‘สมศักดิ์’ ยัน ’30 บาทรักษาทุกที่’ไม่ล่ม บอกเป็นนโยบายรัฐบาลการันตี

'สมศักดิ์' ยัน '30 บาทรักษาทุกที่'ไม่ล่ม บอกเป็นนโยบายรัฐบาลการันตี

‘สมศักดิ์’ ยัน ’30 บาทรักษาทุกที่’ไม่ล่ม บอกเป็นนโยบายรัฐบาลการันตี

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.18 น.

‘สมศักดิ์’ ยัน ’30 บาทรักษาทุกที่’ไม่ล่ม บอกเป็นนโยบายรัฐบาลการันตี ชี้แค่คำนวณผู้ป่วยคลาดเคลื่อน

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่านโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่จะล่มภายใน 3 ปี ว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องในเขตกทม. มีการประชุมร่วมกันในประเด็นการคิดเงินผู้ป่วย โดยที่มีการประเมินไว้จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 9 ล้านจุด จุดละ 8,350 บาท แต่ปรากฎว่าในรอบปีมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากกว่าการคาดการณ์ โดยคลาดเคลื่อนไป 8.37 % จึงต้องมีการลดเงินในส่วนของผู้รับจ้าง ทำให้ผู้ให้บริการที่มารับจ้างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) คิดว่าถ้าลดจาก 8,350 บาท มาเป็น 7,100 บาทก็จะขาดทุน แล้วปากคนยาวกว่าปากกาพอพูดว่ามันจะเจ๊งจะล้มละลาย ซึ่งความเป็นจริงมันจะล่มได้อย่างไร เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการคาดการณ์จำนวนที่คลาดเคลื่อน หากคำนวณถูกต้องทุกอย่างก็เหมือนเดิม ตนจึงแนะนำให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องการจ่ายเงิน และตรวจสอบความถูกต้อง

”การที่เป็นแบบนี้ เพราะมีการนับผิดหรือจำนวนคนป่วยเพิ่มมากขึ้น จะไปล้มละลายได้อย่างไร เพราะ 30 บาทรักษาทุกที่เป็นนโยบายที่รัฐบาลการันตี“ นายสมศักดิ์ กล่าว

‘พิชัย’ย้ำรอคุยฝ่ายกฎหมาย ปมตั้งคณะกรรมการเรียกค่าชดใช้ 10,028 ล้านจาก‘ยิ่งลักษณ์’

‘พิชัย’ย้ำรอคุยฝ่ายกฎหมาย ปมตั้งคณะกรรมการเรียกค่าชดใช้ 10,028 ล้านจาก‘ยิ่งลักษณ์’

‘พิชัย’ย้ำรอคุยฝ่ายกฎหมาย ปมตั้งคณะกรรมการเรียกค่าชดใช้ 10,028 ล้านจาก‘ยิ่งลักษณ์’

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.18 น.

‘พิชัย’ย้ำรอคุยฝ่ายกฎหมาย ปมตั้งคณะกรรมการเรียกค่าชดใช้ 10,028 ล้านจาก‘ยิ่งลักษณ์’

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 27 พ.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายพิชัย ชุณหวิชร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้ค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวเพียงแค่ 10,028 ล้านบาท โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้เร่งรัด ว่า  เรื่องนี้ตนได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมาย นำข้อเท็จจริงมาดูในรายละเอียดให้หมด ฉะนั้น ขอดูเรื่องย้อนหลังก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใหม่เพื่อคำนวณค่าเสียหายหรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า ขอดูรายละเอียดในคำสั่งก่อน ส่วนจะใช้ระยะเวลากี่วันนั้นขอดูรายละเอียดก่อนที่จะดำเนินการอะไร เพราะต้องให้ฝ่ายกฎหมายตรวจดูข้อเท็จจริงก่อน

เมื่อถามว่า ทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่เคยยึดทรัพย์ ไว้ก่อนหน้านี้จะต้องนำมาพิจารณาใหม่หรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า ก็นี่ไง ตนยังไม่รู้ข้อเท็จจริง ส่วนอายัดไว้เท่าใดนั้น ตนทราบเพียงแต่ในข่าวเท่านั้น ซึ่งมีทั้งอายัดแล้วและจำหน่ายแล้ว แต่เรื่องอื่นๆ ตนยังไม่ทราบ ขอหารือฝ่ายกฎหมายก่อน

เมื่อถามถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ออกมาระบุว่าการคำนวณราคาข้าวไม่เหมือนเดิม จึงจำเป็นต้องคำนวณค่าเสียหายใหม่ นายพิชัย กล่าวว่า ก็ต้องลงไปดู เมื่อถามอีกว่า จำเป็นจะต้องตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาดูแลเฉพาะหรือไม่ นายพิชัย ย้ำว่า ตนขอปรึกษาฝ่ายกฎหมายก่อน

ขณะที่นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเพื่อคำนวณค่าชดเชยใหม่ จะมีความชัดเจนเมื่อใดนั้น ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับเรื่องอะไร

ข้าว10ปียังขายได้!’ภูมิธรรม’ชี้คลังคำนวณตัวเลขผิดพลาด ศาลฯไม่บังคับ‘ยิ่งลักษณ์’ชดใช้จำนำข้าว

ข้าว10ปียังขายได้!'ภูมิธรรม'ชี้คลังคำนวณตัวเลขผิดพลาด ศาลฯไม่บังคับ‘ยิ่งลักษณ์'ชดใช้จำนำข้าว

ข้าว10ปียังขายได้!’ภูมิธรรม’ชี้คลังคำนวณตัวเลขผิดพลาด ศาลฯไม่บังคับ‘ยิ่งลักษณ์’ชดใช้จำนำข้าว

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.17 น.

 “ภูมิธรรม” ชี้คลังคำนวณตัวเลขผิดพลาด-ระบายข้าวล็อตสุดท้ายเป็นข้อต่อสู้ ลดค่าเสียหาย‘ยิ่งลักษณ์’ ได้  ยันไม่ปล่อย หากมีคนผิดปมเรือดำน้ำ และ เหมืองทองอัครา  เชื่อคำตัดสิน ไม่กระทบเดินหน้าเรือธงเพื่อไทย

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายภูมิธรรม  เวชยชัย  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีศาลปกครองชี้แจงข้อกฎหมายคดีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังให้ชดใช้ค่าสินไหมโครงการจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งศาลปกครองไม่ได้สั่งให้นางสาวยิ่งลักษณ์จ่าย  แต่เป็นการเพิกถอนคำสั่งกระทรวงคลังส่วนที่ให้จ่ายเกิน 10,028 ล้านบาทว่า  ถูกต้อง  เรื่องนี้นางสาวยิ่งลักษณ์เป็นโจทก์ยื่นเรื่องเสนอศาลปกครอง  เพราะเห็นว่า การกำหนดรายละเอียดงบประมาณต่างๆ ไม่มีความชัดเจน   เมื่อศาลฯได้ดูรายละเอียด และมีคำตัดสินออกมาจากต้องชดใช้ค่าสินไหมโครงการรับจำนำข้าวที่ 3.5 หมื่นล้านบาท  เหลือเพียง 10,000 กว่าล้านบาท เนื่องจากคิดไม่ตรงและเกิดความผิดพลาด  แต่ศาลฯไม่ได้สั่งบังคับว่าต้องไปจ่ายอะไร  ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า การคำนวณตัวเลขค่าใช้จ่ายมีความผิดพลาดตั้งแต่แรกที่กำหนดมา แสดงให้เห็นว่า มีปัญหา จึงมีช่องให้พิจารณา

นอกจากนี้  สิ่งที่เป็นหลักฐาน ในยุคที่ตนเองเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และมีการตรวจสอบข้าว 10 ปี  ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ตนสามารถขายข้าวได้กิโลกรัมละ 18 บาท จึงเป็นคำถามว่า ในช่วงก่อนหน้านี้ที่มีการขายข้าวในราคา 3-5 บาทต่อกิโลกรัม ก็ต้องไปพิสูจน์กันว่าข้าวเสียได้อย่างไร  ในเมื่อข้าว 10 ปียังขายได้ จึงสะท้อนให้เห็นว่า มีความคลาดเคลื่อนพอสมควร วิธีบริหารจัดการ

นายภูมิธรรมระบุอีกว่า  เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำได้สำหรับคดีของนางสาวยิ่งลักษณ์ตอนนี้ ทนายความกำลังยื่นข้อมูล ซึ่งอาจนำหลักฐานจากที่ตนได้ดำเนินการไปประกอบให้ศาลฯ พิจารณาว่า เป็นข้อมูลใหม่ เพื่อพิจารณาหักลบค่าใช้จ่าย ซึ่งต้องว่า ไปตามกระบวนการ ในขณะที่กระทรวงการคลัง ก็มีหน้าที่กำหนดข้อมูล และฟ้อง ส่วนนายกรัฐมนตรี โดยตำแหน่งในฐานะที่มีปัญหาเกิดขึ้นภายในภายในประเทศ ก็ต้องกำกับดูแล แต่ศาลฯ ไม่ได้สั่งให้นายกรัฐมนตรี หรือกระทรวงการคลังดูแล

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่รัฐบาลขายข้าวไปก่อนหน้านี้สามารถนำไปชดเชยกับค่าสินไหมทดแทนได้หรือไม่ นายภูมิธรรมระบุว่า หากคิดตัวเลขผิด ยอดเรียกค่าเสียหายก็ไม่ถึง และช่วงหลังที่ขายข้าวได้ราคาดีกว่า ค่าเสียหายก็ต้องลดลงไปอีก  ซึ่งจะเห็นได้ว่า ที่ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาตัวเลขหายไปกว่า 20,000 กว่าล้านบาท

เมื่อถามว่า การขายข้าวที่อยู่ในราคา 3-5 บาทจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าขายต่ำกว่าราคา นายภูมิธรรม ระบุว่า อยู่ในดุลพินิจของศาลฯ ที่จะมองประเด็นนี้อย่างไร  หากถามว่า พิสูจน์ได้หรือไม่ว่า ขายในราคาต่ำกว่า ก็ต้องดูว่า ในอดีตสื่อฯ พยายามขอเข้าไปดูโกดังข้าว แต่ไม่ได้รับอนุญาต จึงต้องดูว่า ทนายความไปยื่นเรื่องในเงื่อนไขประเด็นใด

ถามว่า ตามหลักการแล้ว เมื่อทนายความไปยื่นเรื่องร้องต่อศาลฯใหม่ ในฐานะนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการคลัง ต้องรอให้ทุกอย่างจบกระบวนความ ก่อนดำเนินการใดๆหรือไม่  นายภูมิธรรมระบุว่า ต้องเห็นรายละเอียดทั้งหมดก่อน และมีเรื่องที่ต้องดำเนินการอยู่หรือไม่ ซึ่งตนมองว่า ต้องรอให้ครบกระบวนการทั้งหมดจะดีกว่า

อย่างไรก็ตาม นายภูมิธรรมระบุว่า จำไม่ได้ว่าตัวเลขขายข้าวจำนวน 18 ล้านตันเป็นจำนวนเงินเท่าใด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เพราะเหตุใดผู้กระทำความผิดเรื่องเหมืองทองอัครา และเรือดำน้ำขาดเครื่องยนต์ ถึงไม่ต้องดำเนินการอะไร นายภูมิธรรมระบุว่า  แม้จะเป็นหน้าที่ตน ก็ต้องดูก่อน ขณะนี้ตนยังไม่ตัดสินใจอะไร และต้องมีการชี้แจง ซึ่งผิดหรือไม่ ก็ยังไม่รู้ เพราะศาลฯ ยังไม่ได้ตัดสิน แต่หากมองประเด็นเรื่องนางสาวยิ่งลักษณ์เป็นมาตรฐาน ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะเป็นเรื่องเชิงนโยบาย หากผู้ที่ทำนโยบายตามที่ได้รับเลือกจากการเลือกตั้งมา และไปเอาผิดกับผู้คุมนโยบาย ก็มีหลายเรื่องที่สะท้อนให้เห็น เช่น คดีของตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ก็มีความเกี่ยวข้อง

ถามอีกว่า หลังจากนี้พรรคเพื่อไทยจะกล้าผลักดันนโยบายหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรามั่นใจว่า นโยบายทุกอย่างผ่านการคิด และกลั่นกรอง และจะผลักดันอย่างเต็มที่ ในแต่ละเงื่อนไข และสถานการณ์ ที่มีมีความจำเป็นจะต้องปรับ แต่สิ่งที่เราแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะเป็นแนวในการปฏิบัติ หากจะติดขัดอะไรก็ต้องแสดงให้เห็นว่า เรามีความตั้งใจ และมีเหตุผลในการเปลี่ยน

เมื่อถามว่า ตามหลักการในฐานะเป็นผู้คุมนโยบาย หากทำให้เกิดความเสียหาย จะต้องมีส่วนชดใช้ หรือไม่ต้องรับผิดชอบ นายภูมิธรรม กล่าวว่า อยู่ที่ศาลฯ หากระบุว่า ควรกำหนดนโยบาย มีความไม่ชอบมาพากล หรือเจตนาแฝง อาจต้องรับผิดชอบ แต่กรณีของนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นความเสียหายในกระบวนการบังคับใช้ หรือการปฏิบัติเรื่องการระบายข้าว ก็ไม่ควรจะเกี่ยวกับผู้บริหาร หรือผู้คุมนโยบาย แต่ยอมรับว่า มันเกี่ยวพันกัน และมีกระบวนการคิดที่ไม่เหมือนกัน แต่เมื่อศาลฯ พิจารณาแล้วก็ต้องเคารพดุลพินิจ ยกเว้นว่า มีข้อมูลใหม่ว่า การตัดสินนั้นอาจมีความคลาดเคลื่อน

แค่แชร์ประสบการณ์! ‘ทวี’บอก’ทักษิณ’จ้อยาเสพติด ไม่เกี่ยวการเมือง

แค่แชร์ประสบการณ์! 'ทวี'บอก'ทักษิณ'จ้อยาเสพติด ไม่เกี่ยวการเมือง

แค่แชร์ประสบการณ์! ‘ทวี’บอก’ทักษิณ’จ้อยาเสพติด ไม่เกี่ยวการเมือง

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.00 น.

“ทวี”บอก”ทักษิณ”บรรยายยาเสพติดบ่ายนี้ ไม่เกี่ยวการเมือง แค่แชร์ประสบการณ์ บอกมาในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียนยัน ไม่ซ้ำรอยฆ่าตัดตอน ชี้พลวัตเปลี่ยนไปแล้ว

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เชิญ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปบรรยายเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในช่วงบ่ายนี้ แต่ถูกมองว่าในอดีตมีการฆ่าตัดตอน ว่า ในอดีตที่ผ่านมาเราแก้ปัญหายาเสพติดได้ 99% ปัจจุบันได้แค่ 60% เนื่องจากยาเสพติดเป็นอาชญากรรมที่เชื่อมโยงกันทั้งโลก อีกทั้งพื้นที่ผลิตอยู่ในสามเหลี่ยมทองคำ พื้นที่อาเซียน และประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางถูกโจมตีเรื่องยาบ้า และเป็นทางผ่านประเภทไอซ์ เฮโรอีน เคตามีน

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ในอดีตนายทักษิณมีประสบการณ์ในการสร้างพลังแผ่นดินเพื่อชนะยาเสพติดได้ และปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียน จึงอยากจะฟังแนวคิดและประสบการณ์ของนายทักษิณ ที่จะพูดโดยตรงกับผู้ปฏิบัติ ที่รับนโยบายมาจากรัฐบาล ที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเร่งด่วน อีกทั้งเป็นภัยพิบัติแห่งชาติ ยืนยันว่า ไม่มีวาระการเมือง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าร่วมรับฟัง ประโยชน์ตกกับประชาชน

เมื่อถามว่า การออกมาปรากฏตัวของนายทักษิณ ถือว่าเป็นความได้เปรียบในคดีวันที่ 13 มิถุนายนนี้ ใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี เผยว่า ไม่มีประเด็นในเรื่องนี้ มีแต่เรื่องของประชาชน

เมื่อถามว่า มีความกังวลกันว่านโยบายปราบปรามยาเสพติดเดิมของนายทักษิณ จะนำกลับมาใช้อีกครั้ง พ.ต.อ.ทวี ยืนยันว่า ประชาชนไม่ได้หวาดวิตก กลับเรียกร้องให้แก้ไขปัญหายาเสพติด และรัฐบาลปัจจุบันใช้หลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาด ผู้มีอิทธิพล พ่อค้ายาเสพติด จะต้องไม่อยู่เหนือกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า วิธีปฏิบัติอาจเกิดช่องว่างทำให้ประชาชนต้องเกิดความสูญเสีย พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เราแก้ปัญหาและต้องการเอาชนะยาเสพติด ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าเราจับกุมยาเสพติดภายในประเทศได้เป็นจำนวนมาก ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าไม่ปกติ สะท้อนให้เห็นว่ายาเสพติดทะลักเข้ามา จึงต้องอาศัยความร่วมมือกับประเทศรอบบ้าน ถือเป็นโชคดีที่นายทักษิณ ถูกตั้งเป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียน

เมื่อถามว่า การแสดงวิสัยทัศน์ของนายทักษิณ จะมองว่า เป็นการมอบนโยบายหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตนเป็นผู้ปฏิบัติ รวมถึงคนอื่นที่มารับฟัง เช่น ปลัดกระทรวงมหาดไทย , ผบ.ทบ. , ผบ.ตร.รวมถึงทุกภาคส่วน ยืนยันไม่ใช่เรื่องการเมือง

เมื่อถามว่า ทางกฎหมาย นายทักษิณไม่มีตำแหน่งหรืออำนาจใดๆ ที่จะสามารถสั่งการหรือมอบนโยบายให้กับภาครัฐได้ พ.ต.อ.ทวี เผยว่า แล้วแต่มุมมองและวิสัยทัศน์ที่จะรับฟังว่าแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างไร

เมื่อถามย้ำว่า ทำไมถึงไม่เชิญ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาแสดงวิสัยทัศน์ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า นายกฯ ประชุมในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว แต่ในฐานะที่คณะกรรมการเร่งรัดและติดตามแก้ไขปัญหา ก็จะฟังประสบการณ์และทัศนคติ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือของอาเซียนที่จะต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ

เมื่อถามว่า การปราบปรามยาเสพติด จะไม่ซ้ำรอยฆ่าตัดตอนในอดีตใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ย้ำว่า พลวัตเปลี่ยนแปลงไปเยอะ รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยต้องรับใช้ประชาชน ทุกข์ของประชาชนสูงสุด เพราะปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาความมั่นคงที่ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า

เมื่อถามย้ำว่า ฝ่ายค้านมองว่าเป็นการด้อยค่านายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้ถูกเชิญไปขึ้นเวทีกล่าววิสัยทัศน์ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าไม่มีการด้อยค่า มีแต่ชื่นชม แต่ถ้าเราจะเอาคำพูดของคนบางคน ก็พูดได้ เรารับฟัง แต่ทุกคนก็ต้องทำตามนโยบายของนายกฯ ไม่ได้ทำ ตามนโยบายใคร

‘ทวี’โยนถามเจ้าหนี้ ปมอายัดทรัพย์’ยิ่งลักษณ์’คดีจํานําข้าว ต้องทบทวนใหม่หรือไม่

'ทวี'โยนถามเจ้าหนี้ ปมอายัดทรัพย์'ยิ่งลักษณ์'คดีจํานําข้าว ต้องทบทวนใหม่หรือไม่

‘ทวี’โยนถามเจ้าหนี้ ปมอายัดทรัพย์’ยิ่งลักษณ์’คดีจํานําข้าว ต้องทบทวนใหม่หรือไม่

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.50 น.

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีศาลปกครองสูงสุดเพิกถอนคำสั่งกระทรวงคลัง ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้ค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวเพียงแค่ 10,028 ล้านบาท ซึ่งทางกรมบังคับคดีได้อายัดทรัพย์สินไว้ ประมาณ 30 รายการ จะต้องมีการทบทวนใหม่หรือไม่ ว่า ส่วนใหญ่การบังคับคดีจะอยู่ที่ตัวของเจ้าหนี้ เราก็ต้องไปถามฝ่ายเจ้าหนี้ เมื่อถามย้ำว่า กระทรวงการคลังใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ต้องดูว่าเจ้าหนี้เป็นใคร

รบ.ห่วงสารพิษในลำน้ำกก ลุยถกเมียนมา ผุดแผนกั้นลำน้ำดักสารพิษ เพื่อดูดออก

รบ.ห่วงสารพิษในลำน้ำกก  ลุยถกเมียนมา ผุดแผนกั้นลำน้ำดักสารพิษ เพื่อดูดออก

รบ.ห่วงสารพิษในลำน้ำกก ลุยถกเมียนมา ผุดแผนกั้นลำน้ำดักสารพิษ เพื่อดูดออก

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.46 น.

สถานการณ์น้ำท่วมเชียงรายเริ่มคลี่คลาย  ไม่น่ากังวล ‘ภูมิธรรม’สั่งทหารช่างฝังตัวในพื้นที่ เร่งช่วยเหลือประชาชนได้   เผยรบ.ห่วงสารพิษในลำน้ำกก  เล็งถกเมียนมา ผุดแผนกั้นลำน้ำดักสารพิษ เพื่อดูดออก

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วม จ.เชียงรายว่า ตอนแรกตนจะลงพื้นที่ ซึ่งได้พูดคุยกับสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว เพราะว่าจริงๆ น้ำท่วมเชียงรายไม่น่ากังวลเท่าไหร่ เพราะว่าน้ำลงมาเป็นช่วงระยะ และมีเวลาที่หยุดและระบาย ส่วนของบ้านประชาชนขณะนี้ถือว่าค่อนข้างที่จะน้ำลดลงแล้วเป็นระยะๆ ไม่ได้ตกแบบท่วมไปหมดอย่างคราวที่แล้ว น้ำท่วมที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่เรามีหน่วยทหารช่างอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว และเราเร่งทำงานทั้งวันทั้งคืนเพื่อที่จะให้ทัน แต่เนื่องจากมีพายุฝนเข้ามาอย่างนี้อากาศแปรปรวน แต่เรามีทหารช่าง ซึ่งก็คิดว่าจะสามารถจัดการได้ และได้ให้มณฑลทหารบกที่ 37 เข้าช่วยแก้ปัญหา ซึ่งตนได้สั่งไว้ล่วงหน้าก่อนแล้วว่าถ้ามีน้ำท่วมหรือภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่ต้องรอสั่ง หน่วยเฉพาะหน้าเข้าไปดำเนินการก่อนได้เลย

นายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า  โดยก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้ลงพื้นที่ไปก่อนแล้ว ในการช่วยเหลือ ซึ่งเราเคยมีประสบการณ์จากการที่มีปัญหาน้ำท่วมและทำให้วุ่นวายไปหมด ครั้งที่แล้ว ผบ.ทหารสูงสุด ได้เข้าไปจัดแบ่งพื้นที่รับผิดชอบ และได้ดำเนินการตามนั้น แก้ไขปัญหาได้เร็วพอสมควร

“สิ่งที่มีปัญหาและเราห่วงใยได้มอบหมายให้กรมควบคุมมลพิษไปดูคือ พบมีสารตกตะกอนซึ่งกังวลว่าเป็นพิษเป็นภัยต่อประชาชน รัฐบาลเป็นห่วงและกังวลตรงนี้ โดยศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) ได้ตั้งอธิบดีกรมควบคุมมลพิษและดึงส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันพิจารณา ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่”นายภูมิธรรมกล่าว

และว่า เรื่องสารพิษเราก็เป็นห่วง ได้ให้ไปตรวจสอบไปสุ่มดู  ก็พบว่าสารพิษนี้มาจากต้นน้ำในเขตแดนเมียนมา ซึ่งมีความเข้มข้นมาก ซึ่งที่ไหลลงมามีลักษณะที่เราตรวจแต่ละที่มันจางลงเรื่อยๆ คิดว่ายังไม่น่ากังวลอะไรในระยะสั้น  แต่ว่าถ้าเราไม่ทำอะไรเลยในระยะยาว ก็จะเกิดการสะสมได้   ตอนนี้ให้กรมโยธาธิการและกรมทรัพยากรน้ำไปดู

 นายภูมิธรรมกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังได้เจรจาระหว่างประเทศ เพื่อให้หน่วยงานต่างประเทศข้ามา โดยได้คุยกับทางเนปิดอว์แล้ว ก็เห็นใจเขา ตอนนี้ก็แก้ปัญหาแผ่นดินไหว ตึกถล่ม ฉะนั้นบางส่วนที่เขาอาจไม่พร้อมพอที่จะเข้ามาช่วยขณะนี้ เราจึงเจรจาตกลงอันไหนที่เราผ่อนคลายได้เราก็ช่วย ตนคิดว่า สิ่งที่เราทำขณะนี้ขั้นต้นคือ คิดว่าเราต้องกั้นลำน้ำเพื่อจะดักสารพิษ ตนขี้เกียจไปเถียงว่า เป็นฝายหรือเขื่อน เอาเป็นว่าตามหลักวิศวกรรม วัตถุประสงค์เพื่อกั้นสารพิษให้อยู่ และสามารถดูดออกไปได้ ซึ่งขณะนี้กำลังออกแบบ  ส่วนเรื่องน้ำบริโภค ไม่มีปัญหาอะไร ก็กวดขันอยู่ ฉะนั้นไม่ต้องกังวลทหารและหน่วยงานต่างๆ พร้อมทำงานและประชุมร่วมกันอยู่แล้ว

‘ณฐพร-กุสุมาลวตี’โดนแล้ว! ‘ภท.’ ฟ้อง 2 ข้อหาหนัก ‘หมิ่นประมาท-แจ้งความเท็จ’

‘ณฐพร-กุสุมาลวตี’โดนแล้ว! ‘ภท.’ ฟ้อง 2 ข้อหาหนัก ‘หมิ่นประมาท-แจ้งความเท็จ’

‘ณฐพร-กุสุมาลวตี’โดนแล้ว! ‘ภท.’ ฟ้อง 2 ข้อหาหนัก ‘หมิ่นประมาท-แจ้งความเท็จ’

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.25 น.

‘ณฐพร-กุสุมาลวตี’โดนแล้ว! ‘ภท.’ ฟ้อง 2 ข้อหาหนัก ‘หมิ่นประมาท-แจ้งความเท็จ’ ซัดมือไม่สะอาด ยอมตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2568 นายศุภชัย ใจสมุทร ทีมกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา ฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทยได้ยื่นฟ้องนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท  อดีตผู้สมัครสว. และอดีตสส.พรรคเพื่อไทย ต่อศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองแล้ว 

นายศุภชัย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้กระทำผิดตามที่จำเลยทั้งสองได้ร้องเรียน ทั้งคู่ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต มือไม่สะอาด มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำลายพรรคภูมิใจไทย อันเป็นสถาบันทางการเมืองเพื่อประโยชน์ทางการเมืองให้กับพรรคการเมืองอื่น บุคคลใด องค์กรใด โดยมีกลุ่มใดได้ประโยชน์จากการทำลายล้างพรรคภูมิใจไทย จึงจำต้องฟ้องคดีทั้งสองคดี ส่วนสมาชิกพรรคที่ได้รับความเสียหายจากการกล่าวหาระบุในคำร้อง สมาชิกนั้นๆ ก็จะยื่นฟ้องแยกเป็นคดีอื่นต่างหาก

‘บิ๊กอ้วน’เตรียมไปฟัง’ทักษิณ’โชว์วิชชั่นปราบยาเสพติด โยนสื่อถามเองว่าอยู่สู้คดี13มิ.ย.หรือไม่

'บิ๊กอ้วน'เตรียมไปฟัง'ทักษิณ'โชว์วิชชั่นปราบยาเสพติด โยนสื่อถามเองว่าอยู่สู้คดี13มิ.ย.หรือไม่

‘บิ๊กอ้วน’เตรียมไปฟัง’ทักษิณ’โชว์วิชชั่นปราบยาเสพติด โยนสื่อถามเองว่าอยู่สู้คดี13มิ.ย.หรือไม่

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.59 น.

“ภูมิธรรม”อ้างเป็นประธาน ปปส. เตรียมไปฟัง “ทักษิณ” โชว์วิชชั่นปราบยาเสพติดบ่ายนี้  โยนสื่อไปถามเองว่าอยู่สู้คดี 13 มิ.ย.หรือไม่ ส่วนตัวเชื่อไม่หนี เพราะเงื่อนไขเปลี่ยนไปแล้ว ตอก “โรม”อย่าคิดทุกอย่างเป็นการเมืองหลังปูด “ทวี“ ด้อยค่า “นายกฯ”

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาประธานอาเซียน จะขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ มุมมอง และความท้าทายต่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ช่วงบ่ายวันที่ 27 พฤษภาคมว่า ตนเป็นรองนายกฯ ที่กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม และเป็นประธาน ป.ป.ส. ก็คงเดินทางไปฟังนายทักษิณปาฐกถา

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนไหวของนายทักษิณครั้งนี้มีผลทางการเมืองหรือไม่  นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่คิดว่าสาเหตุที่นายทักษิณไปงานในวันนี้ เนื่องจากเป็นคนมีความรู้ ประสบความสำเร็จ ก็ไม่มีอะไรน่าเสียหายที่จะไปปาฐกถา ซึ่งใครได้ฟังก็สามารถไปปรับใช้ได้

ถามว่า หากนายทักษิณปรากฏตัววันนี้ จะเป็นการกลบกระแสข่าวที่ระบุว่าอาจจะหนีคดีในวันที่ 13 มิถุนายน หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะนัดพร้อมคดีรักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนไม่ทราบ และเรื่องนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ได้ตอบแล้วว่านายทักษิณยังอยู่ดี อยู่ที่บ้าน ซึ่งเรื่องเหล่านี้ที่สื่อมาถามสะท้อนให้เห็นว่าดราม่ามันเยอะ ดังนั้น สื่อก็ไม่ควรขยายดราม่า ควรจะตรวจสอบที่มาของข่าวก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะถ้าเราวิ่งตามดราม่าก็จะไม่ได้ทำงาน

เมื่อถามว่า เนื่องจากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้คนไม่มั่นใจ เพราะนายทักษิณเคยหนีคดี นายภูมิธรรม กล่าวว่า ใช้ประสบการณ์อย่างเดียวแล้วมาตัดสินใจไม่ได้ ต้องดูว่ามีเหตุมีผลหรือไม่ เพราะสภาพและเงื่อนไขเปลี่ยนไปเยอะ ไม่เหมือนกันต้องค่อยๆดู

ถามย้ำว่า แสดงว่าวันที่ 13 มิถุนายน นายทักษิณยังอยู่เพื่อต่อสู้คดีใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขอให้ไปถามนายทักษิณช่วงบ่าย ที่ ป.ป.ส.เอง

ถามถึงกรณีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ระบุว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ด้อยค่านายกฯ ด้วยการไม่เชิญไปพูดเรื่องยาเสพติดแต่กลับเชิญนายทักษิณแทน นายภูมิธรรม กล่าวว่า จะไปด้อยค่าอย่างไร สมมุติว่าหากเชิญตนในเรื่องที่ชำนาญ ก็เชิญตนได้ “อย่าคิดอะไรเป็นการเมืองหมดนะคุณโรม”

‘หมอวรงค์’เตือน‘อิ๊งค์’ระวัง ม.157 อบรม‘ทนายยิ่งลักษณ์’อย่าสร้างความสับสน

‘หมอวรงค์’เตือน‘อิ๊งค์’ระวัง ม.157 อบรม‘ทนายยิ่งลักษณ์’อย่าสร้างความสับสน

‘หมอวรงค์’เตือน‘อิ๊งค์’ระวัง ม.157 อบรม‘ทนายยิ่งลักษณ์’อย่าสร้างความสับสน

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.56 น.

‘หมอวรงค์’เตือน‘อิ๊งค์’ระวัง ม.157 อบรม‘ทนายยิ่งลักษณ์’อย่าสร้างความสับสน

27 พฤษภาคม 2568 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ “ทนายยิ่งลักษณ์อย่าสร้างความสับสนบ่อยเกินไป” มีรายละเอียดดังนี้…

#ทนายยิ่งลักษณ์อย่าสร้างความสับสนบ่อยเกินไป

ก่อนหน้านี้ ทนายความน.ส.ยิ่งลักษณ์ พยายามสร้างความสับสนว่า จะให้เอาเงินจากการขายข้าว ไปชำระหนี้ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ แค่นี้ฟังแล้วก็รู้ว่ามั่วพอสมควร

หลังจากที่ศาลปกครอง ท่านแถลงรายละเอียด ของข้อกฎหมาย เรื่องเงินที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องชำระ 100,28 ล้านบาท ทนายฯ.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ดำน้ำต่อ โดยโพสต์ลงเฟส สรุปดังนี้

เขาระบุว่า ศาลไม่ได้มีคำพิพากษา ว่ามีคำสั่งให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้ชดใช้ หรือออกคำบังคับให้ชดใช้เงิน เป็นเพียงการอธิบายข้อกฎหมาย จากการที่ผู้ฟ้องคดี คือ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่ ผู้ถูกฟ้องคดี จึงไม่มีคำขอบังคับจากผู้ถูกฟ้อง คดีจึงไม่มีประเด็นที่จะพิพากษาหรือออกคำบังคับให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชำระหรือชดใช้ให้กับผู้ฟ้อง

ทนายน.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องการสื่อสารว่าคดีนี้ คำพิพากษาฯไม่มีประเด็นที่บังคับให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องชำระ หรือชดใช้เงิน แบบนี้ก็ไม่ต้องชดใช้หรือ???

ผมอยากจะบอกว่า คุณรู้ไหมว่า หลังจากที่ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาแล้ว อุ๊งอิ๊งในฐานะนายกรัฐมนตรี และกระทรวงการคลัง “มีหน้าที่” ต้องออกคำสั่งใหม่ปรับตัวเลข ที่จะเรียกค่าสินไหมทดแทน(ค่าเสียหาย) จากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สอดคล้องกับคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด คือปรับจาก 35,717 ล้านบาท มาเป็น 10,028 ล้านบาท

หลังจากนั้น จึงมีคำสั่งให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้สินไหมทดแทนต่อรัฐ ต้องย้ำว่าคำสั่งทางปกครอง ตามคำพิพากษาฯ และพรบ.รับผิดทางละเมิดฯปี2539 เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และ รัฐสามารถบังคับคดีนี้ได้

ถ้าอุ๊งอิ๊ง และ กระทรวงการคลังไม่ดำเนินการ ให้สอดคล้องกับคำพิพากษาของศาล ความผิดตามมาตรา157 ก็รออุ๊งอิ๊งอยู่

ส่วนทนายน.ส.ยิ่งลักษณ์ ควรจะสื่อสารให้ตรงไปตรงมา อย่าสร้างความสับสนบ่อยเกินไป

หวิดระทึก!! ‘แท็กซี่เมาหนัก’ พุ่งชนทะลุรั้วทำเนียบฯ กลางดึก

หวิดระทึก!! ‘แท็กซี่เมาหนัก’ พุ่งชนทะลุรั้วทำเนียบฯ กลางดึก

หวิดระทึก!! ‘แท็กซี่เมาหนัก’ พุ่งชนทะลุรั้วทำเนียบฯ กลางดึก

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.49 น.

หวิดระทึก!! ‘แท็กซี่เมาหนัก’ พุ่งชนทะลุรั้วทำเนียบฯ กลางดึก จนท.รวบตัวสอบปากคำ พร้อมดำเนินคดี

เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 27 พ.ค.2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต รับแจ้งเหตุรถแท็กซี่พุ่งชนรั้วทำเนียบรัฐบาล ฝั่งถนนพิษณุโลก จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง ทะเบียนกรุงเทพมหานคร พุ่งชนรั้วทำเนียบรัฐบาลจนล้ม

ทราบชื่อคนขับคือนายศิวศิษฎ์ อายุ 59 ปี จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ขณะพูดคุยได้กลิ่นสุราและมีอาการมึนเมา โดยเจ้าตัวยอมรับว่าดื่มสุราจริง จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สน.ดุสิต พร้อมตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้ 195 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป