ทรัมป์อ้าง ฮูตียอมหยุดโจมตีเรือแล้ว สหรัฐฯ เตรียมระงับถล่มเยเมน

ทรัมป์อ้าง ฮูตียอมหยุดโจมตีเรือแล้ว สหรัฐฯ เตรียมระงับถล่มเยเมน

7 พ.ค. 2568 01:53 น.

ทรัมป์อ้าง ฮูตียอมหยุดโจมตีเรือแล้ว สหรัฐฯ เตรียมระงับถล่มเยเมน

โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า กบฏฮูตีในเยเมนยอมหยุดโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงแล้ว และสหรัฐฯ จะหยุดโจมตีทางอากาศเข้าใส่กลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้

ในวันอังคารที่ 6 พ.ค. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาประกาศว่า สหรัฐฯ จะหยุดโจมตีกลุ่มกบฏฮูตีในประเทศเยเมนแล้ว โดยอ้างว่ากลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ตกลงที่จะหยุดโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง ซึ่งเริ่มขึ้นหลังจากสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาอุบัติขึ้นเมื่อตุลาคม 2566

“พวกเขา (ฮูตี) แค่ไม่อยากต่อสู้ และเราจะให้เกียรติในเรื่องนั้น เราจะหยุดการทิ้งระเบิด และพวกเขายอมทำตาม” นายทรัมป์กล่าวระหว่างแถลงการณ์ร่วมกับนาย มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดาที่ทำเนียบขาว

“พวกเขา (ฮูตี) จะไม่ระเบิดเรืออีกต่อไปแล้ว” นายทรัมป์กล่าวต่อ “พวกเขาประกาศว่าจะไม่ทำ หรืออย่างน้อยก็ประกาศกับพวกเรา ว่าพวกเขาไม่อยากต่อสู้แล้ว แต่ที่สำคัญกว่าคือ เราจะเชื่อคำพูดของพวกเขา” “พวกเขาบอกว่าจะไม่ระเบิดเรือต่างๆ แล้ว และนั่นคือเป้าหมายของสิ่งที่เรากำลังทำอยู่”

ทั้งนี้ ฮูตีเริ่มการโจมตีเรือสินค้าในทะเลโดยอ้างว่า ทำเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ที่ถูกกองทัพอิสราเอลโจมตีอย่างหนัก หลังกลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่ในวันที่ 7 ต.ค. 2566 ทำให้อิสราเอลประกาศสงครามเพื่อล้างแค้น

การโจมตีของฮูตีจมเรือสินค้าไปแล้วอย่างน้อย 2 ลำ อีก 1 ลำถูกยึดและมีลูกเรือถูกสังหาร 4 ศพ บีบให้บริษัทขนส่งทางทะเลต้องเลี่ยงเส้นทางทะเลแดง กระทบการค้าทั่วโลก จนประธานาธิบดี โจ ไบเดน (ในตอนนั้น) สั่งเริ่มการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มฮูตีในเยเมน และการโจมตีรุนแรงขึ้นอีกในยุคของประธานาธิบดีทรัมป์

นับตั้งแต่เดือนมีนาคม สหรัฐฯ ยกระดับการโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนมากขึ้น กองทัพสหรัฐฯ เผยว่า พวกเขาโจมตีเป้าหมายในเยเมนไปแล้วกว่า 1,000 จุดตลอดช่วงที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เกือบไม่รอด “ฟรีดริช แมร์ซ” เป็นนายกฯ ใหม่เยอรมนี แต่สภาต้องโหวต 2 รอบ

เกือบไม่รอด “ฟรีดริช แมร์ซ” เป็นนายกฯ ใหม่เยอรมนี แต่สภาต้องโหวต 2 รอบ

7 พ.ค. 2568 00:19 น.

เกือบไม่รอด “ฟรีดริช แมร์ซ” เป็นนายกฯ ใหม่เยอรมนี แต่สภาต้องโหวต 2 รอบ

ฟรีดริช แมร์ซ ผู้นำฝ่ายอนุรักษ์นิยม ได้รับความเห็นชอบจากสภาให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเยอรมนีแล้ว แต่สภาต้องโหวต 2 รอบเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายฟรีดริช แมร์ซ หัวหน้าพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (CDU) ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของเยอรมนีแล้ว ในวันอังคารที่ 6 พ.ค. 2568 แต่สภาต้องทำการโหวตลงมติถึง 2 รอบเป็นครั้งแรกในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

นายแมร์ซต้องการคะแนนเสียงจากสมาชิกสภา 316 คน จากทั้งหมด 630 คน แต่ในการลงมติรอบแรกในช่วงเช้าวันอังคาร เขาได้คะแนนโหวตขาดไป 6 เสียง ทั้งที่เขาจับมือกับพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (SPD) ฝ่ายกลางซ้ายจนได้เสียงข้างมากในสภาแล้ว แต่ 18 คนกลับแตกแถว โดยไม่แน่ชัดว่าเป็นสมาชิกพรรคของเขาเองหรือพรรคร่วม เนื่องจากเป็นการลงคะแนนเสียงลับ

หลังจากเข้าสู่ภาวะไม่แน่นอนนานหลายชั่วโมง พรรคการเมืองต่างๆ และประธานรัฐสภาก็เห็นชอบให้มีการลงมติเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งนายแมร์ซได้คะแนนเสียงไป 325 เสียง เกินกว่าที่ต้องการ 9 เสียง

ทั้งนี้ ไม่เคยมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเยอรมนีคนใดที่แพ้โหวตในสภา ตลอดช่วง 76 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ประชาธิปไตยในเยอรมนีฟื้นฟูกลับมาในปี 2492 ทำให้เกิดความสับสนขึ้นในสภาเป็นเวลานานหลายชั่วโมง

รัฐธรรมนูญของเยอรมนีไม่ได้จำกัดว่า รัฐสภาสามารถโหวตรับรองนายกรัฐมนตรีได้กี่ครั้ง แต่ในทางปฏิบัติ การแพ้โหวตครั้งแรกก็ถูกมองว่าเป็นเรื่องน่าอับอายและกระทบต่อชื่อเสียงแล้ว หากนายแมร์ซแพ้โหวตอีกครั้ง อาจทำให้การรวมตัวระหว่างพรรค CDU กับพรรคร่วมรัฐบาลพังทลาย

อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดการโหวตก็จบลงด้วยดี และนายแมร์ซก็สาบานตนเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ขณะที่ว่าที่รัฐมนตรีทั้ง 17 คนของเขากำลังเตรียมตัวเข้ารับตำแหน่ง

อนึ่ง เดิมทีประธานรัฐสภาเยอรมนีจะจัดการลงมติรอบ 2 ในวันพุธ แต่นายคาร์สเทน ลินเนอมันน์ เลขาธิการพรรค CDU เรียกร้องให้เดินหน้าโหวตในทันที โดยระบุว่า ยุโรปต้องการเยอรมนีที่เข้มแข็ง จึงไม่อาจรอได้อีกต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

UK-อินเดียเฮ เห็นชอบทำข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ หลังเจรจามานาน 3 ปี

UK-อินเดียเฮ เห็นชอบทำข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ หลังเจรจามานาน 3 ปี

6 พ.ค. 2568 23:27 น.

UK-อินเดียเฮ เห็นชอบทำข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ หลังเจรจามานาน 3 ปี

รัฐบาลสหราชอาณาจักรกับอินเดียเห็นชอบข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ร่วมกันแล้ว หลังจากเจรจามานาน 3 ปี โดยทั้งสองฝ่ายเชื่อว่าข้อตกลงนี้จะส่งเสริมการค้าและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 6 พ.ค. 2568 ว่า สหราชอาณาจักร (UK) กับอินเดียเห็นชอบข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ร่วมกันแล้ว หลังจากเจรจามานาน 3 ปี โดยเป็นข้อตกลงที่จะทำให้บริษัทของ UK ส่งออกวิสกี้, รถยนต์ และสินค้าอื่นๆ ไปยังอินเดียง่ายขึ้น และลดการเก็บภาษีสินค้าประเภทเสื้อผ้าและรองเท้าของอินเดีย

เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรี UK กล่าวว่า ข้อตกลงฉบับนี้จะส่งเสริมการเติบโต และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนกับธุรกิจของบริติช

ส่วนนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย กล่าวว่า ข้อตกลงนี้เป็นหลักไมล์สำคัญในประวัติศาสตร์ ที่เป็นทั้งความทะเยอทะยานและผลประโยชน์ร่วมกัน โดยข้อตกลงนี้จะช่วยเร่งปฏิกิริยาการค้า, การลงทุน, การเติบโต, การสร้างงาน และการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ในเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

ข้อตกลงการค้าระหว่าง UK กับอินเดียฉบับนี้ ซึ่งมีชื่อว่า “Double Contribution Convention” อาจต้องใช้เวลาราว 1 ปีกว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ แต่กระทรวงธุรกิจของสหราชอาณาจักรคาดว่า ผู้บริโภคใน UK จะได้ประโยชน์จากภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียที่ลดลงในสินค้าประเภท เสื้อผ้า, รองเท้า, อาหาร รวมถึงกุ้งแช่แข็ง และอัญมณี

รัฐบาลยังเน้นย้ำเรื่องผลประโยชน์ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงานจากการที่บริษัทของ UK ขยายการส่งออกไปอินเดียด้วย โดยสินค้าส่งออกของ UK จะถูกเก็บภาษีลดลงรวมถึง สุราประเภทยินกับวิสกี้, อุปกรณ์การแพทย์, ไฟฟ้า และการบิน, เครื่องสำอาง, อาหารต่างๆ เช่น เนื้อแกะ, แซลมอน, ช็อกโกแลต และบิสกิต

ทั้งนี้ อัตราภาษีศุลกากรสำหรับยินและวิสกี้ เป็นจุดติดขัดที่ทั้งสองฝ่ายพยายามเจรจากันมาตลอด โดยตามข้อตกลง อินเดียจะเก็บภาษีนำเข้าสุราดังกล่าวลดลงครึ่งหนึ่งเหลือ 75% และจะลดลงเพิ่มอีกในอีกหลายปีข้างหน้า ส่วนลูกจ้างชาวอินเดียใน UK ที่ใช้วีซ่าระยะสั้น จะได้รับการยกเว้นจากการจ่ายเงินสมทบเข้าประกันสังคมนาน 3 ปี

ข้อตกลงยังรวมถึงข้อกำหนดในภาคบริการและการจัดซื้อจัดจ้างที่จะอนุญาตให้บริษัทของ UK สามารถแข่งขันในการทำสัญญาต่างๆ ได้มากขึ้น แต่ข้อตกลงฉบับนี้ไม่ได้รวมความเปลี่ยนแปลงใดๆ เรื่องนโยบายคนเข้าเมือง รวมถึงต่อนักศึกษาชาวอินเดียที่กำลังศึกษาในสหราชอาณาจักร

อนึ่ง คาดกันว่าอินเดียจะกลายเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของโลกภายในไม่กี่ปีข้างหน้า ขณะที่สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในคู่ค้าสำคัญของอินเดีย โดยในปี 2567 ทั้งสองประเทศค้าขายกันเป็นมูลค่ารวม 4.26 หมื่นล้านปอนด์ และรัฐบาล UK คาดว่า ข้อตกลงใหม่นี้จะเพิ่มมูลค่าการค้าอีก 2.55 หมื่นล้านปอนด์ภายในปี 2583

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ยางแผ่นดิบ-ยางแผ่นรมควันไทย ทุบนิวไฮในรอบ 1 เดือน

ยางแผ่นดิบ-ยางแผ่นรมควันไทย ทุบนิวไฮในรอบ 1 เดือน

ยางแผ่นดิบ-ยางแผ่นรมควันไทย ทุบนิวไฮในรอบ 1 เดือน

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.54 น.

“นฤมล” ดันราคายางพารานิวไฮในรอบ 1 เดือนยางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควันพุ่งต่อเนื่อง หนุนสินเชื่อปลอดดอกเบี้ย 4 เดือนช่วยชาวสวนช่วงเลื่อนเปิดกรีด

นางนฤมล ภิณโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ราคายางพาราทุกชนิดยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 (ไม่อัดก้อน) ปรับขึ้นเป็น 72 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนยางแผ่นดิบคุณภาพดี (ความชื้นไม่เกิน 3%) ปรับขึ้นเป็น 70 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งทั้งสองชนิดมีความต้องการสูงจนทำนิวไฮในรอบ 1 เดือน ขณะที่น้ำยางสดอยู่ที่ 59.50 บาทต่อกิโลกรัม ยางก้อนถ้วย (DRC 100%) ราคา 59.25 บาทต่อกิโลกรัม และยางก้อนถ้วย (DRC 70%) ราคา 41.48 บาทต่อกิโลกรัม ถือเป็นระดับราคาใกล้เคียงก่อนการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์

ทั้งนี้เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ได้มอบหมายให้กองรักษาเสถียรภาพราคายาง การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เข้าซื้อน้ำยางเพิ่ม และจ้างปั่นเพื่อนำไปผลิตหมอนและที่นอนส่งออกไปยังประเทศอินเดีย พร้อมเตรียมนำน้ำยางสดที่ผ่านข้อกำหนดสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (EU Deforestation-free Regulations : EUDR) ไปผลิตเป็นยางแผ่นรมควัน

“ขอให้ชาวสวนยางเชื่อมั่นในกระทรวงเกษตรฯ ตลอดกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา เราเร่งแก้ปัญหาด้านราคาอย่างหนัก เพื่อคลายความเดือดร้อนของเกษตรกร และในวันนี้ราคาก็สามารถกลับมาสู่ระดับเดิมได้แล้ว” นางนฤมลกล่าว

นอกจากนี้ ยังเตรียมสนับสนุนสินเชื่อระยะสั้นผ่านสถาบันเกษตรกร วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อสัญญา ปลอดดอกเบี้ย 4 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อเป็นทุนบริหารจัดการสวนยางในช่วงเลื่อนเปิดกรีดยาง รวมทั้งมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการรับซื้อยาง ด้วยการชดเชยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ
โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ยังเดินหน้าแผนซื้อโรงงานผลิตยางล้อ เพื่อรองรับผลผลิตจากเกษตรกร ดึงผลผลิตออกจากตลาด ยกระดับคุณภาพสินค้ายางพารา ส่งเสริมแบรนด์สินค้ายางของ กยท. และเพิ่มการใช้ยางพาราในประเทศอย่างต่อเนื่อง

ต้นแบบ’สระสะดือ’ โครงการบริหารจัดการดินและน้ำบนดินและใต้ดินฯ ปี 2567 จังหวัดกำแพงเพชร แก้ปัญหาภัยแล้งได้จริง

ต้นแบบ'สระสะดือ' โครงการบริหารจัดการดินและน้ำบนดินและใต้ดินฯ ปี 2567 จังหวัดกำแพงเพชร แก้ปัญหาภัยแล้งได้จริง

ต้นแบบ’สระสะดือ’ โครงการบริหารจัดการดินและน้ำบนดินและใต้ดินฯ ปี 2567 จังหวัดกำแพงเพชร แก้ปัญหาภัยแล้งได้จริง

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 19.22 น.

