Urban Dude รังสรรค์ค่ำคืนแห่งสไตล์และงานคราฟต์ ให้สุภาพบุรุษได้ดื่มด่ำศิลปะแต่งกายอย่างลึกซึ้ง

Urban Dude รังสรรค์ค่ำคืนแห่งสไตล์และงานคราฟต์ ให้สุภาพบุรุษได้ดื่มด่ำศิลปะแต่งกายอย่างลึกซึ้ง

Urban Dude รังสรรค์ค่ำคืนแห่งสไตล์และงานคราฟต์ ให้สุภาพบุรุษได้ดื่มด่ำศิลปะแต่งกายอย่างลึกซึ้ง

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.09 น.

เพราะสไตล์ไม่ใช่แค่เรื่องของเสื้อผ้า หากคือภาษาที่บอกเล่าตัวตนได้อย่างลึกซึ้ง ล่าสุด ชวน–วุฒิพงศ์ แซ่อึ้ง ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารแบรนด์ Urban Dude  แบรนด์ชุดสูทผู้ชายสัญชาติไทย ที่โดดเด่นด้วยแนวคิด ‘Bespoke’ อันเป็นแนวทางการสร้างตัวตนแบบไม่ยึดติดกระแสแฟชั่น ได้จัดค่ำคืนแห่งแรงบันดาลใจ Urban Dude x Akamine ‘A Journey of Style & Craft’ ให้เหล่าสุภาพบุรุษได้สัมผัสปรัชญาแห่งการแต่งกายจากหนึ่งในตำนานแฟชั่นญี่ปุ่น ยูกิโอะ อาคามิเนะ (Yukio Akamine) ที่จะมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างลึกซึ้งในประเด็นว่าด้วย “สไตล์ ศิลปะแห่งการแต่งกาย และปรัชญาการใช้ชีวิต” พร้อมด้วยแบรนด์แอมบาสเดอร์หนุ่ม พีช-พชร จิราธิวัฒน์ ท่ามกลางบรรยากาศของงานดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันด้วยการถ่ายทอดวัฒนธรรมและแนวคิดของไทยและญี่ปุ่นผ่านรสชาติและรายละเอียดบนจานอาหาร ซึ่งเปรียบเสมือนการเดินทางผ่านมุมมองของสองโลกที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว

โดยในงานยังได้รับเกียรติจากเหล่าแฟนคลับแบรนด์เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ รัตน จันทร์ประสิทธิ์ (นะ Polycat), ธีร์ ธีระโกเมน, พิสชา เหมวชิรวรากร, สุรศักดิ์ บุณยะชัย, ดร.เยาวลักษณ์ เสมาทอง และอีกมากมาย 

Urban Dude ห้องเสื้อสุภาพบุรุษสัญชาติไทย ที่เดินหน้าสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายที่สะท้อนอัตลักษณ์และรสนิยมของผู้สวมใส่มากว่า 10 ปี ผ่านงานฝีมือที่ถ่ายทอดวิถีของสุภาพบุรุษในแบบเฉพาะตัว ทุกชุดสูทและรองเท้าได้รับการออกแบบจากการทำความเข้าใจวิถีชีวิตของผู้สวมใส่ และตีความออกมาเป็นชิ้นงานที่สะท้อนตัวตนได้อย่างลึกซึ้ง เหมาะสมกับบทบาทของแต่ละคน

ชวน–วุฒิพงศ์ แซ่อึ้ง ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารแบรนด์ Urban Dude กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ว่า “กว่า 10 ปีของการทำงานในสายงาน Bespoke ทำให้เราเชื่อมั่นว่าสูทที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทรนด์หรือชื่อผู้ออกแบบ แต่คือการสะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่อย่างแท้จริงผ่านรายละเอียดที่มีความหมาย งานครั้งนี้จึงจัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจให้กับสุภาพบุรุษที่ให้ความสำคัญกับสไตล์และตัวตน ได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับศิลปะแห่งการแต่งกาย การได้ร่วมงานกับคุณยูกิโอะ อาคามิเนะ หนึ่งในบุคคลผู้ทรงอิทธิพลในโลกแฟชั่นสุภาพบุรุษระดับนานาชาติ ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง เพราะเขาคือผู้ที่ยึดมั่นในแก่นของสไตล์มากกว่ากระแส และมีปรัชญาที่สอดคล้องกับ Urban Dude อย่างลึกซึ้ง เราเชื่อว่าวิสัยทัศน์ของเขาจะช่วยต่อยอดแนวคิดของแบรนด์และจุดประกายให้กับวงการการแต่งตัวผู้ชายที่ใส่ใจในรายละเอียด (Sartorial) ไทยได้อย่างมีความหมายแน่นอน”

ยูกิโอะ อาคามิเนะ (Yukio Akamine) คือหนึ่งในบุคคลสำคัญระดับตำนานแห่งโลกแฟชั่นสุภาพบุรุษ ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งการแต่งกายที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด (Sartorial) ตลอดกว่า 60 ปีในวงการ อาคามิเนะไม่ได้เพียงแค่รังสรรค์เสื้อผ้า แต่ยังถ่ายทอด ‘ปรัชญาแห่งชีวิต’ ลงในทุกฝีเข็ม สำหรับอาคามิเนะการตัดเย็บแบบ Bespoke ที่แท้จริง ไม่ได้เริ่มจากสายวัด หากแต่เริ่มต้นจากความเข้าใจในตัวตนของผู้สวมใส่อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็น วิถีชีวิต ความรู้สึก รสนิยม และความต้องการที่แท้จริง ซึ่งถูกตีความและกลั่นกรองออกมาเป็นชุดสูทที่สะท้อนตัวตนในแบบที่ไม่มีใครเหมือน

อาคามิเนะยึดถือแนวคิดว่า เสื้อผ้าไม่ใช่แค่เครื่องนุ่งห่ม แต่คือเครื่องมือในการสื่อสารชีวิต โดยผสานกลิ่นอายของวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ให้คุณค่าแก่ความเรียบง่าย ความใส่ใจในรายละเอียด และความกลมกลืนกับธรรมชาติ เพราะเชื่อว่าความงามที่แท้จริง ไม่ได้อยู่แค่ในสิ่งที่มองเห็น แต่แฝงอยู่ในเจตนาและความตั้งใจแม้ในรายละเอียดที่เล็กที่สุด ตั้งแต่การพับผ้า รีดเสื้อ ไปจนถึงจังหวะก้าวเดินอย่างสง่างาม และด้วยปรัชญาเช่นนี้ผลงานของอาคามิเนะจึงไม่ได้เป็นเพียงเสื้อผ้า แต่คือการแสดงออกถึงจิตวิญญาณของสุภาพบุรุษในแบบที่ยืนหยัดเหนือกาลเวลา

ด้านตำนานแฟนชั่นญี่ปุ่นอย่าง ยูกิโอะ อาคามิเนะ (Yukio Akamine) ได้ร่วมพูดคุยถึงปรัชญาการใช้ชีวิต และการดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมแฟชั่นไว้ว่า “ตลอด 60 ปีในอุตสาหกรรมแฟชั่น เราเรียนรู้ว่าเสื้อผ้าไม่ใช่เพียงสิ่งที่สวมใส่ แต่เป็นเครื่องมือที่สื่อสารตัวตน ความคิด และประวัติศาสตร์ผ่านรายละเอียดเล็กๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม สำหรับเรา สไตล์คือภาพสะท้อนจิตวิญญาณ และเป็นสิ่งที่อยู่เหนือกระแสหรือยุคสมัย เราเชื่อว่าสีทุกสีมีความงามในตัวเอง อยู่ที่ว่าเราจะเลือกจับคู่และเล่าเรื่องยังไง นอกจากนี้เรายังเชื่อว่าเสื้อผ้าที่ดีไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องสอดคล้องกับฤดูกาลและร่างกายของแต่ละบุคคลด้วย อย่างที่ไทย เราจะแนะนำผ้าที่บาง เบา ไม่แนบชิดตัวจนเกินไป เช่น คอตตอนหรือผ้าลินิน ในขณะที่ประเทศที่มีอากาศเย็น จะเหมาะกับเสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นโดยไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับ Craftsmanship เสมอ เพราะงานฝีมือไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือความตั้งใจ รายละเอียด และคุณค่าในสิ่งที่เราสร้าง เสื้อผ้าชิ้นหนึ่งอาจอยู่กับเราได้นานหลายสิบปี หากถูกออกแบบและดูแลอย่างเข้าใจ เราเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะยังคงอยู่ แม้ในวันที่เราไม่ได้อยู่แล้วก็ตาม”

Urban Dude แบรนด์ชุดสูทสุภาพบุรุษที่โลดแล่นอยู่ในวงการมากว่า 10 ปี ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานด้วยความมุ่งมั่นและจิตวิญญาณของช่างตัดเย็บผู้เปี่ยมประสบการณ์ ด้วยเป้าหมายในการยกระดับมาตรฐาน Sartorial ของไทยสู่เวทีระดับสากล ทั้งในแง่ของคุณภาพ ความประณีต และแนวคิดเบื้องหลังงานออกแบบ สามารถติดตามผลงานเพิ่มเติมได้ทาง www.urbandudebespoke.com

ร้านอาหารฝรั่งเศส เลอ คริสตัล สุดหรูริมแม่น้ำปิง ฉลองครบรอบ 20 ปี

ร้านอาหารฝรั่งเศส เลอ คริสตัล สุดหรูริมแม่น้ำปิง ฉลองครบรอบ 20 ปี

ร้านอาหารฝรั่งเศส เลอ คริสตัล สุดหรูริมแม่น้ำปิง ฉลองครบรอบ 20 ปี

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.43 น.

ร้านอาหารฝรั่งเศส เลอ คริสตัล  โดย อาชวฤทธิ์ ดิศกุล ทายาทรุ่นที่สอง จัดงานฉลองครบรอบ 20 ปี พร้อมความสำเร็จการันตีด้วยรางวัลต่างๆ มากมาย รวมถึงได้รับความเชื่อถือและความไว้วางใจให้เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสดีเด่นอย่างต่อเนื่อง โดย Thailand Tatler Dinning Award  มามากกว่า 10 ปี

ร้าน เลอ คริสตัล เปิดให้บริการอาหารฝรั่งเศสในเชียงใหม่มาตั้งแต่ปี 2005 จนถึงปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 20 ได้อยู่คู่เมืองเชียงใหม่มาอย่างยาวนาน ภายใต้การดูแลของ อาชวฤทธิ์ ดิศกุล ทายาทรุ่นที่สองที่ ผสานรสชาติดั้งเดิมของฝรั่งเศสเข้ากับการนำเสนอที่ทันสมัยภายใต้สถาปัตยกรรมที่สะท้อนให้เห็นความสวยงามของศิลปะดั้งเดิมและศิลปะยุคใหม่ด้วยการใช้ไม้สักที่ดูอบอุ่นผสมเข้ากับศิลปะล้านนาและสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ภายใต้อาคารตกแต่งด้วยกระจกใส สามารถมองเห็นวิวสวนริมแม่น้ำปิงอันงดงาม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่

อาชวฤทธิ์ ดิศกุล ซึ่งรับช่วงบริหารต่อจากคุณพ่อผู้ก่อตั้ง เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นว่า “ระหว่างที่คุณพ่อใช้ชีวิตอยู่ที่แคว้นบอร์โดซ์ (Bordeaux) ประเทศฝรั่งเศส เขาชื่นชอบอาหารและไวน์ฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก และมักจะนึกถึงรสชาติอยู่เสมอเมื่อกลับมาอยู่ไทย ประกอบกับตอนที่คุณพ่ออยู่ที่ประเทศอังกฤษ จะมีร้านอาหารริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ที่ชอบเป็นพิเศษ จึงเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจในการเปิดร้านอาหาร ประจวบเหมาะที่เรามีที่ดินติดแม่น้ำปิงตรงนี้อยู่พอดี ก็เลยตัดสินใจเปิดเป็นร้านอาหารฝรั่งเศส จึงเป็นเหตุที่ร้านอาหาร เลอ คริสตัลได้ถือกำเนิดขึ้น

ร้านเลอ คริสตัล  เราให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ ทั้งนำเข้าจากต่างประเทศ รวมทั้งสนับสนุนชุมชนในท้องถิ่น  มาสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารชวนลิ้มลอง  นอกจากเมนู à la carte ทั้งตับห่านฝรั่งเศสทอด, ซุปเห็ดทรัฟเฟิล, ซี่โครงแกะหรือเนื้อวากิวจากออสเตรเลีย, เนื้อสตริปลอยน์จากสหรัฐอเมริกา ตามด้วยของหวานสไตล์ฝรั่งเศส อย่าง ซูเฟ่ต์ หรือของหวานที่มาทำที่โต๊ะของคุณอย่าง เครปซูเซท แล้วเรายังหมุนเวียนเซ็ตเมนูพิเศษไปตามฤดูกาลทุกๆ 4 เดือน ตามวัตถุดิบในแต่ช่วงฤดูกาล”    

เปิดบริการทุกวันอังคาร -วันอาทิตย์  17.00น.- 22.00 หยุดทุกวันจันทร์  สอบถามข้อมูลหรือสำรองโต๊ะโทร.084 177 6599, 053 218 059  หรือผ่านช่องทางออนไลน์ http://www.lecrystalrestaurant.com, FB: Le Crystal Restaurant ,IG: lecrystalrestaurant, Line: @lecrystal

-(016)

ข้าวกล่องอาม่า เปิดตัว ‘King Set-Queen Set’ พร้อมเสิร์ฟกลุ่มลูกค้าองค์กร–VIP ด้วยบรรจุภัณฑ์สีเหลืองทอง

ข้าวกล่องอาม่า เปิดตัว 'King Set-Queen Set' พร้อมเสิร์ฟกลุ่มลูกค้าองค์กร–VIP ด้วยบรรจุภัณฑ์สีเหลืองทอง

ข้าวกล่องอาม่า เปิดตัว ‘King Set-Queen Set’ พร้อมเสิร์ฟกลุ่มลูกค้าองค์กร–VIP ด้วยบรรจุภัณฑ์สีเหลืองทอง

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.26 น.

ข้าวกล่องอาม่า เปิดตัว “King Set” – “Queen Set” ยกระดับข้าวกล่องพรีเมียม พร้อมเสิร์ฟ เจาะกลุ่มลูกค้าองค์กร–VIP ด้วยบรรจุภัณฑ์สีเหลืองทอง ตั้งเป้า 100 ล้านภายในปี  2025

ข้าวกล่องอาม่า แบรนด์ข้าวกล่องเดลิเวอรี่ที่เติบโตจากสูตรอาหารรุ่นอาม่าสู่ครัวหลักหมื่นกล่อง เดินหน้าเปิดตัวเซตพรีเมียมใหม่ “King Set” และ “Queen Set” ข้าวกล่องระดับพรีเมียมที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ด้วยบรรจุภัณฑ์พิเศษ กล่องสีเหลืองทอง นำเข้าจากต่างประเทศ มาพร้อมสายคาดพิเศษที่บ่งบอกถึงความใส่ใจและคุณภาพระดับ VIP เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าระดับผู้บริหาร แขกคนสำคัญ ไปจนถึงโอกาสพิเศษที่ต้องการทั้งรสชาติ ความประณีต และภาพลักษณ์ที่น่าประทับใจ

ภายในกล่องประกอบด้วยกับข้าวพรีเมียม 4 อย่างที่ลูกค้าสามารถเลือกได้เอง โดยมีเมนูไฮไลต์อย่าง กุ้งกรอบซอสมะขาม ใช้กุ้งสดเนื้อแน่นราดด้วยซอสสามรสกลมกล่อม เขียวหวานไก่ผัดแห้ง ผัดด้วยไฟอ่อนจนหอม ข้นด้วยกะทิสด คั่วเครื่องแกงเอง  ไข่ตุ๋นโบราณ ตีไข่ด้วยมือ ไม่ใส่ผงชูรส กวางตุ้งฮ่องเต้ สดจากสวน ลวกน้ำซุปแทนน้ำเปล่า แล้วราดน้ำมันกระเทียมหอมเจียวที่เจียวเองทุกเช้า สูตรเฉพาะของอาม่าเพื่อให้มั่นใจว่าทุกคำที่กินคือคุณภาพระดับเดียวกับที่อาม่าตั้งใจทำให้หลาน

ไบรท์–พิชญุตม์ กุศลสิทธิรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ข้าวกล่องอาม่า กล่าวถึงแนวคิดเบื้องหลังการเปิดตัวบริการใหม่นี้ว่า “เราอยากให้ข้าวกล่องอาม่าไม่ใช่แค่คำตอบของมื้อเร่งด่วน แต่เป็นตัวเลือกที่คู่ควรกับทุกโอกาสสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการประชุม งานมงคล หรือการส่งมอบให้ใครสักคนที่เราใส่ใจ King Set และ Queen Set จึงถูกออกแบบให้สะท้อนทั้งความอร่อย ความตั้งใจ และความน่าประทับใจในกล่องเดียว”

“King Set” – “Queen Set” ไม่ใช่เพียงกล่องอาหาร แต่เป็นการยกระดับมาตรฐาน “ข้าวกล่อง” ในตลาด โดยออกแบบมาเพื่อเจาะตลาดลูกค้าองค์กรระดับสูง งานประชุมสัมมนา งานมงคล งานบุญ ไปจนถึงการมอบให้ในวาระสำคัญต่าง ๆ ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ไม่มีข้าวกล่องใดในตลาดตอบโจทย์ได้ครบในเรื่อง ดีไซน์ ความหรู ความสะอาด และความน่าทาน จนข้าวกล่องอาม่ากลายเป็นทางเลือกใหม่ที่ทั้งอร่อยและคุ้มค่าคุ้มราคา

แบรนด์เล็กแต่หัวใจใหญ่: เพราะทุกกล่องคือความทรงจำของหลานและอาม่า

เบื้องหลังแบรนด์ข้าวกล่องอาม่า คือเรื่องราวอบอุ่นของ “หลานที่อยากใช้เวลากับอาม่า” จากทุนหลักพัน สู่แบรนด์ที่สามารถขายข้าวกล่องได้มากกว่า 25,000 กล่องต่อวันในช่วงพีก และยังคงรักษาคุณภาพ รสชาติ และบริการที่เป็นกันเองเสมือน “หลานไปส่งให้” ด้วยตัวเอง ร้านมีทีมส่งของตนเองมากกว่า 50 คน ให้บริการจัดส่งฟรีใน 7 เขตใจกลางกรุงเทพฯ เช่น สาทร วัฒนา ยานนาวา บางรัก ปทุมวัน ฯลฯ เมื่อมียอดสั่งครบ 100 บาท ลูกค้าสามารถสั่งล่วงหน้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านเว็บไซต์ พร้อมเลือกวัน เวลา และสถานที่จัดส่งได้เองตามสะดวก รวมถึงบริการแอดมินที่พร้อมให้คำแนะนำและแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในทันที เช่น กรณีสั่งด่วน 200 กล่องภายใน 1 ชั่วโมง ก็สามารถดำเนินการมาแล้ว

กลยุทธ์ที่ไม่ขายแค่ “อาหาร” แต่ขาย “ความสบายใจ”

ข้าวกล่องอาม่าตั้งใจเป็น “ครัวที่สอง” สำหรับคนเมืองในยุคที่ไม่มีเวลาทำอาหารเอง พร้อมนำเสนอแพ็กเกจตั้งแต่ข้าวกล่องเริ่มต้น 39 บาท ไปจนถึง King Set รวมถึงบริการที่ยืดหยุ่น เช่น การออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ และลูกค้ายังสามรถเพิ่มโลโก้บริษัทบนกล่องเพื่อความพรีเมียมได้อีกด้วย, และแม้แต่บริการทำบุญแบบวิดีโอคอลสำหรับลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ ด้วยระบบสั่งซื้อออนไลน์เต็มรูปแบบ และแนวคิดการบริการแบบเป็นกันเอง ทำให้ร้านสามารถเจาะได้ทั้งตลาด B2C และ B2B ไม่ว่าจะเป็นข้าวกล่องพนักงาน กล่องผู้บริหาร, ชุดอาหารทำบุญ, Snack box จัดเบรกประชุม ไปจนถึงเซตขนม-เครื่องดื่มครบวงจรในงานสัมมนา

ข้าวกล่องอาม่าตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดการณ์รายได้แตะ 100 ล้านบาท ภายในปี 2025 พร้อมขยายทีมงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น และสร้างชื่อเสียงให้สูตรอาหารของอาม่าเป็นที่รู้จักในวงกว้าง “อาม่าเคยบอกว่า ถ้าจะทำกับข้าวให้คนกินอร่อย เราต้องทำด้วยใจ” และเราก็ทำแบบนั้นใส่ใจในทุกกล่อง เพื่อให้ทุกคำที่ทาน เต็มไปด้วยความอบอุ่นเหมือนได้กลับไปกินข้าวฝีมืออาม่าอีกครั้ง  ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 086 552 46 42 หรือเว็บไซต์ http://www.armabox.net   และ https://www.facebook.com/armabox1 Line Official : @armbox

กรมราชทัณฑ์ เปิดศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาพฤตินิสัย ฝึกทักษะอาชีพ ‘คืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน’

กรมราชทัณฑ์ เปิดศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาพฤตินิสัย ฝึกทักษะอาชีพ ‘คืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน’

กรมราชทัณฑ์ เปิดศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาพฤตินิสัย ฝึกทักษะอาชีพ ‘คืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน’

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมราชทัณฑ์ จัดโครงการกิจกรรม “The Best of Prisoner Products Gallery & Wonderful Scenery of Hub Poel @ Rim Nam Nont” และทำพิธีเปิด “ศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาพฤตินิสัย” เพื่อให้ผู้ต้องขังมีความรู้ สามารถนำไปประกอบวิชาชีพได้ภายหลังพ้นโทษ

อภิชัย อร่ามศรี รองผู้ว่าฯ จ.นนทบุรี ,นัทธี จิตสว่าง อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และที่ปรึกษาสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย,สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ ชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมกัน เปิด “ศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาพฤตินิสัย”

พ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ อาภากร ตัวละมูล ยุติธรรม จ.นนทบุรี ร่วมแสดงความยินดีกับ กนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำ จ.นนทบุรี ในโอกาสการเปิดศูนย์พัฒนาพฤตินิสัย ณ ร้านหับเผย @ ริมน้ำนนท์

สุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ฯ และประธานฝ่ายพัฒนาสตรีสมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิกฯ ที่ให้โอกาสน้องๆ ผู้ก้าวพลาดในการสนับสนุนวิทยากรสอนวิชาชีพด้านงานฝีมือ รวมทั้งนำผลิตภัณฑ์ที่ได้ไปช่วยจัดแสดงและจำหน่ายในงานต่างๆ

สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย อภิชัย อร่ามศรี รอง ผวจ.นนทบุรี, นัทธี จิตสว่าง ที่ปรึกษาสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย, สุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ และประธานฝ่ายพัฒนาสตรี สมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิกและเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทยฯ พร้อมผู้แทนสมาคมสตรีไทยคาทอลิก และหน่วยงานต่างๆ ร่วมพิธี โดยมี กนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนนทบุรี  และ     วริศรา ศิริสุทธิเดชา ผู้อำนวยการกองพัฒนาพฤตินิสัย ร่วมกันต้อนรับ ที่พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ กรมราชทัณฑ์ จังหวัดนนทบุรี

คณะบุคลากรทางการศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี โดย ปาริชาต บุณยอัครฉัตร์ รอง ผอ.ฝ่ายวิชาการ,อัญชลีเหลืองศรีชัย รอง ผอ.ฝ่ายพัฒนากิจการฯ แสดงความยินดีกับ กนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำ จ.นนทบุรี และ ธนบูรณ์ จันทรมาลัย ผอ.ส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง

สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ,อภิชัย อร่ามศรี รองผู้ว่าฯ จ.นนทบุรี,ดร.วรพล อิทธิคเณศร (เชฟธอมัส) จากเพจตำรับข้างวัง,กนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำ จ.นนทบุรี และ ธนบูรณ์ จันทรมาลัย ผอ.ส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง ร่วมชิมขนมไทย “ช่อมรกต” ที่เชฟธอมัส มาสาธิตการทำขนมเพื่อการต่อยอดอาชีพให้แก่ผู้ต้องขังที่ต้องการประกอบอาชีพด้านอาหารภายหลังพ้นโทษต่อไป

การสาธิตการประกอบอาหาร เมนูบรูสเกตต้า (Bruschetta) โดยเชฟกอล์ฟ-สัญญา ธาดาธนวงศ์ จาก MasterChef Thailand Season 2 เป็นเมนูอาหารว่างสไตล์ฝรั่งเศส ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

เยี่ยมชมภารกิจการดำเนินงานฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังตัดผมชายร้าน “โอกาส บาร์เบอร์” โดยเป็นการดำเนินงานฝึกวิชาชีพภาคบริการที่เหมาะกับผู้พ้นโทษที่อาศัยอยู่ในเขตชุมชนเมือง

​บูธเรือนจำ จ.อ่างทอง นำโดย ธิตินัย พาติกบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำ จ.อ่างทอง นำผลงานการฝึกวิชาชีพด้านการประกอบอาหาร ประเภทกล้วยแขกทอดมาจัดแสดงและจำหน่าย  พร้อมด้วยอดีตน้องผู้ก้าวพลาด ทัณฑสถานเปิดทุ่งเบญจา ออกร้านจำหน่ายทุเรียนแกะเนื้อพร้อมทานจาก จ.จันทบุรี เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้แสดงศักยภาพและความรู้ที่ได้รับจากการฝึกวิชาชีพในเรือนจำ

โดยเปิดให้คณะแขกรับเชิญได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงาน ฝึกวิชาชีพ ผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขัง อาทิ พวงมาลัยทูลเกล้าถวาย การปั้นน้ำตาลลิน ภาพฝีมือผู้ต้องขัง กระเป๋าสม็อค เสื้อผ้า และกระเป๋า ฯลฯ พร้อมร่วมรับชมการสาธิตการประกอบอาหารจาก สัญญา ธาดาธนวงศ์ (เชฟกอล์ฟ์) จาก MasterChef Thailand Season 2 และ วรพล อิทธิคเณศร (เชฟธอมัส) จากเพจ ตำรับข้างวัง ภาคีเครือข่ายด้านการฝึกวิชาชีพอาหารชั้นสูงแก่ผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดนนทบุรี การฝึกวิชาชีพวิชาชีพผู้ต้องการประกอบอาหาร ตลอดจนเยี่ยมชมการดำเนินกิจการ ร้านหับเผย @ ริมน้ำนนท์

บูธครัวตั้งต้นดี By TIJ ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) (TIJ)ในการให้น้องๆ อดีตผู้ก้าวพลาดมาออกร้านอาหารประเภท “หมี่คลุก” เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ชิมรสชาติ

เยี่ยมชมการฝึกวิชาชีพประกอบอาหาร และจัดโต๊ะอาหารแบบศิลปะไทย โดยเป็นการพัฒนารูปแบบการจัดอาหารให้น่ารับประทาน และเพิ่มมูลค่าในธุรกิจ นำเสนอโดย กนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำ จ.นนทบุรี และ ธนบูรณ์ จันทรมาลัย ผอ.ส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง

กิจกรรมดังกล่าวนับเป็นเครื่องมือหนึ่งที่กรมราชทัณฑ์นำมาใช้ในการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ฝึกทักษะความชำนาญให้แก่ผู้ต้องขัง ในสาขาวิชาชีพที่ผู้ต้องขังให้ความสนใจ จึงถือเป็นกิจกรรมเปิดโลกแห่งการพัฒนาพฤตินิสัย สร้างงาน สร้างอาชีพให้กับผู้ต้องขัง เพื่อสร้างการยอมรับและสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคม ให้เขาเหล่านี้พร้อมที่จะกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพต่อไป 

ปัจจุบัน “ร้านหับเผย by เรือนท่านนท์” ภายใต้เรือนจำจังหวัดนนทบุรี เน้นการทำอาหารเรียบง่าย ๆ แต่รสชาติอร่อยด้วยฝีมือเชฟผู้ต้องขัง รวมทั้งจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ของผู้ต้องขังจากเรือนจำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเข้าเยี่ยมชมและใช้บริการ เพื่อเป็นการขอพื้นที่ทางสังคมให้แก่อดีตผู้ก้าวพลาด ได้ออกมาฝึกทักษะวิชาชีพในด้านต่างๆ เปิดโอกาสให้ได้ปรับตัวเข้ากลับสังคมก่อนพ้นโทษ โดยนอกเหนือจากการควบคุม ดูแล แก้ไขพฤตินิสัยผู้ต้องขังของกรมราชทัณฑ์แล้ว สิ่งสำคัญคือการได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ผลงานและผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่งของผู้ต้องขัง ที่กรมราชทัณฑ์ มุ่งมั่นพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังให้ได้ฝึกทักษะวิชาชีพ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างการยอมรับ เพื่อให้เขาเหล่านี้พร้อมที่จะกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพต่อไป

กรมราชทัณฑ์มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาพวกเขาเหล่านี้ให้มีทักษะอาชีพ สามารถกลับไปประกอบอาชีพหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว ใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข ไม่หวนกลับมากระทำความผิดซ้ำ เพื่อเป็นการคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน

‘เฮยยิน’ ยกระดับประสบการณ์อาหารจีนกวางตุ้งและติ่มซำพรีเมี่ยม คว้าสองสุดยอดเชฟระดับมาสเตอร์ร่วมทีมเชฟใหญ่ประจำร้าน

‘เฮยยิน’ ยกระดับประสบการณ์อาหารจีนกวางตุ้งและติ่มซำพรีเมี่ยม คว้าสองสุดยอดเชฟระดับมาสเตอร์ร่วมทีมเชฟใหญ่ประจำร้าน

‘เฮยยิน’ ยกระดับประสบการณ์อาหารจีนกวางตุ้งและติ่มซำพรีเมี่ยม คว้าสองสุดยอดเชฟระดับมาสเตอร์ร่วมทีมเชฟใหญ่ประจำร้าน

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ร้านอาหารจีน เฮยยิน”  ชั้น ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ โดย อิมแพ็ค เมืองทองธานี ประกาศความพร้อมครั้งสำคัญในการนำพานักชิมสู่สุดยอดประสบการณ์อาหารจีนกวางตุ้งและติ่มซำระดับพรีเมียม กับสองหัวหน้าเชฟผู้เชี่ยวชาญระดับมาสเตอร์ เชฟนราพงษ์ กองคำ (Executive Sous Chef) และเชฟชิงเฉียง เติ้ง Executive Sous Chef (Dim Sum) ซึ่งมาร่วมสร้างสรรค์ตำรับความอร่อยเคียงข้างเชฟใหญ่ เชฟแจ็คกี้ ชาน ในบรรยากาศของร้านที่หรูหรา  ใจกลางกรุงเทพฯ

การผนึกกำลังของทีมเชฟผู้มากประสบการณ์กว่า 50 ปีครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเฮยยินในการส่งมอบประสบการณ์อาหารจีนกวางตุ้งที่พิถีพิถันไร้ที่ติ ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบชั้นยอดจากทั่วโลก ไปจนถึงเทคนิคการปรุงที่สืบทอดมายาวนาน ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เพื่อให้ทุกเมนูคือประสบการณ์ที่น่าจดจำและแตกต่าง

พบกับเชฟนราพงษ์ กองคำ Executive Sous Chef ผู้สั่งสมประสบการณ์กว่าสองทศวรรษในแวดวงอาหารจีน จากครัวชั้นนำมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงโรงแรมห้าดาวในฮ่องกงและมาเก๊า ด้วยความเชี่ยวชาญลึกซึ้งในอาหารจีนหลากหลายภูมิภาค โดยเฉพาะอาหารกวางตุ้ง เชฟนราพงษ์ให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพและความใส่ใจในทุกขั้นตอนการปรุง

“ผมเชื่อว่าอาหารจีนกวางตุ้งที่ดีต้องเริ่มจากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม และความใส่ใจในทุกขั้นตอนการปรุง” เชฟนราพงษ์ กล่าวเน้นย้ำ พร้อมเผยถึงการคัดสรรวัตถุดิบพรีเมียม อาทิ เป๋าฮื้อสดจากออสเตรเลีย, เห็ดหอมญี่ปุ่น และซอสสูตรลับเฉพาะ เพื่อรังสรรค์รสชาติที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าเฮยยิน

จากฝีมืออันประณีตและความลงตัวของวัตถุดิบพรีเมียม ขอแนะนำเมนูไฮไลท์จากฝีมือเชฟนราพงษ์ที่ไม่ควรพลาด อาทิ เป๋าฮื้อเนื้อออสเตรเลียกับเป็ดย่างบะหมี่ญี่ปุ่นน้ำแดง: ความลงตัวของเป๋าฮื้อเกรดพรีเมียมผัดกับซอสพิเศษสูตรเฮยยิน เสิร์ฟพร้อมเป็ดย่างหนังกรอบหอมกรุ่น และบะหมี่ญี่ปุ่นเส้นเหนียวนุ่ม, ซี่โครงเนื้อวากิวผัดซอสคาราเมล: เนื้อวากิวนุ่มละลายในปาก คลุกเคล้าซอสคาราเมลรสเข้มข้นหอมหวาน, บาร์บีคิวซี่โครงแกะนิวซีแลนด์ (ชาซิว): ซี่โครงแกะนิวซีแลนด์คุณภาพสูง หมักด้วยซอสสูตรพิเศษและนำไปย่างจนหอมกรุ่น เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ ปิดท้ายด้วยของหวาน ไอศกรีมมะม่วงทอด เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวดำ  ของหวานสูตรลับเฉพาะที่ผสมผสานความกรอบนอกนุ่มในของไอศกรีมมะม่วงน้ำดอกไม้ทอดเข้ากับความหอมมันของข้าวเหนียวดำได้อย่างลงตัว

อีกหนึ่งความพิเศษคือสุดยอดติ่มซำเลิศรสจากฝีมือ เชฟชิงเฉียง เติ้ง Executive Sous Chef (Dim Sum) ผู้คร่ำหวอดในวงการติ่มซำมากว่า 20 ปี โดยเริ่มต้นเส้นทางจากโรงแรมระดับห้าดาวในฮ่องกง เชฟเติ้งมีความชำนาญเป็นพิเศษในการปั้นฮะเก๋าที่ได้แป้งบางกรอบ และการทำซาลาเปาที่นุ่มฟูเบาดุจปุยเมฆ

“ติ่มซำของเฮยยินมีจุดเด่นที่ความพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบ” เชฟเติ้ง อธิบาย พร้อมยกตัวอย่างการใช้กุ้งแม่น้ำเนื้อแน่นสำหรับฮะเก๋า และเห็ดหอมมิยาซากะนำเข้าจากญี่ปุ่นโดยตรง เพื่อให้ติ่มซำทุกชิ้นมีรสชาติและสัมผัสที่สมบูรณ์แบบที่สุดในทุกคำที่ลิ้มลอง

สัมผัสความอร่อยเหนือระดับของติ่มซำซิกเนเจอร์จากฝีมือเชฟชิงเฉียง เติ้ง ที่ไม่เหมือนใคร อาทิ ฮะเก๋ากุ้ง 4 สหาย : ฮะเก๋ากุ้งแม่น้ำเนื้อแน่นใน 4 สีสัน แต่ละสีซ่อนรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ทั้งหมึกดำ, แครอท, บ๊วย และโหระพา ,ซาลาเปาวอลนัทไส้หมูสับ: ซาลาเปาเนื้อนุ่มหอมกลิ่นวอลนัท ตัดกับไส้หมูสับรสเข้มข้น, ทาร์ตหมูแดงนมสดชีส: นวัตกรรมติ่มซำที่ผสมผสานรสชาติคาวหวานได้อย่างลงตัว ด้วยหมูแดงกับชีสนมสดในแป้งทาร์ตกรอบ, ขนมผักกาดทอดแป้งข้าวเหนียว: ขนมแป้งข้าวเหนียวทอดกรอบนอกนุ่มใน สอดไส้ผักกาดขาวหอมหวาน

ด้วยการเสริมทัพเชฟระดับมาสเตอร์ครั้งนี้ เฮยยินพร้อมแล้วที่จะนำเสนอประสบการณ์อาหารจีนกวางตุ้งและติ่มซำระดับพรีเมียมในมิติใหม่ ทั้งเมนูอะลาคาร์ตสุดประณีต และติ่มซำเลิศรส ที่สะท้อนทั้งรสชาติต้นตำรับและความคิดสร้างสรรค์ ในบรรยากาศที่หรูหรา สง่างาม และอบอุ่น

ร้านอาหารจีน “เฮยยิน”   ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ เปิดให้บริการ มื้อกลางวัน: 11.00 – 15.00 น. และ มื้อค่ำ: 18.00 – 22.00 น. พร้อมห้องจัดเลี้ยงส่วนตัว มีบริการ 4 ห้อง (พร้อมเงื่อนไขการใช้บริการ  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร: 080-964-5423 LINE: @heiyinbangkok ติดตามข่าวสารล่าสุดและโปรโมชั่นพิเศษจากเฮยยิน ได้ที่ เว็บไซต์: www.heiyinbangkok.com Facebook: www.facebook.com/heiyinbangkok Instagram: www.instagram.com/heiyinbangkok

เปิดไฮไลท์ !!ฉลองไพร์ด ‘The Celebration : Right to Love 2025’ สยามพารากอนหนุน Bangkok Pride เปิดเวทีเสวนาครอบคลุมทุกมิติ

เปิดไฮไลท์ !!ฉลองไพร์ด ‘The Celebration : Right to Love 2025’ สยามพารากอนหนุน Bangkok Pride เปิดเวทีเสวนาครอบคลุมทุกมิติ

เปิดไฮไลท์ !!ฉลองไพร์ด ‘The Celebration : Right to Love 2025’ สยามพารากอนหนุน Bangkok Pride เปิดเวทีเสวนาครอบคลุมทุกมิติ

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในเดือนแห่งความภาคภูมิใจ หรือ Pride Month ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ สยามพารากอน สนับสนุนนโยบายด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม  (Diversity , Equality & Inclusion)  พร้อมด้วยพันธมิตรองค์กรภาครัฐและเอกชน อาทิ บางกอกไพรด์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกรุงเทพมหานคร, สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์, องค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทยและ Drag Bangkok  จัดงานเฉลิมฉลองด้วยมหกรรมอีเว้นท์อย่างยิ่งใหญ่ภายใต้แคมเปญ  The Celebration : Right to Love 2025”

สรัลธร อัศเวศน์ ผู้บริหารสายงานบริหารธุรกิจศูนย์การค้าสยามพารากอน กล่าวว่า “เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุน Bangkok Pride Forum และ Drag Bangkok ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมกับการจัดงาน “The Celebration : Right to Love 2025” เพื่อมุ่งมั่นให้ย่านสยามเป็น Pride Destination ระดับโลก จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว ประชาชน และ
ทุกภาคส่วน มาร่วมกันเฉลิมฉลองเดือนแห่งไพรด์ในครั้งนี้ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานในระดับ Global Festival ที่จะสามารถดึงดูดผู้สนใจเข้าร่วมงานทั้งจากผู้สนใจชาวไทย และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก”

การฉลองเดือน แห่งไพรด์ปีนี้ สยามพารากอนได้เปิดพื้นที่สนับสนุนการจัดงาน  Bangkok Pride Forum 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 นำโดย วาดดาว-อรรณว์ ชุมาพร ประธานคณะทำงานบางกอกไพรด์ ที่ออกแบบกิจกรรมภายใต้แนวคิด “Born This Way” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพื้นที่ปลอดภัยในการแลกเปลี่ยน ความรู้ ประสบการณ์ นวัตกรรมเพื่อเป้าหมายส่งเสริมความภาคภูมิใจในตนเอง และเน้นย้ำว่า LGBTQIAN+ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในทุกมิติของสังคม โดย Bangkok Pride Forum ครอบคลุม 6 เสาหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจและธุรกิจ การแพทย์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน และการศึกษา นอกจากนี้ ยังมีฟอรั่มพิเศษจาก THACCA คณะอนุกรรมการ Soft Power ที่ตอกย้ำบทบาทของ Soft Power ในการสร้างสรรค์และเปลี่ยนแปลงสังคม ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน  2568 ณ SCBX Next Tech ชั้น 4 สยามพารากอน

ควบคู่ไปกับการจัดงาน Drag Bangkok Festival 2025 ครั้งแรกของไทยและเอเชีย พบกับคอมมูนิตี้ที่มีสีสันและสามารถดึงดูดสายตาจากคนทั่วโลก Drag Bangkok ยกระดับจัดเฟสติวัลครั้งแรก ณ ใจกลางกรุงเทพฯ รวมศิลปินแดร็กทั่วโลก ระดมทุกสีสันของความสนุกตลอดเทศกาล ณ พาร์คพารากอน ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2568 พร้อมกันนี้ ยังได้ตกแต่งบรรยากาศ Pride Decoration ทั้งบริเวณพาร์ค พารากอน และ Cascade เพื่อเชิญชวนทุกคนร่วมถ่ายภาพกับอาร์ตอินสตอลเลชั่นสีรุ้ง อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจ  

Bangkok Pride Forum 2025 เปิดเวทีเสวนาครอบคลุมทุกมิติ

วันที่ 30 พฤษภาคม 2568  เสวนาในประเด็นเศรษฐกิจที่สะท้อนถึงพลังของ LGBTQIAN+ ที่เป็น
ผู้ขับเคลื่อน GDP ได้อย่างแท้จริงทั้งในมิติวัฒนธรรม บันเทิง แฟชั่น ความงาม การท่องเที่ยว และดิจิทัลคอนเทนต์ อาทิ Economic Impact โดยได้รับเกียรติจาก นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานคณะกรรมการซอฟท์พาวเวอร์แห่งชาติ ที่จะปาถกฐาในหัวข้อ“LGBTIQIAN+ : สร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่หลากหลายและเท่าเทียม,หัวข้อ The Business of Entertainment: Beyond Stereotypes to Empowerment ผู้ร่วมเสวนาได้แก่  ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก แห่ง กันตนากรุ๊ป  ,อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จำกัด และ ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม นายกสมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย,  หัวข้อ หลากหลายใต้ตัวเลข ชีวิตทางเพศ LGBTQ+ ไทย ผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล, กุลภา วจนสาระ, รศ.ดร.บุษบรรณ ธีระวิวัฒชัยนันท์, ศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ และ ทรรณิศา สมใจ, หัวข้อ Diversity And Inclusive Digital For LGBTQIAN+  เป็นต้น

วันที่ 31 พฤษภาคม 2568  เสวนาหัวข้อ DEI เส้นทางสู่ความเท่าเทียมในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดย รศ.ดร.กมลพร สอนศรี สาขาวิชาบริหารรัฐกิจ คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์, ดลยา เปี่ยมสุวรรณ Data Scientist & Organization Development Specialist Office of the Civil Service Commission, Royal Thai Government , กฤติมา สมิทธิ์พล
นักรณรงค์เคลื่อนไหวข้ามเพศ เพื่อสิทธิคนข้ามเพศ และ นัยนา สุภาพึ่ง ที่ปรึกษามูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ , หัวข้อ รีวิว…หลังสมรสเท่าเทียมผ่าน, หัวข้อ Born to Be Parent & Family : เทคโนโลยีเจริญพันธุ์สิทธิการสร้างครอบครัวในโลกหลังสมรสเท่าเทียม,  โอบกอดแห่งความรัก: สนับสนุนเด็กเพศหลากหลายด้วยหัวใจและสุขภาวะที่ดี เป็นต้น

วันที่ 1 มิถุนายน 2568  เสวนา อาทิ  New Era of Trans Health : ก้าวใหม่บัตรทอง เพราะฮอร์โมนคือชีวิตเพื่อ LGBTQIAN+ การเข้าถึงสุขภาพทั่วหน้า ผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, ดร.ณฑญา ปฐมพงษ์ ตัวแทนจากฝ่ายวิจัยและพัฒนา, ผศ.นพ.สิระ กอไพศาล (หมอปิแอร์) แพทย์เฉพาะทางด้านฮอร์โมน, ตัวแทนผู้ใช้ฮอร์โมน และตัวแทนเครือข่ายเพื่อนกะเทย, หัวข้อ ศักยภาพการศัลยกรรมตกแต่งของไทยสู่ศูนย์กลางระดับโลก ผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ พญ.อัญชลี ชีวาจร CEO Century Plus Clinic, พญ.งามเฉิด สิตภาหุล โรงพยาบาลรามาธิบดี, เควิน เพทาย ถนอมเขต ตัวแทนผู้ชายข้ามเพศ, โน้ต รตี แต้สมบัติ ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน

ผู้สนใจติดตามรายละเอียดและเวลาได้ที่ Facebook : SCBX NEXT TECH นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 เวที อาทิ สยามเซ็นเตอร์ และ ลิโด้ คอนเน็ค โดยติดตามรายละเอียดได้ที่  https://forum.bangkokpride.org/  

Drag Bangkok Festival 2025  ยกระดับแดร็กไทยสู่เวทีโลก

ครั้งแรกของประเทศไทยและเอเชีย ที่รวมตัวศิลปิน Drag จากทั่วทุกมุมโลก กว่า 500 ชีวิต มาอยู่ในที่เดียวกัน และเป็นการรวมตัวยิ่งใหญ่ของผู้ประกอบการ ห้างร้าน ดารานักแสดง ที่สนับสนุน Thai Drag Community นำโดย ภัทร เลิศสุกิตติพงศา กรรมการ บริษัท เยลโล่ แชนแนล จำกัด จัดระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม1 มิถุนายน 2568 ณ พาร์ค พารากอน เพื่อยกระดับศิลปะแดร็กไทยสู่เวทีโลก ภายใต้ธีม “Thaituristic Drag Scene” นำเสนออัตลักษณ์ไทย ผ่านการแสดงที่ทรงพลังและสร้างสรรค์ และยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการรับรองศิลปิน “แดร็ก” ให้เป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ภายในงานจะได้พบกับการแสดงมากมายจากศิลปินแดร็กระดับตำนานทั้งไทยและระดับอินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมไฮไลท์การประกวด “Thailand‘s Drag Star 2025” (ไทยแลนด์ แดร็ก สตาร์ 2025) สุดอลังการ สร้างมาตรฐาน และตำนานให้กับเหล่าศิลปินแดร็กในประเทศไทยในวันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2568 โดยเวทีที่รวมตัวศิลปินแดร็กจากทั่วฟ้าเมืองไทย มาฟาดฟันเพื่อค้นหาสุดยอด Drag Star  เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น รวมถึงขบวนแดร็กพาเหรด “DRAG BANGKOK PRIDE PARADE” ที่ยิ่งใหญ่ตระการตาที่สุดของประเทศไทย ที่ร่วมแสดงพลังไปกับขบวน Bangkok Pride Festival 2025 ในวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2568 นี้ เพื่อผลักดันให้กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เป็น Global Festival  

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม Facebook : SiamParagon และ ONESIAM

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ จับมือ ททท. หนุนแคมเปญ ‘เมืองน่าเที่ยว’ กระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรอง

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ จับมือ ททท. หนุนแคมเปญ ‘เมืองน่าเที่ยว’ กระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรอง

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ จับมือ ททท. หนุนแคมเปญ ‘เมืองน่าเที่ยว’ กระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรอง

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ร่วมสนับสนุนแคมเปญ “เมืองน่าเที่ยว Year of Celebration” โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ด้วยการมอบส่วนลด 15% (ไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม) เมื่อสำรองบัตรโดยสารสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศที่ร่วมรายการ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเดินทางภายในประเทศผ่าน 12 แคมเปญท่องเที่ยวหน้าฝนตามไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ตลอดจนกระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองรอง 55 แห่งทั่วประเทศไทย พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงกรีนซีซั่น ระหว่างเดือนมิถุนายน – กันยายน 2568

นายปิ่นยศ พิบูลสงคราม รองประธานฝ่ายการพาณิชย์และลูกค้าสัมพันธ์ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า “เราภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในการผลักดันโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับชาติ ด้วยความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการเดินทางภายในประเทศ เราตั้งใจเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวสู่เมืองหลักและเมืองรองทั่วไทย เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ส่งเสริมแนวคิดการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ และทำให้การเดินทางเป็นเรื่องที่ง่าย สนุก และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน”

โครงการนี้มุ่งเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง 55 แห่งทั่วประเทศไทย ผ่าน 12 แคมเปญการตลาดที่ออกแบบมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์และความสนใจที่หลากหลายของนักเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนทำงานที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ สายผจญภัยที่ชื่นชอบความท้าทาย สายคอนเทนต์ที่หลงใหลในการถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ผ่านโซเชียล กลุ่ม LGBTQ+ ที่มองหาทริปโรแมนติก สาวโซโล่ที่ชอบเดินทางคนเดียว ผู้ที่ต้องการเว้นระยะจากโลกออนไลน์เพื่อรีเซตสมดุลชีวิต ผู้สูงอายุที่มีใจรักในการเดินทาง ทริปผ่อนคลายกับสายน้ำ การท่องเที่ยวแบบเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง สายกินที่หลงรักหมูกระทะ นักชิมที่มองหาประสบการณ์อาหารสุดพิเศษ รวมถึงทริปครอบครัวที่ต้องการพาแม่เที่ยวในช่วงวันแม่

แคมเปญนี้คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวและจำนวนผู้ซื้อสินค้าและบริการจำนวน 250,000 คน สร้างการรับรู้ไม่น้อยกว่า 10,000,000 คน/ครั้ง และสร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท อีกทั้งยังมีส่วนช่วยสนับสนุนเป้าหมายด้านการท่องเที่ยวโดยรวมของประเทศไทย มุ่งสู่เป้าหมายในการสร้างรายได้ 1.17 ล้านล้านบาท และจำนวนนักท่องเที่ยว 205 ล้านคน/ครั้ง ภายในปี 2568

ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถรับส่วนลดค่าโดยสาร 15% โดยใช้โค้ดส่วนลด VIETJET2025 เมื่อสำรองบัตรโดยสารสำหรับเส้นทางบินภายในประเทศระหว่างกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) และ เชียงราย อุดรธานี หรืออุบลราชธานี ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2568 ใช้สำหรับเดินทางภายในช่วงเวลาดังกล่าว จองได้แล้ววันนี้ ที่ http://www.vietjetair.com (เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไข)

เวียตเจ็ทไทยแลนด์มุ่งมั่นมอบประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่น สนุกสนานและเป็นมิตร ในราคาที่เข้าถึงได้ สายการบินฯ พร้อมสนับสนุนโครงการที่ส่งเสริมวัฒนธรรมการท่องเที่ยว ความหลากหลายของไลฟ์สไตล์ และนำเสนอความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวทั่วไทย เพื่อร่วมผลักดันการพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยต่อไป

‘FutureHype กระแสอนาคต’ ชวนคุณตั้งคำถาม ถึงช่วงเวลาที่โลกเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

‘FutureHype กระแสอนาคต’ ชวนคุณตั้งคำถาม ถึงช่วงเวลาที่โลกเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

‘FutureHype กระแสอนาคต’ ชวนคุณตั้งคำถาม ถึงช่วงเวลาที่โลกเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“FutureHype กระแสอนาคต” ครั้งแรกของ Maison JE กับนิทรรศการกลุ่ม รวมผลงาน 12 ศิลปินไทย คัดสรรโดย Zen Sanehngamjaroen

เซน เสน่ห์งามเจริญ คิวเรเตอร์มากความสามารถ ชวนคุณตั้งคำถามถึงช่วงเวลาที่โลกเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากอิทธิพลทางกระแสสังคม วัฒนธรรม และเทคโนโลยี สภาวการณ์นี้ก่อให้เกิดการตีความจากการรับรู้ผ่านสารที่หลากหลาย ผลกระทบจากอดีตและปัจจุบัน ที่กำลังทะยานสู่อนาคตในวันที่โลกเติบโตแบบก้าวกระโดด นำมาสู่การสำรวจยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงภายในนิทรรศการ

FutureHype กระแสอนาคต ที่เซนคัดสรรผลงานของ 12 ศิลปินไทยมาจัดแสดงที่ Maison JE ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเจริญเติบโตและเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของเราในหลายๆ ด้าน สังคมมนุษย์เริ่มมีการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงวิธีคิด ตลอดจนวิถีชีวิตของคนเราอย่างไม่หยุดนิ่ง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนผ่านผลกระทบทางสังคมและวัฒนธรรม รวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล มิติทางจิตใจและความเชื่อ ที่มีโครงสร้างของเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อการดำรงชีวิต ความเป็นมนุษย์ในยุคดิจิทัล หรือการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างของสังคม รวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติที่ค่อยๆ ถูกกลืนกินและละทิ้งหายไป

“FutureHype กระแสอนาคต” จึงเปรียบเสมือนพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เราเดินทางสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ผ่านผลงานศิลปะในมุมมองของ 12 ศิลปินไทยรุ่นใหม่ทั้ง บันนานา แมนส์แจง อรอนงค์จาโยโตะเจคส์ บีเคเคเล็ก เล็กมาลี นารีมาริโกะ เตยเมืองทอง อิ่มทองน้อยหน่าพีรพล อินทร์ตุ้มธนภัทร ไชยพันนา และเทิน คะนะมะ สะท้อนผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นความคิดและสร้างบทสนทนาเกี่ยวกับทิศทางของโลกอนาคต 

นิทรรศการ “FutureHype กระแสอนาคต” จัดแสดงให้ชมแล้วจนถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2568 ที่ Maison JE Art Space ถนนสุรวงศ์   เปิดให้เข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ (หยุดทุกวันจันทร์) เวลา 11.00 – 19.00 น.  FB: https://www.facebook.com/maisonjebangkok/  และ IG: maisonje_bkk

เอ็นไอเอเปิดโปรแกรม ‘Thai Kitchen 202’ ปั้น 3 กลุ่มนวัตกรรมอาหาร ตอกย้ำไทยครัวโลก

เอ็นไอเอเปิดโปรแกรม ‘Thai Kitchen 202’  ปั้น 3 กลุ่มนวัตกรรมอาหาร ตอกย้ำไทยครัวโลก

เอ็นไอเอเปิดโปรแกรม ‘Thai Kitchen 202’ ปั้น 3 กลุ่มนวัตกรรมอาหาร ตอกย้ำไทยครัวโลก

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เฟ้นหาผู้ประกอบการนวัตกรรมอาหารทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการ “Thai Kitchen 2025: Crafted FoodTech Accelerator Program” เพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจนวัตกรรมอาหารใน 3 กลุ่ม ได้แก่ อาหารพื้นถิ่นมูลค่าสูง อาหารและผลไม้ไทยมูลค่าสูง และอาหารแห่งอนาคต พร้อมเร่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดผ่านกิจกรรมอบรมแบบลงมือปฏิบัติจริง และการจับคู่ธุรกิจเชิงกลยุทธ์กับผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ ภายใต้แผนงานโครงการมุ่งเป้า: ธุรกิจนวัตกรรมด้านอาหาร ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเป็น ‘ครัวของโลก’ และโอกาสการต่อยอดทางธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหารไทยที่กำลังขยายตัวอย่างมหาศาล

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า การส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมด้านอาหาร เป็นหนึ่งในแผนการดำเนินงานที่สำคัญของ NIA เนื่องจากรัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ของประเทศในการเป็น “ครัวของโลก” และเป็นแผนงาน “โครงการมุ่งเป้า: ธุรกิจนวัตกรรมด้านอาหาร” ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสามารถทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารไทย ผ่านการยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ และแนวโน้มการเติบโตในตลาดโลก ทั้งนี้ ในปี 2566 อุตสาหกรรมอาหารของไทยมีมูลค่ารวมสูงถึง 4 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นมูลค่าที่เกี่ยวช้องกับการส่งออกผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหาร และธุรกิจร้านอาหารในต่างประเทศ จำนวน 1.55 ล้านล้านบาท ส่วนในประเทศมีมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนไทยกว่า 25 ล้านคน ทั้งที่เป็นแรงงานด้านเกษตร โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ร้านค้าปลีก ฟู้ดเซอร์วิส ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม รวมถึงผู้ค้ารายย่อย และอาหารริมทาง หรือสตรีทฟู้ด ซึ่งมูลค่าการเติบโตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้อย่างมาก

ดังนั้น NIA จึงได้ริเริ่มโครงการ “Thai Kitchen : Crafted FoodTech Accelerator Program” ที่มุ่งเน้นจุดต่าง
ในการสร้างตลาดให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ 1. อาหารพื้นถิ่นมูลค่าสูง (Modern Heirloom)
2. อาหารและผลไม้ไทยมูลค่าสูง (High-Value Thai Food & Fruits) และ 3. อาหารแห่งอนาคต (Future Food) ผ่านการเร่งสร้างและสนับสนุนผู้ประกอบการอาหารไทยที่มีของดีเป็นอัตลักษณ์ มีเทคโนโลยีอาหารที่พัฒนาขึ้นมาเองหรือมีงานวิจัยพื้นฐานรองรับ ด้วยการวิเคราะห์กลยุทธ์การตลาดแบบตรงจุด ให้สามารถเพิ่มยอดขายอย่างก้าวกระโดดและเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายธุรกิจออกสู่ตลาดสากล ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Bootcamp Intensive) โดยผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของวงการ ทั้งด้านนวัตกรรมอาหาร เทคโนโลยีการผลิต การตลาด และการส่งออก ร่วมกับการให้คำปรึกษาแบบเฉพาะเจาะจง (Tailor-made Mentoring) จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหารชั้นนำของประเทศ เช่น ทิปโก้ฟูดส์ ไทยเบฟเวอเรจ บัตเตอร์ฟลายออร์แกนิค ไมเนอร์ฟู้ด ยูนิลีเวอร์ รวมถึงการพัฒนาแบรนด์และสื่อสารคุณค่าของผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางสื่อดิจิทัลที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน พร้อมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับผู้ซื้อ นักลงทุน และเครือข่ายพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน และเงินสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมสูงสุดถึง 5 ล้านบาท

“Thai Kitchen 2025 คือเวทีสำคัญในการส่งเสริมและขับเคลื่อนผู้ประกอบการนวัตกรรมอาหารของไทย ไม่ว่าจะเป็นเอสเอ็มอี สตาร์ตอัป หรือธุรกิจเพื่อสังคม ให้สามารถใช้นวัตกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งทุน โครงการนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารของโลกอย่างแท้จริง จึงขอเชิญชวนเข้าร่วมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจนวัตกรรมอาหารไทยสู่ความมั่นคง แข็งแกร่ง และยั่งยืน” ดร.กริชผกา กล่าวสรุป

ทั้งนี้ Thai Kitchen 2025: Crafted FoodTech Accelerator Program จะเปิดรับสมัครผู้ประกอบการนวัตกรรมอาหารของไทยที่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการพร้อมขยายตลาดสู่การเติบโต ตั้งแต่วันนี้จนถึง 25 พฤษภาคม 2568 ที่ QR Code และ https://www.nia.or.th/event/detail/17884 หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรม คุณมณฑา โทร. 081-372 9163 อีเมล montha@nia.or.th

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เลิกบุหรี่ช่วยลดโรคภัยไข้เจ็บ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เลิกบุหรี่ช่วยลดโรคภัยไข้เจ็บ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เลิกบุหรี่ช่วยลดโรคภัยไข้เจ็บ

วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

31 พฤษภาคม วันงดสูบบุหรี่โลก เพราะฉะนั้นในระยะนี้ขอนำเสนอเรื่องพิษภัยร้ายของบุหรี่ และขอแนะนำวิธีการเลิกสูบบุหรี่ เพื่อให้คนที่ไม่สูบบุหรี่ หรือเคยสูบแต่สามารถเลิกได้ จะได้มีสุขภาพดีมากขึ้น 

หลายคนคงรู้ถึงพิษภัยของบุหรี่ว่าทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ นานา และก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยสูบบุหรี่ต่อไป ดังนั้น วันนี้จะเจาะลึกลงไปว่า ถ้าหากป่วยเป็นโรคต่าง ๆ แต่ยังคงสูบบุหรี่ การดำเนินของโรคจะเป็นอย่างไร แล้วมีความแตกต่างจากคนที่ไม่สูบบุหรี่อย่างไร เชื่อว่าหากคุณอ่านบทความนี้แล้วน่าจะทำให้เกิดความตระหนักรู้ แล้วมีแรงบันดาลใจช่วยให้เลิกบุหรี่ได้

ก่อนจะไปพูดเรื่องผลต่อโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากบุหรี่ ก็ต้องบอกว่า ทุกวันนี้ปรากฏว่าเด็กไทย และคนไทยยังคงสูบบุหรี่ และเห็นชัดว่าเพิ่มจำนวนมากขึ้น ถึงแม้ว่าบนซองบุหรี่จะมีภาพน่าเกลียดน่ากลัวมากแค่ไหนก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าไม่ช่วยลดการสูบบุหรี่ลง 

ปัจจุบันพบว่าวัยรุ่นสูบบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น ราวกับว่าทำสิ่งที่โก้เก๋ ผู้เขียนจึงค่อนข้างหนักใจ เพราะวิตกว่าวัยรุ่นวัยเรียนที่นับวันจะมีจำนวนน้อยลงทุกที เด็กวัยรุ่นที่สูบบุหรี่นั้น เมื่อเติบโตเป็นวัยทำงานก็จะมีปัญหาสุขภาพ และเจ็บป่วยด้วยโรคหลายชนิด  กลายเป็นคนมีโรคประจำตัวสารพัดโรคเพราะการสูบบุหรี่

บุหรี่ส่งผลต่อความรุนแรงของโรคต่าง ๆได้ เช่น เริ่มจากระบบหัวใจและหลอดเลือด ตัวอย่างโรคในกลุ่มนี้ที่มีคนเป็นบ่อยที่สุดคือ โรคความดันโลหิตสูง ถ้าความดันสูง แล้วกินยาคุมความดัน แต่ยังสูบบุหรี่ ผลการควบคุมความดันโลหิตอาจจะไม่ดี เพราะนิโคตินในบุหรี่ส่งผลให้หลอดเลือดหดตัว ทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น 

นิโคตินยังทำให้เกล็ดเลือดเกาะกันมากขึ้น ดังนั้น คนที่เป็นโรคหลอดเลือดตีบ โรคก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น ผลคือ เพิ่มความเสี่ยงการเกิดหัวใจวาย อัมพฤกษ์ อัมพาต หลายคนที่อายุเริ่มมากขึ้น แต่ผลตรวจร่างกายยังอยู่ในสภาวะที่ดี ความดันปกติ ไม่เป็นเบาหวาน แต่มีไขมันในเลือดสูงนิดหน่อย ก็อย่าย่ามใจแล้วสูบบุหรี่ต่อไป 

ต้องย้ำว่านิโคติน และสารพิษอื่น ๆ ในควันบุหรี่มีส่วนสำคัญทำให้หลอดเลือดอักเสบ และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็ง แล้วยังทำให้เกิดแผ่นพอกหรือคราบในหลอดเลือดที่ประกอบด้วย ไขมัน เซลล์อักเสบ พังผืด และแคลเซียม โดยคราบนี้จะสะสมอยู่ที่ชั้นในของผนังหลอดเลือดแดง แล้วเมื่อมันหนามากขึ้น จะทำให้หลอดเลือดแคบลงหรือตีบตัน จนทำให้เกิดอาการโรคหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดสมอง แต่ถ้าคราบนั้นหลุดออกมา ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือหลอดเลือดสมองอุดตันเฉียบพลันได้ด้วย

สำหรับโรคในระบบต่อมไร้ท่อ เช่น เบาหวาน ขอบอกว่าเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่คนไทยเป็นโรคนี้เยอะมาก แต่อาจดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ แต่ความจริงนั้น นิโคตินในบุหรี่ทำให้อินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนช่วยทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดมีความไวน้อยลง ผลคือการควบคุมน้ำตาลในเลือดของคนเป็นเบาหวานแล้วยังคงสูบบุหรี่ จะมีปัญหาควบคุมน้ำตาได้ยากขึ้น เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินหนักขึ้น และเกิดโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานได้ง่ายและรุนแรงขึ้น เช่น เบาหวานขึ้นตา เบาหวานลงไต

อีกโรคหนึ่งที่คนสูบบุหรี่มักไม่นึกว่าเกี่ยวกันคือ กระดูกพรุน ขอบอกว่าการสูบบุหรี่มีผลเสียต่อโรคกระดูกพรุนอย่างมาก นิโคตินและสารพิษในควันบุหรี่ จะไปทำให้เกิดภาวะลดการทำงานของเซลล์สร้างกระดูก แต่เพิ่มการทำงานของเซลล์สลายกระดูก ลดการดูดซึมแคลเซียมจากลำไส้ เพิ่มการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ โดยเฉพาะในผู้หญิง บุหรี่ทำให้หมดประจำเดือนเร็วขึ้น ขาดเอสโตรเจนเร็ว เสียมวลกระดูกเร็ว ผลโดยรวมคือ เสี่ยงการเกิดกระดูกหักมากขึ้น โดยเฉพาะกระดูดสะโพก สันหลัง ข้อมือ แต่ที่แย่กว่าคือบุหรี่ทำให้ร่างกายเสียสมดุลและมวลกล้ามเนื้อ ส่งผลให้หกล้มง่ายขึ้น

ส่วนโรคอื่น ๆ เช่น ทางเดินหายใจและปอด และมะเร็ง ในแง่ของการใช้ยาในกลุ่มผู้ป่วยโรคต่าง ๆ เหล่านี้ รวมถึงโรคที่กล่าวในข้างต้น จะทำให้มีความยากลำบากมในการปรับสูตรยาและขนาดยา อาจต้องใช้ยาขนาดสูงกว่า หรือเพิ่มชนิดของยาเข้าไปในสูตรการรักษา เมื่อเพิ่มทั้งชนิดและขนาดยา ย่อมเพิ่มโอกาสและความเสี่ยงการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยา เพราะฉะนั้น มันจึงดีกว่าหากผู้ป่วยเลิกสูบบุหรี่ เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิผลการรักษา และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ยาด้วย
รศ. ภญ. ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย