สยามเซ็นเตอร์ ปักหมุดโกลบอลเฟสติวัล Pride Month 2025 ธงไพรด์ไทยโบกสะบัด เฉลิมฉลองยิ่งใหญ่พร้อมกันทั่วโลก

สยามเซ็นเตอร์ ปักหมุดโกลบอลเฟสติวัล Pride Month 2025 ธงไพรด์ไทยโบกสะบัด เฉลิมฉลองยิ่งใหญ่พร้อมกันทั่วโลก

สยามเซ็นเตอร์ ปักหมุดโกลบอลเฟสติวัล Pride Month 2025 ธงไพรด์ไทยโบกสะบัด เฉลิมฉลองยิ่งใหญ่พร้อมกันทั่วโลก

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สยามเซ็นเตอร์ พร้อมปักหมุดสู่ Pride Parade ขบวนสีรุ้งแห่งความภาคภูมิ Born This Way บนถนนแห่งความเท่าเทียม ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ในวันที่ 1 มิถุนายน 2568  

สยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับ Bangkok Pride, กรุงเทพมหานคร, สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และพันธมิตร เขย่าปรากฏการณ์ สนับสนุนทุกความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (Diversity, Equality & Inclusion) พร้อมตอกย้ำการเป็น DiversCity Building ศูนย์รวมคอมมูนิตี้แห่งความหลากหลายและเห็นคุณค่าอย่างเท่าเทียม นำเสนอไฮไลท์สำคัญของงาน “The Celebration: Right to Love” ดึงดูดสายตาจากคนทั่วโลก ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มแห่งการสร้างแรงบันดาลใจพร้อมสนับสนุนศิลปินไทยรุ่นใหม่ให้ได้มีพื้นที่ในการสร้างสรรค์ผลงานสู่สายตาคนทั้งประเทศ รวมถึงการผลักดันไปสู่ระดับสากล 

ครั้งนี้ร่วม Co-create & Collaboration กับศิลปินนักออกแบบชาวไทย PORIIN พร้อมกลุ่มเพื่อนคนไทยนักสร้างสรรค์ในหลากหลายอาชีพทั้ง 8 คน ที่มีเอกลักษณ์และสไตล์ในแบบของตัวเอง มาร่วมสร้างผลงานแบบไทยสร้างสรรค์ในคอนเซปต์ ‘Siam Center Galaxy of Love’ โดยใช้แนวคิดการนำเสนองานที่สอดคล้องกับแนวคิดการเห็นคุณค่าและอยู่ร่วมกันในทุกความหลากหลาย นำเสนอในรูปแบบ Pop up installation พร้อมกิจกรรม DIY ที่สร้างแรงบันดาลใจ  นอกจากนี้ ยังมีประติมากรรม “TITAN FUR” ขนาดยักษ์ คาแรคเตอร์ที่แม้มีความไม่สมบูรณ์อยู่ในตัว แต่ได้รับการเติมเต็มจากผู้คนโดยรอบ โดยศิลปินไทย PORIIN ร่วมด้วยกลุ่มคอมมูนิตี้นักสร้างสรรค์ภูมิปัญญาไทยจากทั่วประเทศ, Souvenirs from the sea ขยะทะเลสู่ upcycling bag จากกระบี่, Art Story by Autistic Thai, สิริไท สนับสนุนข้าวจากการทำเกษตรอินทรีย์ที่ฟื้นฟูผืนป่า, Moreloop แก้ไขปัญหาผ้าเหลือจากอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอ และกลุ่มผู้ผลิตผ้าฝ้าย ตุงช้างล้านนา

อีกทั้ง ยังมีกิจกรรมที่ร่วมกับองค์กรพันธมิตรมากมาย อาทิ การร่วมมือกับสื่อใหญ่ที่มีแนวทางสนับสนุนความเท่าเทียมอย่าง ไทยรัฐกรุ๊ป กับงาน MIRROR – OWN YOUR PRIDE ในรูปแบบ Lifestyle Experience Space ประกอบด้วยนิทรรศการที่ชวนเหล่าอินฟลู LGBTQA+ มาร่วมบอกเล่าเรื่องราวที่ภูมิใจที่ได้เป็นเรา และกิจกรรมที่สะท้อนให้ทุกคนในสังคมได้เห็นว่า ความแตกต่างหลากหลายเป็นเรื่องปกติที่แสนงดงาม เช่น การทำ ID card ที่เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อเองได้ พร้อมรับฟรี OWN YOUR PRIDE POPSICLE เพื่อส่งต่อความภาคภูมิใจในความแตกต่างนี้ให้เบ่งบานไปสู่ทุกคน จัดโดย MIRROR และ สยามเซ็นเตอร์ ระหว่าง 30 พฤษภาคม – 8 มิถุนายน 2568

Epson มาร่วมแสดงจุดยืนของการเปิดกว้างสำหรับกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย ไปพร้อมกับมุมมองของการนำเทคโนโลยีที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคตที่ดีกว่า กับกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วม อินสไปร์กับ PRIDE PERSONALIZE ครีเอทลายพิเศษ The Galaxy of Love ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ ฯ ระหว่าง 30 พฤษภาคม – 8 มิถุนายน 2568 ที่ชั้น G สยามเซ็นเตอร์

SIAM CENTER x โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ร่วมด้วย UN Women และ UNFPA ประเทศไทย จัดเสวนา Pride Talk ในหัวข้อ Born Bold: Celebrating Identities สนับสนุนทุกความหลากหลาย วันที่ 2 มิถุนายน 2568 ที่ Discovery Plaza ชั้น G

ในวันที่ 1 มิ.ย. 2568 สยามเซ็นเตอร์ พร้อมปักหมุดสู่ Pride Parade ขบวนสีรุ้งแห่งความภาคภูมิ Born This Way บนถนนแห่งความเท่าเทียม ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี พร้อมเดินขบวนผ่านหน้าสยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และสยามพารากอน เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนความแตกต่าง ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม ส่งพลังสู่หน้าประวัติศาสตร์ #RoadToWorldPride2030 สยามเซ็นเตอร์เสิร์ฟความออร่าไปกับบริการพิเศษ PRIDE GLOW UP by Mistine แต่งหน้าไพรด์ให้เกิดแบบ Be You-tiful เหล่าชาว All Pride พร้อมสะบัดพลังสีรุ้งให้แรงไปทั่วโลก

บิ๊กซี หนุนผู้ประกอบการไทยเติบโตอย่างยั่งยืน จัดงาน ‘BIG C BIZCONNECT โตไวไปกับบิ๊กซี ครั้งที่ 1’

บิ๊กซี หนุนผู้ประกอบการไทยเติบโตอย่างยั่งยืน จัดงาน ‘BIG C BIZCONNECT โตไวไปกับบิ๊กซี ครั้งที่ 1’

บิ๊กซี หนุนผู้ประกอบการไทยเติบโตอย่างยั่งยืน จัดงาน ‘BIG C BIZCONNECT โตไวไปกับบิ๊กซี ครั้งที่ 1’

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บิ๊กซี ร่วมกับ กรมพัฒนาธุุรกิจการค้า และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดงาน “BIG C BIZCONNECT โตไวไปกับบิ๊กซี ครั้งที่ 1” เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยทุกหมวดหมู่สินค้า ให้มีโอกาสพัฒนาคุณภาพสินค้าและขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านเครือข่ายของบิ๊กซีทั่วประเทศ สู่การเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมก้าวเข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรดและเวทีสากลในอนาคต

 ภายในงานได้แถลงข่าวได้รับเกียรติจาก นางอรมน  ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  เข้าร่วมงานว ณ ชั้น 6 ห้อง Auditorium ตึก C บิ๊กซี  สำนักงานใหญ่ (BigC House)

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จํากัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี กล่าวว่า  งาน “BIG C BIZCONNECT โตไวไปกับบิ๊กซี ครั้งที่ 1” เป็นการเปิดโอกาสครั้งสำคัญ สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยทุกระดับ ทุกหมวดหมู่สินค้า ได้ร่วมพัฒนายกระดับคุณภาพสินค้า เข้าสู่ช่องทางการจำหน่ายสินค้าคุณภาพดีสู่มือผู้บริโภคที่บิ๊กซี ผ่านการสนับสนุนช่องทางจัดจำหน่ายให้สามารถนำสินค้า มาวางขายได้ในบิ๊กซีทั่วประเทศ รวมถึงการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ

ที่ผ่านมา SME ธุรกิจชุมชนไทย ยังต้องเผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเข้าถึงตลาดการแข่งขันด้านราคา รวมถึงข้อจำกัดจากการจำหน่ายสินค้าผ่านคนกลาง ดังนั้น บิ๊กซี จึงอยากเข้ามาช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการเหล่านี้ ผ่านขั้นตอนต่างๆ ทั้งการคัดสรรสินค้าที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ ทีมงานที่คอยให้คำปรึกษา ถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์และยังร่วมมือกับผู้ประกอบการ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีศักยภาพ การแข่งขันในระดับสากล และประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานฯ ยังได้พบกับทีมจัดหาสินค้าของ บิ๊กซี ที่มาร่วมแนะนำเจรจาธุรกิจโดยตรง อาทิ สนับสนุนการลงสื่อโฆษณาสินค้าทุกช่องทางตลอดทั้งปี, ดีลพิเศษบริการพื้นที่เช่าโซนพลาซา ตลอดจนโอกาสการขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง, ลาว กัมพูชา, เวียดนาม ฯลฯ นอกจากนี้ยังจะไดเร่วมฟังการบรรยายเกี่ยวกับแนวทางการเติบโตของธุรกิจ SME ในยุคดิจิทัล อีกด้วย

เปิดโลกวัฒนธรรมอิหร่านผ่านกิจกรรม หนังสือ หนัง และศิลปะ ที่ TK Park

เปิดโลกวัฒนธรรมอิหร่านผ่านกิจกรรม หนังสือ หนัง และศิลปะ ที่ TK Park

เปิดโลกวัฒนธรรมอิหร่านผ่านกิจกรรม หนังสือ หนัง และศิลปะ ที่ TK Park

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

TK Park ร่วมกับ ศูนย์วัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ประจำประเทศไทย จัดกิจกรรม Read Iran: มากกว่าหนังสือคือชีวิต ในโอกาสครบรอบ 70 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–อิหร่าน ชวนทุกท่านมารู้จักอิหร่าน ผ่านการ “อ่าน” และ กิจกรรมหลากหลายที่เข้าถึงง่าย สนุก และร่วมสมัย พร้อมเปิดมุมมองใหม่ของต่ออิหร่านและโลกเปอร์เซียที่มากกว่าแค่ภาพจำ ระหว่างวันที่ 7 – 15 มิถุนายน 2568 ณ อุทยานการเรียนรู้ TK Park 

ตลอดช่วงกิจกรรม พบกับนิทรรศการหนังสือและงานศิลปะจากอิหร่าน ทั้งหนังสือหายากและผลงานศิลปะร่วมสมัยที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตของชาวอิหร่านในรูปแบบที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน

ชมภาพยนตร์อิหร่านคัดสรร 4 เรื่อง วันที่ 7–8 มิถุนายน วันละ 2 รอบ เวลา 14.00 น. และ 16.00 น.เปิดมุมมองใหม่สู่อิหร่านผ่านภาพยนตร์หลากหลายแนว ทั้งแอนิเมชันครอบครัว (Dolphin Boys), ดราม่าซึ้งกินใจ (Twenty One Days Later), โรแมนติกคอเมดี้ (Goodbye Shirazi Girl) และดราม่าครอบครัว (In the Arms of the Tree)  4 เรื่อง 4 รส ที่จะพาไปรู้จักอิหร่านในแง่มุมที่อบอุ่น เข้าถึงง่าย และลึกซึ้งกว่าที่เคยรู้จัก

เปิดประสบการณ์เวิร์กชอประบายสีภาพวาดลวดลายเปอร์เซีย วันที่ 7–8 มิถุนายน เวลา 13.00–16.00 น. รับจำนวนจำกัดเพียงวันละ 10 คน เรียนรู้เทคนิคการระบายสีด้วยสีน้ำ หมึก และทองคำ 24 กะรัต ผสานกับน้ำผึ้ง ตามแบบฉบับศิลปะเปอร์เซียดั้งเดิม โดย ออราช เกรโรอิยาน ศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านจิตรกรรมและการออกแบบแบบดั้งเดิมของอิหร่าน ผู้มีผลงานจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการนานาชาติทั่วโลก

ในวันที่ 14 มิถุนายน ตื่นตากับกิจกรรมเดินทัวร์ “Following the Rose: ตามรอยกุหลาบ” สำรวจชุมชนเปอร์เซียในกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม

ปิดท้ายในวันที่ 15 มิถุนายน กับกิจกรรม “รสชาติเปอร์เซีย” เปิดประสบการณ์ลิ้มรสชาและขนมแบบฉบับเปอร์เซีย พร้อมฟังเรื่องเล่าจากวัฒนธรรมอาหารที่เต็มไปด้วยสีสันและความหมาย

Read Iran คืองานที่ตั้งใจพาทุกคนก้าวข้ามภาพจำ ด้วยพลังของเรื่องเล่า วรรณกรรม และวิถีชีวิต เพื่อสร้าง “ความเข้าใจ” ที่เข้าถึงแก่นแท้ของความหลากหลายทางวัฒนธรรมในโลกของคนรุ่นใหม่   พบกันที่ TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 7–15 มิถุนายน 2568 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.tkpark.or.th

MLC2 จุดพลังผู้นำคุณธรรมรุ่นใหม่ ผนึกพลังทุกภาคส่วน ลดเหลื่อมล้ำ สู่ไทยยั่งยืน

MLC2 จุดพลังผู้นำคุณธรรมรุ่นใหม่ ผนึกพลังทุกภาคส่วน ลดเหลื่อมล้ำ สู่ไทยยั่งยืน

MLC2 จุดพลังผู้นำคุณธรรมรุ่นใหม่ ผนึกพลังทุกภาคส่วน ลดเหลื่อมล้ำ สู่ไทยยั่งยืน

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เดินหน้าจัด “โครงการพัฒนาเครือข่ายคุณธรรมผู้นำการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รุ่นที่ 2” หรือ MLC2 ภายใต้แนวคิด “ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ประสานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” มีเป้าหมายสร้างผู้นำคุณธรรมรุ่นใหม่ที่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับเกียรติจาก พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ผู้นำคุณธรรมวิถียั่งยืน” ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ สีลม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568

“โครงการพัฒนาเครือข่ายคุณธรรมผู้นำการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รุ่นที่ 2” หรือ MLC2มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำยุคใหม่ที่ยึดหลักคุณธรรม ก้าวสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง พร้อมเชื่อมพลัง 5 เครือข่ายทางสังคม ได้แก่ 1.ภาครัฐ/ รัฐวิสาหกิจ 2.ภาคธุรกิจเอกชน 3.ภาคชุมชน/ ประชาสังคม 4.ภาคสื่อมวลชน และ 5. ภาคสถา บันการศึกษา ในรูปแบบ Cross-Sector Collaboration ผลักดันให้เกิดนวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำใน 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และร่วมกันขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานเปิดงาน

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานเปิดงานได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ผู้นำคุณธรรมวิถียั่งยืน” โดยเน้นย้ำว่า “ผู้นำคุณธรรมวิถียั่งยืน คือหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสังคมไทยให้ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก ด้วยการสร้างความเข้าใจและการยอมรับในความแตกต่าง เชื่อมโยงพลังของทุกภาคส่วนผ่านคุณธรรมเพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง”

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม

ด้าน คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 32 คน จาก 32 องค์กร ว่า “ศูนย์คุณธรรมมุ่งสร้างสังคมคุณธรรมด้วยพลังเครือข่ายและนวัตกรรม เราเชื่อมั่นว่าการรวมตัวของผู้นำจากหลากหลายภาคส่วนในโครงการนี้จะจุดประกายความเปลี่ยนแปลงได้ในเชิงนโยบาย และเกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมในสังคมไทย”

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวถึงที่มาของโครงการว่า “โครงการ MLC2 เป็นกลไกสำคัญในการสร้างระบบนิเวศคุณธรรมของประเทศ โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นกรอบในการพัฒนาคนให้มีความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายระดับชาติ ในการสร้างแนวทางการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม”

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข, คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล,รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี และคณะกรรมการ

ทั้งนี้ โครงการ MLC2 จัดขึ้นต่อเนื่องตลอด 10 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม-30 กรกฎาคม 2568 โดยกิจกรรมภายใต้โครงการครอบคลุมทั้งการบรรยายพิเศษจากผู้ทรงคุณวุฒิ กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในห้องปฏิบัติการ “Moral Innovation Lab” การดูงานต้นแบบ และการนำเสนอแนวคิดเพื่อขับเคลื่อนคุณธรรมในระดับพื้นที่และเชิงนโยบาย โดยมีกิจกรรมเด่น ได้แก่ The 2030 SDGs Experience: Interactive Simulation โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และกิจกรรมดูงาน Sustainable & Moral Leadership in Action ณ โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง ตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง (เมืองพระมหาชนก) พร้อมรับฟังการบรรยาย “พลิกขยะเป็นพลังสู่ชุมชนยั่งยืน” โดยชุมชนคุณธรรมวัดชากลูกหญ้า ระยอง  ซึ่งแสดงให้เห็นพลังของนวัตกรรมจากชุมชนในการตอบโจทย์ SDGs และปิดฉากด้วยการนำเสนอผลงานโดยผู้นำคุณธรรมรุ่นใหม่ เพื่อผลักดันเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยอย่างยั่งยืน

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประกอบพิธีเปิดงาน

ผู้แทนหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการถ่ายภาพร่วมกัน

“โครงการพัฒนาเครือข่ายคุณธรรมผู้นำการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รุ่นที่ 2” หรือ MLC2 ซึ่งจัดโดยสถาบันวิทยาการคุณธรรม ศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน) ถือเป็นต้นแบบการขับเคลื่อนสังคมด้วยพลังคุณธรรมในรูปแบบ Cross-Sector Collaboration ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ในระดับพื้นที่และระดับนโยบาย สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ ด้วยกระบวนการพัฒนาทักษะเชิงคุณธรรมควบคู่ความรู้ร่วมสมัย เสริมสร้างผู้นำยุคใหม่ที่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมสร้างเครือข่าย Cross-Sector Alliance ที่ยั่งยืน ผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่เข้าร่วมจะได้รับการพัฒนาศักยภาพผ่านกิจกรรมเชิงลึกในประเด็น “เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม” พร้อมเป้าหมายสร้าง “นวัต กรรมลดความเหลื่อมล้ำ” ที่สามารถขยายผลได้จริงในระดับนโยบายและพื้นที่ เพื่อมุ่งสู่สังคมไทยที่มีคุณธรรมและความยั่งยืนอย่างแท้จริง

เมซง FRED เผยโฉมเครื่องประดับจิวเวลรี่ชั้นสูง ‘แสงแรกของช่างศิลป์เครื่องประดับแห่งแสงตะวัน’

เมซง FRED เผยโฉมเครื่องประดับจิวเวลรี่ชั้นสูง ‘แสงแรกของช่างศิลป์เครื่องประดับแห่งแสงตะวัน’

เมซง FRED เผยโฉมเครื่องประดับจิวเวลรี่ชั้นสูง ‘แสงแรกของช่างศิลป์เครื่องประดับแห่งแสงตะวัน’

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมซง FRED เฉลิมฉลองแสงแรกของช่างศิลป์เครื่องประดับแห่งแสงตะวัน ด้วยการเผยโฉมผลงานเครื่องประดับชั้นสูงใหม่ในคอลเล็กชั่น 1936 และ Soleil d’Or Sunrise เพื่อสดุดีอัตลักษณ์อันโดดเด่นของเมซง ทั้งความกล้าและอิสระ สีสันและแสงอาทิตย์ รวมถึงเส้นสายอันอ่อนช้อย ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ถูกถ่ายทอดอย่างงดงามในคอลเล็กชั่นนี้ ผ่านสองบทแห่งความสร้างสรรค์ นำเสนอเรื่องราวผ่านจิวเวลรี่ทั้ง 19 ผลงาน สะท้อนถึงจุดเริ่มต้นของเมซง และลายเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์ที่เปล่งประกายตลอดเกือบ 90 ปีที่ผ่านมา ซึ่งก็คือ FRED ช่างศิลป์เครื่องประดับแห่งแสงตะวัน โดยที่แสงอาทิตย์นั้นเป็นแรงบันดาลใจอันไร้ขีดจำกัดของเมซงเสมอมา

ในปี ค.ศ. 1936 ด้วยจิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญและความเป็นผู้บุกเบิกในวัย 28 ปี เฟร็ด ซามูเอล (Fred Samuel) ได้ก่อตั้ง เมซงที่ไม่เหมือนใคร บนถนนรูว์ รอแยล (Rue Royale) ในกรุงปารีส เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขอบเขต เขาเป็นผู้บุกเบิกแนวทางใหม่ในการสร้างสรรค์เครื่องประดับที่ร่วมสมัย ปรับเปลี่ยนได้และเต็มไปด้วยความสุข ด้วยความหลงใหลในไข่มุกและอัญมณีสีสันสดใส เขาผสมผสานสิ่งเหล่านั้นเข้ากับสุนทรียะร่วมสมัยที่สะท้อนความต้องการสร้างสรรค์เครื่องประดับที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา เคลื่อนไหวอย่างอิสระ และสวมใส่ได้จริงในทุก ๆ วัน แรงบันดาลใจของเขาในทุกช่วงเวลาถูกขับเคลื่อนด้วย องค์ประกอบสำคัญเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งเปรียบเสมือนมิวส์ และกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมซง FRED นั่นคือ แสง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แสงตะวัน

ความกล้าและอิสระ สีสันและแสงอาทิตย์ รวมถึงเส้นสายอันอ่อนช้อย  ล้วนเป็นองค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถูกถ่ายทอด อย่างงดงามในคอลเล็กชั่นเครื่องประดับชั้นสูงล่าสุด โดยแบ่งออกเป็นสองบทแห่งความสร้างสรรค์ ได้แก่ 1936 และ Soleil d’Or Sunrise ที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านจิวเวลรี่ทั้ง 19 ผลงาน สะท้อนถึงจุดเริ่มต้นของเมซง และลายเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์ที่เปล่งประกายตลอดเกือบ 90 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนั่นคือ FRED ช่างศิลป์เครื่องประดับแห่งแสงตะวัน

‘รมย์รวินท์’ อัพเดตศาสตร์ฟื้นฟูผิวลึกถึงเซลล์ ยกระดับคลินิกความงาม

‘รมย์รวินท์’ อัพเดตศาสตร์ฟื้นฟูผิวลึกถึงเซลล์ ยกระดับคลินิกความงาม

‘รมย์รวินท์’ อัพเดตศาสตร์ฟื้นฟูผิวลึกถึงเซลล์ ยกระดับคลินิกความงาม

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รมย์รวินท์คลินิก เดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ด้านการดูแลผิวพรรณอย่างต่อเนื่อง เข้าร่วมงาน RADIESSE Innovation Symposium 2025 จัดโดย Merz Aesthetics ณ โรงแรม Renaissance Bangkok Ratchaprasong การเข้าร่วมงานครั้งนี้เป็นการเรียนรู้เทคนิคและแนวทางการดูแลผิวที่ทันสมัย เพื่อนำมาประยุกต์ใช้และมอบประโยชน์แก่ผู้รับบริการ

รมย์รวินท์คลินิก ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจกระบวนการฟื้นฟูผิวในระดับลึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ Calcium Hydroxylapatite (CaHA) เพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวตามธรรมชาติ ร่วมกับการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ต่างๆ การเข้าร่วมงาน RADIESSE Innovation Symposium 2025 จึงเป็นเวทีสำคัญให้แพทย์ได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญในแวดวงความงาม

การเข้าร่วมงาน RADIESSE Innovation Symposium 2025 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของรมย์รวินท์คลินิก ในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านความงาม รวมทั้งพัฒนาศักยภาพของแพทย์ในคลินิก โดยมุ่งเน้นการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับผลลัพธ์ที่ดีและตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ พญ.ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล (ว.10656) นำทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  นพ.อัครวินท์ ดำรงค์วัฒนโภคิน (ว.52239), พญ.ธิรดา จิตตการ (ว.30170), พญ.วรรณวิมล วรรณรักษ์ (ว.27827), พญ.อรุณี ทองอัครนิโรจน์ (ว.40692), พญ.มุกตาภา สนธิอัชชรา (ว.68054), พญ.ช่ออัญชัญ ปัญญาเอกะวิทู (ว.49909), นพ.อดิเทพ ทาสม (ว.64810), พญ.สมาธิชา บุญวงศ์ (ว.68324), พญ. ศิรประภา สุลีสถิร (ว.69157) และ พญ.โชติกา พวงคำ (ว.75129 )  เข้าอัพเดทนวัตกรรมความงาม รวมทั้งข้อมูลการศึกษาทางคลินิกเกี่ยวกับการใช้โปรแกรม Radiesse เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกาย โดยเน้นผลลัพธ์ระยะยาว และความยั่งยืนในการฟื้นฟูผิวพรรณ

กรมการพัฒนาชุมชน สานต่อแนวพระดำริ ‘แฟชั่นแห่งความยั่งยืน’ ต่อยอดคุณค่าผ้าอัตลักษณ์และงานหัตถกรรม OTOP เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กรมการพัฒนาชุมชน สานต่อแนวพระดำริ ‘แฟชั่นแห่งความยั่งยืน’ ต่อยอดคุณค่าผ้าอัตลักษณ์และงานหัตถกรรม OTOP เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กรมการพัฒนาชุมชน สานต่อแนวพระดำริ ‘แฟชั่นแห่งความยั่งยืน’ ต่อยอดคุณค่าผ้าอัตลักษณ์และงานหัตถกรรม OTOP เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โดย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มอบหมาย นายไพโรจน์  โสภาพร รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธาน เปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในการต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมด้วยนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน จุดดำเนินการที่ 2 ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี โดยมี นางนวลจันทร์  ศรีมงคล ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรมฯ นายสุรพล แก้วอินธิ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน กล่าววัตถุประสงค์ของโครงการฯ

อีกทั้ง ยังได้รับเกียรติจาก นายนุวัฒน์ พรมจันทึก ผู้เชี่ยวชาญด้านการย้อมสีธรรมชาติ ผศ.ดร.วุฒิไกร ศิริผล ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยและย้อมสีธรรมชาติ และนายศักดิ์สิทธิ์ ภัทรประกฤต ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยและย้อมสีธรรมชาติ เป็นวิทยากร รวมถึง นางอรุณรัตน์ ชิงชนะ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน นายพิสดาร ประดา ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน นางสาวริตยา รอดนิ่ม รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการพัฒนาชุมชน นางสาววิจิตร หลงชิน ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดอุบลราชธานี รวมถึงแขกผู้มีเกียรติ ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บึงกาฬ บุรีรัมย์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี อุบลราชธานี และสมาชิกกลุ่มศิลปาชีพ เข้าร่วมกิจกรรมฯ

ไพโรจน์  โสภาพร รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในการต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรม ด้วยนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน กรมการพัฒนาชุมชน โดย สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน ขับเคลื่อนตามวัตถุประสงค์ ในการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในการต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรม ให้ได้รับการส่งเสริมยกระดับพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นายสุรพล แก้วอินธิ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน

โดยมีศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน เป็นจุดดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้ 4 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 จุดที่ 2 ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี จุดที่ 3 ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนนครนายก และจุดที่ 4 ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนนครศรีธรรมราช จุดดำเนินการละ 30 คน ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จะได้รับความรู้ จากทีมผู้เชี่ยวชาญ และผู้ทรงคุณวุฒิ ผ่านเนื้อหาหลักสูตรที่น่าสนใจ ได้แก่ การเลือกเส้นใยและการสกัดสีจากพืชที่ใช้ย้อมสีธรรมชาติ, เทคนิคการจับคู่สีบนผืนผ้า, หลักการและเทคนิคการย้อมสีธรรมชาติ, แหล่งวัตถุดิบในชุมชนสู่นวัตกรรมการย้อมสีธรรมชาติ

กรมการพัฒนาชุมชน สนองแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงทุ่มเท เสียสละ ด้วยความมุ่งมั่น ที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด เพื่อทำให้พวกเราทุกคนได้มีโอกาสที่ดีในการสร้างสรรค์ผลงาน อีกทั้ง แนวพระดำริ “Sustainable Fashion” หมายถึง “แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” ที่ทุกกระบวนการสร้างสรรค์ผืนผ้าและงานหัตถกรรม ล้วนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อผู้สร้างสรรค์และผู้สวมใส่จะเห็นได้ว่าการนำผ้าอัตลักษณ์และงานหัตถกรรมทุกรูปแบบ มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนา ทำให้เกิดผลงานอันทรงคุณค่า และเป็นที่ต้องการของตลาดได้มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP มีคุณภาพชีวิตของที่ดีและมีรายได้เพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในการต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรม ด้วยนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน ผู้เข้ารับการอบรมฯ จะได้รับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้นั้น ไปสร้างสรรค์ต่อยอดผลงานให้ทันสมัย ก้าวสู่ระดับสากล

โรงพยาบาลธนบุรียกระดับบริการผู้ป่วยนอกด้วยAI รองรับทุกมิติการรักษา

โรงพยาบาลธนบุรียกระดับบริการผู้ป่วยนอกด้วยAI รองรับทุกมิติการรักษา

โรงพยาบาลธนบุรียกระดับบริการผู้ป่วยนอกด้วยAI รองรับทุกมิติการรักษา

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงพยาบาลธนบุรี ประกาศความพร้อมเต็มรูปแบบในปี 2568 เปิดอาคารผู้ป่วยนอกหลังใหม่ “อาคาร 8” พร้อมเทคโนโลยี AI และบริการดิจิทัลครบวงจร ภายใต้แนวคิด “รพ.-เราพร้อมที่ธนบุรี”ตอกย้ำเป้าหมายการเป็น Hospital of Choice อย่างเต็มภาคภูมิ สะท้อนวิสัยทัศน์การเป็นโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยเลือก บุคลากรภูมิใจ และสังคมให้คุณค่า

ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธนบุรี กล่าวว่า การเปิดอาคารผู้ป่วยนอกหลังใหม่ หรือ “อาคาร 8”  ที่พร้อมบริการภายใต้แนวคิด“รพ.-เราพร้อมที่ธนบุรี” ถือเป็นการเปิดบทใหม่แห่งการยกระดับการดูแลสุขภาพ ที่ผสมผสานนวัตกรรมและความเอื้ออาทร เพื่อสร้างโรงพยาบาลที่มีความหมายและคุณค่าต่อสังคมไทย อาคาร 8 ถือเป็นสัญลักษณ์ของโรงพยาบาลธนบุรียุคใหม่  ยุคที่ก้าวสู่การเป็น “Hospital of Choice for both Customer & Employee” โรงพยาบาลที่ทั้งผู้ป่วยและบุคลากรเลือกเป็นที่แรก บนพื้นฐานของเสาหลัก 5 ประการประกอบด้วย หนึ่ง: การเป็นโรงพยาบาลทางเลือกทั้งสำหรับผู้ป่วยและบุคลากร โดยสร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้ป่วยได้รับการดูแลเป็นเลิศและบุคลากรเติบโตในวิชาชีพอย่างมั่นคง สอง: การรักษาผลประกอบการทางการเงินที่ยั่งยืน ช่วยให้เราสามารถลงทุนพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง สาม: การสร้างกระบวนการที่ไร้รอยต่อโดยมีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ปัจจุบันเรามีคะแนนความพึงพอใจสูงถึง 97-98% แต่เรายังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น สี่: การส่งมอบผลลัพธ์ทางการแพทย์ที่มีคุณภาพเชื่อถือได้ตามมาตรฐานระดับนานาชาติอย่าง HA และ AACI พร้อมทั้งความภาคภูมิใจในการติดอันดับ 1 ใน 10 โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลกจากการจัดอันดับโดย Newsweek ร่วมกับ Statista เป็นเวลา 5 ปีต่อเนื่อง ห้า: การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่บูรณาการนวัตกรรมและสติปัญญา ผสมผสานเทคโนโลยีและความเป็นมนุษย์ได้อย่างลงตัว

ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธนบุรี

ทั้งนี้ การเป็น Hospital of Choice ในยุคปัจจุบันไม่อาจสำเร็จได้หากปราศจากเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยได้ร่วมมือกับ Agnos Health บริษัท Startup ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ เปิดให้บริการ Smart Registration เพื่อพลิกโฉมการลงทะเบียนผู้ป่วย โดยได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ในหลายด้าน อาทิ ระบบ AI Nurse ช่วยซักประวัติและแนะนำแผนกที่เหมาะสมกับอาการป่วย  ระบบยืนยันตัวตนด้วย AI Face Recognition ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ระบบดึงข้อมูลอัตโนมัติจากเอกสารผู้ป่วยผ่าน AI OCR ระบบตรวจสอบสิทธิของผู้ป่วยด้วย Robotic Process Automation ระบบ E-consent สำหรับเก็บการยินยอม PDPA ช่วยลดกระดาษที่ไม่จำเป็น นอกเหนือจากระบบการจัดการคนไข้อัจฉริยะ นวัตกรรมทางการแพทย์ของโรงพยาบาลธนบุรี คือการก้าวล้ำเทคโนโลยีเพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเช่นกัน  

“เป้าหมายของเราชัดเจน ให้ผู้มารับบริการได้รับการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุด โดยที่มีคุณภาพดีที่สุด และสามารถเข้าถึงได้สะดวกที่สุด ในต้นทุนที่เหมาะสมที่สุด และทำให้ผู้ป่วยมีความพึงพอใจมากที่สุด” ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์วิศิษฎ์   กล่าวในที่สุด

ไทยเบฟเปิดบูทนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ครบวงจร โชว์ศักยภาพในงาน ‘THAIFEX – ANUGA ASIA 2025’

ไทยเบฟเปิดบูทนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ครบวงจร โชว์ศักยภาพในงาน ‘THAIFEX – ANUGA ASIA 2025’

ไทยเบฟเปิดบูทนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ครบวงจร โชว์ศักยภาพในงาน ‘THAIFEX – ANUGA ASIA 2025’

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เตรียมพบความยิ่งใหญ่ของบูท บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่จะชวนคุณมาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมแห่งยุค และผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่สรรสร้างความหลากหลายตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคทุกช่วงวัย ตอกย้ำศักยภาพความแข็งแกร่งผู้นำธุรกิจเครื่องดื่ม และอาหารครบวงจรที่มั่นคง และยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียน (Stable and Sustainable ASEAN Leader) ที่ขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ไปกับการคำนึงถึงการดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมขยายการเติบโตทางธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ ในงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย “THAIFEX – ANUGA ASIA 2025” ซึ่งเป็นเวทีแสดงศักยภาพของผู้ประกอบการไทย มีผู้เข้าชมงานจากทั่วโลก

ภายในบูทไทยเบฟ พบกับการแสดงสินค้าเครื่องดื่ม และอาหาร พร้อมนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจาก 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจสุรา กลุ่มธุรกิจเบียร์ กลุ่มธุรกิจไม่มีแอลกอฮอล์ และกลุ่มธุรกิจอาหาร และร่วมสนุกกับกิจกรรมที่ทางแบรนด์ภูมิใจนำเสนอ พร้อมเปิดพื้นที่เชิญชวนพันธมิตรทางการค้าในการร่วมเจรจาทางธุรกิจ  เพื่อขยายเครือข่ายความร่วมมือแบบไร้พรมแดนสู่เวทีโลก  

มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ดังกล่าวได้ที่บูทไทยเบฟ  (DRINK Zone, Hall 1 , Entrance 2-3, Booth No.1-0015)  ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 ตั้งแต่วันที่ 27 – 31 พฤษภาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุม และแสดงสินค้าอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี  

คุณแหน : 28 พฤษภาคม 2568

คุณแหน : 28 พฤษภาคม 2568

คุณแหน : 28 พฤษภาคม 2568

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll เพื่อร่วมรำลึกถึงพระเมตตาและสืบสานพระปณิธานด้านการอุปถัมภ์ดนตรีของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ผ่านบทสนทนาแห่งเสียงเปียโนที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งความสามัคคี สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ขอเชิญชมคอนเสิร์ตเปิดงาน Princess Galyani Vadhana International Music Festival 2025 ในการแสดง “En Harmonie, un Hommage” โดยนักเปียโนชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งล้วนเป็นผู้ได้รับทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิก ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ 29 พ.ค. 19.00 น. ณ หอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สอบถาม โทร.02-4478597..

ll ชุติพร เสชัง ผวจ.นครสวรรค์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน จ.นครสวรรค์..

ll ชาว Digital CEO#2 เตรียมรอฉลองให้ พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ ที่ได้รับเลือกตั้งแบบไร้คู่แข่งเป็น ว่าที่นายกเทศมนตรีนครยะลา(ผลไม่เป็นทางการ)..

ll ยินดีกับผู้ที่ได้รับเลือกเข้าเรียนในหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลรุ่นพิเศษ Avantgarde studies อาทิ ชยันต์ ศิริมาศ, ทวี ปิยะพัฒนา,นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร, ณรงค์ แผ้วพลสง,ผศ.นพ.บุญชัย หวังศุภดิลก, สันทวัฒน์ สินาเจริญ,ดร.วิโรจน์ ศิริรัตนรักษ์, ดร.เอื้อมพร ปัญญาใส,ประภาพรรณ พิชัยคำ, ศรีวรรณ เศรษฐีวรรณ,ดุสิต เต็งไตรรัตน์, ทวีศักดิ์ นิลวัชรมณี,ธนาศักดิ์ ทรัพย์หิรัญกุล, บุญญนันท์ พนาพิทักษ์กุล,ดร.นิพนธ์ นาชิน, ปกรณ์ เจียมสกุลทิพย์,ประวิทย์ ธงชัยระวีวัฒน์, ปรารถนา กวินวุฒิกุล,ยุุวพล วัตถุ,ยุพธัช ยิบอินซอย,สินชัย ลือสุขประเสริฐ,วิศิษฏ์ เตชาวัฒนากูล,วัชระ เอมวัฒน์,อธิตานันท์ อภิธนทวีพัฒน์,อรอุมา มั่นศิลป์,ณภัทร รัตนกุล..

ll เพื่อนๆ ปลื้มใจกับ ดร.จิราพร ศิริคำ ที่ EGCO Group กำไร Q1/68 โต 115% แตะ 3.5 พันล้าน พร้อมเร่งหาโอกาสการลงทุนใน-ต่างประเทศ..

ll อนุวัตร เฉลิมไชย ได้รับเลือกเป็นประธานกรรมการ มูลนิธิเพื่อการศึกษาของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยแทน ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน ที่ครบวาระ..

ll คนไทยยังสนใจไปศึกษาต่อนิวซีแลนด์ต่อเนื่อง งานศึกษาต่อเมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ (Study in Christchurch Fair 2025) มีผู้สนใจเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยมี อาบิเกล พูล (Abigail Poole) รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต ผู้แทนถาวรนิวซีแลนด์ประจำ UNESCAP สถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ร่วมกับเอเจ้นท์ตัวแทนแนะแนวการศึกษาต่อนิวซีแลนด์และสถาบันการศึกษากว่า 20 แห่งจากเขตการศึกษาเมืองไครสต์เชิร์ช ร่วมกัน
จัดขึ้น..

ll ดร.ชัยทัต แซ่ตั้ง วันเกิดได้นิมนต์พระวัดท่าเกวียน มาทำบุญที่ออฟฟิศพร้อมกับน้องๆ ที่บริษัท..

ll พระราชทานเพลิงศพ พ.ท.ประยงค์ บัวขาว บิดา พล.อ.ชูชาติ บัวขาว 28 พ.ค.16.00 น. เมรุ 1 วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน..

น้องใหม่