CMG -กองทัพบก และภาคีเครือข่าย ร่วมส่งของขวัญให้เด็กจว.ชายแดนภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783743

CMG -กองทัพบก และภาคีเครือข่าย  ร่วมส่งของขวัญให้เด็กจว.ชายแดนภาคใต้

CMG -กองทัพบก และภาคีเครือข่าย ร่วมส่งของขวัญให้เด็กจว.ชายแดนภาคใต้

วันอังคาร ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป (CMG) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล โดย ปิยนุช จิตสง่าเลิศ – Head of Lee, Guess Apparel, Bag & Jockey for HER บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (CMG) พร้อมด้วยสมกมล จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับกลุ่มเซ็นทรัล และกองทัพบกพร้อมด้วยภาคีเครือข่าย ร่วมจัดกิจกรรมคัดแยกของขวัญ เพื่อส่งมอบไปยังเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดอื่นๆ ผ่านโครงการ “มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์ปีที่ 14” ภายใต้แนวคิด “From the Hearts to the Smiles – ของขวัญจากใจเพื่อรอยยิ้มของทุกคน” ที่ริเริ่มโดยกลุ่มเซ็นทรัลและกองทัพบก ณ ศูนย์กระจายสินค้าบางนา

ในปีนี้ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป ได้ร่วมบริจาคผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าและเดนิมส์คุณภาพดีจากแบรนด์ Lee และ Lee Kids เป็นจำนวนกว่า 300 ชิ้น มูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 585,000 บาท โดยของขวัญดังกล่าวได้กระจายไปส่งมอบยังจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา

ม.สวนดุสิต มอบปฏิทินเก่าทำอักษรเบรลล์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783742

ม.สวนดุสิต มอบปฏิทินเก่าทำอักษรเบรลล์

ม.สวนดุสิต มอบปฏิทินเก่าทำอักษรเบรลล์

วันอังคาร ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

รศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พร้อมคณะ ร่วมมอบปฏิทินเก่าแบบตั้งโต๊ะให้กับสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร โดยมี วราภรณ์ นาคประสิทธิ์ เจ้าหน้าที่งานรักษาความสะอาดอาวุโส สำนักงานเขตดุสิต เป็นผู้รับมอบ เพื่อส่งต่อให้มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำไปผลิตเป็นสื่อการเรียนการสอนอักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการทางสายตาต่อไป

เรียก ผจก.กยศ.แก้ข้อกล่าวหา ปมนศ.เมืองคอน ร้องถูกระงับกู้ยืมรายเก่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783767

เรียก ผจก.กยศ.แก้ข้อกล่าวหา ปมนศ.เมืองคอน ร้องถูกระงับกู้ยืมรายเก่า

เรียก ผจก.กยศ.แก้ข้อกล่าวหา ปมนศ.เมืองคอน ร้องถูกระงับกู้ยืมรายเก่า

วันจันทร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2567, 17.54 น.

29 ม.ค.67 จากกรณีที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้ ผจก.กยศ. ได้ดำเนินการเร่งอนุมัติเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาให้กับนักศึกษาที่ขอกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาทั่วประเทศโดยด่วน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่นักศึกษาและผู้ปกครองนั้น

เมื่อเวลา11.00น. เมื่อวันที่ 29 ม.ค.67 ที่ศาลปกครองนครศรีธรรมราช น.ส.เพียงใจ (นามสกุลสมมุติ) อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะบริหารศาสตร์ สาขาการจัดการ พร้อมเพื่อนนักศึกษารวม 4 คน เป็นตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนานครศรีธรรมราช นำเอกสารเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน กยศ.ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราช หลังได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก จากการที่ ผจก.กยศ.ไม่อนุมัติเงินกู้ยืมเรียนให้กับเองกับพวก ซึ่งเป็นผู้กู้รายเก่า ตัวแทนนักศึกษาจึงยื่นฟ้อง ผจก. กยศ.ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และไม่เป็นไปตาม พรบ.กองทุนกู้ยืมฯ ไม่อนุมัติเงินกู้ยืมนักศึกษารายเก่า ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

น.ส.เพียงใจ กล่าวว่า ขณะนี้ตนเป็นหนี้ กยศ.ในระบบกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาระหว่างนักศึกษาผู้กู้ยืมกับกองทุน กยศ.ผู้ให้กู้ยืม จำนวนทั้งสิ้น 114,250 บาท แต่ว่าตามข้อเท็จจริงแล้ว ตนยังไม่ได้รับค่าเล่าเรียนครบตามจำนวนที่เป็นหนี้ในระบบแจ้งเตือนของ กยศ.แต่อย่างใด ซึ่งตนเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 แต่ไม่มีเงินมาจ่ายค่าเทอม ทำให้ตนเสียประโยชน์และสิทธิการเรียน การกู้ยืมเงินดังกล่าวก็เป็นการกระทำ เพื่ออนาคตของตนและพวก ซึ่งในการกู้ยืมเงินครั้งนี้ตนได้กู้ยืมเงิน กยศ.มาตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา

ต่อมาเมื่อทำเรื่องยื่นกู้ยืมในระบบกองทุนเงิน เพื่อให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาระหว่างนักศึกษาผู้กู้ยืมกับกองทุน กยศ.ผู้ให้กู้ยืม ในภาคเรียนที่ 2/2565 และภาคเรียนที่ 1/2566 แต่ไม่มียอดเงินค่าเทอมเข้า ทั้งที่ตนได้ส่งแบบยืนยันเรียบร้อยและตนก็สามารถยื่นใบเบิกเงินเงินกู้ยืมในระบบได้

น.ส.เพียงใจ ยังกล่าวว่า เรื่องนี้ทำให้ตนมีความหวั่นใจเกี่ยวกับการได้สิทธิหรือการกู้ยืม เพราะตนได้จ่ายเงินค่าเทอมก่อนไปแล้วในเทอมที่ 2/2565และ 1/2566 ที่ดำเนินการไปแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้รับเงินกู้ยืมจาก กยศ. เต็มจำนวนที่ขอกู้ยืมไป วันนี้ตนและเพื่อนมายื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอความเมตตาต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราชได้โปรดเมตตาสั่งให้ ผจก.กยศ.ดำเนินการให้เป็นตาม พ.ร.บ.กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และขอให้ศาลปกครองได้โปรดพิจารณาว่า การกระทำของ ผจก.กยศ.ที่ไม่อนุมัติเงินกู้ยืมให้ตนกับเพื่อนนั้น เป็นการเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่อย่างไร ขอให้ศาลปกครองได้ โปรดให้ความเมตตาตนกับพวกด้วย

ต่อมา เวลา 13.00 น. ศาลปกครองนครศรีธรรมราช รับฟ้องที่ได้ยื่นฟ้อง ผจก.กยศ.ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.กองทุนกู้ยืมฯ ไม่อนุมัติเงินกู้ยืมนักศึกษารายเก่า และไม่ทำตามคำสั่ง รมช.คลัง ทำให้นักศึกษาได้รับความเดือดร้อน ซึ่งศาลปกครองจะได้แจ้งให้ ผจก.กยศ. มาแก้ข้อกล่าวหาโดยด่วนต่อไป

‘อธิบดี สกร.’เผยปลัดศธ.ลงนามอนุมัติสรรหาผู้บริหารซี 9 รวม 13 ตำแหน่งแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783710

‘อธิบดี สกร.’เผยปลัดศธ.ลงนามอนุมัติสรรหาผู้บริหารซี 9 รวม 13 ตำแหน่งแล้ว

‘อธิบดี สกร.’เผยปลัดศธ.ลงนามอนุมัติสรรหาผู้บริหารซี 9 รวม 13 ตำแหน่งแล้ว

วันจันทร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2567, 15.41 น.

‘อธิบดี สกร.’เผยปลัดศธ.ลงนามอนุมัติสรรหาผู้บริหารซี 9 รวม 13 ตำแหน่งแล้ว                

29 มกราคม 2567 นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (อธิบดี สกร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาผู้บริหารระดับต้น ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ. ได้ลงนามคำสั่งอนุมัติการสรรหาผู้บริหารระดับต้นของศธ. ซี9 จำนวน 13 ตำแหน่ง ได้แก่ รองศึกษาธิการภาค (ศธภ.) 7 อัตรา, รองอธิบดีสกร. 2 อัตรา, รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) 1 อัตรา ,รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) 1 อัตรา, ผู้ช่วยปลัดศธ.1 อัตรา และผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) 1 อัตรา นั้น โดยในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการสรรหาฯ เพื่อกำหนดปฏิทินการสรรหา โดยตามขั้นตอนจะเปิดรับสมัครไม่น้อยกว่า 7 วัน  จากนั้นจะมีการตรวจสอบคุณสมบัติและประกาศรายชื่อผู้มีคุณสมบัติเข้ารับการสรรหาต่อไป  คาดว่าจะประกาศรับสมัครได้ภายในวันที่ 2 กุมภาพันธ์  และคัดเลือกผู้เหมาะสมทั้ง 13 ตำแหน่งได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

“การสรรหาครั้งนี้จะดำเนินการด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ตามนโยบายของพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) และยืนยันว่า จะไม่มีเด็กฝาก เด็กเส้นอย่างแน่นอน  สำหรับตำแหน่งผู้บริหารระดับต้น จะคัดเลือกจากข้าราชการศธ. ซึ่งนอกจากต้องมีคุณสมบัติตามตำแหน่งครบถ้วนแล้ว จะต้องเป็นคนเก่ง คนดี  และตอนนี้ยังไม่มีใครมาฝากใคร กับผม โดยผู้ที่จะสมัครจะต้องผ่าน การอบรมโครงการศึกษาอบรมหลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส.), นปส.ศธ.,และต้องผ่านการประเมินสมรรถนะ จากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) หากใครยังไม่มี หรือหมดอายุแล้วก็จะต้องประสานกับ ก.พ. เพื่อเข้ารับการประเมินใหม่ ก่อนเข้าสู่กระบวนการประเมินเพื่อคัดเลือก เท่าที่ดูมีผู้ที่มีคุณสมบัติครบและสามารถสมัครเข้ารับการสรรหาได้กว่า 100 คน ส่วนจะมีผู้สนใจมาสมัครเท่าไรนั้นไม่สามารถบอกได้” นายธนากร กล่าว

นายธนากร กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าในการจัดทำโครงสร้างกรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.)นั้น ขณะนี้ดำเนินการเสร็จ 100%  แล้ว โดยจะมีการแบ่งส่วนงานภายใน สกร. ออกเป็น 12 กอง ส่วนรายละเอียดนั้น ตนยังไม่สามารถบอกได้ ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) สกร. เพื่อสรุปรายละเอียดเสนอให้ ก.พ.ร. ศธ. ให้ความเห็นชอบต่อไป

‘สุรศักดิ์’ลุยมอบนโยบาย พร้อมพบปะ ผอ.-รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783708

'สุรศักดิ์'ลุยมอบนโยบาย พร้อมพบปะ ผอ.-รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ

‘สุรศักดิ์’ลุยมอบนโยบาย พร้อมพบปะ ผอ.-รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ

วันจันทร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2567, 15.38 น.

“สุรศักดิ์”ลุยมอบนโยบาย พร้อมพบปะ“ผอ.-รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ” ในการอบรมโครงการพัฒนาผู้บริหารการศึกษา สพฐ. OBEC ONE  TEAM ลั่น เป็นการอบรมที่สำคัญช่วยวางแผนพัฒนาการศึกษาชาติ

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2567 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ลงพื้นที่จังหวัดนครนายก เพื่อมอบนโยบายพร้อมพบปะและให้กำลังใจ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และรองผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา “ในการอบรมเชิงปฏิบัติการตามโครงการพัฒนาผู้บริหารการศึกษา สพฐ. OBEC ONE TEAM ระยะที่ 1 ระหว่างวันที่ 22 – 31 ม.ค.2567” ณ โรงแรมอิงธาร รีสอร์ท จ.นครนายก โดยมี นายสุรินทร์ มั่นประสงค์ ผอ.สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และ รองผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ

นายสุรศักดิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาร่วมโครงการพัฒนาผู้บริหารการศึกษา สพฐ. OBEC ONE TEAM ซึ่งมีทั้ง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และรอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ จำนวน 387 คน มาร่วมอบรม ตนจึงขอถือโอกาสนี้มาแสดงความยินดีและชื่นชมทุกคนที่เข้ามาสู่ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความสําคัญในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพในระดับพื้นที่ ถ้าดูจากกําหนดการจัดกิจกรรมจะเห็นได้ว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี มีการแบ่งการจัดกิจกรรมออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะแรกระหว่างวันที่ 22 – 31 ม.ค.2567 ณ โรงแรมอิงธาร รีสอร์ท นครนายก เป็นการเสริมสร้างสมรรถนะของผู้บริหาร โดยการฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนความรู้กับวิทยากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ระยะที่ 2 เป็นการเรียนรู้ตามสภาพจริง (ฝึกงาน) ระหว่างวันที่ 2 – 11 ก.พ.2567 ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ และระยะที่ 3 เป็นการจัดทําและนําเสนอแผนกลยุทธ์การพัฒนาการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาระหว่างวันที่ 15 – 17 ก.พ.2567 ณ กรุงเทพฯ

“กิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นกระบวนการที่มีคุณค่าในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้บริหาร มีทั้ง การให้ความรู้ ฝึกปฏิบัติ และถอดบทเรียนเพื่อจัดทําแผนกลยุทธ์ในการพัฒนาการศึกษา เพื่อให้ระบบการศึกษาก้าวไปข้างหน้าทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เนื่องจากแนวโน้มการจัดการศึกษาในอนาคตหลายๆประเทศจะเน้นรูปแบบ การจัดการศึกษาเพื่อสร้างคนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ การแข่งขันเป็นผู้นําทางเศรษฐกิจโลก ส่วนใหญ่เน้นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อกระแสโลกาภิวัตน์ เน้นให้คนใช้ทักษะกระบวนการคิด วุฒิทางอารมณ์ สังคม เพื่อความอยู่รอด ระบบการศึกษาตามอัธยาศัย จะได้รับความนิยมมากขึ้น เพื่อตอบสนอง ความต้องการประกอบอาชีพที่มีอยู่อย่างหลากหลาย ดังนั้นความคาดหวังของระบบการศึกษาไทย อาจจะแบ่งเป็น 2 ภาค ได้แก่ 1.การศึกษาตามระบบ ที่เน้นวิชาการเพื่อความเป็นเลิศ และ2. การศึกษาตามความถนัด ที่เน้นวิชาชีพ ตามศักยภาพของผู้เรียน” รมช.ศธ.กล่าว

นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขอเป็นกําลังใจในการทำงานทั้งยังขอฝากให้ทุกท่านร่วมกันพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทั้งการบริหารหลักสูตร การเตรียมบุคลากรเพื่อจัดการเรียนรู้ รูปแบบใหม่ การมีส่วนร่วมของนักเรียน ผู้ปกครองและชุมชน การยกระดับ ผลการเรียนรู้ การปรับปรุงเชิงโครงสร้าง และการใช้เทคโนโลยีการศึกษาต่างๆ รวมถึงร่วมกันขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ.เพราะการจัดการศึกษาจําเป็นต้อง เริ่มจากความสุข ทั้งผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เมื่อทุกคนมีความสุขจะทำให้การเรียนดีขึ้น การพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆ ดีขึ้น ส่งผลให้ประเทศชาติพัฒนายิ่งขึ้น และต้องร่วมมือ ร่วมใจกันพัฒนาการศึกษา ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายเพื่อยกระดับการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการภายใต้ แนวทางการทำงาน จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน

– 006

ชวนเด็กไทยที่มีฝันร่วม‘ออดิชั่น’ ลุ้นทุนเรียนไฮสคูลที่ออสเตรียฟรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783544

ชวนเด็กไทยที่มีฝันร่วม‘ออดิชั่น’  ลุ้นทุนเรียนไฮสคูลที่ออสเตรียฟรี

ชวนเด็กไทยที่มีฝันร่วม‘ออดิชั่น’ ลุ้นทุนเรียนไฮสคูลที่ออสเตรียฟรี

วันจันทร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โอกาสดีๆ มาถึงแล้วสำหรับเด็กไทยที่มีความฝันและหลงใหลในศิลปะดนตรี AMADEUS International School Vienna โรงเรียนนานาชาติแห่งกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เปิดออดิชั่นตามหาผู้ที่มีความสามารถทางวิชาการ ดนตรี ศิลปะ และการเต้นร่วมออดิชั่นเพื่อรับทุนแบบ Full Scholarship สนับสนุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายระหว่างการศึกษา (Full Scholarship) สำหรับปีการศึกษา 2024-2025 มูลค่ากว่า 1.9 ล้านบาท (ต่อทุน) เปิดรับสมัครแล้ววันนี้-วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 สัมภาษณ์และออดิชั่นในวันที่ 17 กุมภาพันธ์

