‘วิโรจน์’ฉุน! ฝ่ายความมั่นคงเบี้ยว กมธ.ทหาร บอก’ตั้งสำนักอเนกประสงค์ น่าจะมีประโยชน์กว่า’

'วิโรจน์'ฉุน! ฝ่ายความมั่นคงเบี้ยว กมธ.ทหาร บอก'ตั้งสำนักอเนกประสงค์ น่าจะมีประโยชน์กว่า'

‘วิโรจน์’ฉุน! ฝ่ายความมั่นคงเบี้ยว กมธ.ทหาร บอก’ตั้งสำนักอเนกประสงค์ น่าจะมีประโยชน์กว่า’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.05 น.

ฝ่ายความมั่นคงพร้อมใจเบี้ยวแจงกมธ.ทหาร!  ทำ ‘ทั่นปธ.วิโรจน์’ ฉุนกึก ด้าน ‘ทัพบก’ อ้างไร้เอี่ยวปม ‘กอ.รมน.’ ฟันดำเนินคดี 112 ‘พอล แชมเบอร์ส’ ขณะที่ ‘ผกก.สภ.พิษณุโลก’ แจ้งลาพักผ่อน

วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมตงคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกมธ. เป็นประธานการประชุม พิจารณาตรวจสอบกรณีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 3 ร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก กับนายพอล แชมเบอร์ส อาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร สัญชาติอเมริกันตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งได้เชิญ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ในฐานะช่วยราชการรองผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษก กอ.รมน. และ พ.ต.อ.วัชรพงษ์สิทธิรุ่งโรจน์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธร(สภ.)เมืองพิษณุโลก เข้าชี้แจง แต่ปรากฎว่าบุคคลที่เชิญนั้นไม่มาร่วมประชุม 
         
โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายวิโรจน์ กล่าวว่า ในส่วนของพล.ต.วินธัย เราได้หารือกันถึงอำนาจกรอบหน้าที่ของสำนักกิจการมวลชน ว่าเป็นเรื่องของการประชาสัมพันธ์ แต่ไม่ปรากฏอำนาจหน้าที่ ที่มอบให้รองผู้อำนวยการ ทำหน้าที่เป็นโฆษก กอ.รมน. ตนจึงหารือว่าปกติแล้ว ตามระเบียบราชการ และวินัยทหาร ถ้ามอบอำนาจให้ไปปฏิบัติหน้าที่ ช่วยราชการที่ใด ก็ต้องเคารพในเนื้อหาสาระตามที่ตามหนังสือที่ส่งไปช่วยราชการ ก็ไม่ได้หมายความว่าส่งไปช่วยราชการและจะทำได้ทุกหน้าที่ ดังนั้นจึงเสนอให้ กอ.รมน. ควรตั้งเพิ่มอีกหนึ่งสำนัก คือ สำนักเอนกประสงค์ และทำหนังสือช่วยราชการท่าน มาที่สำนักนี้ น่าจะเกิดประโยชน์กว่า ครอบคลุมหน้าที่
 
“เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ทบ.ระบุว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงไม่ได้เดินทางมากมธ. ซึ่งจริงๆ แล้ว กมธ.การทหาร ก็ งง เพราะเราก็คิดว่า ทบ. ไม่ได้เกี่ยวข้อง จริงๆ ทำไมไม่แจ้งพลตรีวินธัยตั้งแต่ล่วงหน้า 2-3 อาทิตย์ก่อน ดังนั้น ตนจะทำหนังสือถึงพลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. รับทราบว่า ทบ. ไม่ได้เกี่ยวข้อง และต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องโดยตรง กับ ตาม พ.ร.บ.กอ.รมน.นอกจากนี้ ยังได้รับแจ้งจากทางผู้กำกับสภ.เมืองพิษณุโลก ว่าลาพักผ่อน ไม่สามารถเข้าร่วมได้ สรุปว่า ติดภารกิจ” นายวิโรจน์ กล่าว

‘ผู้ออกแบบรัฐสภา’มาเอง! ค้านถมสระมรกต หวั่นอากาศไม่ไหลเวียน โต้ปม’ศาลาแก้ว’ไร้ประโยชน์

'ผู้ออกแบบรัฐสภา'มาเอง! ค้านถมสระมรกต หวั่นอากาศไม่ไหลเวียน โต้ปม'ศาลาแก้ว'ไร้ประโยชน์

‘ผู้ออกแบบรัฐสภา’มาเอง! ค้านถมสระมรกต หวั่นอากาศไม่ไหลเวียน โต้ปม’ศาลาแก้ว’ไร้ประโยชน์

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.25 น.

‘หัวหน้าสถาปนิกผู้ออกแบบรัฐสภา’ มาเอง! ยื่นค้าน ‘ปรับปรุงสภาฯ-ถมสระมรกต’ หวั่นกระทบโครงสร้าง – อากาศไม่ไหลเวียน ต้องใช้เงินอีกมหาศาล ‘ติดแอร์-จ่ายค่าไฟ’ ข้องใจใช้ 100 กว่าล้านทำห้องสมุดคุ้มหรือยัง โต้ปม‘ศาลาแก้ว’ ไร้ประโยชน์ ยันมีฉนวนกันความร้อน ใช้ได้แน่นอน เตือนขุดใต้ดินทำที่จอดรถเพิ่มระวังน้ำท่วม

วันที่ 8 พฤษภาคม 25568 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรมวุฒิสภา นำโดย นายชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะรองประธานกมธ.ฯ และประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านศิลปะสร้างสรรค์ รับหนังสือจากนายชาตรี ลดาลลิตสกุล ศิลปินแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าสถาปนิกผู้ออกแบบอาคารรัฐสภา เพื่อขอคัดค้านการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบของอาคารรัฐสภา 
 
นายชาตรี กล่าวว่า ขอคัดค้านการที่ รัฐสภาได้จัดทำงบประมาณจากปิดสระมรกต เพื่อสร้างเป็นห้องสมุด และร้านค้าเพื่อบริการประชาชน โดยอ้างสาเหตุหลักมาจากปัญหาน้ำรั่วซึมและเกิดปัญหาน้ำเน่ายุงชุม ซึ่งขอชี้แจงว่า สระมรกตถูกออกแบบและมีระบบการกรองแบบสระว่ายน้ำ หากดูแลตามปกติวิสัย มีการเปิดระบบให้น้ำไหลเวียนทุกวันตามมาตรฐานไม่สามารถเกิดยุงได้อย่างแน่นอน  และ เรื่องสระรั่วซึม เป็นเรื่องคุณภาพการก่อสร้างควรเป็นความรับผิดชอบของผู้รับเหมาเนื่องจากอยู่ในระยะประกันผลงาน และเพิ่งตรวจรับงานไม่นาน จึงไม่จำเป็นต้องเอาปัญหา ของผู้รับเหมามาเป็นของตัวเอง 
         
นายชาตรี กล่าวต่อว่า ส่วนความคิดที่จะย้ายห้องสมุดจากชั้น 9-10 ลงมาชั้นหนึ่งนั้น ไม่สมเหตุสมผล สิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น เนื่องจากห้องสมุดดังกล่าว ใช้งบประมาณ ถึง 100 กว่าล้าน และยังไม่ได้ใช้อย่างเต็มที่  และพื้นที่ดังกล่าวเชื่อมโยงกับหอจดหมายเหตุที่อยู่ชั้น 8 และผู้ที่ใช้งานห้องสมุด ส่วนใหญ่เป็น สส. และสว. และข้าราชการสภา  หากต้องการให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย ก็ไม่ควรย้ายมาบริเวณสระมรกต ควรสร้างนอกอาคาร  อีกทั้งการที่ใช้พื้นที่สระมรกต ทำห้องสมุด อาจจะกระทบกับโครงสร้างที่ออกแบบไว้ได้เนื่องจากห้องสมุดมีน้ำหนักมากพอสมควร 
         
“ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการถมพื้นที่สระมรกต เนื่องจากตอนออกแบบ ต้องการให้อาคารรัฐสภา เป็นอาคารประหยัดพลังงาน ระดับดีเด่น (แบบตู้กับข้าว)  มีช่องลมให้อากาศพัดผ่านในทุกทิศ และแสงที่ส่องผ่านลงมากระทบผนัง เสาสระน้ำ และอาคาร เจาะจงให้แสงเข้ามาน้อยเพื่อให้บรรยากาศที่สงบ  ร่มเย็นและมั่นคง อาศัยเทคนิคการปรับเย็นโดยวิธีธรรมชาติ สูงขึ้น เป็นหลักในพื้นที่โถงและทางเดินโดยอาคารจะถูกเจาะให้เป็นรูพรุนด้วยช่องลมทุกชั้นทุกทิศทางเพื่อให้ลมพัดความร้อนออกจากอาคาร  เป็นที่สังเกตว่า อากาศในถงนี้จะมีสภาวะ น่าสบาย แม้อากาศภายนอกจะร้อนมากในฤดูร้อนก็ตาม แต่หากถมสระ เพื่อสร้างห้องสมุด จะต้อง ปิดแอร์ทั้งหมด ซึ่งตนนึกไม่ออกว่าพื้นที่โล่ง 10 ชั้นจะต้องใช้งบประมาณ ขนาดไหน  ทั้งในการติดแอร์และปิดช่องต่างๆ ขณะเดียวกันในแต่ละเดือนจะต้องมีค่าไฟอีกจำนวนมหาศาล” หัวหน้าสถาปนิกผู้ออกแบบอาคารรัฐสภา กล่าว
          
นายชาตรี กล่าวอีกว่า สำหรับศาลาแก้ว ที่จะมีการของบประมาณจำนวนมากในการปรับปรุงนั้น ตนก็ขอคัดค้านเช่นกัน เพราะเป็นการออกแบบมาสำหรับใช้ในงานพิธีสำคัญ เช่นพิธีทำบุญเทศกาลต่างๆของรัฐสภา แต่ที่ตั้งพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 ซึ่งขณะนี้ยังก่อสร้างอยู่นั้น ไม่ได้อยู่ในแบบ และที่ไม่ได้ติดแอร์ศาลาแก้ว แต่สามารถใช้งานได้จริง เพราะออกแบบให้มีผ้าใบที่เคลือบด้วยอะลูมิเนียม พี่สะท้อนแสงกันความร้อนที่สามารถเลื่อนติดกระจกปิดกระจกให้ทึบได้ด้วยระบบไฟฟ้า โดยอากาศระหว่างระบบผ้าใบจะทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนอีกชั้นหนึ่ง และศาลาอยู่ในที่โล่ง ลมพัดสะดวก ถูกออกแบบมาให้ลดอุณหภูมิโดย สระน้ำที่อยู่โดยรอบ  
 
“งานออกแบบนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพียงแค่เหตุผลการใช้งาน แต่มีเป้าหมายให้เป็นปฏิมากรรมสัญลักษณ์ที่แสดงถึงจิตวิญญาณ ภูมิปัญญาสถาปัตยกรรมไทย และเป็นภาพจำหนึ่งของความเป็นไทยร่วมสมัยให้สังคมสถาปัตยกรรมโลก” นายชาตรี กล่าว 
 
เมื่อถามว่าตอนรับมอบเป็นไปตามสเปกหรือไม่ จนต้องของงบประมาณเพิ่ม เพื่อปรับปรุง นายชาตรี กล่าวว่า งานออกแบบของเราใช้งบประมาณ 11,000 กว่าล้านบาท แต่เมื่อมีการปรับแบบ อย่าใช้งบประมาณ 12,000 กว่าล้านบาท แต่นอกเหนือจากนั้นไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ เราเลย และไม่ได้เห็นด้วยในหลายหลาย ๆ เรื่อง แต่เป็นโครงการที่อยู่นอกสัญญาหลัก ซึ่งเป็นวิธีที่รัฐสภาทำ หากถามว่าตรงตามสเปคหรือไม่ก็เหมือนกับงานก่อสร้างทั่วไปที่ปัญหามากมาย ซึ่งการก่อสร้าง ใช้ทีมงานแบบเต็มทีมเหมือนก่อสร้างตึกของสตง. มีที่ปรึกษา และมีผู้รับผิดชอบ ส่วนผู้ออกแบบท่าได้รับเชิญก็ไป แต่ 3-4 เดือนสุดท้ายก่อนที่จะรับมอบงาน พวกตนไม่ได้รับเชิญ 

เมื่อถามว่าส่วนที่ต่อเติมนอกเหนือจากแบบขึ้นมาถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่  นายชาตรี กล่าวว่า ไม่ถือว่าผิดกฎหมายเพราะการรับจ้างออกแบบ รัฐถือว่าเป็นการรับจ้างทำของ และเมื่อเป็นของรัฐรัฐก็มีสิทธิ์ แต่ในฐานะผู้ออกแบบ ช่วยให้ความเคารพ กับงานของเราและปรึกษาเราหน่อย 
             
เมื่อถามถึงกรณีที่จะมีการก่อสร้างที่จอดรถเพิ่มจะส่งผลกระทบกับโครงสร้างหรือไม่ นายชาตรี กล่าว ไม่ทราบรายละเอียด แต่ คนที่ทำจะต้องระวังเรื่องน้ำท่วม เพราะอาคารรัฐสภาที่ทำไว้แล้ว ได้มีการออกแบบป้องกันน้ำท่วมชั้นใต้ดินระดับ 4 เมตร  และเมื่อปี 2554 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่อยู่ระดับ 2.5 เมตร ดังนั้นน้ำไม่ท่วมแน่นอน แต่พื้นที่บริเวณถนนสามเสนต่ำ หากเดินจากลานประชาชนเข้าไป จะพบประตูหนึ่งซึ่งเป็นประตูกันน้ำ ดังนั้น ณ วันนี้ต่อให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ รัฐสภาก็ไม่ท่วมยืนยันได้  และความจริงในเรื่องที่จอดรถตอนที่ออกแบบก่อสร้าง เราทราบว่า ไม่เพียงพอจึงได้ ประสานกับทางทหารฝั่งสามเสนและวัดแก้วฟ้าฯ เพื่อ ไม่ขอใช้ที่จอดรถเพิ่มแต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง ซึ่งตอนเสนอไปถึง 8 ครั้ง 

วันนี้ต้องจบ! จับตาประชุมบอร์ดแพทยสภา เคาะจริยธรรมหมอรักษา ‘ทักษิณ’ ชั้น 14

วันนี้ต้องจบ! จับตาประชุมบอร์ดแพทยสภา เคาะจริยธรรมหมอรักษา 'ทักษิณ' ชั้น 14

วันนี้ต้องจบ! จับตาประชุมบอร์ดแพทยสภา เคาะจริยธรรมหมอรักษา ‘ทักษิณ’ ชั้น 14

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.00 น.

ประชุมบอร์ดแพทยสภา ถกจริยธรรมแพทย์ ปม เอื้อ ‘ทักษิณ‘ รักษาตัวชั้น 14 ด้าน อุปนายกแพทยสภา ยัน ไม่ใช่วาระลับ เผย ส่วนตัวอยากให้เรื่องชั้น 14 จบวันนี้ ขณะที่ประชุมไม่อนุญาตให้สื่อร่วมสังเกตการณ์

วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 ที่อาคารมหิตลาธิเบศร กระทรวงสาธารณสุข แพทยสภานัดประคณะกรรมการแพทยสภาชุดใหญ่ ซึ่งเป็นประชุมประจำเดือนพฤษภาคม โดยหนึ่งวาระของการประชุมวันนี้ คือการนำเสนอผลสรุปการสอบสวนจริยธรรมแพทย์ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกลั่นกรองของแพทยสภา กรณีการพักรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ

โดยศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกแพทยสภาคนที่ 1 ในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการ กล่าวสั้นๆ ว่า การประชุมวันนี้ไม่ใช่วาระลับแต่อย่างใด เพราะเป็นการพิจารณาวาระตามปกติ แต่ส่วนตัวมองว่าเรื่องชั้น 14 ควรจบได้แล้ว ส่วนผลจะเป็นอย่างไรก็ให้รอผลการประชุมในช่วงบ่าย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการแพทยสภาชุดใหญ่มีประมาณ 70 คน ประกอบด้วยคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่างๆ ประมาณ 28 คณะ ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข และผู้แทนนายแพทย์ใหญ่รพ.สี่เหล่าทัพ คือ เจ้ากรมแพทย์ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจ สำหรับการลงมตินั้นต้องใช้เสียงเกินครึ่งหนึ่งของที่ประชุม จึงนับว่าเป็นเสียงส่วนใหญ่

จากนั้นเมื่อที่ประชุมมีมติออกมาเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ก็จะนำเข้าที่ประชุมสภานายกพิเศษ ที่มีนายสมศักดิ์ เพพสุทิน รมว.สาธา รณสุข ในฐานะสภานายกสภาพิเศษ เพื่อพิจารณาว่าจะมีความเห็นตามมติที่ประชุมกรรมการแพทยสภา หรือมีความเห็นแย้งหรือไม่ ภายในระยะเวลา 15 วัน โดยหากมีความเห็นตามมติที่ประชุมก็ลงนามรับรอง แต่หากมีความเห็นแย้งก็ส่งกลับเข้าที่ประชุมกรรมการแพทยสภาอีกครั้งเพื่อพิจารณา ซึ่งหากที่ประชุมกรรมการแพทย์สภาเห็นว่า คำแย้งฟังไม่ขึ้นก็สามารถลงมติยืนยันตามมติเดิมได้ โดยใช้เสียง 2 ใน 3 คือ 48 คน แต่ถ้าเห็นแย้งแต่ตรงกับความเห็นของ รมว.สาธารณสุข ก็ต้องใช้เสียง 1 ใน 3 คือ 24 คน

ปล่อยกู้ไม่มีดอก! รัฐบาลเปิดแหล่งกู้ยืมเงินสำหรับคนพิการ และผู้ดูแลผ่าน แอป DepFund

ปล่อยกู้ไม่มีดอก! รัฐบาลเปิดแหล่งกู้ยืมเงินสำหรับคนพิการ และผู้ดูแลผ่าน แอป DepFund

ปล่อยกู้ไม่มีดอก! รัฐบาลเปิดแหล่งกู้ยืมเงินสำหรับคนพิการ และผู้ดูแลผ่าน แอป DepFund

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.44 น.

รัฐบาลเปิดแหล่งกู้ยืมเงินสำหรับคนพิการ และผู้ดูแลผ่าน“แอป DepFund” แบบไม่มีดอก ตั้งแต่ 6 หมื่นบาท ถึง1ล้านบาท
 
วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)  พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการเงินกู้ยืมคนพิการ เพื่อเป็นแนวทางให้คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพโดยไม่มีดอกเบี้ย

โดยการกู้ยืมเงินกองทุนฯ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่  1) การกู้รายบุคคล รายละไม่เกิน  60,000 บาท  หากผู้ประสงค์จะกู้ยืมเงินเกินกว่าวงเงินที่กำหนด ให้มีการพิจารณาเป็นรายบุคคล และไม่เกิน 120,000 บาท  2) การกู้รายกลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยต้องผ่อนชำระคืนภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี ไม่มีดอกเบี้ย

ทั้งนี้ แอปพลิเคชันกู้ยืมเงินคนพิการ หรือ DepFund ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “เพื่อให้คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ สามารถเข้าถึงบริการของภาครัฐได้อย่างรวดเร็ว” โดยสามารถรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ IOS และ Android และสามารถเข้าใช้งานผ่าน DIGITAL ID นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบผลการอนุมัติการกู้ยืมเงิน ตรวจสอบยอดคงเหลือ และประวัติการชำระเงิน โดยสามารถชำระหนี้ที่กู้ยืมผ่าน QR Code ได้ด้วย 

“ผู้พิการหรือผู้ดูแลคนพิการ ที่ประสงค์กู้ยืมเงินเพื่อเป็นทุนสำหรับประกอบอาชีพ สามารถยื่นคำร้องได้ผ่าน https://efund.dep.go.th/ และเข้าไปตรวจสอบสถานะการกู้ยืมเงินได้ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์บริการคนพิการกรุงเทพมหานคร หรือศูนย์บริการคนพิการจังหวัดและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทั่วประเทศอีกด้วย” นายอนุกูลฯ ระบุ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยมีคนพิการที่จดทะเบียน 2,232,140 คน คิดเป็น 3% ของประชากรไทยทั้งหมด (ณ วันที่31 มีนาคม 2568)   มีคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการที่ใช้บริการกู้ยืมเงินเพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพ จำนวน 298,946 ราย มีวงเงินกู้ยืมรวม 11,267,139,721 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 25 เมษายน 2568)

‘ภูมิธรรม’คุยโวมาตรการ 3 ตัด จัดการคอลเซ็นเตอร์ได้ผล ฟุ้งเดี๋ยวจับตัวการใหญ่

'ภูมิธรรม'คุยโวมาตรการ 3 ตัด จัดการคอลเซ็นเตอร์ได้ผล ฟุ้งเดี๋ยวจับตัวการใหญ่

‘ภูมิธรรม’คุยโวมาตรการ 3 ตัด จัดการคอลเซ็นเตอร์ได้ผล ฟุ้งเดี๋ยวจับตัวการใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.53 น.

“ภูมิธรรม​” โวครบ 3 เดือน​ ตัด​ไฟฟ้า-น้ำมัน-สัญญาณอินเทอร์เน็ต ตัดวงจร แก๊งค์ “คอ​ล​เซนเตอร์”ใน​เมียนมา​ ประสบความสำเร็จ รอประเมินขั้นสุดท้ายเดือนหน้า ยอมรับ ใช้มาตรการ 3 ตัด ชายแดน ลาว-กัมพูชา เป็นเรื่องยาก

วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบฯนายภูมิธรรม​ เวชยชัย​ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึง การประเมินมาตรการ 3 ตัด เพื่อตัดตอนขบวนการคอลเซนเตอร์​ ในประเทศเมียนมา​ หลังครบรอบ 3 เดือนว่า​ ประเด็นหลักอยู่ที่การส่งคนกลับในพื้นที่ประเทศแอฟริกา, ลาตินอเมริกา​ และเอธิโอเปีย ซึ่งยังไม่สามารถประสานประเทศต้นทางให้มารับคนกลับได้​  แต่ก็มีการประสานมูลนิธิเอกชนให้เข้ามาช่วยผู้ประสบภัย รวมไปถึงจะมีการขยายดำเนินการส่งคนกลับให้มากขึ้นเนื่องจากการที่มีคนตกค้างจะเป็นปัญหา 

นายภูมิธรรม​ กล่าวว่า ขอยืนยันว่า​ มาตรการตัดการส่งออกไฟฟ้า น้ำมัน และสัญญาณอินเตอร์เน็ตไปยังประเทศเมียนมา​ ถือว่าเป็นประโยชน์และประสบความสำเร็จ​ และปัญหาตามแนวชายแดนแม่สาย​ จังหวัดเชียงราย​ และแม่สอดจังหวัดตาก​ ถือว่าลดน้อยถอยลงไปมาก​ โดยมีการย้ายแหล่งไปยังพื้นที่อื่น ส่วนปัญหาในประเทศกัมพูชาก็อยู่ระหว่างการประสานงานกัน แต่ก็ต้องติดตามดูเรื่องขบวนการคอ​ล​เซนเตอร์​ไปจะมีการประสาน ขอตัวการที่ใหญ่ขึ้น และท้ายที่สุดเมื่อครบ 4 เดือนก็จะมีการประเมินสุดท้ายว่า จะขยายผลต่ออย่างไร แต่ยอมรับว่า ปัญหาบริเวณแนวชายแดนลาว และกัมพูชาหากจะใช้มาตรการ 3 ตัดคงเป็นเรื่องที่ยาก จะสามารถหาจากแหล่งอื่นได้

นายภูมิธรรม​ กล่าวว่า​ มาตรการ Seal Stop save นอกจากจะช่วยแก้ไข ปัญหาเรื่องขบวนการคอ​ล​เซนเตอร์​  และค้ามนุษย์​แล้ว ยังสามารถแก้ไขปัญหาการปราบปรามยาเสพติด​ แต่เป็นขบวนการที่ใหญ่ และแทรกซึมไปทุกภาคส่วน มีกลุ่มนอกประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก็สามารถจับกุมดำเนินคดีได้อยู่เรื่อย ๆ คิดเป็นร้อยละ 60 จากที่เคยมีมา ถึงว่าเป็นมาตรการที่ได้ผล และสิ่งสำคัญคือพยายามที่จะขยายผลไปยังตัวการใหญ่

เมื่อถามว่า ผู้ประกอบการตามแนวชายแดนมองว่ามาตรการ 3 ตัดไม่ได้ผล เมื่อเทียบกับผลกระทบที่ทำการส่งออกลดลง นายภูมิธรรม​ กล่าวว่า​ มีการประเมินว่า ผู้ค้ารายย่อยไม่ได้รับผลกระทบมากนัก​ เนื่องจากมีความพยายามที่จะปิดท่าข้าม ซึ่งจะกระทบกับผู้ประกอบการบางส่วน เนื่องจากท่าข้ามถือเป็นจุดโหว่ที่สุด​ การนำเข้าและส่งออกสินค้ายังเปิดตามปกติตามเส้นทางทางการ​ แต่สินค้าที่ควบคุม คือสินค้าประเภทที่จะนำไปสู่ การใช้งานของกระบวนการคอลเซนเตอร์​ โดยรวมจึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมาก

‘ภูมิธรรม’บอกคดีฮั้ว สว. ไม่ใช่สงครามตัวแทน’แดง-น้ำเงิน’ ชี้เป็นเรื่องกฎหมาย

'ภูมิธรรม'บอกคดีฮั้ว สว. ไม่ใช่สงครามตัวแทน'แดง-น้ำเงิน' ชี้เป็นเรื่องกฎหมาย

‘ภูมิธรรม’บอกคดีฮั้ว สว. ไม่ใช่สงครามตัวแทน’แดง-น้ำเงิน’ ชี้เป็นเรื่องกฎหมาย

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.30 น.

“ภูมิธรรม”ย้ำชัด คดีฮั้วสว. ไม่ใช่สงครามตัวแทน “แดง -น้ำเงิน”ชี้เป็นเรื่องคนทำผิดกฎหมาย กับคนดำเนินการตามกฎหมาย ลั่นไม่ควรมีอะไรมาขวางการทำงาน “ดีเอสไอ”

วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.0 น.ทำเนียบฯ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีมีการวิจารณ์ว่าคดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นสงครามตัวแทนของฝ่ายสีแดง และสีน้ำเงินว่า เราไม่ได้คำนึงถึงแดงหรือน้ำเงิน เพราะเวลาเราพิจารณาปัญหาจะพิจารณาว่าถูกหรือผิด และเจ้าหน้าที่รัฐมีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย ไปสู้ในกระบวนการยุติธรรม และศาล ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ จึงไม่ควรมีอะไรไปขัดขวาง หรือทำให้กระทบกระเทือน แต่ต้องใช้อำนาจโดยชอบ ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตอนนี้มีอำนาจเขาทำงานของเขาอยู่ 

“ไม่ใช่แดง น้ำเงินหรอกครับ มันเป็นเรื่องคนทำผิดกฎหมาย กับคนดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้สุดท้ายต้องดูว่าจบแบบไหน แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย โดยดูว่าหากมีความผิดชัดเจน ก็ว่าไปตามกฎหมาย แต่หากเรายังหาหลักฐานไม่ได้เพียงพอ ก็เป็นอำนาจศาลพิจารณา” นายภูมิธรรม กล่าว

‘ภูมิธรรม’ส่งคำชี้แจงให้ศาล รธน.แล้ว ปม ถูกสว.ยื่นถอดถอน คดีฮั้ว สว.

'ภูมิธรรม'ส่งคำชี้แจงให้ศาล รธน.แล้ว ปม ถูกสว.ยื่นถอดถอน คดีฮั้ว สว.

‘ภูมิธรรม’ส่งคำชี้แจงให้ศาล รธน.แล้ว ปม ถูกสว.ยื่นถอดถอน คดีฮั้ว สว.

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.51 น.

“ภูมิธรรม”เผยส่งคำชี้แจงให้ศาลรธน.แล้ว ปมถูกสว.ยื่นถอดถอนคดีฮั้วสว. ยืนยันทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์- ตามกฎหมาย

วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. ทำเนียบรัฐบาลนายภูมิธรรม เวชยชัยรองนายกฯและรมว.กลาโหมให้สัมภาษณ์ถึง กรณีศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องจากสว.พิจารณาความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม และศาลได้สั่งให้ส่งคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ได้ชี้แจงไปอย่างไรบ้างว่า ตนก็พูดในสิ่งที่เป็นจริง ยืนยันตามสิ่งที่ตนได้กระทำไป ทั้งนี้ตนเข้าไปในเรื่องนี้ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ ซึ่งได้มีการเรียกประชุมและมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นในที่ประชุมจึงได้ทบทวน และให้รับข้อโต้แย้งมาพิจารณา ว่าหากคดีเรื่องฮั้วสว. มีการซ้อนกัน ก็ควรจะแยกคดี ต่างคนต่างทำ และหลังจากนั้น ตนก็ให้ปฏิบัติตามกฎหมายก็เท่านั้นเอง ตนทำในส่วนอำนาจหน้าที่ของตน 

เมื่อถามว่า ขณะนี้กระบวนการของศาลถึงไหนแล้ว ได้มีการเรียกมาไต่สวนหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่มี เมื่อศาลได้พิจารณาแล้วก็ตัดสินใจ แต่หากศาลจะไต่สวน ตนก็พร้อมไป แต่ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งวันนัด

” ยืนยันว่าผมมีความบริสุทธิ์ใจ และปฏิบัติหน้าที่ตามที่มีอำนาจหน้าที่ มอบหมายก็ดำเนินการไป และผมไม่เชื่อว่า กระบวนการที่ผมดำเนินการไป จะเป็นปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าคิดว่าเนื้อหาที่ผมทำไป มีปัญหา ศาลก็คงวินิจฉัยและพิจารณา”

เมื่อถามว่าศาลได้มีการเรียกหลักฐานเพิ่มเติมหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่มีอะไร ตนก็แสดงในสิ่งที่เป็นวาระการประชุม และพูดถึงเจตนารมณ์ รวมถึงสิทธิหน้าที่ ตนไม่ได้ทำโดยพลการ

เมื่อถามถึงกรณีที่สว.ยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบนายภูมิธรรม รวมถึงบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ(กพค.) ได้มีการเชิญไปชี้แจงหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่มีเลย แต่ถ้ามีข้อสงสัยในทางกฎหมาย หากเรียกมาตนก็ยินดีไปเจออยู่แล้ว 

นายกฯ กล่าวคำปราศรัยวันเกษตรกร ปี 68 ขอบคุณเกษตรกรไทยทุกคนที่เป็นฟันเฟื่องสำคัญ

นายกฯ กล่าวคำปราศรัยวันเกษตรกร ปี 68 ขอบคุณเกษตรกรไทยทุกคนที่เป็นฟันเฟื่องสำคัญ

นายกฯ กล่าวคำปราศรัยวันเกษตรกร ปี 68 ขอบคุณเกษตรกรไทยทุกคนที่เป็นฟันเฟื่องสำคัญ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.46 น.

นายกฯ กล่าวคำปราศรัยวันเกษตรกร ประจำปี 2568 ขอบคุณเกษตรกรไทยทุกคนที่เป็นฟันเฟื่องสำคัญ ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ     รัฐบาลมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความอยู่ดีกินดี มีอาชีพที่มั่นคง และพัฒนาคุณภาพผลิตผล

วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 เวลา 07.30 น. น.ส.แพทองธาร  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี กล่าวคำปราศรัยเนื่องใน “วันเกษตรกร ประจำปี พ.ศ. 2568” โดยนายกรัฐมนตรีส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีให้กับเกษตรกรไทยในวันเกษตรกร 8 พฤษภาคม 2568 ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรกรรมของประเทศให้มีความก้าวหน้าตลอดมา ทั้งภาคการเกษตรของประเทศไทยเป็นภาคการผลิตที่มีความสำคัญและเชื่อมโยงกับการพัฒนาประเทศในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 
รัฐบาลมุ่งเน้นนโยบายด้านการเกษตรในการยกระดับการทำเกษตรดั้งเดิม ให้เป็นเกษตรทันสมัย ด้วยแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”  เพื่อให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งและเสริมสร้างศักยภาพของเกษตรกรไทย โดยนำเทคโนโลยีด้านการเกษตรมาใช้พัฒนาอาชีพด้านการเกษตร การประมง ปศุสัตว์ และอาชีพที่เกี่ยวข้อง  รวมถึง ดึงจุดเด่นของผลิตผลภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยผ่านนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” ที่แสดงถึงความมั่นคงทางอาหาร หรือ Food Security ของประเทศไทย และขับเคลื่อน   เพื่อยกระดับให้ภาคการเกษตรไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการเกษตรของโลก หรือ Agricultural Hub

รัฐบาลให้ความสำคัญการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านการเกษตร   โดยใช้แนวคิด BCG และ Carbon Credit เพื่อผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย แก้ปัญหา PM 2.5  โดยส่งเสริมการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรไปใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความอยู่ดีกินดี มีอาชีพที่มั่นคง และพัฒนาคุณภาพผลิตผล
เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร

นายกรัฐมนตรีกล่าว ขอบคุณเกษตรกรไทยที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรและสร้างความยั่งยืนให้กับการเกษตรของประเทศอย่างยั่งยืน  

“เนื่องในโอกาส “วันเกษตรกร” ประจำปี 2568  ขออวยพรให้เกษตรกรไทยทุกคน ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีพลังใจที่เข้มแข็ง และประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการโดยทั่วกัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

กลิ่นตุตุ! การเมืองบี้หนัก! จรรยาบรรณแพทย์

กลิ่นตุตุ! การเมืองบี้หนัก! จรรยาบรรณแพทย์

กลิ่นตุตุ! การเมืองบี้หนัก! จรรยาบรรณแพทย์

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.28 น.

‘สมชาย แสวงการ’ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ชวนจับตาผลสอบจริยธรรมแพทย์คดีนักโทษชั้น 14 จะพิจารณาผ่านหรือไม่

วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (อดีต สว.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า #กลิ่นตุตุ #การเมืองบี้หนัก  #จรรยาบรรณแพทย์ vs #วิกฤติศรัทธา

วันนี้(8พค68)จับตาผลสอบจริยธรรมแพทย์คดีนักโทษชั้น14  บรรจุวาระแล้ว จะพิจารณาผ่านหรือไม่  จะใช้อำนาจพิเศษยื้อ ลากรอเวลาlobby ล้มคดี สังคมแพทย์และคนไทยทั่วประเทศ จับตา ตรวจสอบ ร่วมส่งกำลังใจให้ กรรมการแพทยสภาทุกท่าน  พร้อมกันลุกขึ้นสู้ปกป้องเกียรติภูมิ ศักดิ์ศรี จรรยาบรรณวิชาชีพแพทย์ “ถ้าประชาชนขาดศรัทธา ไว้วางใจหมอรักษาชีวิตไม่ได้ ประชาชนจะกล้าไว้ใจใครได้อีก” ด้วยความหวัง เชื่อมั่น และศรัทธาเสมอมา

ดร.สมชาย แสวงการ

อดีตสมาชิกวุฒิสภา

อดีตประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ 

และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา 

8 พค 2568

‘พิชัย’ รับลูกนายกฯ เดินหน้า 7 มาตรการ 25 แผนงาน เร่งส่งออกผลไม้ไทยไปทั่วโลก-ดัน FTA ไทย-ยุโรป

‘พิชัย’ รับลูกนายกฯ เดินหน้า 7 มาตรการ 25 แผนงาน เร่งส่งออกผลไม้ไทยไปทั่วโลก-ดัน FTA ไทย-ยุโรป

‘พิชัย’ รับลูกนายกฯ เดินหน้า 7 มาตรการ 25 แผนงาน เร่งส่งออกผลไม้ไทยไปทั่วโลก-ดัน FTA ไทย-ยุโรป

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.19 น.

‘พิชัย’ รับลูกนายกฯ เดินหน้า 7 มาตรการ 25 แผนงาน เร่งส่งออกผลไม้ไทยไปทั่วโลก-ดัน FTA ไทย-ยุโรป เพิ่มยอดส่งออกพุ่งสูงต่อเนื่อง-ปรับโฉมร้าน Thai Select-ลุยแก้สินค้าสวมสิทธิ์ สกัดธุรกิจนอมินี 

วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เร่งขับเคลื่อนนโยบายตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ในที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 4/2568 ที่กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งท่านนายกฯ ได้กำชับให้ส่งเสริมและผลักดันสินค้าเกษตรไทย เพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าล้นตลาด และเพื่อให้เกษตรกรขายได้ราคาสูงสุด รวมถึง การหาคู่ค้าหรือตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ไทยมีอยู่กับประเทศต่างๆ ให้ได้มากที่สุด 

นายพิชัยกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ จัดทำ 7 มาตรการ 25 แผนงานล่วงหน้า ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การตลาด การส่งออก ไปจนถึงการแปรรูปและอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อระบายผลไม้ 950,000 ตัน ไปยังตลาดทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการรณรงค์ส่งเสริมการบริโภคผลไม้ภายในประเทศอย่างเข้มข้น ได้กำชับไปยังกรมการค้าภายในให้ดำเนินมาตรการเชิงรุก จัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคผลไม้ร่วมกับห้างค้าปลีกชั้นนำตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล อาทิ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เซ็นทรัล เดอะมอลล์ ห้างในเครือซีพีแอ็กซ์ตร้า เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เกษตรกรโดยตรง

และเพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิตของพี่น้องเกษตรกร กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้ร่วมมือกับ 3 สมาคมใหญ่ ได้แก่ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย และสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร รวมถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าโครงการนี้เพื่อนำปุ๋ยคุณภาพดีมาลดราคาสูงสุดกระสอบละ 50 บาท ครอบคลุมพืชทุกชนิด รวมกว่า 79 สูตร ปริมาณกว่า 10.06 ล้านกระสอบ จากผู้ประกอบการ 26 รายทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 30 กันยายน 2568 อีกด้วย 

ในส่วนการเจรจา FTA ได้เร่งเดินหน้าโครงการเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป เกาหลีใต้ และอาเซียน-แคนาดา โดยตั้งเป้าสรุปให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ ซึ่งจะทำให้ไทยมีความตกลงทางการค้ากับกว่า 50 ประเทศทั่วโลก และเสริมแต้มต่อให้ผู้ส่งออกและนักลงทุนไทยขยายตลาดใหม่ๆ ได้เพิ่มขึ้น

สำหรับผลสำเร็จของ FTA เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมต่อเนื่อง โดยในเดือนมีนาคม 2568 การส่งออกของไทยขยายตัวถึง 17.8% คิดเป็นมูลค่า 29,548.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดันยอดส่งออกไตรมาสแรกโต 15.2% รวมมูลค่า 81,532.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเห็นได้ว่า การสรุปและลงนามข้อตกลง FTA กับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ที่มีประเทศมีกำลังซื้อสูงอย่างสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ เมื่อเดือนมกราคม 2568 มีความสำคัญมาก เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการโอกาสทางการค้าระหว่างกันในอนาคต โดยการส่งออกของไทยไปยังตลาดสวิตเซอร์แลนด์ขยายตัวต่อเนื่อง ในเดือนมกราคม 852% เดือนกุมภา 235% และเดือนมีนาคม 497%

นายพิชัย ยังกล่าวถึงโครงการ Thai SELECT ของกระทรวงว่า ขณะนี้ได้ยกระดับปรับโฉมใหม่เพื่อก้าวสู่ Global Brand โดยใช้ ‘ดาวเกียรติยศรูปดอกกล้วยไม้’ เป็นสัญลักษณ์ พร้อมแบ่งร้านออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ Thai SELECT 1 ดาว, 2 ดาว, 3 ดาว และ Thai SELECT Casual ครอบคลุมตั้งแต่ร้านเล็กราคาย่อมเยาไปจนถึงร้านหรูระดับพรีเมียม เพื่อเพิ่มการรับรองร้านอาหารไทยในต่างประเทศและเชื่อมโยงการใช้วัตถุดิบส่งตรงจากไทย ลดต้นทุนและสนับสนุนการส่งออกสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าป้องกันการสวมสิทธิ์สินค้าไทยส่งออก โดยอยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อบริษัทต่างชาติที่ใช้ไทยเป็นฐานหลีกเลี่ยงภาษี และตรวจสอบ 65 กลุ่มสินค้าเสี่ยง พร้อมร่วมมือกับศุลกากรสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังเข้มงวดการแก้ปัญหาสินค้าต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมายในไทย โดยในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ดำเนินคดีไปแล้วกว่า 32,394 คดี มูลค่าความเสียหาย 1,454 ล้านบาท และจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้านำเข้าต่ำกว่า 1,500 บาทได้รวม 1,796 ล้านบาท รวมถึงสั่งถอดสินค้าผิดกฎหมายออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์แล้ว 9,043 รายการ

ในส่วนการปราบนอมินี ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินการในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2567 – 31 มีนาคม 2568 ได้ดำเนินการกับผู้กระทำความผิด 852 ราย และมูลค่าความเสียหายรวม 15,188 ล้านบาท พร้อมกำหนดแผนการตรวจสอบนอมินี ประจำปี 2568 ซึ่งจะมีนิติบุคคลเป้าหมายที่ต้องตรวจสอบรวม 46,918 ราย 

“ขอเรียนว่า กระทรวงพาณิชย์ขับเคลื่อนทุกภารกิจเต็มที่ จากข้อสั่งการของท่านนายกรัฐมนตรี ทั้งเรื่องการระบายผลไม้ การใช้ประโยชน์จาก FTA ฉบับต่างๆ การปรับโฉมร้าน Thai Select ไปจนถึง การแก้ไขปัญหาการสวมสิทธิ์สินค้า และการปราบนอมินี ผมขอให้ทุกหน่วยงานเร่งเดินหน้าเต็มที่ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องคนไทยทุกคน” นายพิชัย กล่าว