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 นายเจษฎา สาระ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินกำแพงเพชร ลงพื้นที่ตรวจติดตามการใช้ประโยชน์ “สระสะดือ” กิจกรรมในโครงการบริหารจัดการดินและน้ำทั้งบนดินและใต้ดินในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตของเกษตรกรที่ได้ดำเนินการในปี 2567 พื้นที่ ตำบลดอนแตง อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร

การขุดสะดือบ่อเป็นการบริหารจัดการน้ำใต้ดินเพื่อสร้างธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด จากการลงพื้นที่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯเมื่อปี 2567 ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง ปัจจุบันมีแหล่งน้ำไว้ใช้ทางการเกษตรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ที่่ดินเพื่อทำการเพาะปลูกและบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งได้

และได้ร่วมประชุมกลุ่มบ้านเกษตรอินทรีย์คลองพิไกร (กลุ่มขั้นที่ 3)  โครงการพัฒนาเกษตรกรกลุ่มเกษตรอินทรีย์เข้าสู่การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS) เพื่อติดตามการตรวจเยี่ยมแปลงเกษตรกรในการต่ออายุใบรับรองและหารือเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมเปิดบ้านเกษตรบ้านเกษตรอินทร์ ณ ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์PGS กลุ่มบ้านเกษตรอินทรีย์คลองพิไกร  หมู่ 3 ต.คลองพิไกร อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ในวันที่ 11 มิถุนายน 2568

กลุ่มเกษตรอินทรีย์คลองพิไกร เป็นกลุ่มเข้มแข็งได้รับใบรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมมาตลอดตั้งแต่ปี 2566 มีผลผลิตทางการเกษตรหลายชนิดทั้ง ข้าว สัปปะรดฉีกตา พืชผัก สาเก หน่อไม้ และสินค้าแปรรูปต่างๆ เช่น น้ำมันเสลดพังพอน สาเกฉาบ งาคั่วเตาถ่าน และหน่อไม้ดอง เป็นต้น

– 006

คริสปี้ ครีม ความอร่อยสุดคลาสสิก ชวนย้อนวัยกับ Ovaltine Old School

คริสปี้ ครีม ความอร่อยสุดคลาสสิก ชวนย้อนวัยกับ Ovaltine Old School

คริสปี้ ครีม ความอร่อยสุดคลาสสิก ชวนย้อนวัยกับ Ovaltine Old School

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.07 น.

คริสปี้ ครีม (Krispy Kreme) โดนัทสูตรลิขสิทธิ์อันดับ 1 ที่ครองใจคนทั่วโลก นำเครื่องดื่มสุดโปรด Ovaltine ชวนคุณย้อนความทรงจำด้วย Krispy Kreme x Ovaltine Doughnuts จับคู่ความอร่อยของโดนัทเนื้อนุ่มกับเครื่องดื่มมอลต์ยอดนิยม “ดาร์ก โอวัลติน ครันชี” (Dark Ovaltine Crunchy)โดนัททรง X Shape ที่ตราตรึงใจ สอดไส้โอวัลตินวิปครีม เคลือบด้วยโอวัลตินครันช์กรุบกรอบให้เคี้ยวเพลิน พร้อม 2 คู่หูใหม่ “โอวัลติน มาร์ชแมลโลว์” (Ovaltine with Marshmallow) โดนัทเคลือบโอวัลตินหอมเข้มข้น สอดไส้โอวัลติน ไวท์มอลต์แน่นๆ ตกแต่งด้วยมาร์ชแมลโลว์ชิ้นโต และ “โอวัลติน ทิรามิสุ” (Ovaltine Tiramisu) ออริจินอล เกลซ สอดไส้ครีมมาสคาโปนสูตรพิเศษ เคลือบด้วยโอวัลตินเน้นๆ พร้อมวิปครีมนุ่มละมุน สัมผัสความอร่อยของคู่หูสุดว้าว Krispy Kreme x Ovaltine Doughnuts ในราคาชิ้นละ 35 บาท หรือแบบเซ็ตสุดพิเศษที่มาพร้อมกล่องลายลิมิเต็ด แบบแพ็ก 3 ในราคา 105 บาท (โอวัลติน โดนัท 3 ชิ้น) หรือแบบเซ็ต ในราคา 315 บาท (ออริจินอล เกลซ 6 ชิ้น, แอสซอร์ทเตท 3 ชิ้น และ โอวัลติน โดนัท 3 ชิ้น) ตั้งแต่วันนี้ – 5 มิถุนายน 2568 

นอกจากนี้ คริสปี้ ครีม ประเทศไทย รังสรรค์เป็นเมนูใหม่ “Krispy Kreme x Ovaltine Old School” ให้คุณดื่มด่ำกับความกลมกล่อมแบบดั้งเดิมกับ “ช็อกโก โอวัลติน” (Choco Ovaltine) ที่มาในรูปแบบของโอวัลตินสูตรเข้มข้น เสริมด้วยวิปครีมและผงโอวัลตินให้รสสัมผัสที่ลงตัว และ “โอวัลติน ไวท์มอลต์” (Ovaltine White Malt) โดดเด่นด้วยนมและไวท์มอลต์หอมละมุน มาพร้อมวิปครีมและโอวัลตินเฟลคกรุบกรอบให้ความอร่อยแบบครบเครื่อง มาย้อนวัยเยาว์กับเครื่องดื่มเมนูโปรด Krispy Kreme x Ovaltine Old School ในราคา 85 บาท (ขนาด 12 ออนซ์) หรือจับคู่ความอร่อย Krispy Kreme x Ovaltine Old School Perfect Together  เมนูใดก็ได้ 1 แก้ว และ ออริจินอล เกลซ 2 ชิ้น ในราคาเพียง 110 บาท ตั้งแต่วันนี้– 30 มิถุนายน 2568 

ปิดท้ายความอร่อยที่เมนูเครื่องดื่มใหม่ เอาใจคนรักนมเย็น Krispy Kreme Sweet Pink Milk เครื่องดื่มนมชมพูสีพาสเทลรสหวานละมุน ที่มาพร้อมฟองนมเนียนนุ่ม ตกแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รีฟรีซดรายรสชาติเปรี้ยวหวาน ให้คุณคลายร้อนพร้อมเพิ่มความสดใสต้อนรับฤดูฝน ในขนาด 12 Oz ราคาแก้วละ 110 บาท พิเศษ!! จับคู่ความอร่อยแบบดับเบิล Krispy Kreme Sweet Pink Milk 1 แก้ว และ ออริจินอล เกลซ 1 ชิ้น เพียง 120 บาท ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2568 ที่ร้านคริสปี้ ครีม ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ (เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ) 

ติดตามความเคลื่อนไหวของคริสปี้ ครีม โดนัทสุดโปรดของคุณได้ที่ www.krispykreme.co.th หรือ www.facebook.com/krispykremethailandfanpage หรือ #Krispykremethailand

เทวาศรม เขาหลัก จัดเทศกาล Devasom Sol Festival 2025 กับข้อเสนอสุดพิเศษ ‘Sol Stay’

เทวาศรม เขาหลัก จัดเทศกาล Devasom Sol Festival 2025 กับข้อเสนอสุดพิเศษ ‘Sol Stay’

เทวาศรม เขาหลัก จัดเทศกาล Devasom Sol Festival 2025 กับข้อเสนอสุดพิเศษ ‘Sol Stay’

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.39 น.

เทวาศรม เขาหลัก บีช รีสอร์ต บูติครีสอร์ตหรูระดับ 5 ดาว ชวนหลบลี้ความวุ่นวายจากวิถีประจำวัน มาสัมผัสประสบการณ์แห่งความผ่อนคลายอย่างลึกซึ้งในงาน Devasom Sol Festival 2025 เทศกาลเวลเนสสุดลักซ์ชูรี ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 11 พฤษภาคม 2568 เพื่อเป็นการต้อนรับเทศกาลนี้ เทวาศรม เขาหลัก ขอมอบของขวัญให้ผู้ร่วมงานด้วยข้อเสนอการเข้าพักสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘Sol Stay’ เริ่มต้นเพียง 6,999 บาทต่อคืน* พร้อมรับสิทธิ์พิเศษในการเข้าร่วมกิจกรรมความบันเทิงของเทศกาลฯ ตลอดการพัก ฟรี และส่วนลด 10% สำหรับ Day Pass (ราคาเริ่มต้น 3,000 บาท รวมกิจกรรม 2 เซสชั่น และ เครื่องดื่ม 1 แก้ว)


 
Devasom Sol Festival 2025 เป็นเทศกาลที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านเวลเนสแบบองค์รวมและศิลปินกว่า 28 ท่าน ตลอด 11 วัน ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสกิจกรรมด้านเวลเนสที่หลากหลายกว่า 90 ชั่วโมง ทั้งโยคะ, เวิร์กชอปงานสร้างสรรค์, กิจกรรมเพื่อสุขภาวะแบบองค์รวม, ดนตรีบำบัด และความบันเทิงที่เต็มอิ่ม, และประสบการณ์ด้านอาหาร ไปจนถึงเซสชั่นส่วนตัวและกิจกรรมสำหรับเด็ก ที่ผ่านการคัดสรรและออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ท่ามกลางทิวทัศน์อันงดงามบนชายฝั่งทะเลอันดามัน เพื่อให้ทุกท่านได้คืนสมดุลทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณอย่างแท้จริง แม้ไม่มีพื้นฐานมาก่อน
 
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทศกาล Devasom Sol Festival ได้ที่ Instagram หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ Devasom Khao Lak หรือติดตามข่าวล่าสุดที่ Facebook เทวาศรม เขาหลัก บีช รีสอร์ต แอนด์ วิลล่า เป็นบูติครีสอร์ตหรูระดับ 5 ดาว เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่น ด้วยทำเลที่ตั้งบนหาดคึกคักอันเงียบสงบและสวยงาม ขนานกันระหว่างท้องทะเลอันดามันและทะเลสาบตามธรรมชาติ พร้อมให้คุณได้ปล่อยใจไปกับการพักผ่อนท่ามกลางความหรูหรา ทว่าอบอุ่นและเป็นกันเอง 

ห้องพักได้รับการออกแบบตกแต่งให้มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวจำนวน 69 ห้อง และวิลล่าส่วนตัว 12 หลัง ส่วนห้องอาหารพร้อมเสิร์ฟรสชาติที่หลากหลาย ประกอบด้วย Takola Thai Restaurant ห้องอาหารไทยแท้ต้นตำรับ และ Devasom Beach Grill | Bar ห้องอาหารริมชายหาดสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน รวมทั้งคุณยังสามารถพบกับความผ่อนคลายได้ภายใน Devasom Spa | Wellness นอกจากนี้ หากต้องการสัมผัสเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมท้องถิ่นและธรรมชาติอันสวยงามแบบใกล้ชิด เทวาศรม เขาหลัก บีช รีสอร์ต แอนด์ วิลล่า ก็มีบริการจัดทริปเดินทางสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่นให้กับคุณด้วยเช่นกัน 
 
เทวาศรม เขาหลัก บีช รีสอร์ต แอนด์ วิลล่า ได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจมากมาย อาทิ รางวัล TripAdvisor’s Traveler’s Choice ประจำปี 2563–2567 นอกจากนี้ ห้องอาหารไทย Takola Thai Restaurant ยังได้รับรางวัล Michelin Bib Gourmand ประจำปี 2564 – 2567 และ ห้องอาหาร Devasom Beach Grill | Bar ได้รับรางวัล Michelin Guide 5 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2564–2568

เปิดจองแล้วตั้งแต่วันนี้ สำหรับการเข้าพักระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 12 พฤษภาคม 2568 สามารถสำรองห้องพักภายใต้ข้อเสนอ ‘Sol Stay’ ได้ที่ experience.khaolak@devasom.com, Line OA @devasomexperience, และ WhatsApp: +66952573508.

Zuma Bangkok เปิดตัว 4 เมนูใหม่แรงบันดาลใจจากอิซากายะ

Zuma Bangkok เปิดตัว 4 เมนูใหม่แรงบันดาลใจจากอิซากายะ

Zuma Bangkok เปิดตัว 4 เมนูใหม่แรงบันดาลใจจากอิซากายะ

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.26 น.

ซูม่า กรุงเทพฯ (Zuma Bangkok) ต้อนรับนักชิมที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น เปิดตัว 3 เมนูใหม่ แรงบันดาลใจจากอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ โดยเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล รสชาติจัดจ้านเพื่อรับประทานคู่กับเครื่องดื่ม และมาในปริมาณพอเหมาะสำหรับแชร์ความอร่อยร่วมกัน พร้อมด้วยอีก 1 เมนูสุดคลาสสิกของซูม่า ที่กลับมาอีกครั้งหลังห่างหายไปนาน ลิ้มรสความอร่อยของเมนูกลิ่นอายอิซากายะที่ ซูม่า ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ตุลาคม 2568

เริ่มที่ มิโซะบันไส้วากิวคัตสึเสิร์ฟคู่หอมแดง (Wagyu Katsu Miso Bun with Braised Red Onion) เนื้อสันนอกวากิวเกรด A5 คลุกด้วยไข่และเกล็ดขนมปัง ทอดจนด้านนอกกรอบและมีสีเหลืองทอง แต่ด้านในยังคงความชุ่มฉ่ำ ประกบด้วยมิโซะบัน รับประทานคู่กับหอมแดงที่เคี่ยวจนได้รสชาติหอมหวานสัมผัสกรุบกรอบและกะหล่ำปลีซอย เพิ่มความกลมกล่อมด้วยซอสที่มีรสหวานเค็มผสมกันอย่างลงตัว

สึคุเนะไก่และไข่ดองซีอิ๊วโรยใบชิโสะ (Tsukune Chicken with Shiso Egg Yolk Dip)  เมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากอาหารเสิร์ฟในร้านอิซากายะแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ลูกชิ้นไก่บดเนื้อนุ่มคลุกเคล้าซอสยากิโทริ ที่เข้มข้นจากส่วนผสมอย่างไวน์แดงและมิโซะขาว เสริมด้วยกลิ่นหอมจากใบชิโสะและขิง เมื่อรับประทานคู่กับไข่ดองซีอิ๊วจะยิ่งเพิ่มมิติให้ทั้งรสชาติและรสสัมผัส

ปลาทูน่าย่างเสิร์ฟคู่บ๊วยดองและซอสมิโซะขิง (Grilled Maguro with Umeboshi and Ginger Miso Sauce) ใช้เนื้อส่วนกลางของปลาทูน่า หมักเพิ่มความนุ่มพร้อมเติมรสหวานละมุนด้วยกากสาเกและมิริน จากนั้นย่างบนเตาโรบาตะ ซึ่งเป็นเตาถ่านแบบโบราณของญี่ปุ่น เสิร์ฟคู่บ๊วยดองและซอสมิโซะขิง  รสเปรี้ยวเล็กน้อยจะช่วยเสริมรสชาติของทูน่าให้เด่นชัดขึ้น

เทมปุระล็อบเตอร์เสิร์ฟพร้อมซอสพอนสึและมายองเนสวาซาบิ (Lobster Tempura with Ponzu and Wasabi Mayonnaise) ราคา 1,560 บาท เมนูสุดคลาสสิกที่กลับมาพร้อมเสิร์ฟให้ทุกท่านได้ลิ้มลองอีกครั้ง เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของเนื้อล็อบสเตอร์แน่นฉ่ำกับความกรอบอย่างพอดีของแป้งเทมปุระ รสเผ็ดอ่อน ๆ จากวาซาบิช่วยยกระดับรสชาติให้จานนี้โดดเด่นไม่เหมือนใครจนขึ้นแท่นเมนูสุดคลาสสิกประจำซูม่า

ซูม่า กรุงเทพฯ (Zuma Bangkok) โรงแรมเซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ   เปิดให้บริการ มื้อเที่ยง:วันจันทร์ – วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 11:30 น. – 15:00น. มื้อเย็น:วันจันทร์ – วันศุกร์ และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 18:00 น. – 01:00 น. วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 18:00 น. – 02:00 น. บรันช์:ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 11:00 น. – 15:00 น. สำรองที่นั่งโทร: 02 252 4707 อีเมล: reservations@zumarestaurant.co.th ไลน์: @zumabangkok เว็บไซต์: http://www.zumarestaurant.com

ซูม่า (Zuma) ก่อตั้งขึ้นโดย เรเนอร์ เบคเคอร์ (Rainer Becker) และ อาจุน วานี (Arjun Waney) ในปี 2002 ซูม่า ลอนดอน (Zuma London) ได้เปิดสาขาเป็นที่แรกและยังคงเปิดให้บริการอยู่ ซูม่า ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวในหลายเมืองทั่วโลกรวมไปถึงฮ่องกง (2007) ดูไบ (2008) อิสตันบูล (2008) ไมอามี (2010)กรุงเทพมหานคร (2011) อาบูดาบี (2014) นิวยอร์ก (2015) โรม (2016) ลาสเวกัส (2017) บอสตัน (2019) มาดริด (2021) มัลดีฟส์ (2022) และเมืองคานส์ (2024) นอกจากร้านที่เปิดตามเมืองสำคัญทั่วโลกแล้ว ซูม่า ยังมีร้านแบบป๊อปอัป และร้านตามฤดูกาลอีกมากมายในจุดหมายปลายทางอันโด่งดังทั่วโลก ได้แก่ คาบสมุทเด็ทก้า โบดรัม ภูเก็ต คิทซ์บูเฮล อิบิซา มิโคนอส ปอร์โตแชร์โว ซาร์ดิเนีย และมิวนิก

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทย

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทย

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทย

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.58 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทอดพระเนตรนิทรรศการ และการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทย และงานหัตถกรรมชุมชน ภาคกลาง จัดโดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ณ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ดำเนินการจุดสุดท้าย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับกลุ่มผู้ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้า ตลอดจนงานหัตถกรรมชุมชน

โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยารองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางอรจิรา ศิริมงคล อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทยและประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคกลางและภาคตะวันออก ข้าราชการ สมาชิกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย คณะที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” นิสิต นักศึกษา และผู้ประกอบการจากจังหวัดต่าง ๆ เฝ้ารับเสด็จ

เมื่อเสด็จเข้าสู่ห้องประชุมแพรวา ทรงพระดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการและการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน พร้อมพระราชทานคำแนะนำแก่กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และกลุ่มสมาชิกโครงการศิลปาชีพ ประเภทผ้า และหัตถกรรม จาก 15 จังหวัด รวม 30 กลุ่ม ได้แก่ เพ้นท์ดีบาติกอำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี ศูนย์ส่งเสริมฝีมือจักสานด้วยไม้ไผ่อำเภอพนัสนิคม จ.ชลบุรี กลุ่มหัตถกรรมผักตบชวาบ้านอ้อย จ.ชัยนาท กลุ่มทอผ้าบางปิด จ.ตราด เชอรี่เบญจรงค์ จ.นครปฐม กลุ่มผสมทรัพย์เซรามิค จ.นครปฐม กลุ่มอาชีพสหกรณ์สืบสานวัฒนธรรมไทย (เครื่องถมครูอุทัย) จ.นนทบุรี เครื่องลงยาสีโบราณ Kith Craft (คิท คราฟต์) จ.นนทบุรี กลุ่มบ้านไทยซิลค์ จ.นนทบุรี วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านแสงตะวัน จ.นนทบุรี ร้านอุษาคเนย์ จ.ปทุมธานี กลุ่มโขมพัสตร์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กลุ่มจักสานหวายบ้านห้วยเกรียบ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กลุ่มผลิตภัณฑ์ไม้ป่าน้ำเค็ม จ.เพชรบุรี กลุ่มจักสานตะกร้าหวาย จ.พระนครศรีอยุธยา โพธิ์ทองอรัญญิก จ.พระนครศรีอยุธยา วิสาหกิจชุมชนบ้านสกุลบายศรี จ.ราชบุรี หจก.สุขขี แฮนดิคราฟท์ จ.ราชบุรี RACHATA (รชต ผ้าทอมือ) จ.ราชบุรี กลุ่มบ้านเอี่ยม แบรนด์ “รักษ์เศษ” จ.ราชบุรี สิปป์ เปลือกไข่วิจิตรศิลป์ จ.สมุทรปราการ หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี จ.สมุทรสาคร กลุ่ม ปัญ-ปัก PAN-PAK จ.สระบุรี กลุ่มรังไหมประดิษฐ์ จ.สระบุรี กลุ่มหัตถกรรมผ้าด้นมือ U thong quilts จ.สุพรรณบุรี กลุ่มเปลญวนแม่พระประจักษ์ จ.สุพรรณบุรี กลุ่มจักสานงิ้วราย จ.อ่างทอง นางสาวบุญยนุช ฝากมิตร จ.อ่างทอง และวิสาหกิจชุมชนสานศิลป์บางเจ้าฉ่า จ.อ่างทอง

พร้อมกันนี้ โปรดให้ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้า งานหัตถกรรม และงานแฟชั่นชั้นนำของประเทศ ให้คำปรึกษาและคำแนะนำ แก่กลุ่มทอผ้า และงานหัตถศิลป์ เพื่อพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัย ตรงตามต้องการของตลาดทั้งใน และต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้อย่างดี

ต่อมา เสด็จไปทอดพระเนตรการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นชุดระบำวีรชัยลิง โดยนักศึกษาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่ง ระบำวีรชัยลิง หรือ ระบำวีรชัยสิบแปดมงกุฏ เป็นการจัดกระบวนทัพของฝ่ายลิงเพื่ออกไปทำศึกสงครามตามจารีตการแสดงนาฏศิลป์ไทยโขน ท่าทางในการเต้นแสดงออกออกด้วยความเข้มแข็ง คล่องแคล่ว ว่องไว และมีความพร้อมเพรียงของเหล่าพลทหารวานร 18 นาย นอกจากนี้ ยังมีการแสดงแตรวงชาวบ้าน จากคณะ ศ. บันเทิงศิลป์ ซึ่งเป็นการบรรเลงดนตรีประกอบการรำ และการละเล่นพื้นบ้าน อาทิ กระตั้วแทงเสือ ที่นิยมเล่นในงานประเพณี งานรื่นเริงในวิถีชีวิตประจำวัน อีกด้วย 

Versace เปิดตัวแคมเปญล่าสุด ‘La Vacanza 2025’

Versace เปิดตัวแคมเปญล่าสุด ‘La Vacanza 2025’

Versace เปิดตัวแคมเปญล่าสุด ‘La Vacanza 2025’

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Versace เปิดตัวแคมเปญใหม่ “La Vacanza 2025” ที่มีซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง Sabrina Carpenter ผู้คว้ารางวัล GRAMMY Award ได้ถึงสองครั้ง มาถ่ายทอดจิตวิญญาณที่แท้จริงของแบรนด์ผ่านมุมมองร่วมสมัย

Sabrina Carpenter ได้ปรากฏตัวในชุดภาพถ่ายโดย Carlijn Jacobs ซึ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณของคอลเล็กชั่นที่เปลี่ยนผ่านจากบรรยากาศริมสระน้ำสู่โอกาสพิเศษต่าง ๆได้อย่างไร้รอยต่อ เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งฮอลลีวูดในแบบคลาสสิก ชุดภาพถ่ายนี้เน้นย้ำถึงกระเป๋ารุ่น Tag bag อันเป็นซิกเนเจอร์ของ Versace ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบแอนิเมชันใหม่ พร้อมฉากหลังหลังอันหรูหราที่สื่อถึงกลิ่นอายของ Versace Home ด้วยองค์ประกอบที่หลากหลาย ภาพถ่ายในแคมเปญนี้เผยให้เห็นถึงแนวคิดแห่งการใช้ชีวิตในแบบฉบับของ Versace ซึ่งได้สร้างสรรค์ไว้อย่างครบทุกมิติ ทั้งในเรื่องแฟชั่น การเดินทาง และไลฟ์สไตล์ภายในบ้าน โดยการกลับมาร่วมงานกันในครั้งนี้ ถือเป็นแคมเปญ Versace ครั้งที่สองของ Sabrina Carpenter อีกด้วย

“ฉันรู้สึกมีพลังเสมอเมื่อสวมใส่ Versace นี่คือสิ่งที่ Versace มีความหมายสำหรับฉัน เสื้อผ้าที่สวยงามและทรงพลังเปิดโอกาสให้ผู้คนได้แสดงตัวตนในแบบของตัวเอง คอลเล็กชั่น La Vacanza นี้คือทั้งหมดนั้น และยังให้ความรู้สึกที่เป็นอิสระและน่าตื่นเต้นเมื่อได้สวมใส่” Sabrina Carpenter กล่าว