AMADEUS International School Vienna (อะมาเดอุส อินเตอร์เนชั่นแนล สคูล เวียนา) โรงเรียนเอกชนชั้นนำที่ดีที่สุดอันดับ 15 ของยุโรปโดดเด่นด้านหลักสูตรวิชาการคุณภาพสูงรวมถึงหลักสูตรดนตรีและศิลปะระดับเวิลด์คลาส เปิดรับสมัครเยาวชนไทยที่มีความรู้ความสามารถทั้งด้านวิชาการดนตรี ศิลปะ และการเต้น ร่วมส่งผลงานและออดิชั่นเพื่อชิงทุน AMADEUS Music and Arts Academy (AMAA) ที่ AMADEUS International School Vienna ประเทศออสเตรีย ระหว่างปีการศึกษา 2024-2025 แบบเต็มจำนวน ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ที่พักอาหารทุกมื้อระหว่างการศึกษา เป็นเวลา 1 ปี มูลค่ากว่า 1.9 ล้านบาทต่อคน (50,000 EURO) และทุน Diversity Scholarships สนับสนุนค่าเล่าเรียน 10% เป็นเวลา 1ปี ทั้งนี้ นักเรียนมีโอกาสสมัครขอรับทุนเพิ่มเติมจากโรงเรียนได้ในปีการศึกษาต่อๆ ไป หากมีผลการเรียนดีมีความสามารถโดดเด่น โดยทางโรงเรียนไม่มีกำหนดจำนวนผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนขึ้นอยู่กับคุณภาพและความสามารถของผู้สมัครในรอบออดิชั่น

สำหรับน้องๆ ที่สนใจเข้าร่วมชิงทุนดังกล่าว ต้องมีอายุระหว่าง 11-18 ปี กรอกใบสมัครพร้อมแนบผลงานที่โดดเด่น (YouTube links, portfolio หรือเอกสารอ้างอิง) ผ่านทาง https://forms.gle/GFXMSd8MqLACj6gS6 ได้ตั้งแต่วันนี้-วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 โดยคณะกรรมการ จะคัดเลือกผู้เข้ารอบ โดยพิจารณาจากผู้ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นที่สุดจากผลงานที่แนบมาพร้อมใบสมัคร จำนวน 16 คน เพื่อเข้าสู่รอบสัมภาษณ์และการออดิชั่นสด ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 ระหว่างเวลา 09.30-18.00 น. ณ โรงแรมสินธร มิดทาวน์ กรุงเทพฯ, วีนแยทท์ คอลเล็คชั่น ซึ่งจะใช้เวลาทั้งสิ้น 30 นาที แบ่งออกเป็น การสัมภาษณ์นักเรียนผู้สมัคร 5 นาที ออดิชั่นโชว์ผลงานและความสามารถ 15 นาที และสัมภาษณ์ผู้ปกครองจำนวน 10 นาที

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ MAC International Education Consultant Agency หรือ MIECA โทร.
098-6701238 และ AMADEUS International School Vienna ประเทศออสเตรีย โทร. +43 147 0303727 E-mail : auditions@amadeus-vienna.com หรือดูข้อมูลเพิ่มเติม http://www.amadeus-vienna.com คลิกที่แบนเนอร์ AMADEUS AUDITION และเลือก Audition in Bangkok

โค้งสุดท้าย! ‘TMS’ จับคู่ย้ายครูกลับภูมิลำเนา ถึง 31 ม.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783545

วันจันทร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยว่า ในวันครูปีนี้ได้มอบของขวัญวันครูด้วยระบบจับคู่ “ครูคืนถิ่น” Teacher Matching Syster : TMS เพื่อลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ครูโยกย้ายกลับภูมิลำเนาได้ด้วยความโปร่งใส ไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง โดยเริ่มเปิดใช้งานระบบ TMS วันแรก
ในโอกาสวันครู 16 ม.ค. 2567 โดยมีครูสนใจยื่นคำขอร้องย้ายสับเปลี่ยน 321 รายและจับคู่กันสำเร็จแล้ว 66 ราย

สำหรับวิธีดำเนินการย้ายผ่านระบบดิจิทัลในรูปแบบใหม่นี้ เป็นการลดขั้นตอนลดเอกสาร อีกทั้งยังเพิ่มความสะดวกให้ครูย้ายกลับภูมิลำเนาได้ง่ายขึ้น ซึ่งหากพบว่าครูยื่นคำร้องขอย้ายสับเปลี่ยนและสามารถจับคู่ได้แล้ว แต่ไม่สามารถทำการย้ายตามระบบได้ ก็จะมีการนำข้อมูลการยื่นคำร้องจากระบบมาพิจารณาว่าติดขัดตรงจุดใด เพื่อให้ทุกโรงเรียนได้มีบุคลากรซึ่งเป็นคนในพื้นที่เข้ามาทำการสอน โรงเรียนได้ครูครบชั้น และครูมีความสุขกับการสอนตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

ในระยะเริ่มต้นนี้ ระบบจับคู่ดังกล่าวจะเป็นรูปแบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://tms.otepc.go.th และแอปพลิเคชั่น TMS ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง android และ ios เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน โดยผู้ที่ต้องการยื่นขอย้ายสับเปลี่ยนผ่านระบบ TMS จะต้องเข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัว วิชาที่สอน โดยระบบจะดำเนินการจับคู่กับครูที่มีคุณสมบัติตรงกันที่กรอกข้อมูลเข้ามาในระบบ แล้วจึงเข้าสู่กระบวนการย้ายกรณีปกติได้

“ด้วยความห่วงใยคุณครูทุกท่านจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงขอเชิญชวนครูที่มีความประสงค์ย้ายกลับบ้าน มีคุณสมบัติครบถ้วนแล้วสามารถยื่นคำขอร้องย้ายสับเปลี่ยนได้ผ่านระบบจับคู่ครูคืนถิ่น Teacher Matching System (TMS) ได้ทั้งช่องทางเว็บไซต์และและแอปพลิเคชั่น TMS ในช่วงระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2567 โดยหวังอย่างยิ่งว่าของขวัญนี้จะทำให้ครูทั่วประเทศมีความสุขทั้งกายและใจ มีขวัญกำลังใจในการพัฒนาเยาวชนของชาติอย่างเต็มกำลังต่อไป” นายสิริพงศ์ กล่าว

มช.ร่วมสร้างสังคมสุขภาพดี ตั้งเป้าสู่ ‘Chiang Mai Medical Health Hub’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783546

มช.ร่วมสร้างสังคมสุขภาพดี ตั้งเป้าสู่  ‘Chiang Mai Medical Health Hub’

มช.ร่วมสร้างสังคมสุขภาพดี ตั้งเป้าสู่ ‘Chiang Mai Medical Health Hub’

วันจันทร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ระยะเวลากว่า 60 ปี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ยังคงตั้งมั่นในการให้บริการทางการแพทย์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ คิดค้นนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างครอบคลุมทุกมิติสุขภาพด้วยมาตรฐานสากล ในการดูแลปัญหาสุขภาพระดับประเทศ และปัญหาสุขภาพในท้องถิ่นจากผู้เชี่ยวชาญที่มีองค์ความรู้ที่เข้มแข็ง อาทิ โรคหลอดเลือดสมอง, โรคหลอดเลือดหัวใจ, โรคมะเร็งปอด, การรักษาโดยการปลูกถ่ายอวัยวะ, การบาดเจ็บด้วยอุบัติเหตุ

จากการดำเนินการที่ผ่านมาได้สร้างคุณประโยชน์ทางการรักษา การส่งเสริมด้านสุขภาวะแก่ประชาชน ยกระดับการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ให้บริการแบบครบวงจร สามารถเข้าถึงบริการระดับสูงได้อย่างรวดเร็ว อันประกอบไปด้วย ศูนย์สุขภาพมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์ส่งเสริมพฤฒพลังผู้สูงอายุ ศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ศูนย์ทันตกรรมผู้สูงอายุ ศูนย์สุขภาพพร้อม และศูนย์สุขภาพสัตว์เลี้ยง ตลอดจนมีการจัดประชุมวิชาการแสดงผลงาน กิจกรรมเสวนาผลงานนวัตกรรมทางการแพทย์ งานมหกรรมสุขภาพ Health Expo เพื่อนำไปสู่การดูแลสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น การดำเนินการในอนาคตจะให้การดูแลสุขภาพด้วยศูนย์บริการสุขภาพและบริการสาธารณสุข Medical Hub & Wellness Center และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ทั้งนี้เพื่อสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพ และการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อนำไปสู่อนาคตในการพัฒนาเชียงใหม่ให้เป็น “Chiang Mai Medical & Health Innovation District” เพื่อผลักดันและพัฒนาให้เชียงใหม่เป็นย่านนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ

นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานและงานเสวนานวัตกรรมทางการแพทย์ MEDCHIC Innovation Day พื้นที่ให้เกิดการรวมตัวกันของผู้ที่สนใจการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ อาทิ นวัตกรรมทางการแพทย์ (Medical devices) อาทิ รถไฟฟ้าสำหรับผู้พิการรุ่นที่ 2 ชุดอุปกรณ์การสอนช่วยฝึกฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (ALIVE) และอุปกรณ์สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ, เทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Health Technology) อาทิ Application Panyadee+ Sound therapy smile migraine และการแพทย์ทางไกล, ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ (Natural Products) อาทิ functional natural drink, การพัฒนาย่านนวัตกรรมทางการแพทย์สวนดอก (SMID) มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมการแพทย์ของภูมิภาคอย่างยั่งยืน, การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล สำหรับการให้บริการผู้ป่วยแบบผสมผสาน การบริการผู้ป่วยนอกและการออกหน่วยให้บริการนอกสถานที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการผู้ป่วยนอกและการออกหน่วยเคลื่อนที่เพื่อให้บริการนอกสถานที่ได้

มากไปกว่านั้น ได้มีการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ในการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์ทางไกล หรือ Telemedicine แก้ปัญหาการเข้าถึงการรักษาในพื้นที่ชนบทห่างไกลผ่านทางเทคโนโลยีและการสื่อสารแบบVideo conference จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่

ในอนาคตอันใกล้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งเป้าสู่เมืองศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ หรือ Chiang Mai Medical Health Hub จากความพร้อมในทุกด้าน และการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐานระดับสากล สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็น “Wellness City” นอกจากเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุแล้ว ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สุขภาวะความเป็นอยู่ของประชาชน และเศรษฐกิจ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และเชิงสุขภาพให้เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการมาเยือน จ.เชียงใหม่

สเต็ปต่อไป!‘สถานศึกษา’ทำอย่างไรหลังยกเลิก‘ครูเวร’ ย้ำไม่อยู่ไม่ผิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783474

สเต็ปต่อไป!‘สถานศึกษา’ทำอย่างไรหลังยกเลิก‘ครูเวร’ ย้ำไม่อยู่ไม่ผิด

สเต็ปต่อไป!‘สถานศึกษา’ทำอย่างไรหลังยกเลิก‘ครูเวร’ ย้ำไม่อยู่ไม่ผิด

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2567, 08.44 น.

‘คารม’ย้ำสถานศึกษาต้องยกเลิกคำสั่งอยู่เวรในโรงเรียน ยันรัฐบาล-ศธ.ให้ความสำคัญกับชีวิตครู

28 มกราคม 2567 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำให้สถานศึกษายกเลิกคำสั่งอยู่เวรรักษาการณ์ที่สั่งไว้เดิมโดยทันที  ส่วนมาตรการที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ อยู่ระหว่างดำเนินการของกระทรวงศึกษาธิการ หากดำเนินการแล้วเสร็จจะแจ้งให้ทราบต่อไป

นายคารม กล่าวว่า เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน และเพื่อให้การปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน ทางเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ถึง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทุกเขต เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจในการดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการ โดย ให้สถานศึกษาได้รับการยกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2542 (เรื่อง การปรับปรุง แก้ไข หรือยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดเวรรักษาการณ์ประจำสถานที่ราชการ) และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้

การดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

1.1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานครเป็นหน่วยงานหลักในพื้นที่ระดับจังหวัด ประสานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้ได้ซึ่งมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการและแผนเผชิญเหตุให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 เรื่อง การดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการให้แก่สถานศึกษาในจังหวัดตามบริบทของพื้นที่และความเหมาะสม

1.2  ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอื่น นอกเหนือจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร สรุปข้อมูลจำนวนสถานศึกษาในสังกัดเพื่อบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานฝ่ายปกครองและสถานีตำรวจนครบาล เพื่อวางแผนในการดูแลรักษาความปลอดภัยสถานศึกษาให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่และให้สอดคล้องตามข้อ 1.1 การดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการในพื้นที่จังหวัดอื่น

2.1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 เป็นหน่วยงานหลักในพื้นที่ระดับจังหวัด ประสานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เพื่อให้ได้ซึ่งมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการและแผนเผชิญเหตุให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 เรื่อง การดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการให้แก่สถานศึกษาในจังหวัดตามบริบทของพื้นที่และความเหมาะสม

2.2 ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอื่น นอกเหนือจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 ดำเนินการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานฝ่ายปกครองระดับอำเภอและสถานีตำรวจภูธร เพื่อวางแผนในการดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาในสังกัดให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่และให้สอดคล้องกับแผนระดับจังหวัดตามข้อ 2.1

“รัฐบาล และกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของครู นักเรียน และสถานศึกษา ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจต่อครู ขอให้ผู้อำนวยการสถานศึกษายกเลิกคำสั่งให้ครูอยู่เวรรักษาการณ์ในโรงเรียน และขอให้ครูมั่นใจว่าการไม่อยู่เวรฯ ไม่มีความผิด”นายคารม กล่าว

‘คุรุสภา’จ่อนำเรื่องครูใช้เข็มทิ่มปากนักเรียน ชง’กมว.’พิจารณาผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783427

'คุรุสภา'จ่อนำเรื่องครูใช้เข็มทิ่มปากนักเรียน ชง'กมว.'พิจารณาผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ

‘คุรุสภา’จ่อนำเรื่องครูใช้เข็มทิ่มปากนักเรียน ชง’กมว.’พิจารณาผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ

วันเสาร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2567, 17.32 น.

“คุรุสภา”เตรียมนำเรื่องครูใช้เข็มทิ่มปากนักเรียน เสนอ กมว.พิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ

วันที่ 27 ม.ค.2567 ผศ.ดร.อมลวรรณ  วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ตามที่ปรากฏข่าวผ่านสื่อโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์ กรณีผู้ประกอบวิชาชีพครู ของสถานศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการลงโทษนักเรียนด้วยการใช้เข็มทิ่มปากเด็กนักเรียน นั้น สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพครูที่กระทำการตามที่ปรากฎเป็นข่าวดังกล่าว โดยประสานความร่วมมือกับสถานศึกษา และหน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษา และได้ตรวจสอบข้อมูลการมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแล้ว พบว่า ครูมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู  และได้รับเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ ซึ่งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจะขอข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณา การประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพตามอำนาจหน้าที่ต่อไปโดยเร็ว

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อไปว่า กรณีดังกล่าว เข้าข่ายเป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 หมวด 3 จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ ข้อ 12ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์ และผู้รับบริการ ประกอบกับ ข้อ 7 (ข) (1) ของข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยแบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2550 ผู้ประกอบวิชาชีพครูต้องไม่มีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ได้แก่ การลงโทษศิษย์อย่างไม่เหมาะสม ดังนั้น จำเป็นต้องเร่งดำเนินการเข้าสู่กระบวนการโดยเร็วที่สุด

“ขอให้ผู้ประกอบวิชาชีพครู ได้ตระหนักถึงการดำเนินการใด ๆ กับศิษย์หรือผู้รับบริการ จะต้องคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดกับศิษย์หรือผู้รับบริการเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการลงโทษเพื่อปรับพฤติกรรมของศิษย์ในทางที่สร้างสรรค์ และไม่ใช้ความรุนแรง ทั้งทางกาย และวาจา ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงจิตใจของศิษย์และผู้รับบริการ” ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว