ที ลีสซิ่ง มอบคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียนบ้านหนองสองห้อง เสริมศักยภาพการเรียนรู้ยุคดิจิทัลของเยาวชน จ.ปราจีนบุรี

ที ลีสซิ่ง มอบคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียนบ้านหนองสองห้อง เสริมศักยภาพการเรียนรู้ยุคดิจิทัลของเยาวชน จ.ปราจีนบุรี

ที ลีสซิ่ง มอบคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียนบ้านหนองสองห้อง เสริมศักยภาพการเรียนรู้ยุคดิจิทัลของเยาวชน จ.ปราจีนบุรี

วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญต่อการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะเยาวชน โรงเรียนหลายแห่งในพื้นที่ห่างไกลยังขาดอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการศึกษา ทำให้โอกาสในการเข้าถึงความรู้และโลกดิจิทัลยังไม่เท่าเทียมกัน การสนับสนุนและการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชนจึงกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะช่วยเติมเต็มศักยภาพของเด็ก ๆ และสร้างอนาคตที่สดใส

ด้วยแนวคิดนี้ ที ลีสซิ่ง ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ในเครือ เอ็ม บี เค เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ส่งเสริมการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนายมงคล เพียรพิทักษ์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด นำทีมผู้บริหารและจิตอาสามอบเครื่องคอมพิวเตอร์ให้แก่ โรงเรียนบ้านหนองสองห้อง อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านเทคโน โลยีสารสนเทศอย่างเต็มศักยภาพ โดยมี ดร.พรพิมล แม้นญาติ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองสองห้อง คณะครู และนักเรียนร่วมรับมอบ

มงคล เพียรพิทักษ์กิจ กล่าวว่า การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทั้งบุคคลและสังคม การมอบคอมพิวเตอร์ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกเล็กๆ ที่มีความหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เข้าถึงองค์ความรู้จากโลกดิจิทัล เสริมสร้างทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการทำงานในอนาคต ช่วยเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้และเป็นแรงบันดาลใจให้นักเรียนมีความมั่นใจ กล้าที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมในวันข้างหน้าครับ”

ด้าน ดร.พรพิมล แม้นญาติ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองสองห้อง กล่าวว่า “แม้โรงเรียนแห่งนี้จะเป็นโรงเรียนขนาดเล็กของชุมชน แต่ที่นี่เต็มไปด้วยความตั้งใจของคุณครูและเด็ก ๆ ปัจจุบันมีคุณครูทั้งหมด 15 คน ดูแลนักเรียนจำนวน 206 คน เสมือนครอบครัวเดียวกัน โดยนอก จากการเรียนการสอนตามหลักสูตรแล้ว โรงเรียนยังปลูกฝังการใช้ชีวิตผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น ลูกเสือ เนตรนารี การสืบสานประเพณีไทย และกิจกรรมจิตอาสาที่ช่วยให้เด็ก ๆ เรียนรู้การแบ่งปันและการช่วยเหลือผู้อื่นในสังคมอีกด้วย”

แม้โรงเรียนจะมีข้อจำกัดด้านทรัพยากร แต่ด้วยหัวใจของครูและนักเรียนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความหวังการได้รับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะช่วยต่อเติมฝัน เปิดประตูสู่โอกาสการเรียนรู้ที่กว้างไกลยิ่งขึ้นและเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ เยาวชนของชาติก้าวสู่อนาคตด้วยความมั่นใจและเต็มศักยภาพยิ่งขึ้น

SACIT ส่งเสริมคนรุ่นใหม่สืบสานงานหัตถศิลป์ไทย ‘เครื่องทองสุโขทัย-ดอกไม้ไหวล้านนา’ จากภูมิปัญญา

SACIT ส่งเสริมคนรุ่นใหม่สืบสานงานหัตถศิลป์ไทย ‘เครื่องทองสุโขทัย-ดอกไม้ไหวล้านนา’ จากภูมิปัญญา

SACIT ส่งเสริมคนรุ่นใหม่สืบสานงานหัตถศิลป์ไทย ‘เครื่องทองสุโขทัย-ดอกไม้ไหวล้านนา’ จากภูมิปัญญา

วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ยังคงเดินหน้าส่งเสริมคนรุ่นใหม่ที่ยังสืบสานภูมิปัญญาการทำเครื่องประดับโบราณ อาทิ เครื่องทองที่สะท้อนอัตลักษณ์พื้นถิ่นชาวสุโขทัย และหัตถกรรมดอกไม้ไหวของชาวล้านนา หัตถศิลป์อันสะท้อนเอกลักษณ์ของมรดกชาติไทยได้อย่างเด่นชัด และเพิ่มมูลค่างานหัตถกรรมด้วยการปรับดีไซน์ให้ร่วมสมัย พร้อมส่งเสริมให้หัตถกรรมเป็นหนึ่งในทุนทางวัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนต่อไป

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำภารกิจของ SACIT กับบทบาทการเป็นนักปั้นดาวแห่งหัตถศิลป์ไทยเชื่อมความงามไกลสู่สากล (Nurturing Thai Crafts to Global Trends) SACIT จึงให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปหัตถกรรมไทยรุ่นใหม่ที่
สืบสานภูมิปัญญาการทำเครื่องประดับอย่างโบราณ สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น ผ่านการปรับประยุกต์จากงานดีไซน์รูปแบบดั้งเดิม สู่สินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ที่เพิ่มเสน่ห์ดึงดูดให้ชิ้นงานสามารถคงอยู่ร่วมกับวิถีชีวิตของผู้คนในยุคสมัยและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ตลอดจนตอบโจทย์เรื่องฟังก์ชันการใช้งานโดยยังคงแฝงไว้ซึ่งรากเหง้าของภูมิปัญญา ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักในการเสริมสร้างโอกาสการผลักดันกลุ่มงานหัตถศิลป์ในแขนงต่างๆ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทุนวัฒนธรรมที่มีศักยภาพที่สามารถเพิ่มมูลค่างานหัตถกรรมไทย จนนำมาสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน

 “สำหรับแบรนด์ผู้ประกอบการที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานสะท้อนเอกลักษณ์ของมรดกชาติไทยได้อย่างโดดเด่น น่าสนใจ และยังคงไว้ซึ่งรากเหง้าของภูมิปัญญาท้องถิ่น อาทิ แบรนด์บ้านทองสมสมัย (เครื่องทองสุโขทัย) มรดกภูมิปัญญาล้ำค่าที่สะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ความเลอค่าของวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า โดย นายปราโมทย์ เขาเหิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2568 และ แบรนด์มาลากาญจน์ หัตถกรรมดอกไม้ไหว ที่อาศัยความประณีต วิจิตรบรรจง โดย นายนวภัสร์ ตันติคุณาวงศ์ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2562”

ปราโมทย์ เขาเหิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2568 ประเภทเครื่องโลหะ (งานเครื่องทองสุโขทัย)

 นายปราโมทย์ เขาเหิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2568 ประเภทเครื่องโลหะ (งานเครื่องทองสุโขทัย) และทายาทแบรนด์ “บ้านทองสมสมัย” แห่ง อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เปิดเผยว่า ตลอดทศวรรษที่ผ่านมาแบรนด์บ้านทองสมสมัย ซึ่งก่อตั้งโดยนางสมสมัย เขาเหิน ครูศิลป์แผ่นดิน ปี 2553 ผู้เป็นมารดา ได้เติบโตและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการมอบโอกาสให้นำผลิตภัณฑ์มาจัดจำหน่ายในงานสำคัญต่างๆ ทั้งนี้ งานหัตถกรรมเครื่องทองสุโขทัยของบ้านทองสมสมัย ไม่เพียงโดดเด่นด้วยผลงานวิจิตรศิลป์และพุทธศิลป์หาชมยาก แต่ยังสะท้อนศิลปะแห่งทองสุโขทัยสู่สินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ยอดนิยม ได้แก่ ชุดเครื่องประดับทองคำบริสุทธิ์ 99.99% ทั้งสร้อยคอ แหวน กำไลข้อมือ และผลงานระดับมาสเตอร์พีซอย่าง “สร้อยคอมะเฟืองทอง” ซึ่งต้องอาศัยทักษะช่างฝีมือชั้นสูงในการสร้างสรรค์ซึ่งแต่ละชิ้นงานมีเอกลักษณ์โดดเด่นและความแตกต่างในรายละเอียดเชิงเทคนิคที่ไม่ซ้ำกัน  โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่นิยมเลือกซื้อสวมใส่ออกงานในวาระสำคัญ และเก็บสะสมเป็นสมบัติของวงศ์ตระกูล ตลอดจนมอบเป็นของกำนัลล้ำค่าให้แก่แขกบ้านแขกเรือนคนสำคัญในวาระพิเศษต่างๆ  

นวภัสร์ ตันติคุณาวงศ์ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2562 ประเภทเครื่องเงิน เครื่องทอง และเครื่องโลหะ ผู้เชี่ยวชาญงานหัตถกรรมดอกไม้ไหว

ด้าน นายนวภัสร์ ตันติคุณาวงศ์ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2562 ประเภทเครื่องเงิน เครื่องทอง และเครื่องโลหะ ผู้เชี่ยวชาญงานหัตถกรรมดอกไม้ไหว เจ้าของแบรนด์มาลากาญจน์ (MALAKARN) กล่าวว่า ปัจจุบันงานเครื่องโลหะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเฉพาะในทางพุทธศาสนาเพียงเท่านั้น แต่ยังสามารถที่จะพัฒนาและนำเอาเทคนิคดั้งเดิมมาสร้างสรรค์และต่อยอดการออกแบบเป็นผลงานศิลป์เชิงประยุกต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับชีวิตประจำวันได้ เช่น “ดอกไม้ไหว” ซึ่งทำจากโลหะมีค่าอย่างเงิน หรือทอง แม้เป็นวัตถุดิบที่มีความแข็งแรงแต่กลับสามารถนำมาสร้างสรรค์ออกแบบ จนได้ผลงานปิ่นดอกไม้ที่มีความประณีตอ่อนช้อยและพลิ้วไหว ซึ่งอาศัยองค์ความรู้และกระบวนการอันพิถีพิถันของช่างฝีมือสะท้อนอัตลักษณ์เชิงวัฒนธรรมของชาวล้านนาที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ

นอกจากนี้ แบรนด์มาลากาญจน์ได้ต่อยอดศิลปะจากแผ่นโลหะให้มีรูปแบบที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะการสร้างสรรค์ช่อดอกไม้โลหะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้สดนานาชนิด เช่น ดอกพิกุล ดอกจำปา ดอกโชค (ดอกไคร้ย้อย) และผลงานดอกไม้ที่สร้างสรรค์จากจินตนาการโดยนำเอาลักษณะของดอกไม้จริงมาดัดแปลงจนเกิดเป็นดอกไม้ชนิดใหม่ ทำให้ดูมีความทันสมัยเหมาะสำหรับใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่งผมสตรี ปิ่นปักผม หรือใช้ประดับในการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง ตลอดจนประยุกต์เป็นสิ่งของตกแต่งอาคารบ้านเรือน โดยเพิ่มมูลค่าด้วยการประดับหินสีเพื่อสร้างสีสันและความน่าสนใจให้กับชิ้นงานมากยิ่งขึ้น

“รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมที่หาชมได้ยากให้คงอยู่คู่ผืนแผ่นดินไทย และการได้รับความสนับสนุนจาก SACIT ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ช่างฝีมืออย่างเราสามารถสืบสาน ต่อยอด และสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักเพื่อให้งานศิลปะแขนงนี้อยู่ได้ในทุกยุคทุกสมัย” นายนวภัสร์ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ของสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ได้ที่เว็บไซต์ https://sacit.or.th/th  หรือเข้าชมรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมอัปเดตกิจกรรมงานคราฟต์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจได้ทาง TikTok SACIT Official https://www.tiktok.com/@sacit_official  

คุยกัน 7 วันหน : ‘แมเดอลีน แม็คคาน’ คดีเด็กหายลึกลับสะท้านโลก

คุยกัน 7 วันหน : ‘แมเดอลีน แม็คคาน’ คดีเด็กหายลึกลับสะท้านโลก

คุยกัน 7 วันหน : ‘แมเดอลีน แม็คคาน’ คดีเด็กหายลึกลับสะท้านโลก

วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ข่าวการหายสาบสูญของ แมเดอลีน แม็คคาน เด็กหญิงชาวอังกฤษ วัย 3 ขวบ ยังคงอยู่ในความสนใจของสื่อและผู้คนจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นมานานกว่า 18 ปีแล้วก็ตาม ถือเป็นข่าวเด็กหายที่โด่งดังระดับโลก จากความพิศวงอย่างยิ่งว่าเธอหายไปไหน หายไปได้อย่างไร และใครเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวการหายตัวไปอย่างลึกลับเป็นปริศนาของ แมเดอลีน แม็คคาน กลับมาได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังจากผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีนี้ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในเยอรมนี

คริสเตียน บรุคเนอร์ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในเมืองฮาโนเวอร์ ทางตอนเหนือของเยอรมนีเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางกองทัพสื่อที่มารอทำข่าวจำนวนมาก บรุคเนอร์ได้รับการปล่อยตัวหลังจากรับโทษจำคุกจากความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศหญิงชาวอเมริกันวัย 72 ปี ที่เมือง ไปรอา ดา ลุซ เมืองตากอากาศในภูมิภาคอัลการ์ฟ ทางภาคใต้ของโปรตุเกสเมื่อปี 2005 แม้จะได้รับอิสรภาพ แต่บรุคเนอร์ยังต้องติดอุปกรณ์ติดตามที่ข้อเท้า ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้งหากจะต้องเดินทางออกจากที่พัก

หลายฝ่ายเชื่อว่า บรุคเนอร์ ชาวเยอรมันวัย 48 ปีผู้นี้ เป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีการหายตัวอย่างลึกลับเป็นปริศนาของแมเดอลีน ขณะที่เธอนอนหลับในอพาร์ตเมนต์ในเมือง ไปรอา ดา ลุซ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2007 เป็นช่วงที่ครอบครัวพาเธอไปท่องเที่ยวพักผ่อนหน้าร้อน ตอนที่แมเดอลีนหายตัวไปนั้น เจอร์รีและเคต พ่อและแมทิ้งให้เธอนอนหลับในห้องพัก แล้วออกไปรับประทานอาหารมื้อค่ำ ห่างจากที่พักแค่ 50 เมตร

เหตุการณ์นี้ ถือเป็นคดีเด็กสูญหายที่โด่งดังที่สุดคดีหนึ่งของโลกที่ยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ ส่วนหนึ่งมาจากพ่อแม่ของเธอเดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรมให้กับลูกสาวอย่างต่อเนื่อง ไม่เคยยอมแพ้ ทำให้ชื่อและใบหน้าของแมเดอลีนยังปรากฎในข่าวมาจนถึงปัจจุบัน และจะกลับมาอยู่ในความสนใจของสาธารณชนทุกครั้งที่มีความคืบหน้าใหม่ๆ นอกจากนี้ แมเดอลีนยังเป็นเหยื่อในคดีเด็กหายที่ ‘สมบูรณ์แบบ’ คือเป็นเด็กหญิงผิวขาว ผมสีบลอนด์ น่ารัก ดูน่าทะนุถนอม และมาจากครอบครัวชนชั้นกลาง ทำให้คดีนี้ได้รับความสนใจจากสื่อและสาธารณชนต่อเนื่อง แตกต่างจากคดีเด็กหายอื่นๆ

ใครคือ คริสเตียน บรุคเนอร์?

สำหรับบรุคเนอร์ใช้ชีวิตอยู่ในภูมิภาคอัลการ์ฟ ของโปรตุเกสตั้งแต่ปี 1995 จนถึงปี 2007 แม้จะไม่มีงานทำ และใช้เวลาช่วงชีวิตส่วนใหญ่เป็นคนไร้บ้าน ลักเล็กขโมยน้อย มีประวัติอาชญากรรมโชกโชน รวมถึงเคยถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศเด็กหลายคดีตั้งแต่ปี 1994

ชื่อของบรุคเนอร์เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีการหายตัวไปของแมเดอลีน แมคคาน นี้ตั้งแต่ปี 2020 หลังจากเจ้าหน้าที่โปรตุเกสและอังกฤษ พบหลักฐานข้อมูลในโทรศัพท์มือถือที่ชี้ว่า เขาอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงช่วงที่เด็กหญิงหายตัวไป แต่เจ้าหน้าที่ขาดหลักฐานอื่นๆ ที่มีน้ำหนัก ทำให้ไม่สามารถแจ้งข้อหาหรือดำเนินคดีกับบรุคเนอร์ได้ ขณะที่เจ้าตัวก็ปฏิเสธความเกี่ยวข้องในคดีนี้ และที่ผ่านมา ก็ไม่เคยถูกจับกุมและขึ้นศาลในฐานะผู้ต้องสงสัยในคดีการหายตัวไปของแมเดอลีนอย่างเป็นทางการ

ขณะที่ในตอนแรก พ่อแม่ของแมเดอลีนตกเป็นผู้ต้องสงสัย เนื่องจากทีมพิสูจน์หลักฐานพบรอยเลือดอยู่ในรถยนต์ที่พวกเขาเช่ามาหลังจากที่แมเดอลีนหายตัวไปราว 25 วัน พวกเขาสันนิษฐานว่าหนูน้อยเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุและพ่อแม่พยายามอำพรางคดี แต่สถานภาพผู้ต้องสงสัยของเคตและเจอร์รีก็โดนยกเลิกไปในปีถัดมา เมื่อไม่พบหลักฐานยืนยันข้อสันนิษฐานดังกล่าว

ในภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับคดีของแมเดอลีน ที่หนังสือพิมพ์ The Sun ของอังกฤษเพิ่งเผยแพร่ออกมาเมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ที่ค้นโรงงานร้างของบรุคเนอร์ ที่เขาเคยซื้อไว้นานแล้วทางตะวันออกของเยอรมนี พบซากสุนัขตายของเขาและในหลุมที่ฝังสุนัขก็มีสิ่งของอื่นๆ ฝังร่วมด้วย เป็นกระเป๋าเงินที่ใส่อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบยูเอสบีพอร์ต 6 อันและเมโมรีการ์ด 2 อันเอาไว้ หลังจากเปิดดูข้อมูลข้างใน เจ้าหน้าที่พบว่ามีข้อมูลส่วนหนึ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ว่าจะเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม

นอกจากนี้ พวกเขายังพบชุดว่ายน้ำเด็ก 75 ชุด และในฮาร์ดไดรฟ์คอมพิวเตอร์ของบรุคเนอร์ก็มีภาพถ่ายสถานที่ในบริเวณใกล้เคียงกับจุดที่แมเดอลีนหายตัวไป รวมถึงคำกล่าวอ้างว่า เมื่อปี 2551 บรูคเนอร์เคยสารภาพกับเพื่อนคนหนึ่งว่า เขาฆ่าเด็กหญิงคนหนึ่ง และแปลกใจที่เด็กหญิง ‘ไม่ร้องเลย’

ในเดือนมิถุนายนปีนี้ เจ้าหน้าที่โปรตุเกสและเยอรมนีได้ลงพื้นที่ค้นหาเบาะสถานที่ต่างๆ ที่ครอบครัวเด็กหญิงเคยใช้เวลาอยู่ในช่วงที่เด็กหญิงหายตัวไป รวมถึงสถานที่หลายแห่งที่เชื่อมโยงกับบรุคเนอร์ แต่ก็ไม่พบเบาะแสใดๆ เพิ่ม เช่นเดียวกับการค้นหาใกล้เขื่อนอาราด (Arade Dam) ห่างจากเมืองไปรยา ดา ลุซ เกือบ 50 กิโลเมตร เมื่อปี 2023 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บรุคเนอร์เคยถ่ายรูปและวิดีโอตัวเองไว้ในช่วงปี 2000-2017 แต่ไม่พบความคืบหน้าใด ๆ

ส่วนเจอร์รีและเคต พ่อและแม่ของแมเดอลีน ยังคงตามหาบุตรสาว ที่หากมีชีวิตอยู่ขณะนี้ จะมีอายุ 22 ปี และจะออกแถลงการณ์ทุกวันครบรอบที่เธอหายสาบสูญไป ขณะที่ปัจจุบัน แม้ทางการเยอรมันจะสงสัยว่าบรุกเนอร์อาจก่อเหตุฆาตกรรม แต่ตำรวจอังกฤษยังคงถือว่าคดีของแมเดลีนเป็นคดีบุคคลสูญหาย โดยการสืบสวนคดีนี้ภายใต้ปฏิบัติการที่มีชื่อว่า Operation Grange มีเจ้าหน้าที่อังกฤษ โปรตุเกส และเยอรมนีเข้าร่วม ได้รับเงินทุนสนับสนุนไปแล้วกว่า 13.2 ล้านปอนด์ (ประมาณ 608 ล้านบาท) ตั้งแต่ปี 2011 และเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ยังได้รับเงินเพิ่มอีก 108,000 ปอนด์ (ประมาณ 5 ล้านบาท) จากรัฐบาลอังกฤษอีกด้วย

แม้บรุคเนอร์จะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ แต่เจ้าหน้าที่อังกฤษเชื่อว่า เขายังคงเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญที่สุดในคดีการหายตัวไปของแมดเดอลีน สื่ออังกฤษรายงานว่า เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาหาแนวทางในการส่งตัวบรุคเนอร์เป็นผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อนำตัวมาขึ้นศาลในคดีนี้ต่อไป

ดาโน โทนาลี

คุณแหน: วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568

คุณแหน: วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568

คุณแหน: วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568

วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll นักวิชาการผู้มีความสามารถล้ำเหลือ ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน ได้รับเชิญ จาก International Research Center of Big Data for Sustainable Development Goals ( CBAS ) , Chinese Academy of Sciences ในฐานะ Deputy Director General เข้าร่วมประชุม และเป็นวิทยากร ในการประชุม The 5th International Forum on Big Data for Sustainable Development Goals ที่ กรุงปักกิ่ง เมื่อหลายวันก่อน…

ll เพื่อนๆวารสารศาสตร์ มธ. 2513 ฝากแสดงความยินดีกับ ดร.ยุทธนา มุกดาสนิท ศิลปินแห่งชาติ ในโอกาสที่ได้รับรางวัล Lifetime Achievement Award จากสุพรรณหงส์ทองคำ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา…

ll พิธีสวดพระอภิธรรมศพ พ.ท.สำเริง ดารากร ณ อยุธยา บิดาของ ดร.สมิทธิ จัดที่ศาลา 3 วัดเจ้าอาม วันที่ 19-23 ก.ย.18.30 น. ส่วนพิธีพระราชทานเพลิงศพ 24 ก.ย.17.00 น…

ll อารีย์ กังวาลเนาวรัตน์ , นงลักษณ์ เศรษฐภักดี , มัลลิกา ศวิตชาต เป็นตัวแทน ราชินี รุ่น 65 ส่งมอบ แคร็กเกอร์ ไส้สับปะรด จำนวน 400 กล่อง ให้กับ กรมกิจการพลเรือน กองทัพบก เพื่อส่งให้ทหาร ที่ปฏิบัติงานปกป้องอธิปไตย ที่ชายแดน โดยมี พล.อ.ไกรภพ ไชยพันธ์ ที่ปรึกษากองทัพบก เป็นประธานรับมอบ เมื่อเร็วๆนี้…

ll นริสสร แสงแก้ว สก.บางเขน ขยันดูแลประชาชนเป็นอย่างดี ทั้งจัดฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ และยังจัดเจ้าหน้าที่ไปฉีดยากำจัดยุงกันโรคไข้เลือดออกอีกต่างหาก…สมแล้วกับที่อาสามาทำงานเพื่อส่วนรวม…

ll คนมีฝีมือทำอาหาร สัญชัย เองตระกูล เข้าครัวทำหมูต้มเค็ม โดยให้ ธัญญ่า-ธัญเรศ ภรรยาคนสวย ช่วยทำไลฟ์สด …ข่าวว่ามีFC.ออเดอร์มาหลายรายเลยทีเดียว…

ll ช่วงนี้นาน 3 เดือน ธนกฤต รัตนพันธ์ นักปกครองท้องถิ่น ฉะเชิงเทรา เข้ารับการอบรมหลักสูตร การปกครองระดับสูง(นปส.)รุ่นที่ 84 กระทรวงมหาดไทย…ทำให้ห่างหายจากมวลชนไปนานพอสมควร…

ll ดร.สายฤดี วรกิจโภคาทร ชวนเพื่อนเลิฟ รุ่งนภา จักรพันธ์ฯ ไปหาชุดอินเดียสวยต้องใจที่ย่านพาหุรัด และด้วยความที่ใจคอไม่คับแคบ จัดการซื้อมาเผื่อ กัลยาณี วสุวานิช และ พรทิพย์ สาริกบุตร ด้วย …เพื่อนสองคนหลัง จึงพลอยได้อานิสงส์มีชุดอินเดียสวยงามตระการตา มาสวมใส่งดงามก่อนใครอีกต่างหาก…

ll ทำ CSR ทุก 3 เดือน เดือนนี้ กำหนด 26 ก.ย.เวลา9.00-15.00 น. วิทเยนทร์ มุตตามระ ผู้บริหารAround The World Tour จัดรถรับบริจาคโลหิตมาจอดที่หน้าที่ทำการฯ ระหว่างซอยวิภาวดีฯ18-16 ห่างจากบริษัทการบินไทย1 กม. ใครอยู่ใกล้ไม่เกิน 5 กม.มีรถรับส่ง ฟรี…ขออนุโมทนาบุญด้วย…

ll ไปทำบุญไหว้พระที่วัดในต่างจังหวัดมาหลายหน ล่าสุด สุรศักดิ์ แก้วพรหมมาลย์ เปลี่ยนแนวหันมาทางบันเทิงเริงรมย์สังคมรักรวมร่วมใจกันบ้าง โดยร่วมกับเพื่อนๆในกลุ่มสันทนาการเขตบางขุนเทียน ขึ้นเวทีร้องเพลงโชว์ที่ห้างเกทเวย์ แอท บางซื่อ เมื่อเร็วๆนี้ …ข้อใหญ่ใจความคือ นักร้องหน้าใหม่วัยเลยเกษียณ ต้องท่องจำเนื้อเพลงให้แม่นยำทั้งหมด 4 เพลงรวด แบบห้ามแอบดูโพยเป็นอันขาด…งานนี้ประกาศกลายๆว่า ไม่คบคนมีอาการใกล้อัลไซเมอร์ !!…

