เชิญชวนเข้าร่วมประกวดโครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2568 (Young Designer 2025)

เชิญชวนเข้าร่วมประกวดโครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2568 (Young Designer 2025)

เชิญชวนเข้าร่วมประกวดโครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2568 (Young Designer 2025)

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.54 น.

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ขอเชิญผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดโครงการฯ เพื่อชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 370,000 บาท พร้อมโอกาสพัฒนาทักษะจากผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยระดับประเทศ

เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ – 18 สิงหาคม 2568 ทั้งนี้ สามารถกรอกใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSc3c-dDL_jsDzZ7vPULScao1VTquY-6Z8a4jH7G6dGSbGW8mg/viewform

หรือผู้ที่สนใจสามารถสมัครและติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ทุกจังหวัด และ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ ทุกอำเภอ 

#ผ้าไทยใส่ให้สนุก #กรมการพัฒนาชุมชน #YoungDesigner2025

สภากาชาดไทย ชวนเปลี่ยนขยะรีไซเคิลให้เป็น ‘เงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ’ กับ โครงการ PT LPG “ทิ้งดี มีค่า”

สภากาชาดไทย ชวนเปลี่ยนขยะรีไซเคิลให้เป็น ‘เงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ’ กับ โครงการ PT LPG “ทิ้งดี มีค่า”

สภากาชาดไทย ชวนเปลี่ยนขยะรีไซเคิลให้เป็น ‘เงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ’ กับ โครงการ PT LPG “ทิ้งดี มีค่า”

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.44 น.

Donation HUB สภากาชาดไทย ร่วมกับ PT LPG และบริษัท Waste Buy Delivery เชิญชวนประชาชนคัดแยกขยะรีไซเคิลก่อนทิ้ง เพื่อเปลี่ยนขยะที่ยังมีคุณค่าให้กลายเป็นพลังแห่งการให้ ณ จุดรับบริจาคขยะ (ถังทิ้งดี) ภายในสถานีบริการ PT LPG จำนวน 23 สาขา (กรุงเทพฯ และปริมณฑล) รายได้ทั้งหมดจากการขายขยะรีไซเคิลในครั้งนี้ จะนำเข้าสมทบทุน “โครงการเงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย” เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ ป้องกัน บรรเทาทุกข์ และฟื้นฟูภัยพิบัติต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนได้ทันท่วงที

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างการเปลี่ยนแปลง เพียงคัดแยกขยะรีไซเคิลอย่างถูกวิธี              แล้วนำไปส่งที่สถานีบริการ PT LPG สาขาที่เข้าร่วมโครงการ 

คุณแหน : 15 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 15 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 15 สิงหาคม 2568

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เสด็จฯไปทรงเป็นประธานเปิดงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย ครั้งที่ 27” จัดโดย มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ สยามพารากอน งานมีถึง 17 ส.ค…
  • ชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผวจ.ร้อยเอ็ด ร่วมแสดงความยินดีกับ ชยันต์ ศิริมาศ ในโอกาสเปิดร้านกาแฟอินทนิลแห่งใหม่เป็นร้านที่สอง (สาขาที่ 8438) ใน อ.เมืองร้อยเอ็ด ภายใต้การบริหารของ เริงวิทย์ ถนอมแสง..
  • ยินดีกับผู้มีสิทธิเข้าร่วมอบรม หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 5 เช่น อโรชา นันทมนตรี, สมหวัง อารีย์เอื้อ, สัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์, วิภู วิมลเศรษฐ, นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล, วัชชพล ปริสุทธิ์กุล, ผศ.ดร.ไพโรจน์ เร้าธนชลกุล, เฉลิมศักดิ์ กองกันภัย, ดร.สุพรชัย แสงรัตน์วัชรา, ธีรภัทร พรมนุชาธิป, เทมส์ ไกรทัศน์, พิมพ์ปวีณ์ นิลสุพรรณ, วัชชพล ปริสุทธิ์กุล, สวัสดิ์ ดวงแก้ว, ภูกิจ ดิศธรานนท์, ณัฐภัทร จิตนะมงคล, ฐิติพร สุภาษี, จันทพร เจริญลาภนพรัตน์, ปริณดา มีฉลาด, วัชระ จึงมงคลสวัสดิ์, วิทวัส กันยารอง..
  • รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และ สนง.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมลงนาม MOU เรื่องโครงการรักษาภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันเฉียบพลัน ด้วยชุดอุปกรณ์สายสวนลากลิ่มเลือดสำหรับหลอดเลือดในสมองในระบบ สปสช. โดยมี รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย และ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เป็นผู้ลงนามฯ เพื่อหนุนการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศ ราคาลดลงกว่าครึ่ง ประสิทธิภาพเทียมเท่าต่างประเทศ ช่วยผู้ป่วยภาวะฉุกเฉินเข้าถึงการรักษาเพิ่ม พร้อมเปิด “ศูนย์ฝึกอบรมใช้อุปกรณ์รักษาผู้ป่วยภาวะหลอดเลือดอุดตันเฉียบพลัน” ให้แพทย์ทั่วประเทศ..
  • มิตรสหายยินดีกับ ดร.ปรีสาร รักวาทิน ที่ได้รับแต่งตั้งเป็น รักษาการ รอง ผอ.สนง.ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า)..
  • ศ.ศรียา นิยมธรรม เชิญ ดร.ประจักษ์จินต์ โสภณพนิชกุล เป็นวิทยากรในการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง ศิลปะการสื่อสารกับคนที่หลงตัวเอง จัดโดย สถาบันจิตวิทยาเพื่อการพัฒนาศักยภาพมนุษย์  ม.เกษมบัณฑิตและมูลนิธิเพื่อการศึกษาพิเศษฯ..
  • วันเกิดปีนี้ สุวิทัศท์ สุรสิงห์โตทอง ทานข้าวกับครอบครัว ร่วมทำบุญวัดที่แก่งหางแมว จันทบุรี แล้วเลี้ยงขนมจีนพนักงานของร้านสามเสนวิลล่าทุกสาขาด้วย..
  • เพื่อนๆยินดีกับ ภญ.ดร.ตีรวรรณ วนดุรงค์วรรณ รองซีอีโอ กลุ่ม รพ.วิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ที่จะได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นนิวซีแลนด์ จาก ฯพณฯ โจนาธาน คิงส์ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ในงาน New Zealand Education Fair 2025 ที่รวมทุกคำตอบเรื่องเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ 30 ส.ค. นี้..
  • นทชาติ จินตกานนท์ วันเกิดปีนี้ตรงกับทริปที่ไปนครโอซาก้า เลยได้ฉลองภายใต้บรรยากาศแดดเปรี้ยงปร้าง (ร้อนมาก 40 กว่าองศา)..
  • ปตท.สผ. เปิดศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมดิจิทัล “DigitalX Incubation Center” ส่งเสริมประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ..

น้องใหม่

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ เสด็จไปทรงเป็นประธานงานประชุมวิชาการ Symposium ทรงมีพระดำรัสถึงแนวคิดหลักและพระวิสัยทัศน์เพื่อยกระดับผ้าไทยสู่เวทีโลก

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ เสด็จไปทรงเป็นประธานงานประชุมวิชาการ Symposium ทรงมีพระดำรัสถึงแนวคิดหลักและพระวิสัยทัศน์เพื่อยกระดับผ้าไทยสู่เวทีโลก

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ เสด็จไปทรงเป็นประธานงานประชุมวิชาการ Symposium ทรงมีพระดำรัสถึงแนวคิดหลักและพระวิสัยทัศน์เพื่อยกระดับผ้าไทยสู่เวทีโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.49 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเป็นประธานในงานประชุมวิชาการ Symposium การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2568  จัดโดย กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ทรงบรรยายในหัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2568 “Thai Textiles Trend Book Autumn/Winter 2025-2026” ณ EMSKYE  ชั้น 14 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์

โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงบรรยายในหัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” ร่วมกับ นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้ก ประเทศไทย และนายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก โดยมีพระดำรัสถึงเนื้อหาในหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทย และการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย เล่มที่ 6 พระนิพนธ์เล่มล่าสุดที่จะเป็นคู่มือและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้สร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอของไทย ภายใต้แนวคิดหลัก “อนาคตแห่งแฟชั่น: สรรค์สร้างนวัตกรรมเพื่อโลกที่ยั่งยืน” (Future Fashion: Creative Innovation for Sustainability)  

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระดำรัสถึงแนวคิดหลักและพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลในการยกระดับผ้าไทยสู่เวทีโลก ซึ่งสะท้อนผ่านหนังสือ “Thai Textiles Trend Book Autumn/Winter 2025-2026” โดยทรงเชื่อมโยงอนาคตของวงการแฟชั่นเข้ากับศักยภาพของหัตถศิลป์ไทย ความว่า  “มาถึงเล่มที่ 6 แล้ว ซึ่งปีนี้เราจะเจาะลึกเรื่อง ‘เส้นใย’ ให้ท้าทายมากขึ้น ภายใต้แนวคิดหลัก ‘Future Fashion: Creative Innovation for Sustainability’ ซึ่งเป็นสิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมในตลาดโลก ความท้าทายปีนี้จึงอยู่ที่การพัฒนาสิ่งทอ ทั้งจากเส้นใยธรรมชาติและเส้นใยรีไซเคิล ในส่วนของเส้นใยธรรมชาติ ประเทศของเรามีเส้นใยที่น่าสนใจมากมาย เช่น ใยไผ่ ซึ่งมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย เหมาะสำหรับเด็กและผู้สูงวัย และ ใยบัวหลวง ซึ่งเป็นเส้นใยที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ มีความหรูหรา น้ำหนักเบากว่าเส้นใยอื่นๆ และให้ความรู้สึกเย็นเมื่อสวมใส่ จึงอยากส่งเสริมให้เกิดการผลิตและถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อไป

นอกจากนี้ กระแส Fast Fashion ในยุโรป ทำให้เส้นใยรีไซเคิล มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งน่าดีใจที่ประเทศไทยมีโรงงานที่ผลิตเส้นใยรีไซเคิลนี้แล้ว สำหรับเทรนด์ทั้ง 4 กลุ่มในปีนี้ ได้แก่ The Grounded Naturalist (พินิจ – ชีวิต), The Free Spirit Adventurer (อิสรชน – ผจญภัย), The Enigmatic Wanderer (รอนแรม – ลึกลับ) และ The Dynamic Trailblazer (กรุยทาง – สร้างฝัน) จะเป็นการนำเสนอการใช้สีที่ลึกซึ้งขึ้น รวมทั้งต้องการให้นำองค์ความรู้ทั้งหมดนี้ไปปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริง เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมผ้าไทยภายใต้แนวคิด ‘Bring the village to the world’  หรือการนำมรดกภูมิปัญญาจากชุมชนสู่สากล ซึ่งจะสำเร็จได้ก็ด้วยพลังของผู้ประกอบการที่มีความคิดสร้างสรรค์และไม่หยุดนิ่ง”

นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้มีพระดำรัสถึงชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ อันเป็นไปตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีพระราชประสงค์ให้สตรีไทยมีชุดประจำชาติ โดยชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบนี้ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวและสะท้อนความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย ตั้งแต่การแต่งกายในเวลากลางวัน (Daywear) ไปจนถึงชุดราตรี (Eveningwear) ทั้งยังเชื่อมโยงกับหัตถศิลป์ของช่างทอผ้าและเครื่องประดับไทยอย่างถูกต้องตามแบบแผนแต่โบราณ ทั้งนี้ ทรงมีพระประสงค์ให้ชุดไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากลเทียบเท่ากับกิโมโน สาหรี่ หรือกี่เพ้า เพื่อบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของสุภาพสตรีจากประเทศไทย

นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้ก ประเทศไทย กล่าวถึง 4 เทรนด์หลักซึ่งแต่ละเทรนด์สะท้อนอารมณ์และเรื่องราวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ได้แก่ พินิจ – ชีวิต (The Grounded Naturalist)  เทรนด์ที่สื่อถึงความ “Quiet Luxury” ที่ได้แรงบันดาลใจจากพื้นฐานของธรรมชาติ อาทิ หิน ดิน ทราย ไม้ ขนสัตว์ โทนสีหลักคือสีน้ำตาลที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย อิสรชน – ผจญภัย (The Free Spirit Adventurer)  สะท้อนภาพนักเดินทางที่เปี่ยมสุข โทนสีหลักคือสีน้ำเงินที่ผสมเฉดสีเขียว และใช้สีเทาเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างสีเหลืองและน้ำเงิน เพื่อสร้างความละมุนและมิติใหม่ให้กับผืนผ้า รอนแรม – ลึกลับ (The Enigmatic Wanderer) ที่ท้าทายให้ผู้ประกอบการพัฒนาเฉดสีแดงจากครั่งให้หลากหลาย ตั้งแต่แดงอมส้ม แดงอมชมพู ไปจนถึงม่วง และสีเทาเข้ามาผสมผสานเพื่อให้ดูทันสมัยและเข้าถึงง่าย และกรุยทาง – สร้างฝัน (The Dynamic Trailblazer) เทรนด์ที่สนุกสนาน มีชีวิตชีวาแบบเรโทรยุค 70s แต่ลดความจัดจ้านลงให้มีความนุ่มนวลขึ้น โทนสีหลักคือสีเหลือง, เขียว และสีชมพู ที่ท้าทายความคิดเดิมๆ เกี่ยวกับสีสันในฤดูหนาว”

นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก เจาะลึกถึงเรื่องราว “มหัศจรรย์แห่งเส้นใย” ว่า “จุดเด่นของเราคือการเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้กลายเป็นเส้นใยที่มีมูลค่า ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ความยั่งยืนของโลก จากเดิมที่ผ้าจากเส้นใยธรรมชาติมีราคาสูงมาก เราได้นำเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุน ทำให้เข้าถึงง่ายขึ้น สิ่งที่น่าภาคภูมิใจคือความสำเร็จของผู้ประกอบการ เช่น บ้านดอนกอย ซึ่งพัฒนาฝีมือจนเพิ่มมูลค่าผ้าฝ้ายได้กว่าสามเท่า หรือคุณป้าณัฐภาที่ราชบุรี ซึ่งนำงานทอจกโบราณมาผสมผสานกับเทรนด์ใหม่จนเป็นที่ต้องการของตลาด สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าพลังความคิดสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนผ้าไทยไปสู่สากล”

ทั้งนี้ การจัดทำหนังสือเล่มดังกล่าวนับเป็นการสานต่อพระปณิธานและสะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ไทยให้มีคุณภาพทัดเทียมนานาชาติในราคาที่เข้าถึงได้ ดังพระดำรัสที่ได้พระราชทานไว้ในการประชุมวิชาการ Symposium เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2567 ความตอนหนึ่งว่า “อีกอย่างหนึ่งคือที่ท่านหญิงรู้สึกมองอนาคตไว้ว่า อีกหน่อยสินค้าฝรั่งมันจะแพงขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เนม การ์เมนต์ หรืออะไรก็ตาม แล้วเรารู้ว่าคนกลุ่มใหญ่ในเมืองไทย ยังนิยมของเหล่านั้นอยู่ และคนในระดับชั้นกลาง หรือที่รองลงมา เขาจะอยู่กันยังไง เราก็เลยคิดว่า อยากให้ทุกท่านได้หันมามองว่า สินค้าไทยหลาย ๆ ชิ้น ผ้า การ์เมนต์ พอร์ซเลน หรืออื่น ๆ เรายังมีของที่เทียบเท่าฝรั่ง แล้วเรายังจับต้องได้” พระดำรัสดังกล่าวจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนโครงการ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’ และการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ไทยสู่สากลในครั้งนี้

สำหรับหนังสือ “Thai Textiles Trend Book Autumn/Winter 2025-2026” สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก “อนาคตแห่งแฟชั่น: สรรค์สร้างนวัตกรรมเพื่อโลกที่ยั่งยืน” (Future Fashion: Creative Innovation for Sustainability) โดยฤดูกาลนี้ยังตอกย้ำถึง “ความมหัศจรรย์แห่งเส้นใย”  ทั้ง 12 ชนิด ตั้งแต่เส้นไหม จนถึงเส้นใยกัญชง ซึ่งธรรมชาติมอบให้เป็นของขวัญมาพร้อมกับพืชพรรณพื้นถิ่น กระทั่งกลายมาเป็นสีย้อมสื่ออารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ ผ่านโทนสีจาก 4 เทรนด์หลักได้อย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเฉดสีน้ำตาลที่พบได้เมื่อ “พินิจ – ชีวิต” (The Grounded Naturalist) เฉดสีน้ำเงินที่ชวนให้ “อิสรชน – ผจญภัย” (The Free Spirit Adventurer) เฉดสีแดงที่เชื้อเชิญไป “รอนแรม – ลึกลับ” (The Enigmatic Wanderer) และเฉดสีชมพู-เขียวของผู้มีใจอยาก “กรุยทาง – สร้างฝัน”  (The Dynamic Trailblazer)

เมื่อผนวกรวมกับวัสดุยั่งยืน 12 ชนิดที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กับตอบโจทย์ความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น ไหมจนถึงเส้นใยกัญชง ร่วมกับเทคนิคหัตถกรรมทั้ง 6 แบบ จากวิธีมัดหมี่ ยกดอก บาติก ฯลฯ อันเป็นภูมิปัญญาในการทอผ้าอันสลับซับซ้อนและให้ผลลัพธ์งดงามที่ส่งต่อกันมาหลายพันปีในอารยธรรมมนุษย์ ซึ่งความช่างคิดไม่หยุดค้นสิ่งใหม่ๆ ได้ก่อให้เกิดนวัตกรรมผ้า 4 แบบอันน่าทึ่ง จากผ้าใยกัญชงทอลายสองที่ทนทานกว่าผ้าฝ้ายเดนิมทอปกติ หรือการผสมผสานเทคนิคการทอของไทยกับอังกฤษจนได้เป็นผ้าไทยทวีดเปี่ยมเอกลักษณ์ ไปจนถึงผ้าที่นำวัสดุเหลือใช้มาแต่งเติม ล้วนแสดงศักยภาพของหัตถศิลป์และความยั่งยืนที่เดินเคียงคู่สู่การเป็นแฟชั่นแห่งอนาคตได้

สำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือบุคคลทั่วไปผู้สนใจหนังสือ Thai Textiles Trend Book Autumn/Winter 2025-2026 สามารถดาวน์โหลดในรูปแบบดิจิทัลได้ทาง https://online.fliphtml5.com/rnqjs/dbjs/#p=1

ส่งพลังใจ! ‘เปิ้ล นาคร’มอบเงินจากธุรกิจครอบครัว ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บ

ส่งพลังใจ! 'เปิ้ล นาคร'มอบเงินจากธุรกิจครอบครัว ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บ

ส่งพลังใจ! ‘เปิ้ล นาคร’มอบเงินจากธุรกิจครอบครัว ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บ

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.32 น.

15 สิงหาคม 2568 “เปิ้ล นาคร ศิลาชัย” นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Ple Nakorn โดยประกาศว่ารายได้ส่วนหนึ่งจากทุกธุรกิจของครอบครัวศิลาชัย จะถูกนำไปมอบเป็นกำลังใจให้กับทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสงคราม

โดยเปิ้ลระบุในโพสต์ว่า “รายได้ส่วนหนึ่งจากการทำธุรกิจทุกตัวของครอบครัวเรา ขอมอบเป็นกำลังใจให้แด่ทหารผู้บาดเจ็บจากสงครามนี้ แม่จูนและครอบครัวศิลาชัย”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีแฟนคลับและชาวโซเชียลจำนวนมากร่วมแสดงความชื่นชม พร้อมส่งกำลังใจกลับคืนให้กับเปิ้ล นาคร และครอบครัว

‘ฝันดี-ฝันเด่น’ซัด’ช่อ’! ลั่น’ในสนามรบไม่มีคำว่าฮีโร่มีแต่ความเสียสละ’

'ฝันดี-ฝันเด่น'ซัด'ช่อ'! ลั่น'ในสนามรบไม่มีคำว่าฮีโร่มีแต่ความเสียสละ'

‘ฝันดี-ฝันเด่น’ซัด’ช่อ’! ลั่น’ในสนามรบไม่มีคำว่าฮีโร่มีแต่ความเสียสละ’

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.32 น.

15 สิงหาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก ฝันดี – ฝันเด่น ใจถึงใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ได้แชร์ภาพคำพูดของ “ช่อ พรรณิการ์ วานิช” แกนนำคณะก้าวหน้า ที่ได้พูดว่า “มันมีคนไม่อยากให้สงครามจบ เพราะช่วงเวลาที่เกิดสงครามคือเวลาที่ตัวเองเป็นฮีโร่ หรือไม่? ดิฉันตั้งคำถาม”

โดย ฝันดี – ฝันเด่น ก็ได้เขียนแคปชั่นไว้ว่า “ค่อยๆแชะ ค่อยๆกัดกร่อนให้ชาติอ่อนแอ ใช้วิธีมาตลอด…”

และต่อมาก็ได้เขียนข้อความอีกว่า “วาทะกรรมนักการเมืองเพื่อตนเองหรือเพื่อประเทศชาติกันแน่” , ในสนามรบไม่มีคำว่าฮีโร่ มีแต่ “ความเสียสละ”

โดยโพสต์ดังกล่าวได้มีคนเข้ามากดไลค์และคอมเมนต์จำนวนมาก อาทิ “อยู่เฉยๆบ้างก็ได้นะคะ” , “เบื่อนักการเมืองทุกพรรค”

ทำเอาจุกอก! ‘เปิ้ล นาคร’เยี่ยมทหารที่บาดเจ็บ เจอคำถามสุดสะเทือนใจ

ทำเอาจุกอก! 'เปิ้ล นาคร'เยี่ยมทหารที่บาดเจ็บ เจอคำถามสุดสะเทือนใจ

ทำเอาจุกอก! ‘เปิ้ล นาคร’เยี่ยมทหารที่บาดเจ็บ เจอคำถามสุดสะเทือนใจ

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 08.28 น.

15 สิงหาคม 2568 “เปิ้ล นาคร ศิลาชัย” นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ขณะเข้าเยี่ยมให้กำลังใจทหารไทยที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา

โดยได้ระบุข้อความว่า

“น้องทหารนายนี้ถามผมก่อนจบการคุยว่า ……“ตอนนี้ กลางวันหรือกลางคืนครับพี่เปิ้ล”……………คนที่ยอมเสียตา เสียขา เสียแขน เสียกระโหลกยอมสละแม้ลมหายใจ…….คุณรู้กันบ้างมั๊ยว่าเขาทำเพื่ออะไร….เพื่อใคร!!!!!……แม่งเอ้ยยยยยย……#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไ่ม่ขลาด”

โพสต์ดังกล่าวสร้างความซาบซึ้งและตื้นตันใจให้กับชาวเน็ตจำนวนมาก พร้อมเข้ามาคอมเมนต์ว่า “ขอบคุณพี่เปิ้ลที่เป็นตัวแทน แทนคนไทย ขอบคุณจริงๆ” , “จริงค่ะใจหายทุกครั้งที่ทหารเจ็บ”

‘นากรักมาก ม๊ากมาก’ส่งมอบความสุข จัดฉายหนังให้ทหารดูฟรี ณ มทบ.25 จ.สุรินทร์

‘นากรักมาก ม๊ากมาก’ส่งมอบความสุข  จัดฉายหนังให้ทหารดูฟรี ณ มทบ.25 จ.สุรินทร์

‘นากรักมาก ม๊ากมาก’ส่งมอบความสุข จัดฉายหนังให้ทหารดูฟรี ณ มทบ.25 จ.สุรินทร์

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด นำโดย  พรชัย ว่องศรีอุดมพร กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ได้จัดกิจกรรมส่งมอบความสุขจากแนวหลังสู่แนวหน้านำภาพยนตร์ให้ทหารได้ชมฟรี โดยประสานกับกรมกิจการพลเรือนทหารนำภาพยนตร์ “นากรักมาก ม๊ากมาก” ไปฉาย ณ มณฑลทหารบกที่ 25 (ค่ายวีรวัฒน์โยธิน) จ.สุรินทร์ ค่ายทหารที่เป็นที่พักผ่อนและฝึกซ้อมของทหารแนวหน้าให้ทหารทั้งหลายได้คลายเครียดรับชมภาพยนตร์เป็นการสร้างความสุขส่งมอบกำลังใจ หลังจากเหตุการณ์เริ่มคลี่คลายลง ภายในงานได้รับเกียรติจาก พลตรี ชยพณัฐ วิริรัตน์ รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กองทัพไทย, นาวาเอก ภูริวัฒ มนสิชาวรกุล ผู้อำนวยการกองบรรเทาสาธารณภัย สำนักปฏิบัติการกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหาร และ พลตรี ไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการ มทบ.25 มาร่วมเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นกันเองและอบอุ่น พร้อมกับคลิปวิดีโอส่งตรงจาก “หม่ำ จ๊กมก” โปรดิวเซอร์หนังเรื่องนี้ได้ส่งคลิปมาให้กำลังใจด้วย ซึ่งบรรยากาศการรับชมภาพยนตร์มีเสียงหัวเราะจากทหารตลอดทั้งเรื่อง ทั้งการจัดฉายหนังกลางแปลงในครั้งนี้ยังได้การสนับสนุนจาก เอนก มงคล และ กลุ่มเพื่อน SVOA ที่นำมาจัดตั้งอุปกรณ์แบบไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

พรชัย ว่องศรีอุดมพร กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด กล่าวถึงกิจกรรมครั้งนี้ว่า “เราต้องขอบคุณทหารทุกคนเป็นอย่างมากที่เสียสละเพื่อพวกเราและในวันแม่ครั้งนี้นี้ก็อยากจะส่งมอบความสุขให้กับพี่ ๆ ทหารทุกคน ที่ไม่ได้กลับไปเจอพ่อแม่และครอบครัวของตัวเองให้ได้มีช่วงเวลาที่ดีและผ่อนคลาย อย่างน้อยก็ขอให้การชมภาพยนตร์ในครั้งนี้ ช่วยเติมพลังความสุขให้ทุกคน“  สำหรับแฟน ๆ ทั่วไปยังสามารถรับชมภาพยนตร์ “นากรักมาก ม๊ากมาก” ได้แล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์

‘น็อต วรฤทธิ์’ตั้งคำถามแรง’พรรคนี้มีไว้ทำไม’ หลังสส.พรรคปชน. สาธิตสายไส้ไก่ห้ามเลือด

'น็อต วรฤทธิ์'ตั้งคำถามแรง'พรรคนี้มีไว้ทำไม' หลังสส.พรรคปชน. สาธิตสายไส้ไก่ห้ามเลือด

‘น็อต วรฤทธิ์’ตั้งคำถามแรง’พรรคนี้มีไว้ทำไม’ หลังสส.พรรคปชน. สาธิตสายไส้ไก่ห้ามเลือด

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.16 น.

น็อต วรฤทธิ์ ตั้งคำถามแรง “พรรคนี้มีไว้ทำไม ?” หลัง สส. พรรคประชาชน สาธิตใช้สายไส้ไก่ห้ามเลือดในสภา 

“น็อต วรฤทธิ์” ได้แชร์คลิปพร้อมถามสั้นๆ “พรรคนี้มีไว้ทำไม ? ” จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “วันนี้พรรคส้มโกหกอะไร” โพสต์คลิปวิดีโอ ขณะที่นายชยพล สท้อนดี สส.กทม.พรรคประชาชน อภิปรายงบประมาณกระทรวงกลาโหม พร้อมทั้งสาธิตการใช้สายไส่ไก่ในการห้ามเลือด ว่าไม่สามารถใช้งานได้ในสถานการณ์จริง และคลิปอีกด้านที่ทหารพราน โชว์การใช้สายไส้ไก่ในการห้ามเลือด ซึ่งยืนยันว่าสามารถใช้งานได้จริง พร้อมข้อความระบุว่า “ทุกคนคะ พี่ทหารพรานฝากชี้แจงกรณี สส. ชยพล พรรคส้ม ด้อยค่าชุดปฐมพยาบาลของทหารในรัฐสภา

‘บุ๋ม ปนัดดา’เซ็งสุดๆ หลังเจอเพจปลอมกุข่าวเสียชีวิตทุกวัน ลั่นปีหนึ่งจะให้ตายกี่รอบ

'บุ๋ม ปนัดดา'เซ็งสุดๆ หลังเจอเพจปลอมกุข่าวเสียชีวิตทุกวัน ลั่นปีหนึ่งจะให้ตายกี่รอบ

‘บุ๋ม ปนัดดา’เซ็งสุดๆ หลังเจอเพจปลอมกุข่าวเสียชีวิตทุกวัน ลั่นปีหนึ่งจะให้ตายกี่รอบ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.29 น.

14 สิงหาคม 2568 ‘บุ๋ม’ ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ถึงกับทนไม่ไหวหลังเจอเฟกนิวส์รัวๆ ได้อัดคลิปโพสต์ลงในไอจีส่วนตัว “@boompanadda” พร้อมแคปชั่น #ปีๆนึงจะให้กุตุยกี่รอบ #ว่างเนอะ  โดยในคลิป ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ได้พูดว่า “ล่าสุด วันนี้ สดๆ ร้อนๆ มีข่าวว่าดิฉันตายอีกแล้วนะคะ ปีหนึ่งจะให้ฉันตายกี่รอบ อาทิตย์ที่แล้วโดนระเบิด อาทิตย์นี้ฆ่าตัวตาย เริ่ด ขยัน เนี่ยจบชีวิตตัวเองอีกแล้วเนี่ย บุ๋ม ปนัดดาจบชีวิตตัวเอง”