‘อนุทิน’โต้วุ่น ‘ภูมิใจไทย’คัมแบ๊กร่วมรัฐบาล นายกฯเก่ายังอยู่ไม่พูดถึงคนใหม่

‘อนุทิน’โต้วุ่น ‘ภูมิใจไทย’คัมแบ๊กร่วมรัฐบาล นายกฯเก่ายังอยู่ไม่พูดถึงคนใหม่

‘อนุทิน’โต้วุ่น ‘ภูมิใจไทย’คัมแบ๊กร่วมรัฐบาล นายกฯเก่ายังอยู่ไม่พูดถึงคนใหม่

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘อนทิน’โต้วุ่น ‘ภูมิใจไทย’คัมแบ๊กร่วมรัฐบาล นายกฯเก่ายังอยู่ไม่พูดถึงคนใหม่

อนุทิน”ปัดมีสมการใหม่ดึง “ภูมิใจไทย”กลับร่วมรัฐบาล ลั่นนายกฯ เก่า ยังอยู่ ต่างคนต่างทำหน้าที่ “สมชาย” ยื่นศาล รธน.ขอถ่ายทอดสดไต่สวน “นายกฯ-เลขาฯสมช.” ปม “คลิปเสียงฮุนเซน” 21 สิงหาคมนี้ เชื่อ ประชาชน 65 ล้านคนต้องการฟังคำชี้แจง เตือน “เลขาฯสมช.”เป็นขรก.มีหน้าที่ดูแลความมั่นคงชาติ ด้าน “ทวี” เผยไม่มีแผนสำรองหลังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม ยืนยัน“ประชาชาติ”จะอยู่กับ“เพื่อไทย”ต่อไป ขณะที่ “แพทองธาร” ยกเลิกเข้าประชุมพรรค ทำสส.-มวลชนเก้ออดเบิร์ธเดย์ล่วงหน้า ฟาก “ทักษิณ” โผล่มาพรรคอ้างมาพบแขก ปัดตอบปมคดี 112 บอกแค่เรื่องศาลใครเขาพูดกัน

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมือง หากมีอะไรเกิดขึ้นกับนายกรัฐมนตรี และอาจมีสมการใหม่ที่อาจดึงพรรคภูมิใจไทยกลับไปร่วมรัฐบาล มีแนวโน้มเป็นเช่นนั้นหรือไม่ว่า ไม่มี สมการแปลว่าอะไร ต้องเท่ากันใช่หรือไม่ พรรคภูมิใจไทยมีแค่ 70 เสียง

เมื่อถามว่า ในช่วงรัฐบาลนี้หากมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ พรรคภูมิใจไทยจะไม่มีทางไปร่วมแล้วใช่หรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเก่า ยังไม่ไปเลย ยังอยู่ อย่าเพิ่งไปพูดถึงนายกรัฐมนตรีใหม่ ในความเป็นส่วนตัวเราไม่มีอะไรกัน เราก็ทำหน้าที่ของเราในฐานะฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลก็ทำหน้าที่ฝ่ายรัฐบาล

“เขาทำหน้าที่ของเขา เราทำหน้าที่ของเรา เราไม่มีอะไรกัน ไม่นำเรื่องส่วนตัวมาเป็นสาระ มันก็จะทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้ ขอให้ทุกคนทำตามหน้าที่ก็พอ” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ที่หลายคนมองเป็นการล้างสายสีน้ำเงินว่า คำถามเช่นนี้อย่าถามเลย วันนี้เราไม่มีหน้าที่ในกระทรวงมหาดไทยแล้ว ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ การทำงานของผู้บริหารชุดใหม่แต่ถ้าวันไหนได้มีโอกาสกลับเข้าไป บริหารและมีนโยบายอย่างไร ก็คิดว่าคงไม่มีใครมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเรา แบบนี้ก็แฟร์ๆ ดีนะ แต่ละคนมีสไตล์การทำงาน ที่ไม่มีทางเหมือนกัน ใครมีนโยบายเช่นไร ก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ และยืนยันว่าไม่มีข้าราชการสายน้ำเงิน สายสีแดง พรรคภูมิใจไทยไปจ่ายเงินเดือนข้าราชการหรือไม่ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องถือว่าเป็นข้าราชการของประชาชน กินเงินเดือนจากภาษีของประชาชน ใช้เงินของรัฐ ดังนั้นคำว่าสายน้ำเงิน สายแดงหรือสายอะไรต้องไม่มีแล้ว

“ผมออกมาเนี่ย เจอท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยกี่ครั้ง ไปถามดูสิ ผมก็ต้องให้เกียรติ โทรไปเดี๋ยวเขาเดือดร้อน ผมไม่เคยโทรไปหาเขา ดังนั้นต้องเลิกคิดเรื่องนี้ได้แล้ว ต้องสบายใจได้แล้ว ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยชุดใหม่ก็สบายใจได้เลย ไม่เคยมีการพบปะกันแบบตั้งใจมาสุมหัว นัดคุยกันคุณทำแบบนี้ให้ผมได้ไหม เจอกันตามงานไม่เกินครึ่งนาทีก็ต้องแยกย้าย เรารู้บทบาท” นายอนุทิน กล่าว

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ประภา เฮงไพบูลย์ สส.กาฬสินธุ์ พรรคภูมิใจไทย โหวตสวนมติพรรคเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ว่า ก็เป็นที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเราก็สงสัยในคนๆ นี้มาตลอด และขณะนี้ก็ชัดเจนแล้ว เป็นสิ่งแปลกปลอมในพรรค ส่วนจะมีแนวทางในการดำเนินการอย่างไรนั้น ก็ไม่ได้ให้มาร่วมกิจกรรมของพรรค ขณะนี้มีการสอบสวนอยู่ ผลการสอบสวนเก่ายังไม่เสร็จสิ้น แต่ก็มีพฤติกรรมเช่นนี้อีก ก็คงไม่ต้องสอบสวนอะไรแล้ว

เมื่อถามว่าจะขับพ้นพรรคหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ผมว่าอยู่ในนี้ดีแล้ว” เมื่อถามต่อว่าจะสามารถระบุได้เลยหรือไม่ว่ามีการซื้อตัว สส. ในราคา 8 หลัก หรือมีแรงจูงใจอื่นอีก นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ก็ต้องไปถามเจ้าตัว เมื่อถามว่า จะต้องเชือดไก่ให้ลิงดูหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่ต้องเชือดหรอก เดี๋ยวเขาก็ตายเอง”

วันเดียวกัน ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ถนนแจ้งวัฒนะ นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.) นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา และนายคมสัน โพธิ์คง อดีตสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้มีการถ่ายทอดสดการไต่สวน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.วัฒนธรรม และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ในคดีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา ในวันที่ 21 ส.ค.นี้ ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด

นายสมชาย กล่าวว่า สิ่งที่เกิดจากคลิปเสียงก่อให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง มีการบาดเจ็บและเสียชีวิตของทั้งทหารและประชาชน และยังส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จึงเห็นว่าการไต่สวน น.ส.แพทองธาร ควรเปิดเผยต่อสาธารณชน และที่ผ่านมาไม่ใช่ทุกกรณีที่ศาลจะอนุญาตให้มีการถ่ายทอด ในกรณีนี้จึงอยากขอความเมตตาต่อศาล เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และยังขอศาลที่จะเข้ารับฟังการไต่สวนเพื่อจะได้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการต่างๆ เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้แจ้งความดำเนินคดี น.ส.แพทองธารไว้ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) ซึ่งขณะนี้ได้สอบสวนเรียบร้อยแล้วและส่งเรื่องไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) จึงหวังว่าศาลจะเมตตาให้เข้าฟังในวันไต่สวนและในวันวินิจฉัย เพื่อจะได้นำข้อมูลเพิ่มเติมเพิ่มเติมส่งให้ ป.ป.ช.

นายสมชาย กล่าวอีกว่า นอกจากติดตามการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จะมีการติดตามต่อไปว่าการดำเนินการ ของ ป.ป.ช.มีการดำเนินการคืบหน้าไปอย่างไร ทั้งกรณีการผิดจริยธรรมและกฎหมาย เนื่องจากเห็นว่าเป็นความผิดร้ายแรง ดังนั้น ป.ป.ช.ควรดำเนินการโดยเร็วเพื่อให้ได้ข้อสรุปและส่งต่อไปยังศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยเร็ว

นายสมชาย ยังกล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรี นำนายฉัตรชัย เลขา สมช.เป็นพยานว่าอยากให้นายฉัตรชัย คิดว่านางสาวแพทองธาร เมื่อมาแล้วก็ไป แต่ตำแหน่งเลขา สมช.ต้องดูแลผลประโยชน์ของชาติ การให้การที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงก็จะเกิดผลเสียกับตนเอง เพราะเห็นว่าความจริงเท่านั้นเป็นคำตอบที่สังคมอยากรู้ ไม่ใช่การไปซักซ้อมพยานที่จะขึ้นให้การ ซึ่งก็ทราบมาว่าขณะมีการซักซ้อมพยานเพื่อเตรียมให้การต่อศาลรัฐธรรมนูญ อยากฝากท่านเลขา สมช.ท่านเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว มีหน้าที่ดูแลความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ใช่ดูแลความมั่นคงของคุณแพทองธาร เรียนว่าถ้าท่านมาศาลท่านต้องมือสะอาด คำให้การต่างๆต้องสะอาด เมื่อถ่ายทอดสดแล้วพี่น้องประชาชนจะได้รับทราบข้อเท็จจริง

ผู้สื่อข่าวถามว่าประเมินท่าทีนายกรัฐมนตรีอย่างไรจะลาออกก่อนหรือจะอยู่จนถึงวันวินิจฉัย นายสมชายกล่าวว่า ได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งแต่ก่อนแจ้งความดำเนินคดีที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง แต่นายกรัฐมนตรีก็ไม่ลาออก อย่างไรก็ตามขณะนี้ก็ถือว่ายังมีเวลาที่นายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจลาออกก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมา เพราะตนเห็นว่าการกระทำของนายกรัฐมนตรีเป็นความผิดชัดเจนที่ไม่อาจกล่าวอ้างได้ว่าบกพร่องโดยสุจริต และเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญก็มีข้อมูลอยู่เป็นจำนวนมากที่จะซักถามนายกรัฐมนตรี และเชื่อว่าประชาชนทั้ง 65 ล้านคนที่ได้ฟังคลิปเสียงสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีและสมเด็จฮุนเซน ก็ต้องการฟังคำชี้แจงของนายกรัฐมนตรีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะไม่ลาออก และจะเดินทางมาเข้าสู่กระบวนการไต่สวนด้วยตัวเอง ตนจึงขอที่จะมารับฟังการไต่สวน และขอให้ศาลถ่ายทอดการไต่สวนเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) กล่าวถึงการนำ สส.พรรค ปช. เข้าพบเพื่อให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ที่รัฐสภา ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2569 ว่า ได้เข้าให้กำลังใจ นายกฯ โดยเฉพาะ 3 สส.ชายแดนใต้ นายกฯ มีกำลังใจดี และฝากให้ สส.ช่วยดูแลประชาชน พร้อมลงไปยกระดับการพัฒนาและแก้ปัญหาตามที่แถลงนโยบายไว้

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ มีความกังวลเกี่ยวกับคดี ในขั้นตอนของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า นายกฯ ไม่มีทีท่ากังวล เพราะเรื่องเข้าสู่กระบวนการศาลรัฐธรรมนูญ ทุกคนต้องเคารพ ไม่ไปวิพากษ์วิจารณ์ และทางการเมืองรัฐธรรมนูญเขียนทางออกไว้อยู่แล้ว

เมื่อถามย้ำว่า ได้มีการพูดคุยถึงแผนสำรองไว้หรือไม่ หากเกิดอะไรขึ้นในวันที่ 29 ส.ค.นี้ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย เรามีความเชื่อมั่นในพรรคร่วมรัฐบาล โดยการนำของพรรคเพื่อไทย (พท.) และทุกวันนี้นโยบายต่างๆ กำลังขับเคลื่อนไป ยืนยันว่าพรรค ปช.จะอยู่กับพรรคเพื่อไทย

เย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ในการประชุมพรรคประจำสัปดาห์ เดิมน.ส.แพทองธาร ในฐานะหัวหน้าพรรค จะเดินทางมาร่วมประชุมพรรค ทำให้บรรดา สส.ได้เตรียมช่อดอกไม้และเค้กมาอวยพรวันคล้ายวันเกิดล่วงหน้า น.ส.แพทองธารในวันที่ 21 ส.ค. แต่ปรากฎว่า น.ส.แพทองธารยกเลิกการเข้าร่วมประชุม ขณะที่มีมวลชนกลุ่มผู้สนับสนุนพรรค เดินทางมาพบและนำดอกไม้พร้อมของขวัญมาให้กำลังใจ และเตรียมอวยพรวันเกิดน.ส.แพทองธารล่วงหน้าเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แต่เป็นที่น่าสังเกตว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้เดินทางเข้ามาพรรคเพื่อไทย และเดินทางออกจากพรรคเพื่อไทย เวลา 16.10 น.โดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า วันนี้มาพรรคเพื่อไทยมีภารกิจอะไร นายทักษิณ กล่าวเพียงว่า มาเจอแขก เจอเพื่อน เจอฝูง ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อกรณีวันที่ 22 ส.ค. ที่ศาลอาญาฯ จะพิพากษาคดี 112 จะไปฟังด้วยตนเองหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวสั้นๆ ว่า “เรื่องศาลใครเขาพูดกัน”

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ข่าวที่บอกว่าวุฒิสภาจะคว่ำงบประมาณแต่ส่วนตัวผมยืนยันว่ายังอยากให้ผ่าน แม้อาจจะไม่ตอบโจทย์ แต่ถ้าไม่ผ่านขึ้นมาจะสะดุดเลย ภาพรวมของประเทศจะมีปัญหา ส่วนกรอบการพิจารณาจะเร่งเต็มที่ให้ทันตามกฎหมาย”

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์

สมาชิกวุฒิสภา (สว.)

‘เสี่ยหนู’ซัดDSI การเมืองแทรกแซง หลังจ่อลุย‘บุรีรัมย์’

‘เสี่ยหนู’ซัดDSI การเมืองแทรกแซง หลังจ่อลุย‘บุรีรัมย์’

‘เสี่ยหนู’ซัดDSI การเมืองแทรกแซง หลังจ่อลุย‘บุรีรัมย์’

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘เสี่ยหนู’ซัดDSI การเมืองแทรกแซง หลังจ่อลุย‘บุรีรัมย์’ สางคดีเขากระโดง

อนุทิน”ชี้“ดีเอสไอ”ลงพื้นที่ “บุรีรัมย์”ดูพื้นที่“เขากระโดง” เป็น‘การเมืองแทรกแซง’มั่นใจบีบขรก.ในพื้นที่ไม่ได้ หากทำถูกกฎหมาย ด้าน‘เดชอิศม์’รอ‘อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ จัดการปมเขากระโดงชี้‘ที่ดินอัลไพน์’ผ่านหลายมือ ต้องไล่เป็นทอดๆ รับต้องนำคำสั่งเดิมมาดูใหม่หมด ปัดเร่งทำหวังให้เสร็จก่อน 29 ส.ค. ยัน ไม่เกี่ยวไทม์ไลน์การเมือง

เมื่อวันที่ 19สิงหาคม2568 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมลงพื้นที่เขากระโดง ระหว่างวันที่ 19-22ส.ค. เพื่อพิจารณาจะรับเป็นคดีพิเศษสามารถทำได้หรือไม่ ว่า ตนยังไม่ทราบเลย ไม่เคยคุมกระทรวงยุติธรรม

เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะถูกมองว่าเป็นการเข้ามาแทรกแซงเหมือนคดีอีฮั้ว สว.หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องการเมืองแทรกแซงมาตลอดอยู่แล้ว ซึ่งทุกอย่างมีกฎหมาย และตนยืนยันคำเดิมว่าอย่าทำผิดกฎหมาย ซึ่งคนที่มั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายก็ไม่ต้องเกรงกลัวอะไร เพราะกฎหมายจะคุ้มครองเอง เมื่อถามว่า การลงพื้นที่บุรีรัมย์พุ่งเป้าไปที่ข้าราชการในจังหวัดบุรีรัมย์เป็นหลัก ถือเป็นการกดดันหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนเห็นคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ในจังหวัดบุรีรัมย์ไม่รู้กี่ชุดมาแล้วเข้าๆออกๆ เข้ามาทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ ผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดบุรีรัมย์ก็เป็นปูชนียบุคคล เป็นคนที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่จังหวัดบุรีรัมย์ อย่างมากมายมหาศาล ใครเข้าไปก็ขอปรึกษาหารือ แสดงมุทิตาจิต แสดงความเคารพนับถือในฐานะผู้หลักผู้ใหญ่ ก็ไม่เห็นมีอะไรเลย ไปบีบข้าราชการคนที่เดือดร้อนก็คือประชาชน บีบเขาไม่ได้หรอก เขาไม่กลัวหรอก เขาทำกลัวไปแบบนั้นแหละ

ด้าน นายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเพิกถอนที่ดินเขากระโดง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ว่า ไว้พูดหลังอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ได้รับการโปรดเกล้าฯก่อน เพราะเป็นหน้าที่ของอธิบดีคนใหม่ ส่วนจะรวมเรื่องที่ดินอัลไพน์ด้วยหรือไม่นั้น ก็จะดูทั้งประเทศที่มีปัญหาทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่า วางหลักทวงคืนที่ดินอัลไพน์และเขากระโดงอย่างไร นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ที่ดินหลวงทุกตารางนิ้วต้องเอามาเป็นของหลวงให้ได้ และทุกตารางนิ้วต้องทำเอกสารสิทธิ์ให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด เมื่อถามว่า หากอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ สามารถสั่งการได้เลยหรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า สั่งได้ทุกเรื่องทุกแปลงทั่วประเทศ เมื่อถามย้ำถึงความคืบหน้ากรณีที่ดินอัลไพน์ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ต้องไปดู เพราะเดิมมีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนด แต่เจตนาเขาบริจาคให้วัด ซึ่งผ่านมือมา 3-4 ทอด ต้องไล่ไปดูเป็นทอดๆ เมื่อถามถึงบริษัทของครอบครัวหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และเลขาธิการพรรค พท. จะฟ้องรองปลัดกระทรวงมหาดไทยที่เซ็นเพิกถอนที่ดิน นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ตนดูไว้แล้ว แต่ขอรอให้อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่โปรดเกล้าฯก่อน เมื่อถามว่า จะนำคำสั่งเดิมมาทบทวนอีกครั้ง นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ต้องเอามาดูใหม่หมด เรื่องไหนที่ผิดพลาดหรือถูกต้องมันเทียบเคียงกันได้หมด

เมื่อถามว่า จะต้องนำกรณีที่ดินแรนโช ชาญวีร์ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มาพิจารณาร่วมด้วยหรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ทั้งประเทศ ทุกจังหวัดหมดเลย ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเชื่อมโยงว่าด้วยสถานการณ์การเมืองขณะนี้ จึงต้องรีบทำเรื่องเหล่านี้ให้เสร็จก่อนวันที่ 29 ส.ค. นายเดชอิศม์ ปฏิเสธว่า ไม่มี และตนเชื่อว่าวันที่ 29 ส.ค.จะไม่มีผลอะไร ทำงานปกติ ไม่ได้เร่งรีบอะไร ไม่ได้เอาเรื่องไทม์ไลน์การเมืองมาเกี่ยว

IOT ดูพื้นที่ช่องอานม้า เผยสำนักงาน UNHCR ฝั่งกัมพูชา ตอนนี้กลายเป็นกาสิโนไปแล้ว

IOT ดูพื้นที่ช่องอานม้า เผยสำนักงาน UNHCR ฝั่งกัมพูชา ตอนนี้กลายเป็นกาสิโนไปแล้ว

IOT ดูพื้นที่ช่องอานม้า เผยสำนักงาน UNHCR ฝั่งกัมพูชา ตอนนี้กลายเป็นกาสิโนไปแล้ว

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.59 น.

‘ทภ.2’เผย IOT ดูพื้นที่ช่องอานม้าเกือบ 1 ชม. เจ้าหน้าที่แจงกัมพูชาละเมิดหยุดยิง-รุกล้ำตัดลวดหนาม เผยสำนักงาน UNHCR ฝั่งกัมพูชา ตอนนี้กลายเป็นกาสิโนไปแล้ว

เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2568 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 19 ส.ค.2568 ณ เวลา 14.00 น. พบความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชา มีรถบรรทุก และรถยนต์หลายคันวิ่งเข้ามาในบางพื้นที่ อีกทั้งตรวจพบโดรน 23 ลำในฝั่งกัมพูชา ปัจจุบันกองกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงวางกำลังตามแนวที่มั่นของตนเอง ฝ่ายไทยจัดกำลังพลประจำจุดเฝ้าตรวจตามเหตุการณ์ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม และเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตอบโต้ตามสถานการณ์

การดูแลผู้อพยพ สนับสนุนส่วนราชการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน อำนวยความสะดวกประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงภัย ไปยังพื้นที่รวบรวมพลเรือน พื้นที่ จ.อุบลราชธานี 8 ศูนย์ ปัจจุบันมียอดรวม 638 คน เนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์ในพื้นที่ ทั้งนี้ทางฝ่ายปกครองได้จัดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เข้าดูแลพื้นที่ บ้านเรือนของพี่น้องประชาชนที่อพยพอย่างต่อเนื่อง

คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (Interim Observer Team : IOT) จำนวน 8 ประเทศ ประกอบด้วย บรูไน มาเลเซีย ลาว อินโดนีเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม รวม 14 นาย โดยมี พล.ต.ซัมซุล ริซัล บิน มูซา ผู้ช่วยทูตทหารมาเลเซียประจำประเทศไทย เป็นหัวหน้าคณะ ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ จ.อุบลราชธานี และ จ.ศรีสะเกษ เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงกรณีที่กัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยเฉพาะที่ ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นจุดที่กัมพูชาเข้ามารุกล้ำและตัดลวดหนาม

“ทางคณะผู้สังเกตการณ์ได้ใช้เวลาในการดูพื้นที่บริเวณช่องอานม้าเป็นเวลาเกือบ 1 ชั่วโมง นอกจากอนุสาวรีย์ตาอมแล้ว ร้านค้าที่อยู่บริเวณโดยรอบก็เสียหายจากเหตุการณ์สู้รบ มีบางส่วนที่มีร่องรอยของการโดนระเบิดและมีเหตุไฟไหม้ ซึ่งช่องอานม้าเป็นจุดผ่อนปรนการค้าชั่วคราว ที่ก่อนหน้านี้ มีการเปิดให้ทำการค้า และทางเจ้าหน้าที่ไทยได้อธิบายว่าพื้นที่ในฝั่งกัมพูชาก่อนหน้านี้เคยเป็นศูนย์อพยพที่มีสำนักงาน UNHCR อยู่ด้วย แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นคาสิโนไปแล้ว ส่วนพื้นที่โดยรอบช่องอานม้ามีการวางกำลังของทหารไทยและกัมพูชาทั้งสองฝ่าย โดยไม่ติดอาวุธ ตามข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งช่องอานม้าเป็นหนึ่งในพื้นที่การสู้รบสำคัญในช่วงที่ผ่านมา”

ทีใครทีมัน! ‘กมธ.สว.’เข้มสอบ‘โรงงานแป้งมันรุกป่าสงวนฯโคราช’หลายร้อยไร่ โยงเอี่ยวรมต.

ทีใครทีมัน! ‘กมธ.สว.’เข้มสอบ‘โรงงานแป้งมันรุกป่าสงวนฯโคราช’หลายร้อยไร่ โยงเอี่ยวรมต.

ทีใครทีมัน! ‘กมธ.สว.’เข้มสอบ‘โรงงานแป้งมันรุกป่าสงวนฯโคราช’หลายร้อยไร่ โยงเอี่ยวรมต.

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.48 น.

ทีใครทีมัน! ‘กมธ.สว.’เข้มสอบ‘โรงงานแป้งมันรุกป่าสงวนฯโคราช’หลายร้อยไร่ โยงเอี่ยวรมต.ในรัฐบาลชุดนี้ ปัดเป็นเครื่องมือทางการเมือง ยันว่ากันไปตามถูกผิด ต้องทำให้สังคมรู้ข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2568 ที่รัฐสภา นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมพิจารณาตรวจสอบคดีการบุกรุกที่ดินเขตป่าไม้ สาธารณะประโยชน์ของกลุ่มธุรกิจแป้งมันสำปะหลังรายใหญ่ของภาคอีสาน และมีชื่อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหนึ่ง ในรัฐบาลชุดปัจจุบันและมีชื่อตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว โดยเชิญผู้แทนจากกรมป่าไม้, กรมที่ดิน, และกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอเข้าชี้แจง

นายชีวะภาพ กล่าวว่า จากข้อมูลตรวจสอบพบยังมีคดีค้างเก่าในพื้นที่ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา เป็นคดีลักษณะเดียวกันเป็นการบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐในเขต ส.ป.ก., ซ้อนทับเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงอีจานใหญ่ ในเขต อ.เสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่หลายร้อยไร่,เป็นคดีที่มีการไกล่เกลี่ยกับภาครัฐ ซึ่งตรวจสอบพบเบื้องต้นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องน่าจะยังไม่ได้ดำเนินการ บังคับใช้กฎหมายให้ครบถ้วนตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบพบผู้ต้องหาในคดีเป็นบุคคลเดียวกันกับคดี บุกรุกที่ทะเลเลี้ยงสัตว์หาดสวนยา อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ที่เป็นข่าวว่ามีการดำเนินการโดย กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีความล่าช้าใกล้หมดอายุความในเวลานี้ 

นายชีวะภาพ กล่าวอีกว่า กมธ.ต้องศึกษาข้อมูลโดยละเอียด ยืนยันว่าให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็น หรือเครื่องมือทางการเมือง ว่ากันไปตามถูกผิด ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้ระเบียบกฎหมาย ซึ่งโรงงานแป้งมันดังกล่าวมี 3 กลุ่มใหญ่ ที่บุกรุกพื้นที่ป่า โดยเฉพาะใน อ.เสิงสาง มีการบุกรุกทำบ่อบำบัดจำนวน 18 บ่อเนื้อที่หลายร้อยไร่ โดยเป็นพื้นที่ทับซ้อนระหว่างป่าสงวนแห่งชาติป่าดงอีจานใหญ่ และเขตส.ป.ก. โดยหากยังไม่มีการออกเป็น ส.ป.ก.4-01 ก็ยังถือว่าเป็นพื้นที่ป่าสงวนฯ อยู่ อย่างไรก็ตามทราบว่าที่ผ่านมาทาง ส.ป.ก.ได้มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกับโรงงานดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้ต้องแจ้งดำเนินคดีบุกรุกป่าสงวนฯ ด้วย แต่เท่าที่ทราบมีการไกล่เกลี่ยในชั้นศาลต้องจ่ายเงินชดเชยฟื้นฟูพื้นที่ 20 กว่าล้านบาท ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญได้แปลภาพถ่ายทางอากาศพบว่ายังมีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่อยู่และยังไม่ได้มีการฟื้นฟูแต่อย่างใด ที่สำคัญจุดอื่นบริเวณนอกโรงงานเราตรวจสอบพบว่าอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนฯ ที่ทับซ้อนกับเขต ส.ป.ก. จึงต้องดำเนินการทั้งหมด

นายชีวะภาพ กล่าวด้วยว่า ส่วนในพื้นที่ จ.อุบลฯ ก็ต้องตรวจสอบต่อไป และได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงว่าได้ดำเนินการอย่างไรแล้ว โดยสัปดาห์หน้าจะเชิญ ส.ป.ก.มาชี้แจงความคืบหน้าการบังคับคดี รวมทั้งกรมป่าไม้ ในส่วนการมอบพื้นที่ให้ ส.ป.ก.ไปจัดสรรให้ประชาชน แต่การนำไปก่อสร้างโรงงานมันสำปะหลัง ถือว่าขัดต่อกฎหมายและมีการดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีแล้วหรือไม่

“ที่สำคัญคือผู้ต้องหา 2 คดีเป็นบุคคลเดียวกัน และวันนี้ก็เป็นรัฐมนตรีว่าการในรัฐบาลชุดนี้ นี่คือสิ่งที่เราต้องทำให้สังคมรับรู้รับทราบข้อเท็จจริงให้ได้” นายชีวะภาพ กล่าว

‘ภูมิธรรม’หารือ’อันวาร์’ ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา

'ภูมิธรรม'หารือ'อันวาร์' ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา

‘ภูมิธรรม’หารือ’อันวาร์’ ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.45 น.

“ภูมิธรรม” หารือทางโทรศัพท์กับ “อันวาร์ อิบราฮิม” ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา เดินหน้าการทำงานคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) ภายใต้กรอบ GBC พร้อมขอบคุณมาเลเซียสนับสนุนท่าทีไทยแก้ปัญหาอย่างสันติ

19 สิงหาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่า วันนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้หารือทางโทรศัพท์กับ ดาโต๊ะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะประเด็นการดำเนินงานของคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (Interim Observer Team: IOT)  โดยมี นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ  พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม และนายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมด้วย

นายจิรายุ กล่าวว่า นายภูมิธรรม ได้เน้นย้ำว่า ฝ่ายไทยยืนยันให้คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) ดำเนินงานตามหลักการและกรอบการดำเนินงานตามที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) สมัยวิสามัญ ได้ตกลงกันไว้ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ซึ่ง IOT ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นการดำเนินงาน ซึ่งหากมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินงานของ IOT ก็สามารถนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม GBC ครั้งต่อไปในเดือนหน้า เพื่อประเมินผลต่อไป

ทั้งนี้ นายภูมิธรรม ยังได้ขอบคุณประธานอาเซียนและนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่มีส่วนช่วยผลักดันให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี และแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนท่าทีของไทยในการแสวงหาทางออกอย่างสันติและบนพื้นฐานของกรอบการหารือทวิภาคีไทย-กัมพูชาต่อไป

‘สำนักเลขาธิการวุฒิฯ’ ปิดรับสมัคร‘ตุลาการศาลรธน.’มีแค่‘พล.ต.ต.ชัชนันท์-พล.ต.ต.พงศ์กุลธร’รวม 2 คน

‘สำนักเลขาธิการวุฒิฯ’ ปิดรับสมัคร‘ตุลาการศาลรธน.’มีแค่‘พล.ต.ต.ชัชนันท์-พล.ต.ต.พงศ์กุลธร’รวม 2 คน

‘สำนักเลขาธิการวุฒิฯ’ ปิดรับสมัคร‘ตุลาการศาลรธน.’มีแค่‘พล.ต.ต.ชัชนันท์-พล.ต.ต.พงศ์กุลธร’รวม 2 คน

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.42 น.

‘สำนักเลขาธิการวุฒิฯ’ ปิดรับสมัคร‘ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ’มียอดรวมแค่ 2 คน ‘พล.ต.ต.ชัชนันท์-พล.ต.ต.พงศ์กุลธร’อาจารย์โรงเรียนนายร้อยตำรวจ 

เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นบุคคลผู้สมควร ได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (แทนตำแหน่งที่ว่าง) จำนวน 1 คน ระหว่างวันที่ 13 – 19 ส.ค. 2568 นั้น สรุปผลการรับสมัคร มีรายชื่อผู้เข้ารับการสรรหา รวมจำนวน 2 คน ดังนี้ 1. พล.ต.ต. ชัชนันท์ ลีระเติมพงษ์ อายุ 54 ปี ศาสตราจารย์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สังกัดคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ 2. พล.ต.ต.พงศ์กุลธร โรจน์วิรุฬห์ อายุ 55 ปี ศาสตราจารย์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สังกัดคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะดำเนินการส่งรายชื่อผู้สมัครไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 รวมทั้งตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์ของผู้สมัครและรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าว พร้อมทั้งรายชื่อผู้สมัคร แบบใบสมัคร รวมทั้งเอกสารและหลักฐานประกอบการสมัครต่อคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้นจะเชิญผู้สมัครที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายบัญญัติมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ หรือสัมภาษณ์ผู้สมัครต่อไป

ทั้งนี้ขอเชิญส่งข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้สมัครมายังคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ที่ประธานคณะกรรมการสรรหา สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เลขที่ 1111 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. 10300 หรือเว็บไซต์ http://www.senate.go.th ภายในวันที่ 29 ส.ค. 2568

ซวยแล้วเหมน!! ทหารไทยเจอมือถือปริศนาแถวภูมะเขือ เปิดเครื่องเจอภาพ-คลิปวางทุ่นระเบิดชัดแจ๋ว

ซวยแล้วเหมน!! ทหารไทยเจอมือถือปริศนาแถวภูมะเขือ เปิดเครื่องเจอภาพ-คลิปวางทุ่นระเบิดชัดแจ๋ว

ซวยแล้วเหมน!! ทหารไทยเจอมือถือปริศนาแถวภูมะเขือ เปิดเครื่องเจอภาพ-คลิปวางทุ่นระเบิดชัดแจ๋ว

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.25 น.

ทหารเรือเก็บกู้ทุ่นระเบิด เจอมือถือปริศนาแถวภูมะเขือ เปิดเครื่องเจอหลักฐานทั้งภาพ-คลิปทหารเขมรลักลอบใช้-วางทุ่นระเบิด PMN-2 เพียบ!! 

เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2568 ชุดเก็บกู้กวาดล้างที่ 1 หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือ (นปท. ทร.) ที่สนับสนุนการปฏิบัติงานการเก็บกู้ และกวาดล้างฯ ได้ตรวจพบโทรศัพท์ของทหารกัมพูชา ที่ทิ้งใว้ในพื้นที่ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ร้อย ร.132 พัน.13 (ฐานเหนือเมฆ)

จึงได้นำมาใส่แบตเตอรี่ และตรวจสอบภาพที่อยู่ในโทรศัพท์ โดยพบคลิปวีดีโอ และภาพถ่ายทหารกัมพูชาถือทุ่นระเบิด PMN-2 ซึ่งในคลิปพูดภาษาเขมรคาดว่าเป็นการแนะนำการใช้งาน ก่อนลักลอบนำไปฝังดิน

เจ้าหน้าที่จึงได้นำโทรศัพท์ ส่งให้ทางหน่วยกองทัพบกในพื้นที่ เพื่อดำเนินการต่อไป 

ทั้งนี้ ถือว่าเจ้าหน้าที่ นปท. ทร. มีไหวพริบที่ดีมาก เมื่อพบหลักฐานแล้วรีบตรวจสอบ ที่สำคัญภาพในโทรศัพท์ ระบุไว้ด้วยว่าถ่ายวันไหน ถือเป็นหลักฐานชั้นดีทีเดียว
 

‘ครม.’เห็นชอบชดเชย นำเข้ายุทโธปกรณ์ Defence Offset เพิ่มขีดความสามารถกองทัพ

‘ครม.’เห็นชอบชดเชย นำเข้ายุทโธปกรณ์ Defence Offset เพิ่มขีดความสามารถกองทัพ

‘ครม.’เห็นชอบชดเชย นำเข้ายุทโธปกรณ์ Defence Offset เพิ่มขีดความสามารถกองทัพ

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.45 น.

‘โฆษกทอ.’เผย‘ครม.’เห็นชอบชดเชย นำเข้ายุทโธปกรณ์ Defence Offset เพิ่มขีดความสามารถกองทัพ

เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2568 พล.อ.ท.ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันเดียวกันนี้เรื่อง “การจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทนกองทัพอากาศ และการชดเชยการนำเข้ายุทโธปกรณ์ (Defence Offset)” โดยมีสรุปสาระสำคัญ คือ ครม.เห็นชอบให้โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทนของกองทัพอากาศเดินหน้าต่อ โดยมีการ “ชดเชยการนำเข้ายุทโธปกรณ์” (Defence Offset) จากบริษัท Saab AB โดยการจัดหาครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงทางทหารเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศในด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และเทคโนโลยี ซึ่งประเด็นที่สำคัญ ดังนี้ 1.รอบคอบตามกฎหมาย – รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบกฎ ระเบียบ และขั้นตอนครบถ้วน เพื่อความโปร่งใสและถูกต้อง 2.ประโยชน์หลายมิติ – การชดเชยจาก Saab AB จะช่วยทั้งด้านความมั่นคง เสริมอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และยกระดับการศึกษาไทย

โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวต่อว่า 3.ทำงานร่วมกัน – กองทัพอากาศจะบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลลัพธ์สูงสุดต่อสังคม 4.ประชาชนเป็นศูนย์กลาง – การลงทุนด้านความมั่นคงครั้งนี้ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์โดยตรงต่อการพัฒนาประเทศและคุณภาพชีวิตประชาชน ทั้งนี้ กองทัพอากาศพร้อมดำเนินการด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทนครั้งนี้ ไม่เพียงเสริมศักยภาพการป้องกันประเทศ แต่ยังเป็น การลงทุนเพื่ออนาคตของคนไทยทุกคน.

‘ครม.’ตั้ง‘ยงยุทธ’อธิบดีกรมป่าไม้ รับโอน‘ดนุชา’นั่งเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำฯ

‘ครม.’ตั้ง‘ยงยุทธ’อธิบดีกรมป่าไม้ รับโอน‘ดนุชา’นั่งเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำฯ

‘ครม.’ตั้ง‘ยงยุทธ’อธิบดีกรมป่าไม้ รับโอน‘ดนุชา’นั่งเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำฯ

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.56 น.

‘ครม.’ตั้ง‘ยงยุทธ’อธิบดีกรมป่าไม้ รับโอน‘ดนุชา’นั่งเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำฯ

19 สิงหาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการพิจารณาอนุมัติแต่งตั้งตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอ นายยงยุทธ นาควิโรจน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.68 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ครม. ยังมีมติอนุมัติรับโอน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.68 เป็นต้นไป