ศธ.เดินหน้าแก้หนี้ครู เตรียม MOU สถาบันการเงิน-สหกรณ์ออมทรัพย์ ขอลดดอกเบี้ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784471

ศธ.เดินหน้าแก้หนี้ครู เตรียม MOU สถาบันการเงิน-สหกรณ์ออมทรัพย์ ขอลดดอกเบี้ย

ศธ.เดินหน้าแก้หนี้ครู เตรียม MOU สถาบันการเงิน-สหกรณ์ออมทรัพย์ ขอลดดอกเบี้ย

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 16.42 น.

ศธ.เดินหน้าแก้หนี้ครู เตรียม MOU สถาบันการเงิน-สหกรณ์ออมทรัพย์ ขอลดดอกเบี้ยเหลือไม่เกินร้อยละ 4.75 ชะลอฟ้องล้มละลายครูหนี้วิกฤต 3 ปี

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 นายสุรศักดิ์  พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานเป็นการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ของ ศธ.ครั้งที่ 1/2567 โดยมีผู้บริหารองกรหลัก ศธ. ผู้แทนจากสถาบันการเงินต่างๆ และสหกรณ์ออมทรัพย์ฯเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างบันทึกข้อตกลงร่วมมือหรือ MOU แก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยมีสาระสำคัญ 4 มาตรการ คือ ขอความร่วมมือกับสถาบันการเงิน และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ในการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เหลือไม่เกินร้อยละ 4.75 ชะลอการฟ้องล้มละลายครูที่มีหนี้วิกฤต หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือ NPL เป็นระยะเวลา 3 ปี ขยายงวดการผ่อนชำระถึงอายุ 75 ปี และการรวมหนี้รีไฟแนนซ์ โดยจากนี้จะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย เพื่อลงนามความร่วมมือ MOU อย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้

“นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รายงานความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ผ่านสถานีแก้หนี้ในจังหวัดต่างๆ พบว่าสามารถช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินครูไปได้ระดับหนึ่ง และขณะนี้ทุกหน่วยงานเข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหาหนี้สินครู อย่างเช่น กรมส่งเสริมสหกรณ์ ก็ขอความร่วมมือไปยังสหกรณ์ครูทั่วประเทศ ให้ช่วยกันลดดอกเบี้ยเงินกู้ไม่ให้เกินร้อยละ 4.75 ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากหลายแห่ง และบางแห่งยังมีการรวมหนี้รีไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูที่อยู่ในร่าง MOU โดยมาตรการนี้ ขึ้นอยู่กับศักยภาพของสถาบันการเงินและสหกรณ์ออมทรัพย์แต่ละแห่ง หากที่ใดสามารถรวมหนี้ได้ก็ถือเป็นเรื่องดี ขณะที่ธนาคารออมสิน ก็ยืนยันมาแล้วว่า ในช่วงนี้จะไม่มีการฟ้องล้มละลายครูที่มีหนี้วิกฤต หรือหนี้NPL เป็นเวลา 3 ปี ส่วนจำนวนครูมีเท่าไรนั้นยังไม่สามารถบอกได้ เพราะเป็นข้อมูลของทางธนาคาร” นายสุรศักดิ์ กล่าว

รมช.ศธ.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมกำชับไปยังหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัด ว่าการหักเงินเดือนชำระหนี้จะต้องให้ครูมีเงินเหลือใช้ในชีวิตประจำวัน ร้อยละ 30 ของเงินเดือน ซึ่ง พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ.ก็มีความห่วงใย และได้กำชับไปยังหน่วยงานในสังกัด ศธ.ที่รับผิดชอบ ต้องทำตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการหักเงินเดือนบำนาญข้าราชกานเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ.2551 โดยหักเงินเดือนได้ไม่เกิน 70% หรือให้เงินเดือนเหลือสุทธิ ไม่น้อยกว่า 30% เพื่อให้ครูอยู่ได้ และในหนังสือยินยอมกับต้นสังกัดให้หักเงินเดือน ก็ให้เขียนกำกับไว้ด้วยว่า หักได้ไม่เกิน 70% หากหน่วยงานใดหักเงินเดือนครูเกิน 70% จะมีความผิด ผู้ถูกหักสามารถฟ้องร้องเป็นคดีอาญาได้

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ยังห่วงใย กรณีครูที่ถูกฟ้องล้มละลายว่าต้องออกจากราชการหรือไม่ ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ก็ได้ยืนยันแล้วว่า กรณีครูที่ถูกฟ้องล้มละลายจากการกู้เงิน ที่ไม่ใช่การทุจริต จะไม่ถูกออกจากราชการ ซึ่งระเบียบดังกล่าวใช้กับหน่วยงานราชการทุกแห่ง ดังนั้น ครูก็ไม่ต้องห่วงในเรื่องจะต้องถูกออกจากราชการแล้ว

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้!เชิญร่วมงาน‘ตรุษจีน’ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784428

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้!เชิญร่วมงาน‘ตรุษจีน’ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้!เชิญร่วมงาน‘ตรุษจีน’ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 14.53 น.

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้!เชิญร่วมงาน‘ตรุษจีน’ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ระหว่างวันที่ 9 – 18 กุมภาพันธ์ 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยนายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ขอเชิญทุกท่าน ร่วม “สักการะหลวงปู่ไต้ฮง” ขอพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่  ลงชื่อ สวดชัยมงคลคาถา หรือ “พะเก่ง” เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้ครอบครัวมีสุข เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา เสริมความมั่นคงสถาพร ตลอดปี  รวมถึงทำบุญสะเดาะเคราะห์และเสริมความเป็นสิริมงคลกับรูปปั้นนักษัตรปีมะโรง ซึ่งได้ผ่านการทำพิธีเบิกเนตรโดยพระอาจารย์จีนคณาณัติจีนพรต (เย็นงี้) เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) พร้อม รับประทาน “สาคูสิริมงคล”  เพื่อความกลมเกลียวและอยู่เย็นเป็นสุข   อัญเชิญ “ฮู้แดง” (ยันต์) ของหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อนำไปประทับหน้าบ้าน เคหะสถาน หรือพกติดตัวเพื่อคุ้มครอง  “เคาะระฆังทอง”ให้ก้องกังวานเพื่อให้ชีวิตสดใส การงานรุ่งเรืองระบือไกล และ ร่วม “พิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์” เพื่อขอพรเทพยดาฟ้าดินเนื่องในวันประสูติ (ทีกงแซ) ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ (โดยในวันที่ 9 และ 17 กุมภาพันธ์ 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดบริการโต้รุ่ง)

เนื่องจากขณะนี้ ประเทศไทย เกิดสถานการณ์ค่าฝุ่น P.M 2.5 เกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งยังคงมีอยู่ในขณะนี้ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใย และเพื่อความปลอดภัยของผู้มีจิตศรัทธา มูลนิธิฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร คอยอำนวยความสะดวกผู้มีจิตศรัทธา รวมทั้งจัดตั้งหน่วยพยาบาลสำหรับการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน และจัดให้มีป้ายประชาสัมพันธ์ค่าฝุ่นละออง P.M 2.5 แบบ Realtime เพื่อเป็นข้อมูลแก่ผู้มีจิตศรัทธาอีกทางหนึ่ง รวมถึงจัดให้มีมาตรการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสทุกวันหลังปิดทำการในแต่ละวัน รวมทั้ง ขอความร่วมมือประชาชนผู้มีจิตศรัทธาสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และใช้บริการเจลแอลกอฮอล์ที่มูลนิธิฯ ที่จัดบริการแก่ทุกท่านทั่วทุกบริเวณงาน รวมทั้งจัดให้มีบูธปฐมพยาบาลเพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีจิตศรัทธาที่มาร่วมงาน

พิธีสวดชัยมงคลคาถา [พะเก่ง] สำหรับท่านที่สะดวกการทำบุญออนไลน์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดให้มีการลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา ทำบุญพะเก่งออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์  http://www.pttfny.net/cnny ให้ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านได้ร่วมพิธีเพื่อสริมความมั่งมีศรีสุขตลอดปีมะโรง ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung

ทั้งนี้ เนื่องจากมีผู้มีจิตศรัทธามาร่วมทำบุญบริจาคเป็นจำนวนมาก  อาจส่งผลให้ผู้ที่ใช้เส้นทางใกล้เคียงมูลนิธิฯ ได้แก่ ถนนพลับพลาไชย  ถนนเจ้าคำรพ  ถนนมังกร  ถนนหลวง  ถนนเสือป่า ไม่ได้รับความสะดวกในการสัญจร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้

‘พระธรรมยาตรา’ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784416

‘พระธรรมยาตรา’ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

‘พระธรรมยาตรา’ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 14.43 น.

‘พระธรรมยาตรา’ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

31 มกราคม 2567 หลวงพ่อทัตตชีโว เมตตาเป็นประธานสงฆ์ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และเจริญสมาธิภาวนา ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งจุดประทีปถวายเป็นพุทธบูชา และบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ ณ พระมหาธรรมกายเจดีย์ วัดพระธรรมกาย ในโครงการธรรมยาตรา กตัญญูบูชามหาปูชนียาจารย์ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ปีที่ 12 โดยมีพระธรรมยาตรา จำนวน 1,140 รูป พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

โดยได้รับเกียรติจากนางสาวอภิสรา เกษอินทร์ นายอำเภอคลองหลวง เป็นผู้แทนพสกนิกรเปิดกรวยกระทงดอกไม้ ถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยนายสุเทพ วงษ์แจ้ง นายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง และ รศ.(พิเศษ) ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ถวายเครื่องไทยธรรมแด่หลวงพ่อทัตตชีโว ประธานสงฆ์

พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ประชาสัมพันธ์โครงการธรรมยาตรา ปีที่ 12 กล่าวว่า ตลอดเดือนมกราคม พระธรรมยาตราทั้ง 1,140 รูป ดำเนินกิจวัตรตามบทฝึกพระใหม่ ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ชุมชน สถานศึกษา และประชาชนในพื้นที่จัดพิธีจุดประทีปถวายเป็นพุทธบูชา ถวายมหาสังฆทานแด่วัดในชุมชน รวม 368 วัด เพื่อสืบอายุพระพุทธศาสนา, ทอดผ้าป่าบำรุงวัดในท้องถิ่น รวม 31 วัด, มอบทุนการศึกษาให้กับสถานศึกษาและเยาวชนในชุมชน รวม 30 ทุน เป็นการปลูกฝังให้เยาวชนรักวัดในท้องถิ่นด้วยกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ตามหลัก “บวร” (บ้าน-วัด-โรงเรียน) การรณรงค์รักษา ศีล 5 ในหมู่ประชาชน เป็นต้น ซึ่งรูปแบบกิจกรรมทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา (หมู่บ้านรักษาศีล 5 ) ของคณะสงฆ์ไทย เพื่อนำบุญที่เกิดขึ้นน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ด้วย

สำหรับพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และจุดประทีปเพื่อน้อมถวายพระพรชัยมงคล แด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี จัดให้มีขึ้นในพื้นที่อนุสรณ์สถานอันเกี่ยวเนื่องกับพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมา มาแล้ว 6 ครั้ง ประกอบด้วย ครั้งที่ 1 วันที่ 6 ม.ค. ณ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) โลตัสแลนต์ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี อนุสรณ์สถานลำดับที่ 1 สถานที่เกิดด้วยรูปกายเนื้อ ครั้งที่ 2 วันที่ 10 ม.ค. ณ อนุสรณ์สถานคลองบางนางแท่น จ.นครปฐม อนุสรณ์สถานลำดับที่ 2 สถานที่ตั้งมโนปณิธานบวชตลอดชีวิต ครั้งที่ 3 วันที่ 14 ม.ค. ณ วัดสองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี อนุสรณ์สถานลำดับที่ 3 สถานที่เกิดในเพศสมณะ ครั้งที่ 4 วันที่ 20 ม.ค. ณ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี อนุสรณ์สถานลำดับที่ 4 สถานที่เกิดด้วยกายธรรม ครั้งที่ 5 วันที่ 24 ม.ค. ณ อนุสรณ์สถานบางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม สถานที่เผยแผ่วิชชาธรรมกายครั้งแรก ครั้งที่ 6 ณ อาคารธรรมยาตรา กตัญญูบูชามหาปูชนียาจารย์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ จ.กรุงเทพมหานคร สถานที่ค้นคว้าและเผยแผ่วิชชาธรรมกาย และ ครั้งนี้เป็นสุดท้าย ณ วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี อนุสรณ์สถานลำดับที่ 7 สถานที่ขยายวิชชาธรรมกาย

โครงการธรรมยาตรา กตัญญูบูชามหาปูชนียาจารย์ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง เป็นพุทธประเพณีจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-31 มกราคม ของทุกปี สามารถติดตามรายละเอียดโครงการฯ ได้ที่ http://www.ธรรมยาตรา.com, http://www.dhammakaya.net, http://www.gbnus.com หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร.02-831-1234

จนท.คุมเข้ม! วันสถาปนาอุเทนถวาย ครบรอบ 90 ปี ศิษย์เก่า-ปัจจุบัน ทยอยร่วมงานคึกคัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784374

จนท.คุมเข้ม! วันสถาปนาอุเทนถวาย ครบรอบ 90 ปี ศิษย์เก่า-ปัจจุบัน ทยอยร่วมงานคึกคัก

จนท.คุมเข้ม! วันสถาปนาอุเทนถวาย ครบรอบ 90 ปี ศิษย์เก่า-ปัจจุบัน ทยอยร่วมงานคึกคัก

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 13.03 น.

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ได้จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 90 ปี หรือ “วันบลูเดย์” เป็นวันที่ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันจะกลับมาทำกิจกรรมรำลึกด้วยกัน แต่ในปีนี้ต้องจับตาเป็นพิเศษสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 67 ที่ผ่านมาเกิดเหตุนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีปทุมวันรายหนึ่ง ถูกกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นทั้งศิทย์เก่าและศิทย์ปัจจุบันของอุเทนถวายไปรุมทำร้ายใช้มีดแทงจนเสียชีวิต

ส่วนบรรยากาศบริเวณด้านหน้าของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ช่วงเช้าของวันนี้ว่ามีศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันทยอยเดินทางเข้ามาร่วมงาน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากในพื้นที่นครบาล และกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 ตำรวจควบคุมฝูงชน มาดูแลความปลอดภัยและดูการจราจร โดยทางเข้ามหาวิทยาลัยฯเปิดให้ทางเข้า-ออกแค่ประตูเดียว มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันเข้มงวด และตรวจอาวุธ ตรวจกระเป๋า และค้นรถของบุคคลที่เข้าพื้นที่มหาวิทยาลัยด้วย และงานวันนี้ทางสถาบันไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวด้านในให้สังเกตการณ์อยู่ด้านนอกเท่านั้น

สำหรับกำหนดการ วันสถาปนาอุเทนถวาย ครบรอบ 90 ปี ในวันนี้จะเริ่มตั้งแต่เวลา 06.30 น. ไปจนถึงเวลา 12.00 น. โดยมีการทำบุญตักบาตร พระภิกษุสงฆ์ 19 รูป, พิธีบวงสรวงพระวิษณุกรม, และถวายภัตตาหารเพลพระภิกษุสงฆ์ 9 รูป โดยงานครั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยฯขอความร่วมมือผู้ที่จะเข้าร่วมงงาน ไม่นำรถจักรยานยนต์ และรถยนต์เข้ามาจอดในเขตพื้นที่อุเทนถวาย และงดเว้นการจอดรถบริเวณริมถนนพญาไททั้งสองฝั่งด้วย

ขณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยพล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น. วางแผนรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย วางมาตรการป้องกันเหตุนักศึกษา 2 สถาบันชื่อดังก่อเหตุทะเลาะวิวาท โดยในวันนี้อาจมีบุคคลไม่หวังดีก่อเหตุความวุ่นวายส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดย กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลพื้นที่สุ่มเสี่ยงและจุดล่อแหลมเพื่อป้องกันการก่อเหตุของนักศึกษาทั้งสองแห่ง ทั้งก่อนและหลังวันบลูเดย์ โดยใช้กำลังตำรวจ 2 กองร้อย ดูแลพื้นที่ สับเปลี่ยนกำลังเจ้าหน้าที่ตามความเหมาะสมและห้วงเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมด้วยอุปกรณ์ควบคุมฝูงชนและรถควบคุมผู้ต้องหา

‘เพิ่มพูน’ ขอ ผอ.สถานศึกษายกเลิกอยู่เวรครู จ่อเสนอจ้าง รปภ.มาทำหน้าที่แทน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784368

‘เพิ่มพูน’ ขอ ผอ.สถานศึกษายกเลิกอยู่เวรครู จ่อเสนอจ้าง รปภ.มาทำหน้าที่แทน

‘เพิ่มพูน’ ขอ ผอ.สถานศึกษายกเลิกอยู่เวรครู จ่อเสนอจ้าง รปภ.มาทำหน้าที่แทน

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 12.41 น.

‘เพิ่มพูน’ ขอ ผอ.สถานศึกษายกเลิกอยู่เวรครูตามมติ ครม. สัปดาห์หน้าเตรียมเสนอ ครม. จ้าง รปภ.มาทำหน้าที่แทนครู

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า  กว่าสองสัปดาห์แล้วที่มติคณะรัฐมนตรีให้ยกเลิกการอยู่เวรของครูในโรงเรียนและสถานศึกษาทั่วประเทศ มีผลบังคับใช้ทันที  ด้วยความห่วงใยในสวัสดิภาพและลดภาระของครูอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งขณะนี้ได้รับผลตอบรับดีมากจากครูทั้งประเทศ รวมทั้งผู้อำนวยการสถานศึกษาที่เข้าใจเจตนาของการยกเลิกเวรครู หลายแห่งได้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแทนการให้ครูนอนเฝ้า เช่น ระบบกล้องวงจรปิดควบคุมจากระยะไกล แอปพลิเคชันที่ตรวจตราและประสานหน่วยงานด้านความปลอดภัยได้ตลอดเวลา รวมทั้งการร่วมมือจากภาคเอกชนในพื้นที่เข้ามาสนับสนุนตู้แดง เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงความห่วงใย ความเข้าใจต่อความปลอดภัยของชีวิตครูและทรัพย์สินราชการจากทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็ง

อย่างไรก็ตามในการปฏิบัติตามมติ ครม. พบว่าสถานศึกษาบางแห่งยังให้ครูทำหน้าที่อยู่เวรตามเดิมอยู่ โดยปรับเปลี่ยนการออกคำสั่งจากคำว่าอยู่เวร เป็นคำว่าให้ครูปฏิบัติหน้าที่ดูแลโรงเรียนแทนนั้น ทำให้ครูไม่ได้รับการให้เลิกอยู่เวรตามมติ ครม. ที่ให้มีผลทันที ซึ่งวิธีการเช่นนี้สุ่มเสี่ยงเป็นการออกคำสั่งที่ขัดกับมติ ครม. จึงอยากขอให้ผู้บริหารสถานศึกษาที่ดำเนินการในลักษณะดังกล่าวนี้ ปรับเปลี่ยนวิธีในการดูแลความปลอดภัยให้ถูกต้องและเหมาะสมโดยไม่ต้องให้ครูมานอนเฝ้าโรงเรียน

“รัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการ (นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล) เร่งผลักดันเรื่องยกเลิกการอยู่เวรของครู เนื่องจากห่วงใยความปลอดภัยของครูเป็นหลัก หลายครั้งที่ครูถูกทำร้ายขณะอยู่เวรโดยไม่มีทางสู้ ซึ่งการบาดเจ็บทั้งทางร่างกายและจิตใจของครูทุกคน ไม่คุ้มค่าเลยในการเข้าแลกเพื่อปกป้องทรัพย์สิน โลกวันนี้มีเทคโนโลยีมากมายที่สามารถนำมาใช้ทดแทนได้ รวมถึงบริษัทรักษาความปลอดภัย อีกทั้งกระทรวงศึกษาธิการเองก็มีนโยบายเปลี่ยนองค์กรให้ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น จึงอยากวอนผู้บริหารสถานศึกษาที่ยังให้ครูเข้าเวรอยู่ ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติให้เป็นไปตามมติ ครม. ที่มีความตั้งใจจะยกเลิกการให้ครูเข้าเวร เพื่อดูแลครูและให้ครูมีความสุขได้อย่างแท้จริง”

ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เร่งรวบรวมข้อมูลความต้องการจ้าง รปภ.มาดูแลความปลอดภัยของสถานศึกษาให้ครบถ้วน เพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ทันในสัปดาห์หน้า โดยหวังว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจะมีมติเห็นชอบในเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ส่งผลกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของคุณครูทั้งประเทศโดยตรง

 “อยากขอให้ผู้บริหารสถานศึกษาใช้แนวคิดบนหลักที่ว่า สวัสดิภาพและความปลอดภัยของครูมีความสำคัญกว่าทรัพย์สินทั้งหมด โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการให้ครูไปเฝ้าเวรยามนี้ ขอให้ท่านคิดว่าคุณครูทุกคนคือเพื่อนร่วมงานมากกว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา วันนี้เราปลดล็อคเรื่องครูอยู่เวรได้แล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือดูแลกันและกัน คืนครูให้ห้องเรียน พัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยให้เหมาะสมกับพื้นที่ มีความทันสมัย ร่วมมือกับเครือข่ายต่าง ๆ ในพื้นที่ตามแนวคิดการทำงานจับมือไว้แล้วไปด้วยกัน” รมว.ศธ. กล่าว

‘นายกฯ’ประชุม‘สภานโยบายการอุดมศึกษาฯ’ ปลดล็อกข้อจำกัดจัดซื้อ-จ้างเพื่อวิจัยและพัฒนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784333

‘นายกฯ’ประชุม‘สภานโยบายการอุดมศึกษาฯ’ ปลดล็อกข้อจำกัดจัดซื้อ-จ้างเพื่อวิจัยและพัฒนา

‘นายกฯ’ประชุม‘สภานโยบายการอุดมศึกษาฯ’ ปลดล็อกข้อจำกัดจัดซื้อ-จ้างเพื่อวิจัยและพัฒนา

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 09.48 น.

‘นายกฯ’ประชุม‘สภานโยบายการอุดมศึกษาฯ’ ย้ำเร่งยกระดับการศึกษาให้ทัดเทียมนานาชาติ ตั้งเป้านำ‘อววน.’หนุนนโยบายรัฐบาล ต่อยอดนวัตกรรม เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในงานวิจัย-นวัตกรรม ปลดล็อกข้อจำกัดหลักเกณฑ์จัดซื้อ-จ้างเพื่อวิจัยและพัฒนา

ในการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สภานโยบาย) ครั้งที่ 2/2567 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธานการประชุม และมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย (มท.) รองประธานคนที่หนึ่ง และ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รองประธานคนที่สอง พร้อมด้วยรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายด้านการอุดมศึกษา ใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. ปรับปรุงหลักสูตรมหาวิทยาลัยให้ทันสมัย มีมาตรฐาน ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่และเทคโนโลยีใหม่ 2. ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-long learning) ให้เหมาะกับบริบท ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย 3. สร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน ภาคการผลิต และมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อยกระดับมหาวิทยาลัยไทยให้ทัดเทียมกับนานาชาติ 4. บริหารทรัพยากรบุคคลให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Put the right man on the right job) โดยอาจารย์ที่สอนเก่งให้เน้นทำหน้าที่สอน อาจารย์ท่านไหนที่ทำวิจัยเก่งให้เน้นการทำวิจัย 5. ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในมหาวิทยาลัยให้ทันสมัย เพื่อให้นักศึกษาได้คุ้นเคยกับเทคโนโลยีและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ชั้นสูงต่าง ๆ

ขณะที่ ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบาย โดยเน้นประเด็นด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  (ววน.) 4 ด้าน ได้แก่ 1. สนับสนุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหา สร้างนวัตกรรม สร้างอุตสาหกรรมใหม่ 2. กำหนดสัดส่วนการลงทุน ววน. ในอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ชัดเจน ทั้งที่เป็นส่วนวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) หรือ งานวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) โดยขอให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล แต่ไม่ปิดกั้นโอกาสให้นักวิจัยค้นพบเรื่องใหม่ ๆ 3. ส่งเสริมสตาร์ทอัพโดยให้มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นแหล่งบ่มเพาะและสนับสนุนกลไก Matching Fund และ 4. พัฒนาคน พัฒนานักวิจัย ไปพร้อมกับการพัฒนานวัตกรรม

รมว.อว. กล่าวต่อว่าเป้าหมายของการนำ อววน. สนับสนุนนโยบายรัฐบาล 4 ปี ว่า ในด้านความสามารถทางนวัตกรรมและคุณภาพมหาวิทยาลัย ได้ตั้งเป้าหมาย อาทิ การขยับอันดับความสามารถทางการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์ที่จัดอันดับโดยสถาบัน IMD ให้อยู่ใน 25 อันดับแรก ดัชนีนวัตกรรมโลก ตั้งเป้าให้อยู่ใน 30 อันดับแรก ยกระดับสถาบันอุดมศึกษาของไทยจำนวน 2 แห่ง ให้อยู่ใน 200 อันดับแรกจากการจัดอันดับของ Times Higher Education (THE) โดยให้มีสถาบันอุดมศึกษาภูมิภาคอย่างน้อย 1 แห่งอยู่ในอันดับระหว่าง 601 – 800 รวมถึงพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาไทยจำนวน 8 แห่ง ให้อยู่ใน SDG Impact Ranking ส่วนความสามารถกำลังคนทักษะสูง ตั้งเป้าผลิตบัณฑิตวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์หรือ STEM ให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 55% และกำลังคนทักษะสูงมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 40%

ที่สำคัญ ยังตั้งเป้าให้มูลค่าการลงทุนด้าน R&D ของประเทศไม่ต่ำกว่า 2% ต่อจีดีพี โดยคาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) จากการลงทุนด้าน ววน. ไม่ต่ำกว่า 5 เท่า และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจอื่น เช่น สิทธิบัตรที่มีผลบังคับใช้ต่อประชากร 100,000 คน เพิ่มขึ้นเป็น 50 รายการ มูลค่าอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาลที่ใช้องค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม 5.8 แสนล้านบาท ในส่วนของผลกระทบการลงทุน R&D ต่อความสามารถทางเทคโนโลยีของผู้ประกอบการ Startup, SME และเกษตรกร รัฐตั้งเป้าหมายในการปั้นให้เกิด Unicorn Startup 7 บริษัท ธุรกิจฐานนวัตกรรมที่เป็น SMEs มีรายได้รวมทุกบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 7.5 หมื่นล้านบาท เกษตรกรที่ใช้ Smart Farming มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3 เท่า ซึ่งที่ประชุมฯ ได้ให้ความเห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อน อววน. ตามนโยบายนายกรัฐมนตรีและมอบหมายให้ สอวช. ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรายงานความก้าวหน้าต่อสภานโยบายต่อไป

นอกจากนี้ สภานโยบายยังมีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยและพัฒนา และเพื่อการให้บริการทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษา ที่ไม่สามารถดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยและพัฒนา และเพื่อการให้บริการทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษามีกลไกการบริหารจัดการพัสดุด้านการวิจัย การบริการวิชาการ และการสร้างนวัตกรรมของสถาบันอุดมศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเป้านำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม

“หลักเกณฑ์ที่สภานโยบายเห็นชอบฉบับนี้ จะมีส่วนช่วยให้เกิดการจัดซื้อจัดจ้างที่เหมาะสมกับการวิจัยพัฒนาและการบริการวิชาการสำหรับสถาบันอุดมศึกษาในประเด็นสำคัญต่าง ๆ เช่น การปรับปรุงวงเงินและเหตุผลที่ซื้อหรือจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง การปลดล็อกให้สถาบันอุดมศึกษาสามารถซื้อพัสดุที่มีคุณลักษณะพิเศษ หรือการจ้างผู้มีทักษะความชำนาญสูงได้ การกำหนดข้อยกเว้นให้จ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้าเพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุจากต่างประเทศ รวมทั้งการปลดล็อกให้สามารถโอนพัสดุให้เอกชน วิสาหกิจชุมชน กลุ่มอาชีพ สหกรณ์ มูลนิธิ วัด องค์กรการกุศล ตามข้อตกลงความร่วมมือหรือสัญญาได้ ทั้งนี้ กระทรวง อว. ได้มอบนโยบายให้เสนอคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ ขอให้สถาบันวิจัยได้ใช้ประกาศฉบับนี้ กับการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยและพัฒนาด้วย” นางสาวศุภมาส กล่าว

ภาครัฐ-การีนา เปิดตัว ‘กางเกงแมวโคราช’ แฟชั่นไอเทมใหม่ในเกม Free Fire

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784229

ภาครัฐ-การีนา เปิดตัว ‘กางเกงแมวโคราช’ แฟชั่นไอเทมใหม่ในเกม Free Fire

ภาครัฐ-การีนา เปิดตัว ‘กางเกงแมวโคราช’ แฟชั่นไอเทมใหม่ในเกม Free Fire

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนางสาวมณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) พร้อมคณะผู้บริหารจาก Sea (ประเทศไทย) ร่วมเปิดตัว “กางเกงแมวโคราช” ในเกม Free Fire เกมแบทเทิลรอยัลระดับโลก

Sea (ประเทศไทย) เป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เนตแพลตฟอร์ม ได้แก่ การีนา (Garena) ช้อปปี้ (Shopee) และซีมันนี่ (SeaMoney) ได้นำ “กางเกงแมวโคราช” เข้าสู่โลกดิจิทัล คอนเทนต์ในฐานะแฟชั่นไอเทมใหม่ล่าสุดภายในเกม Free Fire เกมแบทเทิลรอยัลระดับโลกจากการีนา ที่เข้าถึง ผู้เล่นทั่วโลกกว่า 160 ตลาด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างซอฟต์พาวเวอร์ไทยในเวทีโลก ณ อาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ เมื่อเร็วๆ นี้

FWD ประกันชีวิต-มูลนิธิจูเนียร์อะชีฟเม้นท์ จัดกิจกรรมเสริมความรู้ทางการเงินนักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784237

FWD ประกันชีวิต-มูลนิธิจูเนียร์อะชีฟเม้นท์  จัดกิจกรรมเสริมความรู้ทางการเงินนักเรียน

FWD ประกันชีวิต-มูลนิธิจูเนียร์อะชีฟเม้นท์ จัดกิจกรรมเสริมความรู้ทางการเงินนักเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ FWD ประกันชีวิต นำโดย อาสาสมัครพนักงาน ร่วมกับมูลนิธิจูเนียร์อะชีฟเม้นท์ ประเทศไทย หรือ JA Thailand ในฐานะครูพี่เลี้ยง ลงพื้นที่จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านการเงินในโครงการ JA SparktheDream แก่นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ 5 จำนวน 243 คน ที่โรงเรียนชุมชนบึงบา ถนนเลียบคลองสิบ บ้านบึงบาพัฒนา ตำบลบึงบาอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

กิจกรรมให้ความรู้ด้านการเงินในโครงการ JA SparktheDream จัดขึ้นเพื่อส่งต่อความรู้ทางการเงิน ทักษะทางสังคม และทักษะการใช้ชีวิตที่จำเป็นพื้นฐานให้แก่นักเรียน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการเงินได้อย่างรอบคอบ ตลอดจนสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่ตัวเองและครอบครัว

โดยนำเสนอความรู้ทางการเงินใน 3 บทเรียนหลัก ได้แก่บทเรียนที่ 1) การหารายได้ การเก็บออมและการใช้จ่าย บทเรียนที่ 2)การวางแผนทางการเงิน บันทึกรายรับ รายจ่าย และบทเรียนที่ 3)แรงบันดาลใจและความมั่นคงทางการเงิน ผ่านการเรียนรู้ในรูปแบบของเกมจำลองสถานการณ์ แบบทดสอบ และกิจกรรมประเภทต่างๆ โดยใช้เนื้อหาที่เข้าใจง่าย และออกแบบให้สามารถปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ JA SparktheDream สามารถดูได้ที่ https://jasparkthedream.org/

ผอ.บางบอนรุดตรวจถ.กาญจนาฯ กวดขันแก้ไขความเดือดร้อนปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784252

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เขตบางบอน ห่วงใยใส่ใจทุกพื้นที่ ตรวจพื้นที่ประจำสัปดาห์ พร้อมแก้ไขทันที 

นายณันทพงศ์ สินมา ผู้อำนวยการเขตบางบอน พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ตั้งเอี่ยมสกุล นางพัสพงค์ นิ่มสำลีผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางบอนนายธนกร เปรมัษเฐียร์ หัวหน้าฝ่ายโยธา นางสาวกนกอร ขวัญพงษ์ หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ นางนันทิกร เกตุเลขา หัวหน้าฝ่ายปกครอง นายยุทธนา ศรีแย้มวงษ์ หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตรวจพื้นที่ประจำสัปดาห์บริเวณถนนกาญจนาภิเษก เริ่มจากบริเวณเชิงสะพานข้ามคลองบางโคลัดจนถึงบริเวณเชิงสะพานข้ามคลองบางพราน โดยดำเนินการกวดขันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนต่างๆ ในเบื้องต้น ได้แก่ ปัญหาการตั้งวางสิ่งของบนทางสาธารณะ จัดระเบียบสายสื่อสาร ตัดแต่งกิ่งไม้ จัดระเบียบป้ายโฆษณากีดขวางทางเท้า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนทันที

ม.ศรีปทุม อาสาเป็นผู้ประสานหลัก งาน Bangkok Design Week 2024

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/784234

ม.ศรีปทุม อาสาเป็นผู้ประสานหลัก งาน Bangkok Design Week 2024

ม.ศรีปทุม อาสาเป็นผู้ประสานหลัก งาน Bangkok Design Week 2024

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คณาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้แก่ คณะการออกแบบและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม คณะดิจิทัลมีเดีย, คณะนิเทศศาสตร์, คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ SPU และศิลปินนักออกแบบอีกมากมาย อาสาเป็นผู้ประสานจัดงานหลัก งาน Bangkok Design Week 2024 ย่าน Kaset- Bang Bua ใน Theme “Bang Bua The Third Place” ระหว่างวันที่ 27 มกราคม-4 กุมภาพันธ์ 2567

งาน Bangkok Design Week 2024 (BKKDW2024) หรือเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2567 จัดโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับกรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษาองค์กรระหว่างประเทศ และภาคีเครือข่ายย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ใน 15 ย่านทั่วกรุงเทพฯ โดยมีนักสร้างสรรค์นักออกแบบ นักพัฒนาเมือง ผู้ประกอบการรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ร้านค้าท้องถิ่นในพื้นที่ ตลอดจนนิสิตนักศึกษา ร่วมกันจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นไปได้ใหม่ๆ เพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ดูดียิ่งขึ้นกว่าเดิม มีการนำเสนอผลงานมากกว่า 500 โปรแกรมภายใต้คอนเซ็ปต์ Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี เพื่อให้กรุงเทพฯเป็นเมืองน่าอยู่ น่าลงทุน และน่าท่องเที่ยว สำหรับทุกคน ผ่าน 3 มิติ คือ Hard Matters เมืองดีต่อกาย, Heart Matters เมืองดีต่อใจ และ Design Matters เมืองออกแบบดี

นอกจากประสานงานแล้ว นักศึกษา SPU ได้ร่วมงานใน ธีม(Theme) “Bang Bua The Third Place” พื้นที่หย่อนใจ ปล่อยกาย… kore lab studio โดยคณะนิเทศศาสตร์ คณะสร้างเจ้าของธุรกิจเปิด ฟู้ดทรัคศิลปะแนวกราฟิตี้ผลงานของคณะดิจิทัล เป็นต้น