หอการค้า จ.ชลบุรี โหมโรงโปรโมทกีฬา ‘ซีเกมส์ ครั้งที่ 33’ พร้อมระเบิดศึก ‘เรือใบ แรลลี่’ ครั้งแรกในไทย

หอการค้า จ.ชลบุรี โหมโรงโปรโมทกีฬา 'ซีเกมส์ ครั้งที่ 33' พร้อมระเบิดศึก 'เรือใบ แรลลี่' ครั้งแรกในไทย

หอการค้า จ.ชลบุรี โหมโรงโปรโมทกีฬา ‘ซีเกมส์ ครั้งที่ 33’ พร้อมระเบิดศึก ‘เรือใบ แรลลี่’ ครั้งแรกในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.33 น.

หอการค้าจังหวัดชลบุรี ร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมต้อนรับมหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 (SEA Games 2025) โดยการจัดการแข่งขันเรือใบ แรลลี่ Rally Sailboat Festival Amazing Thailand Grand Year 2025 ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 17–18 พฤษภาคม 2568 ณ ชายหาดจอมเทียน จังหวัดชลบุรี

นายไกรสร ฉัตรเลขวนิช ประธานหอการค้าจังหวัดชลบุรี เป็นประธานงานแถลงข่าว การแข่งขันเรือใบ แรลลี่ Rally Sailboat Festival Amazing Thailand Grand Year 2025 เมื่อวันก่อน ณ ชายหาดจอมเทียน จังหวัดชลบุรี การแข่งขันเรือใบในครั้งนี้ นับเป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 17–18 พฤษภาคม 2568 ณ ชายหาดจอมเทียน จังหวัดชลบุรี

นายไกรสร ฉัตรเลขวนิช ประธานหอการค้าจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า เพื่อร่วมต้อนรับมหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 (SEA Games 2025) ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2025 โดยมี กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี และ สงขลา เป็นสนามหลักในการแข่งขัน ภายใต้แนวคิด “Play by the Rules” ซีเกมส์ 2025 ที่ไม่เพียงแต่เป็นเวทีประชันศักยภาพของนักกีฬาระดับอาเซียน แต่ยังสะท้อนถึงระเบียบวินัย ความมุ่งมั่น และความคิดสร้างสรรค์ในการแข่งขัน ที่นอกจากความตื่นเต้นของการแข่งขันในปีนี้ ประเทศไทยยังเน้นยกระดับมาตรฐานสู่ระดับสากล พร้อมส่งเสริมแนวคิด “Green SEA Games” เพื่อการจัดการแข่งขันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และใช้พลังงานสะอาด นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนบทบาทของไทยในฐานะเจ้าภาพที่มุ่งสู่อนาคตแห่งความยั่งยืน

ดังนั้น ทาง หอการค้าจังหวัดชลบุรี จึงได้ร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมไคท์บอร์ดแลวิงสปอร์ต จังหวัดชลบุรี เพื่อร่วมต้อนรับมหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 (SEA Games 2025) ด้วยการจัดการแข่งขันเรือใบ แรลลี่ Rally Sailboat Festival Amazing Thailand Grand Year 2025 ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 17–18 พฤษภาคม 2568 ณ ชายหาดจอมเทียน จังหวัดชลบุรี โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญในการโปรโมทการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในครั้งนี้และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์ขยายกลุ่มท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัด

และเนื่องด้วยประเทศไทย จะได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ ในการเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขัน กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9–20 ธันวาคม 2568 กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และ หอการค้า จังหวัด ชลบุรี จึงได้มีแผนการจัดกิจกรรมที่ประชาสัมพันธ์กีฬาที่จัดแข่งในกีฬาซีเกมส์ รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ EEC ทาง หอการค้า จังหวัดชลบุรี จึงเห็นว่า ควรให้มีการจัดการแข่งขันเรือใบ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกีฬาเรือใบ รวมถึงการให้ความรู้ และทำให้กีฬาเรือใบเป็นที่รู้จักแก่บุคคลทั่วไป รวมถึงเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง จึงได้จัดทำโครงการ การแข่งขันกีฬาเรือใบ Rally Sailboat Festival Amazing Thailand Grand Year 2025” ประจำปี พ.ศ. 2568 ณ ชายหาดจอมเทียน จังหวัดชลบุรี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างกิจกรรมส่งเสริมการท่องเทียวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี, เพื่อเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวในภาพรวมให้กับจังหวัดชลบุรี, เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวให้จังหวัดชลบุรีเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) และ เพื่อกระจายโอกาสในการสร้างรายได้ไปสู่ชุมชนในพื้นที่

โดยการแข่งขันจะมีขึ้นในวันที่ 17-18 พฤษภาคม 2568 เพื่อจะช่วยส่งเสริม สนับสนุน และเผยแพร่กีฬาเรือใบทุกประเภท และ แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี สำหรับพื้นที่ในการการจัดกิจกรรมนั้น ได้กำหนดจัดขึ้น ณ ชายหาดจอมเทียน อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำระดับชาติ เป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

การแข่งขันเรือใบ แรลลี่ Rally Sailboat Festival Amazing Thailand Grand Year 2025 นอกจากจะเป็นการชิงชัย และความตื่นเต้นกับหา RC ที่มีให้ลุ้นตลอดการเดินทาง เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับกลุ่มที่ไม่เน้นในเรื่องของการแข่งขัน แต่ต้องการความสนุกสนาน เพื่อพักผ่อนกับธรรมชาติ ความสวยงามของท้องทะเล กับหลากหลายเกาะแห่งความสุข เพลิดเพลินพร้อมสาระจากจุด TC (จุดลงเวลา) และฐานกิจกรรมสนุกๆ ประสานทีมงานได้ทั้งในรูปแบบ ครอบครัว และ องค์กร พร้อมสัมผัสความประทับใจ ตื่นเต้นกับการหา RC ที่มีให้ลุ้นตลอดเส้นทาง พร้อมความภูมิใจกับรางวัลแห่งชัยชนะ

นอกจากนั้นแล้ว ภายในงาน การแข่งขันเรือใบ แรลลี่ Rally Sailboat Festival Amazing Thailand Grand Year 2025 ยังจะมีการแข่งขันเรือใบจำนวนมากกว่า 120 ลำ มีทั้งเรือใบรุ่น Optimist, เรือใบรุ่น LASER, เรือใบรุ่น 470 เข้าร่วมแข่งขัน รวมทั้งการแสดงนิทรรศการ เรือใบ เช่น เรือใบมด นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขัน แรลลี่  ไคท์เซิร์ฟ, วิงฟอยล์ และคลินิกสำหรับผู้ที่อยากจะลองเล่น ลองเรียน พร้อมบูทอาหารสุดอร่อยจากจังหวัดชลบุรี และการแสดงดนตรีจาก วง ETC, โจ้-ธนรัฐ, ลูกปัด-ชลนรรจ์ ในวันที่ 17 พ.ค. และ ในวันที่ 18 พบกับ DJ ที่จะมาร่วมสร้างประสบการณ์เสียงเพลงสุดเร้าใจ กิจกรรมความบันเทิงริมทะเลครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความคึกคักให้กับนักกีฬาเรือใบ ประชาชน และนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างรายได้หมุนเวียน และส่งเสริมศักยภาพของประเทศไทยผ่านพลัง Soft Power อย่างเต็มรูปแบบ

งานนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนตามนโยบาย Amazing Thailand Grand Year 2025 ที่มุ่งเน้นการยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวไกลในระดับนานาชาติ ผ่านกิจกรรมที่ผสมผสานกีฬา ดนตรี วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านประสบการณ์ระดับโลกอย่างแท้จริง

-(016)

ป.ป.ส.ชวนวัยทีนปล่อยของ! ประกวดคลิป TikTok สุดสร้างสรรค์ ‘BE SMART SAY NO TO DRUGS’ ปี 2

ป.ป.ส.ชวนวัยทีนปล่อยของ! ประกวดคลิป TikTok สุดสร้างสรรค์ 'BE SMART SAY NO TO DRUGS' ปี 2

ป.ป.ส.ชวนวัยทีนปล่อยของ! ประกวดคลิป TikTok สุดสร้างสรรค์ ‘BE SMART SAY NO TO DRUGS’ ปี 2

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.17 น.

ป.ป.ส. ชวนวัยทีนปล่อยของ! ประกวดคลิป TikTok สุดสร้างสรรค์ “BE SMART SAY NO TO DRUGS” ปี 2 ภายใต้แนวคิด Hug Your Dream, Light Up Your Life (กอดฝัน จุดพลังชีวิต) ลุ้นเงินรางวัลใหญ่ พร้อมโล่และประกาศนียบัตร

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กลับมาอีกครั้งกับกิจกรรมดีๆ สำหรับเยาวชนไทยในโครงการ “สื่อสาร สร้างสรรค์ รู้เท่าทันยาบ้า (BE SMART SAY NO TO DRUGS)” ปีที่ 2 ผ่านรูปแบบการประกวดคลิปวิดีโอสั้นบน TikTok ความยาวไม่เกิน 2 นาที

งานนี้เปิดโอกาสให้ เด็กและเยาวชนไทย อายุ 13 – 19 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา หรือเทียบเท่าจากทั่วประเทศ มาร่วมโชว์ไอเดียเจ๋งๆ ภายใต้แนวคิด “Hug Your Dream, Light Up Your Life” (กอดฝัน จุดพลังชีวิต) เพื่อรณรงค์และส่งเสริมให้เยาวชนห่างไกลยาเสพติด ผ่านพลังของความคิดสร้างสรรค์ในโลกออนไลน์

ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 16,060,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และประกาศนียบัตรสำหรับผู้ชนะ ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 – วันที่ 22 มิถุนายน 2568

สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ เว็บไซต์: http://www.besmartsaynotodrugs.com ,  อีเมล: admin@besmartsaynotodrugs.com ,  Facebook: Be Smart Say No to Drugs , TikTok: @BeSmartSayNoToDrugs , Youtube: Be Smart Say No to Drugs โทร: 065-476-3235, 098-289-8788

มาร่วมเป็นพลังของเยาวชนไทยรุ่นใหม่ ที่ “ฉลาดคิด ฉลาดเลือก” และกล้าบอก “ไม่” กับยาเสพติด!

#BeSmartSayNoToDrugs #HugsYourDream #LightUpYourLife #TikTokContest

-(016)

หอการค้าไทย-อิตาเลียน ร่วมฉลองวันก่อตั้งกรุงโรมและกรุงเทพฯ

หอการค้าไทย-อิตาเลียน ร่วมฉลองวันก่อตั้งกรุงโรมและกรุงเทพฯ

หอการค้าไทย-อิตาเลียน ร่วมฉลองวันก่อตั้งกรุงโรมและกรุงเทพฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หอการค้าไทย-อิตาเลี่ยน (TICC) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน “Foundation of Rome & Bangkok – Grand Celebration Event” ณ Siri Sala Private Thai Villa ริมคลองบางกอกน้อย ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ชื่อดัง The White Lotus ซีซั่น 3 โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

งานนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันสถาปนาของสองเมืองหลวงที่ตรงกันโดยบังเอิญอย่างโดดเด่น ได้แก่ กรุงโรม (21 เมษายน 753 ปีก่อนคริสตกาล) และกรุงเทพฯ (21 เมษายน พ.ศ. 2325) ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจระหว่างไทยและอิตาลี  โดยมีผู้เข้าร่วมงานหลากหลาย อาทิ บริษัทวางแผนและบริหารจัดการท่องเที่ยว โรงแรม บริษัทท่องเที่ยว หน่วยงานภาครัฐ สื่อมวลชน และอินฟลูเอนเซอร์

งานเริ่มต้นด้วยการยืนไว้อาลัยแด่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้ล่วงลับ จากนั้นเข้าสู่ช่วงเสวนาในหัวข้อ ‘Bridging Cultures Through Tourism – Thailand & Italy in Focus’ โดย 4 ผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ บรรยากาศของงานเต็มไปด้วยสีสันจากกิจกรรมจากหลากหลายบูธ โดยเป็นการส่งเสริมการตลาดของทั้งบริษัทท้องถิ่นและนานาชาติ หลังจากการเสวนา ยังมีช่วงค็อกเทลเน็ตเวิร์กกิ้ง ที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้พบปะ พูดคุย และต่อยอดความร่วมมือระหว่างกันอย่างเป็นกันเอง

ทั้งนี้ หอการค้าไทย-อิตาเลียน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีผ่านการจัดกิจกรรมที่ผลักดันการเชื่อมโยงองค์ความรู้และการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหอการค้าไทย-อิตาเลียน และกิจกรรมที่จะจัดขึ้นในอนาคต สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่: https://www.thaitch.org/ 

หยุดความปวดจากออฟฟิศซินโดรม ด้วยการฝังเข็ม Dry Needling

หยุดความปวดจากออฟฟิศซินโดรม ด้วยการฝังเข็ม Dry Needling

หยุดความปวดจากออฟฟิศซินโดรม ด้วยการฝังเข็ม Dry Needling

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ออฟฟิศซินโดรม เป็นกลุ่มอาการที่พบได้บ่อยในกลุ่มคนวัยทำงาน ซึ่งมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น การนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ หรือการอยู่ในท่าทางที่ไม่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดอาการปวดตึงกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ หลัง หรือข้อมือ รวมถึงอาการปวดศีรษะจากภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง และความรู้สึกอ่อนล้าหรือปวดเมื่อยเรื้อรัง หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาการเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงานในระยะยาวได้

นายแพทย์ธนวัฒน์ เพชรรัชตะชาติ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลเวชธานี 

นายแพทย์ธนวัฒน์ เพชรรัชตะชาติ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า หนึ่งในแนวทางการรักษาออฟฟิศซินโดรมที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน คือ การฝังเข็มแบบ Dry Needling ซึ่งเป็นเทคนิคทางกายภาพบำบัดที่ไม่ต้องพึ่งยาและไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้เข็มขนาดเล็ก ปักลงในจุดที่เรียกว่า Trigger Point ซึ่งมักพบในกล้ามเนื้อที่หดเกร็งหรือมีอาการบาดเจ็บ จุดเหล่านี้เป็นสาเหตุของอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

ข้อดีของการรักษาด้วย Dry Needling คือ ช่วยลดอาการปวดและอาการตึงของกล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็ว ส่งเสริมการฟื้นฟูสมรรถภาพของกล้ามเนื้อ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาและไม่ต้องผ่าตัด สามารถใช้ร่วมกับวิธีการรักษาอื่น ๆ เช่น การยืดเหยียดหรือการทำกายภาพบำบัดทั่วไป

กลุ่มบุคคลที่เหมาะสำหรับการรักษาด้วย Dry Needling ได้แก่  ผู้ที่มีอาการของออฟฟิศซินโดรมเรื้อรัง ผู้ที่เคยทดลองวิธีการรักษาอื่น ๆ แล้วยังไม่สามารถบรรเทาอาการได้อย่างเพียงพอ ผู้ที่ต้องการลดการใช้ยาแก้ปวด ผู้ที่ไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์ในการรับการฝังเข็ม

ทั้งนี้ หากสังเกตอาการตัวเองหรือคนรอบข้างที่มีอาการเข้าข่ายออฟฟิตซินโดรมซึ่งอาจเป็นระยะกึ่งเฉียบพลันไปจนถึงเรื้อรัง สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม โดยแพทย์อาจพิจารณารักษาร่วมกับเครื่องมือกายภาพและวิธีทางกายภาพทำให้มีประสิทธิภาพการรักษาที่ดีขึ้น

คอนเสิร์ต Music Of Life ดนตรีแห่งชีวิต ฉลอง 93 ปี คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช

คอนเสิร์ต Music Of Life ดนตรีแห่งชีวิต ฉลอง 93 ปี คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช

คอนเสิร์ต Music Of Life ดนตรีแห่งชีวิต ฉลอง 93 ปี คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 93 ปี คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช ศิลปินแห่งชาติ และนักเปียโนคอนเสิร์ตหญิงคนแรกของไทย ผู้บุกเบิกและพัฒนาวงการขับร้องประสานเสียงในประเทศไทย คณะลูกศิษย์นำโดย ดลชัย บุณยรัตเวช ลูกชายคนโต และ สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา จัดการแสดงคอนเสิร์ต “ดนตรีแห่งชีวิต – Music of Life” ที่ได้รวบรวมบทเพลงอันทรงคุณค่าผลงานอันที่ประจักษ์ในฐานะ “นักเปียโนหญิง” และ “อาจารย์สอนขับร้องประสานเสียง” มาจัดแสดง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2568 เวลา 19.00 น. หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดให้ ผู้แทนพระองค์อัญเชิญดอกไม้พระราชทาน มอบให้คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช นำความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณมายังครอบครัวบุณยะรัตเวชเป็นอย่างยิ่ง

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดให้ ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ อดีต ผอ.รร.จิตรลดา เป็นผู้แทนพระองค์อัญเชิญดอกไม้พระราชทาน มอบให้คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช พระอาจารย์ถวายการสอนเปียโนเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์

คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช และลูกชาย ดลชัย ต้อนรับ อดีต ผอ.รร.จิตรลดา ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติและบุตรสาว ผกาภรณ์ บุณยัษฐิติ, คู่แม่ลูกนักร้องเสียงทรงพลัง กมลา-มาริสา สุโกศล

อดีต ผอ.รร.จิตรลดา ท่านผู้หญิงอังกาบ และบุตรสาว ผกาภรณ์ บุณยัษฐิติ กับสามสาววัฒนา ผาณิต พูนศิริวงศ์, ภาวิไล บุราวาศ และ ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ

อดีตรอง อจญ.รร.จิตรลดา คุณหญิงจามรี สนิทวงศ์ฯ และลูกสาว ดาลิน, นพ.ปิยวุฒิ เจิมศิริวัฒน์, กฤษดา โกมารกุลฯ และ วรรณะ พุทธวรรณ

อมเรศ-ภัทรา ศิลาอ่อน พร้อมลูกสะใภ้ ปนิษฐา ศิลาอ่อน ร่วมแสดงความยินดีกับ คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช

คอนเสิร์ต“ดนตรีแห่งชีวิต – Music of Life” มีทั้งนักดนตรีที่เคยร่วมงาน ลูกศิษย์ของคุณหญิงมาลัยวัลย์ มาร่วมขึ้นเวทีถ่ายทอดบทเพลงอันไพเราะเพื่อสดุดีคุณูปการของคุณหญิงมาลัยวัลย์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวงการดนตรี นำโดย การแสดงเดี่ยวเปียโน ณัฐ ยนตรรักษ์  ในบทเพลง Chopin Noctume in D flat op.27 no.2 การขับร้องประสานเสียง โดย ศิษย์เก่าคณะประสานเสียง Wattana Glee Club ในเพลง คืนความหลัง และ เงาไม้ คณะนักร้องประสานเสียงศิษย์เก่าจิตรลดา (CD Chorus) ในบทเพลง รักจิตรลดา และ Over the rainbow  การขับร้องบทเพลงเทิดพระเกียรติ ผลงานการประพันธ์ทำนองโดยคุณหญิงมาลัยวัลย์ อาทิ เพลง พระแม่ไทย โดย ศ.ดวงใจ ทิวทอง, สุวรรณี เจริญธุระยนต์  เพลงเทพของไทย โดย ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล รวมถึงการแสดงจากคณะนักร้องเยาวชนไทยรุ่น 1 , The Resonance,  คณะคริสเตียนไทย, TYC Aree School of Dance และศิลปินลูกศิษย์มากมาย กำกับการแสดงโดย สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา ศิลปินแห่งชาติ

คณะนักร้องประสานเสียงศิษย์เก่าจิตรลดา (CD Chorus) มอบดอกไม้แสดงมุทิตาจิตต่อ อาจารย์คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช

ศ.ดร.ฤทัยวรรณ โต๊ะทอง, ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์, คุณหญิงผะอบทิพย์  ศาตะมาน, คุณหญิงกษมา วรวรรณ และภาวิไล บุราวาศ

ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ แสดงความยินดีกับ คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช ร่วมด้วย ดุษฎี– ตุลยา พนมยงค์, ชลลกา
เก่งระดมยิง, รัตนาภา เทวกุลฯ และเพื่อนๆ

ณัฐ-พ-วงเดือน ยนตรรักษ์, อำนาจ คีตพรรณนา และสุขสันต์ มั่นดี

ศรีวรา อิสสระ และ บุบผาสวัสดิ์ รัชชตาตะนันท์

คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยรัตเวช  สกุลเดิม โมชดารา เกิดเมื่อ วันที่16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2475 เริ่มต้นเส้นทางดนตรีตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย จบปริญญาตรีด้านดนตรี เอกเปียโน ที่วิทยาลัยโคว์ (Coe Collage) รัฐโอไอวา สหรัฐอเมริกา และปริญญาโทด้านดนตรีที่ Eastman School of Music แห่ง University of Rochester เป็นสถาบันสอนดนตรีที่ผลิตนักดนตรีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย

เรือนแก้ว กุยยกานนท์ แบรนด์ และ จารุรัช ตันตราภรณ์

สุวรรณี เจริญธุระยนต์ และศ.ดวงใจ ทิวทอง

เมื่อเรียนจบ เดินทางกลับประเทศไทยและได้สมรสกับ เชิด บุณยะรัตเวช (อดีตผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย) และเข้ารับราชการเป็นอาจารย์สอนดนตรีสากลและเปียโน ที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร และเป็นนักเปียโนหญิงคนแรกของประเทศไทยที่ได้มีโอกาสแสดงเปียโนคอนแชร์โตหน้าพระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ถวายการสอนเปียโนแก่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยาราชนารี เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์

ดลชัย บุณยะรัตเวช ร่วมโชว์พร้อมๆ น้องๆ คณะนักร้องประสานเสียงรุ่นใหม่

ปัญญชลี เพ็ญชาติ ร่วมขับร้องเพลงกับ Wattana Glee Club ศิษย์เก่าวัฒนาวิทยาลัย

คณะนักร้องประสานเสียงศิษย์เก่าจิตรลดา (CD Chorus)

อ.มัทนี โมชดารา รัตนิน และศิษย์วัฒนา

มัทนพันธุ์ ดุละลัมพะ และ พัชราภรณ์ บุนนาค

ต่อมาลาออกราชการและไปเป็นอาจารย์สอนดนตรีและการขับร้องประสานเสียงที่โรงเรียนไอบีเอส รวมถึงรับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษสอนการขับร้องเพลงประสานเสียงที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย (2504-2522) โรงเรียนจิตรลดา (2506-2525), สอน วงนักร้องประสานเสียง สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นแรก, ก่อตั้งวงขับร้องประสานเสียงเยาวชนสยาม ปัจจุบันคือ Thai Youth Choir (TYC)  และได้รับการประกาศเกียรติคุณเป็น ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2540 สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล)

ตัวแทนลูกศิษย์มอบพวงมาลัยกราบครู

คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยรัตเวช  เป็น “อาจารย์” ผู้อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังในการพัฒนาวงการดนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับร้องประสานเสียงของประเทศไทย และเป็นแบบอย่างให้ศิษย์ได้ดำเนินรอยตามให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

วันแห่งความภาคภูมิใจในวัย 93 ปี คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยรัตเวช

คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช กับลูกศิษย์จาก Aree School of Dance

Wattana Glee Club นำโดย จันทนีย์ อูนากูล

AMANOR Hotel เปิด ‘ลูมิ’ ห้องอาหารอิตาเลียนในมุมมองใหม่ ผสานกลิ่นอายแห่งเชียงใหม่เข้ากับศิลปะการปรุงอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิม

AMANOR Hotel เปิด ‘ลูมิ’ ห้องอาหารอิตาเลียนในมุมมองใหม่ ผสานกลิ่นอายแห่งเชียงใหม่เข้ากับศิลปะการปรุงอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิม

AMANOR Hotel เปิด ‘ลูมิ’ ห้องอาหารอิตาเลียนในมุมมองใหม่ ผสานกลิ่นอายแห่งเชียงใหม่เข้ากับศิลปะการปรุงอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิม

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลังปรับโฉมครั้งใหม่ AMANOR Hotel หรือ โรงแรม อะเมเนอร์ เชียงใหม่  มร.จอห์น ลิม ผู้ก่อตั้ง Manor Group จัดงาน Lumi’s Launch Event เปิดตัวห้องอาหารอิตาเลียน Lumi (ลูมิ) นำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหาร ที่ผสมผสานกลิ่นอายแห่งเชียงใหม่เข้ากับศิลปะการปรุงอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิมและมรดกทางวัฒนธรรมไทยได้อย่างกลมกลืน รังสรรค์โดย เชฟปรินซ์-ทนงศักดิ์ มณีกาศ   ด้วยปรัชญาที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง  “ศิลปะอิตาเลียน ผสานมนต์เสน่ห์แห่งท้องถิ่น” (Italian craft | local character) ซึ่งแนวคิดนี้ถูกรังสรรค์อย่างพิถีพิถันลงในทุกจานของเมนู

จอห์น ลิม

ชื่อ Lumi ได้รับแรงบันดาลใจจากคำว่า Illumination หมายถึง การส่องสว่าง นำเสนอแนวคิดของการจุดประกายประสบการณ์ใหม่ให้ผู้มาเยือน ผ่านการรับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาในทุกองค์ประกอบ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเอกลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ นำมาสร้างสรรค์เป็นบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยเสน่ห์ของท้องถิ่นอย่างแท้จริง ซึ่งไม่ได้สัมผัสได้แค่ในรสชาติอาหาร แต่ทุกมุมของร้านยังนำเสนอประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับความเป็นเชียงใหม่ได้อย่างลงตัว

มื้อค่ำในงาน เชฟปรินซ์ นำเสนอเอ็กซ์คลูซีฟ เมนู ที่ปรับจากเมนู A la cart รวมทั้งเมนูซิกเนเจอร์  เริ่มจากเมนูแรก  Burrata Brioche ความนุ่มละมุนของชีสบูราต้าสดใหม่ วางเรียงบนบริออชกรอบนอกนุ่มใน เสริมรสด้วยมะเขือเทศญี่ปุ่นสายพันธุ์ท้องถิ่นและใบโหระพา ราดด้วยน้ำมันมะกอกสกัดเย็นและบัลซามิกกลิ่นหอมบางเบา ต่อด้วยเมนู Kao Soi Prawns เมนูซิกเนเจอร์ของลูมิที่เชฟนำเสนอข้าวซอยในรูปแบบที่แตกต่าง เส้นบะหมี่กรอบในน้ำแกงเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมกุ้งตุ๋นฉ่ำซอสและราวิโอลีริคอตต้า ขณะที่เมนูจานหลัก  Wagyu Short Ribs เนื้อวากิวส่วนซี่โครงที่ผ่านการตุ๋น จนได้เนื้อนุ่ม ราดด้วยซอสไวน์แดงผสานกลิ่นทรัฟเฟิล เสิร์ฟคู่กับญ็อคกี้โฮมเมดเนื้อนุ่มเบา โรยหน้าด้วยพาร์เมซานชีส ปิดท้ายด้วยขนมหวาน Tiramisu สูตรเฉพาะของเชฟปรินซ์ที่ได้รับการตีความใหม่  ทำให้มื้อค่ำนี้พิเศษและสมบูรณ์แบบ

เชฟปรินซ์-ทนงศักดิ์ มณีกาศ

เชฟปรินซ์  เริ่มต้นการเดินทางในโลกแห่งอาหารจากบ้านอันอบอุ่น  การเติบโตข้างร้านอาหารไทยของคุณยาย ทำให้เขาได้เรียนรู้และซึมซับเทคนิคดั้งเดิมและความมหัศจรรย์ของการปรุงอาหารมาตั้งแต่เด็ก พร้อมทั้งเข้าใจถึงความสำคัญของการเลือกวัตถุดิบสดใหม่และคุณภาพเยี่ยม

หลังจากสำเร็จการศึกษาด้านอาหารตะวันตกจาก Empyrean Education Culinary Institute สถาบันสอนทำอาหาร ในเมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย เชฟปรินซ์ เริ่มต้นเส้นทางอาชีพด้วยการฝึกงานที่โรงแรมโนโวเทล หนึ่งในโรงแรมชั้นนำของเมือง ซึ่งเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้การทำงานในครัวที่ต้องรองรับปริมาณอาหารจำนวนมาก ในขณะที่ยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพระดับสูง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ 6 ปี อันมีค่าในครัวหลากหลายรูปแบบ ซึ่งช่วยให้เชฟปรินซ์พัฒนาทักษะ ฝึกฝนฝีมือ และเปิดโลกทัศน์ด้านอาหารของเขาไปอีกขั้น เส้นทางนี้ได้นำเขาไปสู่การทำงานในร้านอาหารชั้นนำของเพิร์ธอย่าง Red Opium และ Riverside ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาได้ต่อยอดความเชี่ยวชาญและเรียนรู้แนวคิดการทำอาหารร่วมสมัยอย่างลึกซึ้ง

ที่ ลูมิ เชียงใหม่ เชฟปรินซ์ นำทักษะที่สั่งสมมาสร้างสรรค์อาหารอิตาเลียนสมัยใหม่ที่โดดเด่น โดยยึดหลักสมดุลและการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่าง “ความดั้งเดิมและความคิดสร้างสรรค์” ซึ่งเป็นหัวใจของปรัชญาการทำอาหารของเขา นอกจากนี้ เชฟปรินซ์ ยังให้ความสำคัญกับวัตถุดิบตามฤดูกาลจากผู้ผลิตท้องถิ่น เพื่อคงไว้ซึ่งความสดใหม่และคุณภาพระดับสูง อีกทั้ง ยังเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อมของ “ลูมิ” ที่มุ่งสนับสนุนเกษตรกรไทย สร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมถ่ายทอดความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบธรรมชาติในประเทศผ่านทุกจานอาหาร

เชฟปรินซ์ ได้รับอิทธิพลทางแนวคิดการทำอาหารจาก เชฟ เวอร์จิลิโอ มาร์ติเนซ  (Virgilio Martínez) เชฟชาวเปรูผู้มีชื่อเสียงระดับโลก โดยเฉพาะความสามารถในการยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นควบคู่ไปกับการเคารพมรดกทางวัฒนธรรม “ผมชื่นชมที่เขาสามารถยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นและนำเสนอในรูปแบบใหม่ พร้อมทั้งรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไว้ แนวคิดนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของผมอย่างมาก” เชฟปรินซ์ กล่าว

มร. จอห์น ลิม ผู้ก่อตั้ง Manor Group  กล่าวในตอนท้ายว่า “การเปิดตัวห้องอาหารอิตาเลียน lumi (ลูมิ)  ด้วยแนวคิดด้านอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ ผสานความประณีตแบบอิตาลีร่วมสมัยเข้ากับรสชาติของความเป็นไทยที่เหนือกาลเวลา ทำให้ ‘lumi’ ไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหาร แต่คือ การเดินทางแห่งรสชาติที่เชื่อมโยงความเป็นท้องถิ่นเข้ากับศิลปะการปรุงอาหารของอิตาเลียนในทุกคำได้อย่างลงตัว”

 ลูมิ ตั้งอยู่ใน โรงแรม อะเมเนอร์ เชียงใหม่  ซอยนิมมานเหมินท์ 9 เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 7:00 น. ถึง 23:00 น. ไม่ว่าจะเป็นมื้อค่ำสุดพิเศษ งานเลี้ยงส่วนตัว หรือประสบการณ์เชฟส์เทเบิลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ  สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ +66 (0) 53 216 219 อีเมล fb.ahcm@amanorhotels.com หรือผ่านเว็บไซต์ของโรงแรม https://amanorhotels.com/

เจฟ ซาเตอร์ เผยลุคสุดเท่ ทรงพลัง ‘Blacked Out Collection’

เจฟ ซาเตอร์ เผยลุคสุดเท่ ทรงพลัง  ‘Blacked Out Collection’

เจฟ ซาเตอร์ เผยลุคสุดเท่ ทรงพลัง ‘Blacked Out Collection’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ครั้งแรก ที่แรก เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) เผยลุคสุดเท่จาก “Blacked Out Collection” ไลน์แว่นตาครั้งแรกที่ถูกออกแบบ โดย A$AP Rocky ในคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบครั้งแรก RED GIANT CONCERT ตอกย้ำสถานะของเจฟในฐานะหนึ่งในศิลปินที่แฟน ๆ ทั่วเอเชียรักมากที่สุด

RED GIANT CONCERT เปรียบเสมือนการเฉลิมฉลองอัตลักษณ์ของเจฟอย่างทรงพลัง ผสมผสานความเป็นตัวจริงในโลกของดนตรี แฟชั่น และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันภายใต้จิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ของ Ray-Ban แบรนด์ที่เขาภูมิใจนำเสนอ หนึ่งในช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดของค่ำคืนนั้นคือการที่เจฟเป็นคนแรกในประเทศไทยที่สวมแว่นกันแดดรุ่นล่าสุดจาก Blacked Out Collection ซึ่งเป็นไลน์แว่นตาครั้งแรกที่ถูกออกแบบโดย A$AP Rocky สำหรับ Ray-Ban Studios แพลตฟอร์มสร้างสรรค์ที่เฉลิมฉลองพลังของเสียงดนตรีและเรื่องราวของศิลปินผู้กล้าแสดงออก

Blacked Out Collection ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดย A$AP Rocky ศิลปินผู้มีบทบาทหลากหลายทั้งในด้านดนตรี แฟชั่น และธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Creative Director คนแรกของ Ray-Ban โดยเขาได้พลิกโฉมแว่นตาทรงไอคอนิกของแบรนด์ทั้ง Mega Wayfarer และ Mega Clubmaster ให้กลายเป็นดีไซน์สุดเท่ในโทนสีดำล้วน พร้อมรายละเอียดปักลาย “รอยสัก” และอะไหล่สีทองที่เพิ่มความดุดันในแบบสตรีทแฟชั่น คอลเลกชันนี้คือการตีความใหม่ของความคลาสสิก ด้วยทัศนคติที่กล้าท้าทาย ไม่ตามใคร ซึ่งเป็นลายเซ็นที่ชัดเจนของ A$AP Rocky นั่นเอง

เจฟ ซาเตอร์ได้ปรากฏตัวในลุคที่สวมแว่นตารุ่นล่าสุดอย่าง Mega Clubmaster Blacked Out Collection (RB0316S) ระหว่างการแสดงสุดเร้าใจกับ ฮิวโก้ จักรพงษ์ เลวี นักแสดงและนักร้องนักแต่งเพลงลูกครึ่งไทย-อเมริกัน กับเพลงฮิต “99 Problems” ในเวอร์ชันของฮิวโก้ การแสดงของเจฟในค่ำคืนนั้นสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่ง ความมั่นใจ ความกล้าแสดงออก และสไตล์ที่แท้จริงของ Ray-Ban ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

‘ชมพูนุช ประเสริฐพรพงศ์’ อาสาช่วยบ้านเกิด ปลุกจิตสำนึกลูกหลานคืนถิ่นเมืองเก่าตะกั่วป่า

‘ชมพูนุช ประเสริฐพรพงศ์’ อาสาช่วยบ้านเกิด  ปลุกจิตสำนึกลูกหลานคืนถิ่นเมืองเก่าตะกั่วป่า

‘ชมพูนุช ประเสริฐพรพงศ์’ อาสาช่วยบ้านเกิด ปลุกจิตสำนึกลูกหลานคืนถิ่นเมืองเก่าตะกั่วป่า

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักธุรกิจหญิงแห่งอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ชมพูนุช ประเสริฐพรพงศ์  เดินหน้าโครงการเพื่อบ้านเกิด ปลุกจิตสำนึกลูกหลานในชุมชนกลับคืนถิ่น ผ่านนิทรรศการภาพถ่ายชุมชนในอดีตในโครงการตะกั่วป่ามายโฮม พร้อมจัดขบวนสาวงามร่วมงานประจำปี “มาฆบูชา น้อมใจวันทา พระศรีบรมธาตุ” อัญเชิญพระบรมธาตุขึ้นราชรถแห่รอบเมืองเก่าตะกั่วป่า รวมทั้งริเริ่มจัดงานสงกรานต์เมืองตะกั่วป่า ในวันที่ 13 เมษายน เพื่อให้ชาวบ้านและลูกหลานได้สนุกสนานกับประเพณีสงกรานต์ในชุมชนของตัวเอง มุ่งหวังให้เป็นงานประจำท้องถิ่นที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้นำในชุมชนและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจในการริเริ่มจัดงานเพื่อชุมชน ชมพูนุช ประเสริฐพรพงศ์  เล่าว่า หลังจากเธอตกเป็นผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์สึนามิ และรอดชีวิตมาได้ ขณะที่ทำธุรกิจโรงแรมและต้องปิดกิจการลง  จึงหันมารับช่วงต่อจากคุณแม่เพื่อดูแลธุรกิจของครอบครัว “ร้านอนันต์สุขสมค้าวัสดุภัณฑ์” จำหน่ายวัสดุก่อสร้าง  จึงเกิดความคิดที่อยากจะทำอะไรเพื่อชุมชนตะกั่วป่า เมืองเก่าที่เธอเกิดและเติบโตมา  และโครงการตะกั่วป่ามายโฮม เกิดขึ้นเป็นโครงการแรก ด้วยความคิดที่อยากจะให้ลูกหลานได้กลับคืนสู่บ้านเกิด จึงจัดนิทรรศการภาพถ่ายในอดีตของชุมชน ในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีเกินคาด 

“เรารวบรวมเด็กๆ ที่ยังอยู่ในตะกั่วป่า มาช่วยกันจัดนิทรรศการถ่ายภาพเก่าแก่ในย่านเมืองเก่า หลายๆ ครอบครัวให้ความร่วมมือและนำภาพถ่ายในอดีตมาให้เรา เพื่อเชิญชวนลูกลานกลับบ้าน อากง อาม่า ก็ดีใจและมีความสุขที่เห็นลูกๆ หลานๆ กลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ  เป็นภาพที่อบอุ่นใจมาก ตะกั่วป่าเป็นเมืองเล็กๆ ทุกคนรู้จักกันหมด การทำให้ชุมชนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง จึงเป็นสิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่สำหรับตัวเองมาก”

โครงการตะกั่วป่ามายโฮม จัดต่อเนื่องมาเพียง 3 ปี ก็เกิดการระบาดของโควิด 19 ทำให้ต้องเลิกจัดงานไป แต่เธอก็ยังวางแผนที่จะจัดงานนิทรรศการภาพถ่ายนี้อีกครั้ง และคาดหวังที่จะได้รับการสนับสนุนจากผู้นำในชุมชน  อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังไม่วางมือจากงานช่วยเหลือท้องถิ่น  อาสาเข้าไปจัดสรรสาวงามแต่งกายในชุดไทย เพื่อร่วมขบวนแห่พระธาตุ “มาฆบูชา น้อมใจวันทา พระศรีบรมธาตุ” ในงานประจำปีของพระธาตุธาตุคีรีเขต ต่อเนื่องมาถึงปีที่ 9 ในปีนี้ รวมทั้งริเริ่มจัดงานสงกรานต์เมืองตะกั่วป่าเป็นครั้งแรก ในวันที่ 13 เมษายน และจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3

“ดิฉันเห็นลูกหลานออกไปเล่นน้ำสงกรานต์นอกอำเภอตะกั่วป่า และเสี่ยงต่ออุบัติเหตุจากการเล่นน้ำสงกรานต์ จึงคิดว่าทำไมเราไม่จัดงานสงกรานต์ในตะกั่วป่า และให้คนในชุมชนมาสนุกกับประเพณีสงกรานต์ร่วมกัน  ปีนี้เป็นปีที่ 3 ที่จัดงานดิฉันได้รับความกรุณาจากท่านรองผู้ว่าราชการจังหวักมาร่วมงาน รวมทั้งผู้ใหญ่จาก ททท. ของจังหวัด เป็นความสำเร็จเกินความคาดหมาย ทำให้มีกำลังใจที่จะจัดงานสงกรานต์ขึ้นต่อเนื่องในทุกๆ ปี

ตะกั่วป่าเป็นเมืองเก่าที่มีเสน่ห์ ผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบสโลว์ ไลฟ์  และยังมีวัฒนธรรมเก่าแก่ของชุมชนให้ได้สัมผัส มีความเป็น local ที่อยากเชิญชวนให้ทุกคนที่มาเที่ยวจังหวัดพังงา ได้แวะมาเยี่ยมเยียนเรา การทำงานตรงนี้ไม่ได้หวังผลตอบแทนทางธุรกิจใดๆ นะคะ  แค่อยากให้ชุมชนของเราเติบโตและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ดิฉันจึงหวังที่จะได้รับการสนับสนุนจากผู้นำชุมชน  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ดิฉันก็พร้อมจะทำงานเพื่อเมืองตะกั่วป่าต่อไป เพราะอย่างน้อยสุดโครงการต่างๆ ที่ทำขึ้นก็ได้รับความสนใจจาก ททท. ของจังหวัด  และหวังว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้กับชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป”  ชมพูนุช กล่าวในที่สุด

Van Cleef & Arpels เรือนเวลาคอลเลคชั่น ‘นาฏกรรมแห่งความรัก’

Van Cleef & Arpels  เรือนเวลาคอลเลคชั่น ‘นาฏกรรมแห่งความรัก’

Van Cleef & Arpels เรือนเวลาคอลเลคชั่น ‘นาฏกรรมแห่งความรัก’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Van Cleef & Arpels สานต่อเรื่องราวสุดโรแมนติกบน “สะพานแห่งความรัก” ของนาฬิกาข้อมือ Pont des Amoureux สู่การนัดพบครั้งใหม่ในงานลีลาศผ่านเรื่องราว “นาฏกรรมแห่งความรัก” บนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือหุ่นกล Lady Arpels Bal des Amoureux Automate ที่ได้แรงบันดาลใจจากบรรยากาศชวนฝันของลานเต้นรำในคาเฟ่ชานเมืองปารีส สถานที่ยอดนิยมของหนุ่มสาวทั้งหลายระหว่างศตวรรษที่ 19

หน้าปัดนาฬิกาตกแต่งด้วยเทคนิค grisaille หรือการลงยาผงสีก่อเงาแสง ซึ่งจัดเป็นหัตถศิลป์ชั้นสูงแบบฝรั่งเศส (métier d’art) ที่ต้องใช้ทั้งทักษะชั้นเลิศและความอดทน เพื่อรังสรรค์ภาพผืนฟ้าประดับดาวยามค่ำคืน นอกจากนี้กลไกของนาฬิกายังออกแบบมาให้คู่รักหุ่นกลขับเคลื่อนมาจูบทักทายกันในเที่ยงวันและเที่ยงคืน หรือสามารถกดปุ่มบนตัวเรือนเพื่อเริ่มฉากรักแสนหวานนี้ได้ทุกเวลาตามต้องการ

รู้ทันโรคเบาหวาน ปรับไลฟ์สไตล์ สร้างสุขภาพดีสู้ภัยเงียบ

รู้ทันโรคเบาหวาน ปรับไลฟ์สไตล์ สร้างสุขภาพดีสู้ภัยเงียบ

รู้ทันโรคเบาหวาน ปรับไลฟ์สไตล์ สร้างสุขภาพดีสู้ภัยเงียบ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถานการณ์โรคเบาหวานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) กำลังทวีความรุนแรงขึ้น และคาดการณ์ว่าภูมิภาคนี้จะมีภาระค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจจากโรคเบาหวานสูงที่สุดในโลกภายในปี 2030 ซึ่งโรคอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนปัจจัยเสี่ยงได้ เนื่องจากการมีน้ำหนักเกินจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคและยังนำไปสู่ภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งร่างกายไม่สามารถตอบสนองต่ออินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

ดร.อเล็กซ์ เตียว ผู้อำนวยการและฝ่ายพัฒนาการวิจัยและวิทยาศาสตร์ เฮอร์บาไลฟ์ เอเชียแปซิฟิก เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงมุ่งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน พร้อมแบ่งปันวิธีการปรับไลฟ์สไตล์สู้โรค เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีให้กับทุกคน

ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ความเสี่ยงนี้เพิ่มสูงขึ้นจากรูปแบบการใช้ชีวิตของคนเมืองที่เร่งรีบ เคร่งเครียด และขาดการเคลื่อนไหวร่างกายจากชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน รวมทั้งการเข้าถึงอาหารจานด่วนได้อย่างง่ายดาย นำไปสู่พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม อย่างการกินขนมและของว่างเพื่อคลายเครียด จนส่งผลเสียต่อสุขภาพ

นอกจากนี้ ยังพบอัตราการเพิ่มขึ้นของเด็กที่มีน้ำหนักเกิน ซึ่งภาวะอ้วนในวัยเด็กเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพระยะยาว รวมถึงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคเรื้อรังอื่นๆ ซึ่งบางคนอาจมีรูปร่างภายนอกที่ดูสมส่วน แต่อาจแฝงไปด้วยไขมันส่วนเกิน หรือที่เรียกว่าภาวะ “TOFI” (Thin Outside, Fat Inside: ผอมภายนอก อ้วนภายใน) ซึ่งพบได้บ่อยในชาวเอเชียและผู้ที่บริโภคโปรตีนไม่เพียงพอและมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง รวมทั้งโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในระยะเริ่มต้นอาจไม่แสดงอาการ ทำให้ผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงโดยไม่รู้ตัว

กินแบบสมาร์ท แค่ปรับนิด ชีวิตเปลี่ยน

โภชนาการมีบทบาทอย่างมากในการป้องกันและจัดการโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาล หรือ GI สูงอย่าง ขนมปังขาว และขนมหวาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจนำไปสู่ภาวะดื้ออินซูลินในระยะยาว การลดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น ชานมไข่มุก สามารถช่วยลดปริมาณน้ำตาลส่วนเกิน และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น (ไข่มุกในชานมเป็นตัวเพิ่มแคลอรี่และค่า GI ทำให้เกิดโรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง) และหันมาเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แทน เช่น ธัญพืชเต็มเมล็ด ผัก และผลไม้ที่มีใยอาหารสูง ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ชะลอการดูดซึมน้ำตาล ทำให้อิ่มนานขึ้น และส่งเสริมระบบการย่อยอาหาร

การให้ความสำคัญกับอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารครบถ้วน และลดอาหารแปรรูป จะช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานจัดการกับโรคได้ดีขึ้น และยังเสริมสร้างสุขภาพโดยรวมและระบบเผาผลาญให้แข็งแรง

มองหาตัวช่วยที่ใช่ ช่วยเสริมสุขภาพแข็งแรง โปรตีน โอเมก้า-3 และแมกนีเซียม เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก และส่งเสริมระบบเผาผลาญ โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งโปรตีนจะช่วยควบคุมความอยากอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น และเพิ่มการเผาผลาญ เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานในการย่อยโปรตีนมากกว่าปกติ ส่วนโอเมก้า-3 พบได้ในปลาแซลมอน ช่วยลดการอักเสบ เพิ่มความไวต่ออินซูลิน และลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน สำหรับแมกนีเซียม ช่วยเสริมการทำงานของอินซูลินและการเผาผลาญกลูโคส เพิ่มความไวต่ออินซูลินและการจัดการน้ำตาลในเลือด อีกทั้ง ยังช่วยรักษาระดับความดันโลหิตให้ปกติ และเสริมสร้างการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้สามารถออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้น

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การออกกำลังกายระดับปานกลาง 150 นาทีต่อสัปดาห์ ช่วยควบคุมน้ำหนัก และเพิ่มความไวต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันและจัดการโรคเบาหวาน หากไม่มีเวลาออกกำลังกายในช่วงเวลาทำงาน การทำกิจกรรมง่าย ๆ เช่น โยคะบนเก้าอี้ทำงาน หรือการเดินระยะสั้น ๆ ก่อนและหลังมื้ออาหาร ก็สามารถช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ได้ รวมทั้งมีส่วนช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น เพิ่มระดับพลังงาน และช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายด้านสุขภาพในระยะยาว

 นอกจากนี้การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอและความเครียดเรื้อรัง สามารถรบกวนการทำงานของระบบเผาผลาญ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและการจัดการความเครียด เช่น การทำสมาธิ และการฝึกหายใจลึกๆ ซึ่งช่วยควบคุมฮอร์โมนความเครียดได้ ดีต่อระบบเผาผลาญ และส่งเสริมสุขภาพโดยรวม

วิถีชีวิตปัจจุบันที่เร่งรีบ อาจทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องยาก แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประจำวันอย่างสม่ำเสมอแม้เพียงเล็กน้อย ควบคู่ไปกับการดูแลเชิงป้องกัน และใส่ใจตรวจสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ จะเป็นแนวทางในการรับมือกับโรคเบาหวานที่มีประสิทธิภาพ

หากต้องการติดตามเคล็ดลับด้านสุขภาพคลิกที่ Facebook/HerbalifeThailandOfficial หรือ Instagram/HerbalifeThailandOfficial