นักเรียนทุนฟังทางนี้! สามารถนำงานวิจัยมาต่อยอดทางธุรกิจได้

นักเรียนทุนฟังทางนี้! สามารถนำงานวิจัยมาต่อยอดทางธุรกิจได้

นักเรียนทุนฟังทางนี้! สามารถนำงานวิจัยมาต่อยอดทางธุรกิจได้

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.48 น.

นักเรียนทุน ฟังทางนี้! สามารถนำงานวิจัยมาต่อยอดทางธุรกิจ ช่วยผู้ประกอบการกลุ่มสตาร์ทอัพ หนุนงานวิจัยด้าน IC Design รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

29 พฤษภาคม 2568 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ในประเทศ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ผ่านผลงานวิจัยของนักเรียนระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ในต่างประเทศ

นายคารม กล่าวว่า แต่เดิมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย หลังจากเรียนจบจะต้องกลับมาทำงานใช้ทุนในหน่วยงานต่างๆ ของรัฐเท่านั้น หลังจากนี้ จะมีการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งนำงานวิจัยของนักเรียนทุนไปต่อยอดในทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะสตาร์ทอัพ ผ่านกลไกต่างๆ ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งขณะนี้ได้มีการปลดล็อกกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดำเนินการสะดวกยิ่งขึ้น

ในเบื้องต้นจะสนับสนุนให้นักเรียนทุนมาศึกษาและทำวิจัยด้าน IC Design หรือการออกแบบวงจรรวมในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ภายใต้ข้อตกลงที่ทำร่วมกันกับทาง Imperial ซึ่งทาง Imperial จะช่วยสนับสนุนการต่อยอดงานวิจัยไปสู่ธุรกิจ เนื่องจาก Imperial เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงในการก่อตั้งสตาร์ทอัพทางเทคโนโลยี

“รัฐบาลมุ่งส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และการปลดล็อกกฎระเบียบดังกล่าว ยังสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์พัฒนาบุคลากรรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศไทย จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงและต่อยอดอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงได้” นายคารมระบุ

​โรงเรียนเล็ก…หัวใจใหญ่ ‘วังหินกิตติวิทยาคม’ ปลุกอนาคตด้วยรัก-ความหวัง

​โรงเรียนเล็ก...หัวใจใหญ่ ‘วังหินกิตติวิทยาคม’ ปลุกอนาคตด้วยรัก-ความหวัง

​โรงเรียนเล็ก…หัวใจใหญ่ ‘วังหินกิตติวิทยาคม’ ปลุกอนาคตด้วยรัก-ความหวัง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 07.15 น.

ในชุมชนเล็กๆ ต.วังหิน อ.เมือง จ.ตาก มีโรงเรียนแห่งหนึ่งที่อาจไม่มีห้องเรียนทันสมัย หรือสนามฟุตบอลใหญ่โตเหมือนในเมือง แต่ที่นี่กลับมี “พลัง” อันยิ่งใหญ่ ที่หล่อหลอมด้วยหัวใจของครูทั้ง 10 คน และผู้อำนวยการอีก 1 คน ที่เชื่อมั่นว่า “การศึกษา…คือรากฐานของชีวิต”

วังหินกิตติวิทยาคม โรงเรียนมัธยมขนาดเล็กในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก มีนักเรียนเพียง 53 คน ส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย หลายคนต้องอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายาย เพราะพ่อแม่ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีพในเมืองใหญ่ แต่ในโรงเรียนเล็กๆแห่งนี้ เด็กๆกลับได้รับสิ่งที่ยิ่งใหญ่…คือ “ความรัก ความเข้าใจ และโอกาส”

ทุกเช้า…ก่อนสู่ห้องเรียน เด็กๆ จะต่อแถวรับประทานอาหารจากโครงการ “น้องอิ่มท้อง สมองพร้อมเรียนรู้” อาหารที่ได้มาจากน้ำใจของผู้ใหญ่ใจดีในสังคม ที่ร่วมกันบริจาคทั้งวัตถุดิบและแรงใจ เพื่อให้เด็กๆ ได้เริ่มต้นวันใหม่ด้วยท้องที่อิ่มและหัวใจที่เบิกบาน

“เราอาจไม่มีงบประมาณมากมาย แต่เรามีหัวใจ…ที่อยากเห็นเด็กๆได้อิ่มท้อง พร้อมที่จะเรียนรู้จากบทเรียนที่ครูสอน” ธวัช ยะสุคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวไว้เช่นนั้น

มากกว่าการสอนตามหลักสูตร โรงเรียนวังหินกิตติวิทยาคมยังมุ่งเน้น “ทักษะชีวิต” ที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนอนาคตของนักเรียน ด้วยความร่วมมือกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตาก โรงเรียนได้จัดหลักสูตรระยะสั้นที่ตอบโจทย์ความถนัดของนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกไม้ประดับ การแปรรูปอาหาร การทำเว็บเพจ หรือแม้แต่การเลี้ยงสุกร

หนึ่งในกิจกรรมที่สร้างความภาคภูมิใจให้ทั้งชุมชน คือโครงการ “สานตะกร้าจากเส้นพลาสติก” ที่นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาถ่ายทอดให้เยาวชน ผ่านการลงมือทำจริงกับครูภูมิปัญญาในชุมชน เพราะที่นี่เชื่อว่า…อนาคตที่ยั่งยืน อาจเริ่มต้นจากสิ่งใกล้ตัว

ภายใต้แนวคิด “โรงเรียนแห่งความสุข” โรงเรียนวังหินกิตติวิทยาคมได้วางหัวใจไว้กลางแผนการสอน ทุกเช้า…นักเรียนและครูจะกล่าวคำว่า “เราทำได้” ด้วยพลังใจเต็มเปี่ยม พร้อมแท็กมือ โอบกอด และรอยยิ้มที่เป็นเสมือนยาชูกำลังให้กันและกัน ผลลัพธ์คือ นักเรียนมีผลการเรียนที่ดีขึ้น มีความมั่นใจในตัวเอง กล้าคิด กล้าแสดงออก และกล้ามีฝัน ขณะที่ครูเอง…ก็ได้ค้นพบว่า “การเป็นครู” คือการเป็นพ่อแม่ พี่ เพื่อน และผู้ร่วมทางในชีวิตของเด็กๆไม่ใช่แค่ผู้สอนในห้องเรียน

ทั้งนี้ โรงเรียนเล็กๆแห่งนี้ จึงไม่ใช่เพียงสถานที่ให้ความรู้ แต่คือพื้นที่แห่งชีวิต พื้นที่ที่ปลูกฝังความหวัง จุดประกายความฝัน และเติมเต็มความรักให้เบ่งบาน

เพราะเมื่อรากฐานแข็งแรง…ต้นไม้แห่งความฝัน ก็พร้อมจะผลิดอกออกผลเสมอ

อธิบดี สกร.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ส่งเสริมการสร้างงาน-สร้างรายได้ท้องถิ่น

อธิบดี สกร.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ส่งเสริมการสร้างงาน-สร้างรายได้ท้องถิ่น

อธิบดี สกร.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ส่งเสริมการสร้างงาน-สร้างรายได้ท้องถิ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เยี่ยมชมศูนย์ฯ – นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดี สกร. พร้อมด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ , มหาสารคาม และชัยภูมิ ลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองขอนแก่น เพื่อส่งเสริมการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่กลุ่มผู้เรียน พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมี ดร.สนิท อาษาธง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดขอนแก่น ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองขอนแก่น

จุฬาฯ จัดประชุมวิชาการนานาชาติ ‘เสว่ยหลง 2 และอนาคต’ เสริมความร่วมมือไทย–จีน ด้านการวิจัยขั้วโลก

จุฬาฯ จัดประชุมวิชาการนานาชาติ 'เสว่ยหลง 2 และอนาคต' เสริมความร่วมมือไทย–จีน ด้านการวิจัยขั้วโลก

จุฬาฯ จัดประชุมวิชาการนานาชาติ ‘เสว่ยหลง 2 และอนาคต’ เสริมความร่วมมือไทย–จีน ด้านการวิจัยขั้วโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สองประเทศร่วมมือ – รศ.ดร.ปาลนี อัมรานนท์ รองอธิการบดี จุฬาฯ พร้อมด้วย Mr. Sun Shuxian ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติแห่งประเทศจีน ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ เลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เข้าร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติหัวข้อ “เสว่ยหลง 2 และอนาคต : การพัฒนาการวิจัยขั้วโลกและความร่วมมือไทย–จีนในสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยขั้วโลกระหว่างสองประเทศ ณ ห้องประชุมชั้น 7 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา (อาคารจามจุรี 10)