บารอนเนส

สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จัดพิธีมอบรางวัล Infographic Design

สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จัดพิธีมอบรางวัล Infographic Design

สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จัดพิธีมอบรางวัล Infographic Design

วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 19.09 น.

ในวันพุธที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา สำนักงานเลขานุการสำนักงาน ปลัดกระทรวงกลาโหม โดย พลตรี จิตนาถ  ปุณโณทก เลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้จัดพิธีมอบ รางวัลโครงการ “การประกวดการสร้างสรรค์งานเป็นภาพ Infographic Design” ประจำปี ๒๕๖๘ ภายใต้ หัวข้อ “การเทิดทูน การปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์” ณ ห้องสุรศักดิ์มนตรี ในศาลาว่าการกลาโหมโดยมี พลเอก ธราพงษ์  มะละคำ รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้า หน่วยขึ้นตรงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธี

กิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ ๕ ต่อเนื่อง มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชน ประชาชนทั่วไปและเครือข่ายด้านความมั่นคง ได้ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวพระราชกรณียกิจและคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ ผ่านผลงานอินโฟกราฟิกที่สร้างสรรค์และเข้าถึงง่าย เพื่อปลูกฝังความจงรักภักดีในรูปแบบที่ทันสมัย มีหลักเกณฑ์ ในการพิจารณา ๔ ข้อ คือ ความถูกต้องของข้อมูล, ประสิทธิภาพของการสื่อสาร, ความสวยงานของผลงาน และ ความคิดสร้างสรรค์  และยังได้รับกรสนับสนุนจากกาแฟ พันธุ์ไทย ร่วมให้การต้อนรับผู้ข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น  สำหรับผู้ชนะการประกวดรางวัลชนะเลิศในแต่ละกลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่ ๑ “คุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อประเทศไทย” : นายภาคม  ชินโชติเกษม นักเรียนชั้น ม.๕ โรงเรียนพุทธชินราชพิทยา จังหวัดพิษณุโลก

กลุ่มที่ ๒ “ตามรอยพระราชา ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี” : นางสาวมาศประภา  สุทธิภักดี นักศึกษาระดับ ปวส.๒ วิทยาลัยเทคโนโลยีอีสานเหนือ จังหวัดอุดรธานี

กลุ่มที่ ๓ “สายธารพระเมตตา สู่ประชาราษฎร์” : นายศรัญย์พงษ์  พวงแย้ม นักออกแบบอิสระ จังหวัดสุพรรณบุรี

กลุ่มที่ ๔ “จิตอาสาพระราชทาน พลังทหารของพระราชา” : จ่าเอก อนุพล  มั่นคง ข้าราชการทหาร สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

 ทั้งนี้ สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจะนำผลงานที่ได้รับรางวัลไปเผยแพร่ ผ่านสื่อต่าง ๆ ของกระทรวงกลาโหม เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้สังคมไทยร่วมกันแสดงความจงรักภักดีและสืบสานพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อไป

ปิดเทอมหรรษา ‘เพลิน = เล่น + เรียน สนุก’ NSM จัดกิจกรรมสนุกวิทย์ฯ คิดนอกกรอบตลอดเดือน ต.ค.

ปิดเทอมหรรษา 'เพลิน = เล่น + เรียน สนุก' NSM จัดกิจกรรมสนุกวิทย์ฯ คิดนอกกรอบตลอดเดือน ต.ค.

ปิดเทอมหรรษา ‘เพลิน = เล่น + เรียน สนุก’ NSM จัดกิจกรรมสนุกวิทย์ฯ คิดนอกกรอบตลอดเดือน ต.ค.

วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.42 น.

ปิดเทอมหรรษา เพลิน = เล่น + เรียน สนุก ได้ความรู้อย่างสร้างสรรค์! NSM จัดเต็มกิจกรรมพิเศษสนุกวิทย์ฯ คิดนอกกรอบต้อนรับปิดเทอมตลอดเดือน ต.ค.2568 ทั้งที่อพวช. ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เดอะ สตรีทรัชดา กทม.และจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่ ร่วมตะลุยโลกล้านปี – Sports Science on the Move เปิดโลกการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกีฬา – ถอดรหัสป่าเขตร้อน -ไขปริศนาสมอง – ความลับแผ่นดินไหว – วิศวกรน้อยผ่าน STEAM Education  – พัฒนานวัตกรรุ่นใหม่ด้วย Fabrication Lab

19 กันยายน 2568 นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM เปิดเผยว่า ในช่วงปิดเทอมในเดือน ต.ค.2568 นี้ NSM ได้จัดกิจกรรมเพื่อมอบความสุขและความสนุกด้านวิทยาศาสตร์มากมาย เพื่อรองรับเยาวชน ครอบครัวและประชาชนทั่วไป ได้ใช้เวลาร่วมกันกับครอบครัวและร่วมกันเรียนรู้ทำให้วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องยากและน่าเบื่ออีกต่อไป ที่สำคัญถือเป็นโอกาสสำคัญที่เยาวชนจะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และสนุกไปกับการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ภายในพิพิธภัณฑ์ของ อพวช.ทั่วประเทศ ทั้ง อพวช. ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เดอะ สตรีทรัชดาและจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่ โดยกิจกรรมพิเศษจัดขึ้นอย่างหลากหลายและน่าตื่นเต้น อาทิ กิจกรรมค่าย “Little Maker ตอน Junior Structural Engineers”, ค่าย Green Code ถอนรหัสชีวิต…ป่าเขตร้อน, ค่าย Jurassic Journey (ตะลุยโลกล้านปี), ค่าย Insect in Science (โลกของแมลง) ค่าย Engineering Design Process ตอน Earthquake ไขความลับแผ่นดินไหว กิจกรรมค่ายวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ ตอน สร้างสรรค์นวัตกรรม…พัฒนานวัตกรรุ่นใหม่ด้วย Fabrication Lab  และนิทรรศการกิจกรรมต่าง ๆ จัดเต็มอีกมากมาย 

นายสุวรงค์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ไฮไลต์ กิจกรรม ณ อพวช. ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ประกอบด้วย ค่าย “Green Code ถอดรหัสชีวิต…ป่าเขตร้อน” สำหรับน้อง ๆ อายุ 10-12 ปี ที่ชวนน้อง ๆ สวมบทบาทเป็นนักสืบธรรมชาติ พร้อมผจญภัยในป่าเขตร้อน และค้นหาความลับของเหล่าสิ่งมีชีวิต ผ่านการสำรวจ สังเกต และการจำลองระบบนิเวศป่าเขตร้อนไปด้วยกัน ในวันที่ 14 ต.ค. 2568 เวลา 9.00-16.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า

ค่าย “Little Maker ตอน Junior Structural Engineers” สำหรับนักเรียนระดับ ป.1-3 สนุกกับบทบาท “วิศวกรตัวน้อย” เรียนรู้หลักการโครงสร้างอย่างง่าย ผ่านเกมและกิจกรรมแสนสนุกเปิดประสบการณ์เสริมสร้างทักษะด้าน STEAM Education ปลูกฝังความคิดสร้างสรรค์ฝึกการวางแผน การทดลอง และการทำงานเป็นทีมพร้อมจุดประกายความเป็นวิศวกรตั้งแต่วัยเยาว์ผ่านกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม Engineering Design Process ในวันที่ 21 ต.ค. 2568 เวลา 9.00-16.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์

กิจกรรมค่ายวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ ตอน สร้างสรรค์นวัตกรรม…พัฒนานวัตกรรุ่นใหม่ด้วย Fabrication Lab เปิดประสบการณ์ค่ายแบบ 3 วัน 2 คืน เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตามแนวทางการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ ฝึกทักษะการใช้เครื่องมืออุตสาหการเพื่อพัฒนาชิ้นงานต้นแบบทางวิศวกรรมร่วมกับการเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ให้เกิดเป็นโครงร่างนวัตกรรมสุดสร้างสรรค์ด้วยตนเอง พร้อมฝึกทักษะการทำงานเป็นทีม การคิดวิเคราะห์และการแก้ไขปัญหา ในวันที่ 10 – 12 ต.ค. 2568 ณ พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ

ขณะที่ไฮไลต์ กิจกรรม ณ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เดอะ สตรีท รัชดา อาทิ  ค่าย “Jurassic Journey (ตะลุยโลกล้านปี)” สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังศึกษาชั้น ป.1-3 หรือเทียบเท่า มาร่วมเป็นนักสำรวจตัวน้อยในค่ายวิทยาศาสตร์ “ตะลุยโลกล้านปี” ออกเดินทางตามรอยฟอสซิล ไขปริศนาในภารกิจ “นักสืบล้านปี” และเรียนรู้เรื่องราว “กำเนิดโลก” ผจญภัยในโลกยุคดึกดำบรรพ์ที่เต็มไปด้วยความรู้และความสนุก แล้วจะรู้ว่าวิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป จัดขึ้นในรูปแบบ 1 วัน (ไป-กลับ ไม่ค้างคืน) จัดขึ้นครั้งที่ 1 ในวันที่ 14 ต.ค. 2568 และครั้งที่ 2 ในวันที่ 15 ต.ค. 2568 เวลา 9.30 – 16.30 น.

ค่าย One Day Camp “Engineering Design Process ตอน Green Energy” สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังศึกษาชั้น ป.4-6 หรือเทียบเท่า มาร่วมเป็นวิศวกรแห่งอนาคต สร้างสรรค์พลังงานสะอาดด้วยกระบวนการ EDP ที่จะพาเด็กๆ ไปเจาะลึก กระบวนการคิดเชิงวิศวกรรมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การระบุปัญหา การระดมสมองเพื่อหาแนวทาง การสร้างต้นแบบ การทดสอบ ไปจนถึงการพัฒนาและนำเสนอผลงาน เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงกับโปรเจกต์ ‘Ecosolar House’ บ้านพลังงานแสงอาทิตย์จำลอง เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ในรูปแบบ 1 วัน (ไป-กลับ ไม่ค้างคืน)  จัดขึ้น ครั้งที่ 1 ในวันที่ 21 ต.ค. 2568 และครั้งที่ 2 ในวันที่ 22 ต.ค. 2568 เวลา 9.30 – 16.00 น.

ค่าย “Insect in Science (โลกของแมลง)” สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังศึกษาชั้น ป.1-3 หรือเทียบเท่า ที่จะชวนเปิดโลกใบเล็กของสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ กับ โลกของแมลง ค่ายที่จะชวนน้อง ๆ ไปสำรวจและเจาะลึกความลับของแมลง ที่ไม่ใช่แค่สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์และบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ ตั้งแต่การเรียนรู้วงจรชีวิต การจำแนกชนิด ไปจนถึงการสำรวจพฤติกรรมที่น่าทึ่ง ในรูปแบบ 1 วัน (ไป-กลับ ไม่ค้างคืน) จัดขึ้นครั้งที่ 1 ในวันที่ 28 ต.ค. 2568 และครั้งที่ 2 ในวันที่ 29 ต.ค. 2568 เวลา 9.30 – 16.00 น.

สำหรับไฮไลต์ กิจกรรม ณ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่ อาทิ ค่าย Engineering Design Process ตอน Earthquake ไขความลับแผ่นดินไหว สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังศึกษาชั้น ป.4-6 หรือเทียบเท่า ที่จะพาเด็กๆ ไปเจาะลึก กระบวนการคิดเชิงวิศวกรรมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การระบุปัญหา การระดมสมองเพื่อหาแนวทาง การสร้างต้นแบบ การทดสอบ ไปจนถึงการพัฒนาและนำเสนอผลงาน เรียนรู้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเพื่อสร้างนวัตกรรมรับมือแผ่นดินไหว ตั้งแต่การทำความเข้าใจภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไปจนถึงการลงมือสร้างต้นแบบจริง ในรูปแบบ 1 วัน (ไป-กลับ ไม่ค้างคืน) จัดขึ้น ครั้งที่ 1 ในวันที่ 11 ต.ค. 2568 และครั้งที่ 2 ในวันที่ 12 ต.ค. 2568 เวลา 9.30 – 16.00 น.

ค่าย Engineering Design Process ตอน Green Energy สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังศึกษาชั้น ป.4-6 หรือเทียบเท่า มาร่วมเป็นวิศวกรแห่งอนาคต สร้างสรรค์พลังงานสะอาดด้วยกระบวนการ EDP ที่จะพาเด็กๆ ไปเจาะลึก กระบวนการคิดเชิงวิศวกรรมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การระบุปัญหา การระดมสมองเพื่อหาแนวทาง การสร้างต้นแบบ การทดสอบ ไปจนถึงการพัฒนาและนำเสนอผลงาน เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงกับโปรเจกต์ ‘Ecosolar House’ บ้านพลังงานแสงอาทิตย์จำลอง เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในรูปแบบ 1 วัน (ไป-กลับ ไม่ค้างคืน) จัดขึ้นครั้งที่ 1 ในวันที่ 21 ต.ค. 2568 และครั้งที่ 2 ในวันที่ 22 ต.ค. 2568 เวลา 9.30 – 16.00 น.

ค่าย ปั้นเล่น..เป็นงาน สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังศึกษาชั้น ป.1-3 หรือเทียบเท่า ที่ชวนมาร่วมเปิดประสบการณ์เกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผา สุดสร้างสรรค์ที่ผสมผสานศาสตร์ของศิลป์และวิทยาศาสตร์ ภายใต้ความร่วมมือ กับชุมชนเครื่องปั้นดินเผาหมู่บ้านเหมืองกุง เชียงใหม่ เรียนรู้ประเภทของดินและองค์ประกอบที่ทำให้เกิดสีที่แตกต่างกันบนเครื่องปั้นดินเผา รวมทั้งขั้นตอนการทำจากดินสู่ภาชนะดินเผาด้วยฝีมือตนเอง ในรูปแบบ 1 วัน (ไป-กลับ ไม่ค้างคืน) จัดขึ้นครั้งที่ 1  ในวันที่ 18 ต.ค. 2568 และครั้งที่ 2 ในวันที่ 19 ต.ค. 2568 เวลา 9.30 – 16.00 น.

นอกจากนี้ NSM ยังมีนิทรรศการให้ทุกคนได้สนุกกันในช่วงปิดเทอม อาทิ นิทรรศการ Sports Science on the Move ที่ชวนไปเปิดโลกการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกีฬา! ให้ทุกคนได้ทดสอบสมรรถนะร่างกาย วิเคราะห์การเคลื่อนไหว ค้นหากีฬาที่ใช่ผ่านกิจกรรมในรูปแบบ Hands-on ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน จัดแสดง ณ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เดอะ สตรีท รัชดา ชั้น 5 ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา กรุงเทพฯ, นิทรรศการส่องสมอง (Brain Inside Out) มาไขปริศนาความสามารถของสมอง โดยเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้จากการสัมผัสสิ่งต่าง ๆ เพื่อช่วยในเรื่องของการพัฒนาสมอง จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ อพวช. คลองห้า ปทุมธานี และนิทรรศการคลังเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต (Mystery of Svalbard) พบกับเรื่องราวของเมล็ดพันธุ์ และการจำลองคลังเก็บเมล็ดพันธุ์จากทั่วโลกที่นำมาฝากไว้ที่ “สฟาลบาร์”คลังเก็บรักษาภายใต้ภูเขาน้ำแข็งระดับความลึกกว่า 150 เมตร ในประเทศนอร์เวย์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้รับฝาก จัดเก็บ ดูแล และตรวจสอบเมล็ดพันธุ์แทนธนาคารเมล็ดพันธุ์จากทั่วโลก จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า อพวช. คลองห้า ปทุมธานี

สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษได้ตลอดเดือน ต.ค. นี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02  – 577 – 9999 ต่อ 2122, 2123 และ Facebook : NSM Thailand

-(016)

แจ็ค ไททัส Mister Model International 2025 ก้าวสู่รันเวย์ New York Fashion Week พร้อมผลักดันดีไซเนอร์ไทยสู่เวทีโลก

แจ็ค ไททัส Mister Model International 2025 ก้าวสู่รันเวย์ New York Fashion Week  พร้อมผลักดันดีไซเนอร์ไทยสู่เวทีโลก

แจ็ค ไททัส Mister Model International 2025 ก้าวสู่รันเวย์ New York Fashion Week พร้อมผลักดันดีไซเนอร์ไทยสู่เวทีโลก

วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.50 น.

สร้างเสียงฮือฮาให้วงการแฟชั่นอีกครั้ง เมื่อ แจ็ค ไททัส Mister Model International 2025 นายแบบหนุ่มไทยผู้คว้าตำแหน่งระดับโลก ก้าวสู่รันเวย์ New York Fashion Week 2025 อย่างสง่างาม พร้อมตอกย้ำความเป็น “ตัวแทนประเทศไทย” ที่สื่อแฟชั่นนานาชาติต่างจับตามอง บนเวทีโลกครั้งนี้

แจ็คไม่เพียงแค่เฉิดฉายบนรันเวย์ชื่อดังอย่าง Runway 7, Art Hearts Fashion, Asian NYFW, the Bureau Fashion Show และ Flying Solo แต่ยังได้ทำหน้าที่เชื่อมโยงและส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ที่มีความฝันจะก้าวสู่สากล

แจ็คเล่าว่า หนึ่งในโมเมนต์ที่เขาภูมิใจมากที่สุดในปีนี้ คือการได้พบกับ Winny–Keziah Chumpuang (วินนี่–เคสิยาห์ ชุมพวง) ดีไซเนอร์ไทยเจ้าของแบรนด์ Keziah BKK ซึ่งเกิดจากความรักในงานเพนต์ติ้งตั้งแต่วัยเด็ก และนำงานศิลปะมาต่อยอดสู่แฟชั่นที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร แบรนด์นี้เคยเปิดตัวที่ NYFW ครั้งแรกเมื่อ 3 ปีก่อน และปีนี้กลับมาอย่างแข็งแรงยิ่งขึ้น โดยมี Tanaporn Chyon เป็นผู้อยู่เบื้องหลังโปรดิวเซอร์โชว์

“ผมภูมิใจที่ได้เห็นเด็กไทยมีพื้นที่และเสียงบนเวทีระดับโลก ทุกครั้งที่ได้เห็นผลงานพวกเขา มันคือแรงบันดาลใจให้ผมเชื่อมั่นว่า ‘คนไทยก็ไปได้ไกล’” แจ็คกล่าวอย่างจริงใจ

นักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานีสร้างชื่อคว้าชัยให้ประเทศไทยบนเวที WorldSkills ASEAN Manila 2025

นักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานีสร้างชื่อคว้าชัยให้ประเทศไทยบนเวที WorldSkills ASEAN Manila 2025

นักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานีสร้างชื่อคว้าชัยให้ประเทศไทยบนเวที WorldSkills ASEAN Manila 2025

วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.43 น.

