ศธ.ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ออก 4 มาตรการเข้ม ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/793115

ศธ.ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ออก 4 มาตรการเข้ม ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน

ศธ.ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ออก 4 มาตรการเข้ม ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2567, 15.50 น.

14 มีนาคม 2567 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนเรื่องบุหรี่ไฟฟ้ากับเยาวชนว่า พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอย่างยิ่ง ที่ให้ความสำคัญกับเด็กของเราอย่างเข้มข้น โดยล่าสุดได้ออก 4 มาตรการเข้ม ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งข้อสำคัญอันดับแรกคือ “ต้องทำให้สถานศึกษาเป็นเขตปลอดบุหรี่ไฟฟ้า” โดยทางตำรวจจะสืบสวนจับกุมร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่รอบสถานศึกษาทุกแห่งอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมตัดวงจรรายใหญ่ ปราบปรามช่องทางออนไลน์ รวมถึงประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ความรู้แก่ชุมชนสถานศึกษา เกี่ยวกับข้อกฎหมายและอันตรายจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า

ทั้งนี้บุหรี่ไฟฟ้ามีนิโคตินที่เป็นอันตรายมากกว่าบุหรี่มวน เพราะบุหรี่มวนมีการจำกัดปริมาณนิโคตินต่อมวน แต่บุหรี่ไฟฟ้าสามารถเติมนิโคตินได้ตลอดเวลา ซึ่งนิโคตินมีผลกระทบทำลายสมองและพัฒนาการของเด็ก และทำให้เกิดปอดอักเสบเฉียบพลัน จากการสำรวจของกรมควบคุมโรค พบว่าเด็กไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง 17.6% และเกือบทั้งหมดซื้อผ่านทางออนไลน์ ซึ่งดูเหมือนว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะมุ่งเป้าไปที่เด็กและเยาวชน โดยผลิตให้มีรูปแบบเป็นตัวการ์ตูน กล่องนม ให้ดูเป็นเรื่องธรรมดา เข้าถึงง่าย จนเด็กซึมซับโดยไม่รู้ตัว นับเป็นภัยคุกคามเยาวชนที่ต้องเร่งจัดการโดยด่วน

ที่ผ่านมา พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำชับสถานศึกษาทุกสังกัดทั่วประเทศ ให้เข้มงวดตรวจตราการนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาในโรงเรียนอยู่เสมอ โดยยึดกฎระเบียบเช่นเดียวกับการห้ามสูบบุหรี่ธรรมดา อ้างอิงประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่ออกมาตาม พ.ร.บ. คุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 กำหนดให้โรงเรียนหรือสถานศึกษา เป็นสถานที่สาธารณะ ต้องเป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด

“ศธ. มีการหารือกับกระทรวงสาธารณสุขว่า จะทำอย่างไรเมื่อพบเห็นว่านักเรียนครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้ ศธ. มีมาตรการสื่อสารลงไปในโรงเรียนทุกแห่งว่า หากเจอในเด็กนักเรียน เราไม่ได้มองว่าเขาเป็นคนผิด เราคิดว่าเป็นเหยื่อ โดยจะจัดให้มีตัว Dropbox เพื่อหย่อนบุหรี่ไฟฟ้าลงไป เหมือนเวลาผ่านด่านศุลกากรต่าง ๆ ในการยึดของกลาง ก็จะส่งให้ตำรวจไปทำลาย” นายสิริพงศ์ กล่าว

นอกจากนี้เรายังพบการโปรโมทบุหรี่ไฟฟ้าว่าสูบแล้วเท่ สูบแล้วดีกว่า 97% มียอดวิวและยอดไลก์ 98% ใน TIKTOK ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้คนใช้งานมากที่สุดและฮิตมากในอาเซียน ทำให้การระบาดในเด็กขยายไปเร็วมาก เพราะเด็กคิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีอันตราย และผู้ปกครองไม่รู้ว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้า ดังนั้นการร่วมมือกันป้องกันและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าไม่ให้เข้าถึงตัวเด็ก จึงต้องอาศัยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการกวาดล้างจับกุมผู้ขาย การปิดกั้นช่องทางออนไลน์ การให้ความรู้ถึงพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า หรือหากจำเป็นต้องมีการให้บำบัด ทุกหน่วยงานภาครัฐก็พร้อมจะเข้ามาทำงานร่วมกันเสมอ

โฆษก ศธ. กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของ ศธ. ก็อยากฝากให้ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทุกท่าน กวดขันเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษาอยู่เสมอ โดยขอให้มองนักเรียนว่าเป็นลูก ๆ ของท่าน เด็กยังอ่อนต่อโลก ขาดประสบการณ์พิจารณาว่าสิ่งใดเหมาะสม และมักจะทำตามเพื่อน หากเราเริ่มต้นหยุดยั้งบุหรี่ไฟฟ้าไม่ให้ถึงมือเด็กแล้ว ก็น่าจะเป็นหนทางที่เด็ก ๆ จะสร้างค่านิยมในกลุ่มเพื่อนถึงโทษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงสารเสพติด หรือสารมึนเมาอื่น ๆ ทำให้สถานศึกษาเป็นสีขาวและปลอดภัยอย่างแท้จริงตามนโยบายการศึกษาของ รมว.ศธ. “เรียนดี มีความสุข”

เช็คชื่อด่วน!!! ‘ปลัด ศธ.’แต่งตั้งประเภทบริหารระดับต้น 12 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/793092

เช็คชื่อด่วน!!! 'ปลัด ศธ.'แต่งตั้งประเภทบริหารระดับต้น 12 ราย

เช็คชื่อด่วน!!! ‘ปลัด ศธ.’แต่งตั้งประเภทบริหารระดับต้น 12 ราย

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2567, 15.01 น.

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2567 นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงนามในคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แต่งตั้งผู้ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น จำนวน 12 ราย ดังนี้

1. นายชัยพัฒน์ พันธุ์วัฒนสกุล ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาหลักสูตร กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ให้ดำรงตำแหน่ง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้
2. นายเอกราช ชวีวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดบุรีรัมย์ ให้ดำรงตำแหน่ง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้
3. นายวชิรพันธ์ นาคก้อน ผู้อำนวยการสำนักนิติการ ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการ ก.ค.ศ.
4. นายโกเมศ กลั่นสมจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สป. ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
5. นายณรงค์ชัย เจริญรุจิทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
6. นายธัชกร วงศ์เพ็ง ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ สป. ให้ดำรงตำแหน่ง รองศึกษาธิการภาค 10
7. นายรัชพร วรรณคำ ศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น ให้ดำรงตำแหน่ง รองศึกษาธิการภาค 5
8. นางยุพิน บัวคอม ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ ให้ดำรงตำแหน่ง รองศึกษาธิการภาค 6
9. นายสันติภัทร โคจีจุล ศึกษาธิการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ดำรงตำแหน่ง รองศึกษาธิการ 7
10. นายวิญญู สันติภาพวิวัฒนา ศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ให้ดำรงตำแหน่ง รองศึกษาธิการภาค 8
11. นายสัมนาการณ์ บุญเรือง ศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ ให้ดำรงตำแหน่ง รองศึกษาธิการภาค 13
12. นายวัลลภ ไม้จำปา ศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย ให้ดำรงตำแหน่ง รองศึกษาธิการภาค 17

เหลือเวลาจองวันสุดท้าย! ขอเชิญร่วมสั่งจองพระพุทธรูปบูชาและเหรียญ’สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/793091

เหลือเวลาจองวันสุดท้าย! ขอเชิญร่วมสั่งจองพระพุทธรูปบูชาและเหรียญ'สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ'

เหลือเวลาจองวันสุดท้าย! ขอเชิญร่วมสั่งจองพระพุทธรูปบูชาและเหรียญ’สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2567, 14.56 น.

เหลือเวลาจองวันสุดท้าย วันที่ 15 มี.ค.67 นี้ ขอเชิญร่วมสั่งจอง พระพุทธรูปบูชาและเหรียญ “สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ” กับครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เกจิอาจารย์ 380 องค์ ทั่วประเทศ ร่วมจารแผ่นทองอักขระกว่า 1,130 แผ่น

วันนี้ (14 มี.ค.67) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายกสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้สนใจสั่งจองวัตถุมงคล พระพุทธรูป และเหรียญ “สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ” เป็นจำนวนมาก เเละถือเป็นโอกาสสุดท้ายในการสั่งจอง ซึ่งจะสิ้นสุดการสั่งจองในวันที่ 15 มี.ค. 67 นี้ โดยจะนำรายได้ไปใช้ระดมทุนในโครงการปรับปรุงซ่อมแซมฐานราก อาคารวรภักดิ์พิบูลย์ (ตึก 2) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ นายกสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า พระพุทธรูป สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ เป็นพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ที่หอพระของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสน สิงห์หนึ่ง ปางมารวิชัย จัดสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2539 โดยการจัดสร้าง พระพุทธรูปบูชาและเหรียญ “สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ” ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในครั้งนี้ ได้ผ่านการประกอบพิธีเททองและหล่อหลอมชนวนมวลสาร แผ่นอักขระเลขยันต์ จากเกจิอาจารย์ 76 จังหวัด ทั่วประเทศ จังหวัดละ 5 องค์ องค์ละอย่างน้อย 3 แผ่น มีแผ่นทองอักขระเลขยันต์ศักดิ์สิทธิ์กว่า 1,130 แผ่น ทำพิธีเททอง โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ณ หน้าพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ในเวลา 09.39 น. ภูมิปาโลฤกษ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมาท่ามกลางพิธีกรรมบวงสรวง และเจริญพระพุทธมนต์ โดยมีเกจิอาจารย์ 4 รูป บริกรรมภาวนาขณะเททองเป็นปฐมฤกษ์ นับเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ มีนิสิตเก่าและประชาชนร่วมพิธีจำนวนมาก

นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับรายการวัตถุมงคลที่เปิดให้สั่งจอง ได้แก่ 1. พระพุทธรูป สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว บูชาองค์ละ 15,000 บาท 2. เหรียญ สิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ เนื้อทองคำลงยาสีดำ – สีชมพู บูชาองค์ละ 99,000 บาท เนื้อทองคำ บูชาองค์ละ 95,000 บาท เนื้อเงินลงยาสีดำ – สีชมพู บูชาองค์ละ 2,500 บาท เนื้อเงิน บูชาองค์ละ 2,000 บาท เนื้อนวโลหะ บูชาองค์ละ 1,500 บาท และเนื้อทองแดง บูชาองค์ละ 300 บาท โดยวัตถุมงคลทุกรายการจัดสร้างตามยอดสั่งจอง ซึ่งจะมีโค้ดและหมายเลขกำกับทุกองค์

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวต่อว่า มงคลวัตถุชุดนี้ สร้างขึ้นเพื่อหารายได้ไปทำนุบำรุงปฏิสังขรณ์อาคารเรียนคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจัดสร้างขึ้นในรูปแบบพระพุทธรูปบูชา ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว ศิลปะเชียงแสนแบบสิงห์หนึ่งซึ่งมีความงดงามมาก ด้านหน้าผ้าทิพย์ สมเด็จพระสังฆราชเมตตาประทานพระนามย่อ “ออป” ไว้ที่ผ้าทิพย์ ให้ทำบุญองค์ละ 15,000 บาท ส่วน “เหรียญสิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ” ด้านหน้าเป็นพระพุทธรูปสิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ ด้านหลังได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระสังฆราช ประทานพระรูปแบบนั่งสมาธิเต็มพระองค์ นับเป็นครั้งแรกที่มีการสร้างเหรียญพระรูปแบบนั่งเต็มพระองค์ สร้างด้วยเนื้อทองคำลงยาสีดำ-สีชมพู บูชาเหรียญละ 99,000 บาท เนื้อทองคำ เหรียญละ 95,000 บาท เนื้อเงินลงยา เหรียญละ 2,500 บาท เนื้อเงิน เหรียญละ 2,000 บาท เนื้อนวโลหะ เหรียญละ 1,500 บาท เนื้อทองแดง เหรียญละ 300 บาท

“มงคลวัตถุชุดนี้ทั้งหมดสร้างเท่าจำนวนสั่งจองเท่านั้น และจะปิดจองในวันที่ 15 มีนาคม 2567 นี้ สามารถติดต่อสั่งจองได้ที่ นายนิรันดร์ จินดาวรรณ อาคารเกษมอุทยานิน คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทรศัพท์ 08 1344 4455, 09 8261 6977 ทั้งนี้ จะทำพิธีพุทธาภิเษกโดยเกจิอาจารย์ ผู้เลิศด้วยสติปัฏฐานจำนวนมาก ณ มณฑลพิธีหน้าหอพระสิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันอังคารที่ 2 เมษายน 2567 เวลา 14.39 น. (มหัทธโนฤกษ์) โดยผู้ที่สั่งจองรับพระได้ ณ สถานที่สั่งจอง ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2567 เป็นต้นไป” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

– 006

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’รับรางวัล’ศิษย์เก่าดีเด่น’มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/793070

'อธิบดีกรมฝนหลวง'รับรางวัล'ศิษย์เก่าดีเด่น'มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประจำปี 2566

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’รับรางวัล’ศิษย์เก่าดีเด่น’มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประจำปี 2566

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2567, 13.59 น.

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2567 นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้ารับรางวัล “ศิษย์เก่าดีเด่น” มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประจำปีพุทธศักราช 2566 “ด้านความสำเร็จในอาชีพและหน้าที่การงาน”

– 006

‘ท่านอ้น’ปลื้มใจ เห็นรอยยิ้มเด็กๆ อนาคตของชาติไทย ชื่นชมครูเสียสละ ‘อยู่บนเขาเราก็ไป’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/793005

'ท่านอ้น'ปลื้มใจ เห็นรอยยิ้มเด็กๆ อนาคตของชาติไทย ชื่นชมครูเสียสละ 'อยู่บนเขาเราก็ไป'

‘ท่านอ้น’ปลื้มใจ เห็นรอยยิ้มเด็กๆ อนาคตของชาติไทย ชื่นชมครูเสียสละ ‘อยู่บนเขาเราก็ไป’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2567, 08.08 น.

วันที่ 14 มีนาคม 2567 หลังจาก “ท่านอ้น” วัชเรศร วิวัชรวงศ์ โอรสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เดินทางมายังประเทศไทยอีกครั้ง เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ท่านอ้น วัชเรศร วิวัชรวงศ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Vacharaesorn Vivacharawongse ขณะลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา ครั้นเยี่ยมโรงเรียนต่างๆ โดยยังได้มอบคอมพิวเตอร์ 16 เครื่อง และมอบทุนการศึกษาให้นักเรียน จำนวน 45 คน

โดยโพสต์ ข้อความระบุว่า “กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญมาก ขอร่วมเป็นกำลังใจให้คุณครูทั้งประเทศทุกท่านที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้ลูกศิษย์ต้องเสียสละ ร่วมกันพัฒนาเด็กๆ บุตรหลานของเราซึ่งเด็กๆ ทุกคนคืออนาคตของชาติไทย มอบเครื่องคอมพิวเตอร์ 16 เครื่องให้นักเรียนใช้ #โรงเรียนโสติศึกษา กาญจนบุรี #เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

“อยู่บนเขา เราก็ไป จะใกล้หรือไกล เราคนไทยด้วยกัน มอบทุนการศึกษา 45ทุน #โรงเรียนบ้านบนเขาแก่งเรียง ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี”

“เห็นรอยยิ้มของน้องๆ แล้วปลื้มใจ วันนี้ได้มาเยี่ยม โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ถึงจะเป็นเด็กที่ประสบภัยทางสังคม จนถึงต้องมาอยู่สถานที่แห่งนี้ ครูและผู้บริหารทุกคนก็เลี้ยงน้องๆ ด้วยความรักและความอบอุ่น ทำให้น้องทุกคนน่ารักและแจ่มใส นำคอมพิวเตอร์มาบริจาค 6 เครื่อง พร้อมของใช้สอยประจำวัน”

เด็กไทยคว้ารางวัล ‘Merit Award’ จากการแข่งขัน ‘ISC 2024’ ที่สิงคโปร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/792873

เด็กไทยคว้ารางวัล ‘Merit Award’  จากการแข่งขัน ‘ISC 2024’ ที่สิงคโปร์

เด็กไทยคว้ารางวัล ‘Merit Award’ จากการแข่งขัน ‘ISC 2024’ ที่สิงคโปร์

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยอีกก้าวหนึ่งในด้านการสร้างคนด้านอวกาศ เป็นข่าวดีต้อนรับวันสตรีสากล ซึ่งน้องๆ ทีมหญิงล้วนจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ผ่านการแข่งขันจาก “GISTDA School satellite competition 2024” จัดโดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผ่านการบ่มเพาะเยาวชนต้นกล้าโดยเน้นการสร้างองค์ความรู้และส่งเสริมการแข่งขันด้านอวกาศทั้งในและต่างประเทศจนได้รับรางวัลดีเด่น (Merit Award) ในการส่งผลงานเข้าร่วมกิจกรรม InternationalSpace Challenge 2024 ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อช่วงกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ดร.พรเทพ นวกิจกนก ผู้อำนวยการศูนย์ผลิตดาวเทียมแห่งชาติ GISTDA กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีและภาคภูมิใจมากๆ ที่ “น้องวินเทอร์ไบน์ น้องมะเหมี่ยว น้องจีนเย่ว” ได้รับรางวัลดีเด่น (Merit Award) ในการส่งผลงานเข้าร่วมกิจกรรม International Space Challenge 2024 ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยเป็นกิจกรรมที่รับสมัครทีมนักเรียนนักศึกษา ที่สนใจด้าน STEM และอุตสาหกรรมอวกาศเข้าไปฝึกฝน เรียนรู้ผ่านการทำเวิร์กช็อป และการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งธีมของปีนี้คือ Space mining หรือ การขุดเจาะเพื่อการสำรวจอวกาศ ซึ่งทีมน้องๆได้เข้าแข่งขัน ประเภท “ISC Advanced Category” อายุระหว่าง 15-25 ปี โดยทั้ง 3 คน เคยสร้างผลงานและได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ในการแข่งขัน “GISTDA School satellitecompetition 2024” ในนาม ทีม “ใครไม่มา บรูโน่มาร์” จาก ม.เกษตรศาสตร์

“น้องวินเทอร์ไบน์ หรือ น.ส.ธัญรดาพ่อค้าทอง หนึ่งในทีมผู้เข้าแข่งขันยังเคยผ่านการฝึกอบรมกิจกรรม Know-How Transfer and Training
(KHTT) ซึ่งเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิศวกรดาวเทียม THEOS-2A ด้านการออกแบบและวิเคราะห์โครงสร้างดาวเทียม เป็นระยะเวลากว่า 6 เดือน ในช่วงต้นปี 2566 โดยน้องวินเทอร์ไบน์บอกกับเราว่าได้นำความรู้หลายส่วน โดยเฉพาะขั้นตอนการทดสอบดาวเทียมที่เคยสัมผัสประสบการณ์จริงจากตอนมาทำงานร่วมกับวิศวกร GISTDAไปใช้วางแผนและออกแบบการทดสอบกับภารกิจครั้งนี้ ถือเป็นความภูมิใจของ GISTDA ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความรู้ และเป็นการตอกย้ำความสำเร็จที่น้องๆ สามารถนำความรู้ไปพัฒนาต่อยอดได้ในระดับสากล น้องๆ ยังแชร์ประสบการณ์ให้ฟังอีกว่า ช่วงที่ลงแข่งขันเป็นช่วงที่กำลังเรียนและแข่งขัน school satellite อยู่ด้วยจึงต้องบริหารจัดการเวลาให้ดี อาจจะรู้สึกท้อตลอดแต่ไม่ถอย สู้เพื่อสิ่งที่รักสิ่งที่ชอบ อนาคตข้างหน้าน้องๆ กลุ่มนี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศของประเทศไทยต่อไป” ดร.พรเทพ กล่าว

IC DPU เสริมทักษะ ‘ภาษา-บิสิเนส’ เบิกทางสู่ความสำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/792868

IC DPU เสริมทักษะ ‘ภาษา-บิสิเนส’ เบิกทางสู่ความสำเร็จ

IC DPU เสริมทักษะ ‘ภาษา-บิสิเนส’ เบิกทางสู่ความสำเร็จ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

วิทยาลัยนานาชาติ (IC) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ผนึกกำลัง 3 พันธมิตร ลงนาม MOU ในโครงการ “Start your international journey” ดึงมืออาชีพแห่ง Monsoon Valley และ Red Bull ประจำประเทศอังกฤษ ร่วมแชร์ประสบการณ์เก่งภาษาเบิกทางสู่ความสำเร็จ

ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม ผู้ช่วยรองอธิการบดี สายงานภาคีสัมพันธ์ และคณบดี IC DPU เปิดเผยว่า IC ได้ร่วมบันทึกลงนามข้อตกลงทางวิชาการ กับ ดร.ปุณณรัตน์ ชินะผา โรงเรียนนานาชาติ เซนต์จอห์น แมรี่ และ ดร.มนูญชื่นชม อธิการบดีวิทยาลัยเทคโนโลยีชื่นชม ไทย-เยอรมัน สระบุรี พร้อมด้วย นายอรรถวัฒน์ พงศ์ธนโรจน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนประเทียบวิทยาทาน เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการผ่านโครงการให้แก่อาจารย์ นักเรียนและนักศึกษา เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และเสริมสร้างศักยภาพสู่การทำงานแห่งอนาคต เช่น การพัฒนาศักยภาพนักศึกษา การร่วมกิจกรรมหลักสูตรระยะสั้น การฝึกงาน และการพัฒนาศักยภาพอาจารย์ด้วยการจัดหลักสูตรอบรมร่วมกัน

โดยมีในส่วนของการสื่อสารและสร้างแรงบันดาลใจผ่านกิจกรรมที่เต็มไปด้วยความรู้จากมืออาชีพ “English That’s Easy” ที่ได้รับเกียรติจาก ชุติธร พรายด์ (Chutiton Pryde) Marketing & Branding Manager ของ Monsoon Valley และ Red Bull ประจำประเทศอังกฤษ มาแบ่งบันประสบการณ์จริงในโลกของการทำงาน จากจุดเริ่มต้นที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ แต่ใช้ความอดทน ฝึกฝน กล้าพูดสื่อสารในทุกๆ วัน รวมทั้งการปรับวิธีคิดใหม่ หมั่นเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาทำให้ก้าวมาถึงความสำเร็จในปัจจุบัน

อีกหนึ่งกิจกรรม Thai Royal Dessert ที่นักศึกษาจะได้เรียนรู้ในความเป็นนานาชาติมากขึ้นผ่านเซเลบริตี้เชฟคนดังแห่งอังกฤษ สตีเวน คาร์เตอร์ เบลลีย์ (Steven-Carter Bailey) ผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศจากรายการชื่อดัง Great British Bake Off ที่มาสอนและแนะนำเทคนิคการทำขนม Cupcake Decorating and Competition ร่วมกับเชฟจากสถาบัน Le Cordon Bleu รวมทั้งอาจารย์และนักศึกษาจากคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม ร่วมทำอาหารไทยในเมนูยำหัวปลี เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในอนาคต

“การมีทักษะภาษาต่างประเทศที่ดีจะเป็นพื้นฐานที่เปิดโลกแห่งโอกาส และการเรียนรู้ใหม่ เช่น การใช้เทคโนโลยี (ICT Literacy) ซึ่งบรรยากาศการเรียนที่มีความเป็นนานาชาติจะมีส่วนสนับสนุนให้การพัฒนาทักษะภาษาทำได้เร็วขึ้น ขณะที่ค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตรจ่ายน้อยกว่า 60-70% เมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ และยังได้รับปริญญาสองใบกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เช่น อังกฤษ นิวซีแลนด์ เป็นต้น ทั้งนี้ นับเป็นการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับอาชีพ และการเป็นผู้ประกอบการในอนาคต” ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าว

PSCM แนะ 6 หลักสูตรแพทย์-สายวิทย์สุขภาพ เตรียมพร้อมรับนักศึกษาใหม่ ประจำปี 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/792870

PSCM แนะ 6 หลักสูตรแพทย์-สายวิทย์สุขภาพ  เตรียมพร้อมรับนักศึกษาใหม่ ประจำปี 2567

PSCM แนะ 6 หลักสูตรแพทย์-สายวิทย์สุขภาพ เตรียมพร้อมรับนักศึกษาใหม่ ประจำปี 2567

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้จัดโครงการ PSCM Open Day 2024 แนะนำ 6 หลักสูตร ระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา ประกอบด้วยหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์การแพทย์ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสุขภาพดิจิทัล หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาตจวิทยา และหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์การแพทย์และวิศวกรรมการแพทย์ (หลักสูตรนานาชาติ) สำหรับผู้สนใจเรียนแพทย์และสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมรับนักศึกษาใหม่ ประจำปี 2567 โดยมี ผศ.นพ.ธีรภัทร อึ้งตระกูล รักษาการคณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน เป็นประธานเปิดงาน ณ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน

โดยช่วงเช้าเป็นการแนะนำวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ทุกหลักสูตรทั้งระดับปริญญาตรี และบัณฑิตศึกษา จากนั้นให้น้องๆ และผู้ปกครองทุกท่านได้พักรับประทานอาหารว่าง ต่อด้วยกิจกรรมบูธประชาสัมพันธ์ของแต่ละหลักสูตร พร้อมกิจกรรมเปิดเวทีซักถามแชร์ประสบการณ์จากรุ่นพี่แต่ละหลักสูตร พร้อมพาเยี่ยมชมสถานที่จัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ณ อาคารแห่งใหม่

ทั้งนี้ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒนตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการเฉลิมพระเกียรติ 90 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง เป็นอาคารสูง 12 ชั้น ความสูงโดยประมาณ 80 เมตร และที่จอดรถใต้ดิน 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวม 72,232 ตารางเมตร ภายในประกอบไปด้วย หอจดหมายเหตุ ห้องสมุดศูนย์ประชุม ห้องเรียนรวม ห้องสัมมนากลุ่มย่อย แผนกบริการการศึกษา สำนักงานคณบดี ห้องทำงานและห้องพักอาจารย์ รวมถึงห้องปฏิบัติการและห้องการเรียนรู้ขนาดต่างๆ เช่น ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ศูนย์ฝึกปฏิบัติทักษะและหัตถการทางคลินิก ห้องจำลองเหตุการณ์เสมือนจริง ห้องปฏิบัติการกายวิภาคศาสตร์ ตลอดจนสโมสรนักศึกษาและห้องพักสำหรับนักศึกษา เพื่อสนับสนุนและจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการผลิตบัณฑิตทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพที่มีคุณภาพระดับสูงสุด เพื่อความเป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่สำหรับผลิตผลงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างองค์ความรู้ในการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชน

สำหรับวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นโรงเรียนแพทย์ลำดับที่ 23 ของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองตามเกณฑ์มาตรฐานสากลของ World Federation for Medical Education โดยสถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาแพทยศาสตร์และแพทยสภาจัดตั้งขึ้นโดยพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ด้วยพระวิสัยทัศน์กว้างไกลที่จะยกระดับการศึกษาทางด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพในประเทศไทย ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและเครือข่ายสถาบันการแพทย์ชั้นนำในการผลิตหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ เพื่อสร้างแพทย์และพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความสำคัญและตอบสนองต่อความต้องการของประเทศชาติ

โดยวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน จัดการเรียนการสอนในหลักสูตรที่ทันสมัยทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก เพื่อมุ่งผลิตบัณฑิตแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นผู้นำด้านสุขภาพและการบริการทางการแพทย์ ที่มีความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งบูรณาการงานบริการวิชาการสู่สังคมตลอดจนปลูกฝังการมีจิตวิญญาณในการอุทิศตนเพื่อสร้างประโยชน์และช่วยเหลือประชาชนด้วยจิตเมตตาตามพระปณิธาน ผ่านการดำเนิน “โครงการอาสาจุฬาภรณ์” เพื่อส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็งด้านสุขภาพของประชาชนในชุมชนเมืองและชุมชนชนบทเพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนให้เป็นชุมชนต้นแบบด้านสุขภาพสู่ความยั่งยืน นอกจากนี้ นักศึกษาแพทย์ยังมีโอกาสได้เข้าร่วมปฏิบัติงานในหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. เพื่อเสริมสร้างทักษะและประสบการณ์การให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนตามท้องถิ่นห่างไกลเพื่อจะได้ออกไปเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป

สอศ.จัดทำเครื่องมือข้อมูลอัตรากำลังครูอาชีวะ ผลิตกำลังคนอาชีวะรองรับการแข่งขันตลาดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/792867

สอศ.จัดทำเครื่องมือข้อมูลอัตรากำลังครูอาชีวะ  ผลิตกำลังคนอาชีวะรองรับการแข่งขันตลาดโลก

สอศ.จัดทำเครื่องมือข้อมูลอัตรากำลังครูอาชีวะ ผลิตกำลังคนอาชีวะรองรับการแข่งขันตลาดโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5-6 มี.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดประชุม

คณะทำงานส่งเสริม สนับสนุนการศึกษาความต้องการอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแต่ละสายงานในสถานศึกษาที่เปิดสอนระดับต่ำกว่าปริญญา สังกัด สอศ. ครั้งที่ 1 ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ)มีนโยบายการพัฒนาอาชีวศึกษา มุ่งเน้นการผลิตและพัฒนากำลังคนในสาขาที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กอปร กับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) ได้กำหนดโครงการศึกษาความต้องการอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแต่ละสายงานในสถานศึกษาที่เปิดสอนระดับต่ำกว่าปริญญา สังกัด สอศ.

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อไปว่าโดยการประชุม สอศ. ได้ร่วมมือกับ สำนักงาน ก.ค.ศ. กำหนดเป้าหมายเพื่อรวบรวมข้อมูลโครงสร้าง ภาระงาน รวมถึงวิเคราะห์ความต้องการอัตรากำลังของข้าราชการครูและบุคลากรทางศึกษาแต่ละสายงานในสถานศึกษาที่เปิดสอนระดับต่ำกว่าปริญญาตรี สังกัด สอศ. ด้วยการจัดทำเครื่องมือการเก็บข้อมูลอัตรากำลัง เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการวางแผนอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ฯ ในอนาคต ให้สอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอน ตามบริบท และความต้องการของพื้นที่ โดย สอศ. ให้ความสำคัญกับบุคลากรทางการศึกษา และสนันสนุนด้านต่างๆ ได้ขับเคลื่อนนโยบาย 8 วาระงานพัฒนาอาชีวะ ในวาระงานที่ 7 (Agenda 7) การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานบุคคล และการบริหารจัดการของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นไปอย่างเหมาะสม

ผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทาน’รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์’ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/792995

ผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทาน'รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์'ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566

ผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทาน’รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์’ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566

วันพุธ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2567, 21.48 น.

มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ฯ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมแถลงผลการตัดสิน ผู้ได้รับพระราชทาน “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566

วันที่ 13 มีนาคม 2567 ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์อุดม คชินทร ประธานกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ศาสตราจารย์ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และรองประธานกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ รองศาสตราจารย์ ดร.ทัศนา บุญทอง กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจิรพร เหล่าธรรมทัศน์ กรรมการประชาสัมพันธ์มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ นายธนวัต ศิริกุล รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และ Dr. Bill Davis, Representative of American ambassador to Thailand ได้ร่วมกันแถลงผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทาน“รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566 ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 สำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ “Princess Chulabhorn Award” เป็นรางวัลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระเกียรติคุณ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี  องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในโอกาสทรงเจริญพระชันษา 65 ปี วันที่ 4 กรกฎาคม 2565 ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทยโดยเฉพาะด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อการป้องกัน ควบคุมโรคมะเร็ง และดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็ง นอกจากทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์แล้ว ยังได้ทรงตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ทรงก่อตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์เพื่อให้บริการสำหรับผู้ป่วยมะเร็งขึ้นเป็นการเฉพาะ โดยเปิดบริการแก่ประชาชนทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552 มาอย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน โดยมีความเจริญก้าวหน้า มีชื่อเสียงเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน สภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงเห็นควรเสนอจัดให้มีรางวัลระดับนานาชาติขึ้น เพื่อพิจารณาให้แก่ผู้มีผลงานดีเด่น เป็นที่ประจักษ์ด้านการป้องกัน ควบคุม และ/หรือดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็ง เกิดผลดีต่อมนุษยชาติ มีการกำหนด ขอบเขตของรางวัล ขั้นตอน วิธีการ แนวปฏิบัติ และสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้เห็นชอบให้จัดตั้งมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เพื่อให้รางวัลนานาชาติ Princess Chulabhorn Award สามารถดำเนินการได้อย่างถาวรและเป็นระบบในระยะยาว

สำหรับ ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566 ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์อาแบส อะลาวี (Abass Alavi, MD, MD(Hon), PHD(Hon), DSc(Hon)) ศาสตราจารย์ สาขาวิชารังสีวิทยา โรงพยาบาลแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย  รองผู้อำนวยการสาขาวิชา ผู้สูงอายุ คณะแพทย์ศาสตร์พีเรลแมน มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา โดย ศาสตราจารย์  ดร. นายแพทย์อาแบส อะลาวี และทีมงานได้คิดค้นแนวคิดในการติดฉลาก deoxyglucose ด้วยฟลูออไรด์ที่เปล่งโพซิตรอน (18F) นำไปสู่การพัฒนา fludeoxyglucose (FDG) ซึ่งเป็นสารเภสัชรังสีแรกที่ได้รับการอนุมัติทางคลินิกในการถ่ายภาพ PET และเป็นสารเภสัชรังสีที่ยังคงใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ อาแบส อะลาวี เป็นคนแรกที่นำ 18 F-FDG มาใช้ในมนุษย์ตั้งแต่ในปี ค.ศ. 1976 และทำการถ่ายภาพสมองโดยใช้เครื่องตรวจเอกซเรย์ปล่อยโฟตอนเดี่ยวหรือ single-photon emission tomography (SPET) ที่ผลิตเอง นอกจากนี้ เขายังทำงานเกี่ยวกับการสร้างภาพของร่างกายมนุษย์ทั้งหมดผ่านเครื่องมือ rectilinear ทีมของเขาเป็นผู้บุกเบิกการใช้ 18 F-FDG ในการถ่ายภาพสมองปกติและความผิดปกติของสมอง และยังได้แนะนำการใช้ 18 F-FDG สำหรับการถ่ายภาพเพทสแกนในมะเร็ง การติดเชื้อ การอักเสบ หลอดเลือดแข็งตัว การตรวจจับก้อน และความผิดปกติของกล้ามเนื้อ

ทั้งนี้ การถ่ายภาพด้วยเพทสแกนได้กลายเป็นวิธีการตรวจวินิจฉัยที่สำคัญสำหรับโรคต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคมะเร็งและความผิดปกติของระบบประสาท งานของเขาได้นำไปสู่การพัฒนาไอโซโทปรังสีที่ปลอดภัยสำหรับการถ่ายภาพ PET และการพัฒนาซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่นำเราได้พัฒนาจากการสแกน PET-planar มาสู่ PET-CT และ PET-MRI ในปัจจุบัน ปัจจุบัน ศาสตราจารย์ นายแพทย์อาแบส อะลาวี ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาวิจัย ภาควิชารังสีวิทยา และรองผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา การวิจัยของเขาเกี่ยวกับ PET ยังคงดำเนินต่อไปเพราะเขามุ่งมั่นที่จะค้นหาและพัฒนาวิธีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการใช้ PET ในการดูแลสุขภาพของคนทั่วโลก ด้วยผลงานตีพิมพ์กว่า 1,500 ฉบับ และการอ้างอิงมากกว่า 75,000 ครั้ง จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งเวชศาสตร์นิวเคลียร์”