‘รมว.นฤมล’สั่งติดตามสถานการณ์น้ำช่วงฤดูฝน มั่นใจแผนปฏิบัติการในลุ่มน้ำสำคัญ รับมือปริมาณฝนได้

'รมว.นฤมล'สั่งติดตามสถานการณ์น้ำช่วงฤดูฝน มั่นใจแผนปฏิบัติการในลุ่มน้ำสำคัญ รับมือปริมาณฝนได้

‘รมว.นฤมล’สั่งติดตามสถานการณ์น้ำช่วงฤดูฝน มั่นใจแผนปฏิบัติการในลุ่มน้ำสำคัญ รับมือปริมาณฝนได้

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.40 น.

“รมว.นฤมล“สั่งติดตามสถานการณ์น้ำช่วงฤดูฝน พร้อมจัดการอ่างเก็บน้ำให้เก็บน้ำฝนไว้ใช้ฤดูแล้งหน้า มั่นใจ แผนปฏิบัติการในลุ่มน้ำสำคัญ รับมือปริมาณฝนได้ 

6 พ.ค.68 เมื่อเวลา 09.00 น. ศ.ดร.นฤมล ภิณโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม(กธ.)กล่าวถึงแผนการบริหารจัดการน้ำรับมือฤดูฝน 2568 ว่า ตนได้มอบหมายให้กรมชลประทาน ดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2568 ตามมติของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ควบคู่กับการกักเก็บน้ำไว้ใช้จนถึงฤดูแล้งหน้าได้ไม่ขาดแคลน

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า สำหรับแผนการบริหารจัดการน้ำมีการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่  เช่น ปิง วัง ยม น่าน เป็นต้น ในการแก้ปัญหาและลดผลกระทบประชาชน ควบคู่การคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ได้นำมาใช้ประกอบกับแผนในการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง

“การบริหารจัดการน้ำในปีนี้ทางกรมชลประทานไม่หนักใจ เพราะมีแผนการจัดทำแผนปฏิบัติการเชิงพื้นที่ในลุ่มน้ำสำคัญ การประเมินความต้องการใช้น้ำล่วงหน้า พัฒนาการตรวจวัด การจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ นำเอาเทคโนโลยีหรือแบบจำลองทางอุทกวิทยามาสนับสนุนการคาดการณ์ปริมาณน้ำฝน-น้ำท่า เพื่อวิเคราะห์และวางแผนป้องกันล่วงหน้าสำหรับใช้เตือนภัย เพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัย การวางแผนจัดสรรน้ำทั้งฤดูฝนและฤดูแล้งให้มีความแม่นยำและทันต่อเหตุการณ์ โดยยึดหลักตามมาตรการรับมือฤดูฝนและมาตรการรับมือฤดูแล้งที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติกำหนดอย่างเคร่งครัด”ศ.ดร.นฤมล กล่าว

009

‘พด’ รุกขยายความสำเร็จด้านอนุรักษ์ดินและน้ำ ป้องกันการชะล้างบนพื้นที่เกษตรกรรม ​ในโครงการ ‘บ้านเล็กในป่าใหญ่ดอยฟ้าห่มปก’

‘พด’ รุกขยายความสำเร็จด้านอนุรักษ์ดินและน้ำ ป้องกันการชะล้างบนพื้นที่เกษตรกรรม ​ในโครงการ ‘บ้านเล็กในป่าใหญ่ดอยฟ้าห่มปก’

‘พด’ รุกขยายความสำเร็จด้านอนุรักษ์ดินและน้ำ ป้องกันการชะล้างบนพื้นที่เกษตรกรรม ​ในโครงการ ‘บ้านเล็กในป่าใหญ่ดอยฟ้าห่มปก’

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ดอยฟ้าห่มปก ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ นับเป็นอีกโครงการสำคัญ ที่กรมพัฒนาที่ดินได้เข้าไปดำเนินการอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่การเกษตรอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ  พร้อมขยายผลความสำเร็จผลักดันให้เป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่สูงยังชุมชนพื้นที่สูงอื่นๆ ในประเทศต่อไป

ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ปัจจุบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ดินและน้ำ ทำให้เกษตรกรในพื้นที่แห่งนี้ประสบความสำเร็จในอาชีพเกษตรกรรม มีผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ จากเมื่อก่อนพื้นที่ดังกล่าวนิยมปลูกพืชเชิงเดี่ยว และมักใช้ปุ๋ยเคมีทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ กรมพัฒนาที่ดิน โดยสถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่จึงได้เข้ามาแนะนำการปรับปรุงดิน โดยการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาทำเป็นปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ เพื่อใช้กับพืชที่เกษตรกรปลูกจึงทำให้ดินกลับมาอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้เข้าดำเนินการพัฒนาพื้นที่โดยทำขั้นบันไดดินและปลูกหญ้าแฝก เพื่อช่วยแก้ปัญหาดินสไลด์บนพื้นที่เกษตรกรรมของเกษตรกร และได้สร้างฝายชะลอน้ำเพื่อกักเก็บน้ำทำให้ดินชุ่มชื้น พร้อมทั้งให้ความรู้การอนุรักษ์ดินและน้ำแก่เกษตรกรในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอจนเกษตรกรมีองค์ความรู้ด้านการปลูกพืช ดูแลดิน ลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมี และหันมาใช้เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดิน จนทำให้ชีวิตเกษตรกรมีความเป็นอยู่ดีขึ้น      

