
6 ม.ค. 2569 15:20 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
“มาชาโด” ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลาเผย ไม่ได้คุยกับ “ทรัมป์” ตั้งแต่ ต.ค.
มาเรีย คอรีนา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลาและเจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพ ระบุไม่ได้ติดต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2025 พร้อมย้ำสนับสนุนการเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา ขณะเตรียมกลับประเทศโดยเร็วที่สุด ท่ามกลางสถานการณ์เปลี่ยนผ่านอำนาจหลังการจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร
มาเรีย คอรีนา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา ให้สัมภาษณ์ในรายการ “Hannity” ทางช่องฟ็อกซ์นิวส์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (5 ม.ค.) โดยเป็นการปรากฏตัวผ่านสื่อครั้งแรกนับตั้งแต่กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเวเนซุเอลาและควบคุมตัวนายนิโกลัส มาดูโร เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
มาชาโดเปิดเผยว่า เธอไม่ได้พูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อีกเลยนับตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2025 ซึ่งเป็นวันที่เธอได้รับประกาศชื่อให้เป็นผู้ชนะรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ อย่างไรก็ตาม เธอได้แสดงทัศนะว่าประธานาธิบดีทรัมป์สมควรได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเช่นกัน จากการตัดสินใจดำเนินการในเวเนซุเอลา ซึ่งเธอยกย่องว่าเป็น “ก้าวที่ยิ่งใหญ่สำหรับมนุษยชาติ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีของมนุษย์”
ปัจจุบันมาชาโดพำนักอยู่ที่นอร์เวย์หลังจากเดินทางไปรับรางวัลโนเบลเมื่อเดือนก่อน เธอระบุว่ามีแผนจะเดินทางกลับเวเนซุเอลา “โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” เธอระบุว่าที่ผ่านมาเธอต้องหลบซ่อนเป็นเวลาหลายเดือน เพราะไม่ปลอดภัยที่จะกลับประเทศ และเห็นว่าการซ่อนตัว “เป็นประโยชน์มากกว่า”
เธอยังได้วิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์ในประเทศว่า “นิโกลัส มาดูโร” เคยควบคุมระบบการเลือกตั้งไว้อย่างเบ็ดเสร็จจนไม่สามารถจัดการเลือกตั้งที่เป็นอิสระได้ แต่ฝ่ายค้านก็สามารถเอาชนะได้อย่างถล่มทลายในที่สุด นอกจากนี้ เธอยังประณามการจับกุมผู้สื่อข่าว 14 รายที่เกิดขึ้นล่าสุด และย้ำว่า เดลซี โรดริเกซ ที่เพิ่งสาบานตนเป็นประธานาธิบดีรักษาการ “เป็นบุคคลที่ไว้ใจไม่ได้” และเวเนซุเอลาจำเป็นต้องเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านอำนาจที่แท้จริง
แม้มาชาโดจะแสดงความขอบคุณต่อสหรัฐฯ แต่ดูเหมือนสถานการณ์ทางการเมืองจะมีความซับซ้อนขึ้น เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาในเชิงปฏิเสธที่จะร่วมงานกับเธอ โดยทรัมป์ให้ความเห็นว่า “เธอไม่ได้รับการสนับสนุนหรือความเคารพจากภายในประเทศมากพอ” ซึ่งคำกล่าวนี้สร้างความกังขาต่ออนาคตการเป็นผู้นำประเทศของมาชาโดในสายตาของวอชิงตัน
ปัจจุบันเวเนซุเอลากำลังอยู่ในช่วงสุญญากาศทางการเมือง หลังจากการบุกจับกุมตัวนิโคลัส มาดูโร โดยกองกำลังสหรัฐฯ ส่งผลให้ เดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีและรัฐมนตรีน้ำมัน ต้องก้าวขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการท่ามกลางการจับตามองของประชาคมโลก.
ที่มา Reuters









