‘กบ พิมลรัตน์’สวยสะกดในลุคชุดไทย ฉลองครบรอบ 24 ปีภาพยนตร์’สุริโยไท’

'กบ พิมลรัตน์'สวยสะกดในลุคชุดไทย ฉลองครบรอบ 24 ปีภาพยนตร์'สุริโยไท'

‘กบ พิมลรัตน์’สวยสะกดในลุคชุดไทย ฉลองครบรอบ 24 ปีภาพยนตร์’สุริโยไท’

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.57 น.

เรียกว่าสวยสง่าและสะกดทุกสายตา สำหรับนักแสดงสาวมากฝีมือ “กบ พิมลรัตน์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา” ที่ล่าสุดได้เผยภาพในลุคชุดไทยจัดเต็ม ผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว พร้อมร่วมรำลึกในโอกาสครบรอบ 24 ปี ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ “สุริโยไท” ที่ออกฉายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2544

“ครบรอบ24ปี กับภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ของคนไทย “สุริโยไท”

ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ไทยเรื่องนี้ออกฉายในปี พ.ศ. 2544 กำกับโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ร่วมกำกับ และเรียบเรียงการตัดต่อในเวอร์ชั่น 5 ชม. โดยฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปล่า

PS. ภาพ Set นี้ การแต่งหน้า เสื้อผ้ารวมถึงเล็บ (คือความผิดพลาดส่วนตัว) ของกบเองคะ
อาจไม่ใช่ original อย่างแท้จริงของสุริโยไท เป็นการตีความใหม่แบบร่วมสมัย หม่อมกมลา ทีมเสื้อผ้า พี่ขวด ทีมพร็อพ และทีมงานทุกๆฝ่าย โปรดอย่าตำหนิหนูและทีมเลยนะคะ”

‘แพม–ประนัปดา-พอลล่า-แมทธิว’แชร์มุมมองการเลี้ยงลูกในยุคดิจิทัล

'แพม–ประนัปดา-พอลล่า-แมทธิว'แชร์มุมมองการเลี้ยงลูกในยุคดิจิทัล

‘แพม–ประนัปดา-พอลล่า-แมทธิว’แชร์มุมมองการเลี้ยงลูกในยุคดิจิทัล

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.11 น.

การเป็นคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ไม่เพียงแต่ต้องให้ความรักและดูแลลูกอย่างใกล้ชิดเท่านั้น แต่ยังต้องให้ความสำคัญกับ “การเลือกโรงเรียน” ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตในอนาคต โรงเรียนที่ดีไม่ใช่เพียงสถานที่ถ่ายทอดความรู้ แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ สนับสนุนความแตกต่างเฉพาะตัว และโอบรับความสุขของเด็ก ๆ เพื่อให้พวกเขาก้าวสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในวันข้างหน้าในงานแถลงข่าวเปิดตัว โรงเรียนนานาชาติไฮเกต ประเทศไทย” (Highgate International School Thailand) อย่างเป็นทางการ นอกจากจะเป็นการประกาศเปิดโรงเรียนแล้ว ยังมีการเสวนาภายใต้หัวข้อ “Shaping Future-Ready Minds” โดยมี 3 คนดังในบทบาทคุณพ่อคุณแม่ ได้แก่ คุณแพม–ประนัปดา พรประภาคุณพอลล่า เทเลอร์ และคุณแมทธิว ดีน มาร่วมแบ่งปันมุมมองการสร้างรากฐานการศึกษาที่ตอบโจทย์โลกอนาคต

คุณแพม–ประนัปดา พรประภา นักธุรกิจหญิงผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคนอย่างยั่งยืน ในบทบาท กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด ภายใต้กลุ่มสยามกลการ และผู้ก่อตั้ง Dragonfly360 แพลตฟอร์มที่มุ่งขับเคลื่อนสังคม พร้อมทั้งบทบาทของคุณแม่ที่กำลังส่งบุตรเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ทำให้คุณแพมสะท้อนทั้งมุมมองของผู้นำ และประสบการณ์จริงในการเลี้ยงดูลูกให้เติบโตอย่างมั่นใจ ยืดหยุ่น พร้อมเผชิญโลกอนาคต ได้สะท้อนว่า “ครูที่ดี” สามารถสอนได้เก่ง ถ่ายทอดความรู้ให้เด็กได้ แต่ “ครูที่ยอดเยี่ยม” ต้องเข้าใจเด็ก มองเห็นความแตกต่าง เข้าใจจุดเด่น และไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง เธอยังกล่าวต่อว่า การเดินทางทำให้เห็นชัดว่า “สิ่งแวดล้อม” คือปัจจัยสำคัญ หากเราสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้เด็ก ๆ ได้ พวกเขาก็จะเรียนรู้และเติบโตอย่างมีศักยภาพ และเมื่อมองในภาพรวม การศึกษาเป็น “สามเหลี่ยม” ที่โรงเรียน ผู้ปกครอง และเด็ก ต้องสมดุลกัน เพื่อพาเด็กไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคง

คุณพอลล่า เทเลอร์ นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ซึ่งนอกจากบทบาทในวงการบันเทิงแล้ว ยังเป็นคุณแม่ที่มีประสบการณ์ในระบบนานาชาติทั้งในอังกฤษและไทย คุณพอลล่าเชื่อว่าหลักสูตรที่เปิดกว้างและหลากหลาย ไม่ได้เพียงปูทางสู่ความสำเร็จในห้องเรียน แต่ยังสร้างเด็กที่มีความสุข กล้าแสดงออก และพร้อมจะก้าวไปสู่ความสำเร็จในชีวิตจริง ซึ่งคุณพอลล่าเปิดใจว่า การเป็นคุณแม่ในแต่ละช่วงวัยของลูก ๆ เป็นความท้าทายที่สนุกและเต็มไปด้วยสีสัน โดยสิ่งสำคัญที่สุดที่เธอมองหาจากโรงเรียนคือ “ความสุขของลูก” เพราะเมื่อเด็กมีความสุข พวกเขาก็พร้อมจะเปิดใจลองสิ่งใหม่ ๆ ได้มากขึ้น ลูกทั้งสามของพอลล่ามีความสนใจที่แตกต่างกัน แต่เมื่อพวกเขาได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ก็จะเกิดพลังบวก สุขภาพจิตดี และพัฒนาไปสู่การเรียนรู้และทักษะที่หลากหลาย

คุณแมทธิว ดีน พิธีกรและเจ้าของค่ายมวยชื่อดัง ผู้ทำงานใกล้ชิดกับสื่อ และในอีกบทบาทหนึ่ง คือคุณพ่อที่ใส่ใจการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของลูก ๆ ท่ามกลางโลกดิจิทัล คุณแมทธิวจึงมีมุมมองเฉพาะต่อการใช้โซเชียลมีเดียและหน้าจอของเด็กยุคใหม่ พร้อมแนวคิดการสร้างสมดุลระหว่างออนไลน์กับกิจกรรมนอกจอ โดยคุณแมทธิว เล่าด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า เด็กสมัยนี้เติบโตมาในสภาพ “ฟองสบู่” ถูกปกป้องจากโลกจริงมากเกินไป เขาจึงพยายามให้ลูก ๆ ใกล้ชิดธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นดิน เล่นหญ้า หรือทำกิจกรรมนอกห้องเรียนควบคู่ไปกับดนตรีและกีฬา พร้อมย้ำว่าแม้สื่อดิจิทัลและโซเชียลมีเดียจะสำคัญ แต่ผู้ปกครองก็ต้องช่วยบริหารจัดการให้ลูก ๆ ได้ใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันก็ดึงพวกเขาออกมาสัมผัสโลกจริง เพื่อให้การเติบโตสมดุลทั้งสองด้าน

ด้าน คุณธันยพร พรประภา ตั้งคารวคุณ ประธานคณะกรรมการโรงเรียนนานาชาติไฮเกต ประเทศไทย กล่าวว่า โรงเรียนนานาชาติไฮเกต ประเทศไทย (Highgate International School Thailand)  เป็นความร่วมมือของ กลุ่มสยามกลการ (Siam Motors Group) และครอบครัวพรประภา จับมือ โรงเรียนไฮเกต สหราชอาณาจักร (Highgate School UK) โรงเรียนเอกชนชั้นนำแห่งสหราชอาณาจักร ที่มีประสบการณ์ด้านการศึกษายาวนานกว่า 460 ปี ซึ่งได้รับการยกย่องอย่างต่อเนื่องด้วยรางวัลอันทรงเกียรติหลายรางวัล มาพร้อมความตั้งใจในการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ และส่งเสริมสมดุลระหว่าง “ศักยภาพ” และ “ความสุข” ของเด็ก ๆ สะท้อนผ่าน Together, we learn beyond boundaries”  

โรงเรียนนานาชาติไฮเกต ประเทศไทย เลือกทำเลศักยภาพใกล้สนามกอล์ฟสยามคันทรีคลับ จังหวัดชลบุรี เปิดสอนตาม หลักสูตรแห่งชาติของอังกฤษ (English National Curriculum) ครอบคลุมตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษา พร้อมรองรับการสอบ IGCSEs และ A Levels เพื่อเตรียมเข้าสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก  ารเรียนการสอนแบบองค์รวม เน้นทั้งวิชาการ อารมณ์ สังคม และการเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยครูผู้สอนจะถูกคัดเลือกอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะครูจากสหราชอาณาจักร ซึ่งต้องผ่านการประเมินตามมาตรฐาน Highgate UK ทำให้มั่นใจได้ว่าการศึกษาที่นี่เป็นไปตามเกณฑ์สากล

จุดแข็งของโรงเรียนคือสภาพแวดล้อมที่โอบรับธรรมชาติ พื้นที่กว้างขวาง รองรับนักเรียนได้สูงสุด 1,400 คน โดยระยะแรกเปิดรับสมัครเด็กอายุ 2–11 ปี ระดับเตรียมอนุบาลถึงประถมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2569 และจะขยายต่อไปถึงระดับมัธยมศึกษา รวมถึงโรงเรียนประจำในอนาคต

พร้อมก้าวสู่การเรียนรู้ระดับสากล ไปกับ “โรงเรียนนานาชาติไฮเกต ประเทศไทย” เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์  www.highgateschoolthailand.com  หรือ เฟซบุ๊ก Highgate   International School Thailand

‘ดวลเพลงดัง พลังอาชีพ’เปิดเวทีต้อนรับทหาร 3 เหล่าทัพ สะท้อนชีวิตแนวหน้าผ่านเพลง ‘ทบ.2 ลูกอีสาน’

'ดวลเพลงดัง พลังอาชีพ'เปิดเวทีต้อนรับทหาร 3 เหล่าทัพ สะท้อนชีวิตแนวหน้าผ่านเพลง 'ทบ.2 ลูกอีสาน'

‘ดวลเพลงดัง พลังอาชีพ’เปิดเวทีต้อนรับทหาร 3 เหล่าทัพ สะท้อนชีวิตแนวหน้าผ่านเพลง ‘ทบ.2 ลูกอีสาน’

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.08 น.

“แอมป์-พีรวัศ” ชวนร่วมส่งใจไปชายแดน ห้ามพลาด “ดวลเพลงดัง พลังอาชีพ” คว้าทหาร 3 เหล่าทัพ เล่าชีวิตแนวหน้าผ่านเพลง “ทบ.2 ลูกอีสาน” ของ “ไผ่-พงศธร” ชมและเชียร์ไปพร้อมกัน วันอังคารที่ 2 กันยายนนี้ปลุกใจคนไทยรักชาติ ดวลเพลงดัง พลังอาชีพ สัปดาห์นี้เปิดเวทีต้อนรับทหาร 3 เหล่าทัพ ได้แก่ ทัพบก ทัพเรือและทัพอากาศ ร้อยเรื่องราวชีวิตผ่านเพลงฮิตเพื่อทหารกล้าแนวหน้ารักษาอธิปไตย งานนี้พิธีกรประจำรายการ แอมป์-พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ ไม่รอช้าชวนเหล่ากรรมการมากประสบการณ์ เอกชัย ศรีวิชัย, หลิว-อาจารียา และปอ-อรรณพ มาร่วมเชิดชูเกียรติของทหารไทย พร้อมเฟ้นหาแชมป์เสียงดีประจำสัปดาห์ กับเพลงต้นแบบ ทบ.2 ลูกอีสาน ของนักร้องลูกทุ่ง ไผ่-พงศธร

ครั้งนี้ได้ตัวแทนทหารไทย 3 เหล่าทัพ หมายเลข 1 ทหารเรือ จ่าเอกเอกชัย ชูศรีจันทร์ (คุณเอ) หมายเลข 2 ทหารบก  สิบเอกวันชัย เฉยขุนทด (คุณนาย) และหมายเลข 3 ทหารอากาศ พันจ่าอากาศเอกวีรยุทธ ทองไร่ (คุณยุทธ) แต่ละคนเปิดศึกสู้กันแบบไม่ออมมือ ทำให้สมรภูมิเสียงเพลงครั้งนี้ สนุกและประทับใจสุด ๆ ว่าแต่ใครจะพิชิตโน้ตประหารได้สำเร็จ ทำโชว์ออกมาได้โดนใจกรรมการที่สุด จนคว้าแชมป์และเงินรางวัลไปครอง วันอังคารนี้มีคำตอบ

แอมป์-พีรวัศ เลยขอเป็นตัวแทนชวนแฟน ๆ ร่วมชมและเชียร์ว่า “เป็นอีกครั้งที่รู้สึกภาคภูมิใจกับการทำหน้าที่พิธีกร เพราะรายการ ดวลเพลงดัง พลังอาชีพ ครั้งนี้ได้รับเกียรติจากทหาร 3 เหล่าทัพ ทัพบก ทัพเรือ และทัพอากาศ มาร่วมบอกเล่าเรื่องราวการปฏิบัติหน้าที่ทหารไทยผ่านเพลงฮิต ทบ.2 ลูกอีสาน ของ พี่ไผ่-พงศธร ซึ่งสะท้อนความรู้สึกของทหารแนวหน้า
กับสถานการณ์ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี แต่ละคนถ่ายทอดได้อินสุด ๆ ทั้งน้ำเสียง ลีลาท่าทาง โดยเฉพาะอินเนอร์ทำเอากรรมการถึงกับน้ำตาซึม สัมผัสได้ถึงความอุ่นใจที่แผ่นดินไทยของเรามีเหล่าทหารปกป้องดูแล อยากขอชวนผู้ชมและพี่น้องชาวไทย มาร่วมส่งกำลังใจให้กับเหล่าผู้เข้าแข่งขันและเหล่าทหารไทยทุกนาย ในรายการ ดวลเพลงดัง พลังอาชีพ วันอังคารที่2 กันยายนนี้ เวลา 13.25 น. ห้ามพลาดนะครับ”ติดตามความสนุก และร่วมส่งกำลังใจให้ผู้เข้าแข่งขันได้ในรายการ “ดวลเพลงดัง พลังอาชีพ” ออกอากาศให้ได้ชมทุกวันจันทร์ อังคาร เวลา 13.25 น. ทาง ช่อง 7HD กด 35 Facebook : Ch7HD และ Ch7HD Entertainment และสามารถชมความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD เว็บไซต์ :  www.ch7.com

สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ จับมือ THACCA และ OFOS เดินหน้ายกระดับนักเขียนบทไทย

สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ จับมือ THACCA และ OFOS เดินหน้ายกระดับนักเขียนบทไทย

สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ จับมือ THACCA และ OFOS เดินหน้ายกระดับนักเขียนบทไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.29 น.

สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ (TSA) ร่วมกับ สำนักงานสร้างสรรค์วัฒนธรรมไทย (THACCA) และ One Family One Soft Power (OFOS) โดยการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดโครงการ “พลังของตัวละคร” (The Power of Characters) การอบรมนักเขียนบทหลักสูตรขั้นสูงสำหรับมืออาชีพ เพื่อขยายศักยภาพของนักเขียนบทไทยผ่านการพัฒนาตัวละครครั้งแรกกับเรียนรู้จากประสบการณ์จริงจากนักเขียนบทระดับสุดยอดฝีมือของไทย จากอุตสาหกรรมบันเทิง 4 สาขา รวมเอาไว้ในโครงการเดียว ทั้งละครโทรทัศน์ ซีรีส์ ภาพยนตร์ และละครเวที ได้แก่

-คุณทิพย์ธิดา ศรัทธาทิพย์ (ปราณประมูล) นักเขียนบทละครโทรทัศน์ (ปลายจวัก, ทุ่งเสน่หา, บุษบาลุยไฟ)

-คุณอภิรักษ์ ชัยปัญหา นักเขียนบทซีรีส์ (ตะวันตกดิน, เกมรักทรยศ, The Rebound เกมนี้เพื่อนาย)

-คุณนนทรีย์ นิมิบุตร นักเขียนบทภาพยนตร์ (จันดารา (2544), โอเคเบตง, มนต์รักนักพากย์)  

-คุณนิกร แซ่ตั้ง นักเขียนบทละครเวที (ทารกจกเปรต, พระเจ้าเซ็ง, ไร้พำนัก)

ซึ่งจะมาถ่ายทอดเทคนิคการสร้างสรรค์ตัวละครจากประสบการณ์ตรงที่จะช่วยให้นักเขียนบทพัฒนาตัวละครซึ่งเป็นหัวใจหลักของเรื่องให้มีความแข็งแรงและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างมิติให้กับตัวละครจนสามารถเข้าไปจับใจคนดูให้เอาใจช่วยและติดตามเรื่องราวต่อไปจนจบ ซึ่งตัวละครที่ดีจะสามารถเข้าไปอยู่ในสื่อได้ในทุกแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ถึงข้อแตกต่าง ข้อจำกัด ข้อได้เปรียบและธรรมชาติของสื่อแต่ละประเภท ที่จะช่วยเพิ่มพูนทักษะและโอกาสทางวิชาชีพให้กับนักเขียนบทและรองรับการเติบโตอุตสาหกรรมบันเทิงในอนาคต

การเติบโตของแพลตฟอร์มออนไลน์ใหม่ๆ สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของพฤติกรรมการรับชมที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปตามยุคดิจิทัล คนทำงานเบื้องหลังซึ่งรวมถึงนักเขียนบทจึงมีความจำเป็นจะต้องมีการปรับตัวตามเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชมที่มีทางเลือกอันหลากหลาย ซึ่งการพัฒนาทักษะของนักเขียนบทให้มีความชำนาญพร้อมต่อการทำงานได้ในทุกแพลตฟอร์ม ย่อมเป็นการสร้างจุดแข็งให้กับบุคลากรของวงการบันเทิงไทยในการผลิตผลงานส่งออกซอฟท์พาวเวอร์สู่เวทีโลกเพื่อสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ

“พลังของตัวละคร” เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาทักษะของสมาคมฯ ที่นอกจากจะช่วยทั้ง Upskill และ Reskill ให้กับสมาชิกนักเขียนบทของสมาคมฯ ยังเปิดกว้างให้กับผู้ที่ทำงานอยู่ในแวดวงบันเทิง รวมทั้งนักเขียนนิยายที่มีความสนใจมาเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อพัฒนาสู่การเป็นนักเขียนบทในอนาคตได้อีกด้วย โดยกิจกรรมจัดขึ้นในวันที่ 23-24 และ 30-31 สิงหาคม 2568 สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสในครั้งนี้ไปไม่ต้องเสียใจ ทางสมาคมฯ จัดทำบทความให้ความรู้จากบทเรียนของวิทยากรในแต่ละสาขาเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจ โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เฟสบุกแฟนเพจสมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ https://www.facebook.com/TVdramascriptwritersAssociationOfficialpage

‘ตุ่ย พุทธชาติ’มอบเงิน 1 แสนบาทผ่าน’บุ๋ม’ ช่วยชายแดนไทย-กัมพูชา

'ตุ่ย พุทธชาติ'มอบเงิน 1 แสนบาทผ่าน'บุ๋ม' ช่วยชายแดนไทย-กัมพูชา

‘ตุ่ย พุทธชาติ’มอบเงิน 1 แสนบาทผ่าน’บุ๋ม’ ช่วยชายแดนไทย-กัมพูชา

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.17 น.

จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงนี้ แวดวงบันเทิงก็ไม่นิ่งนอนใจ ล่าสุด “อาตุ่ย พุทธชาติ พงศ์สุชาติ” ได้ร่วมบริจาคเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อซัพพอร์ตภารกิจจิตอาสาและช่วยเหลือกำลังพลในพื้นที่ชายแดน

โดยเงินบริจาคดังกล่าวถูกส่งมอบผ่านมูลนิธิองค์กรทำดี ของ “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” โดยได้โพสต์ข้อความแสดงความขอบคุณและร่วมอนุโมทนาบุญ ระบุว่า “บุ๋มขออนุโมทนาบุญกับ ‘อาตุ่ย พุทธชาติ พงศ์สุชาติ’ ที่ได้มอบเงินจำนวน 100,000 บาทให้กับมูลนิธิองค์กรทำดี เพื่อช่วยเหลือชายแดน ขออนุโมทนาบุญด้วยนะคะ”

ส่อดึงเรื่อง! ‘วิโรจน์’ไล่บี้‘รมช.คลัง’ สอย‘แพทองธาร’หนีภาษี-ตั๋วพีเอ็น

ส่อดึงเรื่อง! ‘วิโรจน์’ไล่บี้‘รมช.คลัง’ สอย‘แพทองธาร’หนีภาษี-ตั๋วพีเอ็น

ส่อดึงเรื่อง! ‘วิโรจน์’ไล่บี้‘รมช.คลัง’ สอย‘แพทองธาร’หนีภาษี-ตั๋วพีเอ็น

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.39 น.

ส่อดึงเรื่อง! “วิโรจน์”ไล่บี้”รมช.คลัง” สอย”แพทองธาร”หนีภาษี-ตั๋วพีเอ็น ด้าน”จุลพันธ์”แจงไม่ได้เร่ง แต่ต้องเน้น”ความถูกต้อง-เป็นธรรม” ชี้เรื่องเกิดปี 59 ต้องสอบทุกฝ่าย-ใช้เวลานาน ยกเคสเทียบคดีสอบ”โอนเงินหนุนม็อบ 4 ปี”ยังสอบอยู่

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธาน โดยช่วงกระทู้ถามสด นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ตั้งกระทู้ถาม รมว.คลัง ต่อประเด็นการดำเนินการตรวจสอบกรณีตั๋วพีเอ็น ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปอย่างล่าช้า นับตั้งแต่ที่พรรคประชาชนอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อ มี.ค.2568 และส่อว่ามีการดึงเรื่องตรวจสอบ หลังจากที่ไม่ยอมตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในการวินิจฉัยเรื่องคดีภาษี ขณะเดียวกันการไม่ยืนยันเรื่องกรอบเวลาแล้วเสร็จนั้น ส่อว่าผู้ที่เกี่ยวข้อง คือ รมว.คลัง , รมช.คลัง และ นายปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากร ส่อละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ชี้แจงแทน รมว.คลัง ว่า ยืนยันว่า ในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกรมสรรพากร ไม่ปัดความรับผิดชอบ และตั้งแต่ได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อ มี.ค.2568 ได้สั่งการไปยังอธิบดีให้ดำเนินการ ซึ่งการดำเนินการนั้นเป็นไปตามขั้นตอน ไม่ใช่ละเว้น หรือดึงเรื่องเพราะเป็นบุคลากรของฝ่ายรัฐบาล อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบเรื่องที่ร้องเรียน พบว่าข้อเท็จจริงไม่เพียงพอ ไม่มีพยานหลักฐานที่ครบถ้วน กรมสรรพากรต้องแสวงหาข้อมูลภายในทั้งแบบแสดงภาษีบุคคล แสดงภาษีนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ข้อมูลผู้ถือหุ้นบริษัท โดยปัจจุบันได้รับข้อมูลจากหน่วยงานภายนอกครบถ้วนแล้ว แต่ยังต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม และเมื่อครบแล้วต้องเชิญบุคคลให้ปากทำ ทั้งคนที่ทำธุรกรรมการโอนหุ้น ผู้รับโอน อย่างไรก็ดี เรื่องการโอนหุ้นดังกล่าวพบว่ามีธุรกรรมครั้งแรกปี 2559 ดังนั้นต้องตรวจสอบย้อนหลังนาน มีบริษัทที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก

“ท่านยื่นหนังสือฉบับนี้มาที่กรมสรรพากร แต่ไม่ได้ยื่นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หากมั่นใจว่ากระบวนการนี้ผิด เป็นกระบวนนการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หนังสือร้องเรียนต้องส่งไป ป.ป.ช.แน่นอน แต่มายื่นสรรพากรเพื่อต้องการสืบค้นให้กระจ่าง ส่วนการดำเนินการตรวจสอบนั้นมีระยะเวลายาวนานไม่ต่างกัน เช่น คดีที่ถูกร้องว่านักการเมืองฝั่งของท่าน โอนเงินสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง เมื่อ 4 ปีมาแล้ว ซึ่งขณะนี้ดำเนินการอยู่ ต้องแสวงหาข้อเท็จจริงให้ครบเพื่อให้ความเป็นธรรม ไม่ใช่จะใช้เป็นเครื่องมือทำลายกันทางการเมือง หากผิดต้องดำเนินการ ทั้งนี้ ต้องยึดความเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีอย่างเสมอภาค” นายจุลพันธ์ ชี้แจง

รมช.คลัง กล่าวด้วยว่า กระบวนการตรวจสอบได้เน้นหลักให้ความเป็นธรรมสูงสุด ไม่กล้าตอบว่าภายใน 1 ปีจะทำให้เสร็จ ทั้งนี้ กรมสรรพากรทำให้เสร็จนั้นเป็นไปไม่ได้ หากไม่ได้ข้อมูลครบถ้วน แต่การตรวจสอบยังทำไม่หยุด เชื่อว่าสุดท้ายกระบวนการมีข้อสรุปเป็นที่ยอมรับได้กับสังคม ทั้งนี้ ไม่มีที่กระทรวงการคลังที่ยึดถือหลักของกฎหมาย จะทำไม่ครบถ้วน หรือบิดเบือน หลบเลี่ยง ไม่ว่าข้อสรุปเป็นอย่างไร ข้อสรุปจากกมสรรพากรที่ทุกฝ่ายยอมรับได้และเป็นไปตามกฎหมายทุกอย่าง

นายจุลพันธ์ุ กล่าวอีกว่า ไม่มีกรณีพิเศษที่เกิดแต่ น.ส.แพทองธาร เท่านั้น แต่เป็นกรณีที่ถูกยกมาพูดในสภาฯ ทั้งนี้ เมื่อรับเรื่องได้ตั้งกรรมการตรวจสอบ 2 ชุด เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและศึกษาถึงการใช้ตั๋วพีเอ็นที่เป็นช่องโหว่ และควรแก้ไขหรือไม่ ซึ่งในการศึกษาการใช้ตั๋วพีเอ็นนั้น จะมีข้อสรุปและคำตอบภายในปีนี้ หากมีความจำเป็นเพื่อปิดช่องโหว่ต้องให้สภาฯ แก้ไขในสภาฯ

“กรณีตรวจสอบกรณีของ น.ส.แพทองธาร ดำเนินการร แม้มองว่าจะช้า แต่กรมสรรรพากรไม่ได้เร่ง แต่ไม่ช้า เป็นไปตากระบวนการ หากจะเร่งเพื่อความไม่เป็นธรรม เพื่อถูกใจท่าน หรือทำให้ช้า เพื่อถูกใจผู้ถูกร้อง ก็ทำไม่ได้เช่นกัน” นายจุลพันธ์ กล่าว

จับตา 29 ส.ค. พิสูจน์กระบวนการยุติธรรมยังเป็นที่พึ่ง-ทางออกของประเทศหรือไม่

จับตา 29 ส.ค. พิสูจน์กระบวนการยุติธรรมยังเป็นที่พึ่ง-ทางออกของประเทศหรือไม่

จับตา 29 ส.ค. พิสูจน์กระบวนการยุติธรรมยังเป็นที่พึ่ง-ทางออกของประเทศหรือไม่

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.03 น.

จับตา 29 ส.ค. พิสูจน์กระบวนการยุติธรรมยังเป็นที่พึ่ง-ทางออกของประเทศหรือไม่

28 สิงหาคม 2568 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “วรงค์ เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom” ระบุว่า…

#กระบวนการยุติธรรมยังเป็นที่พึ่งให้เป็นทางออกของประเทศหรือไม่

ช่วงก่อนวันตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ คดีคลิปเสียงที่อุ๊งอิ๊งคุยกับฮุนเซน จะพบว่าคนของพรรคเพื่อไทย ออกมาอวยอุ๊งอิ๊งกันมาก เพื่อปั่นกระแสว่าอุ๊งอิ๊งรอดจากคดี

สิ่งที่ต้องถามคนเหล่านี้ พวกคุณได้ฟังคลิปเสียง การเจรจาจริงๆหรือยัง คุณลองฟังสัก2-3รอบ ขอแค่ฟังภาษาไทยรู้เรื่อง คุณจะได้รับรู้ถึงเจตนา เนื้อหาสาระจริงๆ ที่อุ๊งอิ๊งคุยกับฮุนเซน

คลิปเสียงนี้เป็นภาษาไทย แม้ฮุนเซนจะพูดเขมร แต่ก็มีล่าม ที่อุ๊งอิ๊งสนิทสนม ไว้วางใจคอยช่วยแปร การฟังด้วยใจเป็นธรรม จึงสามารถเข้าใจได้ง่ายๆ เพราะไม่ต้องตีความ และประชาชนทั่วไปก็สามารถเข้าใจได้ถึงความเหมาะสม ความน่าไว้วางใจที่อุ๊งอิ๊งพูด ความรู้สึกเป็นพวกเดียวกับฮุนเซน ที่ปล่อยให้ฮุนเซนตำหนิทหารไทย หรือแม้แต่เจตนาคำพูดของอุ๊งอิ๊ง ที่ถามความต้องการของฮุนเซน ถ้าฟังแบบคนไทยฟังจะรู้ว่า อุ๊งอิ๊งพูดเพื่ออะไร สอดคล้องกับคำชี้แจงต่อศาลหรือไม่

การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ จึงไม่แปลกใจที่คนไทยส่วนใหญ่มีคำตอบอยู่ในใจแล้ว แต่เพราะเคารพกระบวนการยุติธรรม จึงรอฟังคำตัดสินอย่างเป็นทางการของศาล ว่ากระบวนการยุติธรรมยังเป็นที่พึ่งให้เป็นทางออกของประเทศหรือไม่

‘ปชน.’เกาะติดคำวินิจฉัยคดี‘คลิปเสียงอิ๊งค์’ หากรอด เตรียมคุย‘ภท.’เปิดซักฟอกมาตรา 151

‘ปชน.’เกาะติดคำวินิจฉัยคดี‘คลิปเสียงอิ๊งค์’ หากรอด เตรียมคุย‘ภท.’เปิดซักฟอกมาตรา 151

‘ปชน.’เกาะติดคำวินิจฉัยคดี‘คลิปเสียงอิ๊งค์’ หากรอด เตรียมคุย‘ภท.’เปิดซักฟอกมาตรา 151

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.31 น.

‘ปชน.’เกาะติดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญปม‘คลิปเสียงอิ๊งค์’ เชื่อส่งผลทางการเมือง ชี้หาก‘นายกฯ’รอด เตรียมคุย‘ภูมิใจไทย’เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 คาดรัฐบาลเลือกตั้งใหม่ เป็นทางออกที่ดีที่สุด

28 ส.ค.2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีคลิปเสียงของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม สนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในวันพรุ่งนี้ (29 ส.ค.)ว่า ต้องยอมรับตรงไปตรงมาว่า เรื่องนี้หากมีคำวินิจฉัยอะไร ก็จะส่งผลทางการเมืองอยู่มาก ในฐานะที่เป็นนักการเมืองฝ่ายค้านก็จะติดตามอย่างใกล้ชิด และได้มีการพูดคุยกับ สส. ของพรรค ว่าเรื่องนี้ติดตามและเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถเพิกเฉยได้เพราะอาจจะส่งผลทางการเมืองมากอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่าพรรคฝ่ายค้านจะมีการวางแผนเตรียมการเปิดอภิปรายรัฐบาล หลังมีคำวินิจฉัยหรือไม่นั้น นายรังสิมันต์กล่าวว่า สำหรับประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องแยกออกเป็นสองส่วนส่วนที่หนึ่งในกรณีที่สถานการณ์ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ การตรวจสอบของฝ่ายค้านก็ต้องเดินหน้าต่อไป ก่อนหน้านี้เราเองก็ได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านถึงแนวทางในการสอบและการใช้มาตรการที่สำคัญเช่นการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 แต่มีเหตุแทรกแซงกรณีของศาลรัฐธรรมนูญเข้ามา พรรคฝ่ายค้านจึงต้องพิจารณาใคร่ครวญ เพราะใช้ได้เพียงปีละครั้งจึงต้องพิจารณาในจุดนี้

“ย้ำว่าหากเข้าสู่ภาวะปกติและมีคำตัดสินของศาลให้นายกรัฐมนตรีรอด พรรคประชาชนก็จะพูดคุยกับภูมิใจไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ อย่างเป็นกิจจะลักษณะว่าจะมีการดำเนินการเมื่อไหร่ แต่หากเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝัน ก็คงต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้วจะเกิดอะไรขึ้น แต่พรรคประชาชนเคยเสนอไปก่อนหน้านี้ว่า ไม่อยากให้ประเทศไทยถึงทางตัน และไม่ควรมีใครพาไปถึงจุดนั้น พรรคประชาชนขอย้ำเหมือนเดิมว่า เรามีข้อตกลงและมีการเสนอรูปแบบไปแล้ว ว่าเราไม่ได้มีจุดประสงค์ในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลอย่างแน่นอน แต่เราพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และไม่เกิดทางตัน” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวขอย้ำว่าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ คือการคืนอำนาจให้กับประชาชน และไม่ว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องยอมรับว่าจะมีข้อครหาจากประชาชน ดังนั้นการเลือกตั้งใหม่ คือทางออกที่ดีที่สุด แต่ทางพรรคประชาชนก็ไม่สามารถที่จะไปกำหนดทุกอย่างได้

‘เขมร’อย่าแถ! ‘จิรายุ’ซัดปัดไม่เกี่ยวกับระเบิดไม่ได้ เหตุพบลักลอบฝังทุ่นใหม่

‘เขมร’อย่าแถ! ‘จิรายุ’ซัดปัดไม่เกี่ยวกับระเบิดไม่ได้ เหตุพบลักลอบฝังทุ่นใหม่

‘เขมร’อย่าแถ! ‘จิรายุ’ซัดปัดไม่เกี่ยวกับระเบิดไม่ได้ เหตุพบลักลอบฝังทุ่นใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.06 น.

‘จิรายุ’ซัด‘กัมพูชา’อ้างไม่เกี่ยวกับระเบิดที่ทำทหารเสียขาเมื่อวานนี้ไม่ได้ เหตุพบเป็นกับระเบิดใหม่ที่ลักลอบฝัง ละเมิดอธิปไตยของไทยและข้อตกลงหยุดยิงชัดเจน

28 สิงหาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) กล่าวว่า รัฐบาลไทยขอประณามการกระทำของกัมพูชาอย่างรุนแรงภายหลังเหตุการณ์ทหารไทย “พลทหาร อดิศร ป้อมกลาง” ประจำการพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเหยียบทุ่นระเบิด PMN-2 เมื่อวันพุธที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา จนต้องสูญเสียขาและทุพพลภาพถาวร นับเป็นรายที่ 6 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 และอีก2 นายได้รับบาดเจ็บ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังการประชุม คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค Regional Border Committee (RBC) ระหว่างกองทัพภาคที่ 2 ของไทยกับภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง “ความไม่จริงใจ” ของฝ่ายกัมพูชาในการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง อีกทั้งยังเป็นการละเมิดอธิปไตยของไทยอย่างชัดแจ้ง เนื่องจากจุดลาดตระเวนที่เกิดเหตุอยู่ในดินแดนของไทย และในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีกำลังพลไทยเหยียบกับระเบิดถึง 6 ครั้ง ถือเป็นการกระทำโดยเจตนา ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและอนุสัญญาออตตาวา ว่าด้วยการห้ามใช้กับระเบิดสังหารบุคคล ที่ขัดต่อหลักกฎหมายมนุษยธรรมสากล และไร้ซึ่งไร้มนุษย์ธรรมอย่างชัดแจ้ง

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า ส่วนการแถลงข่าวของรัฐบาลกัมพูชาเช้านี้ที่ออกมาปฏิเสธว่าเป็นกับระเบิดเก่าในสมัยสงครามนั้น เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ถูกเก็บกู้กับระเบิดไปหมดแล้ว อีกทั้งกับระเบิดที่พบก็เป็นรูปแบบใหม่ที่มีเทคโนโลยีหลบเลี่ยงเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด ซึ่งรัฐบาลกัมพูชาจำนนต่อหลักฐาน ที่พบมาโดยตลอดแต่ยังใช้วิธีปฏิเสธอย่างไม่มีความรับผิดชอบ เพื่อไม่ต้องรับผิดชอบกับอนุสัญญาออตตาวา

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยยืนยันตามข้อมูลจากกองทัพบกว่า ทุ่นระเบิด PMN-2 ที่พบเป็นการวางใหม่ ไม่ใช่ของเก่าตกค้างจากสงคราม พร้อมมีหลักฐานชัดเจนจากกองทัพบก ที่เผยว่ามีการโพสต์ภาพในสื่อสังคมออนไลน์โดยอินฟลูเอนเซอร์ฝ่ายกัมพูชาบริเวณปราสาทตาควายที่มีภาพทุ่นระเบิด PMN-2 และคลิปจากโทรศัพท์ที่ทหารกัมพูชาทิ้งไว้ในพื้นที่ภูมะเขือที่สอนการวางทุ่นระเบิดดังกล่าว รวมถึงมีการตรวจพบทหารกัมพูชาปฏิบัติการดักซุ่มตรวจการณ์ฝ่ายไทย บริเวณทิศตะวันตกของเนิน 350 ใกล้ปราสาทตาควาย 

นายจิรายุ กล่าวว่า รายงานโดยกองทัพบกพบว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีกำลังพลไทยเหยียบกับระเบิดถึง 6 ครั้ง ครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 บริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี  วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี   วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ที่ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์วันที่ 9 สิงหาคม 2568 ที่รอยต่อโดนเอาว์-กฤษณา จ.ศรีสะเกษ วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ที่ปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ และล่าสุด วานนี้ วันที่ 27 สิงหาคม 2568 ที่ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์

“ขอย้ำว่า ประเทศไทยจะดำเนินการทุกช่องทาง ทั้งการตอบโต้ที่เหมาะสมและ ทางการทูต กฎหมายระหว่างประเทศ และกลไกทวิภาคี เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบจากฝ่ายกัมพูชาและเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและความปลอดภัยของประชาชนไทยอย่างถึงที่สุด” นายจิรายุ กล่าว

เอาให้จบ! ‘พุทธิพงษ์’เดือด หนุน’กริพเพน’ปูพรมแนวทุ่นระเบิด

เอาให้จบ! 'พุทธิพงษ์'เดือด หนุน'กริพเพน'ปูพรมแนวทุ่นระเบิด

เอาให้จบ! ‘พุทธิพงษ์’เดือด หนุน’กริพเพน’ปูพรมแนวทุ่นระเบิด

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.39 น.

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า ก็ถ้าข้างบ้านมันวางกับระเบิดเยอะขนาดนั้น… ไม่ยอมเจรจา ไม่ยอมเก็บกู้… กริพเพนปูพรมแนวทุ่นระเบิด…เอาให้จบ!

#ทหารไม่ต้องบาดเจ็บอีก
#กริพเพนทำงาน
#รักษาอธิปไตยของประเทศไทย