ด้าน นายนิลภัทร คงพ่วง ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินงานว่า จะเน้นส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำขั้นบันไดดิน และปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันไม่ให้หน้าดินพังทลาย โดยส่งเสริมการทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ อาทิ การสร้างคูเบนน้ำรูปสี่เหลี่ยมคางหมู การสร้างขั้นบันไดดินแบบไม่ต่อเนื่อง การสร้างขั้นบันไดดินแบบต่อเนื่อง                   การทำทางลำเลียงในไร่นา การทำฝายชะลอน้ำแบบกระสอบปูนทราย การปรับระดับพื้นที่นา และการสร้างถังเก็บน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดความจุ 45 ลูกบาศก์เมตรในพื้นที่เกษตรกร ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างยั่งยืน 

‘กรมชลประทาน’เตรียมความพร้อมสำหรับพระราชพิธีพืชมงคลฯ ประจำปี 2568

'กรมชลประทาน'เตรียมความพร้อมสำหรับพระราชพิธีพืชมงคลฯ ประจำปี 2568

‘กรมชลประทาน’เตรียมความพร้อมสำหรับพระราชพิธีพืชมงคลฯ ประจำปี 2568

วันจันทร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 21.47 น.

เมื่อช่วงเย็นวันนี้ (5 พฤษภาคม 2568) ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กรมชลประทาน เตรียมความพร้อมการจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระคลังแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 โดยได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานติดตั้งปะรำข้างพลับพลาที่ประทับ โรงพิธีพราหมณ์ โรงพระโค ห้องประชาสัมพันธ์ และเต็นท์สำหรับประชาชน ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการแล้วเสร็จและมีความพร้อมสำหรับการซ้อมใหญ่ในวันพรุ่งนี้ โดยนายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม เลขานุการกรม ในฐานะคณะทำงานฯ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้ตรวจสอบโครงสร้างของสถานที่ประกอบพระราชพิธีฯ พร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พระราชพิธีสำคัญนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อย สมพระเกียรติ

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนรับชมและรับฟังการถ่ายทอดสดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 ในวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป ผ่านช่องทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย

– 006

การบินไทย เปิดตัวแนวคิด ‘THE NEW WORLDS OF TOMORROW’ ฉลองเข้าสู่ปีที่ 65 ด้วยการยกระดับการเดินทางในทุกมิติ

การบินไทย เปิดตัวแนวคิด 'THE NEW WORLDS OF TOMORROW' ฉลองเข้าสู่ปีที่ 65 ด้วยการยกระดับการเดินทางในทุกมิติ

การบินไทย เปิดตัวแนวคิด ‘THE NEW WORLDS OF TOMORROW’ ฉลองเข้าสู่ปีที่ 65 ด้วยการยกระดับการเดินทางในทุกมิติ

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.28 น.

การบินไทย พร้อมก้าวสู่ยุคใหม่ เปิดตัวแนวคิด “THE NEW WORLDS OF TOMORROW” ฉลองเข้าสู่ปีที่ 65 ด้วยการยกระดับการเดินทางในทุกมิติ

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ก้าวเข้าสู่ปีที่ 65 พร้อมส่งต่อเอกลักษณ์ความเป็นไทยสู่ผู้คนทั่วโลกอย่างภาคภูมิ จัดงาน “THE NEW WORLDS OF TOMORROW” เพื่อนำเสนอแนวทางใหม่ขององค์กรในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 65 ปีแห่งการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการยกระดับการเดินทางในทุกมิติ ทั้งในด้านประสบการณ์บนเที่ยวบินที่ผสานเสน่ห์ความ เป็นไทยอย่างกลมกลืนกับเทคโนโลยีการบินล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์ผู้โดยสารยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำบทบาทในฐานะสายการบินของไทยที่พร้อมแข่งขันในเวทีระดับสากล

งานนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 ณ ห้อง World Ballroom โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ที่สะท้อนถึงการเติบโตอย่างสง่างามและมั่นคงภายหลังจากที่บริษัทฯ ได้ประสบความสำเร็จในการดำเนินแผนฟื้นฟูกิจการ และคาดว่าจะกลับเข้าสู่การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกครั้งได้ภายในเดือนกรกฎาคมของปีนี้ โดยมี คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นเกียรติในงาน พร้อมด้วย คุณปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ คุณชาญศิลป์ ตรีนุชกร ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ คุณชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณกรกฏ ชาตะสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ และคณะผู้บริหารการบินไทย ร่วมในงาน ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติทั้งลูกค้าคนพิเศษ กลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจ และสื่อมวลชน ร่วมงานอย่างคับคั่ง