ปส.เร่งพัฒนาองค์กร เสริมกำลังคน รับมือเทคโนโลยี SMRs

ปส.เร่งพัฒนาองค์กร เสริมกำลังคน รับมือเทคโนโลยี SMRs

ปส.เร่งพัฒนาองค์กร เสริมกำลังคน รับมือเทคโนโลยี SMRs

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ รรท. เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) เป็นประธานการประชุม อ.ก.พ. ปส. ครั้งที่ 1/2568 พร้อมเปิดเผยว่าปัจจุบัน ปส. อยู่ระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร การพัฒนาทรัพยากรบุคคล และการยกระดับศักยภาพหน่วยงานเพื่อรองรับเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์สมัยใหม่ โดยเฉพาะเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์กำลังขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ หรือ Small Modular Reactors (SMRs) ซึ่งกำลังเป็นเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกที่ทั่วโลกให้ความสนใจ

ปส. ได้เร่งจัดทำแนวทางกฎหมายและระเบียบต่างๆ เพื่อรองรับกระบวนการอนุญาต การก่อสร้าง และการดำเนินงานของ SMRs ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล นอกจากนี้ ปส. ยังได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อส่งเสริมการฝึกอบรมเชิงลึก การสร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค และการถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างประเทศ ร่วมกับองค์กรกำกับดูแลนิวเคลียร์ของนานาชาติ

นายแพทย์รุ่งเรือง กล่าวย้ำว่า ปส. มุ่งมั่นก้าวสู่การเป็นหน่วยงานกำกับดูแลเทคโนโลยีนิวเคลียร์สมัยใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในมิติของโครงสร้างองค์กร บุคลากร และกรอบกฎหมาย โดยมุ่งหวังให้การดำเนินงานทันต่อภารกิจและบริบทใหม่ของประเทศ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อความมั่นคงด้านพลังงานของชาติในอนาคต

สจล.ยกทัพนวัตกรรมแสดงในงาน ‘World EXPO 2025 OSAKA, KANSAI, JAPAN’

สจล.ยกทัพนวัตกรรมแสดงในงาน ‘World EXPO 2025 OSAKA, KANSAI, JAPAN’

สจล.ยกทัพนวัตกรรมแสดงในงาน ‘World EXPO 2025 OSAKA, KANSAI, JAPAN’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการในงาน “World EXPO 2025 OSAKA, KANSAI, JAPAN” ณ เกาะยูเมะชิมะ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

การจัดแสดงครั้งนี้อยู่ในพื้นที่ Thailand Pavilion โซนนิทรรศการหมุนเวียน ภายใต้แนวคิด “Future of Community and Mobility” โดยงาน World Expo ถือเป็นการจัดแสดงนวัตกรรม เทคโนโลยี วัฒนธรรม และความก้าวหน้าของมนุษยชาติจากทั่วโลกที่ยิ่งใหญ่ และจัดขึ้นในทุก 5 ปี ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก “Designing Future Society for Our Lives”

รศ.ดร.สมยศ เกียรติวณิชวิไล คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ได้นำทีมนักวิจัยและนวัตกรรมเข้าร่วมจัดแสดงในครั้งนี้ โดยมีผลงานวิจัยที่ได้ร่วมจัดแสดง อาทิ เครื่องจ่ายออกซิเจน (KMITL High Flow) ผลงานโดย รศ. ดร.สมยศ เกียรติวณิชวิไล, ผศ.ดร.ภูมิ คงห้วยรอบ และทีมวิจัย ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า , เครื่องช่วยหายใจแบบฉุกเฉิน (KNIN ventilator) ผลงานโดย ศ. ดร.สุรินทร์ คำฝอย ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า , อุปกรณ์ช่วยฟังเสียงหัวใจและเสียงปอดแบบดิจิทัล (DIGITAL STETHOSCOPE) ผลงานโดย รศ.ดร.สรินพร วิสิฐสัทธาพงศ์ ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ , ห้องไอซียูความดันลบโมบาย (Mobile Negative Pressure Room) ผลงานโดย ผศ. ดร.ณัฐพล ฤกษ์เกษมสันติ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี , กล้องสเตริโอกราฟฟิกเอนโดสโคปแบบสามมิติพร้อมระบบจำแนกภาพอัตโนมัติสำหรับการตรวจมะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มต้น (3D stereoscopic) ผลงานโดย รศ. ดร.วิบูลย์ ปิยวัฒนเมธา ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ และปุ่มกดลิฟต์ไร้สัมผัส (NON-TOUCH ELEVATOR BUTTONS) ผลงานโดย ผศ. ดร.ดุสิต สุขสวัสดิ์ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า

การได้เข้าร่วมจัดแสดงผลงานในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทีมนักวิจัยและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก รวมถึงศิษย์เก่า สจล. และได้รับการสนับสนุนจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

สดร.เปิดตัวกล้องโทรทรรศน์แบบ ‘VGOS’ ใช้ศึกษาการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก คาดการณ์แผ่นดินไหว

สดร.เปิดตัวกล้องโทรทรรศน์แบบ ‘VGOS’ ใช้ศึกษาการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก คาดการณ์แผ่นดินไหว

สดร.เปิดตัวกล้องโทรทรรศน์แบบ ‘VGOS’ ใช้ศึกษาการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก คาดการณ์แผ่นดินไหว

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.​ หรือ NARIT) จัดพิธีเปิดกล้องโทรทรรศน์วิทยุแบบวีกอส (VGOS: VLBI Geodetic Observing System Radio Telescope) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 13 เมตร ภายใต้ความร่วมมือไทย-จีนอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นประธานฝ่ายไทย และ Prof. DING Chibiao รองผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน เป็นประธานฝ่ายจีน โดยมี ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการ สดร. Prof. SHEN Zhiqiang ผู้อำนวยการหอดูดาวเซี่ยงไฮ้ น.ส.พสุภา ชินวรโสภาค อัครราชทูตที่ปรึกษา ฝ่ายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง Mr. Ma Minggeng ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย  Mr.Chen Haiping กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ นายศุภรัชต์ อินทราวุธ  รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายดุษฎี พรพระแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ รศ.นิติ มั่นเข็มทอง ภาควิชาธรณีวิทยา ม.เชียงใหม่  เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดกล้องโทรทรรศน์ดังกล่าว ณ หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติ ภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ. ดอยสะเก็ด จ. เชียงใหม่

“กล้องโทรทรรศน์วิทยุแบบวีกอส” เป็นกล้องสำหรับศึกษาด้านยีออเดซี (Geodesy) หรือ ภูมิมาตรศาสตร์ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการวัดและทำความเข้าใจรูปทรงเรขาคณิตและสัณฐานของโลก ตำแหน่งในอวกาศ และสนามโน้มถ่วง พร้อมทั้งศึกษาการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของโลกเหล่านี้เมื่อเวลาผ่านไป หรืออาจวัดเพื่อเทียบเคียงกับดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ โดยจะเก็บข้อมูลผ่านอุปกรณ์รับสัญญาณย่านความถี่เอสและเอกซ์ (S-/X-band) ช่วงคลื่นความถี่ 2-14 GHz ควบคู่กับการสังเกตการณ์ด้วยเทคนิคแทรกสอดระยะไกล หรือ VLBI (Very Long Baseline Interferometry) โดยใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุสองตัวขึ้นไปเก็บข้อมูลในเวลาเดียวกัน ทำให้ได้พิกัดที่แม่นยำถึงระดับมิลลิเมตร ซึ่งสามารถนำไปใช้ตรวจสอบการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกได้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปวิเคราะห์แผ่นดินไหว อีกทั้งยังสามารถประมวลผลลัพธ์ต่อจนได้ตัวแปรต่างๆ ที่บ่งบอกการวางตัวของโลกในอวกาศไปจนถึงความเร็วในการหมุนรอบตัวเองของโลก

‘เพิ่มพูน’ห่วงสถานการณ์ชายแดน หวั่นกระทบครู-นักเรียน ให้อำนาจ ผอ.สั่งปิดเรียนได้ทันที

'เพิ่มพูน'ห่วงสถานการณ์ชายแดน หวั่นกระทบครู-นักเรียน ให้อำนาจ ผอ.สั่งปิดเรียนได้ทันที

‘เพิ่มพูน’ห่วงสถานการณ์ชายแดน หวั่นกระทบครู-นักเรียน ให้อำนาจ ผอ.สั่งปิดเรียนได้ทันที

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 21.32 น.

“เพิ่มพูน” ห่วงสถานการณ์ชายแดน หวั่นกระทบครู-นักเรียน ให้อำนาจ ผอ.สั่งปิดเรียนได้ทันที

วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงความห่วงใยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต่อสถานการณ์เหตุปะทะชายแดนบริเวณช่องบกไทย – กัมพูชา อ.น้ำยืน​ จ.อุบลราชธานี สั่งเข้มเขตพื้นที่ฯ เตรียมพร้อมมาตรการรับมือความไม่ปลอดภัย พร้อมให้สิทธิ ผอ.สั่งปิดโรงเรียนทันที ไม่ต้องรอคำสั่งส่วนกลาง

โฆษก ศธ. กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนช่องบกระหว่างไทยกับกัมพูชา พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่งต่อความรุนแรงที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของ ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา ในพื้นที่ จึงได้มีข้อสั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

ขอเน้นย้ำไปยังสถานศึกษาที่อยู่บริเวณแนวชายแดน ประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หากเกิดเหตุฉุกเฉินที่เกินกำลังจะรับได้ให้รีบแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทันที เพื่อรายงานความเสียหายกลับมายังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยด่วน รวมถึงเตรียมแผนรองรับการเรียนการสอนทางเลือก เช่น การเรียนออนไลน์ หรือรูปแบบอื่นที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อไม่ให้การเรียนรู้ของผู้เรียนต้องสะดุด

“ความปลอดภัยของผู้เรียนและครูต้องมาก่อน หากพบว่าพื้นที่มีความสุ่มเสี่ยงต่ออันตราย ผู้อำนวยการโรงเรียนสามารถสั่งหยุดเรียนได้ตามอำนาจของท่านได้ทันที โดยไม่ต้องขออนุมัติจากส่วนกลาง ขอส่งกำลังใจให้กับนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่เสี่ยง เราจะร่วมกันดูแลความปลอดภัยให้ดีที่สุด” โฆษก ศธ. กล่าว

ไทยพีบีเอสจัด ‘แคมป์ยกพลคนน้ำพริก’ ประชัน 12 สุดยอดทีมจากทั่วไทยดันน้ำพริกไทยสู่ซอฟต์พาวเวอร์ระดับสากล!

ไทยพีบีเอสจัด 'แคมป์ยกพลคนน้ำพริก' ประชัน 12 สุดยอดทีมจากทั่วไทยดันน้ำพริกไทยสู่ซอฟต์พาวเวอร์ระดับสากล!

ไทยพีบีเอสจัด ‘แคมป์ยกพลคนน้ำพริก’ ประชัน 12 สุดยอดทีมจากทั่วไทยดันน้ำพริกไทยสู่ซอฟต์พาวเวอร์ระดับสากล!

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.59 น.

ไทยพีบีเอสจัด “แคมป์ ยกพลคนน้ำพริก” รวม 12 ทีมทั่วไทย ประชันน้ำพริกถ้วยเด็ด สะท้อนวัฒนธรรมไทย พร้อมเตรียมถ่ายทอดสดรอบชิง 14 มิ.ย.นี้  ตั้งเป้าดันน้ำพริกไทยสู่ซอฟต์พาวเวอร์ระดับสากล

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดยศูนย์สื่อศิลปวัฒนธรรม จัดกิจกรรม “แคมป์ ยกพลคนน้ำพริก” ระหว่างวันที่ 26-27 พฤษภาคม 2568 ณ จ.สมุทรสงคราม ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์จากรายการเรียลลิตี้ “ยกพลคนน้ำพริก” ที่รวบรวม 12 ทีมผู้เข้าแข่งขันจากหลากหลายภูมิภาคทั่วประเทศ มาร่วมประชันฝีมือการปรุงน้ำพริกในแบบฉบับของท้องถิ่น พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวและวัฒนธรรมของแต่ละท้องที่สอดแทรกไว้ในน้ำพริก 

รศ. ดร.วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. กล่าวเปิดกิจกรรมครั้งนี้ว่า รู้สึกดีใจที่ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันน้ำพริกไทยให้กลายเป็นวาระสำคัญระดับชาติ พร้อมเผยว่าไทยพีบีเอสได้เริ่มโครงการนี้มาตั้งแต่ปี 2567 และได้เดินหน้าสานต่ออย่างจริงจังจนเกิดเป็นผลงานหลากหลายรูปแบบ ทั้งสารคดี เสวนาวิชาการ จัดทำหนังสือ และกิจกรรมสร้างสรรค์อีกมากมาย ความภาคภูมิใจของไทยพีบีเอสคือการเปลี่ยน “น้ำพริกหนึ่งถ้วย” ซึ่งเป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านให้กลายเป็นวัฒนธรรมที่ผู้คนสามารถสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด ทั้งจากการได้ลิ้มรส เห็นคุณค่า และภาคภูมิใจกับมรดกทางวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “การกินน้ำพริกเห็นคน” ที่สะท้อนถึงรากเหง้า วิถีชีวิต และความเชื่อมโยงระหว่างอาหารกับชุมชน

“ไทยพีบีเอส มีความตั้งใจที่จะยกระดับน้ำพริกจากครัวของแต่ละบ้านให้กลายเป็นมรดกวัฒนธรรม และสามารถต่อยอดไปสู่เศรษฐกิจได้ กิจกรรมแคมป์ ยกพลคนน้ำพริก จึงไม่ใช่เพียงแค่การรวมตัวของผู้รักน้ำพริก แต่ยังเป็นเวทีแสดงพลังของวัฒนธรรมอาหารไทยที่พร้อมจะเฉิดฉายทั้งในสังคมไทยและนานาชาติต่อไป” รศ. ดร.วิลาสินี กล่าว 

กิจกรรม “แคมป์ ยกพลคนน้ำพริก” เป็นหนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์จากรายการเรียลลิตี้ “ยกพลคนน้ำพริก”  ที่ชวนทั้ง 12 ทีมผู้เข้าแข่งขัน มาแลกเปลี่ยนวิธีการทำน้ำพริกประจำบ้านของตัวเองให้ไปสู่สากล  โดยแต่ละทีมต่างมีจุดมุ่งหมายร่วมกัน คือ การใช้วัตถุดิบของท้องถิ่นเพื่อกระจายรายได้สู่ชุนชน หาจุดขายของตัวเองให้เจอ ปรับปรุงวิธีนำเสนอให้เป็นไปตามเทรนด์การกิน รวมถึงการมุ่งขยายเรื่องราวของชุมชนผ่านสูตรน้ำพริกของตนเองด้วย

“ทีมมูกะยัน” หนึ่งทีมผู้เข้าแข่งขันจาก จ.แม่ฮ่องสอน เล่าถึงความเป็นมาของน้ำพริกจองทีมว่า คำว่า “มู” แปลว่า “สาว” ส่วน “กะยัน” มาจากชื่อชาติพันธุ์กะยัน ตั้งใจพาเอา “น้ำพริกกะยัน” เดินทางไกลมาจาก จ.แม่ฮ่องสอน เพราะเชื่อมั่นว่าน้ำพริกกะยันของตัวเองอร่อยไม่เหมือนใคร และมีฝันใหญ่ อยากจะพัฒนารสชาติให้ถูกใจทั้งคนไทย และในระดับโลก พวกเธอบอกว่า “แม้เราจะมาเข้าแข่งกันกันแค่สามคน แต่มีชาวบ้านจำนวนมากที่ให้กำลังใจเราอยู่”

ภายในงานนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ “Talk with Chef: ทำน้ำพริก ให้พลิกโลก” โดย เชฟวิชิต มุกุระ เชฟอาหารไทยชื่อดังระดับสากล และคอมเมนเตเตอร์รายการ “ยกพลคนน้ำพริก” พร้อมสาธิตเมนูน้ำพริก 1 เมนู ต่อด้วย การแข่งขัน “ประชันน้ำพริก 12 ทีม” โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมตัดสิน เช่น พ่อเลี่ยม บุตรจันทา, อ.อนุสรณ์ ติปยานนท์, คุณจรงค์ศักดิ์ รองเดช (สตังค์ ภัตตาคารบ้านทุ่ง) และผู้บริหารจากไทยพีบีเอส นำโดย ดร. นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. คุณทัศนีย์ ผลชานิโก กรรมการนโยบาย ส.ส.ท. คุณวรินรำไพ ปุณย์ธนารีย์ กรรมการนโยบาย ส.ส.ท. คุณรุ่งมณี เมฆโสภณ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ ส.ส.ท. รศ. ดร.วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. คุณสมยศ เกียรติอร่ามกุล รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. และกรรมการรับเชิญ เช่น คุณปัญญา โตกทอง คุณบังอร วันน้อย (ป้าแว่น) เป็นต้น 

นอกจากนี้ยังมี กิจกรรม “ล่องเรือ เล่าเรื่อง เมือง 3 น้ำ” นำชมชุมชนและเล่าเรื่องประวัติศาสตร์โดยผู้เชี่ยวชาญ และ Workshop with Chef: “ปรุง & แปลง น้ำพริกบ้าน ๆ” โดย เชฟหมู จี่เกีย (ทิฆัมพร ศรีคำแหง) พร้อมกับชมการแสดงดนตรีลูกทุ่งจากศิลปินชื่อดัง ได้แก่ เสรี รุ่งสว่าง, มนต์สิทธิ์ คำสร้อย และเจเน็ต เขียว ปิดท้ายด้วยการล้อมวงพูดคุย “น้ำพริกพื้นบ้าน สู่ปรากฏการณ์น้ำพริก” เพื่อระดมแนวคิดต่อยอดสู่ระดับสากล

รายการเรียลลิตี้ “ยกพลคนน้ำพริก” เป็นรายการที่พาผู้ชมไปรู้จักน้ำพริกจากทุกภูมิภาค พร้อมเข้าใจวิถี วัฒนธรรมน้ำพริกจากท้องถิ่นทั่วไทย ที่ไม่ได้แค่โดดเด่นที่รสชาติ แต่สะท้อนภูมิปัญญาที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น โดยไฮไลต์สำคัญกำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายน 2568 กับการถ่ายทอดสดรอบชิงชนะเลิศ ที่จะคัดเลือก 1 ใน 5 ทีมสุดท้าย เพื่อคว้าตำแหน่งสุดยอดน้ำพริกแห่งปี พร้อมการผลักดันผลิตภัณฑ์น้ำพริกจากรายการสู่ตลาดจริง สร้างโอกาสให้น้ำพริกไทยสู่เวทีโลก รายการนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแข่งขันทำอาหาร แต่ยังมีเป้าหมายใหญ่ในการร่วมส่งเสริมให้ “น้ำพริก” กลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไทย ก้าวสู่เวทีโลกในฐานะ มรดกทางอาหารไทย ที่สะท้อนตัวตนของคนไทยได้อย่างลึกซึ้งและร่วมสมัย  ติดตามชมรายการ “ยกพลคนน้ำพริก” ทุกวันเสาร์ เวลา 14.05 – 15.00 น. ทาง ไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3   หรือรับชมย้อนหลังและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaipbs.or.th/NamPrik


ไม่พลาดทุกข่าวสาร สาระความรู้ และคอนเทนต์คุณภาพ ติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่
▪ Website : http://www.thaipbs.or.th   
▪ Application : Thai PBS
▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X , LINE, TikTok, Instagram, Threads, Linkedin

เริ่มปี 68! อว.จัดสรรนักเรียนทุนใหม่ พร้อมปรับระเบียบเปิดช่องทำงานใช้ทุนต้นสังกัด

เริ่มปี 68! อว.จัดสรรนักเรียนทุนใหม่ พร้อมปรับระเบียบเปิดช่องทำงานใช้ทุนต้นสังกัด

เริ่มปี 68! อว.จัดสรรนักเรียนทุนใหม่ พร้อมปรับระเบียบเปิดช่องทำงานใช้ทุนต้นสังกัด

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.04 น.

จัดสรรทุนนักเรียนทุนกระทรวง อว. รูปแบบใหม่ เริ่มปี 68 “ศุภชัย” เผยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม “ให้ทุนตามต้องการหน่วยงาน” กับ “ให้ทุนตามนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ” พร้อมจะมีการปรับระเบียบให้ยืดหยุ่น เปิดช่องทำงานใช้ทุนกับต้นสังกัดควบคู่นำงานวิจัย-เทคโนโลยีต่อยอดอุตสาหกรรม รวมทั้งให้มีการนับเวลาใช้ทุนในรูปแบบอื่นด้วย

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยถึงแนวนโยบายของกระทรวง อว. ในการกลับมาทำงานใช้ทุนของนักเรียนทุนกระทรวง อว. ว่า ในอดีตการให้ทุนการศึกษาของกระทรวง อว. จะเน้นไปตามความต้องการของหน่วยงาน เช่น มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานวิจัยใดที่ขาดแคลนคนทำงานในสาขาไหนก็จะเสนอขอสนับสนุนทุนมายังกระทรวง อว. ซึ่งกระทรวง อว. ก็จะจัดสรรทุนให้ไป และเมื่อผู้ได้รับทุนเรียนจบกลับมาก็จะต้องไปทำงานในหน่วยงานเพื่อใช้ทุน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นภารกิจด้านการจัดเรียนการสอนและทำงานวิจัยเป็นหลัก แต่ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป กระทรวง อว.จะแบ่งการจัดสรรทุนเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกซึ่งเป็นส่วนใหญ่ยังเป็นการให้ทุนตามความต้องการของหน่วยงาน ส่วนที่ 2 กระทรวง อว. จะแบ่งทุนออกมาส่วนหนึ่ง เพื่อให้ทุนตามนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ เช่น อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง อุตสาหกรรม AI และอุตสาหกรรม EV เป็นต้น ซึ่งการจัดสรรทุนแบบตามนโยบายของประเทศนี้ เราไม่ได้คาดหวังให้ผู้รับทุนกลับมาสอนหนังสือหรือทำวิจัยเพียงอย่างเดียว แต่คาดหวังว่าจะให้กลุ่มคนเหล่านี้กลับมาช่วยสนับสนุนในภาคอุตสาหกรรมหรือสร้างอุตสาหกรรมใหม่จากเทคโนโลยีหรืองานวิจัยของผู้รับทุนเอง

ปลัดกระทรวง อว. กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้น นักเรียนทุนในกลุ่มนี้จะต้องได้รับการพัฒนาและส่งเสริมให้เป็นผู้ประกอบการทางเทคโนโลยีได้ ซึ่งเมื่อเรียนจบกลับมากระทรวง อว. จะมีกฎระเบียบที่ยืดหยุ่น เพื่อให้ทำงานใช้ทุนกับต้นสังกัดควบคู่ไปกับการทำงานกับภาคอุตสาหกรรมหรือสนับสนุนผู้ประกอบการไทย เช่น สตาร์ทอัพ รวมถึงการสร้างธุรกิจหรือเป็นผู้ประกอบการทางเทคโนโลยีขั้นสูงของตัวเองได้ และด้วยนโยบายนี้กระทรวง อว.จึงได้เริ่มดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัย Imperial ของอังกฤษ ในการส่งนักเรียนทุนไปเรียนต่อในระดับปริญญาเอกสาขาการออกแบบวงจรรวม (IC Design) ด้านเทคโนโลยีสุขภาพในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ โดยนักเรียนทุนกลุ่มนี้นอกจากจะได้ทำงานวิจัยในห้องปฏิบัติการชั้นนำของโลกที่มหาวิทยาลัย Imperial แล้ว ทางมหาวิทยาลัย Imperial ยังจะช่วยในการบ่มเพาะเทคโนโลยีและธุรกิจในผลงานวิจัยนั้นด้วย เพื่อให้การนำผลงานวิจัยนั้นออกไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ได้จริง และเมื่อเรียนจบกลับมาทางกระทรวง อว. ก็จะสนับสนุนให้ผู้รับทุนนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี ผลงานวิจัยของตนเองไปต่อยอดธุรกิจ โดยใช้กลไกต่างๆ ที่กระทรวง อว. มีอยู่ และสำหรับนักเรียนทุนกระทรวง อว. ที่ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาต่างๆ ก็สามารถใช้กฎระเบียบที่ยืดหยุ่นนี้ได้เช่นเดียวกัน

ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวอีกว่า นอกจากความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย Imperial แล้ว กระทรวง อว. ก็กำลังขยายรูปแบบการให้ทุนในลักษณะนี้ไปยังมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่นๆ ของโลก โดยเน้นหนักไปที่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์สมัยใหม่และ AI

“ขณะนี้ กระทรวง อว.อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางในการปรับวิธีการทำงานใช้ทุน ที่นอกจากจะให้ปฎิบัติภารกิจด้านการสอนหรือทำงานวิจัยในหน่วยงานต้นสังกัดอย่างเดียวแบบเดิมแล้ว จะให้มีการนับเวลาใช้ทุนในรูปแบบอื่น เช่น การทำงานวิจัยร่วมกับภาคเอกชน หรือการนำเทคโนโลยีในรูปแบบผลงานวิจัยไปต่อยอดอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศที่มีผลกระทบสูง เป็นต้น“ ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว