ผวา‘แอนแทรกซ์’ เขมรระงับนำเข้า เนื้อสัตว์จากไทย สั่งคุมเข้มทุกด่าน

ผวา‘แอนแทรกซ์’ เขมรระงับนำเข้า เนื้อสัตว์จากไทย สั่งคุมเข้มทุกด่าน

ผวา‘แอนแทรกซ์’ เขมรระงับนำเข้า เนื้อสัตว์จากไทย สั่งคุมเข้มทุกด่าน

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผวา‘แอนแทรกซ์’ เขมรระงับนำเข้า เนื้อสัตว์จากไทย สั่งคุมเข้มทุกด่าน

กัมพูชาผวาประกาศระงับ นำเข้าปศุสัตว์-ผลิตภัณฑ์สัตว์จากไทยชั่วคราว ป้องกัน เชื้อแอนแทรกซ์ระบาด ขณะที่
สาธารณสุขกัมพูชา ยันยังไม่พบผู้ติดเชื้อในปท. ด้านชาวบ้านอำนาจเจริญยังระทึก พบวัวตาย 2 ตัว ปศุสัตว์เข้าตรวจสอบ หวั่นติดเชื้อร้าย ด้านผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออาการดีขึ้น ลุ้นผลตรวจยืนยันเชื้อ 8 พค.

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ข่าวขแมร์ ไทมส์ (Khmer Times) รายงานระบุทางการกัมพูชากำลังติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด และเพื่อเป็นการป้องกันล่วงหน้า จึงจำเป็นต้องออกมาตรการห้ามนำเข้านำเข้าปศุสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์จากจุดผ่านแดนไทยทุกจุดเป็นการชั่วคราว พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามแนวชายแดนปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด เพื่อเฝ้าระวังและบังคับใช้มาตรการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ กรมสุขภาพสัตว์และการผลิตสัตว์ของกัมพูชายังสั่งตั้งเครือข่ายตอบสนองฉุกเฉิน ครอบคลุม 25 เมืองและจังหวัด รวมถึงกรุงพนมเปญ เพื่อเฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายแลสถานการณ์ปศุสัตว์อย่างใกล้ชิด ซึ่งพร้อมเข้าไปดำเนินการทันทีหากพบกรณีต้องสงสัย ขณะที่กระทรวงเกษตรฯกัมพูชายืนยันจะติดตามและรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์โรคแอนแทรกซ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ข่าว เดอะ พนมเปญ โพสต์ (The Phnom Penh Post) ได้รายงานว่ากระทรวงสาธารณสุขของกัมพูชาออกแถลงการณ์เตือนประชาชนเกี่ยวกับอันตรายของโรคแอนแทรกซ์ ขอให้ประชาชนตื่นตัว และกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจเข้มงวดบริเวณจุดผ่านแดนทุกจุด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ยืนยันว่า ตอนนี้ยังไม่พบการแพร่ระบาดในกัมพูชา

ด้านสถานการณ์โรคแอนแทรกซ์ในประเทศไทยนั้น หลังพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อแอนแทรกซ์ เพศชาย อายุ 56 ปี อาชีพค้าขาย ที่อยู่หมู่ 1 ชุมชนบุ่งพัฒนา ตำบลบุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ เข้ารักษาตัวที่รพ.อำนาจเจริญ แพทย์เก็บตัวอย่างเลือดและสารคัดหลั่งส่งห้องปฎิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ สถาบันบำราศนราดูร จะทราบผลวันที่ 8 พฤษภาคม โดยนพ.ปฐมพงศ์ ปรุโปร่ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)อำนาจเจริญเผยว่า ผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าวยังรักษาตัวอยู่ที่รพ.อำนาจเจริญ เพื่อเฝ้าดูอาการ ซึ่งอาการดีขึ้นตามลำดับ ขณะที่สสจ.อำนาจเจริญ เฝ้าระวังโรคแอนแทรกซ์อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอำเภอชานุมาน จ.อำนาจเจริญ ที่ติดอำเภอดอนตาล จ.มุกดาหาร กำชับให้สาธารณสุขอำเภอต่างๆเฝ้าระวังโรคแอนแทรกซ์ใกล้ชิด แม้จะพ้นระยะฟักตัวของเชื้อแล้วก็ตาม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าสกัดและติดตามพื้นที่แพร่ระบาดได้ นอกจากนี้ รพ.อำนาจเจริญออกประกาศเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์ดิบ โดยเฉพาะเนื้อวัวและควาย ป้องกันการติดเชื้อแอนแทรกซ์

ด้านนายสัตวแพทย์อภิชาติ ภะวัง ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญเผยว่า วันเดียวกันนี้ รับแจ้งจากชาวบ้านต.น้ำปลีก อ.เมืองอำนาจเจริญว่า มีวัวตาย 2 ตัว เกรงจะติดเชื้อแอนแทรกซ์ ตนจึงมอบหมายให้ เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมือง แพทย์ และ ผู้นำหมู่บ้าน เข้าตรวจชันสูตรซากโค ป่วยตาย ที่ บ้านเลขที่ 95 หมู่ที่ 6 ตำบลน้ำปลีก เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างเลือดและสารคัดหลั่ง บริเวณปาก จมูก และทวารหนักของวัวที่ตายทั้ง 2 ตัว ส่งตรวจวิเคราะห์ และไม่พบการระบาดขอโรค พร้อมฝังกลบและฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณคอกสัตว์และพื้นที่โดยรอบ นอกจากนี้ มีรายงานว่า หลังมีผู้ต้องสงสัยอาจติดเชื้อแอนแทรกซ์ ประกอบกับมีวัวตาย 2 ตัว ทำให้ประชาชนหวาดผวา ไม่กล้าทานเนื้อวัวดิบ โดยเฉพาะเมนูเด็ด คือ ลาบเลือด หรือ ซกเล็ก อาหารยอดนิยม ยอดขายตกฮวบ

ระทึก!แพทยสภานัดถก8พ.ค. เชือดหมอรักษา‘แม้ว’ ‘อ.นิด้า’ห่วงลงคะแนนลับ

ระทึก!แพทยสภานัดถก8พ.ค. เชือดหมอรักษา‘แม้ว’ ‘อ.นิด้า’ห่วงลงคะแนนลับ

ระทึก!แพทยสภานัดถก8พ.ค. เชือดหมอรักษา‘แม้ว’ ‘อ.นิด้า’ห่วงลงคะแนนลับ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ระทึก!แพทยสภานัดถก8พ.ค. เชือดหมอรักษา‘แม้ว’ ‘อ.นิด้า’ห่วงลงคะแนนลับ ‘หมอวรงค์’งัดจริยธรรมเตือน ‘ทวี’โยน‘สมศักดิ์’แจงศาล เคสส่งเทวดาไปรักษาชั้น14

วงการหมอหนาวๆ ร้อนๆ แพทยสภา นัดถก 8 พฤษภาคม พิจารณาจริยธรรมหมอรพ.ตำรวจ-ราชทัณฑ์ กรณีส่งอดีตนักโทษเทวดา ไปรักษาตัวชั้น 14 ด้าน “หมอวรงค์” ให้กำลังใจคณะกรรมการตัดสิน ยกคำสอนยึดมั่นใจจริยธรรม ฝ่ายอาจารย์นิด้า ห่วงลงคะแนนลับ หวันองค์กรนี้จะไม่เหลือความเชื่อถือศรัทธาใด ๆ ในสังคมไทย ขณะที่ “ทวี””ออกอาการ ยันเป็น รมว.ยุติธรรม หลังเทวดาไปนอนรพ.ตำรวจแล้ว โยนรัฐมนตรีคนก่อนชี้แจงกรณีศาลนัดไต่สวน

วันที่ 7 พฤาภาคม 2568 ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณี คณะกรรมการแพทยสภา จะพิจารณาจริยธรรมทางการแพทย์ ที่ส่งตัวนายทักษิณ ชินวัตร ไปรักษาที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ ว่าข้อสอบวิชาจริยธรรมทางการแพทย์ ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ภาคการศึกษา 1 ปีการศึกษา 2567 หลังจากเดินทางไกลมาจากต่างประเทศ แล้วก้มกราบแผ่นดิน หลังจากนั้นเดินทางไปบ้านหลังที่ไม่เคยไป พอก้าวเข้าประตูบ้านมาก็เดินขึ้นบันไดไปตากแอร์ที่ชั้นสอง แล้วก็ป่วยกะทันหัน

คนไข้มาด้วยอาการแน่นหน้าอก ความดันโลหิตสูง 180/120 มี oxygen saturation ตกนิดหน่อย ที่ 93 ตรงนั้นมีแพทย์ แพทย์คิดว่าเป็น ischemic heart disease มีโรงพยาบาลที่ใกล้มาก แต่ไม่ส่ง ตัดสินใจส่งโรงพยาบาลที่ไกลออกไป 20 กว่ากิโลเมตร เส้นเลือดหัวใจตีบตามหลักต้องไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด พอไปถึงก็ไปห้องพิเศษ ไม่ได้ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG ไม่มีการตรวจ cardiac enzyme ซึ่งเป็น biomarker ของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด troponin เท่าไหร่ก็ไม่ได้ ตรวจ ไม่ได้สวนหัวใจด้วย cath ไม่ได้ทำนอนห้องพิเศษที่โรงพยาบาลอีกหลายเดือน มี degenerative ligament ที่เอ็นไหล่ สามารถผ่าตัดโดยการส่องกล้องได้ด้วย

แสดงว่าไม่ได้ป่วยหนัก ไม่ได้มีปัญหาโรคหัวใจแต่อย่างใด ไม่ได้ป่วยหนัก ผ่าเสร็จก็ไม่มีปัญหาอะไร คนไข้นอนเล่นห้องพิเศษโรงพยาบาลอยู่หกเดือน ระหว่างนั้นก็ออกไปนอนเล่นที่บ้านบ้าง มารับแขกที่ห้องพิเศษของโรงพยาบาลบ้าง ครบหกเดือนหลัง admit คนไข้ก็ออกมาเดินทางไปโน่นนี่นั่นได้ตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเลย ไม่ได้ป่วยหนักอะไรเลย แค่อยากเปลี่ยนที่นอนที่สะดวกสบายและมีเสรีภาพมากกว่ากันจงวินิจฉัยว่าคนไข้รายนี้ เป็นโรคอะไรกันแน่ คิดว่าแพทย์ที่ส่งตัวคนไข้ กับแพทย์ที่รับตัวคนไข้ ทำถูกหรือผิดจรรยาบรรณทางการแพทย์หรือไม่ ควรมีบทลงโทษอย่างไรหรือไม่

ปล. ที่นี่ประเทศไทย และทั้งสองโรงพยาบาลเป็นโรงพยาบาลของรัฐ ที่อัตราการครองเตียงสูงมาก แทบจะแย่งเตียงคนไข้กัน

ผศ.ดร.อานนท์ โพสต์อีกว่า ถ้าการลงมติของแพทยสภา ในวันพุธที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ หากใช้วิธีการลงคะแนนด้วยวิธีลับ กรรมการแพทยสภาบางคนจะปลอดภัยครับ แต่แพทยสภาจะไม่เหลือความเชื่อถือศรัทธาใด ๆ ในสังคมไทยต่อไปอีกครับ นี่คือสิ่งที่ต้องฝากให้กรรมการแพทยสภาคิดให้รอบคอบครับ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า #ให้กำลังใจกรรมการแพทยสภาทุกท่าน ผมนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกแพทยสภา หมายเลข12497 อยากจะสื่อสารไปยังท่านอาจารย์ ในฐานะกรรมการแพทยสภาทุกท่าน

อาจารย์คงทราบดีว่า วิชาชีพแพทย์ เป็นวิชาชีพที่ต้องรับผิดชอบสูง บนเป็นความเป็นความตายของเพื่อนมนุษย์ วิชาชีพแพทย์ จึงได้รับความน่าเชื่อถือจากประชาชน ผมจำได้เสมอตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนแพทย์ เมื่อผู้ป่วยมีปัญหา สิ่งที่อาจารย์สอนพวกเราคือต้องตรวจคือ vit al sign (สัญญาณชีพ) เพื่อประเมินผู้ป่วย ว่าอยู่ในสภาพวิกฤติหรือไม่ อาจารย์จะย้ำเรื่องทุกอย่างต้อง knowledge base และ ให้discussกับอาจารย์ได้ แต่ต้องมี reference สิ่งนี้จึงทำให้พวกเรา กล้าที่จะถกกับอาจารย์ บนฐานของเหตุผลที่เป็นวิทยาศาสตร์ ผมจำได้ว่า นักเรียนแพทย์ในช่วงนั้น อาจารย์จะปลูกฝังคำสอนของสมเด็จพระราชบิดา ให้พวกเรายึดถือผลประโยชน์ของเพื่อนมนุษน์ รวมทั้งการปลูกฝังจริยธรรมทางการแพทย์ ให้กับพวกเรา

ที่เกริ่นมาเสียยาว เพราะคนไทยทั้งประเทศ รอคอยสิ่งที่ท่านอาจารย์จะต้องตัดสินใจ ที่มีเพื่อนแพทย์บางคน ทำให้วงการแพทย์ของเราเสื่อมเสีย โดยอาจจะหวังลาภ ยศ สรรเสริญสิ่งที่เพื่อนแพทย์เหล่านี้ทำ ในทางวิชาการผมเชื่อว่า สิ่งที่อาจารย์สอนมา เพื่อนแพทย์ 100ทั้ง100ดูออกหมด ว่ามีการนำวิชาชีพแพทย์ ไปช่วยนักการเมือง โดยหาเหตุผลต่างๆนาๆ เพราะมีนักการเมือง ไม่ต้องการอยู่ราชทัณฑ์

ผมสังเกตดูว่า รอบนี้ เพื่อนแพทย์เรา ซึ่งล้วนถูกปลูกฝังมาคล้ายไปกัน จึงมีความตื่นตัวมาก ที่ต้องการรักษาเกียรติยศแห่งวิชาชีพ ไม่ต้องการไปปกป้องผู้ใด ตัดสินตรงไปตรงมา อธิบายประชาชนได้ทุกอย่าง

จึงอยากให้กำลังใจอาจารย์ ดำเนินการแบบที่อาจารย์เคยสอน อิงหลักวิชาการ ข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์ ผมเชื่อว่าความศรัทธา ความน่าเชื่อถือ เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ของอาจารย์ทั้งหลายในฐานะกรรมการแพทยสภา จะอยู่ในความรู้สึกที่ดีของคนไทยทั้งประเทศ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีการพักรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวนเพื่อดูข้อมูลในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ กระทรวงยุติธรรมมีเรื่องใดต้องกังวลหรือไม่ เนื่องจากศาลมีคำสั่งให้โจทก์และคู่ความเดิมส่งหลักฐาน และขยายมาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และโรงพยาบาลตำรวจ รวมถึงกรมราชทัณฑ์ ว่า ในส่วนนี้ได้เตรียมข้อมูลไว้แล้ว โดยกรมราชทัณฑ์ได้เตรียมการไว้แต่ต้น ซึ่งจะรายงานให้ศาลทราบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรมราชทัณฑ์ยังมั่นใจขั้นตอนว่าได้ทำถูกต้องใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เป็นขั้นตอนที่ปฏิบัติมาตั้งแต่กฎหมายเก่า และกฎหมายใหม่ เรื่องนี้มีคำพิพากษาศาลฎีกาวางไว้ โดยกรมราชทัณฑ์จะทำอะไรต้องดูเจตนารมย์ของกฎหมาย โดยดูร่างกฎหมายแต่ละมาตรา เราทำได้แค่ไหน เพราะเรื่องการบริหารโทษในราชทัณฑ์ เราต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมยังมีข้อกังขาในเรื่องนี้ทั้งที่มีการอธิบายมาอย่างต่อเนื่อง พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า สังคมมีสิทธิ์กังขา ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่สังคมจะเชื่อศาลเมื่อมีคำพิพากษาถึงที่สุด

เมื่อถามถึง การประชุมแพทยสภาในวันที่ 8 พ.ค.นี้ อาจมีการนำเสนอผลการตรวจสอบว่านายทักษิณมีการป่วยจริงหรือป่วยทิพย์ ถ้าผลออกมาในทางลบต่อนายทักษิณ จะส่งผลกระทบกับรัฐมนตรี มีข้อกังวลหรือไม่ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เราต้องรับฟัง และตนเคารพการตรวจสอบ ตอนที่ตนเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรี นายทักษิณไปอยู่ที่โรงพยาบาล 1 เดือนแล้ว และเมื่อไปดูเนื้อหาข้างในทุกอย่างก็เป็นไปตามขั้นตอนหมดไม่มีอะไรผิดปกติ

เมื่อถามย้ำว่า หากศาลเรียกพร้อมที่จะชี้แจงใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า น่าจะถามรัฐมนตรีคนก่อน เนื่องจากตนไม่ได้อยู่ในช่วงเหตุการณ์นั้น

สมาชิกแพทยสภาเคลื่อนไหว ส่งกำลัง’หมออมร’ลุยสรุปผลสอบชั้น14 รักษาศักดิ์ศรีแพทย์

สมาชิกแพทยสภาเคลื่อนไหว ส่งกำลัง'หมออมร'ลุยสรุปผลสอบชั้น14 รักษาศักดิ์ศรีแพทย์

สมาชิกแพทยสภาเคลื่อนไหว ส่งกำลัง’หมออมร’ลุยสรุปผลสอบชั้น14 รักษาศักดิ์ศรีแพทย์

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 21.18 น.

7 พ.ค.68 จากกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยให้จับตาดูผลการประชุมของแพทยสภาในวันพรุ่งนี้ (8 พ.ค.) หลังมีรายงานว่า ผลสอบของแพทยสภา มีการเสนอให้สั่งพักใบอนุญาตแพทย์  2 คน และสอบเพิ่มเติมอีก 5 คน รวมเป็น 7 คน ขณะที่ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี กรรมการแพทยสภา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการสอบสวนเฉพาะกิจ แพทยสภา ที่สอบสวนจริยธรรมแพทย์ที่ทำการรักษานายทักษิณ ชินวัตร ปมชั้น 14 ออกมาระบุให้รอดูผลการประชุมแพทยสภาวันที่ 8 พ.ค.นี้ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด ในโลกโซเซียลได้มีการแชร์ข้อความในนามของ”สมาชิกแพทยสภา” ขอเป็นกำลังใจให้กับ ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา และ ศ.นพ.อมร ลีลารัศมี ประธานอนุกรรมการสอบสวนเฉพาะกิจในการสรุปผลการสอบสวนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร พักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ให้เป็นไปตามมาตรฐานและจริยธรรมทางการแพทย์ เพื่อดำรงไว้ซึ่งเกียรติยศ ศักดิ์ศรีของสภาวิชาชีพแพทย์

พรรคส้มฉาวอีก!!! จับผู้สมัคร สท.สมุทรปราการ ผงะตั้งแก๊ง’บุญรักษา’ค้ายาเสพติด

พรรคส้มฉาวอีก!!! จับผู้สมัคร สท.สมุทรปราการ ผงะตั้งแก๊ง'บุญรักษา'ค้ายาเสพติด

พรรคส้มฉาวอีก!!! จับผู้สมัคร สท.สมุทรปราการ ผงะตั้งแก๊ง’บุญรักษา’ค้ายาเสพติด

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 19.39 น.

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 จากกรณีที่ เพจเฟซบุ๊ก “วันนี้พรรคส้มโกหกอะไร” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “#ทุกคนคะ สืบมีนบุรี รวบแก๊งค์ค้ายา “บุญรักษา” พร้อมยาบ้า – ยาไอซ์ จำนวนมาก หนึ่งในนั้นชื่อ นายแบงค์ ภาณุพงศ์ ชาวบ้านถามใช่ผู้สมัคร สท. พรรคส้มหรือไม่ รบกวน พรรคประชาชน – People’s Party ช่วยชี้แจง นายแบงค์ ใช่คนของพรรคหรือไม่ด้วยค่ะ”

ต่อมา เพจเฟซบุ๊ก “พรรคประชาชน สมุทรปราการ – People’s Party Samutprakarn” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า พรรคประชาชนสมุทรปราการขอโทษประชาชน จากกรณีที่วันนี้ (7 พ.ค.) ผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาล (สท.) เมืองลัดหลวง จังหวัดสมุทรปราการ ของพรรค ถูกจับกุมในข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง

พรรคประชาชนสมุทรปราการ เห็นว่านอกเหนือจากการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและรับผิดชอบตามกฎหมาย ผู้สมัครควรต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง โดยการแสดงเจตจำนงยุติบทบาท ไม่ประสงค์เป็นผู้สมัครในการเลือกตั้งที่มาถึงนี้

พรรคประชาชนสมุทรปราการ จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด หากกระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ได้ว่าผู้สมัครคนดังกล่าวมีความผิดจริง พรรคจะดำเนินการถอดถอนออกจากการเป็นสมาชิกพรรคตามขั้นตอน

ทั้งนี้ พรรคประชาชนสมุทรปราการขอน้อมรับกรณีนี้เป็นบทเรียนในการปรับปรุงกระบวนการคัดสรรผู้สมัครของพรรคต่อไป

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก “วันนี้พรรคส้มโกหกอะไร” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า #ทุกคนคะ จดหมายเปิดผนึกถึง #พรรคประชาชน

กรณีพรรคส้มได้แถลงการณ์ยอมรับผิดและขอโทษ กรณีผู้สมัคร สท. ถูกจับกุมข้อหาค้ายาบ้า+ยาไอซ์ จำนวนมาก หนูขอตั้งคำถามดังนี้

1. การจับกุมผู้สมัคร สท. พรรคส้ม เกิดขึ้นเมื่อวานตอนดึก พรรคส้มมีเวลาทั้งวันในการชี้แจงกลับเงียบ จนเมื่อเพจหนูลง หลังจากนั้นจึงค่อยแถลงขอโทษ ทำให้สงสัยว่ามีเจตนาปิดข่าวหรือไม่ เพราะเหตุใด

2. พรรคส้ม เคยคุยว่า มีระบบคัดตัวผู้สมัครที่ยอดเยี่ยม เหตุใด ผู้สมัครพรรคส้ม มีเรื่องราว มีคดีเกิดขึ้นอยู่ตลอด ตกลงมีระบบคัดเลือกจริงมั้ยคะ

3. ในการเลือกตั้ง สท. ทั่วประเทศ ในวันอาทิตย์ ที่จะถึงนี้ ประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไร ผู้สมัครภายใต้พรรคประชาชน จะไม่มีคดี หรือ เกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา ผสมอยู่

4.นอกจากคำขอโทษที่ทำประจำ ทำไปเพื่อลดกระแส หัวหน้าเท้งและผู้บริหารพรรค จะรับผิดชอบหรือลงโทษตัวเองอย่างไร

5. ขอบคุณสื่อทุกช่องที่พรุ่งนี้จะนำเสนอข่าวนี้ค่ะ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดภาพแก๊ง’บุญรักษา’ ค้ายานรก-‘ผู้สมัคร สท.’ร่วมด้วย

– 006

‘หัวหน้า ภท.’เผยจุดยืน‘คอมเพล็กซ์’ ย้ำพรรคร่วมต้องเป็นหนึ่ง หนุนทำประชามติ

‘หัวหน้า ภท.’เผยจุดยืน‘คอมเพล็กซ์’ ย้ำพรรคร่วมต้องเป็นหนึ่ง หนุนทำประชามติ

‘หัวหน้า ภท.’เผยจุดยืน‘คอมเพล็กซ์’ ย้ำพรรคร่วมต้องเป็นหนึ่ง หนุนทำประชามติ

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 19.31 น.

‘หัวหน้าภูมิใจไทย’เผยจุดยืน‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ย้ำพรรคร่วมต้องเป็นหนึ่ง หนุนทำประชามติ ฟังเสียงประชาชน

เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวผ่านรายการ Ringside การเมือง กรณีร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ว่า เมื่อนายกรัฐมนตรี ผลักดันแล้วในฐานะนโยบายรัฐบาล ถ้าคุณเป็นคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วมันเป็นไปตามกฎหมาย ต้องช่วยกันสนับสนุน แต่ว่ามันไม่ได้จบตรงนี้ จะเข้าไปที่สภา ก็ต้องพิจารณาตามขั้นตอนวาระต่างๆ มีการอภิปราย มีการตั้งกรรมาธิการ(กมธ.) และไปแปรญัตติ ซึ่งต้องใช้ข้อมูล ความเห็น สรุปว่ายังมีอีกหลายขั้น และที่สำคัญที่สุด คือ ฟังเสียงประชาชน ถ้าดีที่สุดควรทำประชามติ ให้ประชาชนตัดสินใจ ในเมื่อเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ช่วยผลักดันเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียน ฟังแล้วดี ก็ถามประชาชนเลยพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนทางนี้ เคยเสนอท่านนายกรัฐมนตรีไปแล้ว และท่านก็รับฟัง ถ้ามีประชามติ ทุกคนสบายใจ 

“แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้น จะต้องไม่มียิงลูกโดด พรรคร่วมต้องโหวตกฎหมายนี้ทุกพรรค ถ้าพรรคหนึ่งมีเงื่อนไข พรรคอื่นก็มีเงื่อนไข แบบนั้น ถือว่าไม่เรียบร้อย ก็ยังไม่ต้องเอาเข้าสภา พรรคร่วมรัฐบาลต้องเป็นหนึ่งจึงจะผลักดันได้ นี่คือเรื่องของสปิริตพรรคร่วมรัฐบาล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว

‘อนุทิน’ย้ำ‘นายกฯ’ไม่เคยคุย‘ปรับ ครม.’ ลั่นสัมพันธ์ยังปึ้ก อยู่กันอีกนาน

‘อนุทิน’ย้ำ‘นายกฯ’ไม่เคยคุย‘ปรับ ครม.’ ลั่นสัมพันธ์ยังปึ้ก อยู่กันอีกนาน

‘อนุทิน’ย้ำ‘นายกฯ’ไม่เคยคุย‘ปรับ ครม.’ ลั่นสัมพันธ์ยังปึ้ก อยู่กันอีกนาน

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 19.14 น.

‘อนุทิน’ย้ำ‘นายกฯ’ไม่เคยคุย‘ปรับ ครม.’ ลั่นสัมพันธ์ยังปึ้ก อยู่กันอีกนาน ยันยังสนุกกับงาน ไม่เคยรู้สึกถูก‘เจาะยาง’ 

เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เป็นกระแสมาอย่างต่อเนื่องว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย เราดูแลอยู่ทั้งสิ้น 4 กระทรวง ไม่มีปัญหา ยังทำงานอย่างเต็มที่ เรื่องการปรับ ครม. ใน ครม. ไม่เคยพูดคุยกันเลย นายกรัฐมนตรีไม่เคยปรารภ หรือแม้กระทั่งเจรจา หรือแจ้งว่าจะมีการปรับเปลี่ยน ก็ไม่ได้พูดถึง นายกฯพูดแต่ว่า ต้องทำงานด้วยกัน ทำเต็มที่ ทำให้รัฐบาลเข้มแข็ง ทำให้จบ แล้วไปต่อ ส่วนนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม เคยบอกแล้วว่าต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน ซึ่งเมื่อมาดูที่การทำงาน นายกฯ ไม่มีปัญหา และแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน สนุกในการทำงาน ส่วนตน สนับสนุนนายกฯแน่นอน ความสัมพันธ์ระหว่างกันนับว่าดี 

“ผมอยู่ตรงนี้ ถ้าผมเป็นนักฟุตบอลเล่นกันในสนาม ผมเองไม่รู้สึกว่าจะมีใครมาเตะเจาะยาง แต่คนนอก ก็มองจากมุมเขา เราเองก็ไปคิดแทนกันไม่ได้ สำหรับพรรคภูมิใจไทย ต้องทำงานหนัก สร้างผลงาน ก็หวังว่า เมื่อเข้าตาประชาชนจะได้ สส.มากขึ้น” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงทิศทางการขับเคลื่อนของพรรคภูมิใจไทย ว่าจากนี้ต้องเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ในพรรค เข้ามามีบทบาทมากขึ้น คนรุ่นตน มีประสบการณ์ ถึงเวลาต้องเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เข้ามารับใช้พี่น้องประชาชนมากขึ้นส่วนคนรุ่นก่อนจะถอยไปประคอง พรรคของเราจะพัฒนา จากรุ่น สู่รุ่น และจะต้องทำงานให้ได้มากขึ้น ประชาชน ต้องได้ประโยชน์มากขึ้น

“เราเปิดกว้างรับสิ่งใหม่ๆ เมื่อมันเป็นประโยชน์กับประชาชน อย่างพรรคภูมิใจไทย เราก็ดันคนรุ่นใหม่ขึ้นมามีตำแหน่งสำคัญเสมอ และเราก็เปิดรับไอเดียใหม่ๆ ด้วย แต่ที่สุดแล้ว ก็ต้องมาคุยกันให้ตกผลึก เป็นมติพรรค เมื่อออกมาแล้ว ต้องดำเนินการไปตามนั้น” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่าใครคือคู่แข่งหลักของพรรคภูมิใจไทยว่า ไม่เคยมองใครเป็นคู่แข่ง ให้แข่งกับตัวเอง ถ้าทำงานการเมืองให้คิดเสมอว่าประชาชนเป็นผู้มีพระคุณ เป็นเจ้านายเรา ขอให้เอาใจใส่ รักษาสัญญา ไม่ทอดทิ้ง ประชาชน เป็นคนทำให้ได้เข้ามา ทำงานในสภา ต้องไม่ลืม ถ้าตระหนักได้แบบนี้ จะเป็นผู้แทนตลอดการ คุณต้องแข่งกับความขี้เกียจบางคนขึ้นมาเป็น สส. ก็ลงพื้นที่น้อยลง แล้วมาบอกว่า ให้คนอื่นทำงานแทน ทำแบบนี้ แพ้ ชาวบ้าน ไม่ต้องการแบบนี้ชาวบ้านต้องการท่าน เพราะชาวบ้านเลือกท่านมา สำหรับตน เป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ถือว่าทั้งประเทศคือพื้นที่ที่เราต้องดูแล ได้ไปพบกับประชาชน ดูแลทุกข์สุขของคนที่เป็นเจ้านายเรา และทุกครั้งที่ได้ไปก็มีความสุข นั่นคือที่ของเรา

‘หมอวรงค์’เปิดแชทไลน์ ฟัน’2 หมอ’ช่วยนักโทษชั้น 14 ป่วยทิพย์

'หมอวรงค์'เปิดแชทไลน์ ฟัน'2 หมอ'ช่วยนักโทษชั้น 14 ป่วยทิพย์

‘หมอวรงค์’เปิดแชทไลน์ ฟัน’2 หมอ’ช่วยนักโทษชั้น 14 ป่วยทิพย์

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.55 น.

“หมอวรงค์”ลุ้นแพทยสภากู้ศักดิ์ศรีฟันหมอช่วยนักโทษชั้น 14 พรุ่งนี้ พร้อมเปิดไลน์แหล่งข่าวแจ้งกรณีผู้บริหาร รพ.ตำรวจ 2 คนถูกพักใบประกอบฯ บอกให้จับตาเป็นจริงหรือไม่

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี กล่าวตอนหนึ่งในระหว่างจัดเวทีประชุมเมล็ดพันธุ์ใหม่ไทยภักดีสัญจร ครั้งที่ 3 โดยมีสมาชิกกว่า 300 คน เข้าร่วมกิจกรรม ที่โรงแรมเมืองลิกอร์ จ.นครศรีธรรมราช ว่า ในวันที่ประเทศมีปัญหาในช่วงระบอบทักษิณรุ่งเรือง พี่น้องชาวใต้ที่มีหัวใจนักสู้ รักความถูกต้อง รักความเป็นธรรม ออกไปต่อสู้จนทำให้สามารถหยุดระบอบทักษิณได้ แต่ปัจจุบันสถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไป เงินเข้ามามีอิทธิพล   เข้ามาแทรกซึมทีละเล็กทีละน้อย เข้ามาทำลายหัวจิตหัวใจของคนใต้ การเลือกตั้งที่ผ่านมาของจังหวัดนครศรีธรรมราชมีการพูดว่า ใช้เงินกว่า 200 ล้านบาท อย่างนี้ประเทศจะไปรอดหรือ

“ผมมาที่นี่เพื่อปลุกวิญญาณความเป็นคนไทย ความรักชาติของพี่น้องคนใต้ให้ลุกขึ้นมากอบกู้บ้านเมือง ถ้าพี่น้องคนใต้ไม่ลุกมาเคียงบ่ากับพรรคไทยภักดี ประเทศชาติป่นปี้แน่ แต่ถ้าลุกขึ้นมาคนไทยทั้งประเทศชนะแน่นอน” นพ.วรงค์ กล่าว

นอกจากนี้ นพ.วรงค์ ยังกล่าวถึงกรณีนักโทษชั้น 14 ว่า มีการใช้อำนาจใช้กระบวนการช่วยเหลือให้ไม่อยู่ในคุก แต่ไปอยู่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ มีการร้องไปหลายหน่วยงาน ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะไต่สวนเรื่องนี้เองนั้น จนถึงวันนี้นักโทษชั้น 14 หายหน้าไปแล้ว เชื่อว่าคงคิดหนัก และพรุ่งนี้ (8 พ.ค.) เชื่อว่า แพทย์สภาจะประกาศผลว่า แพทย์ที่ช่วยนักโทษที่ไม่ป่วยแต่อยากป่วยวิกฤติผิดหรือไม่

ทั้งนี้ นพ.วรงค์ ได้อ่านข้อมูลซึ่งระบุว่า แหล่งข่าวส่งไลน์มาให้ที่ประชุมฟังอ้างว่า “ผู้บริหาร รพ.ตำรวจ 2 คนถูกพักใบประกอบฯ พักใช้นั้นคงไม่สำคัญมาก แต่ข้อมูลเหล่านี้จะนำไปสู่ศาลฎีกาซึ่งสอบเอง และมีหลักฐานจากแพทยสภา งานนี้นายกแพทยสภาต้องเรียกศักดิ์ศรีกลับมาให้ได้ ตนอยากให้เรื่องชั้น 14 จบ เพราะเป็นเรื่องการใช้อำนาจไม่ชอบ ใช้อำนาจบาตรใหญ่ ไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม แต่ถึงวันหนึ่งแล้ว กฏหมายต้องเป็นกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมต้องทำงาน นักโทษชั้น 14 ต้องกลับไปติดคุก พรุ่งนี้ ( 8 พ.ค.68) ให้ติดตามข้อเท็จจริงว่า จะตรงตามที่แหล่งข่าวส่งมาให้หรือไม่

ด้าน นางสาวกรรญดา ณ หนองคาย หัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวว่า รัฐบาลพยายามที่จะผลักดัน การเปิดกาสิโน และ Entertainment complex มีการอ้างว่าศิลปินระดับโลกไม่มาเปิดคอนเสิร์ตในประเทศไทยเพราะไม่มีฮอลล์ขนาดใหญ่ ทั้งที่ความเป็นจริง ศิลปินอย่าง เทย์เลอร์ สวิฟ เคยจะมาจัดคอนเสิร์ตที่เมืองทองธานี เมื่อปี พ.ศ.2557 แต่ยกเลิกไปเพราะมีเหตุการณ์รัฐประหาร ดังนั้นหากรัฐบาลดึงดันในเรื่องนี้ขอให้พี่น้องคนใต้ช่วยกันคัดค้าน

‘ปลอดประสพ’ขยี้‘ผู้ว่าฯสตง.’ลั่นครั้งหน้าต้องมาแจงกมธ. แซะถ้าไม่มาอีก จะตามถึงบ้าน

‘ปลอดประสพ’ขยี้‘ผู้ว่าฯสตง.’ลั่นครั้งหน้าต้องมาแจงกมธ. แซะถ้าไม่มาอีก จะตามถึงบ้าน

‘ปลอดประสพ’ขยี้‘ผู้ว่าฯสตง.’ลั่นครั้งหน้าต้องมาแจงกมธ. แซะถ้าไม่มาอีก จะตามถึงบ้าน

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.31 น.

‘กมธ.ยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างฯ’ ตั้ง 7 ข้อสังเกต-ฝาก2คำถาม ปม ‘ตึกถล่ม’ ด้าน ‘ปลอดประสพ’ ไล่ขยี้บี้ ‘ผู้ว่าฯสตง.’ ไปแต่งตัวมาใหม่ ครั้งหน้าต้องมาตอบแจงกรรมาธิการฯ ชี้ขี้เกียจคุ้ยเหตุผลชิ่งไม่ยอมร่วมสังฆกรรม แซะถ้าไม่มาอีก จะตามถึงบ้าน   

เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2568 ที่รัฐสภา นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมกมธ.ฯ ซึ่งมีการเชิญอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, อธิบดีกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณะภัย, อธิบดีกรมโยธาธิการ และผังเมือง, ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งติดภารกิจไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ จึงได้ส่งนายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน มาชี้แจงแทน

โดยนายปลอดประสพ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งหน้าคงต้องมีการเชิญ สตง. มาอีกครั้ง โดยเฉพาะ ผู้ว่า สตง. ต้องมาเอง และอาจรวมถึงอดีต ผู้ว่า สตง.ด้วย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน ผู้บริหารในปัจจุบันบางคนไม่รู้เรื่อง โดยเราพบ 7 ข้อหลัก ดังนี้ 1.ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องย้ายสถานที่ก่อสร้างจากจังหวัดปทุมธานี มาที่เขตจตุจักร ข้อกล่าวอ้างเพื่อป้องกันน้ำท่วมนั้น ก็ไม่ใช่เหตุผลที่ฟังได้ เนื่องจากอาคารของหลายหน่วยงานที่อยู่บริเวณนั้น ก็สร้างเขื่อนรอบๆ ได้ สามารถอยู่กันมาถึงทุกวันนี้ ถ้าวันนั้น สตง.ได้ถามผู้รู้ก่อน ก็จะได้รับคำแนะนำ ดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องย้าย เป็นความคิดที่ผิด และก่อให้เกิดปัญหา

ขณะที่ 2.เมื่อมีการย้ายมาที่ใหม่ ก็ต้องเสียงบประมาณในการออกแบบถึง 2 ครั้ง ซึ่งในครั้งที่ 2 มีราคาแพงกว่าเดิม 3.สตง.ไม่มีความรู้ทางเทคนิคด้านวิศวกรรม ทำเองคิดเองตัดสินใจเอง โดยไม่มีหน่วยงานด้านวิศวกรรมของรัฐบาล อย่างกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยเข้าไปช่วย เมื่อบริษัทก่อสร้าง บริษัทออกแบบ บริษัทควบคุมการก่อสร้าง ว่าอย่างไร ก็เชื่อตามนั้น 4.ต้องเพิ่มบทบาทของกรมโยธาฯ มาเป็นผู้กำกับและควบคุม

นายปลอดประสพ กล่าวอีกว่า 5.พบช่องว่างระหว่างการทำงานมากเป็นอย่างยิ่งตลอดการดำเนินการ ซึ่งช่องว่างเหล่านั้น ก็คือสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ ดังนั้น จึงควรจำเป็นต้องอุดช่องว่างเหล่านี้ให้ได้ 6.ตามพระราชบัญญัติการควบคุมอาคาร จะต้องถูกรื้อใหม่หมด รวมถึงกฎกระทรวงต่างๆ หลายฉบับที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ไม่ทันสมัยเพียงพอแล้ว ซึ่งต้องมีการแก้ และปฏิรูป ปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้ และ 7.พบว่าการคัดเลือกบริษัทออกแบบ และบริษัทควบคุมการก่อสร้าง ใช้มาตรฐานไม่เท่ากัน เพราะให้น้ำหนักกับบริษัทออกแบบมาก ถึง 30% ในขณะที่บริษัทควบคุมการก่อสร้าง ที่ต้องดูแลเรื่องความปลอดภัย ได้รับการใส่ใจน้อยกว่า คือ 10% ในรื่องประสบการณ์ ทั้งที่ความจริงแล้ว ทั้งสองอย่างข้างต้น จะต้องเท่ากัน 

นายปลอดประสพ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้กมธ.ฯ ยังฝากคำถามเพิ่มเติมไปอีก 2 ข้อ 1.สมมุติว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับหน่วยราชการอื่น สตง.จะมีการให้คำแนะนำอย่างไร และ 2.ระหว่างการก่อสร้างเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่พบสิ่งปกติเลยหรือ จึงสอบถามไปว่า หากพบสิ่งผิดปกติควรทำอย่างไร เพราะสิ่งที่เห็นชัดเจนคือการแก้ไขแบบ อย่างเช่น การเปลี่ยนตำแหน่งปล่องลิฟต์ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ สตง.ไม่ควรคิดเองคนเดียว แต่ควรหารือกับหน่วยงานราชการอื่นเป็นอย่างยิ่ง จึงไม่ทราบว่าทำไมถึงเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก ที่สุดท้ายแล้วมันกลายเป็นเรื่องใหญ่ 

ด้านนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานกมธ.ฯ กล่าวว่า มีการใช้งบประมาณซ้ำ 2 ครั้งในการออกแบบอาคาร และเปลี่ยนเปอร์เซ็นต์สัดส่วนของบริษัทออกแบบและบริษัทควบคุมการก่อสร้าง ทั้งยังมีการทำสัญญาเช่าที่ดิน ที่กินระยะเวลายาวนาน เป็นเงินกว่า 700 ล้านบาท จึงต้องเน้นย้ำถึงจุดประสงค์ของการประชุมคณะกรรมการธิการฯ ในครั้งนี้ เพื่อแก้ไขระเบียบ ในภาพรวมของการก่อสร้างอาคาร ซึ่งภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร หรือ พ.ร.บ.สภาวิศวกร 

เมื่อถามถึงกรณีที่ รองผู้ว่าฯสตง. ระบุ ผู้ว่าฯสตง. มาที่อาคารรัฐสภาในภารกิจราชการลับ แต่กลับไม่มาชี้แจงในกมธ.ฯ นายปลอดประสพ กล่าวว่า ไปแต่งตัวมาใหม่ ครั้งหน้าอย่างไรก็ต้องมา ส่วนที่ไม่มาชี้แจงเพราะข้อมูลไม่ครบ หรือไม่พร้อมชี้แจงหรือไม่นั้น ตนขี้เกียจเดา อย่างไรก็ต้องมา ต้องรับผิดชอบ เป็นผู้นำต้องมาตอบเอง ตนบอกไปแล้ว ให้ลูกน้องมาตอบ ตนเองรับได้ในครั้งแรก แต่อย่างไรก็ต้องมาตอบ เพราะเป็นบทบาทของผู้นำ และเรื่องจริยธรรม 

เมื่อถามว่าหากในครั้งหน้าไม่มาจะทำอย่างไร นายปลอดประสพ กล่าวว่า ก็คงต้องไปเจอที่บ้าน ไม่เห็นยากเลย เรื่องนี้มีความผิดพลาดแน่นอน ไม่งั้นตึกคงไม่พัง คนคงไม่ตาย ไม่ต้องไปโทษฟ้าโทษดิน ต้องทำเพื่อให้ลูกหลานข้างหน้าอยู่ได้อย่างปลอดภัย 

‘ธนกร’ขอบคุณรัฐบาล! ชะลอจ่ายเงินดิจิทัลฯเฟส 3 ไปก่อน

'ธนกร'ขอบคุณรัฐบาล! ชะลอจ่ายเงินดิจิทัลฯเฟส 3 ไปก่อน

‘ธนกร’ขอบคุณรัฐบาล! ชะลอจ่ายเงินดิจิทัลฯเฟส 3 ไปก่อน

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.21 น.

“ธนกร”ขอบคุณรัฐบาล! ชะลอจ่ายเงินดิจิทัลฯเฟส 3 ไปก่อน หนุนรับฟังทุกหน่วยงานภาคสังคมรอบด้าน ฝากเปิดแผนเจรจาสหรัฐให้ชัด สร้างความเชื่อมั่นคนไทย-นักลงทุน

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่การประชุม ครม.วันนี้ยังไม่มีการเสนอวาระพิจารณาโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเงินดิจิทัลเฟส 3 ออกไปก่อนเพื่อรอรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ ตนสนับสนุนให้เปิดกว้างในการรับฟังความเห็นภาคประชาชนด้วย เพื่อให้เกิดความครบถ้วนรอบด้าน เนื่องจากขณะนี้มี สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจเกี่ยวกับมาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกาเข้ามาแทรก จึงสมควรที่รัฐบาลจะต้องมีการพิจารณาใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดความรอบคอบที่สุด

ทั้งนี้ ในส่วนของการเจรจากับสหรัฐอเมริกาเรื่องมาตรการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยที่ใกล้ครบกำหนด 90 วันในการชะลอมาตรการนั้น นายธนกร กล่าวว่า  ขอให้นายกรัฐมนตรีและทีมเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นตัวแทนของประเทศไทยไปเจรจา เปิดเผยแผนการเจรจาที่เป็นทางการ ให้เกิดความชัดเจน แม้จะมีการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการและอาจมีดีลลับก็ตาม แต่ขอให้เปิดเผยในเวลาที่เหมาะสมซึ่งมองว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ภาคธุรกิจ รวมถึง หน่วยงานราชการ รวมถึงจะทำให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ มั่นใจ ในรัฐบาลด้วย

“ขอขอบคุณท่านนายกฯ และ ครม.ที่รอรับฟังความเห็นของหน่วยงานต่างๆ ก่อนในเรื่องเงินดิจิทัลเฟส 3 ผมเสนอให้รับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาสังคม ประชาชนคนไทยทั้งประเทศด้วย เพื่อให้เกิดความรอบด้าน เนื่องจากเป็นงบประมาณก้อนใหญ่ ขอให้มีการใช้จ่ายที่คุ้มค่า และเกิดประโยชน์จริง กระตุ้นเศรษฐกิจได้ตามวัตถุของรัฐบาล และหากจะพิจารณาโครงการคนละครึ่งกลับมา เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศอีกครั้ง ก็จะเป็นสิ่งที่ดีมากเพราะเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อการหมุนเวียนเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้นได้” นายธนกร ย้ำ

เปิด 8 ขั้นตอน! ข้อมูลการก่อสร้างตึก สตง.ถล่ม ‘รองผู้ว่าฯ’หอบเอกสารแจง

เปิด 8 ขั้นตอน! ข้อมูลการก่อสร้างตึก สตง.ถล่ม 'รองผู้ว่าฯ'หอบเอกสารแจง

เปิด 8 ขั้นตอน! ข้อมูลการก่อสร้างตึก สตง.ถล่ม ‘รองผู้ว่าฯ’หอบเอกสารแจง

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.15 น.

เปิด 8 ขั้นตอน! ข้อมูลการก่อสร้างตึก สตง.ถล่ม “รองผู้ว่าฯ”หอบเอกสารแจง “กมธ.ฯมาตรฐานการก่อสร้างฯ”พบแก้แบบก่อสร้าง 9 ครั้ง ทั้ง”ปล่องลิฟต์-โครงสร้าง-การก่ออิฐ” ก่อนขยายเวลางานเพิ่ม

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ สภาสภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญตัวแทนจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กรมโยธาธิการและผังเมือง และกรุงเทพมหานคร เข้าชี้แจงสรุปสาเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา โดย นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่า สตง.มาชี้แจงแทนผู้ว่าฯ สตง.ที่ติดภารกิจ โดยได้นำข้อมูลการก่อสร้างตึก สตง.ทั้ง 8 ขั้นตอน มาชี้แจงประกอบด้วย ดังนี้

1.การเลือกพื้นที่ ซึ่งเปลี่ยนจากสถานที่เก่า ที่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี มาที่ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ของการรถไฟ เนื่องจากพื้นที่เดิมเกิดน้ำท่วม

2.แนวการออกแบบ ยึดเอกลักษณ์ความเป็นไทย อัตลักษณ์ขององค์กร โครงสร้างทางวิศวกรรมเพื่อรองรับแรงแผ่นดินไหว รวมถึงเหมาะสมกับสภาพพูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และความสามารถในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรในอนาคต

3.สาเหตุการถล่มของอาคาร เนื่องจากเมื่อวันที่ 28 มี.ค.68 เกิดเหตุแผ่นดินไหวบริเวณประเทศเมียนมา ขนาด 8.2 ริกเตอร์ ทำให้รู้สึกสั่นไว้ได้เป็นบริเวณกว้างในประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นเหตุให้อาคาร สตง.ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างถล่ม ส่วนสาเหตุที่ทำอาคาร สตง.ถล่มอันเกิดจากแผ่นดินไหวนั้น อยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง

4.ระบบการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นการจ้างออกแบบของกลุ่มค้า โดยวิธีการคัดเลือก จากการให้คะแนนของคณะกรรมการดำเนินการออกแบบ วงเงินจ้าง 73 ล้านบาท โดยเมื่อวันที่ 3 พ.ค.61 สตง.มีหนังสือถึงนายกสภาสถาปนิก และนายกสภาวิศวกร เพื่อขอความอนุเคราะห์รายชื่อนิติบุคคลผู้มีผลงานออกแบบก่อสร้างอาคารสำนักงานเพื่อใช้ประกอบการดำเนินการคัดเลือกผู้ออกแบบ จากนั้นวันที่ 15 มิ.ย.61 คณะกรรมการดำเนินการจ้างออกแบบได้ส่งหนังสือเชิญผู้ให้บริการมายื่นข้อเสนอจำนวน 24 ราย โดยคัดเลือกรายชื่อบริษัทจากผลงานการออกแบบอาคารสำนักงาน อาคารมูลค่า 750 ล้านบาทขึ้นไป ต่อมาวันที่ 16 ก.ค. 61 มีผู้ให้บริการมายยื่นข้อเสนอจำนวน 3 ราย ประกอบด้วย บริษัทร่วมค้า บริษัท ฟอ-รัม อาร์คิเทค จำกัด และบริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท สแปน คอนซัลแดตนท์ จำกัด และกลุ่มร่วมค้า บริษัท ดีไซน์+ดีเวลลอป จำกัด และ บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำหัด มหาชน โดยบริษัทที่ได้คะแนนสูงสุดถึง 91.12 คะแนน คือ บริษัท ฟอ-รัม อาร์คิเทค จำกัด และบริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด

สำหรับจัดซื้อจัดจ้างการก่อสร้างสำหรับวิธีการจัดซื้อจัดจ้างการก่อสร้างอาคารใช้วิธี E-bidding โดยมีราคากลางอยู่ที่ 2,522,153,000 บาท โดยมีผู้สนใจซื้อเอกสารประกวดราคาจำนวน 16 ราย โดยปรากฏชื่อบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์10 (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) แต่มีผู้ยื่นเสนอราคาจำนวน 7 ราย ในนามซึ่งมีการยื่นประมูลของสองบริษัทในนาม กิจการร่วมค้าไอทีดี-ซีอาร์อีซี และเป็นผู้ชนะประมูลโครงการดังกล่าวในวงเงิน 2,136 ล้านบาท โดยมีการลงนามในสัญญาจ้างวันที่ 23 พ.ย.2563 โดยมีระยะในสัญญา 1,080 วันตกลงจ่ายค่าจ้าง 36 งวด การแก้ไขเพิ่มเติมและในรายละเอียดสัญญาจ้างก่อสร้างมีการแก้ไขเพิ่มเติม 9 ครั้ง ซึ่งเป็นการแก้ไขแบบการก่อสร้าง อาทิ การแก้ไข CORE LIFT อาคาร A , แบบบันได อาคาร B , CORE WALL อาคาร A ในครั้งที่ 4 และปรากฎการแก้ไข Core Wall อาคาร A อีกในการแก้ไขสัญญาครั้งที่ 6 และในการแก้ไขสัญญาครั้งที่ 8 ผู้รับพบว่าผู้รับจ้างแจ้งความประสงค์ขอปรับแก้ไขงวดงานก่อสร้าง เนื่องจากรายการงานในงวดงานที่ระบุไว้ในสัญญามีหลายรายการที่ไม่สอดคล้องกับขั้นตอนการปฎิบัติงานที่ควรจะเป็น จำเป็นต้องปรับแก้ไขรายการงานที่ติดขัดกับขั้นตอนการทำงานจำนวน 18 รายการ ในงวดที่ 20 – 35 ประกอบด้วย งานโครงสร้าง , งานก่ออิฐ , งานผิวผนัง , งานฝ้าเพดาน , งานพื้นและงานผิวพื้น , งานฝังยึดราวบันได , งานสำเร็จบันได , งานประตูหน้าต่าง , งานสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ , งานบัวเชิงผนัง , งานสถาปัตยกรรมห้องเครื่อง , งานหลังคา , งานเบ็ดเตล็ดและอื่นๆ , งาน Curtain Wall , การตกแต่งภายใน , งานป้ายสัญลักษณ์ , งานเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว และงานภูมิสถาปัตยกรรมและงานภายนอก สำหรับการแก้ไขสัญญาครั้งที่เก้านั้นเป็นการปรับแผนการทำงานใหม่โดยนำระยะเวลาการทำงานจำนวน 1,080 วันมานับต่อจากวันที่ 30 มิถุนายน 2565 เป็นวันสิ้นสุดระยะเวลาตามแผนการทำงานใหม่

ในส่วนของการจัดซื้อจัดจ้าง งานจ้างควบคุมงาน จะใช้วิธีการคัดเลือก วงเงิน 76,800,000 บาท โดยการตั้งคณะกรรมการดำเนินการจ้างควบคุมงาน หนังสือและส่งหนังสือเชิญผู้ให้บริการมายื่นข้อเสนอจำนวน 19 ราย มีผู้ให้บริการมายื่นข้อเสนอจำนวน 5 ราย นิติบุคคลซึ่งกลุ่มนิติบุคคลร่วมค้า PKW เป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากคะแนนสูงสุด ได้รับวงเงินค่าจ้างเป็นเงิน 74,653,200 บาท

5.การตรวจรับพัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง 6.ใบอนุญาตแผนผังบริเวณโครงการ ซึ่ง สตง.ได้มีหนังสือแจ้งและส่งแผนผัง แบบแปลน รายการประกอบแบบและรายชื่อผู้ควบคุมงานให้กับทางกรุงเทพกรุงเทพมหานคร ซึ่งทางกรุงเทพฯ 256 ได้มีหนังสือตอบกลับในวันที่ 12 เม.ย.2566 ว่า จากการพิจารณาเห็นว่าไม่ขัดต่อกฎกระทรวงกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร 2522 แต่อย่างใด

7.รายงานผลทดสอบคอนกรีต ซึ่งผู้รับจ้างก่อสร้างได้ขออนุมัติวัสดุคอนกรีตผสมเสร็จผลิตภัณฑ์ของ บริษัท ทีพีโอ คอนกรีต จำกัด ใช้สำหรับฐานรากและเสาเข็ม ซึ่งมีวิศวกรโยธาระดับสามัญลงลายมือชื่อรับรองรายการคำนวณส่วนผสมคอนกรีต พร้อมทั้งส่งตัวอย่างไปทดสอบที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และกรมวิทยาศาสตร์ บริการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการทดสอบคุณภาพวัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างตามสัญญา

และ 8.รายงานการควบคุมงานของผู้ควบคุมงาน ซึ่งจะมีการรายงานข้อมูลที่สามารถแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติหรือการแสดงสิ่งที่ผู้ให้บริการ ผู้ควบคุมงานได้ดำเนินการในแต่ละเดือนพร้อมหลักฐานและภาพประกอบ