เจ้าชายแฮร์รี่ตัดพ้ออยากคืนดีราชวงศ์แต่กษัตริย์ชาร์สล์ไม่พูดด้วย ผิดหวังศาลตัดสินปมตร.อารักขา

เจ้าชายแฮร์รี่ตัดพ้ออยากคืนดีราชวงศ์แต่กษัตริย์ชาร์สล์ไม่พูดด้วย ผิดหวังศาลตัดสินปมตร.อารักขา

3 พ.ค. 2568 04:53 น.

เจ้าชายแฮร์รี่ตัดพ้ออยากคืนดีราชวงศ์แต่กษัตริย์ชาร์สล์ไม่พูดด้วย ผิดหวังศาลตัดสินปมตร.อารักขา

เจ้าชายแฮร์รี่ให้สัมภาษณ์สื่อ ตัดพ้อว่าอยากกลับมาคืนดีกับราชวงศ์อีกครั้งแต่กษัตริย์ชาร์ลส์ ที่ 3 ทรงไม่พูดด้วยแล้ว ขณะที่ศาลอังกฤษเพิ่งตัดสินว่าเจ้าชายแฮร์รีจะไม่ได้รับสิทธิ์คุ้มครองโดยตำรวจอารักขาที่เป็นเงินภาษีประชาชนเมื่อเดินทางกลับอังกฤษ หลังจากเจ้าชายตัดสินใจถอนตัวจากราชวงศ์เมื่อปี 2020

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เจ้าชายแฮร์รี ดยุคแห่งซัสเซกส์ ให้สัมภาษณ์ BBC ระบุว่า อยากกลับไปคืนดีกับพระบิดา กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 แต่ยังคงไร้การพูดคุยระหว่างกัน เนื่องจากประเด็นความขัดแย้งเรื่องมาตรการความปลอดภัย หลังจากเจ้าชายแฮร์รี่ตัดสินใจถอนตัวจากราชวงศ์เมื่อปี 2020

โดยเจ้าชายแฮร์รี ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ที่สหรัฐฯ กับเมแกน มาร์เคิล พระชายา กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะสามารถพาครอบครัวกลับอังกฤษได้อีก เพราะจะไม่มีการคุ้มกันจากตำรวจอารักขาเหมือนเมื่อก่อน 

คำให้สัมภาษณ์ของเจ้าชายแฮร์รี่มีขึ้นหลังจากศาลอุทธรณ์แห่งลอนดอน พิพากษายืนตามคำตัดสินเดิมว่าเจ้าชายแฮร์รีจะไม่ได้รับสิทธิ์คุ้มครองโดยตำรวจอารักขาที่เป็นเงินภาษีของประชาชนเมื่อเจ้าชายแฮร์รี่และครอบครัวเดินทางกลับอังกฤษ โดยระบุว่า รัฐบาลมีสิทธิ์ในการกำหนดระดับความปลอดภัยแก่บุคคลทั่วไป แม้จะเป็นอดีตสมาชิกราชวงศ์ก็ตาม

เจ้าชายแฮร์รี วัย 40 ปี ยังวิจารณ์คำตัดสินว่าเป็น การเล่นเกมของชนชั้นปกครองแบบเก่าพร้อมกล่าวหาว่า ราชสำนักมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของรัฐบาลอยู่แล้ว และเชื่อว่าเรื่องนี้ควรจบลงด้วยการที่กษัตริย์ชาร์ลส์ ที่ 3 เปิดทางให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการ และไม่จำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซง

ขณะที่สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ตอบโต้ โดยระบุว่า ทุกประเด็นได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบโดยศาลแล้ว และได้ข้อสรุปเช่นเดิมทุกครั้ง ขณะที่กระทรวงมหาดไทยของสหราชอาณาจักรยืนยันว่าระบบการคุ้มครองของรัฐบาลมีความเข้มงวดและเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยให้เหตุผลว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ควรทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวให้กับบุคคลที่มีฐานะ.

ด่วน ชิลีประกาศเตือนสึนามิ สั่งอพยพประชาชน หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงอีกระลอกนอกชายฝั่งอาร์เจนตินา

ด่วน ชิลีประกาศเตือนสึนามิ สั่งอพยพประชาชน หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงอีกระลอกนอกชายฝั่งอาร์เจนตินา

2 พ.ค. 2568 22:49 น.

ด่วน ชิลีประกาศเตือนสึนามิ สั่งอพยพประชาชน หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงอีกระลอกนอกชายฝั่งอาร์เจนตินา

เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.5 นอกชายฝั่งตอนใต้ของชิลีและอาร์เจนตินา รัฐบาลชิลีประกาศเตือนภัยสึนามิ พร้อมสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ขณะที่ยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้เสียชีวิต

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.58 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 18.58 น. ตามเวลาในไทย เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ในช่องแคบเดรก ระหว่างแหลมฮอร์น และทวีปแอนตาร์กติกา จุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองเปอร์โต วิลเลียมส์ ทางตอนใต้ของชิลีประมาณ 218 กิโลเมตร ลึกลงไปใต้ทะเลประมาณ 10 กิโลเมตร

สำนักงานป้องกันและตอบสนองภัยพิบัติแห่งชาติของชิลี ได้ประกาศเตือนภัยสึนามิระดับ สีแดง สำหรับพื้นที่ชายฝั่งในภูมิภาคมากายาเนส และดินแดนแอนตาร์กติกาของชิลี พร้อมสั่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ชายฝั่งทันที

ทางด้านประธานาธิบดีเกเบรียล บอริก ของชิลี ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามคำสั่งอพยพของทางการ และยืนยันว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรทั้งหมดเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตือนประชาชนให้อยู่ในความสงบและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด

แม้จะยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้เสียชีวิต แต่ประชาชนในเมืองปุนตา อาเรนัส ได้อพยพไปยังพื้นที่สูงอย่างเป็นระเบียบ ขณะที่ในเมืองอูชัวเอีย ของอาร์เจนตินา ซึ่งอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว ได้สั่งระงับกิจกรรมทางน้ำและการเดินเรือในช่องแคบบีเกิล เป็นเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง.

พายุฤดูมรสุมถล่มอินเดีย ฝนตกหนักน้ำท่วม ต้นไม้ล้มทับบ้าน ดับ 4 ศพ เตือนพายุลมแรงอีกระลอก

พายุฤดูมรสุมถล่มอินเดีย ฝนตกหนักน้ำท่วม ต้นไม้ล้มทับบ้าน ดับ 4 ศพ เตือนพายุลมแรงอีกระลอก

2 พ.ค. 2568 21:54 น.

พายุฤดูมรสุมถล่มอินเดีย ฝนตกหนักน้ำท่วม ต้นไม้ล้มทับบ้าน ดับ 4 ศพ เตือนพายุลมแรงอีกระลอก

อินเดียอ่วม ฝนตกหนักฤดูมรสุมทำกรุงนิวเดลี จมบาดาล เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ เป็นแม่และลูก 3 คน หลังต้นไม้ล้มทับบ้านช่วงเช้ามืด สนามบินป่วน เที่ยวบินล่าช้ากว่า 100 เที่ยว

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์ฝนตกหนักช่วงมรสุมในกรุงนิวเดลี ของอินเดีย ทวีความรุนแรงจนทำให้เกิดน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ ถนนหลายสายจมอยู่ใต้น้ำ ร้านค้าในย่านการค้าต้องปิดให้บริการชั่วคราว ขณะที่ประชาชนร้องเรียนปัญหาระบบระบายน้ำ พร้อมเรียกร้องรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน

ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาอินเดีย ประกาศเตือนภัยระดับสีแดง สำหรับกรุงนิวเดลี โดยระบุว่าอาจมีพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง และลมกระโชกแรงความเร็วสูงถึง 70–80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ฝนที่ตกต่อเนื่องยังส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุสลดในพื้นที่ทวารกา ช่วงเวลา 05.25 น. ตามเวลาท้องถิ่น ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านคาร์การี นาฮาร์ เขตนาจาฟครห์ ทำให้หญิงวัยกลางคนพร้อมลูกอีก 3 คน ถูกฝังอยู่ในซากบ้าน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งเข้าช่วยเหลือและนำผู้ประสบเหตุส่งโรงพยาบาล แต่ทั้ง 4 รายเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนสามีของผู้เสียชีวิตบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

ขณะเดียวกัน สนามบินเดลียังเผชิญความโกลาหลจากฝนที่ตกหนัก ทำให้เที่ยวบินล่าช้ากว่า 122 เที่ยว และมีอย่างน้อย 40 เที่ยวบินต้องเปลี่ยนเส้นทางบิน

ทางการอินเดียเตือนประชาชนให้อยู่ภายในบ้าน หลีกเลี่ยงการเดินทาง และติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากคาดว่าจะมีพายุฝนฟ้าคะนองระลอกใหม่ตามมาในช่วง 1–2 วันนี้

แผ่นดินไหว 5.9 เขย่าอาร์เจนตินา ทำให้เกิดดินถล่ม หลายจังหวัดรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน

แผ่นดินไหว 5.9 เขย่าอาร์เจนตินา ทำให้เกิดดินถล่ม หลายจังหวัดรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน

2 พ.ค. 2568 19:53 น.

แผ่นดินไหว 5.9 เขย่าอาร์เจนตินา ทำให้เกิดดินถล่ม หลายจังหวัดรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 แมกนิจูด ในจังหวัดลาริโอคา ทางภาคเหนือของอาร์เจนตินา เมื่อช่วงบ่ายวันแรงงาน โดยแรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ในหลายพื้นที่ของภูมิภาค เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรง

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 สถาบันป้องกันภัยแผ่นดินไหวแห่งชาติของอาร์เจนตินา รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 แมกนิจูด เมื่อเวลา 13.04 น. ของวันที่ 1 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น โดยแผ่นดินไหวครั้งนี้มีจุดศูนย์กลางอยู่ลึกเพียง 10 กิโลเมตร ในพื้นที่ห่างจากตัวเมืองลาริโอคา ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 108 กิโลเมตร

แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ในหลายเมืองใกล้เคียง รวมถึงเมืองฟามาตินา ที่อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางเพียง 37 กิโลเมตร และเมืองซานฟรานซิสโก เดล วาเล เด กาตามาร์กา นอกจากนี้มีรายงานการเกิดดินถล่ม และบ้านเรือนได้รับความเสียหายหลายจุด

รายงานระบุว่า นับเป็นแผ่นดินไหวครั้งที่สามที่เกิดขึ้นในพื้นที่ลาริโอคาในวันเดียวกัน โดยก่อนหน้านั้นมีแผ่นดินไหวไม่รุนแรง ขนาด 2.6 และ 2.8 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดนี้มีความรุนแรงมากที่สุด แต่ในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือความเสียหายร้ายแรง

ขณะที่เจ้าหน้าที่สถาบันป้องกันภัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ และหน่วยงานท้องถิ่น ระบุว่ายังคงติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมหากมีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นเพิ่มเติม.

มอเตอร์เวย์ออสเตรเลียป่วน รถบรรทุกทำเศษโลหะร่วง เจาะยางรถรั่วนับร้อยคัน

มอเตอร์เวย์ออสเตรเลียป่วน รถบรรทุกทำเศษโลหะร่วง เจาะยางรถรั่วนับร้อยคัน

2 พ.ค. 2568 14:33 น.

มอเตอร์เวย์ออสเตรเลียป่วน รถบรรทุกทำเศษโลหะร่วง เจาะยางรถรั่วนับร้อยคัน

มอเตอร์เวย์สาย M1 ของออสเตรเลียปั่นป่วนหนัก หลังรถบรรทุก ทำเศษโลหะที่ขนมาร่วงเต็มถนน ทำให้ยางรถยนต์คันอื่นๆ ที่ขับมาบนถนนเส้นดังกล่าวถูกเจาะจนยางแบน เป็นระยะทางยาวกว่า 30 กิโลเมตร

คนขับรถหลายร้อยคนต้องเผชิญความโกลาหล ขณะใช้ทางหลวงสายหลัก M1 มุ่งหน้าสู่นครซิดนีย์ โดยพบว่ายางรถยนต์ถูกเจาะจากเศษโลหะที่ตกหล่นจากรถบรรทุก ส่งผลให้มีรถจอดเสียจำนวนมากตลอดแนวยาวกว่า 30 กิโลเมตร เช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นบนถนน M1 ฝั่งขาเข้าสู่ซิดนีย์ ตั้งแต่ช่วงเวลาหลัง 05.00 น. เริ่มตั้งแต่บริเวณ Palmdale ถึงสะพาน Mooney Mooney โดยเศษโลหะขนาดเล็กที่หล่นจากรถบรรทุก ได้ทำให้รถหลายคันยางแบน บางคันโดนเจาะมากกว่าหนึ่งล้อ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรฝั่งใต้ของถนน M1 เป็นระยะทางเกือบ 30 กิโลเมตร โดยคาดว่าการเคลียร์เศษโลหะจะใช้เวลาทั้งวัน ก่อนจะเปิดการจราจรอีกครั้งในช่วงบ่าย 

ผู้ใช้ถนนรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า เขารู้สึกถึงเศษโลหะใต้ล้อทันทีเมื่อขับขึ้นทางหลวง เคราะห์ดีที่โดนแค่ล้อเดียว เขาจึงสามารถเปลี่ยนยางอะไหล่เองได้ แต่รถข้าง ๆ โดนทั้งสองล้อ ต้องรอให้คนมาช่วย

อีกคนหนึ่งเล่าว่ามองเห็นรถจอดเสียพร้อมไฟฉุกเฉินกว่า 20-30 คันตลอดเส้นทาง ส่วนรถของเขาเองก็ไม่รอด ถูกเศษโลหะทำให้ยางเสียถึงสองล้อ 

ด้านนาย ซิโมน เดนิค ผู้จัดการฝ่ายช่วยเหลือฉุกเฉินเตือนว่า หลายคนอาจไม่รู้ว่ายางรถได้รับความเสียหาย เพราะความเสียหายอาจค่อย ๆ ปรากฏ โดยภายนอกอาจดูปกติ แต่ก็อาจมีการรั่วซึมช้า ๆ พร้อมแนะนำให้นำรถไปตรวจสอบ

ล่าสุดบริษัท NJ Ashton จากฝั่งตะวันตกของซิดนีย์ออกมายอมรับว่าเป็นรถของบริษัทที่ทำเศษโลหะตกหล่น และได้เปิดเว็บไซต์ให้ผู้ขับขี่ที่ได้รับผลกระทบลงทะเบียนเพื่อขอรับค่าชดเชย โดยระบุว่าจะมีการจ่ายค่าเสียหายที่สมเหตุสมผลโดยรถทั้งหมดจะได้รับความคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยของบริษัท โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่ทำให้เศษโลหะร่วงหล่นจำนวนมาก.

ที่มา : ABCnews

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ออสเตรเลีย

กัมพูชาเฮ นักอนุรักษ์พบปรากฎการณ์ “ปะการังออกไข่” บริเวณหมู่เกาะรง จ.พระสีหนุ

กัมพูชาเฮ นักอนุรักษ์พบปรากฎการณ์ "ปะการังออกไข่" บริเวณหมู่เกาะรง จ.พระสีหนุ

2 พ.ค. 2568 10:13 น.

กัมพูชาเฮ นักอนุรักษ์พบปรากฎการณ์ “ปะการังออกไข่” บริเวณหมู่เกาะรง จ.พระสีหนุ

กลุ่มนักอนุรักษ์ของกัมพูชา สังเกตพบปรากฏการณ์ปะการังออกไข่ เป็นครั้งที่ 2 บริเวณหมู่เกาะรง จังหวัดพระสีหนุทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ตอกย้ำความสำเร็จของความพยายามอนุรักษ์ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 กลุ่มนักอนุรักษ์โครงการพืชและสัตว์เฉพาะถิ่นกัมพูชา (Fauna & Flora-Cambodia Program) ซึ่งทำงานร่วมกับกระทรวงสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ประสบความสำเร็จในการสำรวจการออกไข่ของปะการัง (coral spawning) จำนวนมากบริเวณหมู่เกาะรง จังหวัดพระสีหนุทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ที่ผ่านมา 

รายงานระบุว่า ปีนี้เป็นปีที่สองของการวิจัยการออกไข่ของปะการังในน่านน้ำกัมพูชา ต่อจากการสำรวจครั้งแรกในปี 2024 และ 2025 โดยการสำรวจพบปะการังออกไข่ในปีนี้ตอกย้ำความสำเร็จของความพยายามอนุรักษ์ร่วมกันระหว่างกระทรวง สถาบัน ทางการ และองค์กรที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า การสำรวจพบปะการังออกไข่ในน่านน้ำกัมพูชาติดต่อกัน 2 ปี ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังที่สำคัญ ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ และเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นของรัฐบาลกัมพูชาในการคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลเพื่อคนรุ่นต่อไป

ทางด้านกระทรวงสิ่งแวดล้อมระบุว่า นี่เป็นสัญญาณดีว่าสภาพแวดล้อมทางทะเลในกัมพูชาพัฒนาดีขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการเสริมสร้างการอนุรักษ์และเฝ้าติดตามปะการังที่มีบทบาทสำคัญต่อการคุ้มครองระบบนิเวศและแหล่งอยู่อาศัยในทะเล เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยว และส่งเสริมการประมงที่ยั่งยืน.

ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นเผย ตึกสูงในกทม. แกว่งตัวแรงจากแรงสั่นสะเทือนระยะไกล คล้ายที่ญี่ปุ่น 14 ปีก่อน

ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นเผย ตึกสูงในกทม. แกว่งตัวแรงจากแรงสั่นสะเทือนระยะไกล คล้ายที่ญี่ปุ่น 14 ปีก่อน

2 พ.ค. 2568 09:46 น.

ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นเผย ตึกสูงในกทม. แกว่งตัวแรงจากแรงสั่นสะเทือนระยะไกล คล้ายที่ญี่ปุ่น 14 ปีก่อน

ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นเผย ตึกสูงในกรุงเทพฯ แกว่งตัวแรงจากแรงสั่นสะเทือนระยะไกล หลังแผ่นดินไหวรุนแรง 7.7 แมกนิจูดในเมียนมา ชี้บางอาคารสูง 60 ชั้นเคลื่อนไหวในแนวราบถึง 1.6 เมตร เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใกล้เคียงเหตุการณ์ใหญ่ที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 2554

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เว็บไซต์ข่าว NHK รายงานอ้างคำเปิดเผยของศาสตราจารย์ โยชิฮิสะ มารุยามะ แห่งบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยชิบะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมแผ่นดินไหว ซึ่งระบุว่าจากการวิเคราะห์แรงสั่นสะเทือนที่ส่งผลกระทบต่ออาคารสูงในกรุงเทพมหานคร จากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.7 แมกนิจูด ที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่า อาคารสูงในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะตึกที่มีความสูงประมาณ 60 ชั้น ได้รับแรงสั่นสะเทือนแบบ “แรงสั่นสะเทือนคลื่นยาว” (Long-period ground motion) ที่สามารถส่งต่อแรงสะเทือนผ่านระยะทางไกลมากกว่า 1,000 กิโลเมตรจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ข้อมูลจากเครื่องตรวจวัดแผ่นดินไหวในเขตใจกลางกรุงเทพฯ ระบุว่า อาคารบางแห่งเกิดการสั่นในแนวราบถึง 1.6 เมตร ซึ่งเป็นระดับเดียวกับแรงสั่นที่เกิดขึ้นกับตึกสูงในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 2011 ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวถึง 400 กิโลเมตร

จากการประเมินของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้จัดอยู่ใน ระดับ 3 จากทั้งหมด 4 ระดับ ของมาตราวัดผลกระทบจาก “คลื่นไหวสะเทือนระยะไกล” (Long-period Ground Motion Intensity Scale)

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าแรงสั่นสะเทือนกินเวลานาน มากกว่า 5 นาที โดยมีผู้พบเห็นน้ำจากสระว่ายน้ำบนดาดฟ้าของอาคารสูงไหลทะลักลงสู่ถนนด้านล่างด้วย

เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในกรุงเทพฯ แม้จะอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไกลถึงพันกิโลเมตร แต่ยังคงได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนจากแรงสั่นสะเทือนของธรรมชาติ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เมืองใหญ่ที่มีตึกสูงจำนวนมาก ควรเฝ้าระวังแรงสั่นสะเทือนระยะไกลที่อาจเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในภูมิภาค.

แม่ชีบราซิล เจ้าของสถิติอายุมากที่สุดในโลก เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 116 ปี

แม่ชีบราซิล เจ้าของสถิติอายุมากที่สุดในโลก เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 116 ปี

2 พ.ค. 2568 08:52 น.

แม่ชีบราซิล เจ้าของสถิติอายุมากที่สุดในโลก เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 116 ปี

แม่ชีอินาห์ คานาบาร์โร ชาวบราซิล เจ้าของสถิติบุคคลที่มีอายุมากที่สุดในโลก เสียชีวิตขณะมีอายุ 116 ปี 11 เดือน หรือเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนวันเกิดครบรอบ 117 ปี

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า แม่ชีอินาห์ คานาบาร์โร ชาวบราซิล เจ้าของสถิติบุคคลที่มีอายุมากที่สุดในโลก เสียชีวิตอย่างสงบ ที่บ้านพักในเมืองปอร์โตอาเลเกร รัฐรีโอกรันดีโดซูล ขณะมีอายุ 116 ปีกับอีก 11 เดือน หรือเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนวันเกิดครบรอบ 117 ปี

โดยซิสเตอร์อินาห์ คานาบาร์โร เป็นแม่ชี และครูผู้สอนศาสนา ซึ่งได้รับการยืนยันจาก “ลองเจวิเควส” (LongeviQuest) ซึ่งเป็นองค์กรที่ติดตามผู้มีอายุยืนกว่า 100 ปี ว่าเป็นผู้มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยแม่ชีเกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ค.ศ. 1908 ในครอบครัวที่มีบรรพบุรุษเป็นนายพลคนสำคัญของบราซิลในช่วงหลังการประกาศอิสรภาพจากโปรตุเกส เธอเริ่มต้นเข้าสู่เส้นทางศาสนาในช่วงวัยรุ่น เคยเดินทางไปทำงานในมอนเตวิเดโอ ประเทศอุรุกวัย ก่อนย้ายไปเมืองริโอเดจาเนโร และกลับมาตั้งถิ่นฐานถาวรที่บ้านเกิด

ทั้งนี้ ภายหลังการเสียชีวิตของแม่ชีคานาบาร์โร ตำแหน่งผู้มีอายุยืนที่สุดในโลกคนปัจจุบันก็ตกเป็นของนางเอเธล คาเตอร์แฮม หญิงชาวอังกฤษ อายุ 115 ปี ซึ่งภายหลังทรายข่าวเธอได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อแท็บลอยด์ The Sun ของอังกฤษ ระบุว่า เธอชอบเล่นโยคะเมื่อครั้งยังเป็นสาว ชอบดื่มเชอร์รี และเล่นบริดจ์จนถึงอายุ 90 ปี นอกจากนี้ยีงเปิดเผยเคล็ดลับในการมีชีวิตที่ยืนยาวคือ “อย่าไปทะเลาะกับใคร”.

ภาพจาก LongeviQuest

นิวซีแลนด์เผชิญพายุรุนแรงครั้งประวัติการณ์ เตือนภัยระดับสูงสุดในเวลลิงตัน

นิวซีแลนด์เผชิญพายุรุนแรงครั้งประวัติการณ์ เตือนภัยระดับสูงสุดในเวลลิงตัน

2 พ.ค. 2568 08:47 น.

นิวซีแลนด์เผชิญพายุรุนแรงครั้งประวัติการณ์ เตือนภัยระดับสูงสุดในเวลลิงตัน

หลายพื้นที่ของนิวซีแลนด์อยู่ภายใต้คำเตือนสภาพอากาศรุนแรงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเวลลิงตัน เมืองหลวงของประเทศ ที่ได้รับการประกาศเตือนลมแรงระดับ “แดง” เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

กรุงเวลลิงตัน เมืองหลวงของนิวซีแลนด์ เผชิญกับกระแสลมแรงที่สุดในรอบกว่าทศวรรษเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้โรงเรียนและที่ทำงานหลายแห่งต้องปิดทำการ และเที่ยวบินจำนวนมากถูกยกเลิก

ขณะเดียวกัน ทางตอนใต้ของประเทศ ในเขตแคนเทอร์เบอรี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของเกาะใต้ เกิดฝนตกหนักจนทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่ม ส่งผลให้บางพื้นที่ต้องมีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง

สำนักงานพยากรณ์อากาศ Metservice ระบุว่า พายุลมแรงที่พัดกระหน่ำด้วยความเร็วสูงสุดถึง 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสร้างภัยคุกคามต่อชีวิต จากต้นไม้หักโค่นและวัตถุปลิวกระเด็น ทำให้ทางการต้องออกคำเตือนให้ประชาชนอยู่ภายในอาคาร หลีกเลี่ยงการเดินทาง และอยู่ห่างจากประตูหน้าต่าง โดยเป็นการประกาศเตือนลมแรงระดับสีแดง ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ก่อนที่จะยกเลิกประกาศเตือนในเวลาต่อมา 

มีรายงานว่าเที่ยวบินเข้า-ออกจากกรุงเวลลิงตันถูกยกเลิกตลอดวันพฤหัสบดี ขณะที่บริการเรือข้ามฟากระหว่างเกาะเหนือและเกาะใต้ถูกระงับอย่างน้อยจนถึงบ่ายวันศุกร์ เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีคลื่นสูงถึง 5 เมตร บริเวณช่องแคบคุก

ในช่วงบ่ายวานนี้ มีบ้านเรือนประมาณ 1,000 หลังในเขตเวลลิงตันซึ่งมีประชากรประมาณ 550,000 คน ถูกตัดกระแสไฟฟ้า นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในเมืองประกาศปิดทำการ 1 วัน ขณะที่คณะบัลเล่ต์แห่งชาติ Royal New Zealand Ballet ต้องยกเลิกการแสดงในช่วงค่ำ และโรงเรียนหลายแห่งปล่อยนักเรียนกลับบ้านก่อนเวลา

ทั้งนี้ มีรายงานว่าเมืองไครสต์เชิร์ชและเขตเซลวินในประเทศนิวซีแลนด์ยังคงอยู่ในภาวะฉุกเฉิน เนื่องจากยังคงมีน้ำท่วมขังบนพื้นผิวถนนและการปิดเส้นทางบางสาย อย่างไรก็ตาม สภาเขตเซลวินได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า สภาพอากาศที่เลวร้ายที่สุดได้ผ่านไปแล้ว

สนามบินนานาชาติเวลลิงตันได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง แม้เครื่องบินบางลำยังไม่สามารถลงจอดได้ ภาพข่าวจากสื่อท้องถิ่นเผยให้เห็นหินและเศษซากกระจัดกระจายอยู่บนถนนเลียบชายฝั่งทางตอนใต้ของเมือง ขณะที่คลื่นยังคงซัดข้ามกำแพงกันคลื่นเข้ามายังฝั่ง

ด้านสำนักงานจัดการเหตุฉุกเฉินภูมิภาคเวลลิงตันยังคงแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางหากไม่จำเป็น ขณะที่เริ่มส่งเจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์ซากความเสียหายแล้ว.

ที่มา : Channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ นิวซีแลนด์

ตำรวจตุรกี 5 หมื่นนาย ปราบม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมนับร้อย

ตำรวจตุรกี 5 หมื่นนาย ปราบม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมนับร้อย

2 พ.ค. 2568 05:22 น.

ตำรวจตุรกี 5 หมื่นนาย ปราบม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมนับร้อย

ตำรวจตุรกีนับหมื่นนายดำเนินการปราบปรามการชุมนุมเนื่องในวันแรงงานที่นครอิสตันบูล โดยจับกุมตัวผู้ประท้วงไปกว่า 400 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มผู้ใช้แรงงานทั่วโลกออกมาชุมนุมกันตามเมืองต่างๆ เนื่องในวันแรงงานสากล เมื่อ 1 พ.ค. 2568 เพื่อรำลึกถึงความยากลำบากและความสำเร็จของเหล่าแรงงาน และกลุ่มนักเคลื่อนไหว หรือเพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจที่มีต่อรัฐบาลหรือปัญหาต่างๆ และหลายครั้งที่การประท้วงบานปลายกลายเป็นความรุนแรง

ที่ตุรกีในปีนี้ การชุมนุมวันแรงงานสากลถูกกลุ่มผู้สนับสนุนประชาธิปไตยใช้เป็นโอกาสในการประท้วงต่อต้านการจับกุมตัวนาย เอเครม อิมาโมลู นายกเทศมนตรีนครอิสตันบูล คู่แข่งหลักในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของนาย เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน จนทำให้เกิดการประท้วงใหญ่เมื่อเดือนมีนาคม

สถานที่ประท้วงหลักคือที่นครอิสตันบูล ซึ่งรัฐบาลส่งตำรวจกว่า 50,000 นายไปประจำการในเมืองเพื่อรับมือการชุมนุมของกลุ่มแรงงานและสหภาพ โดยสั่งหยุดบริการขนส่งสาธารณะและให้เจ้าหน้าที่ปิดเส้นทางต่างๆ ที่จะไปยังจัตุรัสทัคซิม ในกลางนครอิสตันบูล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกสั่งห้ามชุมนุมตั้งแต่ปี 2556 แล้ว

การชุมนุมส่วนใหญ่เป็นไปด้วยความสงบ อย่างไรก็ตาม มีผู้ชุมนุมจำนวนไม่น้อยที่พยายามเดินทางไปยังพื้นที่ใจกลางเมือง ทำให้เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ มีคลิปวิดีโอถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นผู้ชุมนุมตะโกนสโลแกนในขณะที่ตำรวจลากตัวผู้ถูกจับกุมขึ้นรถบัส

เจ้าหน้าที่ของนครอิสตันบูลเปิดเผยว่า มีผู้ถูกจับกุมในข้อหา “ชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต” ในวันพฤหัสบดีที่ 1 พ.ค. อย่างน้อย 382 ราย ขณะที่เมื่อวันพุธมีผู้ถูกจับกุมอีก 100 รายข้อหาวางแผนจัดการประท้วงที่จัตุรัสทัคซิม

องค์กรนิรโทษกรรมสากล หรือ แอมเนสตี อินเทอร์เนชันแนล (Amnesty International) เรียกร้องให้รัฐบาลตุรกียกเลิกคำสั่งห้ามชุมนุมที่จัตุรัสทัคซิม พร้อมทั้งขอให้เจ้าหน้าที่เคารพสิทธิ์ในการประท้วงของประชาชน และไม่ใช้กำลังกับผู้ประท้วงอย่างสันติ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : sky , bbc