ปลุกจินตนาการในตัวคุณกับ Sip & Paint Experience

ปลุกจินตนาการในตัวคุณกับ Sip & Paint Experience

ปลุกจินตนาการในตัวคุณกับ Sip & Paint Experience

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ (Avani Ratchada Bangkok) ชวนมาสนุกและปลดปล่อยจิตนาการไปกับกิจกรรม Sip & Paint Experience  โดยร่วมกับ The Paint Story   เปิดประสบการณ์ศิลปะในบรรยากาศผ่อนคลายและเพลิดเพลินอย่างแท้จริง พร้อมผู้เชี่ยวชาญผู้มากด้วยประสบการณ์คอยให้คำแนะนำในทุกขั้นตอนตลอด 2 ชั่วโมงเต็ม ไม่ว่าคุณจะชำนาญในงานศิลปะ หรือเพิ่งเริ่มต้น ก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานชิ้นพิเศษของตัวเองได้ พร้อมดื่มด่ำไปกับเครื่องดื่มแบบไม่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นไวน์ เบียร์ หรือค็อกเทล ที่จะช่วยเติมเต็มจินตนาการระหว่างที่คุณกำลังสนุกและปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์อย่างอิสระไปกับภาพวาดของคุณ

กิจกรรม Sip & Paint Experience ที่ เมโทร เลานจ์ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ตั้งแต่เวลา 15:00 น. – 17:00 น. ในราคาเพียง 1,450 บาทสุทธิต่อท่าน สามารถสำรองที่นั่งได้ที่อีเมล dining.vrat@avanihotels.com หรือโทร. 02-641-1500

Wacoal X Plaifah.postcard คอลเลคชั่นเอาใจวัยทีนต้อนรับเปิดเทอม

Wacoal X Plaifah.postcard  คอลเลคชั่นเอาใจวัยทีนต้อนรับเปิดเทอม

Wacoal X Plaifah.postcard คอลเลคชั่นเอาใจวัยทีนต้อนรับเปิดเทอม

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วาโก้ ต้อนรับเปิดเทอมใหม่กับคอลเลกชันพิเศษ Wacoal X Plaifah.postcard ศิลปินเจ้าของลายเส้นสุดคิ้วท์ กับแก็งค์คาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนน้องหมีสุดน่ารัก และที่จะขาดไม่ได้เลยคือ “อูมามิ” น้องหมาสีขาวรองเท้าแดง โดยการมิกซ์ลวดลายขนมและเครื่องดื่ม ในธีมคาเฟ่ ทำให้ดีไซน์ดูมีชีวิตชีวาเป็นเอกลักษณ์เอาใจวัยใส โดยส่งผ่านความน่ารักนี้ลงบนชุดชั้นใน Wacoal Bloom และ Wacoal Teen ที่ออกแบบมาเพื่อวัย 8-15 ปี โดยเฉพาะ    

Wacoal Bloom  บราตัวแรกของพวกเรา ชิลได้ทุกท่า ซ่าแบบคัพติ๊ด ชุดชั้นในสำหรับวัย  8-12 ปี ใส่สบาย คล่องตัว มั่นใจทุก Step เพราะคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของน้องๆ วัยคัพติ๊ด จึงมีทั้งรูปแบบตัวเรียบที่เหมาะสำหรับช่วงเวลาเรียน และช่วงสนุกสนานกับกิจกรรมนอกห้องเรียน ด้วยชุดชั้นในลายการ์ตูน Plaifah.postcard มาพร้อมนวัตกรรมเส้นใยไผ่ที่มีคุณสมบัติ ซับเหงื่อได้แห้งเร็ว ยับยั้งแบคทีเรียและไรฝุ่น ผ้านุ่มใส่สบายยืดหยุ่นดี ไม่ระคายเคืองผิว ประกอบด้วยกลุ่มสินค้า 5 รุ่น 3 Step ได้แก่ Step 1 เสื้อทับตัวยาว, Step 2 เสื้อกล้ามครึ่งตัว และ Step 3 บราไร้โครง แบบคัพไซซ์และสมาร์ทไซซ์ ทั้งยังสามารถเลือกกางเกงในทั้งแบบบิกินี่ และแบบขาสั้นลวดลายเข้าเซ็ต            

Wacoal Teen สนุกกับการค้นหาและกล้าเป็นตัวเอง ชุดชั้นในสำหรับวัยใสวัยเริ่มสาว อายุ 13-15 ปี จึงเน้นความสบาย ด้วยเนื้อผ้าสัมผัสนุ่ม กระชับแต่ยืดหยุ่น ใส่ได้ทุกวันในทุกกิจกรรม กับคอลเลกชัน Wacoal X plaifah.postcard แบ่งออกเป็น 3 รุ่นหลัก ได้แก่ บราไร้โครง ใส่สบาย ทั้งแบบเรียบโทนสีอ่อนสำหรับใส่ไปเรียน และแบบลวดลายหลากสีสดใส ให้น้องๆ ได้สนุกสนานไปกับวันสบายๆ เสื้อกล้าม ใส่ง่าย ใส่ได้ทุกวัน และเสื้อครอป (Crop top) เพิ่มความมั่นใจในสไตล์ของน้องๆ พร้อมดีไซน์สุดน่ารัก โดยทุกชิ้นสามารถแมตช์กับกางเกงในลวดลายเข้าเซ็ตได้อย่างลงตัว

วัยเริ่มโตต้องใส่ใจ ช้อปชุดชั้นใน Wacoal Bloom และ Wacoal Teen คอลเลกชันที่ตอบโจทย์วัยสดใสกับลวดลายสุดคิ้วท์ที่มีเฉพาะวาโก้ ได้แล้วที่วาโก้ช็อปและเคาน์เตอร์วาโก้ที่ร่วมรายการ พร้อมช่องทางออนไลน์ http://www.wacoal.co.th, Shopee, Lazada, TikTok, Central Online และ ICC Shopping หรือแอด LINE @wacoal.th เพื่อรับข่าวสารและสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์

สยามคูโบต้า และกรมส่งเสริมการเกษตร ต่อยอดความสำเร็จ ‘คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2’ เปิดตัวทีมนักแข่งสุดยอดนักปลูกข้าวรักษ์โลก มุ่งขยายเครือข่าย Smart Farmer

สยามคูโบต้า และกรมส่งเสริมการเกษตร ต่อยอดความสำเร็จ ‘คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2’  เปิดตัวทีมนักแข่งสุดยอดนักปลูกข้าวรักษ์โลก มุ่งขยายเครือข่าย Smart Farmer

สยามคูโบต้า และกรมส่งเสริมการเกษตร ต่อยอดความสำเร็จ ‘คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2’ เปิดตัวทีมนักแข่งสุดยอดนักปลูกข้าวรักษ์โลก มุ่งขยายเครือข่าย Smart Farmer

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สยามคูโบต้า และ กรมส่งเสริมการเกษตร ประกาศผู้เข้ารอบ 20 ทีมสุดท้ายเข้าสู่เวทีการแข่งขันชิงสุดยอดเกษตรกรนักปลูกข้าวโครงการ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2” ส่งเสริมการทำเกษตรแม่นยำด้วยนวัตกรรมปฏิทินเพาะปลูก “KAS Crop Calendar On LINE”  ต่อยอดความสำเร็จจากปีแรก สู่การขยายผลในรูปแบบทีมพร้อมสร้างเครือข่าย Smart Farmer ทั่วประเทศ เตรียมลุ้นไปกับการขับเคี่ยวของทีมเกษตรกรผู้เข้ารอบทั้ง 4 ภาค ที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพาะปลูกข้าวเชื่อมโยงกับพื้นที่แปลงนาของตัวเอง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมแปลงจนถึงเก็บเกี่ยวตลอดฤดูกาลทำนา พร้อมกับวิธีการทำนาแบบรักษ์โลกและสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรไทย มาร่วมเฟ้นหาทีมผู้ชนะที่จะมาคว้าชัยในศึกแห่งผืนนา ที่สามารถใช้เทคนิคการปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 1,000,000 บาท พร้อมถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปลายปีนี้

พีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงบทวิเคราะห์ กับดักระบบเกษตรไทยและคนรุ่นใหม่ว่า “Young Farmer :New Engine to More Power คนรุ่นใหม่จำนวนมากไม่สามารถเข้าสู่อาชีพเกษตรได้ ขณะที่เกษตรกรเดิมยังอยู่ในระบบเดิม สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น การไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน สินเชื่อที่เข้าถึงยาก สิทธิที่ผูกขาด ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เช่น มีทักษะดิจิทัล แต่ระบบไม่เปิดโอกาส และระบบแรงจูงใจที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนา ดังนั้น การพัฒนาภาคเกษตรจะใช้พลังและการขับเคลื่อนของเกษตรกรรุ่นใหม่ มุ่งให้เกษตรกรเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม โดยเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจะเป็นผู้จัดการเรียนรู้ มีเกษตรกรเป็นศูนย์กลางในการยกระดับคุณค่าสินค้าเกษตร เพื่อสร้างโอกาสภาคการเกษตรของไทยในการเข้าร่วมห่วงโซ่อุปทานสินค้า ด้วยกระบวนการผลิตที่ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อลดการสูญเปล่า สูญเสียในกระบวนการผลิต พัฒนายกระดับศักยภาพการผลิต รวมถึงสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หรือคุณค่าใหม่ ผ่านแนวทางการขับเคลื่อน ได้แก่  1. การพัฒนาทักษะให้เป็นผู้ประกอบการเกษตรมืออาชีพ อาทิ การพัฒนาทักษะใหม่ 5 ด้าน ได้แก่ ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล ประเมินสถานการณ์ และคิดอย่างสร้างสรรค์เพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อน เป็นต้น การจัดเวทีเรียนรู้โดยวิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน โดยความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย เพื่อบรรเทาผลกระทบและสามารถปรับตัวจากสภาพแวดล้อมของสังคมได้ รวมถึงสนับสนุนการศึกษาดูงานต่างประเทศ เป็นต้น 2. ส่งเสริมการเข้าถึงภาคีความร่วมมือ เพื่อสร้างแนวคิดและขับเคลื่อนขับเคลื่อนภาคเกษตรสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยใช้หลักการ 4C ทำงานร่วม เชื่อมโยงงาน สร้างสรรค์ แบ่งปันข้อมูลและเติบโตไปพร้อมกัน(Collaboration >Connect >Create >Consolidate) 3. ส่งเสริมให้เกิดการจัดงานแสดงสินค้าเพื่อเป้าหมายทางธุรกิจ โดยมีผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และผู้ประกอบการที่ควบคู่ไปกับผู้บริโภค และ 4. การสร้างความเข้มแข็งของเครือข่าย Young Smart Farmer Clusters”

วราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น 

นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “การทำเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกภาคส่วนต่างร่วมมือกัน สยามคูโบต้ามุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโลกการเกษตรที่ยั่งยืน สอดรับการก้าวสู่ Smart Farming อย่างเต็มรูปแบบ หนึ่งในโครงการสำคัญของเราคือ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก” ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากปีที่ผ่านมา เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เรียนรู้และใช้ KAS Crop Calendar On LINE หรือบันทึกปฏิทินการเพาะปลูก ภายใต้โซลูชันที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย KUBOTA Agri Solutions (KAS) หรือเกษตรครบวงจร หลังจากที่มีการเปิดรับสมัครกว่า 2 เดือน วันนี้เราได้ผู้ผ่านเข้ารอบ 20 สุดท้ายจากตัวแทนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ที่จะมาเปิดประสบการณ์สุดท้าทายอีกขั้นของเกษตรกรยุคใหม่โครงการของเราไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขัน แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโอกาสให้เกษตรกรไทยได้พัฒนาตัวเอง เราภูมิใจที่ได้เห็นผู้เข้าร่วมจากปีที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จและเป็นต้นแบบเกษตรกรรุ่นใหม่ และขยายองค์ความรู้ไปสู่เกษตรกรรายอื่น ซึ่งพิสูจน์ได้จริงว่า เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นการทำนาดำที่ช่วยลดต้นทุนเมล็ดพันธุ์ได้ถึง 70% การเพิ่มผลผลิตได้มากถึง 30%

ผู้เข้าแข่งขัน คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2

ในปีนี้นอกจากเกษตรกรจะได้รับความรู้เกี่ยวกับบันทึกปฏิทินการเพาะปลูกที่ช่วยให้สามารถบริหารจัดการแปลงเกษตรได้แบบเรียลไทม์ มีแบบแผนและแม่นยำมากขึ้น ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตการทำแผนธุรกิจ รวมไปถึงการเรียนทำคอนเท้นท์ TikTok เพื่อต่อยอดการสร้างรายได้แล้ว เรายังได้ปลูกฝังการทำนารักษ์โลกด้วยวิธี ‘เปียกสลับแห้ง’ ที่ช่วยลดปริมาณก๊าซมีเทนจากแปลงนาได้ถึง 30% และลดการใช้น้ำในการเพาะปลูก ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการทำเกษตรคาร์บอนต่ำมาเป็นหลักเกณฑ์สำคัญในการแข่งขันด้วย เพื่อทำให้คนรุ่นใหม่ที่สนใจการเกษตรได้เห็นว่า เกษตรกรรมไม่ใช่เรื่องล้าสมัย แต่สามารถเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรและมั่นคงได้ ช่วยผลักดัน Smart Farmer ให้เติบโตขึ้น และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในกลุ่มเกษตรกร และสร้างการเติบโตในภาคการเกษตรไทยที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน”

บรรยากาศเยี่ยมชมฟาร์มคูโบต้า

สำหรับระยะเวลาการแข่งขัน จะเริ่มตั้งแต่ช่วงฤดูกาลเพาะปลูกเดือนมิถุนายน 2568 ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิต ภายในเดือนธันวาคม 2568 และประกาศผลตัดสินผู้ชนะในวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ผู้ชนะรางวัลชนะเลิศ (ภาคละ 1 รางวัล รวม 4 รางวัล) จะได้รับถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล จำนวน 150,000 บาท/ ทีม และรางวัลรองชนะเลิศ (ภาคละ 2 รางวัล รวม 8 รางวัล) จะได้รับเงินรางวัล จำนวน 50,000 บาท/ ทีม

เรียนรู้ทำคอนเท้นท์ TikTok จาก ศิลา พีรวัฑฒึก หรือ พ่อมด TikTok

ติดตามและให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขันทั้ง 20 ทีม ได้ทาง Facebook Fanpage : Siam Kubota และ LINE Official Account : @kubotaklataplook หรือเรียนรู้เทคนิคการทำเกษตรด้วย บันทึกปฏิทินการเพาะปลูก หรือ KAS Crop Calendar On LINE ผ่าน Line OA Siam Kubota โดยเข้าไปที่เมนู KAS บันทึกปฏิทินการเพาะปลูก หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ https://kas.siamkubota.co.th/

คุณแหน : 2 พฤษภาคม 2568

คุณแหน : 2 พฤษภาคม 2568

คุณแหน : 2 พฤษภาคม 2568

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผวจ.สุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬา กรอ. สุราษฎร์ธานี คัพ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2568 ณ สนามอิกกี้ อารีน่า อ.เมืองสุราษฎร์ธานี..

ll ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดฯ สุดปลื้มที่งานประชุมสามัญประจำปี 2568 มีสมาชิกมาร่วมอย่างคับคั่ง โดยมี ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, อนุวัตร เฉลิมไชย, ดร.ตุลย์ วงค์ศุภสวัสดิ์, ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย, วิไลวรรณ กาญจนกันติ, ดร.สมชาติ วิศิษฐชัยชาญ, ดวงพร วงศ์กวีสกุล, ดร.ดั่งใจถวิล อนันตชัย, ดร.ศรุต วานิชพันธุ์, ชนิต สุวรรณพรินทร์, สมพร มาอุทธรณ์, ณรงค์เวทย์ วจนพานิช, ศักดิ์ชัย เรืองกิตติกุล ร่วมด้วย..

ll ขรรค์ ประจวบเหมาะ รับมอบเงินบริจาค จาก นพ.ประกรณ์ ยอดวงศ์เจน และครอบครัว เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาศูนย์มะเร็งแบบบูรณาการ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย..

ll ยินดีกับ พล.อ.ต.วุฒิ  น้อยเชี่ยวกาญจน์ ที่ได้เป็นกรรมการในคณะกรรมการกำกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย..

ll วนัส แต้ไพสิฐพงษ์ ซีอีโอ เครือเบทาโกร และ สุริยา แสงพงค์ องค์การสวนสัตว์ฯ ร่วมลงนาม MOU ทางวิชาการ เพื่อบูรณาการองค์ความรู้และส่งเสริมการดำเนินงาน การศึกษาวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยีการเพาะขยายพันธุ์สัตว์ป่า พัฒนาสูตรอาหารสัตว์และการจัดการด้านอาหารสัตว์ป่า

ll มิตรสหายยินดีกับ ดร.ภก.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี ได้เป็น เภสัชกรอุตสาหการดีเด่น ประจำปี 2568 ของสมาคมเภสัชกรอุตสาหการ (ประเทศไทย)..

ll รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต เป็นประธานมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา ให้กับ นักศึกษาแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ โดยมี มีคณะที่ปรึกษา กรรมการมูลนิธิแพทย์เพื่อปวงประชา ผู้อุปการะทุนการศึกษา และทางคณะหลักสูตร พปส. รุ่นที่ 1 ร่วมด้วย..

ll แม้ภารกิจมาก ผศ.ดร.ประพันธ์พงษ์ ขำอ่อน จัดสรรเวลามาบรรยายให้หลักสูตร Digital CEO# 8..

ll ALPHASEC ร่วมลงนาม MOU กับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล ภายใต้ Higher Education Sandbox มุ่งสร้างกำลังคนดิจิทัลที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยมี ดร.นิพนธ์ นาชิน ซีอีโอ บจ.อัลฟ่าเซค และ รศ.ดร.นภดนัย อาชวาดม รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน..

ll เพื่อนๆชาว DJS#2 ร่วมยินดีกับ ดร.ภก.ปริญญ์ จักรสมิทธานนท์ ที่ได้แต่งตั้งเป็น ผู้ช่วยศาตราจารย์ สาขา เภสัชศาสตร์และเทคโนโลยี ของคณะเภสัชศาสตร์ ม.ศิลปากร..

ll สำหรับผู้รักงานศิลปะ ขอเชิญชม Beyond Binary: เหนือกว่าทวิลักษณ์ นิทรรศการภาพถ่ายโดยกลุ่มศิลปิน 1 พค. – 29 มิย. เปิดให้เข้าชมศุกร์ – อาทิตย์ ณ Ming ArtSpace..

Dolce&Gabbana เผยโฉม Casa Collection ในงาน มิลาน ดีไซน์วีค 2025

Dolce&Gabbana  เผยโฉม Casa Collection  ในงาน มิลาน ดีไซน์วีค 2025

Dolce&Gabbana เผยโฉม Casa Collection ในงาน มิลาน ดีไซน์วีค 2025

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Dolce&Gabbana  เปิดตัวคอลเลกชันล่าสุด Casa Collection  ในงาน Milan Design Week 2025 อวดโฉมไลน์เครื่องใช้ในบ้านใหม่ Verde Maiolica และคอลเลกชันเครื่องนอนครั้งแรกของแบรนด์ พร้อมทั้งเฟอร์นิเจอร์ใหม่จากคอลเลกชัน Gotham และการเปิดตัวเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งคอลเลกชัน Saint Jean ที่ร่วมมือกับ Luxury Living Group

เครื่องใช้ในบ้าน Verde Maiolica  นำเสนอการผสมผสานระหว่างสีขาวบริสุทธิ์และสีเขียวที่สดใสและเข้มข้น ซึ่งสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ในเมดิเตอร์เรเนียน ลวดลายนี้ได้ถูกนำมาประดับตกแต่งเครื่องใช้ในบ้านใหม่ๆ เพื่อสร้างความงดงามที่ละเอียดอ่อนและเต็มไปด้วยชีวิตชีวาให้กับทุกห้อง พร้อมทั้งเฉลิมฉลองศิลปะเครื่องปั้นดินเผาในภาคใต้ของอิตาลี

นอกจากนี้ Dolce&Gabbana  ยังเปิดตัวคอลเลกชั่นเครื่องนอนครั้งแรก ซึ่งประกอบไปด้วย ผ้าห่ม ปลอกหมอน และผ้าปูเตียง ที่ได้รับการออกแบบด้วยลายเสือดาว (Leopardo) ที่มีเสน่ห์เร่าร้อน, ลายม้าลาย (Zebra) สีดำและขาวที่มีความขัดแย้งโดดเด่น, ลาย Carretto Siciliano ที่เต็มไปด้วยสีสันของวัฒนธรรมท้องถิ่น และลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจาก Majolica ที่ถูกตีความใหม่ในสี Blu Mediterraneo และ Verde Maiolica

ส่วนเฟอร์นิเจอร์ในคอลเลกชัน Gotham ถูกออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากเสน่ห์ยามค่ำคืน ด้วยเส้นโค้งนุ่มนวลและรูปทรงที่สะท้อนสไตล์คลาสสิกในยุค 1920 และ 1930 ที่ผสมผสานเสน่ห์ของวินเทจเข้ากับพลังของการออกแบบร่วมสมัย โดยเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้มีการใช้พื้นผิวที่มีรายละเอียดและสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสร้างความสมดุลระหว่างงานฝีมือที่ประณีตและความหรูหรา

มาถึง Saint Jean คอลเลกชั่นเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้ง  มอบความลงตัวระหว่างสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Dolce&Gabbana กับวัสดุที่มีคุณภาพสูงและการออกแบบที่เหนือระดับ ทั้งโซฟา เก้าอี้นวม เก้าอี้อาบแดด และโต๊ะรับประทานอาหาร พร้อมเสน่ห์ที่ทำให้พื้นที่กลางแจ้งดูโดดเด่นและน่าใช้งานคอลเลกชันใหม่ล่าสุดนี้ถูกจัดแสดงที่ Dolce&Gabbana Casa boutique บน Corso Venezia 7 และที่โชว์รูมบน Via Durini 23 ในมิลาน โดยทั้งสองแห่งเปิดให้เข้าชม เพื่อเฉลิมฉลอง Milan Design Week 2025

พารากอน ฮอลล์ และ ทรู ไอคอน ฮอลล์ คว้าใบรับรอง 2 มาตรฐานด้านสถานที่จัดงานและความยั่งยืนจากทีเส็บ

พารากอน ฮอลล์ และ ทรู ไอคอน ฮอลล์  คว้าใบรับรอง 2 มาตรฐานด้านสถานที่จัดงานและความยั่งยืนจากทีเส็บ

พารากอน ฮอลล์ และ ทรู ไอคอน ฮอลล์ คว้าใบรับรอง 2 มาตรฐานด้านสถานที่จัดงานและความยั่งยืนจากทีเส็บ

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลุ่มสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหารโครงการที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ตอกย้ำพันธกิจในการดำเนินธุรกิจสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ ล่าสุด “พารากอน ฮอลล์” ชั้น 5 สยามพารากอน และ “ทรู ไอคอน ฮอลล์” ชั้น 7 ไอคอนสยาม ได้รับใบรับรอง 2 มาตรฐาน ทั้งในด้านสถานที่จัดงานอีเวนต์และมาตรฐานด้านความยั่งยืน ได้แก่ Thailand MICE Venue Standard (TMVS) และ Thailand Sustainable Event Management System (TSEMS) และ จากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) ในงาน MICE Standards Day 2025

พารากอน ฮอลล์ และ ทรู ไอคอน ฮอลล์ เป็นศูนย์กลางของสถานที่จัดงานอีเวนต์และความบันเทิงระดับโลก โดยในปี 2568 นี้ พารากอน ฮอลล์ ได้รับการรับรอง TMVS ในประเภท Special Event Venue ต่อเนื่อง 11 ปี ติดต่อกัน ขณะที่ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ได้รับการรับรองในประเภท Exhibition Hall และ Meeting Room ต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน โดยมีคุณกฤษณา จรรยาสกุลวงศ์ และคุณพันธกมล อมาตยกุล ผู้บริหาร พารากอน ฮอลล์ และ ทรู ไอคอน ฮอลล์ เข้ารับมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานฯ จาก ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ทั้งสองสถานที่จัดงานยังได้รับมาตรฐาน TSEMS ซึ่งเป็นผลจากการมุ่งเน้นการจัดงานอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ตั้งแต่การลดการปล่อยปล่อยก๊าซเรือนกระจก การบริหารจัดการของเสีย การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงพันธกิจในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

การรับรองมาตรฐานดังกล่าวถือเป็นเครื่องหมายการันตีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางไมซ์ระดับโลกที่ครบครันด้วยเทคโนโลยี ระบบความปลอดภัย การบริหารจัดการที่เป็นเลิศ และมาตรฐานความยั่งยืนในทุกมิติ ซึ่งนอกจากช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้จัดงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของไทยในตลาดไมซ์โลก ยังเป็นการร่วมผลักดันประเทศไทยให้กลายเป็น “ศูนย์กลางการจัดงานอย่างยั่งยืนแห่งเอเชีย” พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจไทยให้เติบโตควบคู่ไปกับคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกภาคส่วน   

คุณแหน: 1 พฤษภาคม 2568

คุณแหน: 1 พฤษภาคม 2568

คุณแหน: 1 พฤษภาคม 2568

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ เลขาธิการ มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย พร้อมคณะกรรมการ เชิญชมรายการพิเศษ “ น้ำใจ ช่วยไต” 24 พ.ค.14.30 น.-16.30 น. ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 บริจาคได้ที่ชื่อบัญชี มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาศิริราช เลขที่ 016-2-72555-4 ติดต่อรับใบเสร็จ ที่ ไอดีไลน์ kft0989122447..

ll ยินดีกับผู้หญิงเก่ง คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ไอโอซีเมมเบอร์ชาวไทยและนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันฯ จากรองประธาน ได้รับเลือกเป็นประธานสหพันธ์แบดมินตันโลกคนใหม่ ที่เมืองเซียะเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ..

ll มูลนิธิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  จัดการบูรณะวัดอินทรารามวรวิหาร ปฎิสังขรณ์ พระพุทธรูป พระอุโบสถหลังเก่า โครงการการบูรณะพระพุทธรูปและศูนย์การเรียนรู้ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (มูลนิธิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช)ธ.ไทยพาณิชย์ 056-258-2425  สอบถาม นาวาโทอาวุธ หลำเพ็ชร 080-9415536..

ll ขอแสดงความยินดีกับ ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา กรรมาธิการสหพันธ์สเก็ตน้ำแข็งนานาชาติ ในโอกาสได้รับแต่งตั้งเป็น รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์..

ll ขอแสดงความยินดี ละคร “หม่อมเป็ดสวรรค์” โดย ฐนธัช กองทอง ช่องไทยพีบีเอส  ได้รับประทานรางวัลวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ พิฆเนศวร ประจำปี 2568 สาขาบทละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม 3 พ.ค. ณ หอประชุมกองทัพอากาศ ถ.พหลโยธิน..

ll ลานทิพย์ ทวาทศิน และคณะครูโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย เป็นปลื้มกับคณะนักร้องประสานเสียง Wattana Girls’ Chorus ได้รับ 3 รางวัล 2 เหรียญทองและ Special Prize ประเภท Children’s Choir up to 16 years ประเภท Folksong a cappella Special Prize จากการเข้าร่วมการแข่งขัน  The 17th International Festival Slovakia Cantat 2025 Bratislava Republic of Slovak and Vienna Austria  ระหว่างวันที่ 22-29 เม.ย. ..

ll อนันตชัย คุณานันทกุล นายกสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย พร้อมคณะกรรมการ เตรียมการจัดแข่งกอล์ฟการกุศลชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ครั้งที่ 2 วันที่ 6 พ.ค. ณ สนามกอล์ฟ เดอะวังน้อย กอล์ฟ เดอะ วังน้อยกอล์ฟคลับ อ.วังน้อย พระนครศรีอยุธยา เพื่อหารายได้เพื่อสังคมของสมาคมฯ เพื่อมอบทุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้า เด็กยากจน เด็กด้อยโอกาส และเพื่อช่วยเหลืออดีตสมาชิกรัฐสภาไทยที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ สอบถามเพิ่มเติม Line:0816399453…

น้อง

The Food School Bangkok มอบทุน 1.5 ล้านบาท ปั้นเชฟไทยสู่แถวหน้าวงการอาหารโลก

The Food School Bangkok มอบทุน 1.5 ล้านบาท ปั้นเชฟไทยสู่แถวหน้าวงการอาหารโลก

The Food School Bangkok มอบทุน 1.5 ล้านบาท ปั้นเชฟไทยสู่แถวหน้าวงการอาหารโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.54 น.

The Food School Bangkok เปิดตัวโครงการระดับชาติ “Future Chef of the World 2025”     เพื่อเฟ้นหาและผลักดันเชฟคนไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับนานาชาติ ภายใต้แนวคิด “Rethink Culinary Sustainability” ผนึกกำลัง 2 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ในวงการอาหารและธุรกิจค้าส่งวัตถุดิบ ได้แก่ กลุ่มน้ำตาลมิตรผล และ โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) พร้อมมอบทุนการเรียนทำอาหารรวมมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท โดยเปิดรับสมัครผู้สนใจทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 25 พฤษภาคม 2568

ด้วยเป้าหมายในการสร้างสรรค์บุคลากรคุณภาพ และสนับสนุนแนวคิดด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหาร โครงการนี้เปิดกว้างสำหรับผู้ที่มีใจรักในศาสตร์การประกอบอาหารทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อาหารญี่ปุ่น และของหวานสไตล์อิตาเลียน โดยเน้นการบูรณาการความรู้ด้านอาหารเข้ากับนวัตกรรม การบริหารจัดการ และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับมาตรฐานเชฟไทยสู่ระดับสากล

The Food School Bangkok ในฐานะศูนย์กลางการเรียนรู้อาหารระดับนานาชาติและแหล่งบ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ได้รับการสนับสนุนจาก 3 สถาบันอาหารชั้นนำของโลก ได้แก่ วิทยาลัยดุสิตธานี (ประเทศไทย), TSUJI Culinary Institute (ญี่ปุ่น) และ ALMA – The School of Italian Culinary Arts (อิตาลี) โดยโครงการนี้ถือเป็นการลงทุนใน “ทุนมนุษย์” ที่เน้นสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการ และผู้หลงใหลในการทำอาหารได้เติบโตบนพื้นฐานของ “ความคิดสร้างสรรค์” และ “ความยั่งยืน” ซึ่งกำลังกลายเป็นแก่นสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารโลก

นายศิรเดช โทณวณิก กรรมการบริหาร The Food School Bangkok  กล่าวว่า “โครงการ Future Chef of the World 2025 ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับผู้มี Passion ในการทำอาหาร โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันได้เรียนรู้จากหลักสูตรมาตรฐานระดับโลก พร้อมคำปรึกษาจากเซเลบริตี้เชฟและเชฟมืออาชีพจาก   The Food School เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ กล้าคิด กล้าทำ และเติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีระดับนานาชาติเรามีความมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศด้านการเรียนรู้ที่ครบวงจรให้แก่คนรุ่นใหม่ เพื่อให้พวกเขาสามารถเชื่อมโยงทักษะทางอาหารเข้ากับมุมมองทางธุรกิจและแนวคิดด้านความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะกลายเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยในอนาคต”

นายผรินทร์ อมาตยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการตลาด – กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า “เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่ส่งเสริมศักยภาพของมืออาชีพในวงการอาหารไทยเพื่อร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้ก้าวไกลในระดับโลก โดยน้ำตาลเป็นวัตถุดิบพื้นฐานที่มีบทบาทสำคัญในทุกเมนู ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหวาน หรือเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คน การสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเลือกใช้น้ำตาลที่มีอยู่หลากหลายประเภทได้อย่างเหมาะสม จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราให้ความใส่ใจ โดยเรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนทุนของ The Food School Bangkok เพื่อช่วยเติมเต็มองค์ความรู้และประสบการณ์ พร้อมด้วยโอกาสที่ดีมาสู่ผู้ที่ตั้งใจประกอบอาชีพด้านนี้ เพื่อให้พวกเขาสามารถบ่มเพาะทักษะ สร้างสรรค์แนวคิดทางอาชีพ และเติบโตเป็นเชฟมืออาชีพ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพและเพิ่มขีดความสามารถให้แก่วงการอาหารของประเทศไทยให้พัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป”

นายริคาร์โด้ เบารอตโต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจ เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ ประเทศไทย (โก โฮลเซลล์ : GO WHOLESALE) กล่าวว่า “โก โฮลเซลล์ เป็นศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มีความสดใหม่ตลอดเวลาเพื่อผู้ประกอบการ มีเป้าหมายในการเป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุดของผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร เราเชื่อว่าความสำเร็จของเชฟในยุคนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ฝีมือในการทำอาหารเท่านั้น แต่ต้องมีความเข้าใจในธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์ และการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ เราจึงร่วมมือกับ The Food School เพื่อเชื่อมโยงห้องเรียนเข้ากับโลกแห่งความจริง ให้ผู้เข้าแข่งขันได้ฝึกฝนผ่านเครื่องมือและสถานการณ์จริงที่เราสนับสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมศักยภาพที่มีอยู่ให้โดดเด่น และสามารถเจริญเติบโตในสายอาชีพได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”

โอกาสพิเศษสำหรับผู้มีใจรักในการทำอาหารทุกคน! ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยใด หรือมีพื้นฐานการศึกษาเช่นไร หากคุณพร้อมที่จะแสดงออกถึงความหลงใหลและประสบการณ์ผ่านปลายจวัก

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถส่งผลงานในรูปแบบวิดีโอความยาว 3-5 นาที โดยนำเสนอแนวคิด “Rethink Culinary Sustainability” ถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านเมนูอาหารที่สร้างสรรค์ด้วยวัตถุดิบท้องถิ่น สะท้อนถึงความยั่งยืนและนวัตกรรม พร้อมแนบเอกสารแนะนำตัว ภาพถ่ายเมนู และหลักฐานการศึกษา เพื่อก้าวสู่โอกาสแห่งการเรียนรู้ในระดับโลก พร้อมทุนสนับสนุนเต็มที่

 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 25 พฤษภาคม 2568 สมัครได้ที่: https://forms.office.com/r/b5LPb9nG64 สอบถามเพิ่มเติม: โทร. 02-150-8786 หรือ 093-578-3992 และติดตามข่าวสารได้ทาง Social media ของ The Food School Bangkok

โรชเปิดผลสำรวจ 1 ใน 5 คนไทยละเลยตรวจสุขภาพตา ชี้อาการผิดปกติในการมองเห็น อาจเสี่ยงโรคจอตาเสื่อม

โรชเปิดผลสำรวจ 1 ใน 5 คนไทยละเลยตรวจสุขภาพตา ชี้อาการผิดปกติในการมองเห็น อาจเสี่ยงโรคจอตาเสื่อม

โรชเปิดผลสำรวจ 1 ใน 5 คนไทยละเลยตรวจสุขภาพตา ชี้อาการผิดปกติในการมองเห็น อาจเสี่ยงโรคจอตาเสื่อม

วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรช ไทยแลนด์ ห่วงประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด เร่งเตือนตรวจสายตาสม่ำเสมอ  
จักษุแพทย์ย้ำ อย่าชะล่าใจคิดว่าตาพร่าตามวัย ชี้อาการผิดปกติของสายตาอาจเป็นสัญญาณโรคตาร้ายแรง ตรวจพบไว เริ่มการรักษาเร็ว ช่วยป้องกันการสูญเสียการมองเห็นได้

โรช บริษัทด้านไบโอเทคชั้นนำของโลกทำการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับสุขภาพสายตาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ปี 2567 (Roche APAC Vision Health 2024) พบว่า เกือบ 1 ใน 5 ของวัยกลางคน-ผู้สูงอายุชาวไทยไม่เคยไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ ซึ่งประเทศไทยครองแชมป์ละเลยการตรวจสุขภาพตาสูงสุดในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิกที่สำรวจ ได้แก่ ไทย ออสเตรเลีย ฮ่องกง มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และไต้หวัน โดยข้อมูลชี้ว่า มากกว่า 93% ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยมองว่า การสูญเสียการมองเห็นเป็นเรื่องปกติของวัยชรา

“ดวงตา” คือกุญแจสำคัญของคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ  ดังนั้น สุขภาพตา ถือเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่คุกคามคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ  เผยผลคัดกรองผู้สูงอายุ 7 ล้านคนใน 12 เขตสุขภาพ พบปัญหาด้านการมองเห็นเป็นความเสื่อมถอยทางสุขภาพที่พบมากที่สุด

กอบกุล กวั่งซ้วน, แมทธิว โคทส์ และ ศ. พญ. ภารดี คุณาวิศรุต

นางสาวกอบกุล กวั่งซ้วน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวว่า สถานการณ์ผู้สูงอายุไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนจากอดีตสู่ปัจจุบัน โดยผู้สูงอายุต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพตาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ส่งผลต่อทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ทั้งนี้ ผู้สูงอายุมีรายจ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นตามอายุ การส่งเสริมให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจตาอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นหนึ่งในมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และการมองเห็นที่ลดลงส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของผู้สูงอายุเองและกระทบต่อครอบครัวด้วย

ผลสำรวจของโรช เปิดเผยว่า แม้ผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย ประมาณ 3 ใน 4 รับรู้ถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นในวัยสูงอายุ แต่มีเพียง 50% ของผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีที่ตรวจสายตาเป็นประจำ3 ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่าง ในการนำความรู้ความเข้าใจไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาครัฐกำลังพยายามส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

“พฤติกรรมของผู้สูงอายุที่มีครอบครัวและคนดูแลมักจะสามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพตาได้ดีแต่กลุ่มเปราะบางอาจเผชิญความท้าทายในการเข้าถึงการตรวจรักษา ทางกรมกิจการผู้สูงอายุ จึงขอเชิญชวนผู้สูงอายุที่มีปัญหาสายตาเข้ารับการตรวจรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและรักษาคุณภาพชีวิตที่ดี

ทั้งนี้ กรมกิจการผู้สูงอายุได้ส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ เช่น การส่งเสริมกิจกรรมจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุเกือบ 30,000 ชมรมทั่วประเทศ และกิจกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุกว่า 3,000 แห่ง เป็นการให้ความรู้และส่งเสริมทักษะต่าง ๆ เช่น การให้ความรู้สิทธิสวัสดิการ กฎหมายมรดก สิทธิสวัสดิการ และด้านนันทนาการ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีกิจกรรมและความรู้ที่เหมาะสมกับความสนใจ นอกจากนี้ ยังเน้นให้ผู้สูงอายุมีความทรงพลัง สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ทำงานได้ และลดการพึ่งพาลูกหลาน”  นางสาวกอบกุล กล่าว

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงภารดี คุณาวิศรุต จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจอตา โรงพยาบาลมหาราช นครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า  4 โรคตาที่พบมากที่สุดในผู้สูงอายุในประเทศไทย  ได้แก่ ต้อกระจก เบาหวานขึ้นจอตา จุดภาพชัดที่จอตาเสื่อม และต้อหิน”  โดยกว่า 54% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีปัญหาด้านการมองเห็น

“สถิตินี้สอดคล้องกับภาพรวมของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ผู้สูงอายุมักมองว่าอาการผิดปกติในการมองเห็นเป็นเรื่องปกติของวัย ทั้งที่แท้จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณของโรคตาร้ายแรง หากไม่ได้รับการตรวจและรักษาอย่างทันเวลาอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นถาวรได้”

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในโรคตาที่พบบ่อยและร้ายแรงในผู้สูงอายุก็คือโรคจอตาเสื่อม(Neovascular Age-related Macular Degeneration หรือ nAMD) โรคนี้เกิดจากการสร้างเส้นเลือดผิดปกติใต้จอตา ซึ่งสามารถรั่วหรือแตกได้ ทำให้เกิดการสะสมของของเหลวหรือเลือดส่งผลให้การมองเห็นแย่ลงอย่างรวดเร็ว เป็นภาวะที่ต้องระวังเป็นพิเศษในผู้สูงอายุ ควรปรึกษาจักษุแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการตามัวหรือมองเห็นจุดดำลอย เพราะหากไม่ได้รับการรักษาที่เร็วพอ อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นถาวร

ปัจจุบันมีแนวทางการรักษาหลายรูปแบบ 1.การฉีดยาเข้าน้ำวุ้นตา ซึ่งส่วนใหญ่ออกฤทธิ์ผ่านกลไกเดียว มีส่วนช่วยลดการงอกของเส้นเลือดที่จอประสาทตา ทำให้การมองเห็นดีขึ้น แต่อาจใช้ไม่ได้ผลในผู้ป่วยบางราย หรืออาจต้องฉีดบ่อยเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีขึ้น อย่างไรก็ดีในปัจจุบันการฉีดยาเข้าน้ำวุ้นลูกตามีการพัฒนามากขึ้น มีนวัตกรรมใหม่ที่ยับยั้ง 2 กลไกหลักของการเกิดโรค ช่วยทั้งลดการงอกและการรั่วของเส้นเลือด ลดการอักเสบ และเพิ่มความแข็งแรงของเส้นเลือด ออกฤทธิ์ได้นานขึ้น 2. การใช้เลเซอร์ ซึ่งวิธีนี้ช่วยชะลอโรคได้ แต่ไม่ช่วยให้การมองเห็นดีขึ้นมากนัก 3. การผ่าตัด ซึ่งมิได้ทําในทุกราย จักษุแพทย์จะพิจารณา อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับสภาพการเสื่อมของจอตาของผู้ป่วยแต่ละราย ควรปรึกษากับจักษุแพทย์เพื่อได้รับการดูแลและรักษาอย่างเหมาะสม

ผลสำรวจการละเลยสุขภาพสายตา

“ผู้สูงอายุมักเข้าใจผิดว่าอาการผิดปกติในการมองเห็นเป็นเรื่องปกติของวัยหรือจากการใช้สายมาก ทำให้ละเลยการตรวจรักษา ทั้งที่อาการนี้อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่น เช่น การรับประทานอาหารลำบาก การหกล้ม และอาจกลายเป็นผู้ป่วย ติดเตียงได้ การตรวจสุขภาพตาปีละครั้งหรือพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติ จะช่วยวินิจฉัยและรักษาโรคตาในระยะแรก ทำให้รักษาได้ผลดีและป้องกันการสูญเสียการมองเห็นถาวร ดังนั้นแล้ว ผู้สูงอายุควรใส่ใจตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ หรือรีบไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีความผิดปกติของการมองเห็น โดยเฉพาะโรคจอตาเสื่อมในผู้สูงอายุและโรคตาอื่นๆ ที่พบได้บ่อย เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรก และเริ่มต้นรักษาเร็ว จะช่วยให้สามารถรักษาโรคตาบางชนิดให้หายได้” ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงภารดี กล่าวเสริม

นายแมทธิว โคทส์ ผู้จัดการทั่วไป โรช ไทยแลนด์ เมียนมาร์ กัมพูชา และลาว กล่าวว่า ไทยถือเป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อจำนวนประชากรสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน รองจากสิงคโปร์ และจากผลสำรวจของเราชี้ว่า หากมีปัญหาสายตา ผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยกว่าครึ่ง (57.8%) จะกังวลเรื่องสุขภาพจิตซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในเอเชียแปซิฟิก ขณะที่อีก 42.4% หวั่นคุณภาพชีวิตจะลดลง ซึ่งไม่เพียงบั่นทอนจิตใจ แต่ยังนำมาซึ่งภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่ายา ค่าตรวจ ค่ารักษาเฉพาะทาง รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ตามมาเมื่อการมองเห็นบกพร่องจนต้องพึ่งพาผู้อื่น การป้องกันปัญหาดังกล่าวด้วยการพาผู้สูงอายุไปตรวจสุขภาพตาอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยให้ผู้สูงอายุและครอบครัวประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจที่พบว่า เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ดูแล (45.4%) ประสบปัญหาทางการเงินเนื่องจากการดูแลผู้ป่วย อีกทั้ง 33% มีรายได้ลดลง และ 36% มีประสิทธิภาพการทำงานลดลง ซึ่งเป็นอัตราสูงที่สุดในภูมิภาค

 “โรช จึงร่วมมือกับโรงพยาบาลต่างๆ ดำเนินการโครงการเพื่อส่งเสริมการให้ความรู้ด้านสุขภาพตาแก่ผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพตา รวมถึงผู้สูงอายุในประเทศผ่านการสร้างสื่อการเรียนรู้ที่เข้าใจง่าย เช่น โบรชัวร์ วิดีโอ และเว็บไซด์ เพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนและเข้าถึงคนไทยในวงกว้าง “เราทำงานร่วมกับจักษุแพทย์และโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อจะส่งเสริมให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของตาและความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น และกระตุ้นให้สนใจตรวจสุขภาพตาอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น โดยอย่างช้าที่สุดควรเริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งทางภาครัฐมอบสิทธิตรวจสุขภาพตาฟรี ความร่วมมือครั้งนี้ นอกจากมุ่งส่งเสริมสุขภาพตาของผู้สูงอายุแล้ว โรชยังหวังให้คนไทยมีสุขภาพตาที่ดี” นายแมทธิว กล่าวทิ้งท้าย

วิทยาลัยดุสิตธานีเปิดบ้านโชว์ความเป็นเลิศด้านวัฒนธรรมผ่านสำรับอาหาร

วิทยาลัยดุสิตธานีเปิดบ้านโชว์ความเป็นเลิศด้านวัฒนธรรมผ่านสำรับอาหาร

วิทยาลัยดุสิตธานีเปิดบ้านโชว์ความเป็นเลิศด้านวัฒนธรรมผ่านสำรับอาหาร

วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วิทยาลัยดุสิตธานี จัดงาน “Thai Culture Excellence: The Spirit of Dusit Thani College ความเป็นเลิศวัฒนธรรมไทย วิทยาลัยดุสิตธานี”  นำเสนอความเป็นเลิศด้าน “ความเป็นไทย” ผ่านเมนูอาหาร องค์ความรู้ และกิจกรรมน่าสนใจมากมาย โดยมีเชฟชื่อดัง รวมทั้งอาจารย์ บุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทย มาร่วมถ่ายทอดความรู้และแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อร่วมสืบสานความเป็นไทยผ่าน “อาหาร”

นับเนื่องตั้งแต่วิทยาลัยดุสิตธานี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2536 เอกลักษณ์หนึ่งซึ่งเป็นที่ประจักษ์ชัดของวิทยาลัยดุสิตธานีก็คือเรื่อง “ความเป็นไทย” ไม่ว่าจะด้านทักษะการให้บริการหรือศิลปะการประกอบอาหาร โดยนับเป็นการสืบทอดจิตวิญญาณด้านความเป็นไทยมาจาก โรงแรมดุสิตธานี โรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งแรกของประเทศไทย  ที่บ่มเพาะและปลูกฝังความเป็นเลิศในด้านความเป็นไทยมาจาก ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้ง ส่งผ่านพันธุกรรมดังกล่าวต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงทายาทรุ่นที่สามแล้วในปัจจุบัน

วิทยาลัยดุสิตธานี ในฐานะที่เป็นสถาบันการศึกษาในเครือ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดและปลูกฝังคุณค่าทางวัฒนธรรมไทย รวมทั้งการทำนุบำรุงเอกลักษณ์ไทยว่ามีความสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะในสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งบ่มเพาะความรู้ ทักษะ และจิตวิญญาณให้แก่เยาวชน ดังนั้น หมุดหมายในการรักษาวัฒนธรรมสำคัญของชาติดังเช่นเรื่อง “อาหารไทย” จึงเป็นสิ่งที่สถาบันการศึกษาควรปลูกฝังแก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ ผู้จะทำหน้าที่ รักษา สืบสาน และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้ทั่วโลกประจักษ์ต่อไป นั่นเป็นที่มาของการจัดงาน “Thai Culture Excellence: The Spirit of Dusit Thani College ความเป็นเลิศวัฒนธรรมไทย วิทยาลัยดุสิตธานี” อันเป็นการนำเสนอความเป็นเลิศด้าน “ความเป็นไทย” ผ่านเมนูอาหาร องค์ความรู้ และกิจกรรมน่าสนใจมากมาย

ภายในงานประกอบไปด้วยเสวนาในหัวข้อต่างๆ ที่ล้วนสะท้อนถึงความเป็นเลิศของอาหารไทย ได้แก่ เสวนาเรื่อง “รากวัฒนธรรมอาหารไทย กับการขับเคลื่อนอาหารผ่าน Thai Soft Power”  โดยได้รับเกียรติจากเชฟชุมพล แจ้งไพร ในฐานะเชฟระดับปรมาจารย์ของไทย มาขึ้นเวทีแสดงทัศนะร่วมกับ เชฟบิ๊ก-ภูริพรรษ ใจวีระวัฒนากุล ศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี ที่กำลังเป็นเชฟรุ่นใหม่ไฟแรง และ ดร.ณัฐนรี สมิตร อาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาโท วิทยาลัยดุสิตธานี ที่แสดงให้เห็นถึงทิศทางการใช้อาหารไทยเป็น Soft Power ผลักดันให้ประเทศเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติได้จริง พร้อมเปิดตัวหนังสือ “ตำรับอาหารไทยชาววัง” ซึ่งผ่านการค้นคว้าวิจัยโดยคณาจารย์วิทยาลัยดุสิตธานี จนปรากฏเป็นตำรับมาตรฐานอาหารชาววังที่รวบรวมอาหารคาว อาหารหวาน และผลไม้ที่ถูกเอ่ยถึงในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานในล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 2 รวมทั้งหนังสือ “สุขภาพดี วิถีสำหรับไทย” พร้อมฟังการพูดคุยเรื่องราวสารประโยชน์จากหนังสือดังกล่าว โดย ดร.ศิริพงศ์ รักใหม่, ผศ.ดร.นักรบ นาคสุวรรณ์, ดร.กรกต วีรเธียร, ชนะภพ วัณณโอฬาร และ ภักษ์ภัสสร สระฉันทพงษ์ พร้อมด้วยคณะอาจารย์ผู้ร่วมทำวิจัย

นอกจากนี้ ยังมีเสวนาในเรื่อง “อาหารไทยชาวดุสิตธานี กับการเปลี่ยนแปลงอาหารไทยในยุคปัจจุบัน” โดยมีผู้ร่วมเสวนาได้แก่ เชฟสุรศักดิ์ คงสวัสดิ์ ผู้มีประสบการณ์อันยาวนานในการทำอาหารไทยมากกว่า 20 ปี และอดีตหัวหน้าเชฟอาหารไทย ห้องอาหารเบญจรงค์ โรงแรมดุสิตธานีกรุงเทพฯ เชฟปิยะชาติ พุทธวงษ์ เชฟระดับมิชลินสตาร์ผู้เป็นศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี ตลอดจนอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทย อาจารย์ฤดีพันธ์ วรรธนะภัฏ และ อาจารย์พชร พิริยาพร ขณะเดียวกันก็มีการเปิดบูธขนมไทยและอาหารไทยที่หารับประทานได้ยากนานาชนิด โดยเฉพาะข้าวแช่ที่นอกจากจะมีมาให้ชิมกัน ยังมีการพูดคุยในเรื่อง “คุยเฟื่อง เรื่องข้าวแช่” โดยดวงฤทธิ์ แคล้วปลอดทุกข์, อาจารย์พงศ์อนันต์ ศิริแสงไพรวัลย์, ไพโรจน์ ประไพรักษ์ และอาจารย์ณัฐวุฒิ พรมจันทร์ อีกทั้ง เชฟจากัวร์-ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ ศิษย์เก่าระดับปริญญาโทวิทยาลัยดุสิตธานี ยังขนหนังสือตำราอาหารโบราณหายากมาให้ชมและอ่านกันด้วย

กล่าวได้ว่า การจัดงาน “Thai Culture Excellence: The Spirit of Dusit Thani College ความเป็นเลิศวัฒนธรรมไทย วิทยาลัยดุสิตธานี” ครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนความเป็นเลิศวัฒนธรรมไทยของวิทยาลัยแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสะท้อนและตอกย้ำให้คนไทยทุกคนหวงแหนวัฒนธรรมไทยที่เป็นมรดกอันล้ำค่าของชาติสืบไป