กรมชลฯ เดินหน้าจ้างแรงงานทะลุ 5 หมื่น หวังสร้างรายได้เสริมเกษตรกร

กรมชลฯ เดินหน้าจ้างแรงงานทะลุ 5 หมื่น หวังสร้างรายได้เสริมเกษตรกร

กรมชลฯ เดินหน้าจ้างแรงงานทะลุ 5 หมื่น หวังสร้างรายได้เสริมเกษตรกร

วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.15 น.

กรมชลประทาน เดินหน้าจ้างแรงงานชลประทาน ตามนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปัจจุบันยอดทะลุกว่า 50,000 คน หวังสร้างรายได้ทดแทนและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรและประชาชน

นายสุริยพล นุชองนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงความก้าวหน้าโครงการจ้างแรงงานชลประทาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศ ให้มีรายได้เสริมด้วยการจ้างแรงงานในระบบชลประทาน ในปีงบประมาณ 2568 โดยในปีนี้มีเป้าหมายการจ้างแรงงานกว่า 84,000 คน ระยะเวลา 12 เดือน (ตุลาคม 2567 – กันยายน 2568) ปัจจุบันมีการจ้างแรงงานทั่วประเทศไปแล้วกว่า 52,394 คน หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 61 ของแผนฯ จังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด 3 ลำดับ ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี 3,889 คน จังหวัดสกลนคร 3,186 คน และจังหวัดเชียงใหม่ 2,663 คน

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ยังคงเดินหน้ารับสมัครจ้างแรงงานอย่างต่อเนื่องให้ได้ตามเป้า 84,716 คน จึงขอเชิญชวนเกษตรกรหรือประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ โดยสามารถติดต่อสอบถามหรือสมัครได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือทางสายด่วนกรมชลประทาน 1460

อาดิดาส คว้าตัวสองคนไทยร่วมงานวิ่งระดับโลกที่สำนักงานใหญ่ในเยอรมนี

อาดิดาส คว้าตัวสองคนไทยร่วมงานวิ่งระดับโลกที่สำนักงานใหญ่ในเยอรมนี

อาดิดาส คว้าตัวสองคนไทยร่วมงานวิ่งระดับโลกที่สำนักงานใหญ่ในเยอรมนี

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อาดิดาส จัดงาน ADIZERO: ROAD TO RECORDS 2025 งานวิ่งที่รวมนักวิ่งระดับโลกของอาดิดาสกว่า 140 คน ที่มาร่วมประชันความเร็วเพื่อสร้างสถิติโลกครั้งใหม่ พร้อมเชิญ เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์ นักแสดงชาวไทยที่ชื่นชอบการวิ่ง และ สัญชัย นามเขต นักวิ่งมาราธอนทีมชาติไทย รวมถึงกัปตันและโค้ชจากทีม adidas Runners Bangkok เข้าร่วมการแข่งขันที่ สำนักงานใหญ่ของอาดิดาส ณ เมืองเฮอร์โซเกเนารัค ประเทศเยอรมนี เมื่อเร็วๆ นี้

งาน ADIZERO: ROAD TO RECORDS จัดขึ้นเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน โดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งต่อแรงบันดาลใจให้นักวิ่งทุกระดับออกไปวิ่งด้วยศักยภาพสูงสุดผ่านการทำลายสถิติโลกของบรรดานักวิ่งระดับอิลิทในปีที่ผ่านๆ มา และคอลเลคชันรองเท้าในตระกูล ADIZERO ที่ถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อให้นักวิ่งทุกคนสามารถสร้างสถิติในการวิ่งที่ดีที่สุดของตัวเองในสนามแข่งขัน โดยการแข่งขันจะถูกแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ระยะ 10 กิโลเสมตร สำหรับเหล่านักวิ่งระดับอิลิท จะมาจากการเชิญของอาดิดาส โกลบอล เท่านั้น และ 5K สำหรับบุคคลทั่วไป

ผลการแข่งขันในปีนี้ แอสเนส เอ็นเกทิช (Agnes Ngetich) สามารถสร้างสถิติโลกครั้งใหม่ในการแข่งขันระยะ 10 กิโลเมตร ประเภทนักวิ่งหญิง โดยทำเวลาไป 29:27 นาที ส่วนตัวแทนจากประเทศไทย สัญชัย นามเขต ทำเวลาไป 32:12 นาที และทางด้าน เต้ย-พงศกร ลงแข่งขันในระยะ 5 กิโลเมตร สำหรับบุคคลทั่วไป ทำเวลาไป 18:04 นาที

นอกเหนือจากการแข่งขัน ADIZERO: ROAD TO RECORDS แล้ว อาดิดาสยังได้จัดงาน adidas Runners Week 2025 ระหว่างวันที่ 24 – 26 เมษายน 2025 โดยเชิญกัปตัน โค้ช และนักวิ่งจาก adidas Runners ทุกเมืองทั่วโลกมาแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และแรงบันดาลใจในการวิ่ง เพื่อนำกลับไปต่อยอดและยกระดับประสบการณ์การวิ่งให้แก่ adidas Runners ทุกคนที่อยู่ในแต่ละเมืองทั่วโลก เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจ ความประทับใจ และความสนุกสนานในการวิ่งต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด

คอลเลคชัน ADIZERO: ROAD TO RECORDS มีวางจำหน่ายแล้วที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์, อาดิดาส แอปพลิเคชัน, อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ http://www.adidas.co.th และช่องทาง LINE: @adidasthailand

อสมท ตอกย้ำบทบาท ‘สื่อดี สังคมดี’ ปั้นคอนเทนต์ ‘MCOT ESG Insight’

อสมท ตอกย้ำบทบาท ‘สื่อดี สังคมดี’  ปั้นคอนเทนต์ ‘MCOT ESG Insight’

อสมท ตอกย้ำบทบาท ‘สื่อดี สังคมดี’ ปั้นคอนเทนต์ ‘MCOT ESG Insight’

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อสมท ชูบทบาทสื่อขับเคลื่อนสังคมดี ปั้นคอนเทนต์ “MCOT ESG Insight” สื่อกลางความยั่งยืนในทุกมิติ เข้าใจง่าย ทำได้จริง ปูพรมทุกแพลตฟอร์ม อสมท

ผาติยุทธ ใจสว่าง รักษาการในตำแหน่ง ผอ.ใหญ่ บมจ.อสมท

ผู้บริหารและพันธมิตร MCOT ESG Insight

ผาติยุทธ ใจสว่าง รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “อสมท ยังคงยืนหยัดหน้าที่ “สื่อมวลชน” มืออาชีพที่อยู่คู่สังคมไทยเสมอมา และพร้อมก้าวไปสู่บทบาทใหม่ในการร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืนโดยเมื่อปีที่ผ่านมา อสมท ประกาศเจตนารมณ์ที่จะขับเคลื่อนธุรกิจ สู่ “ความยั่งยืน” มุ่งเน้นถึงความรับผิด ชอบในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือที่เรียกว่า ESG  โดยเริ่มดำเนินงานตามแผนขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืนในเป้าหมายแรก  คือ การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ ด้วยการศึกษารูปแบบการลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน ภายใต้ชื่อ MCOT Energis พร้อมกับนำนวัตกรรมมาใช้ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการติดตั้ง Solar Rooftop ในอาคารสำนักงานและสถานีเครื่องส่งออกอากาศโทรทัศน์ ของ อสมท โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการใช้พลังงานในการผลิตและออกอากาศ และในปีนี้ อสมท พร้อมเดินหน้าจัดการความยั่งยืนในมิติด้านสังคมด้วยการพัฒนา Content  หรือเนื้อหาที่สร้างผลกระทบเชิงบวกทางสังคม เป็นสื่อกลางเพื่อสร้างความตระหนักรู้ประเด็นความยั่งยืนผ่านสื่อในเครือ อสมท ภายใต้ชื่อ MCOT ESG Insight ซึ่งจะเป็นที่รวบรวมและเผยแพร่เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ”

ผู้ประกาศสำนักข่าวไทย  และ คริสโตเฟอร์ ปชส.ร้าน APCD 60+Plus Bakery  & Chocolate Café

ตัวอย่าง ESG Insight รายการ ESG Spotlight

ESG Insight รายการ คุยอย่างเสือ, คิดก่อนคลิก และ ESG Spotlight

นุ้ย สุตา สุธีพิเชฐภัณฑ์ ผู้ประกาศข่าว อสมท ร่วมสื่อสารคอนเทนต์ MCOT ESG  Insight

ผาติยุทธ กล่าวต่อไปว่า “อสมท ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเพื่อสร้างความตระหนักรู้ประเด็นความยั่งยืน ผ่านสื่อในเครือ อสมท โดยผลิตคอนเทนต์ภายใต้ชื่อ  “MCOT ESG Insight” เผยแพร่คอนเทนต์เรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ผ่านช่องทางสื่อที่หลากหลาย เน้นแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้ง Youtube ,Facebook page  Instagram ,Tiktok และขยายไปสู่การผลิต content ร่วมกับช่องทางหลักของอสมท  อาทิ สำนักข่าวไทย สถานีวิทยุ FM 96.5 Thinking Radio,MCOT News FM 100.5, FM 95 ลูกทุ่งมหานคร และวิทยุภูมิภาค MCOT Radio Network โดยร่วมกับองค์กรพันธมิตร ผู้เชี่ยวชาญและคร่ำหวอดในวงการการบริหารธุรกิจและความยั่งยืน มาช่วยพัฒนาเนื้อหาของ MCOT ESG Insight ให้ตอบโจทย์และสื่อสารประเด็นด้านความยั่งยืนได้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย รายการ ESG Spotlight โดย อนันตชัย ยูรประถม ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน (SBDI) , รายการคิดก่อนคลิก โดย พลอากาศตรีอมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)  และรายการคุยอย่างเสือ โดย สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล อดีตผู้อำนวยการสถาบันเพิ่มผลผลิต แห่งชาติ โดยมี นุ้ย-สุตา สุธีพิเชฐภัณฑ์ ผู้ประกาศข่าว อสมท และพิธีกรรายการนาทีลงทุน ช่อง 9 กด 30 ร่วมสื่อสารคอนเทนต์ MCOT ESG  Insight และภายในปีนี้พร้อมต่อยอดประเด็นด้านความยั่งยืนจากคอนเทนต์ไปสู่ความร่วมมือพัฒนาหลักสูตรอบรมด้านการสื่อสารความยั่งยืน สำหรับบุคคลหรือหน่วยงาน ที่มุ่งเน้นประเด็นเฉพาะด้าน ตรงจุดและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง”

MCOT Energis ศึกษานวัตกรรมมาใช้ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

