเกจบุฟเฟต์ 499 บาท+ ขึ้นไป รับประทานแซลมอนแบบไม่อั้น ฟรี !!! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

อีกทั้ง ยังฟิน จุใจ ได้เต็มที่กับน้ำซุปหลากสไตล์ ชาบู – ชาบูซุป, คุโรซุป, หรือ ต้มยำซุป จัดจ้าน ถึงเครื่อง พร้อมเมนูปกติอื่น ๆ อาทิ เนื้อฮารามิ, หมูสไลซ์, เบคอน, กุ้ง, หมึก, และอีกมากมายล้นสายพาน ทั้งซูชิและอาหารรับประทานเล่นสไตล์ญี่ปุ่นครบครัน พร้อมเครื่องดื่ม, ผลไม้, และ ไอศกรีม ที่ ชาบูชิ ทุกสาขา ตั้งแต่ 8 พฤษภาคม 2568 – 15 มิถุนายน 2568 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

ติดตามข้อมูลข่าวสารและโปรโมชันอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย คลิกแฟนเพจ OISHI Restaurant Thailand : www.facebook.com/oishigroup หรือค้นหา ชาบูชิ สาขาใกล้ ๆ คุณ คลิกเว็บไซต์โออิชิฟู้ด : www.oishifood.com ทั้งนี้ อัตราค่าบริการบุฟเฟต์ราคาเริ่มต้นอาจแตกต่างกันตามแต่ละพื้นที่/สาขา โดยสามารถตรวจสอบราคาเพิ่มเติมได้ที่ คลิก https://bit.ly/shabushi-buffet