‘ลูก’ผลุบ‘พ่อ’โผล่! มวลชนหอบเค้กเก้อ‘อิ๊งค์’ชิ่งประชุมสส.เพื่อไทย ‘ทักษิณ’เข้าพรรค

‘ลูก’ผลุบ‘พ่อ’โผล่! มวลชนหอบเค้กเก้อ‘อิ๊งค์’ชิ่งประชุมสส.เพื่อไทย ‘ทักษิณ’เข้าพรรค

‘ลูก’ผลุบ‘พ่อ’โผล่! มวลชนหอบเค้กเก้อ‘อิ๊งค์’ชิ่งประชุมสส.เพื่อไทย ‘ทักษิณ’เข้าพรรค

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.40 น.

‘แพทองธาร’ยกเลิกเข้าประชุมพรรค ทำสส.-มวลชนเก้ออดอวยพรวันเกิดล่วงหน้า ฟาก‘ทักษิณ’โผล่มาพรรคอ้างมาพบแขก ปัดตอบปมคดี 112 บอกแค่เรื่องศาลใครเขาพูดกัน

19 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย ว่า ในการประชุมพรรคประจำสัปดาห์ เดิมน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.วัฒนธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรค จะเดินทางมาร่วมประชุมพรรค ทำให้บรรดา สส.ได้เตรียมช่อดอกไม้และเค้กมาอวยพรวันคล้ายวันเกิดล่วงหน้าน.ส.แพทองธารในวันที่ 21 ส.ค.

อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่า น.ส.แพทองธาร ยกเลิกการเข้าร่วมประชุม ขณะที่มีมวลชนกลุ่มผู้สนับสนุนพรรค เดินทางมาพบและนำดอกไม้พร้อมของขวัญมาให้กำลังใจ และเตรียมอวยพรวันเกิดน.ส.แพทองธารล่วงหน้าเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แต่เป็นที่น่าสังเกตว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และบิดาของ น.ส.แพทองธาร ได้เดินทางเข้ามาพรรคเพื่อไทย และเดินทางออกจากพรรคเพื่อไทย เวลา 16.10 น.

เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า วันนี้มาพรรคเพื่อไทยมีภารกิจอะไร นายทักษิณ กล่าวเพียงว่า มาเจอแขก เจอเพื่อน เจอฝูง

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อกรณีวันที่ 22 ส.ค. ที่ศาลอาญาฯ จะพิพากษาคดี 112 จะไปฟังด้วยตนเองหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวสั้นๆ ว่า “เรื่องศาลใครเขาพูดกัน”

‘สว.สำรอง’ท้า’กกต.’สาบานวัดพระแก้ว ทำคดีฮั้วสว.โปร่งใส จี้เร่งสรุปสำนวนส่งศาลฎีกาในสัปดาห์นี้

'สว.สำรอง'ท้า'กกต.'สาบานวัดพระแก้ว ทำคดีฮั้วสว.โปร่งใส จี้เร่งสรุปสำนวนส่งศาลฎีกาในสัปดาห์นี้

‘สว.สำรอง’ท้า’กกต.’สาบานวัดพระแก้ว ทำคดีฮั้วสว.โปร่งใส จี้เร่งสรุปสำนวนส่งศาลฎีกาในสัปดาห์นี้

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.16 น.

‘สว.สำรอง’ท้า’กกต.’สาบานวัดพระแก้ว ทำคดีฮั้วสว.โปร่งใส จี้เร่งสรุปสำนวนส่งศาลฎีกาภายในสัปดาห์นี้ หยุดล้วงลูก ยื้อเวลา ลั่นพร้อมประเคนมาตรา 157 ให้กกต.ใหม่ หากเฉยหรืออ้างคดีไม่มีมูล

เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ คณะสว.สำรอง นำโดย นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล  นายประดิษฐ์ พรหมจินดา พ.อ.ไพบูลย์ พัสดร ดร.นำศักดิ์ อุทัยศรีสม สว.สำรอง พร้อมคณะเดินทางมาแสดงพลังเพื่อเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งดำเนินการสรุปสำนวนคดีโกงการเลือก สว.ระดับประเทศ ส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาเอาผิดผู้เกี่ยวข้องต่อไป เนื่องจากขณะนี้ คณะกรรมการสืบสวนไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ที่มีผู้แทนร่วมระหว่าง กกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้สืบสวนสอบสวน และสรุปผลส่งมายังสำนักงานกกต.แล้วตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. 2568

นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า คณะกรรมการสืบสวนไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ได้ส่งเรื่องมายังสำนักงานกกต.แล้วตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ทางกกต.ก็อ้างว่าต้องใช้เวลาราวๆ 30 วัน ซึ่งตอนนี้ครบกำหนด 30 วัน  ดังนั้นอยากถาม กกต.ว่าจะขยายเวลาไปอีกจนถึงเมื่อไหร่ ทั้งนี้ ยืนยันว่า สืบสวนไต่สวนกลางชุดที่ 26 ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ได้มีการสืบสวน สอบสวนมาอย่างดีแล้ว จึงเห็นว่า กกต.ควรเร่งสรุปสำนวนส่งศาลฎีกา ภายในสัปดาห์นี้ ไปสู้กันอย่างแมนๆ ถ้าหลักฐานไม่พอก็ค่อยส่งเพิ่ม ส่วนสว.ที่เกี่ยวข้องก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ภายในเดือนนี้ ถ้าบริสุทธิ์จริงก็ค่อยกลับเข้ามาทำงานในตำแหน่ง

นายอัครวัฒน์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่ามีคนที่มีอักษาย่อ ต. และ จ. มีความพยายามในการเข้าไปล้วงลูก และยื้อเวลาการสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ออกไปอีก เพื่อให้สว.ชุดปัจจุบันได้ทำหน้าที่ในการเลือกกกต.คนใหม่ที่จะมาแทนนายอิทธิพร บุญประคอง  ประธานกกต. และนายสันทัด ศิริอนันต์ กกต.ที่ครบวาระ และรักษาการอยู่ตอนนี้ ซึ่งการที่คนใหม่เข้ามาและรับลูกต่อนั้นจะมีความเข้าใจในสำนวนคดีมากน้อยแค่ไหน เพราะเรื่องนี้มีความซับซ้อน จึงขอให้หยุดการยื้อเวลา การล้วงลูกแล้วเร่งส่งสำนวนสู่ศาลฎีกา ย้ำว่า เราจะต่อสู้กับเรื่องนี้ไม่มีเหน็ดเหนื่อย ถ้ารอกกต.ชุดใหม่แตะมือมาดูสำนวน และอ้างไม่มีมูล เราจะประเคนมาตรา 157 ให้ เพราะที่ผ่านมา ข้าราชการที่ไม่เห็นแก่ประชาชนเข้าไปกินข้าวแดงในคุกเยอะแล้ว

“เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ถ้านายแสวง บุญมี นายอิทธิพร และกกต.ทุกท่าน ตลอดจนรองเลขาธิการกกต.ที่กำลังทำเรื่องฮั้วเลือกสว..อยู่ตอนนี้ หากมีความซื่อสัตย์สุจริตจริง พูดจริง ไม่พูดปดมดเท็จ เรานัดกันไปสาบานที่วัดพระแก้วกันเลยดีหรือไม่ ว่าคดีนี้ทำอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีเรื่องแอบแฝง เพราะประชาชนรอฟังกันอยู่ ท่านมีความกล้าหาญหรือไม่ บอกกับประชาชนเลยว่า พร้อมที่จะไปสาบานต่อวัดพระแก้วว่าได้ทำงานนี้โดยซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีใครมาแอบสั่งไหม เรื่องจะเสร็จกี่วัน กี่โมง แต่ถ้าไม่ทำ ไม่มีเจตนาบริสุทธิ์ อย่าลืมว่าบ้านเมืองเรามีพระสยามเทวาธิราชใครที่คิดไม่ดี ข้าราชการไหนที่คิดชั่วกับประเทศชาติกับแผ่นดินไทย ส่วนใหญ่แล้วมีอันเป็นไป” นายอัครวัฒน์ กล่าว

‘แม่ทัพภาคที่ 2’ย้ำเฟคนิวส์ ข่าวโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งใหม่ ไม่รู้กลุ่มการเมืองไหนปั่นข่าวหรือไม่

'แม่ทัพภาคที่ 2'ย้ำเฟคนิวส์ ข่าวโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งใหม่ ไม่รู้กลุ่มการเมืองไหนปั่นข่าวหรือไม่

‘แม่ทัพภาคที่ 2’ย้ำเฟคนิวส์ ข่าวโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งใหม่ ไม่รู้กลุ่มการเมืองไหนปั่นข่าวหรือไม่

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.54 น.

‘แม่ทัพภาคที่ 2’ย้ำเฟคนิวส์ ข่าวโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งใหม่ ไม่รู้กลุ่มการเมืองหนุนหลังปั่นข่าวหรือไม่ ไม่ปิดช่อง นั่งที่ปรึกษาแม่ทัพคนใหม่ เพื่อช่วยเหลือชาติ

เมืื่อวันที่ 19 ส.ค.2568 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณีที่วานนี้ (18 ส.ค.) มีกระแสในโซเชียลมีเดีย ว่ามีการโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งใหม่ของแม่ทัพภาคที่ 2  รวมทั้งตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 2 อีกท่าน พล.ท.บุญสิน ระบุว่า เป็นเฟคนิวส์ โดยปฏิเสธว่า ไม่ทราบว่าเป็นความพยายามของกลุ่มการเมืองใดที่ขย่มข่าวนี้ออกมาเพื่อคาดหวังกระแสอะไรหรือไม่ แต่ได้แจ้งไปแล้วว่าไม่ใช่เรื่องจริง

นอกจากนี้ กระแสข่าวดังกล่าว จะเป็นกระแสต่อต้านแคนดิเดตแม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่หรือไม่ อย่างไร พล.ท.บุญสิน ปฏิเสธเช่นกันว่า ไม่ทราบถึงวัตถุประสงค์ของผู้ที่ทำ เขาอาจจะได้ยินมาจากไหนไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าเป็นข่าวปลอม 

เมื่อถามว่า หากแม่ทัพภาคที่ 2 ท่านใหม่ เชิญไปเป็นที่ปรึกษาพิเศษ จะตัดสินใจอย่างไร พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ตนยินดีช่วยเหลือประเทศชาติ หากเป็นเรื่องที่เราสามารถช่วยได้ ก็พร้อมช่วยทุกคนและกองทัพบกอยู่แล้ว

‘มทภ.2’หนุนฟ้อง‘พ่อลูกฮุน’ก่ออาชญากรสงคราม จ่อรวมหลักฐานส่งตร.-อสส.

‘มทภ.2’หนุนฟ้อง‘พ่อลูกฮุน’ก่ออาชญากรสงคราม จ่อรวมหลักฐานส่งตร.-อสส.

‘มทภ.2’หนุนฟ้อง‘พ่อลูกฮุน’ก่ออาชญากรสงคราม จ่อรวมหลักฐานส่งตร.-อสส.

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.43 น.

‘แม่ทัพภาคที่2’ซัดกัมพูชาไร้มารยาท ป่วนคณะคณะทูตที่‘ช่องอานม้า’ เผย‘จีน’เสนอเป็นตัวกลางเจรจาเก็บกู้ทุ่นระเบิด หากไม่ตอบรับไทยจะฟ้องชาวโลก ชี้ต้องทำฟ้อง‘ฮุน เซน’ผิดอาชญากรสงคราม เตรียมรวบรวมหลักฐานส่งตำรวจ-อัยการสูงสุด

19 สิงหาคม 2568 ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) กล่าวถึงการรับมอบสิ่งของจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน ว่า ตรงตามความต้องการของทหารแนวหน้าหรือไม่ ว่า ส่วนใหญ่ผู้บริจาคจะสอบถามมาที่กองทัพภาคที่ 2 ก่อน และได้มีการสอบถามทหารที่อยู่แนวหน้า เพื่อให้ได้รับของตรงกับความต้องการ สิ่งของที่ได้รับวันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องการตรงตามวัตถุประสงค์

ส่วนกรณีทหารกัมพูชายั่วยุ คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (Interim Observer Team: IOT) จาก 8 ประเทศสมาชิกอาเซียน ที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานีนั้น แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า เป็นปกติของการปฏิบัติของทหารเขมร เป็นการประท้วงทางสัญลักษณ์ เพราะจุดนั้นเป็นพื้นที่ที่เราแย่งชิง และไทยยืนยันเป็นเส้นเขตแดนของไทย

ส่วนการกระทำที่เกิดขึ้นต่อหน้าคณะผู้สังเกตการณ์ จะส่งผลอะไรหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 มองว่า เรื่องนี้ฝ่ายกัมพูชาจะเสียมากกว่า ไม่มีมารยาท

เมื่อถามว่า การประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC )ครั้งนี้จะมีการพูดคุยพื้นที่ช่องอานม้า ที่กัมพูชารุกล้ำเข้ามาตั้งร้านค้าด้วยหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า เรื่องช่องอานม้าเป็นเรื่องเดิม ที่ต้องคุยในภาพรวมอยู่แล้วตลอดแนวชายแดน ถ้าเราควบคุมพื้นที่ตรงไหนก็ต้องอยู่ตรงนั้น และจะไม่ให้กัมพูชาเข้ามาใช้ประโยชน์อีก เพราะมันผิดหลักการ MOU 43 เนื่องจากพื้นที่ที่อยู่ใกล้เส้นเขตแดน จะไม่ให้มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ เพราะการปักปันเขตแดนยังไม่แล้วเสร็จ

ส่วนไทยมีอำนาจในการหรือถอนสิ่งปลูกสร้างของกัมพูชาที่ช่องอานม้าหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า เราพยายามให้ทางกัมพูชาเป็นฝ่ายรื้อออกไปเอง

ส่วนที่กัมพูชาพยายามแอบอ้างว่าสิ่งปลูกสร้างตรงนั้น เป็นบ้านเรือนของชาวกัมพูชา แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า กัมพูชารุกล้ำมานานแล้ว เป็นสิ่งที่ไทยประสงค์ให้เขาออกไปเช่นกัน

เมื่อถามว่าการเกิดเหตุแบบนี้จะส่งผลต่อการประชุม RBC หรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 บอกว่า คงไม่ เป็นเรื่องปกติที่เข้าใจกันได้ โดยการประชุม RBC จะประชุมตามกรอบที่หน่วยเหนือกำหนดให้ ซึ่งแม่ทัพของทั้ง 2 ประเทศจะคุยกัน

ส่วนผลการหารือ RBC ในพื้นที่ของกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ที่ทางกัมพูชาไม่ตอบรับการจัดการทุ่นระเบิด คิดว่าในส่วนของการพูดคุยของกองทัพภาคที่ 2 จะเป็นลักษณะใด พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า เห็นว่าทางประเทศจีนจะเข้ามาเป็นตัวกลาง ขอความร่วมมือทั้ง 2 ประเทศ ให้เก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นหนึ่งในหัวข้อที่เราจะใส่ไปในการพูดคุย RBC

เมื่อถามว่าทางกัมพูชาจะยอมฟังประเทศจีนหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ถ้าไม่ฟัง ไทยก็จะชี้แจงให้ชาวโลกรู้ ว่ากัมพูชาไม่ยอมรับการเก็บกู้ทุ่นระเบิด

ส่วนที่กัมพูชาออกมาระบุไทยพยายามจัดฉากเรื่องทุ่นระเบิด ทางกองทัพมีหลักฐาน ที่จะพิสูจน์เรื่องนี้หรือไม่ ว่าทุ่นระเบิดเป็นของกัมพูชา แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ก็เราไม่ได้ใช้ เพราะทุ่นระเบิดเป็นอาวุธที่ค่ายสังคมนิยมใช้ ซึ่งไม่มีใช้ในไทย และเราเคารพอนุสัญญาออตตาวาอยู่แล้ว เรื่องนี้เข้าใจอยู่แล้วว่าใครเป็นคนวาง เราเข้าใจบุคลิกของประเทศเพื่อนบ้านอยู่แล้ว

ส่วนการพูดคุย RBC ในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 จะมีข้อตกลงแตกต่างกันหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ก็คล้ายกัน เพราะเป็นแนวเส้นเขตแดนเดียวกัน มีพื้นที่ติดกัน ส่วนใหญ่ข้อหารือก็จะคล้ายกัน

“เรื่องทุ่นระเบิด เขาวางเอง เขาก็ปฏิเสธเองอยู่แล้ว คงไม่มีใครยอมรับ เรื่องนี้เราจึงพยายามเข้าสู่ที่ประชุม เพื่อให้เป็นไปตามหลักสากล จะได้เก็บกู้ร่วมกัน โดยองค์กรสากลที่เป็นกลาง”

เมื่อถามว่า การประชุม RBC จะยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา หรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า คงไม่ได้เอาเข้าที่ประชุม ถ้าสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายไปในทางที่ดี เราก็คงยังไม่มีการคุยกันเรื่องนี้

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับรั้วลวดหนามในขณะนี้ เราควรวางรั้วลวดหนามในบริเวณชายแดนยาวเลยหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ตนก็เห็นด้วย แต่ว่ารั้วที่วางระหว่างประเทศ หากจะให้เกิดความเรียบร้อย ทั้งสองฝ่ายต้องเข้าใจตรงกัน มิฉะนั้นหากฝ่ายหนึ่งวาง ฝ่ายหนึ่งรื้อ และฝ่ายหนึ่งประท้วง มันก็จะไม่จบ จะต้องมีการหารือในระดับรัฐบาล ว่าแนวเส้นเขตแดนที่เราตกลงกันได้ มีอยู่จุดใดบ้าง แล้วจึงดำเนินการ เช่นนั้นถึงจะเรียบร้อย

เมื่อถามว่า ฝ่ายกัมพูชามีการมาแอบรื้อบ้างหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ส่วนใหญ่จะเป็นการวางรั้วลวดหนามตามปกติ ในแนวทางป้องกันของฝ่ายทหารไทย ยังไม่มีการรื้ออะไรเกิดขึ้น

เมื่อถามว่า ที่แม่ทัพกล่าวว่าสถานการณ์ขณะนี้อาจจะมีการสู้รบกันใหม่เกิดขึ้นในความเป็นไปได้ 50:50 มีปัจจัยใดที่จะส่งผลให้เกิดการสู้รบขึ้น พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ปัจจัยหลักขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้นำกัมพูชา

เมื่อถามย้ำว่า ในวันนี้เขามีความพร้อมที่จะรบกับไทยแล้วหรือไม่ พล.ท.บุญสิน ยืนยันว่า “ถ้าเขาพร้อม เราพร้อมอยู่แล้ว”

เมื่อถามต่อว่า ปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เกิดการรบครั้งใหม่ อาจมาจากการที่ไทยเตรียมดำเนินการฟ้องร้องกัมพูชาในข้อหาอาชญากรสงคราม รวมทั้งกรณีที่สร้างความสูญเสียต่อพื้นที่พลเรือนของไทยหรือไม่ พล.ท.บุญสิน ระบุว่า เป็นสิทธิของเราอยู่แล้ว และตนก็เห็นด้วยตามแนวทางปฏิบัติของทางรัฐบาล โดยให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการยื่นฟ้องในส่วนที่เกี่ยวข้องตามหลักสากล ยืนยันว่าต้องปฏิบัติ

ส่วนจะเป็นปัจจัยที่ทำให้การพูดคุยกันยากขึ้นหรือไม่นั้น มองว่า ในทางกลับกันทางกัมพูชาก็ยื่นฟ้องศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ในประเด็นพื้นที่พิพาท 4 แห่ง ดังนั้นไทยก็จะยื่นฟ้องในประเด็นนี้เช่นกัน เนื่องจากมีหลักฐานในทางกายภาพชัดเจน

เมื่อถามว่า ทางกองทัพจะส่งหลักฐานให้กับตำรวจภูธรภาคที่ 3 เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานส่งอัยการสูงสุดพิจารณา เอาผิด 2 ผู้นำกัมพูชาด้วยหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า ใช่ และกองทัพภาคที่ 2 พร้อมสนับสนุนหลักฐานอยู่แล้ว เพื่อดำเนินการตามกระบวนการ เพื่อนำไปดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด

เมื่อถามว่า กรณีทหารที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต กองทัพภาคที่ 2 จะเป็นผู้แทนในการดำเนินคดีฟ้องร้องให้ด้วยหรือไม่ พล.ท.บุญสิน บอกว่า จะดำเนินการในฝ่ายทหารที่เราทำได้ในกรอบของกฎหมาย เช่นการดูแลสิทธิต่างๆ ตามแนวทางเมื่อมีการปะทะกัน ระหว่างทหารทั้งสองประเทศ

ส่วนที่ปรากฏข่าวว่า กัมพูชาพยายามใช้มวลชนเป็นโล่มนุษย์ พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า เท่าที่ทราบคือ หมู่บ้านที่ทางกองกำลังกัมพูชาใช้เป็นฐานที่ตั้ง มีประชาชนอยู่อย่างหนาแน่น เขาก็อาจจะใช้มวลชนที่อยู่ในพื้นที่นั้นเข้ามาสร้างสถานการณ์ ซึ่งเชื่อว่าทางกองทัพภาคที่ 1 ก็คงจะมีวิธีในการรับมืออยู่แล้ว ส่วนพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 เราไม่ให้เข้าอยู่แล้ว แบบในพื้นที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี โดยยืนยันว่า ไม่มีการให้ประชาชนกัมพูชาล้ำเข้ามาในพื้นที่ชายแดนไทย

เขย่ามหาดไทย!‘ภูมิธรรม’แย้มยังมีอีกล็อต ปัดย้าย‘25 ผู้ว่าฯ’ตามฐานเสียงพรรค

เขย่ามหาดไทย!‘ภูมิธรรม’แย้มยังมีอีกล็อต ปัดย้าย‘25 ผู้ว่าฯ’ตามฐานเสียงพรรค

เขย่ามหาดไทย!‘ภูมิธรรม’แย้มยังมีอีกล็อต ปัดย้าย‘25 ผู้ว่าฯ’ตามฐานเสียงพรรค

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.02 น.

‘ภูมิธรรม’ปัดโยกย้าย‘25 ผู้ว่าฯ’ตามฐานเสียงพรรคการเมือง ย้ำดูความสามารถ-ประสบการณ์ เผยยังมีอีกล็อตค่อยๆทำ

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 19 ส.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาลนายภูมิธรรม เวชยชัย นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย  ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดรวม 25 ตำแหน่งในวันเดียวกันนี้  ว่า วาระเข้าไปเรียบร้อยแล้ว ผลออกมาแล้ว และยังมีอีก ยังไม่จบ

เมื่อถามว่าผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีการโยกย้ายส่วนใหญ่เป็นฐานเสียงอีกพรรคการเมืองหนึ่ง นายภูมิธรรม กล่าวว่า  ฐานเสียงพรรคการเมืองมีทุกจังหวัด ยืนยันว่าตนดูตามความสามารถและประสบการณ์ และพยายามโยกย้ายเปลี่ยนแปลงให้แต่ละคนได้มีโอกาสทำงาน

เมื่อถามย้ำว่าการแต่งตั้งโยกย้ายรอบนี้จะเป็นล็อตสุดท้ายแล้วใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า รอบหน้ายังมีอีกรอบ ตอนนี้ค่อยๆทำ

ดองเค็มงูเห่า!‘อนุทิน’จวก‘ประภา สส.กาฬสินธุ์’โหวตสวนมติพรรค ยันไม่ขับออก

ดองเค็มงูเห่า!‘อนุทิน’จวก‘ประภา สส.กาฬสินธุ์’โหวตสวนมติพรรค ยันไม่ขับออก

ดองเค็มงูเห่า!‘อนุทิน’จวก‘ประภา สส.กาฬสินธุ์’โหวตสวนมติพรรค ยันไม่ขับออก

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.46 น.

สิ่งแปลกปลอมในพรรค!‘อนุทิน’จวกแรง‘ประภา สส.กาฬสินธุ์’ โหวตสวนมติพรรค ยันดองไว้ ไม่ขับออก ลั่น‘เดี๋ยวก็ตายเอง’ โยนถามเจ้าตัวรับเงิน 8 หลัก-แรงจูงใจอื่นหรือไม่ ชี้ไม่ได้ทำเพื่อประชาชนแน่นอน

19 สิงหาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่น.ส.ประภา เฮงไพบูลย์ สส.กาฬสินธุ์ พรรคภูมิใจไทย โหวตสวนมติพรรคเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ในการประชุมสภาฯเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ก็เป็นที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเราก็สงสัยในคนๆ นี้มาตลอด และขณะนี้ก็ชัดเจนแล้ว เป็นสิ่งแปลกปลอมในพรรค ส่วนจะมีแนวทางในการดำเนินการอย่างไรนั้น ก็ไม่ได้ให้มาร่วมกิจกรรมของพรรค ขณะนี้มีการสอบสวนอยู่ ผลการสอบสวนเก่ายังไม่เสร็จสิ้น แต่ก็มีพฤติกรรมเช่นนี้อีก ก็คงไม่ต้องสอบสวนอะไรแล้ว

เมื่อถามว่าส่วนอีก 2 คนที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบไปแล้วก่อนหน้านี้ ถือว่าบริสุทธิ์แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าตอนนี้เหลือเพียงคนเดียว เขาก็ดึงจนวินาทีสุดท้าย เราก็ทำใจ ถือว่าเป็นเอกสิทธิ์ สส.

เมื่อถามว่าจะขับพ้นพรรคหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ผมว่าอยู่ในนี้ดีแล้ว” 

เมื่อถามต่อว่าจะสามารถระบุได้เลยหรือไม่ว่ามีการซื้อตัว สส. ในราคา 8 หลัก หรือมีแรงจูงใจอื่นอีก นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ก็ต้องไปถามเจ้าตัว ส่วนแรงจูงใจนั้น หากคิดตามวิญญูชนก็คิดได้หมด ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น แต่รับรองว่าไม่ใช่ทำเพื่อประชาชนแน่นอน

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีการแตกแถวในการโหวต จะมีแนวทางป้องกันอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว เป็นสิ่งแปลกปลอม ทุกคนเห็น และไม่มีใครชื่นชมยินดีกับการกระทำนี้ นอกจากจะไม่ชื่นชมยินดีแล้วก็ต้องบอยคอต เป็นสิ่งที่น่าเสียใจแทนประชาชน

เมื่อถามอีกว่า จะต้องเชือดไก่ให้ลิงดูหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่ต้องเชือดหรอก เดี๋ยวเขาก็ตายเอง”

‘อนุทิน’โนคอมเมนต์โยกย้าย‘มท.’ล้างบาง‘สายสีน้ำเงิน’ ลั่นสบายใจได้ไม่เคยนัดสุมหัวขอให้ช่วย

‘อนุทิน’โนคอมเมนต์โยกย้าย‘มท.’ล้างบาง‘สายสีน้ำเงิน’ ลั่นสบายใจได้ไม่เคยนัดสุมหัวขอให้ช่วย

‘อนุทิน’โนคอมเมนต์โยกย้าย‘มท.’ล้างบาง‘สายสีน้ำเงิน’ ลั่นสบายใจได้ไม่เคยนัดสุมหัวขอให้ช่วย

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.41 น.

‘อนุทิน’โนคอมเมนต์โยกย้าย‘มท.’ล้างบาง‘สายสีน้ำเงิน’ ลั่นสบายใจได้ไม่เคยโทรหาปลัดมหาดไทย-นัดสุมหัวขอให้ทำอะไรให้

เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2568 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ที่หลายคนมองเป็นการล้างสายสีน้ำเงินว่า คำถามเช่นนี้อย่าถามเลย วันนี้เราไม่มีหน้าที่ในกระทรวงมหาดไทยแล้ว ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ การทำงานของผู้บริหารชุดใหม่แต่ถ้าวันไหนได้มีโอกาสกลับเข้าไป บริหารและมีนโยบายอย่างไร ก็คิดว่าคงไม่มีใครมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเรา แบบนี้ก็แฟร์ๆ ดีนะ แต่ละคนมีสไตล์การทำงาน ที่ไม่มีทางเหมือนกัน ใครมีนโยบายเช่นไร ก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ และยืนยันว่าไม่มีข้าราชการสายน้ำเงิน สายสีแดง พรรคภูมิใจไทยไปจ่ายเงินเดือนข้าราชการหรือไม่ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องถือว่าเป็นข้าราชการของประชาชน กินเงินเดือนจากภาษีของประชาชน ใช้เงินของรัฐ ดังนั้นคำว่าสายน้ำเงิน สายแดงหรือสายอะไรต้องไม่มีแล้ว 

“ผมออกมาเนี่ย เจอท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยกี่ครั้ง ไปถามดูสิ ผมก็ต้องให้เกียรติ โทรไปเดี๋ยวเขาเดือดร้อน ผมไม่เคยโทรไปหาเขา ดังนั้นต้องเลิกคิดเรื่องนี้ได้แล้ว ต้องสบายใจได้แล้ว ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยชุดใหม่ก็สบายใจได้เลย ไม่เคยมีการพบปะกันแบบตั้งใจมาสุมหัว นัดคุยกันคุณทำแบบนี้ให้ผมได้ไหม เจอกันตามงานไม่เกินครึ่งนาทีก็ต้องแยกย้ายเรารู้บทบาท” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่าการโยกย้ายครั้งนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับรองรับสถานการณ์หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหลังวันที่ 29 ส.ค.นี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องไปถามเขา

‘อนุทิน’ทุบเปรี้ยง! ‘ดีเอสไอ’ลงพื้นที่บุรีรัมย์ดู‘เขากระโดง’ เป็น‘การเมืองแทรกแซง’

‘อนุทิน’ทุบเปรี้ยง! ‘ดีเอสไอ’ลงพื้นที่บุรีรัมย์ดู‘เขากระโดง’ เป็น‘การเมืองแทรกแซง’

‘อนุทิน’ทุบเปรี้ยง! ‘ดีเอสไอ’ลงพื้นที่บุรีรัมย์ดู‘เขากระโดง’ เป็น‘การเมืองแทรกแซง’

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.35 น.

‘อนุทิน’ชี้‘ดีเอสไอ’ลงพื้นที่บุรีรัมย์ดูพื้นที่‘เขากระโดง’ เป็น‘การเมืองแทรกแซง’ มั่นใจบีบข้าราชการในพื้นที่ไม่ได้

19 สิงหาคม 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมลงพื้นที่เขากระโดง ระหว่างวันที่ 19-22 ส.ค. นี้ เพื่อพิจารณาจะรับเป็นคดีพิเศษสามารถทำได้หรือไม่ว่า ตนยังไม่ทราบเลย ไม่เคยคุมกระทรวงยุติธรรม

เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะถูกมองว่าเป็นการเข้ามาแทรกแซงเหมือนคดีอีฮั้ว สว.หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องการเมืองแทรกแซงมาตลอดอยู่แล้ว ซึ่งทุกอย่างมีกฎหมาย และตนยืนยันคำเดิมว่าอย่าทำผิดกฎหมาย ซึ่งคนที่มั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายก็ไม่ต้องเกรงกลัวอะไร เพราะกฎหมายจะคุ้มครองเอง

เมื่อถามว่า การลงพื้นที่บุรีรัมย์พุ่งเป้าไปที่ข้าราชการในจังหวัดบุรีรัมย์เป็นหลัก ถือเป็นการกดดันหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนเห็นคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ในจังหวัดบุรีรัมย์ไม่รู้กี่ชุดมาแล้วเข้าๆออกๆ เข้ามาทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ ผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดบุรีรัมย์ก็เป็นปูชนียบุคคล เป็นคนที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่จังหวัดบุรีรัมย์ อย่างมากมายมหาศาล

“ใครเข้าไปก็ขอปรึกษาหารือ แสดงมุทิตาจิต แสดงความเคารพนับถือในฐานะผู้หลักผู้ใหญ่ ก็ไม่เห็นมีอะไรเลย ไปบีบข้าราชการคนที่เดือดร้อนก็คือประชาชน บีบเขาไม่ได้หรอก เขาไม่กลัวหรอก เขาทำกลัวไปแบบนั้นแหละ” นายอนุทิน กล่าว

‘มทภ.2’รับเคยเตือน’ภูมิธรรม’เขมรไว้ใจไม่ได้ ปัดตอบ’แม่ทัพคนใหม่ บอกฟ้าลิขิตไว้แล้ว

'มทภ.2'รับเคยเตือน'ภูมิธรรม'เขมรไว้ใจไม่ได้ ปัดตอบ'แม่ทัพคนใหม่ บอกฟ้าลิขิตไว้แล้ว

‘มทภ.2’รับเคยเตือน’ภูมิธรรม’เขมรไว้ใจไม่ได้ ปัดตอบ’แม่ทัพคนใหม่ บอกฟ้าลิขิตไว้แล้ว

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.33 น.

มทภ.2  รับ เคยเตือน ”ภูมิธรรม” กัมพูชาไว้ใจไม่ได้ ลั่นความจริงก็คือความจริง บอก แม่ทัพคนใหม่ชื่อตรงใจผู้มีอำนาจหรือไม่ เรื่องน่าคิด แต่”ฟ้าลิขิต”ไว้แล้ว

วันที่ 19 สิงหาคม 2568 ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร(วปอ.) พล.ท. บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึง การเสนอชื่อแม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ให้กองทัพบกพิจารณาว่า ไม่ขอให้ความเห็น ตนก็จะเกษียณแล้ว จึงไม่ขอตอบเรื่องนี้ ส่วนรายชื่อในใจกับตรงกับ ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจหรือไม่  พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า เป็นคำถามที่น่าคิด แต่ไม่ขอตอบ  ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา ซึ่งทุกอย่างฟ้าลิขิตไว้หมดแล้ว

ส่วนกรณีที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรักษาการนายกรัฐมนตรีออกมาให้สัมภาษณ์ถึงแม่ทัพภาคที่2 เคยเตือน อย่าไว้ใจกัมพูชา พล.ท. บุญสิน ย้อนถามว่า “ท่านภูมิธรรมถามจริงหรือ” พร้อมยอมรับว่า ที่พูดนั้นเป็นเรื่องจริง ซึ่งเป็นการพูดคุยส่วนตัวกับท่านประจำอยู่แล้ว ก็ให้กำลังใจท่าน 

ส่วนตอนนี้นายภูมิธรรม ถูกโจมตีหลายทางนั้น ตนมองว่ามีหลายเรื่อง รวมทั้งการเมืองด้วย  แต่ความจริงก็คือความจริง

‘อนุทิน’ปัดมีสมการใหม่ดึง‘ภูมิใจไทย’กลับร่วมรัฐบาล ลั่น‘นายกฯเก่า’ยังอยู่

‘อนุทิน’ปัดมีสมการใหม่ดึง‘ภูมิใจไทย’กลับร่วมรัฐบาล ลั่น‘นายกฯเก่า’ยังอยู่

‘อนุทิน’ปัดมีสมการใหม่ดึง‘ภูมิใจไทย’กลับร่วมรัฐบาล ลั่น‘นายกฯเก่า’ยังอยู่

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.27 น.

‘อนุทิน’ปัดมีสมการใหม่ดึง‘ภูมิใจไทย’กลับร่วมรัฐบาล ลั่น‘นายกฯเก่า’ยังอยู่ ยันต่างคนต่างทำหน้าที่

19 สิงหาคม 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมือง หากมีอะไรเกิดขึ้นกับนายกรัฐมนตรี และอาจมีสมการใหม่ที่อาจดึงพรรคภูมิใจไทย กลับไปร่วมรัฐบาล มีแนวโน้มเป็นเช่นนั้นหรือไม่ว่า ไม่มี สมการแปลว่าอะไร ต้องเท่ากันใช่หรือไม่ พรรคภูมิใจไทยมีแค่ 70 เสียง

เมื่อถามว่า ในช่วงรัฐบาลนี้หากมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ พรรคภูมิใจไทยจะไม่มีทางไปร่วมแล้วใช่หรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเก่า ยังไม่ไปเลย ยังอยู่ อย่าเพิ่งไปพูดถึงนายกรัฐมนตรีใหม่ ในความเป็นส่วนตัวเราไม่มีอะไรกัน เราก็ทำหน้าที่ของเราในฐานะฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลก็ทำหน้าที่ฝ่ายรัฐบาล

“เขาทำหน้าที่ของเขา เราทำหน้าที่ของเรา เราไม่มีอะไรกัน ไม่นำเรื่องส่วนตัวมาเป็นสาระ มันก็จะทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้ ขอให้ทุกคนทำตามหน้าที่ก็พอ” นายอนุทิน กล่าว