กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงเปิดงานประชุมวิชาการเฉลิมพระเกียรติฯ ในหัวข้อ ‘มิติใหม่การพัฒนายาชีววัตถุ’

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงเปิดงานประชุมวิชาการเฉลิมพระเกียรติฯ ในหัวข้อ ‘มิติใหม่การพัฒนายาชีววัตถุ’

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงเปิดงานประชุมวิชาการเฉลิมพระเกียรติฯ ในหัวข้อ ‘มิติใหม่การพัฒนายาชีววัตถุ’

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.52 น.

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเปิดงานประชุมวิชาการเฉลิมพระเกียรติฯ ในหัวข้อ “มิติใหม่การพัฒนายาชีววัตถุ: เพื่ออนาคตที่สดใสของประเทศไทย” (Frontiers in Biologics Development: Towards a Brighter Future for Thailand) ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพมหานคร

1 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 น. ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เสด็จไปยังศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทรงเป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการเฉลิมพระเกียรติฯ ภายใต้หัวข้อ “มิติใหม่การพัฒนายาชีววัตถุ: เพื่ออนาคตที่สดใสของประเทศไทย” (Frontiers in Biologics Development: Towards a Brighter Future for Thailand) ซึ่งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงประสบความสำเร็จในการวิจัย พัฒนา และผลิตยาชีววัตถุคล้ายคลึง “ทราสทูซูแมบ” ที่ใช้รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภายใต้ชื่อพระราชทาน “HERDARA” ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างศักยภาพของประเทศไทย ในการพัฒนายา ที่ไม่ต้องพึ่งพาการซื้อ หรือถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

โอกาสนี้ ทรงมีพระดำรัสเปิดการประชุมฯ ความตอนหนึ่งว่า “…ยาชีววัตถุได้ชื่อว่าเป็นยาที่มีความปลอดภัยสูง เป็นความหวังของการรักษาโรคหลายอย่าง ทั้งในปัจจุบันและอนาคต …พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงได้ทรงฝากฝังกับข้าพเจ้าซึ่งได้ก่อตั้งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ให้หาทางที่จะสร้างศักยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางยา พึ่งพาตนเองได้ โดยทำการวิจัยเพื่อนำไปสู่การพัฒนายา…” และทรงรับฟังปาฐกถาเฉลิมพระเกียรติฯ โดยศาสตราจารย์ ราม ซาซิเซคาราน (Professor Ram Sasisekharan) จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาซูเซตส์ สหรัฐอเมริกา (Massachusetts Institute of Technology -MIT), USA ในหัวข้อเรื่อง “สดุดีพระเกียรติคุณ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ: บทบาทของประเทศไทยในยุคที่ยาชีววัตถุมีความสำคัญระดับโลก” (A Tribute to Her Royal Highness Princess Chulabhorn Mahidol: Thailand’s Role in the Global Biologics Era) ต่อจากนั้น ทรงรับฟังการบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “จากการเรียนการสอนสู่ห้องปฏิบัติการ: จุดเริ่มต้นของยาชีววัตถุในประเทศไทย” (From Blackboard to Benchside: The Origin of Biologics in Thailand) โดยศาสตราจารย์ จอห์น เอ็ม เอสซิกแมน (Professor John M. Essigmann) จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา (Massachusetts Institute of Technology -MIT), USA  ซึ่งสดุดีพระปรีชาสามารถในการวางรากฐานการพัฒนายาควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรให้ประเทศ

สำหรับการประชุมวิชาการในครั้งนี้ เป็นการระดมผู้เชี่ยวชาญชั้นนำระดับโลกร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ด้านวิทยาศาสตร์และระบบกำกับดูแลยากว่า 400 คน อีกทั้ง ยังได้รับเกียรติจากวิทยากรระดับนานาชาติที่มีบทบาทสำคัญในระบบสาธารณสุขและการกำกับดูแลยา อาทิ Dr. Janet Woodcock อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สหรัฐอเมริกา (U.S. FDA) กล่าวบรรยายในหัวข้อ “Harmonizing for Health: Regulatory Innovation Across Border”  โดยเน้นแนวโน้มการพัฒนาระบบกำกับดูแลยาชีววัตถุบนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ แทนข้อกำหนดแบบเดิม และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเร่งการเข้าถึงยาที่มีคุณภาพในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง และ Professor Helen Boucher (M.D.) คณบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย Tufts, สหรัฐอเมริกา กล่าวบรรยายในหัวข้อ“From Resistant to Resilience: AMR as a Case Study for Clinical Innovation” นำเสนอแนวทางใหม่ในการรับมือกับปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ (AMR) โดยชี้ให้เห็นว่าเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสในการพัฒนาระบบวิจัยทางคลินิกอย่างยืดหยุ่นและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเสวนาเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญจาก มหาวิทยาลัย Tufts, มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (SingHealth-Duke NUS), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ในประเด็นสำคัญ ได้แก่ บทบาทของชีววัตถุในการรักษามะเร็งแห่งอนาคต แนวทางการเข้าถึงการรักษาโรคหายาก การปฏิรูปการผลิตชีววัตถุในยุคใหม่

นับเป็นเวทีทางวิชาการครั้งสำคัญที่ได้เปิดโอกาสให้นักวิจัย นักวิชาการ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันชั้นนำด้านยาทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ และความคิดเห็น และวิสัยทัศน์ในการพัฒนายาชีววัตถุ และการกำกับดูแลที่ทันสมัย เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของระบบสาธารณสุขไทยและของโลก

พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ชวนเที่ยวงาน ‘สานต่องานแม่’ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ชวนเที่ยวงาน 'สานต่องานแม่' เทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ชวนเที่ยวงาน ‘สานต่องานแม่’ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.07 น.

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ปทุมธานี ชวนเที่ยวงาน “สานต่องานแม่” เทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง พร้อมเปิดพื้นที่เรียนรู้ศิลปหัตถกรรมไทย และภูมิปัญญาเกษตรอย่างยั่งยืน

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ปทุมธานี เชิญชวนทุกท่านร่วมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “สานต่อ งานแม่”
ระหว่างวันที่ 2 – 3 สิงหาคม 2568 ชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดแสดงผ้าไหม 21 ลายทรงเลือก พร้อมอบรมวิชาของแผ่นดินจากวิทยากรผู้ปฏิบัติจริง
8 หลักสูตร โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และร่วมสนับสนุนผลผลิตเกษตรปลอดภัยและผลิตภัณฑ์แปรรูปคุณภาพจากเกษตรกรทั่วประเทศกว่า 120 ร้านค้า ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.  ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิม
พระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี

พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวว่า “การจัดงาน ‘สานต่อ งานแม่’ ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ
ผู้ได้รับการยกย่องเป็นดั่ง “พระมารดาแห่งศิลปาชีพไทย” ซึ่งพระองค์ทรงอุทิศพระวรกายเพื่ออนุรักษ์และ
สืบสานมรดกภูมิปัญญาไทย ทั้งในด้านศิลปะ หัตถกรรม และวิถีวัฒนธรรมพื้นบ้าน อีกทั้งทรงสนับสนุนให้เกษตรกรได้ฝึกฝนทักษะด้านหัตถศิลป์ไทยจนชำนาญ เพื่อนำไปประกอบเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้ครอบครัวหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว โดยประชาชนที่มาร่วมงานในครั้งนี้จะได้ชมความสวยงามของผ้าไหมลวดลายทรงเลือก พร้อมเรียนรู้การสร้างอาชีพด้วยหัตถกรรมจากหญ้าแฝก แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกษตร
เพื่อการพึ่งตนเองจากการอบรมและ Workshop วิชาของแผ่นดิน และขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่ง
ที่ช่วยส่งเสริมรายได้ให้เกษตรกรไทยผ่านการอุดหนุนสินค้าเกษตรจากผู้ผลิตโดยตรง ซึ่งได้นำผลผลิตคุณภาพมาจำหน่ายให้ผู้ที่มาร่วมงานได้เลือกซื้อกันในราคาย่อมเยา”

นิทรรศการ “พระมารดาแห่งศิลปาชีพไทย” เทิดไท้พระบรมราชชนนี เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จ
พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้านงานศิลปาชีพไทย ผู้ทรงส่งเสริมและผลักดันงานศิลปะที่เกิดจากภูมิปัญญาไทยให้กลายเป็นสินค้าทรงคุณค่าในระดับโลก โดยนำผ้าไหมจากเกษตรกรผู้เลี้ยงหม่อนไหมที่ได้บรรจงถักทอเส้นไหมให้ได้ตามลวดลายทรงเลือก 21 ลาย จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาจัดแสดงให้ประชาชนที่มาร่วมงานได้ชม
เช่น ผ้าไหมทอลาย “ร้อยรัก”  ผ้าไหมทอลาย “คู่ฟ้า” และ ผ้าไหมทอลาย “ลายดุจดารา” เป็นต้น ซึ่งผู้เข้าร่วมงานสามารถเข้าชมความงดงามของผ้าทอโบราณผืนอื่นๆ ได้เพิ่มเติมที่พิพิธภัณฑ์เกษตรคือชีวิต อาคารเฉลิม
พระเกียรติฯ 9 เช้าชมฟรี

อีกหนึ่งส่วนสำคัญคือ นิทรรศการเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ “หยั่งรากสร้างดิน เส้นศิลป์หัตถกรรม” โดยความร่วมมือระหว่างศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จังหวัดนครราชสีมา “ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนตำบลโนนไทย” และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอโนนไทย ซึ่งได้นำเรื่องราวการน้อมนำแนวพระราชดำริในการปลูก “หญ้าแฝก” เพื่อใช้ในด้าน
การอนุรักษ์ดิน และน้ำ มาถ่ายทอดพร้อมจัดแสดงผลงานสาธิตการประดิษฐ์ดอกมะลิจากเส้นใยหญ้าแฝก
และกิจกรรม DIY Workshop พวงกุญแจจากหญ้าแฝก นอกจากนี้ยังสามารถลงทะเบียนรับพันธุ์หญ้าแฝกกลับไปปลูกต่อที่บ้านได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และพบกับกิจกรรมหลากหลายที่ถ่ายทอดเรื่องของ “แม่”
ผ่านมุมมองทางวัฒนธรรมในวิถีเกษตรไทยจากนิทรรศการ “เทิดแม่ แทนคุณ” ซึ่งนำเสนอความสำคัญของ
3 แม่ผู้เกื้อหนุนการเกษตร ได้แก่ แม่ธรณี แม่คงคา และแม่โพสพ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งการดูแลดิน น้ำ และข้าวปลาอาหารในสังคมไทย พร้อมองค์ความรู้การทำนา การปรับปรุงดิน และการจัดการน้ำ และที่พลาดไม่ได้ กิจกรรม “แม่ลูกคู่เหมือน” เพียงคุณแม่จูงมือคุณลูกแต่งกายมาเที่ยวชมงานในธีมเดียวกัน รับไปเลยหนังสือองค์ความรู้ “เมนูสร้างและเสริมภูมิคุ้มกัน” และน้ำสมุนไพร พร้อมคูปองเกมงานวัด จำนวนจำกัด !!   

เปิดอบรมฟรี 8 หลักสูตรสร้างอาชีพ อบรมวิชาของแผ่นดินและอบรมเชิงปฏิบัติการกับเกษตรกรตัวจริงเสียงจริงที่มาถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรเสริมพลังความรู้เพื่อการพึ่งตนเอง เช่น หลักสูตร “หน่อไม้ฝรั่งสร้างชีวิต” หลักสูตร “ทฤษฎีระบบออฟกริด พอเพียง” หลักสูตร “การเพาะเห็ดโคนน้อยในครัวเรือน” หลักสูตร “ดินพร้อม ปลูกเป็น ขายได้” เป็นต้น สามารถเรียนรู้ได้ทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online ผ่านทาง Youtube พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ และกิจกรรมที่ขาดไม่ได้ คือ การอุดหนุนสินค้าเกษตรปลอดภัย พันธุ์ไม้ ผักผลไม้ อาหารไทย 4 ภาค งานหัตถกรรมจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ฯ ทั่วประเทศ กว่า 120 ร้านค้า เพื่อส่งเสริมการสร้างรายได้และสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้กับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
ในโซนตลาดเศรษฐกิจพอเพียง

มาเที่ยวงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “สานต่อ งานแม่” 2 – 3 สิงหาคม นี้ ที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ปทุมธานี ไม่เพียงแต่มาร่วมเทิดพระเกียรติพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ให้ประชาชนได้มาเรียนรู้คุณค่าของศิลปหัตถกรรม วิถีเกษตร และภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นคงในระดับครอบครัวและประเทศชาติ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ http://www.wisdomking.or.th หรือ facebook / Instagram /Line ID : @wisdomkingmuseum และ Youtube พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ

-(016)

บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ ภาษาและอักษรไทย-เขมร

บทความพิเศษ : 'รู้เขา รู้เขมร' ภาษาและอักษรไทย-เขมร

บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ ภาษาและอักษรไทย-เขมร

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568  มีชาวกัมพูชากลุ่มหนึ่ง เดินทางมาที่ปราสาทตาเมือนธม โดยถือป้ายโฆษณาว่า อักษรไทย ตั้งแต่ ก ไก่ ถึง ฮ นกฮูก  และเลขไทย ๑ ถึง ๑๐ นั้น ลอกเลียนมาจากของกัมพูชา ทำให้ต้องมีการพิสูจน์ว่า คำกล่าวอ้างดังกล่าวนั้นเป็นจริงหรือไม่

ประวัติศาสตร์ไทยระบุว่า  พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงคิดค้นอักษรไทยขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1826    โดยทรงดัดแปลงให้ตรงกับภาษาพูดของชาวสุโขทัย จากอักษรมอญและขอมโบราณ (Ancient Khmer) (ซึ่งไม่ใช่อักษรเขมรปัจจุบันหลังนครวัด  Post-Angkorian Khmer) ที่มีรากเหง้ามาจากอักษรพราหมมี(Brahmi script)  และอักษรปัลลวะ(Pallava script) ของอินเดีย  และมีคำภาษาไทยจำนวนมากได้มาจากภาษาบาลี สันสกฤต  ส่วนภาษาเขมรปัจจุบัน  ก็มีรากเหง้ามาจากภาษาปัลลวะและสันสกฤตของอินเดียเช่นเดียวกับภาษาไทย  ดังนั้นจึงมีอักษรบางตัว และคำบางคำที่ภาษาไทยเขมรและสันสกฤตตรงกัน  ส่วนตัวเลขไทยนั้นก็มีที่มาจากตัวเลขอินเดียแบบพราหมี เช่นเดียวกับตัวเลขเขมร

ศิลาจารึกบนหินทรายที่ปราสาทตาเมือนธมในจังหวัดสุรินทร์  ตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ 13-14  นั้นจารึกด้วยอักษรหลังปัลลวะภาษาสันสกฤตของอินเดีย  ไม่ใช้อักษรขอม หรือภาษาขอม  แสดงว่า ผู้สร้างปราสาทตาเมือนธมนั้นเป็นพราหมณ์ชาวอินเดียใต้ ที่นับถือศาสนาฮินดู ไศวนิกาย ไม่ใช่ขอมโบราณที่นับถือพุทธมหายานที่รุ่งเรืองในอาณาจักรเจนละ 

มีคำหลายคำในภาษาสันสกฤต ไทย และ กัมพูชา ใช้ตรงกัน เช่น

ภาษา”     ไทย: ภาษา (pha-sǎa)   เขมร: ភាសា (phiəsa) สันสกฤต: भाषा (bhāṣā) – (ความหมาย: ภาษา, คำพูด)

 “ศาสนา”  ไทย: ศาสนา (sàat-sà-nǎa) เขมร: សាសនា (sasna)  สันสกฤต: शासन (śāsana) – (ความหมาย: คำสั่ง, การปกครอง, คำสอน)

 “กรรม” ไทย: กรรม (gam)  เขมร: កម្ម (kamm) สันสกฤต: कर्मन् (karman) – (ความหมาย: การกระทำ, ผลของการกระทำ)

 “สันติ” ไทย: สันติ (sǎn-dtì) เขมร: សន្តិ (sɑnteʔ) สันสกฤต: शान्ति (śānti) – (ความหมาย: ความสงบ, สันติภาพ)

 “บุญ”  ไทย: บุญ (bun) เขมร: បុណ្យ (bon)   สันสกฤต: पुण्य (puṇya) – (ความหมาย: ความดี, กุศล, บุญ)

 “บาป” ไทย: บาป (bàap)  เขมร: បាប (baap)   สันสกฤต: पाप (pāpa) – (ความหมาย: ความชั่ว, อกุศล, บาป)

ราชา”  ไทย: ราชา (raa-chaa) เขมร: រាជា (riechea)   สันสกฤต: राजन् (rājan) – (ความหมาย: พระเจ้าแผ่นดิน, ผู้ปกครอง)

 “กษัตริย์” ไทย: กษัตริย์ (gà-sàt)   เขมร: ក្សត្រ (ksat)   สันสกฤต: क्षत्रिय (kṣatriya) – (ความหมาย: นักรบ, วรรณะกษัตริย์)

 “ วิชา” ไทย: วิชา (wí-chaa)   เขมร: វិជ្ជា (vicchea) สันสกฤต: विद्या (vidyā) – (ความหมาย: ความรู้, วิทยา)

 “ครู”  ไทย: ครู (kroo)   เขมร: គ្រូ (kruu) สันสกฤต: गुरु (guru) – (ความหมาย: ครู, อาจารย์)

 “อักษร” ไทย: อักษร (àk-sǒn)   เขมร: អក្សរ (ʼaksɑɑ)   สันสกฤต: अक्षर (akṣara) – (ความหมาย: ตัวอักษร, ไม่เปลี่ยนแปลง)

การใช้คำเดียวกันในภาษาไทย กัมพูชา และสันสกฤต แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่ใกล้ชิดระหว่างไทย และกัมพูชาอย่างชัดเจน รวมถึงอิทธิพลจากอินเดียโบราณที่มีต่อภูมิภาคนี้

โดย สุริยพงศ์

ขอบคุณภาพ : เพจเฟสบุ๊ก สายตรงข่าวกรอง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ทรงเปิดงานวันสตรีไทย 2568

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ทรงเปิดงานวันสตรีไทย 2568

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ทรงเปิดงานวันสตรีไทย 2568

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงจุดเทียน พร้อมพระราชทานพระราชดำรัสเปิดงาน “วันสตรีไทย ประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “สตรีไทยพร้อมใจ สืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชปณิธานอย่างยั่งยืน”  และพระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ และเข็มเชิดชูเกียรติแก่สตรีไทยดีเด่น จำนวน 154 ราย ในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 16.00 น. ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดงานวันสตรีไทย ตั้งแต่ปี 2548 อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาที่คุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานให้วันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสตรีไทย รวมทั้งได้พระราชทานแนวพระราชดำริหน้าที่สำคัญเบื้องต้นของสตรีไทย 4 ประการ คือ พึงทำหน้าที่ของแม่ให้สมบูรณ์ พึงทำหน้าที่ของแม่บ้านให้ดี พึงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นสตรีไทย และพึงฝึกฝนตนเองให้มีความรู้ความสามารถยิ่งขึ้น นอกจากแนวพระราชดำริแล้ว ยังพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้ “ดอกกล้วยไม้ คัทลียา ควีนสิริกิติ์” เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันสตรีไทย

งาน “วันสตรีไทย ประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “สตรีไทยพร้อมใจ สืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชปณิธานอย่างยั่งยืน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 73 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 93 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 47 พรรษา ในวันที่ 3 มิถุนายน 2568

ภายในงาน จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เกี่ยวกับแนวพระราชดำริหน้าที่สำคัญของสตรีไทย 4 ประการ และชุดไทยพระราชนิยม 8 ชุด ซึ่งทางกระทรวงวัฒนธรรมได้ยื่นเรื่องไปยังยูเนสโก้ เพื่อขอให้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก,  นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เกี่ยวกับพระปรีชาสามารถรอบด้านที่ปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงบ่าเคียงไหล่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเป็นต้นแบบให้กับสตรีไทยยุคใหม่ และการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง , นิทรรศการสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2568

นิทรรศการจากตัวแทนเครือข่ายสตรี 4 ภาค โดยจัดแสดงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมสมัยใหม่ และ นิทรรศการมีชีวิต ด้วยการจำลองบรรยากาศให้เสมือนอยู่ในบ้านเรือนไทยที่มีวิถีชีวิตของหญิงไทย ประกอบด้วย 1) เรือนครัว สืบสานอาหารของหวานไทย 2)  ใต้ถุนเรือน สืบสานการทอผ้าไทย มีการสาธิตการทอผ้าจากกลุ่มผ้าไหมบ้านนาหว้า จังหวัดนครพนม และกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นหนึ่งในครูช่างทอ “4 ทหารเสือราชินี” แห่งวงการผ้าไหม 3) ชานแดด จำลองการแสดงโขนผู้หญิง 4) เรือนนอน สาธิตการแกะสลักงานจากสตรี  5) ชานร่ม ต่อยอดหัตถกรรมไทย “หัตถกรรมสตรีรักษ์โลก ECO LADY” และ  6) หน้าต่างเรือน นำเสนอหน้าต่างเปิดสู่อนาคตของสตรีไทยยุคใหม่

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมรับชมบรรยากาศ “วันสตรีไทย ประจำปี 2568”  ผ่านการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT ในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป

ผู้บริหารหญิงไทย แสดงวิสัยทัศน์เวทีการประชุมสุดยอด ผู้นำสตรีโลก 2568 ที่เยอรมนี

ผู้บริหารหญิงไทย แสดงวิสัยทัศน์เวทีการประชุมสุดยอด ผู้นำสตรีโลก 2568 ที่เยอรมนี

ผู้บริหารหญิงไทย แสดงวิสัยทัศน์เวทีการประชุมสุดยอด ผู้นำสตรีโลก 2568 ที่เยอรมนี

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะกรรมการจัดการประชุมสุดยอด ผู้นำสตรีโลก หรือ Global Summit of Women (GSW)  นำโดย กอบกาญจน์ วัฒนวรวรางกูร ประธานคณะกรรมการฝ่ายไทย ร่วมด้วย สุพัตรา จิราธิวัฒน์, หม่อมหลวงปรียพรรณ ศรีธวัช  เป็นตัวแทนคณะกรรมการไปร่วมการประชุมสุดยอด ผู้นำสตรีโลก Global Summit of Women (GSW) 2025  ที่เบอร์ลิน เมืองหลวงของเยอรมนี    พร้อมกับสองนักบริหารหญิงไทย ปิยจิต รักอริยะพงศ์  ซีอีโอ บริษัทเซ็ปเป้  และ ดอกเตอร์นริสา เชื้อวิดุล-ออว์ ซีอีโอ KogoPay (โคโกะ เพย์) ประเทศไทย   ได้รับเชิญขึ้นอภิปรายแสดงวิสัยทัศน์บนเวที  โดยมีสตรีผู้นำนานาชาติเข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน จาก 60 ประเทศทั่วโลก มีหลายประเทศที่มากันเป็นกลุ่มคณะใหญ่ เช่น สตรีนักธุรกิจในยุโรป อเมริกัน จีน และเกาหลี

การประชุมสุดยอดผู้นำสตรีโลก หรือ Global Summit of Women (GSW)   จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยเวียนไปจัดยังประเทศต่างๆ สำหรับปี 2568 นี้เป็นการฉลองครบรอบ 35 ปี หัวข้อหลักการประชุมปีนี้ คือ Women Restoring Values in the Digital Age (บทบาทผู้หญิงกับการฟื้นฟูคุณค่าในยุคดิจิทัล) ซึ่งประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2565  นับเป็นการประชุมที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง มีผู้นำสตรีทั้งจากภาครัฐและเอกชนจากทั่วโลกเดินทาวมาเข้าร่วมประชุมเกือบ 1,000 คน เป็นการเปิดประเทศหลังโควิด 19 ที่ได้รับความชื่นชมเป็นอันมาก

ทุกๆ ปี จะมีการเฟ้นหาผู้นำสตรีไทยที่มีความสามารถในระดับนานาชาติ ให้ไปร่วมอภิปรายบนเวทีระดับโลก เพื่อให้ทุกประเทศรับรู้ถึงความเป็นมืออาชีพระดับสากลของทั้งซีอีโอและผู้ประกอบการไทย เพื่อเปลี่ยนภาพพจน์หญิงไทย คนไทย และประเทศไทยว่ามีศักยภาพ มีคุณภาพ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศไทย  สำหรับในปีนี้ ปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  CEO บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE ได้ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “Should Companies Take a Position on Socio-Cultural Issues?”  โดยเธอได้กล่าวอย่างชัดเจนบนเวทีว่า SAPPE ยึดมั่นในบทบาทขององค์กรที่ “กล้ายืนหยัดเ พื่อคุณค่าที่เชื่อ” ไม่ใช่แค่ในเชิงกลยุทธ์ทางการตลาด แต่เป็นการส่งเสียงอย่างมีจุดยืน ในประเด็นที่มีความสำคัญต่อสังคมและวัฒนธรรม โดยมีคุณค่าหลักขององค์กรที่ถูกหล่อหลอมไว้ใน DNA ได้แก่ ความเป็นนักนวัตกรรม การส่งเสริมบทบาทผู้หญิง และความหลากหลาย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ “บิวตี้ ดริ๊ง” สะท้อนจุดยืนในการส่งเสริมให้ผู้หญิงดูแลตนเอง รักและภาคภูมิใจในความงามจากภายใน โดยเแคมเปญ “สวยเรา ไม่ต้องสวยใคร” มีแนวคิดว่าควรเป็นคนที่เชื่อมั่นในความงามของตนเอง และสามารถเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้ ยึดมั่นในเรื่องความเท่าเทียม ความหลากหลาย และการเปิดกว้าง  องค์กรมีพนักงานหญิงคิดเป็น 53% ของพนักงานทั้งหมด และในระดับผู้บริหารระดับสูงมีสัดส่วนถึง 60% ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมการขับเคลื่อนด้วยคุณค่า โดยมีการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียผ่านหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการประชุมกับผู้ถือหุ้นรายไตรมาส การสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์และ Social Listening ตลอดจนการเปิดพื้นที่ให้ทีมงานทุกระดับสามารถเข้าถึงผู้บริหารได้โดยตรง

ในฐานะผู้นำองค์กรระดับโลก SAPPE ให้ความสำคัญกับการเคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรม เน้นย้ำว่า ซีอีโอต้อง “Walk The Talk” หรือเป็นผู้ลงมือทำจริงในทุกเรื่องที่องค์กรยึดถือ ไม่ว่าจะเป็นความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ หรือความรับผิดชอบ ทั้งต่อพนักงาน ผู้บริโภค และสังคมโดยรวม

ขณะที่ ดอกเตอร์นริสา เชื้อวิดุล-ออว์ ร่วมอภิปรายในหัวข้อ “Women Entrepreneurs” เพื่อแลกเปลี่ยนและแชร์ประสบการณ์ร่วมกับผู้บริหารหญิงจากทั้งยุโรป อเมริกา และเอเชีย บนเวทีเสวนา ดร.นริสา ได้ร่วมพูดคุยในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับการเป็นผู้ประกอบการหญิงในยุคเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมีคำถามสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปราย ซึ่ง ดร.นริสา ได้แบ่งปันมุมมองจากประสบการณ์จริง  ดังนี้

ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ และความท้าทายในปัจจุบัน : ในช่วงเริ่มต้นของบริษัทฟินเทค เผชิญความท้าทายสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและหน่วย งานกำกับดูแล โดยเฉพาะในธุรกิจฟินเทคที่ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือสูง นอกจากนี้ การเป็นผู้หญิงและผู้ก่อ ตั้งจากเอเชียในอุตสาหกรรมการเงินที่ผู้ชายเป็นผู้นำส่วนใหญ่ ก็ถือเป็นอุปสรรคที่ต้องก้าวข้าม

สำหรับในปัจจุบัน ความท้าทายคือการขยายธุรกิจในระดับสากลให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในแง่ของการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (compliance) การหาผู้ร่วมทำธุรกิจที่เหมาะสม และการปรับตัวให้เข้ากับบริบทของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนสูง

การทำธุรกิจข้ามพรมแดนและมุมมองต่อการเติบโต : ดร.นริสา เห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อมูลที่ว่า ธุรกิจที่ขยายสู่ตลาดระหว่างประเทศมีแนวโน้มเติบโตได้เร็วกว่าธุรกิจที่เน้นเฉพาะตลาดภายในประเทศ 

 ทิศทางยุคเศรษฐกิจที่กำลังรีเซ็ต : บริษัทกำลังพัฒนากระเป๋าเงินแบบใหม่จาก Web 2.0 เพื่อพัฒนาเพิ่มเป็น Web 3.0 และ 4.0 ในอนาคต ด้วยแนวคิดเรื่องการเงินแบบกระจายศูนย์ (decentralized finance) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และบล็อกเชน โดยเตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ที่ไม่ใช่แค่กระเป๋าเงินดิจิทัล แต่เป็น ecosystem แบบครบวงจรสำหรับทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและธุรกิจภายในปีนี้

การนิยาม “ความสำเร็จ” ณ จุดนี้ในชีวิต :  “นิยามความสำเร็จในแต่ละช่วงของชีวิตอาจแตกต่างกันไป” ดร.นริสา กล่าวว่า “สำหรับในช่วงเวลานี้ ความสำเร็จไม่ใช่เพียงตัวเลขหรือมูลค่าบริษัท แต่คือการได้ใช้ชีวิตตามพันธกิจที่ตั้งใจไว้ — เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ผ่านเทคโนโลยีที่สร้างการเปลี่ยนแปลงและความเท่าเทียม” สำหรับในอนาคต ดร.นริสา  กล่าวว่า ความสำเร็จหรือความฝันของตัวเอง คือการได้มีโอกาสทำงานอาสาอย่างเต็มตัว เพื่อช่วยเหลือคนไม่มีบ้านอยู่ และเด็กกำพร้า

สรุปคือ  ความเชื่อมั่น ความอดทน และการไม่ยอมแพ้ คือหัวใจสำคัญของเจ้าของธุรกิจ, เทคโนโลยี ควรเป็นพลังในการสร้างความยั่งยืนและลดความเหลื่อมล้ำ, ความสำเร็จที่แท้จริง คือการใช้ธุรกิจเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คน และสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม

นอกจากนี้ คณะผู้แทนจากไทย ยังได้เข้าเยี่ยมคารวะ ฯพณฯ เอกอัครราชทูตไทยประจำเยอรมัน นายจิตติพัฒน์ ทองประเสริฐ ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูตอีกด้วย อีกทั้ง สุพัตรา จิราธิวัฒน์ ได้จัดให้คณะผู้ร่วมประชุมเยี่ยมชมห้าง KaDeWe (คาเดเว่) ซึ่งห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป  โดยกลุ่มเซ็นทรัลได้ไปดำเนินการ และเป็นเจ้าของอีกด้วย

กล่าวได้ว่า ตลอดการประชุมทุกๆ ปี เป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่ายิ่ง  ไอรีน เนธิวิเดท ประธานการประชุมผู้คร่ำหวอดแห่งวงการ ได้จุดประกายให้สตรีนักธุรกิจไม่หยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงโลก  เน้นให้มีความคิดสร้างสรรค์ และสร้างวิสัยทัศน์ให้เหล่าผู้นำสตรี แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ร่วมประชุมด้วยกัน เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถสร้างความสัมพันธ์ มิตรภาพ และไมตรีจิต ให้ผูกพันแน่นแฟ้นกันต่อไป ก่อให้เกิดความช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ผู้ร่วมประชุมหลายคนยังจำบรรยากาศของการมาประชุมในไทย เมื่อปีพ.ศ. 2565 ได้พบกับผู้นำสตรีไทยที่เป็นหญิงเก่งมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, ชฎาทิพ จูตระกูล, ชาลอต โทณวณิก, เกษศรา มัญชุศรี, รศ. เกศินี วิฑูรชาติ, ขัตติยา อินทรวิชัย, ปฐมา จันทรักษ์, ดร. ณ ฤดี เคียงศิริ, ดร. จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ, พัชรพิมล ยังประภากร,  ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์, ไขศรี เนื่องสิกขาเพีย, กรรณิกา ว่องกุศลกิจ, ประเสริฐสุข เพฑูรย์สิทธิชัย, ต้องใจ ธนะชานันท์ และ นิชาภา ยศวีร์  เป็นต้น

สำหรับครั้งต่อไป ในปี พ.ศ. 2569  การประชุมสุดยอด ผู้นำสตรีโลก หรือ Global Summit of Women (GSW)   จะเวียนไปจัดที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งก็หวังว่าประเทศไทยจะได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสุดยอด ผู้นำสตรีโลก อีกสักครั้งหนึ่งในอนาคตอันใกล้นี้

คุณแหน : 1 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 1 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 1 สิงหาคม 2568

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll อโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม เป็นประธานมอบเกียรติบัตร แก่หน่วยงาน สถานศึกษา และองค์กร ในการขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะในระดับพื้นที่ จัดโดย ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า จ.นครปฐม..๐๐

ll เพื่อนๆ Digital CEO#7 ร่วมยินดีกับ พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ที่ได้เป็น ว่าที่ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า..๐๐

ll สภาเภสัชกรรม ร่วมชื่นชมและภาคภูมิใจกับเพื่อนสมาชิกเภสัชกร ภญ.สุภัทรา บุญเสริม ได้รับแต่งตั้งเป็น ว่าที่ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นเภสัชกรคนที่ 3 ที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้..๐๐

ll ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน ได้เป็น ประธานอนุกรรมการรณรงค์เพิ่มผู้บริจาคโลหิต ในคณะกรรมการจัดหาและส่งเสริมผู้ให้โลหิตแห่งสภากาชาดไทย ชุดที่ 33 โดยมีคณะกรรมการ เช่น สุพัตรา จิราธิวัฒน์, ยอดพจน์ วงศ์รักมิตร, ดร.ตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์, ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, อิทธิพล เสียมหาญ, วีณา ไชยวรรณ, สมพร มาอุทธรณ์, ทิพย์สุคนธ์ ศุภสินธุ์, วราภรณ์ กุลสวัสดิ์ภักดี, มณี แซ่เอียบ, ดวงสมร พันธุเสน, นงชนก สถานานนท์, มกร พงษ์ธนพฤกษ์, มธุวลี สถิตยุทธการ..๐๐

ll เพื่อนๆชาว Digital CEO#4 ยินดีกับ ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ ที่ได้รับแต่งตั้งเป็น รักษาการ รองผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมระบบนิเวศเศรษฐกิจ ดิจิทัลและผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า)..๐๐

ll ยามนี้ กิติกร ศรีจอมขวัญ และ ดวงพร โฆสิตสกุล พาคุณแม่ กอบทิพย์ ศรีจอมขวัญ และคุณป้า เฉลิมพันธุ์ สุวรรณประกร ไปตระเวนชิมอาหารที่เมืองโตเกียว แบบชิวๆ..๐๐

ll นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์ ซีอีโอ บมจ.บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม เจ้าของแบรนด์ Gracz บรรจุภัณฑ์อาหาร จากเยื่อพืชธรรมชาติซึ่งย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยได้ภายใน 45 วัน ไปบรรยายให้หลักสูตร Digital CEO รุ่นพิเศษ Avantgarde studies..๐๐

ll ชวิศ ยงเห็นเจริญ ต้อนรับ รศ.ดร.บวรโชค ผู้พัฒน์ และ ดร.สุริยพงศ์ นิลสังข์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาการ คณะวิศวฯ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) นำคณะนักศึกษาเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ยางของคนไทย ณ บจ.ชลิต อินดัสทรี ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP”..๐๐

ll อนุโมทนาบุญกับ ดร.ละมูล ลือสุขประเสริฐ ที่มูลนิธิกำลังใจ มอบพัดลมยักษ์สำหรับติดตั้งภายในโดมกิจกรรมเพื่อให้น้องๆ วัดราษฎร์รังสรรค์ (ขันมาอนุราษฎร์) จ.สมุทรสาคร ได้ทำกิจกรรมต่างๆอย่างเย็นสบายไม่อึดอัด พร้อมทั้งปรับปรุงเครื่องกรองน้ำดื่มให้สะอาด ปลอดภัย และเพียงพอสำหรับทุกคนในโรงเรียน..๐๐

ll จากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บทั้งทหารและพลเรือนจำนวนมากในพื้นที่หลายจังหวัด สามารถร่วมบริจาคโลหิตทั่วประเทศ ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์, หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ ได้แก่ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) เดอะมอลล์ สาขาบางแค สาขาบางกะปิ สาขางามวงศ์วาน สาขาท่าพระ ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง), ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ และ รพ.สาขาบริการโลหิตทั่วประเทศ สอบถามได้ที่ ฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิตฯ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ โทร.02-2564300, 02-2639600-99 ต่อ 1101, 1760, 1761 หรือ www.blooddonationthai.com หรือติดตามที่ https://www.facebook.com/nbctrc/?locale=th_TH…๐๐

น้องใหม่

เพราะเราคือคนไทย! ‘หนิง ปณิตา’ตอบชาวเน็ต ทำไมถึงอินเรื่องชายแดนขนาดนี้

เพราะเราคือคนไทย! 'หนิง ปณิตา'ตอบชาวเน็ต ทำไมถึงอินเรื่องชายแดนขนาดนี้

เพราะเราคือคนไทย! ‘หนิง ปณิตา’ตอบชาวเน็ต ทำไมถึงอินเรื่องชายแดนขนาดนี้

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.20 น.

1 สิงหาคม 2568 จากก่อนหน้านี้ “หนิง ปณิตา” นักแสดง ผู้จัดละคร และพิธีกรชื่อดัง ได้โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว @ningpanita เกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา อยู่เป็นระยะ นอกจากนี้ หนิงยังโพสต์คลิปวิดีโอของ น้องณิริน ลูกสาวคนเก่ง ที่พูดถึงสถานการณ์ดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษอย่างชัดเจน จนได้รับเสียงชื่นชมจากชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก จนมีชาวเน็ตบางคนเข้าไปสอบถามว่าทำไมเธอถึงอินเรื่องชายแดนขนาดนี้ 

ล่าสุด หนิง ปณิตา ได้ออกมาตอบคำถามแฟนคลับในอินสตาแกรมส่วนตัว ระบุว่า 

มีคนถามว่า ? “ทำไมถึงอินกับเรื่องชายแดนขนาดนั้น” ก็เพราะเราคือคนไทย ตรงนั้นคือแผ่นดินไทยของพวกเรา มีคนเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่ตรงนั้น หลายชีวิตพลีชีพเพื่อปกป้องแผ่นดิน เพื่อปกป้องพวกเราทุกคนอยู่ แล้วจะไม่ให้อินได้ยังไง

น้ำใจไม่หยุด! ‘ชมพู่-น็อต’ส่งของอีก1คันรถ ช่วยชายแดนไทย-กัมพูชา

น้ำใจไม่หยุด! 'ชมพู่-น็อต'ส่งของอีก1คันรถ ช่วยชายแดนไทย-กัมพูชา

น้ำใจไม่หยุด! ‘ชมพู่-น็อต’ส่งของอีก1คันรถ ช่วยชายแดนไทย-กัมพูชา

วันพฤหัสบดี ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 21.52 น.

ยังคงสร้างความประทับใจให้แฟนๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับนักแสดงและแฟชั่นไอคอนชื่อดัง “ชมพู่ อารยา” และสามี “น็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์” ที่ล่าสุดได้ร่วมกันส่งต่อความช่วยเหลือได้ส่งของไปอีกคัน ยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงทหารแนวหน้า

“เมื่อคืนนี้เราส่งรถออกไปอีกคัน มีทั้งของใช้สำหรับพี่น้องที่เดือดร้อนจากเหตุการณ์ เเละของใช้จำเป็นสำหรับพี่ๆ ทหาร ทั้ง เสื้อผ้า กางเกงใน ถุงเท้า แป้งโยคี บุหรี่ และbaterry box ชมอยากจะใช้โอกาสนี้ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมมือนะคะ

@peachystarlight และ @ccaptainch ที่ช่วยกันล่า battery box มาได้ร้อยกว่า box เเละขอบคุณผู้ร่วมสบทบทุนซื้อbaterry box ทุกท่าน @kaopan @cokepromthong @siritornmam @au_skulthai @papuean_ @ploychava @thanaerngnin @jaylerr @noibud @gonghivesalon24 @preeya_jira คุณโนรี คุณแห่มม คุณจิ
คุณงา น้องนีร น้องนาว คุณรัตน์
@pom_vinij @katemossholiday @royalmomissuperstylist

ขอบคุณคุณตองพล ดาราราช

ขอบคุณป้าบุ๋ม @nilapasukcharoen ช่วยประสานงานกับพี่ๆแนวหน้า

ขอบคุณทีม @veninecable ทุกคน ทั้งประสานงานจัดซื้อ เเพค จัดส่ง รวมถึงพี่ที่ขับรถไปยังพท.ด้วยนะคะ ขอบคุณจุ๊บเเจงเเม่งาน

เเละอีกหลายๆคนที่ออกเเรงช่วยกันอาจเอ่ยนามไม่หมด ขออภัยด้วย เเต่ขอบคุณมากๆค่ะ

และสุดท้าย ขอบคุณทหารเเนวหน้าทุกท่านที่เสียสละเพื่อพวกเราค่ะ”

กากเดนไทยเนรคุณแผ่นดิน! ‘แอม เสาวลักษณ์’เดือดจัด โพสต์ฉะผ่านไอจี แฟนคลับแห่คอมเมนต์สนั่น!

กากเดนไทยเนรคุณแผ่นดิน! 'แอม เสาวลักษณ์'เดือดจัด โพสต์ฉะผ่านไอจี แฟนคลับแห่คอมเมนต์สนั่น!

กากเดนไทยเนรคุณแผ่นดิน! ‘แอม เสาวลักษณ์’เดือดจัด โพสต์ฉะผ่านไอจี แฟนคลับแห่คอมเมนต์สนั่น!

วันพฤหัสบดี ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 18.55 น.

“กากเดนไทยเนรคุณแผ่นดิน!” แอม เสาวลักษณ์ เดือดจัด โพสต์ฉะผ่านไอจี แฟนคลับแห่คอมเมนต์สนั่น!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “แอม เสาวลักษณ์” เป็นนักร้อง-นักแต่งเพลงชื่อดังของไทย ได้โพสต์ข้อความเดือดผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ระบุว่า ” ข้าวไทยเราไม่ค่อยมียางอายรึไง มันถึงเนรคุณข้าวแดงแกงร้อนกันได้ลงคอ ศัตรูเนรคุณ ยังไม่เจ็บ เท่ากากเดนไทยเนรคุณแผ่นดิน “

ขณะที่มีแฟนคลับเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก อาทิ ถูกใจคับพี่แอม นานๆพี่แอมจะอารมณ์ขึ้น , จริงทุกถ้อยคำเลยพี่แอมทำไมมันไม่รักชาติเหมือนมันรักครอบครัวมันกันเลย , คับแค้นใจมากค่ะพี่ , โดนใจสุดๆค่า , คับแค้นใจมากค่ะพี่ , ที่เจ็บปวดคือ พวกขายชาตินี่ คราวหน้ามันสมัครลงเลือกตั้ง ยังมีคนเลือกมันอยู่ดี

เชื่อในสันติวิธี! ‘โอปอล สุชาตา’โพสต์เสียใจเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

เชื่อในสันติวิธี! 'โอปอล สุชาตา'โพสต์เสียใจเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

เชื่อในสันติวิธี! ‘โอปอล สุชาตา’โพสต์เสียใจเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

วันพฤหัสบดี ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 18.29 น.

จากกรณีความรุนแรงในพื้นที่ชายแดน ไทย – กัมพูชา ที่มีการปะทะกันของทั้ง 2 ฝ่าย ส่งผลให้ทั้งคนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ทหารและพลเรือนชาวไทยเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวรายหลาย

ล่าสุด นางงามสาวสวย “โอปอล สุชาตา ช่วงศรี” Miss World 2025 ได้ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวโดยได้โพสต์ข้อความลงทั้งในเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมส่วนตัวเป็นภาษาอังกฤษว่า “I mourn the loss of every life and I rejoice when diplomacy is given a chance, because it shows us that understanding is always possible when we truly listen. The reason I chose to study International Relations, and why I hope to one day become a diplomat, is because I truly believe in the power of dialogue and the possibility of peaceful solutions when it comes to moment of dispute. Let us never forget that peace is not weakness, and compassion is not surrender. They are, in fact, the greatest strengths one can show.”

(ฉันเสียใจกับการสูญเสียทุกชีวิต และยินดีอย่างยิ่งเมื่อได้รับโอกาสทางการทูต เพราะมันแสดงให้เห็นว่าความเข้าใจนั้นเป็นไปได้เสมอ เมื่อเราตั้งใจฟังอย่างแท้จริง เหตุผลที่ฉันเลือกเรียนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้เป็นนักการทูต ก็เพราะฉันเชื่อมั่นอย่างแท้จริงในพลังของการเจรจา และความเป็นไปได้ของทางออกที่สันติเมื่อเกิดข้อพิพาท ขอให้เราอย่าลืมว่า สันติภาพไม่ใช่ความอ่อนแอ และความเมตตาไม่ใช่การยอมแพ้ แท้จริงแล้วสิ่งเหล่านี้คือความแข็งแกร่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราสามารถแสดงออกมาได้)