คุย‘ฮุน มาเนต’แล้ว! ‘นายกฯ’ยันเหตุปะทะ‘ไทย-กัมพูชา’คลี่คลายโดยเร็ว

คุย‘ฮุน มาเนต’แล้ว! ‘นายกฯ’ยันเหตุปะทะ‘ไทย-กัมพูชา’คลี่คลายโดยเร็ว

คุย‘ฮุน มาเนต’แล้ว! ‘นายกฯ’ยันเหตุปะทะ‘ไทย-กัมพูชา’คลี่คลายโดยเร็ว

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.11 น.

เมื่อเวลา 17.40 น.วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีทหารไทยปะทะทหารกัมพูชา ที่ชายแดน จ.อุบลราชธานี ว่า ได้รับรายงานแล้ว เมื่อสักครู่ได้คุยกับทางกระทรวงกลาโหม เดี๋ยวจะมีการตกลงกัน ซึ่งตนได้คุยกับ สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา ว่าไม่มีอะไร เราเข้าใจตรงกันว่า เดี๋ยวจะมีการทำให้สถานการณ์คลี่คลายเร็วที่สุด เราไม่อยากให้มันเกิดแบบนี้

เมื่อถามว่า เราจะใช้ความสัมพันธ์ของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กับทางกัมพูชา มาช่วยแก้ปัญหาตรงนี้หรือไม่ น.ส.แพทองธาร ตอบว่า “ความสัมพันธ์ของตนกับนายกฯ กัมพูชา ก็ดี” เมื่อถามว่า นายทักษิณประกาศสงครามยาเสพติดกับว้าแดง น.ส.แพทองธาร พยักหน้าพร้อมตอบว่า “คะ” เมื่อถามถึงกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าตำรวจหน้า สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส ได้สั่งการอย่างไรหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนเดินทางออกจากรัฐสภาทันที

กล้าธรรม ตั้ง ‘เอกราช ช่างเหลา’ นั่งรองหน.พรรค รับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสาน

กล้าธรรม ตั้ง 'เอกราช ช่างเหลา' นั่งรองหน.พรรค รับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสาน

กล้าธรรม ตั้ง ‘เอกราช ช่างเหลา’ นั่งรองหน.พรรค รับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสาน

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.53 น.

“นฤมล”ลงนามคำสั่งแต่งตั้ง“เอกราช ช่างเหลา”นั่งรองหัวหน้าพรรรกล้าธรรม รับผิดชอบพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม(กธ.)ได้ลงนามคำสั่งพรรคกล้าธรรม ที่ 90 / 2568 เรื่อง แต่งตั้งนายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น เขต 4 พรรคกล้าธรรม เป็นรองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม เพื่อให้การบริหารงานพรรคกล้าธรรม มีความคล่องตัว และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้รวดเร็วทั่วถึง และมีประสิทธิภาพเพื่อประสิทธิผลให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยอาศัยอำนาจตามข้อบังคับพรรคกล้าธรรม พ.ศ.2568 ข้อ 20(1) (จ) (ช)

ทั้งนี้ นายเอกราช จะรับผิดชอบขับเคลื่อนภารกิจทางการเมืองของพรรคกล้าธรรมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

‘นายกฯอิ๊งค์’เปิดหัวถกงบฯปี69 แจงยิบรายจ่าย 6 ยุทธศาสตร์หลัก

‘นายกฯอิ๊งค์’เปิดหัวถกงบฯปี69 แจงยิบรายจ่าย 6 ยุทธศาสตร์หลัก

‘นายกฯอิ๊งค์’เปิดหัวถกงบฯปี69 แจงยิบรายจ่าย 6 ยุทธศาสตร์หลัก

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.46 น.

“นายกฯอิ๊งค์”เปิดหัวถกงบฯปี69 หวั่น”ภาษีมะกัน”ฉุดเศรษฐกิจไทย กันงบใช้จ่ายฉุกเฉิน 6.6 แสนล้าน รับ”นโยบายการค้าโลก”ทำแบกความเสี่ยงเพิ่ม แจงยิบรายจ่าย 6 ยุทธศาสตร์หลัก พร้อมลุยยกระดับแก้ปัญหาน้ำ-ปราบโกง

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎน คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระแรก โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงต่อที่ประชุมสภาฯ ว่า เศรษฐกิจไทยปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.3 – 3.3 โดยมีแรงสนับสนุนจากการขยายตัวการลงทุนภาครัฐ การบริโภคในประเทศ การฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยว แต่ยังมีข้อจำกัดจากภาระหนี้สินภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่อยู่ในระดับสูง และปัจจัยเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐอเมริกา

ส่วนเศรษฐกิจปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.3 – 3.3 มีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภค การลงทุนภาคเอกชน การฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยว ขณะที่มาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักต่อการขยายตัวเศรษฐกิจ ส่วนหนี้สาธารณะคงค้าง ณ เดือน มี.ค.2568 มี 12.08 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 64.4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ยังอยู่ภายใต้กรอบบริหารหนี้สาธารณะ ตามกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ที่ไม่เกินร้อยละ70 ขณะที่เงินคงคลัง ณ วันที่ 30 เม.ย.2568 มี 252,124 ล้านบาท

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากนโยบายการค้าโลก อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มลดลงต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย จากราคาน้ำมันดิบโลกและมาตรการภาครัฐ ด้านภาวการณ์เงินโดยรวม ยังตึงตัวแต่ฐานะการเงินด้านต่างประเทศของไทยอยู่ในเกณฑ์ดี เงินสำรองระหว่างประเทศ วันที่ 31 ธ.ค.2567 มี 237,045 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจดังกล่าว ทำให้ปีงบประมาณ 2569 รัฐบาลต้องดำเนินนโยบายงบประมาณขาดดุล เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนการฟื้นตัวและส่งเสริมอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับเหมาะสม โดยรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายปี 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น รายจ่ายประจำ 2.65 ล้านล้านบาท รายจ่ายชดใช้เงินคงคลัง 123,541 ล้านบาท รายจ่ายลงทุน 864,077 ล้านบาท และรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 151,200 ล้านบาท

นายกฯ กล่าวว่า งบรายจ่ายปี 2569 จำแนกตามยุทธศาสตร์ได้ 6 ด้าน คือ 1.ด้านความมั่นคง 415,327 ล้านบาท อาทิ การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การแก้ปัญหายาเสพติด การรักษาความสงบในประเทศ 2.ด้านการสร้างความสามารถการแข่งขัน 394,611 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน อาทิ การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล การขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ การสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 3.ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 605,927 ล้านบาท อาทิ การเสริมสร้างศักยภาพการกีฬา การเสริมสร้างคนมีสุขภาวะที่ดี การพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยปฏิรูประบบการศึกษา ปรับรูปแบบการเรียนการสอน สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มที่เรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา 4.ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 942,709 ล้านบาท ให้คนไทยได้รับสวัสดิการพื้นฐาน บริการสาธารณะอย่างทั่วถึง อาทิ การบริหารจัดการที่ดิน ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก การรองรับสังคมสูงวัย การกระจายอำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณะที่มีคุณภาพ ผ่านการสนับสนันการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน แก่นักเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพคนพิการ

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า 5.ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 147,216 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาทิ การจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ให้ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านน้ำเพิ่มขึ้นอย่างเป็นระบบและยั่งยืน 6.ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาการบริหารจัดการภาครัฐ 605,441 ล้านบาท เพื่อยกระดับการบริการภาครัฐให้มีสมรรถนะสูง เปลี่ยนผ่านไปสู่ราชการทันสมัยในระบบดิจิทัล อาทิ การแก้ปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบ ให้ประเทศไทยปลอดทุจริต โดยปลูกฝังวิธีคิด ปลุกจิตสำนึกให้มีพฤติกรรมซื่อสัตย์สุจริต มีเป้าหมายค่าดัชนีรับรู้การทุจริตอยู่ในอันดับ 1 ใน 45 หรือ ได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 56 คะแนน รวมถึงการมีรัฐบาลดิจิทัล หน่วยงานรัฐใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลให้บริการประชาชนได้เต็มศักยภาพ การพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ทบทวนความจำเป็นและความเหมาะสมของกฎหมายที่มีอยู่ ลดข้อจำกัดด้านกฎหมาย

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ขณะเดียวกันรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย จำนวน 669,365 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายรองรับเหตุการณ์กรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น การบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ และชดใช้เงินคงคลัง อาทิ การเยียวยาหรือบรรเทาความเสียหายจากภัยพิภัยร้ายแรง ภารกิจที่มีความจำเป็นเร่งด่วนของรัฐ การกระตุ้นและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2569 มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้ข้อจำกัดด้านรายได้และสถานการณ์เศรษฐกิจโลก จึงดำเนินนโยบายงบประมาณแบบขาดดุล เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ให้หน่วยรับงบประมาณใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ให้ประเทศเดินหน้าได้อย่างมั่นคง เกิดผลสัมฤทธิ์การพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

– 006

ย้อน’สื่อ’เปิดศึกเอง? ‘ภูมิธรรม’ยันไร้ศึก’แพทย์-นักการเมือง’ปมชั้น 14

ย้อน'สื่อ'เปิดศึกเอง? 'ภูมิธรรม'ยันไร้ศึก'แพทย์-นักการเมือง'ปมชั้น 14

ย้อน’สื่อ’เปิดศึกเอง? ‘ภูมิธรรม’ยันไร้ศึก’แพทย์-นักการเมือง’ปมชั้น 14

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.09 น.

“ภูมิธรรม”ยันไร้ศึก”แพทย์-นักการเมือง”ปมชั้น 14 หลัง”อาจารย์แพทย์”หนุนมติ”แพทยสภา” ย้อน”สื่อ”อยากเปิดศึกเอง?

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงแพทย์หลายภาคส่วนออกมาให้การสนับสนุนมติแพทยสภา เรื่องชั้น 14 จะเป็นการปะทะกันระหว่างแพทย์กับการเมืองหรือไม่ ว่า ไม่เป็นไร เป็นความเห็นของแต่ละส่วน จะไปว่าใครการเมือง ไม่การเมือง อย่าไปว่าเลย ซึ่งเป็นความเห็นของคณะแพทย์ และก็จะประชุม ก็ว่าไปตามหลักการ ตามระเบียบ ตามข้อกฎหมาย ตามข้อจำกัดต่างๆ เมื่อถามย้ำว่า กลัวจะกลายเป็นศึกระหว่างแพทย์กับนักการเมือง นายภูมิธรรม หัวเราะพร้อมกล่าวว่า “ไม่มีศึกระหว่างแพทย์กับนักการเมือง มีแต่ผู้สื่อข่าวที่จะทำให้เกิดศึก”

โยน’ผบ.ทบ.ไทย-กัมพูชา’เคลียร์เหตุปะทะ ‘ช่องบก’ 31 พ.ค.นี้ ‘ภูมิธรรม’ชี้สงครามไม่เป็นผลดีกับใคร

โยน'ผบ.ทบ.ไทย-กัมพูชา'เคลียร์เหตุปะทะ ‘ช่องบก’ 31 พ.ค.นี้ 'ภูมิธรรม'ชี้สงครามไม่เป็นผลดีกับใคร

โยน’ผบ.ทบ.ไทย-กัมพูชา’เคลียร์เหตุปะทะ ‘ช่องบก’ 31 พ.ค.นี้ ‘ภูมิธรรม’ชี้สงครามไม่เป็นผลดีกับใคร

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.07 น.

ภูมิธรรม’ โยน ผบ.ทบ.ไทย-กัมพูชา เคลียร์เหตุปะทะ ‘ช่องบก’ 31 พ.ค.นี้ หลัง ‘ภูมิธรรม’ ปิดห้องคุย ผบ.ทบ. ดูหลักฐาน ‘แผนที่ทางอากาศ’ ทหารสองฝ่ายังอยู่ตามแนว นั่งคุยกัน ย้ำยังไม่คุยเรื่องเขตแดน ให้อารมณ์ทุกฝ่ายนิ่งก่อน ขออย่ามอง ‘กัมพูชา’ ขยิบตาให้กัน หวั่นจะยิงกันอีก ลั่นไทยไม่ได้กลัว-ไม่อ่อนแอ่ แต่สงครามไม่เป็นผลดีกับใคร

28 พ.ค.2568 ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ปะทะระหว่างทหารไทย-กัมพูชา บริเวณพื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี ว่า ทุกฝ่ายทุกเกี่ยวข้องพยายามให้เหตุการณ์ยุติ ทาง พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. สั่งการให้ใช้ความอดทนอดกลั้น อย่าให้บานปลาย ให้เจรจาคุยกันก่อนในทุกระดับ โดย พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุข์ ผบ.ทบ.ไทย จะพูดคุยกับ พล.อ.เมา โซะพัน ผบ.ทบ.กัมพูชา วันเสาร์ที่ 31 พ.ค.นี้ ในขณะที่ตนเองได้พูดคุยกับ พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รมว.กลาโหม กัมพูชา และทาง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ก็ได้พูดคุยกับฝ่ายเสนาธิการของ รมว.กลาโหม กัมพูชา เป็นการใช้ทุกช่องทางพูดคุยกัน ทางฝ่ายกัมพูชาใส่ใจและสนใจในเรื่องนี้ 

“ผมได้คุยกับ พล.อ.เตีย เซ็ยฮา ทางเขายืนยันว่า ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงหรือการรบกัน เพราะไม่เป็นผลดีกับทุกฝ่าย และ พล.อ.ฮุน มาเนต ก็ได้คุยกับ พล.อ.เมา โซะพัน ผบ.ทบ.กัมพูชา ข้อสรุปเบื้องต้นในขณะนี้ อย่าให้ทุกคนเข้าไปจนเกิดการปะทะกันขึ้นหรือเกิดการยั่วยุขึ้น ทุกคนต้องหยุด และกลับไปอยู่ในจุดเดิม ซึ่งเมื่อฟังข้อมูลทั้ง 2 ฝ่าย ระดับนโยบาย ที่อยู่ข้างบนอาจไม่เข้าใจรายละเอียดในพื้นที่ ดึงนั้นจึงมีข้อสรุปตรงกัน ให้ ผบ.ทบ. 2 ฝ่าย ไปพูดคุยกัน ในส่วนของผม มอบอำนาจให้ ผบ.ทบ. ไปพูดคุย วันเสาร์นี้ (31พ.ค.) ส่วนในเรื่องพื้นที่จะเป็นของใคร ยังไม่มีการพูดถึง เพื่อรอให้อารมณ์ของทุกฝ่ายนิ่งก่อน ถ้าเถียงว่าเป็นของใครก็จะหาข้อยุติยาก เพื่อให้หลีกเลี่ยงการปะทะกัน และไปคุยในรายละเอียด” นายภูมิธรรม กล่าว

เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่ กับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นบ่อย แสดงว่าในระดับนโยบายมีปัญหาหรือไม่ เพราะมีการละเมิดเอ็มโอยู 2543 ถึง 2 ครั้ง ในการเข้าไปขุดคูเลตในพื้นที่ช่องบก นายภูมิธรรม กล่าวว่า ในระดับนโยบายเราคุยกัน จริงใจและจริงจัง ไม่มีปัญหา แต่จากนั้นเป็นการคุยกันรายละเอียด นับจากประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) เป็นต้นมา ก็ดีมาตลอด ในระดับผู้บังคับหน่วย และ ผบ.ทบ. ก็คุยกันดีมาตลอด มีการโทรศัพท์ติดต่อประสานงานต่อเนื่อง เมื่อเช้านี้ตนได้คุยกับแม่ทัพภาคที่ 2 ก็ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาใดๆ แต่ทั้งหมดต้องหาข้อสรุปให้ได้ ว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นของใคร หรือเป็นพื้นที่อ้างสิทธิ ก็ต้องเคลียร์ว่าเอ็มโอยู 2543 ปฏิบัติกันอย่างไร 

เมื่อถามว่ามีการมองว่าฝ่ายกัมพูชาไม่จริงใจในการทำตามข้อตกลงนั้น นายภูมิธรรม ยืนยันว่า ฝ่ายกัมพูชามีความจริงใจ ถ้าคิดว่าเขาไม่จริงใจ ก็จะทำให้ทะเลาะกัน ความเป็นจริงคือทุกฝ่ายเข้าใจกัน แต่อาจมีปัญหาที่มองต่างกัน 

ส่วนกรณีที่มีการมองว่าฝ่ายกัมพูชาขยิบตาให้ระดับพื้นที่ดำเนินการนั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า อย่าไปคิดอย่างนั้น เพราะถ้าคิดว่ารขยิบตา เดี๋ยวก็จะยิงกัน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการยิงกันโดยอาวุธเล็ก เป็นการเกิดอุบัติเหตุกันตอนมืด 

จากนั้นสื่อถามย้ำว่าแต่ช่วงเวลาปะทะกินเวลา 10 นาที นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่อาจจะตอบได้ว่าเกิดอะไร ทุกอย่างอยู่ที่ความเป็นจริง อย่าไปจินตนาการ 

ทั้งนี้นายภูมิธรรม ระบุว่า จากที่คุยกับฝ่ายกัมพูชา ก็ยืนยันว่าในระดับพื้นที่ก็ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา พร้อมยังพูดถึงสมเด็จฮุน เซ็น ที่มีการพูดคุยในหลายๆส่วน เป็นความเข้าใจที่ไม่ตรงกันของระดับปฏิบัติ ก็ต้องเคลียร์ แต่ระดับนโยบายก็เข้าใจกันดี ซึ่งในพื้นที่อาจทำความเข้าใจกันไม่ดี ก็ต้องให้เวลา 

สำหรับภายหลังกาประชุมจีบีซีที่ให้ยึดเอ็ทโอยู 2543 ทางทหารกัมพูชาก็ยังขยับเข้ามา นายภูมิธรรม กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปสรุปแบบนั้น ให้มีกาประชุมในวันที่ 31 พ.ค.นี้ก่อน โดย ผบ.ทบ. รู้ข้อมูลในพื้นที่ และในวันนี้ได้เอาภาพถ่ายทางอากาศมาแสดงให้เห็นหลักฐานว่าอยู่กันอย่างไร อย่าเพิ่งใจร้อน เพราะสงครามไม่มีประโยชน์กับใคร 

เมื่อถามว่าระดับนโยบายหนักใจหรือไม่ ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากนโยบายหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า มีหลายสาเหตุ อย่าเพิ่งไปคิดว่าเป็นเรื่องนโยบาย แต่ไม่หนักใจ เพราะต้องทำความเข้าใจ ทุกคนอาจไม่รู้ข้อมูลทั้งหมด จึงเป็นเรื่องของอารมณ์และความรู้สึก 

เมื่อถามว่าสถานการณ์ที่เพื่อนบ้านไม่ยำเกรงไทย เพราะสถานการณ์ภายในของไทยอ่อนแอหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ปัญหาเป็นเรื่องธรรมดา เกิดขึ้นก็ต้องแก้ ขณะนี้มีปัญหาหลายอย่างก็จริง รวมถึงปัญหาวิกฤตการณ์ของโลก แต่อย่าไปกังวล เพราะคนเลือกเข้ามาแก้ปัญหา ขอให้ประชาชนสบายใจ เราหลีกเลี่ยงการปะทะ รัฐบาลสองประเทศคุยกันอยู่ในจุดยืนเดิม การตีเรื่องเขตแดนเป็นของใคร เกิดขึ้นตลอด เรื่องเขตแดนทั่วโลกก็ไม่มีใครคุยจบ จึงต้องหาจุดที่ 2 ฝ่ายยอมรับได้ แต่แนวโน้มที่ดีของโลก คือ การหาแนวทางแก้ไขโดยสันติวิธี ไม่ว่าจะเป็นข้อเรียกร้ององค์กระระหว่างประเทศส่วนใด ก็ให้ใช้ความอดทนอดกลั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเรากลัว หรืออ่อนแอ แต่เราไม่อยากให้เกิด เพราะสงครามไม่ดีกับใครสักฝ่าย ผู้ที่ได้รับผลกระทบคือประชาชน  

เมื่อถามว่า รมว.กลาโหมกัมพูชา ได้ให้เหตุผลหรือไม่ทำไมเข้ามาขุตคูเลต นายภูมิธรรม กล่าวว่า ระดับนโยบายเข้าใจกันดี ต่างฝ่ายต่างอยู่ระดับบน ดังนั้นสิ่งที่ไม่เข้าใจในพื้นที่ต้องให้เขาคุยกันจะดีกว่า แต่เรายืนยันในหลักการว่าจะรักษาความสงบเรียบร้อย ไม่ให้เกิดความรุนแรง ทั้งสองฝ่ายต้องแยกจากกัน ไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า เพื่อการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการเข้าไปคุยในพื้นที่ ซึ่งจะง่ายกว่า ตอนนี้ทหารทั้งสองฝ่าย ยังนั่งอยู่ตามแนวพื้นที่และคุยกันไป การใช้คำว่าเผชิญหน้าอาจเกินเลยเกินไป เพราะฉะนั้นอย่ากังวลมากเกิดไป ตราบใดที่ทหารยังคุยกันได้ 

เมื่อถามว่าได้รับรายงานความสูญเสียจากเหตุการณ์ปะทะวันนี้ (28พ.ค.) หรือไม่ หลังมีรายงานฝ่ายกัมพูชาเจ็บ 4 นาย นายภูมิธรรม กล่าวว่า ปะทะกันก็คงมีบ้าง เป็นธรรมดา อย่าไปขยายความเลย เพราะจะไปเกิดอารมณ์กับผู้คน และเหตุที่เกิดเล็กมาก เมื่อเกิดเหตุก็ระงับและพูดคุยกัน เพื่อไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า 

ผู้สื่อข่าวรายว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ได้เข้าพบ นายภูมิธรรม ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลาพอสมควร

สงครามยานรก‘ว้าแดง’ ‘โรม’ติงควรเป็นหน้าที่‘นายกฯอิ๊งค์’ไม่ใช่รอ‘ทักษิณ’มาพูด

สงครามยานรก‘ว้าแดง’ ‘โรม’ติงควรเป็นหน้าที่‘นายกฯอิ๊งค์’ไม่ใช่รอ‘ทักษิณ’มาพูด

สงครามยานรก‘ว้าแดง’ ‘โรม’ติงควรเป็นหน้าที่‘นายกฯอิ๊งค์’ไม่ใช่รอ‘ทักษิณ’มาพูด

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.03 น.

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานกรรมาธิการความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่ารัฐบาลต้องทำสงครามยาเสพติดกับรัฐว้าแดง ว่า ยืนยันตามนั้น เพราะวันนี้แหล่งยาเสพติดใหญ่ระดับโลกคือที่ว้า โดยเฉพาะยาเสพติดประเภทแอมเฟตามีน และยาบ้า ดังนั้น หากไม่ทำอะไร ยาเหล่านี้ก็จะแพร่ระบาดในเมืองไทย และแย่ลงแน่นอน เพราะวันนี้สถานะของประเทศไทยต่อเรื่องยาเสพติดมี 2 แบบ คือ 1.เป็นปลายทาง 2.เป็นฮับในการส่งออกไปประเทศอื่น นอกจากนี้ ว้าแดงก็มีพฤติกรรมไม่ได้เกรงใจรัฐบาลไทยหรือประชาชน เพราะธุรกิจที่พวกว้าทำคือเหมืองทอง เหมืองแร่แรร์เอิร์ธ และปล่อยสารพิษลงแม่น้ำกก จนเกิดการชุมนุมในพื้นที่ จ.เชียงราย แต่ถามว่าว้าหยุดไหม ก็ไม่หยุด เพราะเขารู้สึกว่าประเทศไทยจะไปทำอะไรเขาได้ เขาไม่คิดว่ารัฐบาลไทยจะมีน้ำยาอะไรไปดำเนินการ ดังนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน แต่คำถามคือจะใช้มาตรการอะไร

“ผมเห็นด้วย หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะไปคุยกับประเทศต่างๆ ในอาเซียน แต่ย้ำว่าต้องคุยกับประเทศจีนด้วย เพราะมีพรมแดนติดกับเมียนมา ส่วนกลุ่มว้า ต้องมีมาตรการไล่จากเบาไปหาหนัก สำคัญคือต้องมีการขีดเส้นตาย” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่นายทักษิณ ระบุว่าจะใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวไปเจรจากับเพื่อนบ้าน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่รัฐบาล อยากให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำในเรื่องนี้ ตนเข้าใจว่า น.ส.แพทองธาร อาจจะขอคำปรึกษาจากนายทักษิณ เพราะเป็นพ่อลูกกัน แต่หากประชาชนไม่ได้ยินว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร และต้องมารอฟังจากนายทักษิณ คิดว่าประเทศเรามีปัญหา และคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ว้าไม่เกรงใจประเทศไทยหรือไม่ เพราะเขาไม่รู้สึกว่า น.ส.แพทองธาร มีความเป็นผู้นำเพียงพอที่จะแก้ปัญหาหรือทำอะไรเขาได้

“ผมคิดว่านายทักษิณควรส่งเสริมบทบาทของลูกสาวตัวเองให้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างแท้จริง ส่วนใครจะช่วยอะไรก็ขอให้วางบทบาทเป็นผู้หนุนนายกฯ ไม่ใช่ให้นายกฯ เป็นนอมินี แล้วเอาตัวเองเป็นนายกฯ แห่งความเป็นจริง” นายรังสิมันต์ กล่าว

‘โรม’แนะรัฐบาล เร่งเจรจาแบ่งเส้นเขตแดนไทย-กัมพูชา ชี้ต้องยันให้ชัด’ปราสาทตาเมือนธม’เป็นของไทย

'โรม'แนะรัฐบาล เร่งเจรจาแบ่งเส้นเขตแดนไทย-กัมพูชา ชี้ต้องยันให้ชัด'ปราสาทตาเมือนธม'เป็นของไทย

‘โรม’แนะรัฐบาล เร่งเจรจาแบ่งเส้นเขตแดนไทย-กัมพูชา ชี้ต้องยันให้ชัด’ปราสาทตาเมือนธม’เป็นของไทย

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.33 น.

‘โรม‘ แนะรัฐบาลใช้ช่วงจังหวะนี้เร่งเจรจาแบ่งเส้นเขตแดน ‘ไทย-กัมพูชา’ ต้องยันให้ชัด ‘ปราสาทตาเมือนธม’ เป็นของ ‘ไทย’ ห่วงหากรบกันไม่เกิดผลดีต่อใคร

วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฎิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีทหารเขมรปะทะกับทหารไทยบริเวณชายแดนช่องบก จ.อุบลราชธานีว่า กรรมาธิการฯเพิ่งไปลงพื้นที่ปราสาทตาเมือนธมและทราบว่าสถานการณ์วันนี้ระหว่างกัมพูชาและไทยขณะนี้ค่อนข้างตึงเครียด ทางกัมพูชาพยายามเร่งรัดเรื่องเส้นเขตแดนและมีมุมมองการแบ่งเส้นเขตแดนที่แตกต่างกันมาก ดังนั้นเรื่องนี้ไทยต้องยืนยันว่าปราสาทตาเมืองธมเป็นของไทยให้ชัดเจน ตนสนับสนุนให้เกิดการเจรจาพูดคุยเครียร์เรื่องเส้นเขตแดนรัฐบาลควรใช้จังหวะนี้พูดคุยหาทางออก เพราะทั้งสองประเทศไม่สามารถยกประเทศหนีไปได้ต้องอยู่ร่วมกัน และสามารถคิดเรื่องการค้าการลงทุนในการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์ได้

“หากมีการรบหรือปะทะกันมันไม่ดีต่อใคร ตอนนี้ชาวบ้านที่นั่นเตรียมทำความสะอาดบังเกอร์ เตรียมกระเป๋าพกรอว่าจะเกิดอะไรขึ้นต้องใช้เวลาเท่าไหร่ในการหลบหนี ไม่มีใครได้ประโยชน์จากเรื่องนี้  แต่ถ้าเราสามารถเจรจาลดดีกรีความร้อนแรง ตนเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์รัฐบาลต้องเอาจริงกับเรื่องนี้อย่าทำให้ประชาชนคนไทยสงสัยว่าความสัมพันธ์ที่สนิทแนบแน่นกับรัฐบาลกัมพูชามันจะนำไปสู่การเอื้อประโยชน์บางอย่างที่ไม่ได้ปกป้องรักษาผลประโยชน์ของคนไทย “

นายรังสิมันต์  กล่าวต่อว่า เรื่องนี้รัฐบาลต้องชัดเจนและขอยกตัวอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นคือการสั่งให้ถอนทัพและนำกำลังออกจากปราสาทตาเมืองธมมันไม่ควรเพราะมันเป็นไปตามผลการเจรจาที่ย้อนกลับไปตั้งแต่การปะทะกันครั้งสุดท้าย ตนคิดว่ากองทัพไม่ได้ทำอะไรผิดในเรื่องนี้ และยืนยันว่าปราเมืองธมเป็นของเราแต่ข้อขัดแย้งก็ต้องมีการเจรจาเชิงรุกเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแบบนี้ซ้ำอีกแล้ว

นักเรียนทุนฟังทางนี้! สามารถนำงานวิจัยมาต่อยอดทางธุรกิจได้

นักเรียนทุนฟังทางนี้! สามารถนำงานวิจัยมาต่อยอดทางธุรกิจได้

นักเรียนทุนฟังทางนี้! สามารถนำงานวิจัยมาต่อยอดทางธุรกิจได้

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.48 น.

นักเรียนทุน ฟังทางนี้! สามารถนำงานวิจัยมาต่อยอดทางธุรกิจ ช่วยผู้ประกอบการกลุ่มสตาร์ทอัพ หนุนงานวิจัยด้าน IC Design รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

29 พฤษภาคม 2568 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ในประเทศ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ผ่านผลงานวิจัยของนักเรียนระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ในต่างประเทศ

นายคารม กล่าวว่า แต่เดิมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย หลังจากเรียนจบจะต้องกลับมาทำงานใช้ทุนในหน่วยงานต่างๆ ของรัฐเท่านั้น หลังจากนี้ จะมีการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งนำงานวิจัยของนักเรียนทุนไปต่อยอดในทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะสตาร์ทอัพ ผ่านกลไกต่างๆ ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งขณะนี้ได้มีการปลดล็อกกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดำเนินการสะดวกยิ่งขึ้น

ในเบื้องต้นจะสนับสนุนให้นักเรียนทุนมาศึกษาและทำวิจัยด้าน IC Design หรือการออกแบบวงจรรวมในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ภายใต้ข้อตกลงที่ทำร่วมกันกับทาง Imperial ซึ่งทาง Imperial จะช่วยสนับสนุนการต่อยอดงานวิจัยไปสู่ธุรกิจ เนื่องจาก Imperial เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงในการก่อตั้งสตาร์ทอัพทางเทคโนโลยี

“รัฐบาลมุ่งส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และการปลดล็อกกฎระเบียบดังกล่าว ยังสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์พัฒนาบุคลากรรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศไทย จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงและต่อยอดอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงได้” นายคารมระบุ

​โรงเรียนเล็ก…หัวใจใหญ่ ‘วังหินกิตติวิทยาคม’ ปลุกอนาคตด้วยรัก-ความหวัง

​โรงเรียนเล็ก...หัวใจใหญ่ ‘วังหินกิตติวิทยาคม’ ปลุกอนาคตด้วยรัก-ความหวัง

​โรงเรียนเล็ก…หัวใจใหญ่ ‘วังหินกิตติวิทยาคม’ ปลุกอนาคตด้วยรัก-ความหวัง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 07.15 น.

ในชุมชนเล็กๆ ต.วังหิน อ.เมือง จ.ตาก มีโรงเรียนแห่งหนึ่งที่อาจไม่มีห้องเรียนทันสมัย หรือสนามฟุตบอลใหญ่โตเหมือนในเมือง แต่ที่นี่กลับมี “พลัง” อันยิ่งใหญ่ ที่หล่อหลอมด้วยหัวใจของครูทั้ง 10 คน และผู้อำนวยการอีก 1 คน ที่เชื่อมั่นว่า “การศึกษา…คือรากฐานของชีวิต”

วังหินกิตติวิทยาคม โรงเรียนมัธยมขนาดเล็กในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก มีนักเรียนเพียง 53 คน ส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย หลายคนต้องอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายาย เพราะพ่อแม่ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีพในเมืองใหญ่ แต่ในโรงเรียนเล็กๆแห่งนี้ เด็กๆกลับได้รับสิ่งที่ยิ่งใหญ่…คือ “ความรัก ความเข้าใจ และโอกาส”

ทุกเช้า…ก่อนสู่ห้องเรียน เด็กๆ จะต่อแถวรับประทานอาหารจากโครงการ “น้องอิ่มท้อง สมองพร้อมเรียนรู้” อาหารที่ได้มาจากน้ำใจของผู้ใหญ่ใจดีในสังคม ที่ร่วมกันบริจาคทั้งวัตถุดิบและแรงใจ เพื่อให้เด็กๆ ได้เริ่มต้นวันใหม่ด้วยท้องที่อิ่มและหัวใจที่เบิกบาน

“เราอาจไม่มีงบประมาณมากมาย แต่เรามีหัวใจ…ที่อยากเห็นเด็กๆได้อิ่มท้อง พร้อมที่จะเรียนรู้จากบทเรียนที่ครูสอน” ธวัช ยะสุคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวไว้เช่นนั้น

มากกว่าการสอนตามหลักสูตร โรงเรียนวังหินกิตติวิทยาคมยังมุ่งเน้น “ทักษะชีวิต” ที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนอนาคตของนักเรียน ด้วยความร่วมมือกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตาก โรงเรียนได้จัดหลักสูตรระยะสั้นที่ตอบโจทย์ความถนัดของนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกไม้ประดับ การแปรรูปอาหาร การทำเว็บเพจ หรือแม้แต่การเลี้ยงสุกร

หนึ่งในกิจกรรมที่สร้างความภาคภูมิใจให้ทั้งชุมชน คือโครงการ “สานตะกร้าจากเส้นพลาสติก” ที่นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาถ่ายทอดให้เยาวชน ผ่านการลงมือทำจริงกับครูภูมิปัญญาในชุมชน เพราะที่นี่เชื่อว่า…อนาคตที่ยั่งยืน อาจเริ่มต้นจากสิ่งใกล้ตัว

ภายใต้แนวคิด “โรงเรียนแห่งความสุข” โรงเรียนวังหินกิตติวิทยาคมได้วางหัวใจไว้กลางแผนการสอน ทุกเช้า…นักเรียนและครูจะกล่าวคำว่า “เราทำได้” ด้วยพลังใจเต็มเปี่ยม พร้อมแท็กมือ โอบกอด และรอยยิ้มที่เป็นเสมือนยาชูกำลังให้กันและกัน ผลลัพธ์คือ นักเรียนมีผลการเรียนที่ดีขึ้น มีความมั่นใจในตัวเอง กล้าคิด กล้าแสดงออก และกล้ามีฝัน ขณะที่ครูเอง…ก็ได้ค้นพบว่า “การเป็นครู” คือการเป็นพ่อแม่ พี่ เพื่อน และผู้ร่วมทางในชีวิตของเด็กๆไม่ใช่แค่ผู้สอนในห้องเรียน

ทั้งนี้ โรงเรียนเล็กๆแห่งนี้ จึงไม่ใช่เพียงสถานที่ให้ความรู้ แต่คือพื้นที่แห่งชีวิต พื้นที่ที่ปลูกฝังความหวัง จุดประกายความฝัน และเติมเต็มความรักให้เบ่งบาน

เพราะเมื่อรากฐานแข็งแรง…ต้นไม้แห่งความฝัน ก็พร้อมจะผลิดอกออกผลเสมอ

อธิบดี สกร.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ส่งเสริมการสร้างงาน-สร้างรายได้ท้องถิ่น

อธิบดี สกร.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ส่งเสริมการสร้างงาน-สร้างรายได้ท้องถิ่น

อธิบดี สกร.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ส่งเสริมการสร้างงาน-สร้างรายได้ท้องถิ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เยี่ยมชมศูนย์ฯ – นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดี สกร. พร้อมด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ , มหาสารคาม และชัยภูมิ ลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองขอนแก่น เพื่อส่งเสริมการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่กลุ่มผู้เรียน พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมี ดร.สนิท อาษาธง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดขอนแก่น ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองขอนแก่น