กิจกรรม Let’s Talk คุยกันนะ พื้นที่ฮีลใจกับนักจิตวิทยามืออาชีพ

กิจกรรม เช็คดวง  กับ “หมอไก่” The Star Tarot หมอดูออทิสติกหนึ่งเดียวในโลก

ด้านการเชื่อมโยงแนวทาง ESG เข้าสู่การปฏิบัติได้จริงของพนักงาน  ผาติยุทธ กล่าวว่า “จากเป้าหมายการดำเนินงานด้านความยั่งยืนใน 3 ด้านหลัก ที่ อสมท ยึดมั่นมาโดยตลอด คือ การจัดการความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม (E–Environment & Climate Mitigation),การจัดการความยั่งยืนในด้านสังคม (S – Social Impact Contribution) และการจัดการความยั่งยืนในมิติด้านการกำกับดูแลอย่างมีธรรมาภิบาล (G – Good Governance for sustainable Growth) ที่กล่าวมานี้ ได้เชื่อมโยงไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้ทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วม และสร้างคุณค่าในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน ผ่านภารกิจหลักขององค์กร และส่งมอบ “คุณค่าร่วม” ไปยังผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม” อาทิ การเปิดพื้นที่โอกาสสร้างงาน สร้างอาชีพให้คนกลุ่มพิเศษ จากโครงการ HR MCOT Care & Share, โครงการ MCOT Cares : ฃ.ขวด ขอเทิร์น แยกขวดพลาสติก เข้าสู่ระบบรีไซเคิล, โครงการ MCOT Cares : Paper-Cycle แยก แลก ใหม่ รวบรวมกระดาษเก่าและกระดาษเหลือใช้ในสำนักงาน  ส่งมอบไปรีไซเคิล และโครงการ Care The Bear ส่งเสริมการจัดอีเวนต์อย่างเป็นมิตรกับโลก ลดปริมาณคาร์บอนฟุตปรินท์จากการจัดกิจกรรมเลือกใช้, วัสดุตกแต่งที่นำกลับ มาใช้ใหม่ได้ โดยผ้าใบไวนิลงาน Nine Entertain Awards นำมาผลิตเป็นกระเป๋าใบใหม่ ด้วยฝีมือของคนไร้ที่พึ่ง ในสถานคุ้ม

กิจกรรมนวดนี้มีความหมาย  นวดอโรม่า ผ่อนคลายร่างกายโดยผู้พิการทางสายตา

กิจกรรม ECO Charms Workshop เปลี่ยนขยะเป็นเครื่องประดับสุด Cute

การออกร้าน APCD 60+Plus Bakery  & Chocolate Café

บูธ Behind The Trap จากศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์

บรรยากาศในงาน ESG เข้าใจง่าย ทำได้จริง

ครองคนไร้ที่พึ่ง นนทบุรี รวมถึงภารกิจด้านการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอม ข้อมูลเท็จ และภัยไซเบอร์ ของศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ฯลฯสำหรับการจัดงาน ESG for Life เข้าใจง่าย ทำได้จริง ในวันนี้ อสมท ภายในงานยังได้นำเสนอการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ของ อสมท ในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งการให้ความสำคัญกับความหลากหลายของคนในสังคมและส่งเสริมการเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม ด้วยการเปิดพื้นที่ให้พนักงานได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนและแบ่งปันเพื่อสังคมด้วยกิจกรรม Let’s Talk คุยกันนะ : พื้นที่ฮีลใจกับนักจิตวิทยามืออาชีพ  เช็คดวง : กับ “หมอไก่” The Star Tarot หมอดูออทิสติกหนึ่งเดียวในโลก , ร้านสินค้ามือสอง จากมูลนิธิกระจกเงา,  ECO Charms : Workshop เปลี่ยนขยะเป็นเครื่องประดับสุด Cute, กิจกรรมนวดนี้มีความหมาย : นวดอโรม่า ผ่อนคลายร่างกาย โดยผู้พิการทางสายตา และร้าน APCD 60+Plus Bakery  & Chocolate Café

DNA จิตอาสาซีพีเอฟ ดูแลและเคียงข้างชุมชน

DNA จิตอาสาซีพีเอฟ ดูแลและเคียงข้างชุมชน

DNA จิตอาสาซีพีเอฟ ดูแลและเคียงข้างชุมชน

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในยุคที่ธุรกิจไม่ได้วัดเพียงแค่ผลกำไร แต่ยังต้องขับเคลื่อนควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม องค์กรชั้นนำทั่วโลกต่างมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนใกล้เคียง สำหรับ “ซีพีเอฟ” แนวคิดนี้ไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ แต่เป็น DNA ขององค์กรที่ฝังลึกลงในจิตสำนึกของพนักงานทุกระดับ

เคียงข้างชุมชน สร้างสุขภาวะที่ดี ภาพของพนักงานซีพีเอฟที่ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนชุมชน ดูแลผู้สูงวัย มอบอาหารให้ผู้ด้อยโอกาสหรือร่วมกันจัดกิจกรรมสุขภาพ กลายเป็นภาพที่พบเห็นได้เสมอ นี่ไม่ใช่เพียงโครงการ CSR ทั่วไป แต่เป็นพันธกิจที่พนักงานจิตอาสาซีพีเอฟทำด้วยหัวใจ ด้วยความเชื่อว่าการพัฒนาธุรกิจต้องเดินหน้าไปพร้อมกับการพัฒนาสังคม

หนึ่งในกิจกรรมของจิตอาสาซีพีเอฟที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง คือ “หน่วยสุขภาพเคลื่อนที่” (Health Station) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของพนักงาน โรงงานผลิตอาหารสัตว์ศรีสะเกษ และโรงงานผลิตอาหารสัตว์กบินทร์บุรี โดยธุรกิจสุกรของซีพีเอฟร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ด้วยแนวคิดที่ว่า “สุขภาพที่ดี คือพื้นฐานของความสุข” พวกเขาลงพื้นที่ตรวจสุขภาพเบื้องต้นให้ชาวบ้าน รวมถึงให้คำแนะนำด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนในชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลจากสถานพยาบาล ได้มีโอกาสตรวจเช็คสุขภาพร่างกายของตัวเองจากกิจกรรมนี้

จากสุขภาพ สู่การสร้างความมั่นคงทางอาหาร… โครงการต่างๆ ที่พนักงานจิตอาสาซีพีเอฟริเริ่ม ไม่ได้หยุดเพียงการดูแลสุขภาพ แต่ยังขยายไปสู่การสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชน ตัวอย่างเช่น “โครงการผักสวนครัวสู่ผู้สูงวัย” ซึ่งเริ่มต้นจากโรงงานผลิตอาหารสัตว์บกท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากเป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้ออกกำลังกายเบาๆ ผ่านการปลูกผักสวนครัวแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและสร้างระบบแบ่งปันภายในชุมชน

ความมุ่งมั่นที่ไม่สิ้นสุด… ไม่ว่าจะเป็นฟาร์มสุกร ฟาร์มไก่ไข่ โรงงานผลิตอาหารสัตว์ หรือโรงงานแปรรูป ทุกที่ล้วนมีพนักงานจิต  อาสาที่คอยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับชุมชน ความตั้งใจนี้ไม่ใช่เพียงการให้ แต่เป็นการเติบโตไปพร้อมกัน เพราะสำหรับ ซีพีเอฟ การพัฒนาอย่างยั่งยืนไม่ได้หมายถึงแค่ธุรกิจที่แข็งแกร่ง แต่ต้องหมายถึงสังคมที่เข้มแข็งไปพร้อมกันด้วย

ทั้งหมดนี้ คือ DNA ที่พนักงานทุกคนในองค์กรถูกปลูกฝัง และสะท้อนผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม จากความตั้งใจจริงและพร้อมเคียงข้างสังคมไทย เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลง พัฒนาความเป็นอยู่ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกคนอย่างยั่งยืน

ไทยเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการนานาชาติวางรากฐานอนาคตจริยธรรม AI

ไทยเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการนานาชาติวางรากฐานอนาคตจริยธรรม AI

ไทยเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการนานาชาติวางรากฐานอนาคตจริยธรรม AI

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เร่งเดินหน้าการเป็นเจ้าภาพหลัก สำหรับประเทศไทยในการร่วมจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ “The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–27 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ภายใต้การนำของ 3 กระทรวงใหญ่ของไทย อย่าง กระทรวง ดีอี, กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ที่ผนึกกำลังร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้นำและผู้แทนจากประเทศต่างๆ ผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนนักวิชาการจาก 194 ประเทศสมาชิก UNESCO มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง แชร์ความรู้ และข้อมูลสำคัญ ตลอดจนวิสัยทัศน์ ที่นำไปสู่การวางรากฐานอนาคตจริยธรรม AI ที่โปร่งใสเป็นธรรม เคารพสิทธิมนุษยชนสอดคล้องตามมาตรฐานสากล ‘UNESCO Recommendation on the Ethics of AI’ สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน เพื่อให้การพัฒนา AI เป็นไปในทิศทางที่รับผิดชอบต่อสังคมโลกอย่างแท้จริง

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) 

การประชุมนี้มีไฮไลท์ของการหารือระดับนโยบายที่สำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็น สิทธิมนุษยชนกับการสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมกับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลในยุคดิจิทัล, ธรรมาภิบาล AI มาตรฐานและแนวปฏิบัติที่โปร่งใส ตรวจสอบได้และรับผิดชอบ, AI กับอนาคตการศึกษา สู่การเปลี่ยนแปลงแห่งการเรียนรู้ ที่เพิ่มโอกาส,  การขับเคลื่อนนวัตกรรม AI และการลดความเหลื่อมล้ำ, AI และอนาคตของแรงงาน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน เป็นต้น

“ประเทศไทยเราไม่เพียงพร้อมในฐานะเจ้าภาพจัดงาน แต่เราพร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านจริยธรรม AI ไปพร้อมประชาคมโลก และร่วมแสดงศักยภาพผ่านบทบาทเชิงรุกในการขับเคลื่อนจริยธรรมและนโยบายการกำกับดูแล AI ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ตลอดจนทิศทางการขับเคลื่อนโครงการ AI Governance Practice Center ศูนย์กลางพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI Governance แห่งแรกของเอเชียแปซิฟิก ที่มุ่งส่งเสริมความร่วมมือระดับนานาชาติ เร่งพัฒนาแนวทางและมาตรฐานด้าน AI ที่สอดคล้องกับหลักจริยธรรมและธรรมาภิบาล ตามแนวทาง UNESCO ต่อนานาประเทศ” นายประเสริฐ กล่าว

พร้อมกันนี้ผู้เข้าร่วมประชุมงาน ยังจะได้สัมผัสและเรียนรู้ความงดงามของวัฒนธรรมไทยอย่างใกล้ชิด ทั้งการดื่มด่ำกับความยิ่งใหญ่ของเมืองมรดกโลก การแสดงศิลปะแห่งจิตวิญญาณไทย พร้อมเปิดประสบการณ์กับวิถีชีวิตที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ซึ่งไม่เพียงแต่สะท้อนอัตลักษณ์ของประเทศไทยอย่างภาคภูมิ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงพลัง Soft Power ของประเทศสู่สายตานานาชาติที่จะต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ในอนาคต

นอกจากกิจกรรมข้างต้น งานนี้ยังมี Side Event ที่น่าสนใจ เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วมที่นอกเหนือจากการประชุมวิชาการที่จัดขึ้น ทั้งจากสถาบันการศึกษา นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญที่สนใจ ผ่านกิจกรรมต่างๆ กับ “Bangkok AI Week 2025” ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรม AI Pitching จากสถาบันการศึกษา อย่าง การแข่งขัน  Beyond Green AI for a Thriving Future Pitch Competition จาก AI Engineering Institute (AIEI) และ CMKL University รวมถึง กิจกรรม Call for Papers – UNESCO Global Forum on Ethics of AI 2025 จากมหาวิทยาลัยบูรพา ที่เปิดพื้นที่ให้นักวิชาการ ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญ ร่วมส่งบทความด้านจริยธรรม ธรรมาภิบาล และความยั่งยืนที่เชื่อมโยงกับ AI เพื่อร่วมนำเสนอและอภิปรายผ่าน Side Event ที่จัดขึ้น สู่การร่วมสร้าง ‘แลนมาร์กทางด้านจริยธรรมและนโยบาย AI’ ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ไปด้วยกัน

ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการประชุมนานาชาติ  The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 เพิ่มเติมได้ที่ https://www.globalforumethicsai.com/   หรือเพจเฟซบุ๊ก ETDA Thailand

คุณแหน : 3 พฤษภาคม 2568

คุณแหน : 3 พฤษภาคม 2568

คุณแหน : 3 พฤษภาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll เริ่มต้นเดือนพฤษภาคม ขอเชิญ ผู้ที่เกิดเดือนนี้ ร่วมกันสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ในเดือนเกิด ด้วยการร่วมเป็นเจ้าภาพ ทอดผ้าป่ามหากุศล รายได้เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ | อาคาร 88 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ 3 ก.ค.7.00 น. ณ ห้องประชุมสถาพร กวิตานนท์ 1 ชั้น 3 อาคารบริการ…ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคได้ในบัญชี ธนาคารกรุงเทพ สาขามธ.-รังสิต เลขบัญชี 091-0-20188-8 หรือที่ LINE @tuh_donation ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า โทรสอบถามได้ที่ 02-926-9432 , 06-5054-2565…ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ…

ll ขอแสดงความยินดี ในโอกาสที่ คณะนักร้องประสานเสียง Wattana Girls’ Chorus ได้รับ 3 รางวัล 2 เหรียญทอง และ Special prize ประเภท Children’s Choir up to 16 years ,ประเภท Folksong a cappella และ Special prize จากการเข้าร่วมการแข่งขัน The 17th International Festival Slovakia Cantat 2025, Bratislava Republic of Slovak and Vienna Austria ระหว่าง 22-29 เม.ย. ณ เมืองบราติสลาวา ประเทศสโลวาเกีย…ลานทิพย์ ทวาทศิน ผู้จัดการโรงเรียนบอกกล่าวมา…

ll ยินดีกับ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ได้เป็นประธานบอร์ดขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกตาม มติครม.เมื่อ 22 เม.ย.ที่ผ่าน…

ll ดีใจกับ สุรีย์ นาคดิษฐ์ สุภาพสตรีวัย 80 ปี ข้าราชการเก่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ฯ ที่ได้รับรางวัลผู้สูงอายุดีเด่นระดับประเทศ จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)เมื่อเร็วๆนี้ …

ll ลาออกจากราชการ เป็นอาจารย์ที่ม.เกษตรศาสตร์ ดร.ทัศนีย์ บุญประคอง มาสมัคร เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ที่จ.พระนครศรีอยุธยา…ยากง่ายอย่างไร อีกไม่นานคงได้รู้กัน…

ll อดีตนักการเมืองคนดัง นครปฐม ไชยยศ สะสมทรัพย์ คู่ชีวิตของ ชลชินี(เตชะไพบูลย์)รับฟังธรรมะจาก อาจารย์ สุจินต์ บริหารวนเขตต์ เป็นประจำ ฟังวันละหลายรอบ ด้วยความชื่นชมเป็นที่ยิ่ง…

ll เพราะนิ้วต้องโดนถอดเล็บ ด้วยเหตุเป็นหนอง ศิริพร จันทรางศุ เกิดจากมือปะทะกับเล็บแหลมคมของแมวที่บ้าน ช่วงนี้จึงเป็น “คุณผู้หญิง”มี”คุณผู้ชาย” ช่วยเตรียมวัตถุดิบทำอาหารให้ พร้อมพาตระเวนไปกินอาหารอร่อยๆ หลายย่าน… “คุณผู้หญิง”จึงถือโอกาสได้พักมือ แต่มิได้พักท้องแต่อย่างใด…

ll ประกาศถึงผู้นิยมกินข้าวแช่…ยามนี้ครัวนวลน้อยของ อุทุมพร โอสถานุเคราะห์ ทำข้าวแช่ออกจำหน่าย ในทุกสัปดาห์ตลอดเดือน พ.ค. จำหน่ายเฉพาะวันจันทร์กับวันอาทิตย์เท่านั้น…

ll งานฉลองสมรสของ ศิริพงศ์ ศิริวิวัฒน์เจริญ บุตรชายของประธานโรงแรม Loft Bangkok Hotel กับเจ้าสาว พิมพ์ชนก แสงเพ็ญพราว จัดที่โรงแรม Loft Bangkok Hotel ประตูน้ำ 9 พ.ค.11.00 น.…

ll กำหนดพระราชทานเพลิงศพ คุณแม่จินดา ยั่งยืน มารดาของ พิมลพรรณ กาญจนกุญชร สิงห์ดำ จุฬาฯรุ่น 21 วันที่ 3 พ.ค.16.00 น.ณ เมรุ 1 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน…

ll ปลาบปลื้มไปกับครอบครัว เมื่อ น้องเทมส์- ฑีฆรี บุตรสาว รมว.พม.วราวุธ ศิลปอาชา เรียนจบปริญญาตรี ได้เกียรตินิยมBachelor of Science Digital Communication& Media จากNortheastern University สหรัฐอเมริกา  มีคุณพ่อ-คุณแม่ไปร่วมยินดีด้วย…ข่าวว่า กว่าจะได้รับปริญญาใบนี้ แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา…แต่ก็คุ้มค่าที่ทำให้บุพการีภาคภูมิใจ !!…

บารอนเนส

นายกสภาจุฬาฯ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง ‘แนวทางการสร้างเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนในเมียนมาร์’

นายกสภาจุฬาฯ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง 'แนวทางการสร้างเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนในเมียนมาร์'

นายกสภาจุฬาฯ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง ‘แนวทางการสร้างเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนในเมียนมาร์’

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 20.52 น.

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับเกียรติเชิญกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “แนวทางการสร้างเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนในเมียนมาร์” (Myanmar 2025: The Prospects for Sustainable Peace) ภายใต้หัวข้อท่าทีของภูมิภาคและนานาชาติต่อสถานการณ์ในเมียนมาร์ (Regional and global responses to the crisis in Myanmar) ซึ่งจัดโดยศูนย์วิจัยเมียนมาร์ (Myanmar Research Centre) มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (Australian National University: ANU) โดยความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศและการค้าของเครือรัฐออสเตรเลีย ณ กรุงแคนเบอร์รา เครือรัฐออสเตรเลีย

สภากาชาดไทย แปรขยะเป็นประโยชน์ สร้างคุณค่า สู่โลกยั่งยืน

สภากาชาดไทย แปรขยะเป็นประโยชน์ สร้างคุณค่า สู่โลกยั่งยืน

สภากาชาดไทย แปรขยะเป็นประโยชน์ สร้างคุณค่า สู่โลกยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.04 น.

สภากาชาดไทย สานต่อโครงการ “กาชาดสีเขียว” อย่างต่อเนื่อง โดยงานกาชาดประจำปี 2567 ที่ผ่านมา มีการนำขยะที่รวบรวมได้กว่า 320 ตัน ไปบริหารจัดการอย่างถูกวิธี อาทิ ขยะเศษอาหาร เก็บรวบรวมและประสานเกษตรกรนำไปเลี้ยงสัตว์ หมักทำปุ๋ย หรือใช้ประโยชน์อื่นๆ และมีขยะพลาสติกบางส่วน ขยะซองวิบวับ เช่น ซองบรรจุเครื่องปรุง ซองกาแฟ หรือซองบรรจุอาหาร มารีใซเคิลแปรรูปจากขยะ 100%  เป็นโต๊ะ เก้าอี้ จำนวน 2 ชุด เพื่อมอบให้กรุงเทพมหานครเป็นสาธารณประโยชน์ในสวนลุมพินี ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานกาชาดและเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือร่วมใจระหว่างสภากาชาดไทย ประชาชน และหน่วยงานอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกันผลักดันให้ ‘งานกาชาด’ ให้เป็นมหกรรมรื่นเริงเพื่อการกุศลที่สามารถส่งมอบคุณค่าสู่สังคมได้ครบทุกมิติ

โต๊ะ เก้าอี้ จากขยะทั้ง 2 ชุดนี้ ไม่แต่เพียงสร้างคุณค่า เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน แต่ยังเพื่อให้เห็นเป็นเชิงประจักษ์ว่าหากมีการคัดแยกขยะที่ถูกต้องก็สามารถแปรรูปขยะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อใช้ประโยชน์ได้

สำหรับค่าใช้จ่ายในการผลิตชุดโต๊ะและเก้าอี้ จำนวน 2 ชุด ประกอบด้วย เก้าอี้ 8 ตัว และโต๊ะ2 ตัว รวมเป็นเงินจำนวน 75,970 บาท คือ ค่าใช้จ่ายที่ครอบคลุมทุกกระบวนการผลิต อาทิ การคัดแยกวัสดุรีไซเคิล การทำความสะอาด การหลอม และขึ้นรูปโครงสร้างใหม่ที่สามารถใช้ในการผลิตครั้งต่อไปได้ รวมถึงค่าขนส่ง และการควบคุมคุณภาพที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้มั่นใจในความทนทาน ความปลอดภัย เหมาะสมต่อการใช้งานในพื้นที่สาธารณะ

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการผลิตทั้งหมด สภากาชาดไทย ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและตอบรับเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งปัจจุบัน โต๊ะและเก้าอี้เหล่านี้ได้ตั้งอยู่บริเวณสวนลุมพินี เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้นั่งพักผ่อนและเพื่อเป็นสาธา รณประโยชน์ด้านอื่นๆ ภายในสวนฯ นอกจากนี้ สภากาชาดไทย ยังมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนองค์กรให้เป็น “องค์กรสีเขียว” โดยให้ความสำ คัญ กับการมีส่วนร่วมในการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิกฤตการณ์ เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืนผ่านรูปแบบกิจกรรม และการรณรงค์ด้านการประหยัดพลังงาน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่านความร่วมมือของคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่บุคลากรภายในทุกหน่วยงานอีกด้วย

040

Marvis Thailand เปิดเซตแฟชั่นสุดคูลฉลอง 10 ปี ดึง 10 คนดังจากหลากหลายแวดวงโชว์รอยยิ้มสดใส

Marvis Thailand เปิดเซตแฟชั่นสุดคูลฉลอง 10 ปี ดึง 10 คนดังจากหลากหลายแวดวงโชว์รอยยิ้มสดใส

Marvis Thailand เปิดเซตแฟชั่นสุดคูลฉลอง 10 ปี ดึง 10 คนดังจากหลากหลายแวดวงโชว์รอยยิ้มสดใส

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มาร์วิส (Marvis) ยาสีฟันมินต์ (Piperita) จากอิตาลี ที่เก่าแก่มากกว่า 60 ปี ด้วยคุณภาพพรีเมียม ที่เย็นสดชื่น ช่วยให้ลมหายใจเฟรชยาวนานและหอมมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร  ซึ่งได้รับความนิยมไปทั่วโลก ตั้งแต่ปารีส ลอนดอน นิวยอร์ก ฮ่องกง และอื่น ๆ อีกมาก รวมถึงในประเทศไทย ฉลองครบรอบ 10 ปี ของ มาร์วิส ไทยแลนด์ (Marvis Thailand) ชวน 10 คนดังจากหลากหลายวงการ มาร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จกับเชตแฟชันสุดพิเศษ “Marvis Thailand 10th Anniversary” พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่ 11 ด้วยรอยยิ้มที่สดใสอย่างสนุกสนาน

อิสริยะ คูหาเปรมกิจ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ (Founder & Business Development Director) บริษัท เพรสทีจ ซีเลคชั่น จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Marvis ในประเทศไทย กล่าวว่า ย้อนกลับไปในปี 2015 ยาสีฟันแบรนด์ มาร์วิส (Marvis) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ณ เวลานั้น ตลาดยาสีฟันในไทยส่วนใหญ่ล้วนเป็นแบรนด์ที่มีจุดขายเหมือน ๆ กันหมด ในขณะที่แบรนด์ มาร์วิส (Marvis) มองว่า ต้องไม่ใช่มีแค่คุณสมบัติทำความสะอาดช่องปากและฟันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างสุนทรียภาพบางอย่างให้กับผู้บริโภคได้ รวมถึงเรื่องที่สะดุดตาก็คือ แพ็กเกจจิงสวยดีไซน์เก๋ ตั้งแต่กล่องไปจนถึงฝาหลอด หรืออาจเรียกได้ว่า มาร์วิส (Marvis) เป็นยาสีฟันไม่กี่แบรนด์ที่ทำให้ทุกคนสนุกกับการโพสต์รูปหลอดยาสีฟัน และด้วยความพิถีพิถันเอาใจใส่สไตล์แบรนด์ มาร์วิส (Marvis) ยังเชื่อว่า ยาสีฟันต้องเติมเต็ม นาทีของการแปรงฟันให้มีความสุขได้ด้วย ภายใต้แนวคิดที่ว่า “Fulfill A Moment Of Pure Pleasure”

ยาสีฟันแบรนด์ มาร์วิส (Marvis)  พร้อมฉลองความสำเร็จครบรอบ 10 ปี ของ มาร์วิส ไทยแลนด์ (Marvis Thailand) ที่ครั้งนี้อยากส่งต่อรอยยิ้มสดใสในหลากหลายสไตล์ ซึ่งได้รับเกียรติจากแฟน ๆ ตัวยงที่เป็นคนดังจากหลากหลายวงการ รวม 10 คน มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว Marvis Moment กับเชตแฟชันสุดพิเศษ “Marvis Thailand 10th Anniversary” เพื่อบอกต่อช่วงเวลาอันแสนพิเศษของแต่ละท่านในแบบฉบับของตัวเอง เพราะ มาร์วิส (Marvis) เชื่อว่าความสำเร็จเริ่มต้นจากความมั่นใจและมีสุขภาพปากที่ดี ได้แก่ ตู่-ภพธร สุนทรญาณกิจ ศิลปินและนักร้องมิว-นิษฐา คูหาเปรมกิจ ดารานักแสดงวุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์ วีเจและนักแสดง สาวสวยผู้มากความสามารถจินนี่ เอมษิกา อดีตศิลปินค่ายกามิกาเซ่ ทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และเจ้าของคฤหาสน์เวอร์ซาเช่มะลิ โคทส์ นางแบบผู้คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นเมย์ กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ เจ้าของ After You, ครูปาน-สมนึก คลังนอก ศิลปินวาดภาพแนวพอร์ตเทรตที่ขายดีทั่วโลกแอฟ-เบญจพล สุขม่วง ช่างภาพและอินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยว เพจ EFF ก่อนเข่าฉันสึกเลียม จอน วอร์ด นายแบบลูกครึ่งไทย-อังกฤษ และ จอห์น ลิซคาโน่ โค้ชด้าน Handstand & Mobility ที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราว Marvis Moment ซึ่งครองใจผู้บริโภคมายาวนานกว่า 60 ปี  

ผู้ที่สนใจ สามารถเข้าไปชมเชตแฟชันสุดพิเศษของเหล่าเซเลบริตี้ในคอนเซ็ปต์ “Marvis Thailand 10th Anniversary” ได้ทั้ง เฟซบุ๊กเพจ Marvis Thailand และอินสตาแกรม Marvis Thailand นอกจากนี้ ยังสามารถหาซื้อยาสีฟัน Marvis (มาร์วิสได้ที่ Line Official : @marvisthailand หรือ Official Online Store ทาง Shopee, Lazada และซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้านท่าน (Tops, Gourmet Market, Villa Market) รวมถึงบิวตี้สโตร์ชั้นนำอย่าง EVEANDBOY และ KIS Beauty

สยามพารากอน เปิดประสบการณ์สุดพิเศษกับฤดูผลไม้เมืองร้อน ‘ที่สุดของผลไม้ไทย’ จากทั่วประเทศ จัดเต็มทุเรียนหายาก 40 สายพันธุ์

สยามพารากอน เปิดประสบการณ์สุดพิเศษกับฤดูผลไม้เมืองร้อน ‘ที่สุดของผลไม้ไทย’ จากทั่วประเทศ จัดเต็มทุเรียนหายาก 40 สายพันธุ์

สยามพารากอน เปิดประสบการณ์สุดพิเศษกับฤดูผลไม้เมืองร้อน ‘ที่สุดของผลไม้ไทย’ จากทั่วประเทศ จัดเต็มทุเรียนหายาก 40 สายพันธุ์

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สยามพารากอน ผนึกกำลัง กูร์เมต์ มาร์เก็ต พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส และ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ชวนเปิดประสบการณ์สุดพิเศษในช่วงฤดูผลไม้เมืองร้อน กับงาน “SIAM PARAGON TROPICAL FRUIT PARADE 2025” (สยามพารากอน ทรอปิคอล ฟรุ้ต พาเหรด 2025)  เทศกาลที่รวบรวม “ที่สุดของผลไม้ไทย” จากทั่วประเทศ พร้อมไฮไลท์ “บุฟเฟต์ทุเรียน” 11 วัน 77 รอบ และจำหน่ายทุเรียนพันธุ์หายากหลากหลายสายพันธุ์ นอกจากนี้ ยังมีผลไม้สด ผลไม้แปรรูป ส่งตรงจากผู้ผลิตและเกษตรกรกว่า 78  แหล่งทั่วประเทศ รวมถึงเมนูสร้างสรรค์ต่างๆ ที่จะสร้างสีสันและความสุขให้กับนักชิมและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ตั้งแต่วันนี้ถึง  5 พฤษภาคม 2568 ณ พาร์ค พารากอน ชั้น สยามพารากอน

1 ปีมีเพียง 1 ครั้งเท่านั้น กับไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอย  บุฟเฟ่ต์ทุเรียนรที่คัดสรรทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ชั้นดี ทั้งพันธุ์ยอดนิยมอย่าง หมอนทอง, พวงมณี, นวลทองจันทร์, ชะนีไข่, ก้านยาว และมีการเสิร์ฟสุดพิเศษกับทุเรียนที่มีการหมุนเวียนในแต่ละรอบทุกวัน อาทิ มูซานคิง, โอฉี, ชะนีเกาะช้าง, ทองลินจง,หลงลับแล,กบชายน้ำ,กบพิกุล และเฟรนช์ฟรายส์ทุเรียน  ที่เปิดโอกาสให้ได้ลิ้มลองแบบ “ 1 คนต่อหนึ่ง 1 ชิ้น” 

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีเมนูทุเรียนสร้างสรรค์มากมาย เช่น ลาซานญ่าทุเรียน, คัสตาร์ดทุเรียน, ข้าวเหนียวทุเรียน, และ ไอศกรีมทุเรียนแบบโฮมเมด ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสรสชาติทุเรียนในรูปแบบใหม่อย่างไม่เคยมีมาก่อน บุฟเฟ่ต์เปิดให้บริการวันละ 7 รอบ (รอบละ 60 นาที)  ราคาบัตรเพียง 899 บาท (จากราคาปกติ 990 บาท) พร้อมโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะวันที่ 28-30 เมษายน สำหรับรอบเช้า เพียง 869 บาท พิเศษสำหรับสมาชิก M Card และ ONESIAM SUPER APP  ซื้อบัตรได้ในราคา 899 บาท

นอกจากบุฟเฟต์ทุเรียนแล้ว ในงานยังรวบรวมทุเรียนมากที่สุดกว่า 40 สายพันธุ์จากแหล่งต่างๆ ทั่วประเทศให้ได้ลิ้มลองรสชาติและเลือกซื้อกลับบ้าน อาทิ  ทุเรียนชะนีดำ  ทุเรียนสไบทอง  ทุเรียนก้านยาวโบราณ ทุเรียนทองบางสะพาน ทุเรียนหมอนทองเมืองนนท์ ทุเรียนพานพระศรี ทุเรียนกบพิกุล/กบสุวรรณ ทุเรียนพันธุ์มูซังคิงเกรดพรีเมียม ทุเรียนพันธุ์โอวฉี (หนามดำ) เนื้อสีจำปา (สีส้มเข้ม) ทุเรียนหลงลับแล ทุเรียนจากแหล่งดังต่างๆ อาทิ ทุเรียนพันธุ์นวลทองจันทร์ ,ชะนีเกาะช้าง, ทุเรียนน้ำกร่อย, ทุเรียนพันธุ์ทองคำลุงสมวงค์, ทุเรียนพันธุ์นกขมิ้นที่หารับประทานยาก , ทุเรียนภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็น หมอนทอง , ก้านยาว, จันทบุรี 1-7, จันทบุรี 10, ทองย้อยฉัตร, พวงมณี, กบสุวรรณ, นกหยิบ, ทองหลินจง, หลงลับแล, ประตูจัน 47, ปองคุณ, ทองยายอาม, เพชรสมุทร, กบพิกุล,ทองคำ, กบหน้าศาล เป็นต้น

ภายในงานยังแบ่งพื้นที่โซนจำหน่ายผลไม้สดและผลไม้แปรรูปจากเกษตรกรและผู้ผลิตโดยตรง ภายใต้แนวคิด “จากสวนถึงมือคุณ” พบกับผลไม้พรีเมียม อาทิ มังคุด 100 ปี จากสวนเก่ากว่า 100 ปี จ.จันทบุรี, เมล่อนสายพันธุ์ไดโนล่อน, ส้มโอทับทิมสยาม จ.นครศรีธรรมราช,  ขนุนหายากจาก จ.ปราจีนบุรี ได้แก่ ขนุนทองมาเลย์  ขนุนอีถ่อ และผลไม้ GI อีกหลากหลายชนิด  อีกทั้ง ยังจำหน่ายสินค้าพื้นบ้าน เช่น ของดีเมืองเพชรบุรี อาทิ น้ำตาลโตนดแท้ GI, ขนมหม้อแกงสูตรดั้งเดิม, มะนาวแป้นรำไพ, ผลิตภัณฑ์จากอ่าวน้อย เมืองสามอ่าว ได้แก่ ปลาอินทรีแดดเดียว, ชิฟฟอนมะพร้าวลาวา, ไอติมหลอดมะพร้าว รวมถึง สินค้าแปรรูปจากชุมชนทั่วไทย เช่น มะม่วงกวน 3 รส, ทุเรียนฟรีซดราย, ข้าวโพดคลุกเนย เป็นต้น

พิเศษสุดกับนาทีทอง 3 ช่วงเวลา ได้แก่ 12.00 น., 14.00 น. และ 18.00 น.   ตลอดทุกวันของการจัดงานสามารถซื้อผลไม้แบบ 1 แถม 1 รวมถึงผลไม้ราคาพิเศษที่คัดเฉพาะสวนโดยตรงมาเพื่อเอาใจเหล่าผู้ชื่นชอบผลไม้ไทยให้ได้ช้อปฯ ผลไม้คุณภาพเยี่ยมด้วยราคาสบายกระเป๋า ที่มีเพียงงานนี้เท่านั้น