ทีม TPA-iPES จากโรงเรียนเตรียมวิศวฯ มจพ. คว้ารางวัลชนะเลิศ ‘RoboCup 2025 Salvador’

ทีม TPA-iPES จากโรงเรียนเตรียมวิศวฯ มจพ. คว้ารางวัลชนะเลิศ 'RoboCup 2025 Salvador'

ทีม TPA-iPES จากโรงเรียนเตรียมวิศวฯ มจพ. คว้ารางวัลชนะเลิศ ‘RoboCup 2025 Salvador’

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.50 น.

ทีม TPA-iPES นักเรียนโรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ไทย-เยอรมัน มจพ. คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากการแข่งขันหุ่นยนต์ RoboCup 2025 Salvador จากประเทศบราซิล

ทีม TPA-iPES นักเรียนโรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ไทย-เยอรมัน วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากการแข่งขันหุ่นยนต์ RoboCup 2025 Salvador ประเภททีมรวม (Super Team) และอันดับที่ 12 ในประเภททีมเดี่ยว (Individual Team) มีรายชื่อทีมนักเรียนสาขาเตรียมวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ชั้นปีที่ 3ประกอบด้วย 1. นายนิกันติ จิราสุคนธ์,  2. นายสิรภพ สุดเดือน 3. นายวัชรพงศ์ เทพนอก อาจารย์ผู้ควบคุมทีม  ได้แก่ อาจารย์คฑาวุฒิ อุชชิน และอาจารย์ชัยนรินท์ เชาว์ชัยพัฒน์ จัดการแข่งขัน ณ Salvador Convention Center รัฐบาเยีย ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 15 – 21 กรกฎาคม 2568

การแข่งขันหุ่นยนต์ RoboCup 2025 Salvador เป็นเวทีการแข่งขันหุ่นยนต์สำหรับเยาวชนในระดับโลก มีทีมนักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมดจำนวน 19 ทีม จาก 17 ประเทศทั่วโลก ล้วนแต่เป็นประเทศชั้นนำทางด้านเทคโนโลยีของโลก อาทิ อเมริกา แคนนาดา เยอรมัน อิตาลี ออสเตรเลีย อิหร่าน ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ เม็กซิโก ฮ่องกง เชโกสโลวาเกีย โครเอเชีย มาเก็า และบราซิล โดยลักษณะการแข่งขันในประเภททีมเดี่ยวแต่ละทีมจะมีหุ่นยนต์ทีมละสองตัวทำงานแบบอัตโนมัติเคลื่อนที่หาลูกบอลสีส้มเพื่อส่งเข้าประตูฝั่งตรงข้าม ส่วนในประเภททีมรวม (Super team) จะแบ่งออกทีมละสามประเทศส่งหุ่นยนต์ประเทศละ 1-2 ตัว ลงสนามรวมให้ได้ทีมละ 5 ตัว ของทีมมหาวิทยาลัยเราส่งลง 2 ตัว สนามขยายขนาดใหญ่ขึ้น นักเรียนของเรา ต้องปรับเปลี่ยนแผนในการแข่งขัน โดยตั้งโปรแกรมหน้างานเพื่อให้หุ่นยนต์เหมาะสมกันการแข่งขันในครั้งนี้

โดยมีผู้ได้รับรางวัลในประเภท Super team ดังนี้

1 ทีม TPA-iPES จาก รร.เตรียมวิศวกรรมศาสตร์ไทย-เยอรมัน (ไทย)

2 ทีม EMM-Soccer จาก Escola dos Moradores de Macau (จีน)  

3 ทีม ZG 24 Robotics จาก Hrvatski robotički savez (โครเอเชีย)

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) แสดงความชื่นชมและยินดีกับทีมนักเรียนโรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ไทย-เยอรมัน และคณาจารย์ ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในเวทีระดับโลกครั้งนี้ สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยและมหาวิทยาลัยได้สำเร็จ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการแก้ไขปัญหาจากการแข่งขัน การทำงานเป็นทีม การตัดสินใจที่มุ่งมั่นสามารถเอาชนะประเทศที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ในระดับต้นๆ ของโลก นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่เด็กไทยนั้นเก่งและไม่แพ้ชาติใดในโลก

-(016)

‘วัดพระธรรมกาย’เชิญชวนร่วมกิจกรรมวันสมาธิโลก

‘วัดพระธรรมกาย’เชิญชวนร่วมกิจกรรมวันสมาธิโลก

‘วัดพระธรรมกาย’เชิญชวนร่วมกิจกรรมวันสมาธิโลก

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.05 น.

‘วัดพระธรรมกาย’เชิญชวนร่วมกิจกรรมวันสมาธิโลก เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนหันมาสนใจการทำสมาธิและตระหนักถึงประโยชน์ส่งผลต่อสันติภาพ

25 กรกฎาคม 2568 พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า องค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ได้กำหนดให้ วันที่ 6 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันสมาธิโลก (World Meditation Day) เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พุทธศักราช 2488 ได้มีการนำระเบิดปรมาณูที่มีอานุภาพร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ไปปล่อยลงที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์อันเจ็บปวดจากสงครามโลกครั้งที่ 2 นี้ ทำให้ชาวโลกตระหนักถึงภัยอันใหญ่หลวงของสงคราม จึงได้พยายามร่วมมือกันจัดตั้งองค์กรกลางขึ้นมา เพื่อรักษาสันติภาพให้แก่ประชาคมโลก นั่นคือ องค์การสหประชาชาติ ดังนั้น ที่ประชุมขององค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (ยพสล.) ปีพุทธศักราช 2531 ได้เห็นความสำคัญของการทำสมาธิ จึงเสนอให้วันที่ 6 สิงหาคม เป็นวันสมาธิโลก เพื่อเป็นวันรวมใจของชาวพุทธและชาวโลกทั้งหลายมานั่งสมาธิ เพื่อให้เป็นมรณสติเตือนใจ และมุ่งที่จะให้เกิดสันติภาพของโลกที่แท้จริงและยั่งยืน

วันสมาธิโลกในปีนี้ทางวัดพระธรรมกาย จึงได้ขึ้นในวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนหันมาสนใจการทำสมาธิและตระหนักถึงประโยชน์ต่อสุขภาพกายและใจ ทำให้เกิดความสงบภายในและส่งผลต่อสันติภาพในสังคม ซึ่งทุกคนสามารถร่วมกันทำสมาธิได้โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา หรือวัฒนธรรม โดยพิธีกรรมภาคเช้าเป็นพิธีบูชาข้าวพระ นั่งสมาธิปฏิบัติธรรม พิธีกล่าวคำถวายอาคาร 82 ปี หลวงพ่อธัมมชโย พิธีกล่าวคำถวายภัตตาหารเป็นสังฆทาน ภาคบ่ายเป็นพิธีมุทิตาสักการะ พระภิกษุผู้สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคระดับโลก ปีที่ 37 พิธีมอบโล่เกียรติยศและทุนการศึกษา สำนักเรียนบาลีดีเด่นทั่วประเทศ พิธีถวายมหาสังฆทานคณะสงฆ์ 2,000 กว่าวัดทั่วประเทศ ปีที่ 25 พิธีถวายไทยธรรมคณะสงฆ์ 323 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีที่ 21 ครั้งที่ 180

ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่าน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสันติภาพให้เกิดขึ้น ในวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 09.30 น. – 16.30 น. ณ วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี หรือสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดได้ที่เพจ Facebook สำนักสื่อสารองค์ วัดพระธรรมกาย ,www.gbnus.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-831-1000

‘เทวัญ’เปิด‘ค่ายลูกเสือ 4 จังหวัด’เป็นศูนย์พักพิงให้ปชช.ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสู้รบ

‘เทวัญ’เปิด‘ค่ายลูกเสือ 4 จังหวัด’เป็นศูนย์พักพิงให้ปชช.ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสู้รบ

‘เทวัญ’เปิด‘ค่ายลูกเสือ 4 จังหวัด’เป็นศูนย์พักพิงให้ปชช.ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสู้รบ

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.56 น.

‘เทวัญ’เปิด‘ค่ายลูกเสือ 4 จังหวัด’เป็นศูนย์พักพิงให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา ระดม‘ลูกเสือ’บริจาคโลหิต พร้อมมอบถุงยังชีพพื้นที่น้ำท่วมภาคเหนือ

25 กรกฎาคม 2568 นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2568 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

นายเทวัญ กล่าวว่า ตามที่ เมื่อวานนี้ (24 ก.ค.68 ) เกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่บริเวณพรมแดนพื้นที่ จ. สุรินทร์ จ. ศรีสะเกษ จ. อุบลราชธานี จ. บุรีรัมย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 14 คน และบาดเจ็บ อีก 40 กว่าคน  ทำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่บริเวณที่มีการปะทะกันจะต้องอพยพไปอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงต่างๆของจังหวัด

“ผมจึงหารือกับ ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัด ศธ. ทำหน้าที่เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ(สลช.) ว่า เรามีศูนย์ หรือค่ายลูกเสืออยู่เกือบทุกจังหวัด  และใน จ. สุรินทร์ จ. ศรีสะเกษ จ. อุบลราชธานี จ. บุรีรัมย์ เรามีค่ายลูกเสือที่สามารถเปิดให้คนเข้าไปพักได้ค่ายละ  500-1,000 คน  ดังนั้น เราจะเปิดค่ายลูกเสือทั้ง 4 ค่ายให้เป็นศูนย์พักพิงเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนเข้าไปหลบภัยจากเหตุปะทะกัน และ สลช.จะขอความร่วมมือจากลูกเสือจิตอาสา ให้มาอยู่ในค่ายลูกเสือทั้ง 4 แห่ง เพื่อทำอาหาร ดูแลเรื่องความปลอดภัย และช่วยอำนวยความสะดวกทั้ง 4 ค่าย” นายเทวัญ กล่าว

รมช.ศธ. กล่าวต่อว่า ขณะนี้สภากาชาดไทยขอความร่วมมือในการร่วมบริจาคโลหิต เพื่อสำรองไว้ กรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือมีการต่อสู้กันตามพรหมแดนไทย-กัมพูชา ดังนั้น สลช.จะระดมลูกเสือที่มีความพร้อมไปบริจาคโลหิตใน 4 จังหวัดที่มีเหตุประทะกัน และเชิญชวนให้ลูกเสือทั่วประเทศไปร่วมบริจาคโลหิตกัน

“พรุ่งนี้ ผมจะไปโคราช ก็จะนำลูกเสือ ใน จ.นครราชสีมา ไปบริจาคโลหิต และผมก็จะบริจาคโลหิตด้วย” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

นายเทวัญ กล่าวต่อว่า เนื่องจากขณะนี้ได้เกิดเหตุอุทกภัยในหลายจังหวัดที่ภาคเหนือ เช่น จ.เชียงราย จ.พระเยา จ.น่าน ดังนั้น ในนามสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ(สลช.)จะจัดถุงยังชีพไปมอบให้กับผู้ที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดที่ สลช.จะไปทำนี้ เพื่อช่วยเยียวยาคนไทยที่ได้รับผลกระทบและเป็นการให้กำลังใจทหารหาญ

บพท.สานพลังบรรเทาภัย ‘สู้รบชายแดนไทย-น้ำท่วม’ ตั้งศูนย์บรรเทาทุกข์เร่งด่วน

บพท.สานพลังบรรเทาภัย 'สู้รบชายแดนไทย-น้ำท่วม' ตั้งศูนย์บรรเทาทุกข์เร่งด่วน

บพท.สานพลังบรรเทาภัย ‘สู้รบชายแดนไทย-น้ำท่วม’ ตั้งศูนย์บรรเทาทุกข์เร่งด่วน

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.12 น.

อว.สั่ง บพท.สานพลังบรรเทาภัยสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา และสถานการณ์น้ำท่วม ระดมชุดความรู้ตั้งศูนย์พักพิง-ครัวกลาง บรรเทาทุกข์ชาวบ้านเร่งด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รมว.กระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กำชับ บพท.หลอมรวมพลังเครือข่ายมหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่ทั่วประเทศ ในสังกัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.)โดยเร่งด่วน ระดมธารน้ำใจทั้งในรูปเงินบริจาค สิ่งของจำเป็น และอาหารปรุงสำเร็จ ช่วยบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยจากการสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และผู้ประสบภัยจากอุทกภัย จังหวัดน่าน

ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า ได้นำเอาข้อสั่งการของ คุณสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.อว.ในการขับเคลื่อนกลไก อว.ส่วนหน้าเพื่อประชาชน ไปดำเนินให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างเท่าทันสถานการณ์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่กำลังประสบภัยจากการสู้รบ และภัยจากอุทกภัยอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความรวดเร็วโดยระดมการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายมหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งทำโครงการวิจัยร่วมกับ บพท.เพื่อรวบรวมส่งมอบไปบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนที่ประสบภัยทั้งภัยจากการสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาบริเวณจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และภัยจากอุทกภัยที่จังหวัดน่าน

“การระดมความสนับสนุนจะดำเนินการทั้งในรูปเงินบริจาคเข้าบัญชีมหาวิทยาลัย หรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องในพื้นที่โดยตรง หรือในรูปสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และใช้ชุดความรู้จากงานวิจัยซึ่งเป็นองค์ความรู้จากงานวิจัยในการบริหารจัดการภัยพิบัติ อย่างเป็นระบบให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนที่ประสบภัย”

ผู้อำนวยการ บพท. กล่าวด้วยว่า ชุดความรู้จากงานวิจัย บ่งชี้ว่าการบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนที่ประสบภัย นอกเหนือจากการจัดหาสิ่งของจำเป็นต่อการยังชีพแก่ผู้ประสบภัยแล้ว ยังควรต้องมีการตั้งครัวกลาง ในศูนย์พักพิงชั่วคราว บริเวณมหาวิทยาลัยในพื้นที่ เพื่อ จัดทำอาหารปรุงสำเร็จพร้อมรับประทานให้แก่ประชาชน ตลอดอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะนำพาความช่วยเหลือไปส่งมอบแก่ประชาชนผู้ประสบภัย โดยครัวกลางดังกล่าวจะอยู่ในมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ มหารวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาน่าน

“การดำเนินการดังกล่าวได้เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากภาคีเครือข่ายมหาวิทยาลัยในพื้นที่ และได้รับการสนับสนุนอย่างดีจาก รมว.อว. ตลอดจนผู้บริหาร อว. อีกทั้งรมว.อว.มีการติดตามผลการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ชาวบ้านอย่างใกล้ชิด” ผู้อำนวยการ บพท. กล่าวทิ้งท้าย 

สพฐ.ปิด 751 โรงเรียนพื้นที่เสี่ยงเหตุการณ์ไม่สงบ ชายแดนไทย-กัมพูชา

สพฐ.ปิด 751 โรงเรียนพื้นที่เสี่ยงเหตุการณ์ไม่สงบ ชายแดนไทย-กัมพูชา

สพฐ.ปิด 751 โรงเรียนพื้นที่เสี่ยงเหตุการณ์ไม่สงบ ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 11.53 น.

สพฐ. ร่วมเยียวยานักเรียน-ครู เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ปิด 751 โรงเรียนพื้นที่เสี่ยง  

25 กรกฎาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ปะทะบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา  ซึ่งล่าสุด ตนได้รับรายงานจาก นางรัตติกร ทองเนตร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (ผอ.สพม.) ศรีสะเกษ ยโสธร ว่า หลังเกิดเหตุปะทะทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ได้ให้โรงเรียนในสังกัดที่ติดขอบชายแดนไทย-กัมพูชา ทำการอพยพนักเรียนและปิดการเรียนการสอนอย่างเร่งด่วน พร้อมกำชับสถานศึกษาในสังกัดทุกแห่ง ให้สอดส่องความปลอดภัยของนักเรียน และดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ได้สั่งการกำชับไว้ 

อีกทั้ง เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. เมื่อวานนี้ (24 กรกฎาคม 2568) ฝ่ายกัมพูชาได้ยิงกระสุนปืนใหญ่ตกใส่ร้านสะดวกซื้อ ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านน้ำเย็น อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ในจำนวนนี้มีเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.3 ด้วย กระทรวงศึกษา โดย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงมีข้อสั่งการให้ดำเนินการเร่งเยียวยาโดยด่วน ทั้งในระยะสั้น (ภายใน 7–30 วัน) ป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา และเยียวยาจิตใจในช่วงอพยพ รวมถึงในระยะยาว (ภายใน 3–12 เดือน) เพื่อฟื้นฟูโอกาสทางการศึกษาในเขตชายแดน และเตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุซ้ำ ซึ่ง สพฐ. จะร่วมเยียวยาครอบครัวนักเรียนที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า จากสถานการณ์ตึงเครียดดังกล่าว ได้รับรายงานว่า มีโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ปิดเรียนแล้ว จำนวน 751 โรงเรียน ได้แก่ สพป.อุบลราชธานี เขต 5 ปิด 95 โรงเรียน สพม.อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ปิด 4 โรงเรียน สพป.ศรีสะเกษ เขต 3 ปิด 45 โรงเรียน สพป.ศรีสะเกษ เขต 4 ปิด 132 โรงเรียน สพม.ศรีสะเกษ ปิด 12 โรงเรียน สพป.บุรีรัมย์ เขต 2 ปิด 47 โรงเรียน สพป.บุรีรัมย์ เขต 3 ปิด 34 โรงเรียน สพม.บุรีรัมย์ ปิด 4 โรงเรียน สพป.สุรินทร์ เขต 3 ปิด 233 โรงเรียน สพม.สุรินทร์ ปิด 25 โรงเรียน สพป.สระแก้ว เขต 1 ปิด 27 โรงเรียน สพป.สระแก้ว เขต 2 ปิด 71 โรงเรียน สพม.สระแก้ว ปิด 7 โรงเรียน และสพป.จันทบุรี เขต 2 ปิด 15 โรงเรียน (ข้อมูล ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 18.00 น.)

“พร้อมกันนี้ ผู้บริหาร สพฐ. และผู้บริหาร สพท. จะลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์อย่างเร่งด่วน โดยประชุมหารือเพื่อแจ้งแนวปฏิบัติการจัดการเรียนการสอนหลังจากนี้ ตลอดจนแจ้งให้ผู้ปกครองรับทราบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ สพฐ. ได้แจ้งกำชับ สพท. และสถานศึกษาทุกแห่งในเขตพื้นที่จังหวัดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ ตราด จันทบุรี สระแก้ว อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ให้เตรียมวางแผนหารูปแบบการจัดการศึกษาร่วมกับคุณครูและผู้ปกครอง เพื่อให้เหมาะสมกับนักเรียน และให้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุและแนวปฏิบัติอย่างเคร่งครัด พร้อมเฝ้าระวังผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว และเตรียมพร้อมใช้พื้นที่ของโรงเรียนที่ปลอดภัยเป็นศูนย์พักพิงหรือให้ความช่วยเหลือชั่วคราวแก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

ในหลวงทรงห่วงใย พระราชทานกระเช้าสิ่งของ แก่ผู้บาดเจ็บเหตุปะทะไทย-กัมพูชา

ในหลวงทรงห่วงใย พระราชทานกระเช้าสิ่งของ แก่ผู้บาดเจ็บเหตุปะทะไทย-กัมพูชา

ในหลวงทรงห่วงใย พระราชทานกระเช้าสิ่งของ แก่ผู้บาดเจ็บเหตุปะทะไทย-กัมพูชา

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 22.30 น.

บุรีรัมย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะตามแนวแดน ไทย-กัมพูชา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ 

24 กรกฎาคม 2568 เวลา 18:30 น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายปิยะ  ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เชิญแจกันดอกไม้และกระเช้าสิ่งของพระราชทานไปมอบเป็นขวัญกำลังใจแก่นายบุญนำ ด้วงประโคน อายุ 53 ปี ชาวบ้านโคกเบ็งเหนือ หมู่ที่ 16 ตำบลบ้านกรวด อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ 

ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายทหารกัมพูชา ตกในพื้นที่ อำเภอบ้านกรวด ช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันที่ 24 ก.ค.68  ทำให้นายบุญนำ ซึ่งขณะนั้นกำลังดำนา ซ่อมข้าวที่แปลงนาของตนเองในพื้นที่บ้านยาง หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านกรวด อำเภอบ้านกรวด  จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ถูกสะเก็ดระเบิดเป็นแผล บริเวณขา และแขนด้านขวา ขณะนี่ได้พักรักษาตัวอยู่ที่อาคารศัลยกรรมและศัลยกรรมกระดูก โรงพยาบาลประโคนชัย อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์  โดยมีแพทย์พยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด การได้รับสิ่งของพระราชทานในครั้งนี่ ยังความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ 

จากเหตุปะทะระหว่างทหารไทย -กัมพูชา ตามแนวชายแดน ทหารไทยกับกัมพูชา ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา มีกระสุนปืนใหญ่ตกในพื้นที่หลายตำบลของ อ.บ้านกรวด ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายคือ นายบุญนำ  ด้วงประโคน ส่วนบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 2 หลัง วัวตาย  3 ตัว ขณะนี้ได้มีการอพยพประชาชน โดยเฉพาะ เด็ก ผู้สูงอายุและกลุ่มผู้เปราะบางใน 4 ตำบลของอำเภอบ้านกรวด ไปยังพื้นที่ปลอดภัย โดยมีส่วนราชการ ภาคเอกชน จิตอาสาพระราชทาน904 วปร. และประชาชนจิตอาสา ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว.

012

ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ พร้อมใจบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล

ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ พร้อมใจบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล

ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ พร้อมใจบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 21.05 น.

ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ พร้อมใจกันร่วมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 (เป็นวันที่สาม)

24 กรกฎาคม 2568 ที่ห้องอเนกประสงค์ อาคารศาลาลูกขุนใน พระบรมมหาราชวัง ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ พร้อมใจกันร่วมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 (เป็นวันที่สาม) โดยข้าราชบริพารฯได้น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทำความดีเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมายึดถือปฏิบัติ 
ด้วยทรงมีพระราชประสงค์ให้ข้าราชบริพารในพระองค์ เป็นแบบอย่างของการเป็นข้าราชการที่ดี มีจิตอาสา จิตสาธารณะ มีความเสียสละอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม มีความกตัญญู ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ร่วมทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน และไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน

ในวันนี้มีข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ จากสำนักงานองคมนตรี สำนักพระราชวัง กองแพทย์หลวง กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ประจำพระองค์ เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ คณะครูโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ และกองรักษาการณ์ตำรวจ พระบรมมหาราชวัง พร้อมใจเข้าร่วมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 โดยมี ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ เป็นประธานในพิธี ซึ่งวันนี้ศูนย์บริการโลหิต โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแทพย์ทหารอากาศ เป็นหน่วยบริการมารับบริจาคโลหิต

โดยในวันนี้ มีข้าราชบริพารในพระองค์ผ่านการคัดกรอง ร่วมบริจาคโลหิตได้ จำนวน  237  คน ได้โลหิต จำนวนรวม  106,650  ซีซี  สำหรับการบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ในครั้งนี้ มีกำหนด 3 วัน คือวันที่ 21, 23 และ 24 กรกฎาคม 2568 มีผู้ผ่านการคัดกรอง จำนวนรวม 524 คน และได้โลหิต จำนวนรวม 233,800 ซีซี 

ทั้งนี้ โลหิตดังกล่าวจะนำไปใช้เป็นโลหิตสำรอง สำหรับใช้รักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่าง ๆ ต่อไป ในการพร้อมใจร่วมกันบริจาคโลหิตของข้าราชบริพารในพระองค์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเสียสละ อุทิศตน มีจิตอาสา ช่วยเหลือและทำความดีเพื่อส่วนรวม ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างของข้าราชการที่ดี ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะให้ประเทศชาติมีความมั่นคงและประชาชนมีความสุข.

012

‘นฤมล’ ยกระดับความปลอดภัย หลังเหตุปะทะชายแดนตึงเครียด เตรียมศูนย์พักพิงรับผู้เรียน-ประชาชนอพยพ

‘นฤมล’ ยกระดับความปลอดภัย หลังเหตุปะทะชายแดนตึงเครียด เตรียมศูนย์พักพิงรับผู้เรียน-ประชาชนอพยพ

‘นฤมล’ ยกระดับความปลอดภัย หลังเหตุปะทะชายแดนตึงเครียด เตรียมศูนย์พักพิงรับผู้เรียน-ประชาชนอพยพ

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 21.05 น.

24 กรกฎาคม 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานสถานการณ์ความไม่สงบจากเหตุปะทะกันระหว่างกำลังความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ใกล้พื้นที่ปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเช้าวันเดียวกัน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่

รมว.ศธ. กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ และได้มีคำสั่ง ปิดโรงเรียนทุกแห่งในบริเวณที่เกิดเหตุการปะทะเป็นการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และเจ้าหน้าที่

“ดิฉันได้กำชับให้โรงเรียนในเขตชายแดนจัดเตรียมแผนรับมืออย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการเตรียมหลุมหลบภัย หรือพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียน รวมถึงสั่งการให้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่ปลอดภัย เพื่อรองรับนักเรียนและครอบครัวที่อาจต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง” รมว.ศธ. กล่าว

ทั้งนี้ ได้มีหนังสือถึงหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ถึงการดำเนินการต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักเรียน นักศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว ให้ดำเนินการดังนี้

– ให้สถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ใช้ดุลยพินิจพิจารณาหยุดหรือเลื่อนการเรียนการสอนและกิจกรรมต่าง ๆ

– หากเกิดเหตุที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ให้รายงานผู้บังคับบัญชาโดยด่วน

– ให้สถานศึกษาหรือหน่วยงานราชการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย เตรียมความพร้อมและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดตั้งศูนย์พักพิงแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการจะประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง และจะพิจารณาเปิดเรียนตามปกติเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อไม่ให้กระทบต่อการจัดการเรียนการสอนของนักเรียนในระยะยาว

3 มหาวิทยาลัย เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวรองรับเหตุปะทะชายแดนไทย – กัมพูชา

3 มหาวิทยาลัย เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวรองรับเหตุปะทะชายแดนไทย - กัมพูชา

3 มหาวิทยาลัย เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวรองรับเหตุปะทะชายแดนไทย – กัมพูชา

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 20.54 น.

‘มรภ.สุรินทร์ – มรภ.ศรีสะเกษ – ม.อุบล’ เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวรับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดนไทย – กัมพูชาแล้ว กว่า 5 พันคน “สุดาวรรณ” ขอความร่วมมือบุคลากร อว. บริจาคเลือดสำรองและสิ่งของให้ทหารและผู้ป่วยที่ต้องการเลือดเร่งด่วน

24 กรกฎาคม 2568 น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีคำสั่งเร่งด่วนให้ทุกมหาวิทยาลัยในสังกัดที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ใกล้เคียงชายแดนไทย-กัมพูชา เปิด “ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยการปะทะชายแดน (อว.เพื่อประชาชน)” เพื่อเป็นหนึ่งในหน่วยงานให้ความช่วยเหลือและเป็นที่พึ่งพิงให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ปะทะกันของทหารไทยและกำลังพลกัมพูชา ซึ่งมีจุดเริ่มต้นบริเวณปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ และได้ขยายวงกว้างลุกลามเข้าสู่พื้นที่พลเรือนของฝั่งไทย ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในพื้นที่ 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดศรีสะเกษ (อ.กันทรลักษ์), จังหวัดสุรินทร์ (อ.กาบเชิง, อ.พนมดงรัก), จังหวัดบุรีรัมย์ (อ.บ้านกรวด) และจังหวัดอุบลราชธานี (อ.น้ำยืน) ซึ่งรายงานล่าสุดระบุว่ามีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง สร้างความหวาดกลัวและความสูญเสียให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

น.ส.สุดาวรรณ กล่าวว่า ดิฉันมีความห่วงใยในความปลอดภัยและสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างยิ่ง จึงได้สั่งการลงไปยัง อว.ส่วนหน้า และขอความร่วมมือมหาวิทยาลัยทุกแห่งในพื้นที่ ให้ผนึกกำลังจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยขึ้นโดยทันที เพื่อเป็นที่พักพิงชั่วคราวและบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า โดยเราจะใช้ศักยภาพของสถาบันอุดมศึกษาในการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ในยามวิกฤตนี้ ขณะเดียวกัน ยังได้ขอความร่วมมือบุคลากรกระทรวง อว. ที่อยู่ในหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยร่วมบริจาคโลหิตเพื่อสำรองให้หน่วยทหารและผู้ป่วยที่ต้องการเลือดเร่งด่วน โดยสามารถเดินทางไปบริจาคได้ที่โรงเรียนแพทย์ในสังกัดกระทรวง อว. หรือสถานพยาบาลอื่นๆ”

หลังจากการสั่งการของ รมว.อว ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้ขานรับนโยบายอย่างรวดเร็ว โดยเปิดพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยจัดตั้งเป็น ศูนย์พักพิงชั่วคราว รองรับผู้อพยพที่ต้องละทิ้งบ้านเรือนเพื่อหนีภัยความไม่สงบ ซึ่งขณะนี้มีประชาชนหลั่งไหลเข้ามาขอพักพิงแล้วกว่า 5,000 ชีวิต ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และคนชรา โดยทางมหาวิทยาลัยได้ระดมสรรพกำลังทั้งบุคลากรและนักศึกษาจิตอาสา จัดเตรียมสิ่งของจำเป็นพื้นฐานอย่างเร่งด่วน ทั้งอาหารปรุงสุก น้ำดื่ม ยารักษาโรค ชุดปฐมพยาบาล และเครื่องใช้ที่จำเป็น เพื่อมอบให้กับผู้อพยพทุกคนอย่างทั่วถึง

นอกจากการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่แล้ว กระทรวง อว. โดยศูนย์ปฏิบัติการฯ อว.เพื่อประชาชน ยังได้เป็นศูนย์กลางในการรับบริจาคสิ่งของจากภาคประชาชน เพื่อส่งต่อไปยังผู้ประสบภัยโดยตรง ขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยร่วมส่งธารน้ำใจและความช่วยเหลือไปยังผู้ที่กำลังเดือดร้อน โดยสามารถนำสิ่งของมาบริจาคได้ที่ จุดรับบริจาค: บริเวณชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ถนนโยธี กรุงเทพฯ ทั้งนี้ กระทรวง อว. ยืนยันว่าจะดำเนินการลำเลียงสิ่งของบริจาคทั้งหมดจากพี่น้องประชาชน ส่งตรงไปยังศูนย์พักพิงและผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนโดยเร็วที่สุด เพื่อส่งมอบกำลังใจและความช่วยเหลือให้ถึงมือผู้เดือดร้อนเพื่อแสดงให้เห็นว่า คนไทยไม่ทิ้งกัน 

-(016)

‘วัดพระธรรมกาย-มูลนิธิฯ’จัดพิธีถวายสังฆทาน 323 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 179

‘วัดพระธรรมกาย-มูลนิธิฯ’จัดพิธีถวายสังฆทาน 323 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 179

‘วัดพระธรรมกาย-มูลนิธิฯ’จัดพิธีถวายสังฆทาน 323 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 179

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.00 น.

‘วัดพระธรรมกาย-มูลนิธิฯ’จัดพิธีถวายสังฆทาน 323 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 179

24 ก.ค.68 เวลา 09.00 น. พระเทพวชิรนายก เจ้าคณะจังหวัดยะลา เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน เป็นประธานสงฆ์ พิธีถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 323 วัด พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้วายชนม์จากเหตุการณ์ความไม่สงบ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา) ปีที่ 21 ครั้งที่ 179 และพิธีมอบกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ ปีที่ 18 ครั้งที่ 143 จำนวน 98 กองทุน โดยได้รับเกียรติจาก พ.อ.เปรียว ติณสูลานนท์ ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานฝ่ายฆราวาส  ณ วัดเวฬุวัน อ.เมือง จ.ยะลา โดยมีพุทธศาสนิกชนทั้งในและต่างประเทศร่วมกิจกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ทาง http://www.zoom.com ,www.gbnus.com

ภาคเช้าเป็นพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่คณะสงฆ์ ภาคสายเป็นพิธีมอบกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ ปีที่ 18 ครั้งที่ 143 พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้วายชนม์อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบ พิธีถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 323 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีที่ 21 ครั้งที่ 179 จากนั้นพระภาวนาธรรมวิเทศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายและผู้แทนกัลยาณมิตรทั่วทั้งโลกกล่าวความในใจ เปิดวีดีโอประมวลภาพทบทวนงานฟื้นฟูศีลธรรมโลก และมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ทหาร ตำรวจ

พระเทพวชิรนายก เจ้าคณะจังหวัดยะลา เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน ได้กล่าวสัมโมทนียกถาตอนหนึ่งว่า “องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ฝากไว้กับพุทธบริษัท 4 อันได้แก่ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ให้ตั้งจิตตั้งใจสมานสามัคคีกันไว้ให้มั่นคง ด้วยการประพฤติ ปฏิบัติธรรมะ ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า คือ พระธรรมกับพระวินัย พระธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่บัญญัติไว้แล้ว แสดงไว้แล้ว สิ่งนี้เป็นครู ตราบใดที่พุทธบริษัท 4  ยังประพฤติปฏิบัติธรรมะ คำสั่งสอน ด้วยการให้ทาน รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา โดยพร้อมเพรียงกันอย่างนี้ พระพุทธศาสนายังจะเจริญรุ่งเรือง ดังในวันนี้ที่ทุกคนได้มาประพฤติปฏิบัติตามธรรมะ ธรรมมาโอวาทข้อนี้”

ทั้งนี้พิธีถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 323 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดขึ้นโดยวัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย ร่วมกับพุทธบริษัท วัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา รักษาแสงธรรมไม่ให้ดับสูญไปจากดินแดนภาคใต้ พร้อมกับสร้างขวัญและกำลังใจแก่พุทธศาสนิกชนในพื้นที่ให้เข้มแข็งขึ้น จัดครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2548 ณ วัดมุจลินทวาปีวิหาร จังหวัดปัตตานี ปัจจุบันจัดติดต่อกันเป็นปีที่ 21 ครั้งที่ 179 และจัดอย่างต่อเนื่องจนกว่าเหตุการณ์จะสงบ ส่วนกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ มอบแล้ว 40,000 กว่ากองทุน ข้าวสารอาหารแห้งมอบช่วยเหลือพระสงฆ์เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ครู และประชาชน ในพื้นที่เสี่ยงภัยกว่า 6,000 ตัน