คริสตีส์จัดแสดงไฮไลท์ ‘อัญมณีหายาก’ และ‘นาฬิกาหรู’ในไทย

คริสตีส์จัดแสดงไฮไลท์ ‘อัญมณีหายาก’ และ‘นาฬิกาหรู’ในไทย

คริสตีส์จัดแสดงไฮไลท์ ‘อัญมณีหายาก’ และ‘นาฬิกาหรู’ในไทย

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คริสตีส์ ร่วมกับยูโอบี พริวิเลจ แบงก์กิ้ง (UOB Privilege Banking) จัดงานพรีวิวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ เดอะ พีค ชั้น 20 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ใจกลางกรุงเทพฯ นำเสนอผลงานไฮไลท์ที่คัดสรรเป็นพิเศษ อาทิ นาฬิการะดับมาสเตอร์พีซ กระเป๋าแบรนด์เนมล้ำค่า และอัญมณีหายาก ก่อนจะเข้าสู่การประมูลในเจนีวาและฮ่องกง ช่วงเดือนพฤษภาคม นี้

ในงานยังได้พบกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจากคริสตีส์ที่บินตรงมาแบ่งปันข้อมูลและแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ Vickie Sek  ประธานฝ่ายจิวเวลรี่  Alexandre Bigler รองประธานอาวุโส หัวหน้าแผนกนาฬิกา คริสตี้ส์ เอเชียแปซิฟิก Winsy TSANG รองประธานอาวุโส หัวหน้าแผนกกระเป๋าถือ คริสตี้ส์ เอเชียแปซิฟิก Max Fawcett หัวหน้าแผนกจิวเวลรี่ ประจำภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา Rémi Guillemin หัวหน้าแผนกนาฬิกา ประจำยุโรปและอเมริกา

ความร่วมมือระหว่างคริสตีส์และยูโอบี พริวิเลจ แบงก์กิ้ง สะท้อนถึงความตั้งใจในการดูแลลูกค้าคนสำคัญอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการบริหารความมั่งคั่งซึ่งครอบคลุมถึงการลงทุนในสิ่งที่มีคุณค่า เต็มไปด้วยความหมาย และขับเคลื่อนด้วยความหลงใหล (Passion Investments) อีกทั้ง งานครั้งนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของซีรีส์กิจกรรมพิเศษที่จะเปิดตัวต่อเนื่องในอนาคตเพื่อมอบแรงบันดาลใจและยกระดับประสบการณ์ระดับโลกให้กับลูกค้าคนสำคัญในทุกมิติ

‘โมทีฟ’ พาเปิดโลกงานออกแบบระดับไฮเอนด์ในงาน Salone del Mobile 2025

‘โมทีฟ’ พาเปิดโลกงานออกแบบระดับไฮเอนด์ในงาน Salone del Mobile 2025

‘โมทีฟ’ พาเปิดโลกงานออกแบบระดับไฮเอนด์ในงาน Salone del Mobile 2025

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โมทีฟ (MOTIF) พาเปิดโลกงานออกแบบระดับไฮเอนด์ ณ งาน Salone del Mobile 2025 พร้อมชมคอลเลกชันใหม่จาก Fendi Casa, Missoni Home, Dolce&Gabbana Casa, Tom Dixon และ Moooi

ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีสันของ Salone del Mobile 2025 ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นเวทีระดับโลกของวงการออกแบบเฟอร์นิเจอร์และไลฟ์สไตล์  “โมทีฟ” โชว์รูมนำเข้าชั้นนำของไทย ขอพาผู้ที่หลงใหลในศิลปะแห่งการใช้ชีวิต สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับคอลเลกชันใหม่ล่าสุดจาก 5 แบรนด์ระดับโลก ที่ต่างนำเสนอเอกลักษณ์และวิสัยทัศน์อันน่าทึ่งผ่านผลงานดีไซน์ที่สะท้อนตัวตนอย่างชัดเจน

Fendi Casa ยังคงนำเสนอเสน่ห์แห่งความหรูหราเหนือกาลเวลา ผ่านดีไซน์เรียบหรู วัสดุระดับพรีเมียม และรายละเอียดที่พิถีพิถัน คอลเลกชันปีนี้สะท้อนความกลมกลืนระหว่างแฟชั่นกับการอยู่อาศัย พร้อมเปิดตัว “Arches Legs” โต๊ะเวอร์ชันไม้ดีไซน์ใหม่ที่เพิ่มความอบอุ่นคลาสสิกให้กับสไตล์โมเดิร์น

Missoni Home นำเสนอสีสันแห่งชีวิตด้วยลายซิกแซกอันเป็นเอกลักษณ์ ถ่ายทอดลงบนโซฟา หมอน และผ้าคลุมอย่างมีศิลปะ ผลงานของแบรนด์ในปีนี้ชวนให้สัมผัสถึงความสุขแบบเรียบง่าย อบอุ่น และแฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณแห่งครอบครัว

Dolce&Gabbana Casa ตอกย้ำสไตล์อิตาเลียนแท้ ผ่านเฟอร์นิเจอร์สุดหรูที่เปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่น ลวดลายซิซิเลียนที่วิจิตรตระการตา และโทนสีจัดจ้านคือหัวใจสำคัญของคอลเลกชันนี้ ซึ่งเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นพื้นที่ศิลปะอย่างแท้จริง

Tom Dixon แบรนด์ดีไซน์จากอังกฤษขนทัพเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่ทั้งเท่ โมเดิร์น และกล้าหาญในการใช้วัสดุ ไม่ว่าจะเป็นโลหะขัดเงา แก้ว หรือหินธรรมชาติ ทุกชิ้นล้วนแสดงออกถึงพลังดิบที่ถูกขัดเกลาอย่างลงตัว

Moooi จากเนเธอร์แลนด์ เติมความแฟนตาซีสู่โลกการอยู่อาศัย ด้วยดีไซน์ที่เต็มไปด้วยจินตนาการและกลิ่นอายแห่งธรรมชาติ ผสมผสานศิลปะและเทคโนโลยีได้อย่างน่าทึ่ง ผลงานของ Moooi ในปีนี้ยังคงทำให้ผู้ชมต้องหยุดมองและเปิดใจรับแรงบันดาลใจใหม่ ๆ อย่างไม่สิ้นสุด

Salone del Mobile 2025 ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแสดงผลงานออกแบบ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาระดับโลกว่าด้วยเรื่อง “บ้าน” ที่มากกว่าพื้นที่อยู่อาศัย  แต่คือการแสดงตัวตนผ่านดีไซน์ในทุกมิติ

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ผนึกกำลังพันธมิตร จับมือ TAGTHAi ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยแบบไร้รอยต่อ

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ผนึกกำลังพันธมิตร จับมือ TAGTHAi ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยแบบไร้รอยต่อ

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ผนึกกำลังพันธมิตร จับมือ TAGTHAi ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยแบบไร้รอยต่อ

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เดินหน้าผนึกกำลังพันธมิตรใหม่สายการบิน-โรงแรม ขยายฐานลูกค้าต่างชาติ  พร้อมจับมือ TAGTHAi ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยแบบไร้รอยต่อ ขยายฐานลูกค้าต่างชาติเต็มสูบ รองรับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตและนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางระดับโลก

สำหรับ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ แหล่งช้อปปิ้งครบวงจรใจกลางกรุงเทพมหานครและเป็น The Best Tourist Destination in Bangkok แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมครองใจนักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินหน้าผนึกกำลังพันธมิตรใหม่ พร้อมสานต่อความร่วมมือพันธมิตรสายการบินและโรงแรม ภายใต้แคมเปญ MBK x Partnership Project 2025 ส่งมอบความประทับใจตลอดทั้งปีด้วยประสบการณ์ล้ำค่า ภายใต้เอกสิทธิ์พิเศษสำหรับลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติ คาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นบรรยากาศการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในประเทศ สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อย ตอกย้ำจุดหมายปลายทางที่ต้องมาเยือน a must-visit destination

ล่าสุด เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ โดย สรัญญา เจริญศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เป็นตัวแทน ผู้บริหารศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวบริการ TAGTHAi EASY PAY อีวอลเล็ตโฉมใหม่ สนับสนุนการยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติให้เที่ยวไทยอย่างไร้รอยต่อ ใช้จ่ายปลอดภัย สแกนง่าย จ่ายสะดวก ด้วย Thai QR Payment เป็นครั้งแรกในไทย ซึ่ง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมเป็นพันธมิตรและเชิญชวนร้านค้าภายในศูนย์ฯ ร่วมให้บริการ TAGTHAi EASY PAY อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว โดยในเฟสแรกมีร้านค้าที่เข้าร่วมในกลุ่มศูนย์อาหาร กลุ่มบริการขนส่งและรับฝากสัมภาระ ซึ่งปัจจุบันลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติในเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มาจากหลายประเทศทั่วโลก โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ จีน และ สหรัฐอเมริกา โดยพฤติกรรมการใช้จ่ายสูงสุดของนักท่องเที่ยวกลุ่ม FIT นิยมใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม เสื้อผ้าแฟชันและเครื่องประดับ คลินิกความงาม สินค้ากีฬา ตามลำดับ ส่วนนักท่องเที่ยวแบบกลุ่มทัวร์ ส่วนใหญ่ใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม เสื้อผ้าแฟชั่นและเครื่องประดับ สินค้ากีฬา ของฝากของที่ระลึก คลินิกความงาม ตามลำดับ  

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ยังร่วมกับ TAGTHAi แพลตฟอร์มบริการด้านการท่องเที่ยวไทย ส่งมอบเอกสิทธิ์สุดพิเศษต้อนรับลูกค้านักท่องเที่ยว ดังนี้ ต่อที่ 1 ต้อนรับลูกค้านักท่องเที่ยวด้วย MBK & TAGTHAi Welcome Gift เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน TAGTHAi รับฟรี!! ยาดมสมุนไพรหอมสดชื่นผ่อนคลายจากการรังสรรค์กลิ่นลิขสิทธิ์พิเศษของเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ซึ่งยาดมเป็น Soft Power ของไทยที่ต่างชาติชื่นชอบ ทั้งซื้อใช้เองและเป็นของฝาก  สามารถกดรับสิทธิ์ได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น G โซน A นอกจากนี้ รับฟรี!! ซิมการ์ดนักท่องเที่ยวที่ธนาคารกสิกรไทย ชั้น G เพื่อเชื่อมการท่องเที่ยวประเทศไทยแบบไร้รอยต่อ ซึ่งในแอพพลิเคชัน TAGTHAi เต็มไปด้วยสิทธิประโยชน์อีกมากมาย, ต่อที่ 2 มอบส่วนลด 25 % จาก AIRPORTELs ผู้ให้บริการฝากและส่งสัมภาระ ชั้น 6 โซน B สำหรับนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการจากศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ไปยังสนามบินหรือโรงแรมที่พักในกรุงเทพฯ และต่อที่ 3 รับฟรี MBK Shopping Bag สำหรับลูกค้านักท่องเที่ยวที่มียอดใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไปและเมื่อรีวิวประสบการณ์ช้อป ชิม ชิล ที่เอ็มบี เค เซ็นเตอร์ แชร์โมเมนต์สุดประทับใจใน Tripadvisor/Google review รับฟรี!! สติ๊กเกอร์สุดคิ้วท์สำหรับติดกระเป๋าเดินทาง นอกจากนี้ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จับมือพันธมิตรโรงแรมชั้นนำ ได้แก่ โรงแรมทินิดี เทรนดี้ กรุงเทพ ข้าวสาร, โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ และ โรงแรมดุสิต ดีทู สามย่าน ส่งมอบความประทับใจในการท่องเที่ยวไทยให้กับลูกค้า ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 31 ตุลาคม 2568

KAWS:HOLIDAY THAILAND ตื่นตากับศิลปะระดับโลก ครั้งแรกในไทยที่สนามหลวง

KAWS:HOLIDAY THAILAND ตื่นตากับศิลปะระดับโลก ครั้งแรกในไทยที่สนามหลวง

KAWS:HOLIDAY THAILAND ตื่นตากับศิลปะระดับโลก ครั้งแรกในไทยที่สนามหลวง

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เตรียมตัวให้พร้อม ประเทศไทยกำลังจะต้อนรับ COMPANION คอมพาเนียน ผลงานตุ๊กตาฟิกเกอร์ ด้วยคาแรกเตอร์ลุกตากากบาทซิกเนเจอร์ของ KAWS อันโด่งดังระดับโลกที่เคยไปจัดแสดงมาแล้วตามแลนด์มาร์กต่างๆ ทั่วโลก

ครั้งนี้พิเศษสุดที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปลุกกระแสท่องเที่ยวให้คึกคัก ด้วยการสนับสนุนงานศิลปะสุดยิ่งใหญ่ “KAWS:HOLIDAY THAILAND” ชวนสัมผัสผลงานระดับโลกอย่างใกล้ชิดกับผลงานมาสเตอร์พีซ COMPANION สุดไอคอนิกของศิลปินระดับโลก มร.ไบรอัน ดอนเนลลี่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ KAWS กับรูปปั้นขนาดมหึมา สูงถึง 18 เมตร ที่จะมาปรากฏตัวกลางท้องสนามหลวง แลนด์มาร์กของกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกในเมืองไทย

 KAWS: HOLIDAY THAILAND ที่ศิลปิน KAWS และพันธมิตรที่ร่วมงานมายาวนานอย่าง AllRightsReserved ​ จะยกประติมากรรมขนาดสูงถึง 18 เมตร มาจัดแสดงที่สนามหลวง แลนด์มาร์กใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมด้วย “COMPANION” และ “SMALLER COMPANION” ที่นั่งอยู่บนโลกและโอบดวงจันทร์ไว้อย่างอ่อนโยน  มี COMPANION ขนาดเล็กกว่านั่งพักอยู่บนตัก โดยมีสนามหลวงเป็นเสมือนศูนย์กลางของสรรพสิ่งทั้งปวง เมื่อประติมากรรม COMPANION ตั้งอยู่ ณ พื้นที่เปี่ยมความหมายนี้ จึงเปรียบเสมือนภาพสะท้อนของระเบียบแห่งจักรวาล ตอกย้ำถึงความเชื่อมโยงของทุกสรรพสิ่ง และการไหลเวียนอย่างต่อเนื่องของภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น  ตลอดจนบริบทของสถานที่ที่ตั้งอยู่เคียงข้างพระบรมมหาราชวัง สนามหลวงเปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมโยงขนบธรรมเนียมอันทรงคุณค่าของไทยเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย โดยการจัดแสดงในประเทศไทยครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของทัวร์อาร์ตคอลเลกชั่นพิเศษ ซึ่งจัดแสดงต่อเนื่องจากประเทศอินโดนีเซียและเมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งอีเว้นท์สุดพิเศษระดับโลกที่ร่วมเฉลิมฉลองและตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของปีท่องเที่ยว AmazingThailand Grand Tourism & Sports Year 2025 และจะกลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ให้มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่หาชมได้ยาก ใครเป็นสายอาร์ต สายเที่ยว หรือชอบหามุมใหม่ ๆ ถ่ายรูป อย่าพลาดเด็ด

ขาด! แลนด์มาร์กกลางกรุง + งานศิลป์ระดับโลก = ความประทับใจที่ต้องไปเช็คอินด้วยตัวเอง  เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 13-25 พฤษภาคม 2568 ณ สนามหลวง กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้ที่สนใจสามารถติด ตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Instagram : @kaws, @ARR.AllRightsReserved และ @centralembassy

สภากาชาดไทย แปรขยะเป็นประโยชน์ โต๊ะ–เก้าอี้ รีไซเคิลจากขยะ ในงานกาชาด’67 สร้างคุณค่า สู่โลกยั่งยืน

สภากาชาดไทย แปรขยะเป็นประโยชน์ โต๊ะ–เก้าอี้ รีไซเคิลจากขยะ ในงานกาชาด’67 สร้างคุณค่า สู่โลกยั่งยืน

สภากาชาดไทย แปรขยะเป็นประโยชน์ โต๊ะ–เก้าอี้ รีไซเคิลจากขยะ ในงานกาชาด’67 สร้างคุณค่า สู่โลกยั่งยืน

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สภากาชาดไทย สานต่อโครงการ “กาชาดสีเขียว” อย่างต่อเนื่อง โดยงานกาชาดประจำปี 2567 ที่ผ่านมา มีการนำขยะที่รวบรวมได้กว่า 320 ตัน ไปบริหารจัดการอย่างถูกวิธี อาทิ ขยะเศษอาหาร เก็บรวบรวมและประสานเกษตรกรนำไปเลี้ยงสัตว์ หมักทำปุ๋ย หรือใช้ประโยชน์อื่นๆ และมีขยะพลาสติกบางส่วน ขยะซองวิบวับ เช่น ซองบรรจุเครื่องปรุง ซองกาแฟ หรือซองบรรจุอาหาร มารีใซเคิลแปรรูปจากขยะ 100%  เป็นโต๊ะ เก้าอี้ จำนวน 2 ชุด เพื่อมอบให้กรุงเทพมหานครเป็นสาธารณประโยชน์ในสวนลุมพินี ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานกาชาดและเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือร่วมใจ ระหว่างสภากาชาดไทย ประชาชน และหน่วยงานอื่นๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกันผลักดันให้ ‘งานกาชาด’ ให้เป็นมหกรรมรื่นเริงเพื่อการกุศลที่สามารถส่งมอบคุณค่าสู่สังคมได้ครบทุกมิติ  ซึ่งโต๊ะ เก้าอี้ จากขยะทั้ง 2 ชุดนี้ ไม่แต่เพียงสร้างคุณค่า เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน แต่ยังเพื่อให้เห็นเป็นเชิงประจักษ์ว่าหากมีการคัดแยกขยะที่ถูกต้องก็สามารถแปรรูปขยะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อใช้ประโยชน์ได้

สำหรับค่าใช้จ่ายในการผลิตชุดโต๊ะและเก้าอี้ จำนวน 2 ชุด ประกอบด้วย เก้าอี้ 8 ตัว และโต๊ะ2 ตัว รวมเป็นเงินจำนวน 75,970 บาท คือ ค่าใช้จ่ายที่ครอบคลุมทุกกระบวนการผลิต อาทิ การคัดแยกวัสดุรีไซเคิล การทำความสะอาด การหลอม และขึ้นรูปโครงสร้างใหม่ที่สามารถใช้ในการผลิตครั้งต่อไปได้ รวมถึงค่าขนส่ง และการควบคุมคุณภาพที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้มั่นใจในความทนทาน ความปลอดภัย เหมาะสมต่อการใช้งานในพื้นที่สาธารณะ

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการผลิตทั้งหมด สภากาชาดไทย ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและตอบรับเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งปัจจุบัน โต๊ะและเก้าอี้เหล่านี้ได้ตั้งอยู่บริเวณสวนลุมพินี เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้นั่งพักผ่อน และเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ด้านอื่นๆ ภายในสวนฯ

นอกจากนี้ สภากาชาดไทย ยังมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนองค์กรให้เป็น “องค์กรสีเขียว” โดยให้ความสำคัญ กับการมีส่วนร่วมในการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิกฤตการณ์ เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืนผ่านรูปแบบกิจกรรม และการรณรงค์ด้านการประหยัดพลังงาน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่านความร่วมมือของคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่บุคลากรภายในทุกหน่วยงานอีกด้วย

LIFE & HEALTH : มารู้จัก ช็อกโกแลต..ของหวานที่คนชื่นชอบ

LIFE & HEALTH : มารู้จัก ช็อกโกแลต..ของหวานที่คนชื่นชอบ

LIFE & HEALTH : มารู้จัก ช็อกโกแลต..ของหวานที่คนชื่นชอบ

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ช็อกโกแลตเป็นของหวานที่หลายคนรู้จักและชื่นชอบทั่วโลก โดยเฉพาะในวันวาเลนไทน์ที่ช็อกโกแลตกลายเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงความรักและความห่วงใย การมอบช็อกโกแลตในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การให้ขนมหวาน แต่ยังสะท้อนถึงความหมายที่มาจากกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน เริ่มต้นจากเมล็ดโกโก้ (Theobroma cacao) ที่ ผ่านกระบวนการหมักบ่มและการแปรรูปอย่างมีขั้นตอน ก่อนจะกลายเป็นช็อกโกแลตที่เต็มไปด้วยรสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์ 

ข้อมูลจาก ผศ. ดร.ผกากรอง วนไพศาล ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ช็อกโกแลตมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ย้อนกลับไปถึงอารยธรรมมายาและแอซเท็กในทวีปอเมริกาได้ ใช้เมล็ดโกโก้ในการทำเครื่องดื่มที่มีรสขมและใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาและการแลกเปลี่ยนสินค้า ต่อมาในศตวรรษที่ 16 เมื่อชาวสเปนค้นพบเมล็ดโกโก้จึงนำกลับไปยังยุโรปและเริ่มพัฒนาเป็นเครื่องดื่มช็อกโกแลตที่มีรสหวานขึ้นโดยการเติมน้ำตาลและวานิลลาทำให้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหมู่ราชวงศ์และชนชั้นสูงของยุโรป ในศตวรรษที่ 19 มีการประดิษฐ์เครื่องบดโกโก้ที่ช่วยให้สามารถผลิตช็อกโกแลตในรูปแบบก้อนหรือแผ่นได้ กระบวนการผลิตช็อกโกแลตในเชิงพาณิชย์จึงเริ่มต้นขึ้นและได้รับความนิยมและเข้าถึงผู้บริโภคอย่างแพร่หลาย การมอบช็อกโกแลตในวันวาเลนไทน์มีต้นกำเนิดจากยุโรปในช่วงศตวรรษที่ 19 เช่นกัน

กระบวนการผลิตช็อกโกแลต

ช็อกโกแลตมีต้นกำเนิดมาจากเมล็ดโกโก้แต่มีความแตกต่างจากโกโก้ในด้านการแปรรูปและองค์ประกอบ โดยก่อนที่จะเป็นช็อกโกแลตนั้นจะต้องผ่านหลายกระบวนการ ดังนี้

1. กระบวนการหมักเพื่อให้ได้เมล็ดโกโก้ ขั้นตอนการผลิตโกโก้เริ่มจากการนำเมล็ดที่อยู่ในผลโกโก้ไปหมัก กระบวนการหมักจะใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน ซึ่งระหว่างนี้จุลินทรีย์ต่างๆ จะเริ่มทำงาน โดยการย่อยสลายเนื้อเยื่อสีขาวที่หุ้มเมล็ด การหมักนี้ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีและช่วยลดความขมในรสชาติของเมล็ดโกโก้ การหมักแบ่งออกเป็น 2 กระบวนการหลักๆ ได้แก่ การหมักแอลกอฮอล์ (Alcohol fermentation) และ การหมักกรดอะซิติก (Acetic acid fermentation) 

 การหมักแอลกอฮอล์ (Alcohol Fermentation)

– กระบวนการนี้เกิดขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อสีขาวที่หวานซึ่งห่อห่อหุ้มเมล็ดโกโก้ไว้ถูกย่อยสลายด้วยยีสต์ (yeast) ซึ่งทำการเปลี่ยนแป้งและน้ำตาลในเนื้อเยื่อสีขาวเป็นแอลกอฮอล์และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กระบวนการนี้มักใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน

– การหมักกรดอะซิติก (Acetic Acid Fermentation)

หลังจากยีสต์ผลิตแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์จะถูกแบคทีเรียกลุ่ม Acetobacter เปลี่ยนให้เป็นกรดอะซิติก (Acetic acid) ซึ่งเป็นกรดที่สำคัญในการสร้างรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของโกโก้กรดอะซิติกจะช่วยลดความขมและเพิ่มความซับซ้อนในรสชาติของโกโก้ ทำให้ช็อกโกแลตที่ผลิตออกมามีรสชาติและมีความหอม การหมักกรดอะซิติกจะเกิดขึ้นภายหลังจากการหมักแอลกอฮอล์และใช้ระยะเวลาประมาณ 3-4 วัน

กระบวนการหมักบ่มส่งผลให้เกิดสารสำคัญหลายชนิดที่มีบทบาทในการกำหนดรสชาติและกลิ่นของช็อกโกแลต ได้แก่ อัลคาลอยด์ (Alkaloids): คาเฟอีนและธีโอโบรมีนมีบทบาทในการสร้างรสขมและกระตุ้นระบบประสาท, โพลีฟีนอล (Polyphenols): เช่น ฟลาโวนอล (flavanols) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและส่งผลต่อความฝาดของโกโก้ อย่างไรก็ตาม กระบวนการหมักสามารถลดปริมาณโพลีฟีนอลได้บางส่วน ทำให้รสชาติสมดุลขึ้น, กรดอินทรีย์ (Organic Acids): เช่น กรดอะซิติก กรดแลคติก และกรดซิตริก ที่เกิดขึ้นระหว่างการหมักและช่วยเสริมรสชาติที่ซับซ้อน, สารระเหย (Volatile Compounds): รวมถึงแอลกอฮอล์ เอสเทอร์ และคีโตน ที่ช่วยสร้างกลิ่นหอมเฉพาะตัว, น้ำตาลและกรดอะมิโน: มีบทบาทสำคัญในปฏิกิริยาเมลลาร์ด (Maillard Reaction) เมื่อเมล็ดโกโก้ถูกนำไปคั่ว ทำให้เกิดกลิ่นและรสชาติของช็อกโกแลตที่เป็นเอกลักษณ์

หลังจากกระบวนการหมักเสร็จสิ้น เมล็ดโกโก้จะถูกนำไปตากแดดให้แห้งเพื่อหยุดกระบวนการหมักและทำให้เมล็ดคงตัว ช่วยลดความชื้นในเมล็ดทำให้เมล็ดโกโก้สามารถเก็บรักษาได้ยาวนานขึ้น

2. การผลิตโกโก้แมส

เมล็ดโกโก้ที่แห้งแล้วจะผ่านการคัดแยกคุณภาพก่อนจะนำไปผลิตเป็นโกโก้นิปส์ (Cocoa Nibs) ซึ่งเป็นส่วนของเมล็ดโกโก้ที่ผ่านการคั่วและกะเทาะเปลือกออกแล้ว และเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตช็อกโกแลต โกโก้นิปส์มีรสชาติเข้มข้น มีสารออกฤทธิ์ที่สำคัญที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โพลีฟีนอล และไขมันธรรมชาติที่ช่วยสร้างรสชาติและเนื้อสัมผัสของช็อกโกแลตคุณภาพสูง หากนำไปบดจะได้เป็นโกโก้แมส (cocoa mass) เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบหลักของช็อกโกแลตแท้ หรือหากนำโกโก้นิปส์ไปสกัดน้ำมันออกจะได้ผลิตภัณฑ์เป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนของเนยโกโก้ (cocoa butter)  และส่วนผงโกโก้ซึ่งเป็นส่วนที่เหลือหลังจากการสกัดเนยโกโก้ออกไปแล้ว และมักใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องดื่ม เบเกอรี่ และของหวาน 

3. การผลิตช็อกโกแลต

ช็อกโกแลตเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำโกโก้แมส หรือนำผงโกโก้ไปผสมกับเนยโกโก้ (cocoa butter) ร่วมกับสารให้ความหวาน เช่น น้ำตาล หรือสารปรุงแต่งอื่นๆ ช็อกโกแลตมีหลายประเภทซึ่งแตกต่างกันตามปริมาณของโกโก้และส่วนผสมที่ใช้ ตัวอย่างเช่น 

– ดาร์กช็อกโกแลต (Dark Chocolate) ส่วนผสมหลัก ได้แก่ โกโก้แมส (cocoa mass), น้ำตาล, เนยโกโก้ ดาร์กช็อกโกแลตไม่มีนมเป็นส่วนผสม มีความเข้มข้นจากโกโก้สูงจึงทำให้รสชาติขมและเข้มข้น
– ช็อกโกแลตนม (Milk Chocolate) ส่วนผสมหลัก ได้แก่ โกโก้แมส น้ำตาล นมผงม เนยโกโก้ มีรสชาติหวานกว่าและเนื้อเนียนมากกว่าดาร์กช็อกโกแลต
– ช็อกโกแลตขาว (White Chocolate) ส่วนผสมหลัก ได้แก่ เนยโกโก้, นมผง, น้ำตาล ไม่มีส่วนผสมของโกโก้แมส จึงมีสีขาวและไม่มีรสขม แต่มีรสชาติหวานและเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม
– ช็อกโกแลตผสม (Compound Chocolate) ส่วนผสมหลัก ได้แก่ ไขมันพืช (เช่น น้ำมันปาล์ม), ผงโกโก้ผง น้ำตาล
– ช็อกโกแลตพราลีน (Praline Chocolate) ส่วนผสมหลัก ได้แก่ ช็อกโกแลต (ดาร์กหรือมิลค์) มีการใส่ไส้ที่ทำจากครีมหรือถั่วเพื่อเพิ่มรสชาติและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย

ประโยชน์ของช็อกโกแลต

ช็อกโกแลตโดยเฉพาะดาร์กช็อกโกแลตที่มีโกโก้เข้มข้น มีสารสำคัญหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ นอกจากฟลาโวนอลและโพลีฟีนอลแล้ว ยังมีสารสำคัญอื่นๆ ที่ช่วยเสริมประโยชน์ของช็อกโกแลต ได้แก่ ฟลาโวนอล (Flavonoids), โพลีฟีนอล (Polyphenols), คาเฟอีน (Caffeine), ธีโอโบรมีน (Theobromine), แมกนีเซียม (Magnesium) , ไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated fats), ทริปโตเฟน (Tryptophan), เหล็ก (Iron) เป็นต้น

การผลิตช็อกโกแลตไม่เพียงแต่เป็นกระบวนการทางเคมีและเทคโนโลยีที่ซับซ้อน แต่ยังเป็นศิลปะที่มีการผสมผสานระหว่างศาสตร์และความสร้างสรรค์เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ช็อกโกแลตจึงไม่ใช่แค่ขนมหวาน ช็อกโกแลตยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น การลดความดันโลหิต เสริมสุขภาพหัวใจ และเพิ่มพลังงาน จากกระบวนการผลิตและคุณค่าทางโภชนาการช็อกโกแลตจึงเป็นทั้งของขวัญและขนมหวานที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจในเวลาเดียวกัน

ผศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

สมาคมภริยา สนง.ปลัดกลาโหม มอบ 1 แสนบาท สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)

สมาคมภริยา สนง.ปลัดกลาโหม มอบ 1 แสนบาท สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)

สมาคมภริยา สนง.ปลัดกลาโหม มอบ 1 แสนบาท สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พลตรีหญิง ทักษดา สังขจันทร์ นายกสมาคมภริยาข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ เข้ามอบเงินจากการออกร้านในงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2567 จำนวน 100,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี นฤมล ล้อมทอง กรรมการมูลนิธิฯ เป็นผู้รับมอบ ณ อาคารมหินทรเดชานุวัตน์ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

การบินไทย ฉลองเข้าสู่ปีที่ 65 ด้วยการยกระดับการเดินทางในทุกมิติ เปิดตัวแนวคิด ‘THE NEW WORLDS OF TOMORROW’

การบินไทย ฉลองเข้าสู่ปีที่ 65 ด้วยการยกระดับการเดินทางในทุกมิติ เปิดตัวแนวคิด ‘THE NEW WORLDS OF TOMORROW’

การบินไทย ฉลองเข้าสู่ปีที่ 65 ด้วยการยกระดับการเดินทางในทุกมิติ เปิดตัวแนวคิด ‘THE NEW WORLDS OF TOMORROW’

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ก้าวเข้าสู่ปีที่ 65 พร้อมส่งต่อเอกลักษณ์ความเป็นไทยสู่ผู้คนทั่วโลกอย่างภาคภูมิ จัดงาน “THE NEW WORLDS OF TOMORROW” นำเสนอแนวทางใหม่ขององค์กรในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 65 ปีแห่งการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการยกระดับการเดินทางในทุกมิติ ทั้งในด้านประสบการณ์บนเที่ยวบินที่ผสานเสน่ห์ความ เป็นไทยอย่างกลมกลืนกับเทคโนโลยีการบินล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์ผู้โดยสารยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำบทบาทในฐานะสายการบินของไทยที่พร้อมแข่งขันในเวทีระดับสากล

งานนี้จัดขึ้นที่ ห้อง World Ballroom โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ สะท้อนถึงการเติบโตอย่างสง่างามและมั่นคงภายหลังจากที่บริษัทฯ ได้ประสบความสำเร็จในการดำเนินแผนฟื้นฟูกิจการ และคาดว่าจะกลับเข้าสู่การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกครั้งได้ภายในเดือนกรกฎาคมของปีนี้ โดยมี นางฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไท ร่วมเป็นเกียรติในงาน พร้อมด้วย นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายกรกฏ ชาตะสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ และคณะผู้บริหารการบินไทย ร่วมในงาน ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติทั้งลูกค้าคนพิเศษ และกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมงานอย่างคับคั่ง

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 65 ปีที่ผ่านมา การบินไทยได้รับความไว้วางใจจากผู้โดยสารทั่วโลก และพร้อมเดินหน้าสู่อนาคตด้วยกลยุทธ์ที่ครอบคลุมและชัดเจน เพื่อปรับเปลี่ยนการดำเนินงานให้สอดรับกับความต้องการของนักเดินทางในยุคปัจจุบัน ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาในหลากหลายด้าน ด้วยความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้สมบูรณ์แบบในทุกมิติ”

เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางสุดพิเศษให้แก่ผู้โดยสาร การบินไทยได้ยกระดับการบริการบนเที่ยวบินในหลายด้าน เริ่มจาก การเปิดตัวนิตยสาร “Sawasdee” โฉมใหม่ ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนสื่อสำคัญที่อยู่คู่กับ       สายการบินไทยมาอย่างยาวนาน ให้ทันสมัยและเข้าถึงกลุ่มผู้อ่านยุคใหม่ได้อย่างทั่วถึง โดย นายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้าและการตลาด บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะ Executive Editor และ Mr. Hans Mueller Executive Creative Director เผยว่า นิตยสาร “Sawasdee” จะกลับมาให้บริการอีกครั้งในรูปแบบครบวงจร ทั้ง ฉบับพิมพ์ (Printed Version), e-Magazine และ เว็บไซต์ Sawasdee Online เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางในโลกดิจิทัล

นอกจากนี้ ยังเปิดตัว Amenities Kit รุ่นพิเศษ ซึ่งการบินไทยได้สร้างสรรค์ร่วมกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI  แบรนด์แฟชั่นระดับลักซ์ชัวรี จากวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรคของแบรนด์  เป็นกระเป๋า Amenities Kit ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งศิลปะและวัฒนธรรมไทย  นำเสนอใน 2 ลวดลาย ได้แก่ ลวดลายผ้าบาติกโทนขาว-น้ำเงิน ถ่ายทอดมนตร์เสน่ห์ผืนผ้าอันงดงามของภาคใต้ ผสมผสานกับลายดอกรักราชกัญญา ซึ่งเป็นลายผ้าที่องค์ดีไซเนอร์พระราชทานให้กลุ่มบาติกไทย ประดับด้วยสัญลักษณ์ช้าง นกยูง รวมถึงดอกไอริสและกล้วยไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI และการบินไทย  ลวดลายที่สอง คือสวนสีสวย เบ่งบานไปด้วยดอกไอริสและดอกกล้วยไม้ บนผืนผ้าลายกราฟฟิกรูปเกือกม้า สัญลักษณแห่งความโชคดี ที่วางสลับกันเป็นลาย S Monogram ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ในโทนสีชมพูและสีม่วงสดใส 

ภายในกระเป๋าประกอบด้วย Hand Cream กลิ่นกุหลาบ, Lip Balm บำรุงฝีปาก และ Deodorant Spray กลิ่นอายภูมิปัญญาไทย จาก SIRIVANNAVARI Maison รวมถึงผ้าปิดตาในสีสันและลวดลายเดียวกับกระเป๋า, แปรงสีฟันจากไม้ไผ่, ยาสีฟัน MARVIS, ที่อุดหูกันเสียงรบกวน โดยของใช้ทุกชิ้นคัดสรรมาเป็นพิเศษให้ผู้โดยสารชั้นธุรกิจ ที่เดินทางสู่จุดหมายปลายทาง 4 เมืองแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ได้แก่ มิลาน ปารีส โตเกียว และเซี่ยงไฮ้ ได้สัมผัสกับนิยาม Smooth as Silk อย่างแท้จริง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป

ด้านอาหาร มีการเปิดตัวแคมเปญ “Good Taste for a Good Cause” ที่คัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพจากผู้ประกอบการไทย เพื่อส่งเสริมสินค้าไทยสู่ระดับสากล ตอบสนองนโยบาย Soft Power ของรัฐบาล ลูกจุ๊บทีจี ไรซ์แครกเกอร์การบินไทย ช็อกโกแลตกานเวลา กาแฟดอยตุง และขนมหวานจากร้าน After You Dessert Café โครงการ Taste of Thai Tales อาหารไทยเมนูพิเศษรังสรรค์โดยเชพไทยที่มีชื่อเสียง รวมถึงแคมเปญ “Streets to Sky” ที่คัดสรรอาหารจานเด่นจากร้านดังของไทย อาทิ ผัดไทยมันกุ้งทิพย์สมัย ก๋วยเตี๋ยวคั่วทะเลเจ๊ไฝ และข้าวหน้าไก่รสดีเด็ด เสิร์ฟบนเที่ยวบินเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังยกระดับการให้บริการด้วย คาร์เวียร์ระดับพรีเมียม และ เครื่องดื่มสูตรพิเศษ “Oriental Dawn” และ Rose of Royal Voyage ที่รังสรรค์ขึ้นสำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่ง รอยัลเฟิสต์ และชั้นธุรกิจ รอยัลซิลค์

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยังได้ประกาศความพร้อมในการรับมอบเครื่องบินรุ่นใหม่ Airbus A321 Neo ที่จะเข้าประจำการภายในสิ้นปี 2568 นี้ โดยคาดหวังว่าจะเสริมศักยภาพฝูงบินของการบินไทยให้มีความทันสมัย ประหยัดพลังงาน และตอบโจทย์ผู้โดยสารยุคใหม่ได้อย่างเต็มรูปแบบ บนเที่ยวบินที่ให้บริการโดย Airbus A321 Neo ผู้โดยสารจะได้สัมผัสความสะดวกสบายจากระบบความบันเทิงบนเที่ยวบินที่ติดตั้งในทุกที่นั่ง พร้อมบริการ Wi-Fi ฟรี สำหรับสมาชิก Royal Orchid Plus  ทุกระดับสถานะ สะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดการเดินทางของเรา

คุณแหน: 7 พฤษภาคม 2568

คุณแหน: 7 พฤษภาคม 2568

คุณแหน: 7 พฤษภาคม 2568

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไป ทรงเป็นประธานในงาน “วิวัฒนายุมงคล สายใจไทย” ในโอกาสครบรอบ 50 ปีของมูลนิธิสายใจไทยฯ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ คุณความดีของผู้ที่เสียสละเพื่อชาติและความอยู่เป็นสุขของประชาชน ตลอดจนผู้ที่เคยช่วยงานมูลนิธิฯ ณ ศาลาราชศรัทธา วัดปทุมวนาราม..

ll ชุติพร เสชัง ผวจ.นครสวรรค์ และคณะ เข้าเยี่ยมชมกิจการของกลุ่มบมจ.เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น (KTIS) โดยฟังบรรยายและเยี่ยมชมโรงงานต่างๆ โดยมี ดร.ดารัตน์ ศิริวิริยะกุล วิภาตะกลัศ พร้อมคณะผู้บริหารร่วมต้อนรับ..

ll ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ให้การต้อนรับ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ พร้อมชาวคณะ Digital CEO #8 กว่า 50 คนไปดูงานการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) โดย ศูนย์ AOC สายด่วน 1441 มีกว่า 100 คู่สาย ให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาภัยออนไลน์ แบบ One Stop Service ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม หากโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี ได้ที่โทร 1441..

ll ยินดีกับแพตริเซีย มงคลวนิช ที่ได้เป็นกรรมการอื่นในคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย..

ll รศ.ภก.สุรกิจ นาฑีสุวรรณ พร้อมด้วย รศ.ดร. ภก.มนตรี จาตุรันต์ภิญโญ ร่วมต้อนรับ ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดี มช. และคณะ เข้าเยี่ยมชมอาคารศูนย์ฝึกปฏิบัติการเพื่อความเป็นเลิศด้านผลิตภัณฑ์ยาและสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล ภายหลังการร่วมลงนาม MoU ทางวิชาการ กับ ม.มหิดล..

ll อนุโมทนาบุญกับ ศักดา-สุมาลี เด่นแดนโดม บจ.แดนไทย-อิควิปเม้น พร้อมครอบครัว ได้ร่วมถวายทองคําเพื่อร่วมสร้างยอดฉัตรทองคํา เจดีย์พิพิธภัณฑ์ปฏิปทาพระธุดงคกรรมฐาน ณ วัดป่านาคำน้อย จ.อุดรธานี..

ll สาวิตรี องค์สิริมีมงคล, มณฑลี คงแถวทอง, อภิศักดิ์ สีหามาตย์, ยิ่งศักดิ์ พิมพ์ลิขิตศักดิ์ เป็นวิทยากรสัมมนาเรื่อง การยกระดับงานบัญชีและการสอบบัญชี ด้วยเทคโนโลยี และ AI จัดโดยสภาวิชาชีพบัญชี 23 พค. 10.00 – 11.30 น. รายละเอียดที่ https://www.facebook.com/share/1684ouXhx1/..

ll เพื่อนๆยินดีกับ ภญ. ฉวีวรรณ บุญเต็ม ได้เป็น เภสัชกรอุตสาหการรุ่นใหม่ดีเด่น ประจำปี 2568 ของสมาคมเภสัชกรอุตสาหการ (ประเทศไทย)..

ll สมาคมผู้ผลิตรายการภาพและเสียง จะจัดพิธีมอบรางวัล “เพชรกนก” และ “กนกนาคราช” ครั้งที่ 5 ประจำปีพ.ศ.2568 เพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างเสริมกำลังใจแก่บุคคล องค์กร ผู้ทำคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ 24 พค. 12.00-17.00 น. ณ หอประชุมสุนันทานุสรณ์ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา..

ll หลายคนอาจสงสัยว่า การผ่าตัดข้อเข่าเทียมโดยใช้แขนกลช่วยผ่าตัด ดีอย่างไร ศ.นพ.ณัฐพล ธรรมโชติ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มีคำตอบ ติดตามชมได้ที่ https://www.hospital.tu.ac.th/blog/2023122616402085/..

น้องใหม่

รวมเหล่าดาราคนดังร่วมเปิดตัว ‘La Roche-Posay’ พร้อมเผยเคล็ดลับการใช้ชีวิตแบบเฮลที

รวมเหล่าดาราคนดังร่วมเปิดตัว ‘La Roche-Posay’ พร้อมเผยเคล็ดลับการใช้ชีวิตแบบเฮลที

รวมเหล่าดาราคนดังร่วมเปิดตัว ‘La Roche-Posay’ พร้อมเผยเคล็ดลับการใช้ชีวิตแบบเฮลที

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.16 น.

La Roche-Posay (ลา โรช-โพเซย์) แบรนด์เวชสำอางจากฝรั่งเศสที่แพทย์ผิวหนังทั่วโลกแนะนำเป็นอันดับ 1 เชื้อเชิญเหล่าคนดัง ร่วมงานอีเวนต์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทุกคนรอคอย “ANTHELIOS UVMUNE 400 ANTI-DARK SPOTS FLUID” (แอนเทลิโอส ยูวีมูน 400 แอนไท ดาร์ก สปอต ฟลูอิด) อย่างเป็นทางการกลางใจเมือง ณ Gaysorn Amarin โดยเนรมิตฟอรัม บนชั้น G ให้กลายเป็นพื้นที่ที่ให้ทุกคนมาทำความรู้จัก 2 สุดยอดเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ในผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่จะช่วยทั้งกันแดดและปรับผิวกระจ่างใสในหนึ่งเดียว

ภายในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ปอย-ตรีชฎา เพชรรัตน์ ได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์การเดินทางไปยังประเทศฝรั่งเศสในฐานะ Friend of Mela B3 เพื่อร่วมงานฉลองครบรอบ 50 ปี ของ La Roche-Posay และยังได้ทำความรู้จักอย่างลึกซึ้งกับ Melasyl เทคโนโลยีความงามเอกสิทธิ์ที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ Mela B3 และล่าสุดได้นำมาเป็น 1 ใน 2 ส่วนผสมหลักสำคัญของผลิตภัณฑ์กันแดดใหม่ในวันนี้

นอกจากนี้ ยังมีเหล่าคนดังมากมาย ที่ได้มาแชร์ประสบการณ์การดูแลผิวให้กระจ่างใสอยู่เสมอ พร้อมเผยมุมมองและเคล็ดลับการใช้ชีวิตที่เฮลที อาทิ แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ควงคู่มากับคุณแม่ พิณทิพา เทวกุล รวมทั้ง คริส หอวังพลอย หอวัง และ มายด์-ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล
โดยในตอนท้ายของงาน ยังมีเซอร์ไพรส์เด็ด เมื่อ JAY B ลีดเดอร์วง GOT7 ปรากฏตัวเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษ เพื่อมาสร้างสีสันและความประทับใจให้กับผู้มาร่วมงาน และแฟนๆ รอบบริเวณงาน

The New Brightening Revolution!

ครั้งแรก! กับการรวมพลังของ 2 สุดยอดเทคโนโลยีความงาม จาก La Roche-Posay ทั้ง Mexoryl 400 เพื่อการปกป้องรังสียูวีในแดด และ Melasyl เพื่อผิวกระจ่างใส ผสานเป็นหนึ่งเดียวในผลิตภัณฑ์กันแดดล่าสุด “La Roche-Posay ANTHELIOS UVMUNE 400 ANTI-DARK SPOTS FLUID” มอบประสิทธิผลถึงสองประการ ได้แก่ PROTECT & CORRECT

  • PROTECT ผิวด้วย Mexoryl 400 (เม็กซอริล 400) ส่วนผสมเอกสิทธิ์อันทรงประสิทธิภาพ
    ที่มีในผลิตภัณฑ์ La Roche-Posay Anthelios UV MUNE 400 ทำหน้าที่ช่วยปกป้องผิวจากแดดได้สูงสุดถึง Utra-long UVA ช่วงความยาวรังสี UVA ที่เข้าทำลายผิวได้ถึงชั้นลึกถึงดีเอ็นเอเป็นครั้งแรก จึงมอบประสิทธิภาพสูงเพื่อการป้องกันภัยแดด ปลอดภัย และเหมาะกับผิวแพ้ง่าย
  • CORRECT ผิวด้วย Melasyl (เมลาซิล) เทคโนโลยีเอกสิทธิ์พลังโมเลกุล ที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ La Roche-Posay Mela B3 ทำหน้าที่ดักจับเม็ดสีส่วนเกินบนชั้นผิว จัดการจุดด่างดำฝังลึกอย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาฝ้า กระแดด จุดด่างดำ และปรับผิวให้กระจ่างใส
    เห็นผลชัดเจน

นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยี Netlock (เน็ตล็อก) โพลิเมอร์แบบเฉพาะที่จะล็อกเนื้อผลิตภัณฑ์กับผิว เคลือบเป็นชั้นฟิล์มปกป้องผิว ช่วยให้กันน้ำ กันเหงื่อ และกันทราย จึงทำให้ประสิทธิภาพของการกันแดดดีขึ้นด้วย ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล เพราะไม่มีส่วนผสมของสารเคมีทำร้ายปะการัง และท้องทะเล ขณะเดียวกันก็ให้เนื้อสัมผัสฟลูอิดที่บางเบา ไม่เหนอะหนะผิว และไม่ทิ้งคราบขาว จึงเหมาะกับทุกกิจกรรมในเมือง หรือกิจกรรมเอาท์ดอร์ต่างๆ และยังช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใสได้ตลอดทั้งวัน

La Roche-Posay ANTHELIOS UVMUNE 400 ANTI-DARK SPOTS FLUID (ขนาด 50 ML ราคา 1,550 บาท) จึงเป็นผลิตภัณฑ์มอบความกระจ่างใส พร้อมลดฝ้า กระ จุดด่างดำ และกันแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดไปในขณะเดียวกัน สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ในระหว่างวันในทุกๆ กิจกรรมได้อย่างมั่นใจ จำหน่ายที่วัตสัน บู๊ทส์ อีฟแอนด์บอย บิวเทรียม ลาซาด้า ช้อปปี้ คอนวี่ ร้านขายยา และโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ

สามารถติดตามข่าวสาร ของ LA ROCHE-POSAY ได้ทาง

WEBSITE: WWW.LAROCHEPOSAY-TH.COM  

FACEBOOK: WWW.FACEBOOK.COM/LAROCHEPOSAYTHAILAND