โดย คุณปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 65 ปีที่ผ่านมา การบินไทยได้รับความไว้วางใจจากผู้โดยสารทั่วโลก และพร้อมเดินหน้าสู่อนาคตด้วยกลยุทธ์ที่ครอบคลุมและชัดเจน เพื่อปรับเปลี่ยนการดำเนินงานให้สอดรับกับความต้องการของนักเดินทางในยุคปัจจุบัน ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาในหลากหลายด้าน ด้วยความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้สมบูรณ์แบบในทุกมิติ”

THE NEW WORLDS OF INSIGHT AND HOSPITALITY เปิดมุมมองใหม่แห่งแรงบันดาลใจ ก้าวสู่ยุคใหม่ของการบริการ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางสุดพิเศษให้แก่ผู้โดยสาร การบินไทยได้ยกระดับการบริการบนเที่ยวบินในหลายด้าน ดังนี้

– โฉมใหม่นิตยสาร “Sawasdee” เข้าถึงผู้อ่านยุคใหม่

งานนี้มีการเปิดตัวนิตยสาร “Sawasdee” โฉมใหม่ ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนสื่อสำคัญที่อยู่คู่กับสายการบินไทยมาอย่างยาวนาน ให้ทันสมัยและเข้าถึงกลุ่มผู้อ่านยุคใหม่ได้อย่างทั่วถึง โดย คุณกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้าและการตลาด บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะ Executive Editor และ Mr. Hans Mueller Executive Creative Director เผยว่า นิตยสาร “Sawasdee” จะกลับมาให้บริการอีกครั้งในรูปแบบครบวงจร ทั้ง ฉบับพิมพ์ (Printed Version), e-Magazine และ เว็บไซต์ Sawasdee Online เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางในโลกดิจิทัล

– Amenities Kit รุ่นพิเศษ โดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI

นอกจากนี้ยังเปิดตัว Amenities Kit รุ่นพิเศษ ซึ่งการบินไทยได้สร้างสรรค์ร่วมกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI แบรนด์แฟชั่นระดับลักซ์ชัวรี จากวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรคของแบรนด์  เป็นกระเป๋า Amenities Kit ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งศิลปะและวัฒนธรรมไทย  นำเสนอใน 2 ลวดลาย ได้แก่ ลวดลายผ้าบาติกโทนขาว-น้ำเงิน ถ่ายทอดมนตร์เสน่ห์ผืนผ้าอันงดงามของภาคใต้ ผสมผสานกับลายดอกรักราชกัญญา ซึ่งเป็นลายผ้าที่องค์ดีไซเนอร์พระราชทานให้กลุ่มบาติกไทย ประดับด้วยสัญลักษณ์ช้าง นกยูง รวมถึงดอกไอริสและกล้วยไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI และการบินไทย  ลวดลายที่สอง คือสวนสีสวย เบ่งบานไปด้วยดอกไอริสและดอกกล้วยไม้ บนผืนผ้าลายกราฟฟิกรูปเกือกม้า สัญลักษณแห่งความโชคดี ที่วางสลับกันเป็นลาย S Monogram ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ในโทนสีชมพูและสีม่วงสดใส 

ภายในกระเป๋าประกอบด้วย Hand Cream กลิ่นกุหลาบ, Lip Balm บำรุงฝีปาก และ Deodorant Spray กลิ่นอายภูมิปัญญาไทย จาก SIRIVANNAVARI Maison รวมถึงผ้าปิดตาในสีสันและลวดลายเดียวกับกระเป๋า, แปรงสีฟันจากไม้ไผ่, ยาสีฟัน MARVIS, ที่อุดหูกันเสียงรบกวน โดยของใช้ทุกชิ้นคัดสรรมาเป็นพิเศษให้ผู้โดยสารชั้นธุรกิจ ที่เดินทางสู่จุดหมายปลายทาง 4 เมืองแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ได้แก่ มิลาน ปารีส โตเกียว และเซี่ยงไฮ้ ได้สัมผัสกับนิยาม Smooth as Silk อย่างแท้จริง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป

– แคมเปญความอร่อย นำเสนอรสชาติไทยระดับสากล

สำหรับด้านอาหาร มีการเปิดตัวแคมเปญ “Good Taste for a Good Cause” ที่คัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพจากผู้ประกอบการไทย เพื่อส่งเสริมสินค้าไทยสู่ระดับสากล ตอบสนองนโยบาย Soft Power ของรัฐบาล ลูกจุ๊บทีจี ไรซ์แครกเกอร์การบินไทย ช็อกโกแลตกานเวลา กาแฟดอยตุง และขนมหวานจากร้าน After You Dessert Café โครงการ Taste of Thai Tales อาหารไทยเมนูพิเศษรังสรรค์โดยเชพไทยที่มีชื่อเสียง รวมถึงแคมเปญ “Streets to Sky” ที่คัดสรรอาหารจานเด่นจากร้านดังของไทย อาทิ ผัดไทยมันกุ้งทิพย์สมัย ก๋วยเตี๋ยวคั่วทะเลเจ๊ไฝ และข้าวหน้าไก่รสดีเด็ด เสิร์ฟบนเที่ยวบินเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังยกระดับการให้บริการด้วย คาร์เวียร์ระดับพรีเมียม และ เครื่องดื่มสูตรพิเศษ “Oriental Dawn” และ Rose of Royal Voyage ที่รังสรรค์ขึ้นสำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่ง รอยัลเฟิสต์ และชั้นธุรกิจ รอยัลซิลค์

THE NEW WORLDS OF TRAVEL COMFORT

เตรียมพร้อมสู่ยุคใหม่ของการเดินทางด้วยเทคโนโลยีและฝูงบินทันสมัย

ในโอกาสนี้ คุณชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยังได้ประกาศความพร้อมในการรับมอบเครื่องบินรุ่นใหม่ Airbus A321 Neo ที่จะเข้าประจำการภายในสิ้นปี 2568 นี้ โดยคาดหวังว่าจะเสริมศักยภาพฝูงบินของการบินไทยให้มีความทันสมัย ประหยัดพลังงาน และตอบโจทย์ผู้โดยสารยุคใหม่ได้อย่างเต็มรูปแบบ “บนเที่ยวบินที่ให้บริการโดย Airbus A321 Neo ผู้โดยสารจะได้สัมผัสความสะดวกสบายจากระบบความบันเทิงบนเที่ยวบินที่ติดตั้งในทุกที่นั่ง พร้อม บริการ Wi-Fi ฟรี สำหรับสมาชิก Royal Orchid Plus ทุกระดับสถานะ สะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดการเดินทางของเรา” คุณชาย เอี่ยมศิริ กล่าว

“THE NEW WORLDS OF TOMORROW” นับเป็นการฉายภาพการบินไทยในโฉมใหม่ ที่พร้อมจะก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และเติบโตอย่างสง่างาม เป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทยสู่ผู้คนทั่วโลกอย่างเต็มภาคภูมิ ในฐานะสายการบินที่มุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษามาตรฐานการบริการระดับสากล และก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยความเหนือระดับที่ทั่วโลกเชื่อมั่น

ต้อม รัชนีกร ควง ‘น้องวิน – น้องวีวี่’ ร่วมรันเวย์นานาชาติ Boys&girls International Fashion Week 2025

ต้อม รัชนีกร ควง ‘น้องวิน - น้องวีวี่’ ร่วมรันเวย์นานาชาติ Boys&girls International Fashion Week 2025

ต้อม รัชนีกร ควง ‘น้องวิน – น้องวีวี่’ ร่วมรันเวย์นานาชาติ Boys&girls International Fashion Week 2025

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.40 น.

เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 4 พฤษภาคม 2568 ที่ ESC HALL บริษัท สตาร์ไฟท์เตอร์ โดย อลงกฎ สังคหะพงศ์ จัดงานB&GIFW 2025 : Boys&girls International Fashion Week 2025 อีกหนึ่งปรากฏการณ์ใหม่ของวงการแฟชั่นโชว์ ที่รวมนายแบบนางแบบจากทั่วโลก 11 ประเทศ 75 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 5- 50 ปี มาร่วมเดินบนแคทวอล์ค ตระการตาทั้งแสง สี เสียง นำทีมโดยนางแบบของประเทศไทย ต้อม รัชนีกร พันธ์มณี ที่ควงแขนลูกชายและลูกสาว น้องวิน พศวัตร พันธุ์มณี และ น้องวีวี่ นส. เวอร์โรนิก้า วาฟฟี่ลูกสาว พร้อมด้วย น้องปิ๊ก ศุภวิทย์  วิจิตรานนท์ ลูกชาย บิ๊ก ศรุต วิจิตรานนท์ รวมไปถึงนางแบบ นายแบบจาก Boys&girls Thailand ร่วม 100 คน โดยได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Anastasia ประเทศจอร์เจีย ซึ่งมีผลงาน บนแฟชั่นวีคมาแล้วมากมายหลายประเทศ

ทางด้าน อลงกฎ กล่าวว่า เป็นการจัดแฟชั่นโชว์ครั้งใหญ่ที่รวบรวมนางแบบนายแบบจากหลากหลายประเทศ ร่วม 100 ชีวิต และได้รับเกียรติจาก ต้อม รัชนีกร ที่ควงลูกชายลูกสาวมาร่วมรันเวย์ในครั้งนี้ เรียกว่าเป็นเวทีแรกของต้อม หลังจากห่างหายไปจากเวทีมิสทีนไทยแลนด์  และทางบริษัทสตาร์ไฟเซอร์จะจัดแฟชั่นโชว์อีกครั้งในวันที่ 6 กรกฎาคม 2568 เป็นการอนุรักษ์ผ้าไทยในงานThai dress international fashion show 2025 และครั้งนี้สัญญาว่าจะทำออกมาให้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ครั้งนี้

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ FB: Boy & Girl Thailand https://www.facebook.com/p/Boys-Girls-Thailand-100069444468074/ และช่อง YouTube https://www.youtube.com/@Kobstarfighter

ชมคลิปแฟชั่นโชว์ได้ที่ https://youtube.com/live/KVGrfpK1XNU?feature=share

-(016)

‘รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ’ กวาด 3 รางวัลจากเวทีนานาชาติ Healthcare Asia Awards 2025

‘รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ’ กวาด 3 รางวัลจากเวทีนานาชาติ Healthcare Asia Awards 2025

‘รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ’ กวาด 3 รางวัลจากเวทีนานาชาติ Healthcare Asia Awards 2025

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.58 น.

โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ (PRINC Hospital Suvarnabhumi) ในเครือ บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) (PRINC) คว้า 3 ราง วัลอันทรงเกียรติจาก Healthcare Asia Awards 2025 ซึ่งเป็นรางวัลระดับนานาชาติที่มอบให้กับสถานพยาบาลที่มีผลงานที่โดดเด่นในหลากหลายสาขา นับเป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวจากประเทศไทยที่ได้รับ 3 รางวัลในปีนี้ ได้แก่ Specialty Clinic of the Year, รางวัล Patient Safety Initiative of the Year และรางวัล ESG Program of the Year

นายแพทย์กฤตวิทย์ เลิศอุตสาหกูล กรรมการผู้จัดการ PRINC กล่าวว่ารางวัลที่ได้รับสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บุคลากรในทุกระดับของโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ในการยกระดับคุณภาพการให้บริการ บริหารจัดการอย่างยั่งยืน และใส่ใจความปลอดภัยของผู้ป่วยในทุกมิติ ซึ่งหลังจากโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิคว้ามาตรฐานสูงสุดด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทางการแพทย์ HIMSS EMRAM Stage 7 ทำให้ยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ สนับสนุนการดำเนินงานของบุคลากรทางการแพทย์ทุกระดับ สอดคล้องกับแนว ทางพัฒนาคุณภาพการให้บริการ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยผู้รับบริการให้ทัดเทียมระดับสากล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการให้บริการของโรงพยาบาลในเครือพริ้นซ์ ทั้ง 17 แห่งใน 15 จังหวัด

นายแพทย์สมคิด อุดมกิจมงคล ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ กล่าวถึงความสำเร็จของทั้ง 3 รางวัล ได้แก่ Specialty Clinic of the Year – PRINCE of Bones ด้วยความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ ทำให้ศูนย์ดังกล่าวเป็นที่ยอม รับในระดับภูมิภาค ปัจจุบันมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง และพร้อมรองรับผู้รับบริการชาวต่างชาติ ส่วนรางวัล Patient Safety Initiative of the Year – CDSS of Heart Center ซึ่งมอบให้แผนกรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ถือเป็นแผนกที่โดดเด่นด้วยบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ได้ริเริ่มการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาระบบ Clinical Decision Support System เพิ่มความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วยภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และรางวัล ESG Program of the Year – Green & Clean Hospital ทั้งด้านการใช้พลังงานให้มีประ สิทธิภาพ การบริหารจัดการขยะของเสีย และยังเป็นโรงพยาบาลแรกที่ร่วมพัฒนากระเบื้องจากถุงน้ำยาล้างไตใช้แล้ว และนำมาใช้ในวอร์ดผู้ป่วยรวมพื้นที่ 9,000 ตร.ม. ฯลฯ ซึ่งโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ถือเป็นโรงพยาบาลต้นแบบด้านความยั่งยืน (Sustainable Hospital) สอด คล้องกับนโยบายด้าน ESG ของ PRINC Group ที่ดำเนินแนวทางตามปณิธานขององค์กรที่สร้างคนที่มีจิตใจของผู้ให้ เพื่อช่วยเหลือคน ชุมชน และสังคม รวมถึงดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ http://www.princsuvarnabhumi.com หมายเลขโทรศัพท์ 02-0805999 เว็บไซต์: http://www.principalcapital.co.th

040

มูลนิธิเด็กหัวใจฯ จัดคอนเสิร์ตการกุศล‘คืนหัวใจให้ชีวิต’ นำรายได้สมทบทุนผ่าตัดเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

มูลนิธิเด็กหัวใจฯ จัดคอนเสิร์ตการกุศล‘คืนหัวใจให้ชีวิต’ นำรายได้สมทบทุนผ่าตัดเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

มูลนิธิเด็กหัวใจฯ จัดคอนเสิร์ตการกุศล‘คืนหัวใจให้ชีวิต’ นำรายได้สมทบทุนผ่าตัดเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.00 น.

จากสถิติทางการแพทย์พบว่า อัตราการเกิดโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ประมาณร้อยละหนึ่งในทารกเกิดใหม่ เนื่องจากสาเหตุส่วนใหญ่ของโรคยังไม่ทราบ จึงทำให้เป็นการยากในการป้องกัน และขณะนี้มีทารกกำเนิดใหม่ที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดจำนวนมากและต้องได้รับการผ่าตัดภายใน 5-7 วัน หลังจากเกิดมา มิฉะนั้นจะเสียชีวิต มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  เตรียมจัดคอนเสิร์ตการกุศล “คืนหัวใจให้ชีวิต” เพื่อรณรงค์การรับรู้การเจ็บป่วยของเด็กและรับบริจาคเพื่อผ่าตัดเด็กเหล่านี้ให้รอดชีวิต รายได้สมทบทนผ่าตัดเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด “คืนหัวใจให้ชีวิต”

คอนเสิร์ตการกุศลในสไตล์บรอดเวย์ “คืนหัวใจให้ชีวิต” หรือ  Hope• Dream•Love  จะมีขึ้นวันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2568 ณ  M Theatre  ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ นำโดย สุดาพิมพ์ โพธิภักติ ศิลปินที่มีชื่อเสียงในการจัดแสดงบรอดเวย์มิวสิคัลสไตล์เพลงจากบรอดเวย์ พบกับบทเพลงจากละคร Broadway ที่ประทับใจกว่า 23 เพลงจากละคบอรดเวย์ 10 เรื่อง  อาทิ Moulin Rouge / Hairspray / Hercules / The Prince of Egypt & Juliet จากนักร้องกัตตันศักดิ์และนักร้องนักแสดงคับคั่ง  นอกจากบทเพลงอันไพเราะแล้ว ยังนำเสนอดัวยเทคนิค “quick change on stage”  หรือการเปลี่ยน costume ด้วยความรวดเร็วขณะที่มีการแสดงบนเวที 

คอนเสิร์ตการกุศลในสไตล์บรอดเวย์ “คืนหัวใจให้ชีวิต”  ราคาบัตร: 3,000 2,500 2,000 1,500 บาท ซื้อบัตรได้ที่ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ โทร.02-716-6070-1 และ  086 3210793

“เพอร์เฟค โซลูชั่น” ปักหมุด Zero Waste สร้างสมดุลธุรกิจ-สิ่งแวดล้อม

“เพอร์เฟค โซลูชั่น” ปักหมุด  Zero Waste สร้างสมดุลธุรกิจ-สิ่งแวดล้อม

“เพอร์เฟค โซลูชั่น” ปักหมุด Zero Waste สร้างสมดุลธุรกิจ-สิ่งแวดล้อม

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.16 น.

บริษัท เพอร์เฟค โซลูชั่น แอนด์ คอนเซาส์แตนท์ จำกัด บริษัทที่ปรึกษา วางแผน ออกแบบ ติดตั้ง ปรับปรุง ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ ระบบกำจัดกากของเสียอุตสาหกรรม ระบบจัดการสิ่งแวดล้อมครบวงจร นำไปสู่เป้าหมายหลักคือการที่มีของเสียเหลือศูนย์ (Zero Waste)

ปณิธานของ เพอร์เฟค โซลูชั่นฯ คือการปักเป้าดันประเทศไทยสู่เมืองปลอดมลพิษ วางกลยุทธ์ช่วยองค์กรลูกค้าทำธุรกิจยั่งยืน สอดรับ ข้อกำหนดด้าน ESG มุ่ง Net Zero สร้างอนาคตที่สมดุลระหว่างธุรกิจและสิ่งแวดล้อมรวมไปถึงการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม

ดร.ภุมรินทร์ กลั่นแก้ว กล่าวว่า “ในฐานะเราเป็นผู้นำด้านการการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมครบวงจร ทั้งด้าน น้ำ อากาศ ของเสีย และเคมีภัณฑ์ ด้วยประสบการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมกว่า 20 ปี เราตระหนักดีว่า “ความยั่งยืน”ต้องมาคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เราเลือกเริ่มต้นที่ “เด็ก”เพราะเชื่อว่าเด็กคือรากฐานของอนาคต หากเราสร้างจิตสำนึกในการดูแลโลกให้กับเขาตั้งแต่วันนี้ วันข้างหน้าพวกเขาจะเติบโตเป็นผู้นำที่มีหัวใจสีเขียว พันธกิจของเพอร์เฟคฯ คือการเป็นองค์กรที่ไม่ใช่แค่เติบโตทางธุรกิจ แต่ยังต้องเติบโตพร้อมกับสังคมเราอยากเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงจริงจังให้กับโลกใบนี้ ผ่านการลงมือทำที่จับต้องได้ นอกจากนี้ เรามองว่า “สิ่งแวดล้อม” ไม่ใช่แค่ป่าไม้หรือทะเล แต่รวมถึงความปลอดภัยทางอารมณ์และพื้นที่ปลอดภัยของเด็กๆ ด้วย หากเราเข้าไปสร้างพื้นที่แบบนั้นให้เขาได้เติบโตอย่างมั่นคง เขาก็จะมีพลังใจและพลังสมองในการคิดและรักษาโลกในแบบของเขา”

นอกจากสร้างสมดุลในการทำธุรกิจและดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่กันแล้ว เพอร์เฟค โซลูชั่น ยังเดินหน้ากิจกรรมดีต่อใจปักหมุดหมายรวมพลังรักษ์โลก โดย  ดร.ภุมรินทร์ กลั่นแก้ว และ ดร.ผาณิตมาส กลั่นแก้ว สองผู้บริหารจัดกิจกรรม CSR ภายใต้ชื่อ “Green Hearts, Happy Smiles” ณ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์อ๊อด-สุรชัย สุขเขียวอ่อน ประธานมูลนิธิบ้านนกขมิ้น กิจกครั้งล่าสุดรรมนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งมอบรอยยิ้ม ความสุข และปลูกฝังแนวคิดการดูแลสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชนที่ขาดโอกาส

กิจกรรมครั้งนี้เ เพอร์เฟค โซลูชั่น ออกแบบกิจกรรมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ผ่านการเล่นไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมการแยกขยะ การปลูกต้นไม้ หรือเกมสร้างสรรค์ที่ทำให้พวกเขาเห็นความสำคัญของธรรมชาติเราเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากความเข้าใจ การที่เด็กคนหนึ่งได้เรียนรู้ว่าโลกใบนี้เป็นของเขา และเขามีพลังในการดูแลมัน คือจุดเริ่มต้นของโลกที่ดีขึ้น อาจารย์อ๊อด – สุรชัย สุขเขียวอ่อน ประธานมูลนิธิบ้านนกขมิ้น กล่าวว่า “มูลนิธิบ้านนกขมิ้นรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับกิจกรรมจากภาคเอกชนที่มีหัวใจเพื่อสังคมแบบนี้ เด็กๆ ไม่เพียงได้รับความสุข แต่ยังได้แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตและดูแลโลกใบนี้ต่อไป”

สำหรับกิจกรรม “Green Hearts, Happy Smiles” ไม่ใช่เพียง CSR ทั่วไป แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรมความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งภาคธุรกิจ เยาวชน และสังคม ด้วยหัวใจสีเขียวที่พร้อมจะส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นที่ทาง บริษัท เพอร์เฟค โซลูชั่น แอนด์ คอนเซาส์แตนท์ จำกัด ริเริ่มโครงการและมุ่งมั่นสานต่อโครงการเพื่อปลูกฝังเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับเด็กและเยาวชน

ONE Clinic พลิกโฉมวงการความงาม ด้วยนวัตกรรม 3D Printing และเทคโนโลยีระดับโลก

ONE Clinic พลิกโฉมวงการความงาม ด้วยนวัตกรรม 3D Printing และเทคโนโลยีระดับโลก

ONE Clinic พลิกโฉมวงการความงาม ด้วยนวัตกรรม 3D Printing และเทคโนโลยีระดับโลก

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.08 น.

ONE Surgery and Aesthetics Clinic หรือ ONE Clinic เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน “The Perfect Fit Becomes ONE” ประกาศความพร้อมเป็นศูนย์กลางด้านศัลยกรรมและความงามนวัตกรรมใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยี 3D Printing, เครื่อง Vectra 3DImaging และเครื่องมือแพทย์มาตรฐานสากล มาใช้ผสานกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมมูลค่าการลงทุนกว่า 70 ล้านบาท เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาในประเทศไทย

ONE Clinic ยังได้ลงนามความร่วมมือกับ Keosan บริษัทผู้ผลิตซิลิโคนและนวัตกรรมทางการแพทย์ชั้นนำจากประเทศเกาหลีใต้ ผู้นำอันดับ 1 ด้านเทคโนโลยี 3D Printing Customized Implants สำหรับศัลยกรรมเฉพาะบุคคล โดย ONE Clinic ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น FITme Center แห่งแรก อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการรักษา และออกแบบรูปหน้าเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง ภายใต้การบริหารงานของทีมผู้ก่อตั้ง ได้แก่ มิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์,  ตุลย์- ภากร ธนศรีวนิชชัย, หมอฟรัง-พญ.นรีกุล เกตุประภากร,  หมอตั้ม – นพ.ดิษกุล ประสิทธิ์เรืองสุข  และ เบิด – ตรีณัฐ ใจยะสาร ที่พร้อมนำเสนอแนวคิดใหม่ของการทำศัลยกรรมที่ออกแบบ “เฉพาะคุณ” เพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำสมบูรณ์ และเป็นธรรมชาติมากที่สุด

ONE Clinic ให้บริการโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมาพร้อมกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก ได้แก่

• นวัตกรรม 3D Printing Personalized Surgery: การออกแบบซิลิโคนเฉพาะบุคคล เช่น เสริมจมูก คาง หน้าผาก หรือหน้าอก โดยอ้างอิงจากโครงสร้างใบหน้าหรือร่างกายจริง ช่วยลดความคลาดเคลื่อน เพิ่มความเป็นธรรมชาติ

• เครื่อง Vectra 3D Imaging: เทคโนโลยีจำลองผลลัพธ์เสมือนจริงก่อนตัดสินใจศัลยกรรม

• ทีมแพทย์เฉพาะทางมากประสบการณ์: ทีมศัลยแพทย์ตกแต่งที่ได้รับการรับรองบอร์ดศัลยกรรมพลาสติก ( Board Certified Plastic Surgeons ) มีประสบการณ์สูงในด้านศัลยกรรมเสริมจมูก แก้ไขจมูก เสริมคาง เสริมหน้าอก และศัลยกรรมปรับรูปหน้าต่าง ๆ พร้อมด้วยทีมแพทย์ด้านความงาม ( Aesthetic Doctors ) ผู้เชี่ยวชาญในการดูแลผิวพรรณ ฟื้นฟูสภาพผิวและออกแบบการดูแลความงามเฉพาะบุคคลอย่างครบวงจร

• เทคโนโลยีและเครื่องมือแพทย์มาตรฐานสากล: ด้วยการร่วมมือกับ KEOSAN จากประเทศเกาหลีใต้ เสริมความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมความงาม

• ONE Clinic คือ FITme Center แห่งแรกในประเทศไทย: ศูนย์ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ในการให้บริการซิลิโคน 3D Printing เฉพาะบุคคล

ONE Surgery and Aesthetics Clinic พร้อมนำทุกคนก้าวสู่ยุคใหม่ของศัลยกรรมและความงามที่สร้างขึ้น “เพื่อคุณคนเดียว” ด้วยมาตรฐานนานาชาติ ความแม่นยำสูง และนวัตกรรมที่ดีที่สุด

หนีห่างจากหวัด ช่วยผิวใสไม่มีโทรม ด้วยวิตามินซี

หนีห่างจากหวัด ช่วยผิวใสไม่มีโทรม ด้วยวิตามินซี

หนีห่างจากหวัด ช่วยผิวใสไม่มีโทรม ด้วยวิตามินซี

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อากาศแปรปรวนมีความเสี่ยงในการป่วยได้ง่าย ชีวิตที่ต้องสลับสวิตช์สู้ทนกับอากาศ ทั้งความร้อนจากแดดเมืองไทยที่หนียังไงก็ไม่พ้น แต่ชีวิตการทำงานในออฟฟิศที่อยู่ท่ามกลางอากาศเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ บางวันฝนมาเช็กอินให้เปียกและชื้น เมื่อต้องเจอความไม่แน่นอนของสภาพอากาศ ชีวิตจึงต้องมีเกราะป้องกันให้มากพอ การดูแลและเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามและมองเป็นเรื่องเล็กน้อยจนละเลยในการดูแลสุขภาพตัวเองมากเกินไป

เริ่มต้นใส่ใจสุขภาพได้ด้วย วิตามิน ซี ซึ่งมีคุณประโยชน์ในด้านต่างๆ ทั้ง ช่วยกระตุ้นและเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงต่อต้านการอักเสบจากการติดเชื้อ ช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาในการเป็นไข้หวัดได้ เมื่อทานเป็นประจำทุกวัน ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ ช่วยในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ช่วยในการสร้างคอลลาเจน ที่เป็นส่วนประกอบของกระดูก กระดูกอ่อน กล้ามเนื้อ และหลอดเลือด ช่วยในการสมานแผล และเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ใช้รักษาภาวะเลือดออกตามไรฟัน

วิตามินซีมีอยู่ในผักและผลไม้ ทั้ง ส้ม ฝรั่ง มะขามป้อม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี พริกหวาน บรอกโคลี คะน้า ปวยเล้ง และอีกมากมาย ซึ่งร่างกายควรได้รับวิตามินซี 1,000 -3,000 มิลลิกรัมต่อวัน นอกจากการเลือกทานอาหารแล้ว วิตามินซีในรูปแบบต่าง ๆ จึงเป็นอีกทางเลือกในการเสริมภูมิคุ้มกันที่ทานง่ายและสะดวก อีกทั้ง ได้รับวิตามินที่เพียงพอต่อวัน โดย Giffarine (กิฟฟารีน) ผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย มอบความใส่ใจและห่วงใยสุขภาพคนไทยด้วย Giffarine Bio C 1000 mg (กิฟฟารีน ไบโอ ซี 1000 มก.) วิตามินซีที่ควรมีติดบ้าน ใน 1 เม็ด มีวิตามินซีมากถึง 1,000 มก. จึงเหมาะในการดูแลสุขภาพอย่างยิ่ง

สำหรับ Giffarine Bio C 1000 mg (กิฟฟารีน ไบโอ ซี 1000 มก.) ใช้วิตามินซี 3 ชนิด ทั้งกรดแอสคอร์บิก รวมถึงแคลเซียม แอสคอร์เบต และโซเดียม แอสคอร์เบต ที่มีความเป็นกรดน้อย จึงอ่อนโยนต่อกระเพาะอาหาร และทำให้วิตามินซีมีความคงตัวมากขึ้น เหมาะมากสำหรับผู้ที่ขาดวิตามินซี และต้องการเติมวิตามินซีให้ร่างกาย สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพและภูมิคุ้มกันเป็นพิเศษ รวมถึงผู้ที่ต้องการดูแลผิวพรรณ เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะคอยดูแลผิวให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น

เสริมเกราะให้ร่างกายด้วยการทาน Giffarine Bio C 1000 mg (กิฟฟารีน ไบโอ ซี 1000 มก.) เป็นประจำได้ทุกวัน โดยทานวันละ 1 เม็ด พร้อมอาหาร และแนะนำว่าควรดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อช่วยเพิ่มการขับวิตามินซีที่เหลือออกจากร่างกาย

เพราะร่างกายเป็นสมบัติล้ำค่าของชีวิต จึงควรให้ความสำคัญในการดูแลอย่างใส่ใจ ไม่ต้องรอให้ป่วย ปรับพฤติกรรมเริ่มต้นได้ง่ายๆ แค่เลือกวิตามินซี