นับเป็นหนึ่งในเวทีการแข่งขันที่ผู้มีความสามารถด้านการทำอาหารเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ นั่นคือการแข่งขัน WorldSkills ASEAN 2025 การแข่งขันทักษะฝีมือแรงงานระดับภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการแข่งขัน WorldSkills International เพราะไม่เพียงเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนจากทั่วภูมิภาคอาเซียนได้แสดงฝีมือการปรุงอาหารอย่างมืออาชีพ แต่ยังเป็นพื้นที่หลอมรวมความคิดสร้างสรรค์ของผู้เข้าแข่งขันที่ต้องแสดงทักษาะทั้งด้านรสชาติ ความแม่นยำ และการจัดจานอย่างมีศิลปะ ท่ามกลางบรรยากาศที่ท้าทายในฐานะเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ

เพื่อยกระดับทักษะวิชาชีพของเยาวชนในประเทศไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล ประเทศไทยจึงเป็นหนึ่งในสมาชิกที่เข้าร่วมการแข่งขัน WorldSkills ASEAN อย่างต่อเนื่อง โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการสรรหา การเก็บตัวฝึกซ้อม และการจัดส่งเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานระดับอาเซียน ระดับเอเชีย และระดับนานาชาติ ได้คัดเลือกเยาวชนจากทั่วประเทศเพื่อเป็นตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันในระดับสากล ตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 เป็นต้นมา

และเมื่อไม่นานมานี้ ในการแข่งขันครั้งล่าสุด WorldSkills ASEAN Manila 2025 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ทัพเยาวชนตัวแทนประเทศไทยก็ได้ทำผลงานสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการคว้า 5 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง 10 เหรียญฝีมือยอดเยี่ยม ส่งผลให้ประเทศไทยอยู่ใน Top 3 ของอาเซียนบนเวทีการแข่งขันนี้

น่ายินดียิ่งที่หนึ่งในผู้สร้างชื่อให้ประเทศไทยก็คือ นายนครินทร์ จรูญพันธุ์วณิช และ นางสาวบุษกร เจียมสกุล นักศึกษาสาขาศิลปะการประกอบอาหาร วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจบริการชั้นแนวหน้าของไทยในเครือโรงแรมดุสิตธานี ซึ่งทั้งสองคนได้รับรางวัลจากสาขาการประกอบอาหาร โดยนายนครินทร์ได้รับรางวัลเหรียญทองและ Best of Nation ขณะที่นางสาวบุษกรได้รับรางวัล Medallion of Excellence

นายนครินทร์กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับถึง 2 รางวัลว่า “ผมดีใจมากเพราะตลอดการฝึกซ้อมได้ใช้ทรัพยากรอย่างมหาศาล ไม่ใช่แค่เรื่องวัตถุดิบหรือเงินสนับสนุนในการฝึกซ้อม แต่รวมถึงทรัพยากรมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ที่ช่วยฝึกซ้อม ตลอดจนเพื่อนนักศึกษาที่สละเวลามาช่วยสนับสนุนการซ้อมให้เราทั้งสองคน นอกจากนี้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานรวมทั้งสปอนเซอร์ที่สนับสนุนค่าใช้จ่าย ค่าที่พัก ค่าเครื่องแต่งกาย และอื่นๆ อีกมากมายให้เรา แสดงว่าเขาต้องมั่นใจในตัวเรา เราจึงต้องทำให้ดีที่สุดให้สมกับที่ทุกท่านสนับสนุนพวกเราครับ”

ด้านนางสาวบุษกรเผยว่า “ก่อนมาเรียนที่วิทยาลัยดุสิตธานี ดิฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะได้เป็นตัวแทนประเทศหรือแม้แต่ตัวแทนวิทยาลัย จึงรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทย เพราะน้อยคนมากที่จะได้รับโอกาสนี้ ดิฉันจึงภูมิใจมากที่เราได้สร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวม ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเราเองเพียงคนเดียวค่ะ”

วิทยาลัยดุสิตธานีซึ่งสนับสนุนห้องปฏิบัติการครัวและทรัพยากรอื่นๆ สำหรับการฝึกซ้อม ขอชื่นชมต่อความอุตสาหะในการฝึกฝนของนักศึกษาทั้งสองคน และยินดีกับความสำเร็จที่ทั้งคู่ได้รับ รวมทั้งขอขอบคุณผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ ได้แก่ กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน บริษัท ฟอนเทียร่า แบรนด์ส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท อุตสาหกรรมแป้งข้าวสาลีไทย จำกัด และ Nordways (นอร์ดเวย์ส) ประเทศไทย

การท่องเที่ยวไต้หวัน จับมือ ‘อาเล็ก ธีรเดช’ จัดแฟนมีต พร้อมเปิดจองทริปเที่ยวต้อนรับฤดูใบไม้ร่วง-หนาว

การท่องเที่ยวไต้หวัน จับมือ 'อาเล็ก ธีรเดช' จัดแฟนมีต พร้อมเปิดจองทริปเที่ยวต้อนรับฤดูใบไม้ร่วง-หนาว

การท่องเที่ยวไต้หวัน จับมือ ‘อาเล็ก ธีรเดช’ จัดแฟนมีต พร้อมเปิดจองทริปเที่ยวต้อนรับฤดูใบไม้ร่วง-หนาว

วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 09.03 น.

ไต้หวันพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว! สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ ร่วมกับพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวชั้นนำ เปิดตัวแพ็กเกจพิเศษสุดคุ้ม “ทริปแฟนมีตอาเล็ก มหัศจรรย์แดนไต้หวัน” ที่ผสมผสานเสน่ห์การท่องเที่ยวของไต้หวันเข้ากับกิจกรรมแฟนมีตติ้งของนักแสดงชื่อดังขวัญใจชาวไทยอย่าง อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ เชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยหนีร้อนมาสัมผัสบรรยากาศเย็นสบายในช่วงรอยต่อระหว่างฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวของไต้หวัน พร้อมโอกาสเข้าร่วมงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกในต่างประเทศ ณ กรุงไทเป ของ “อาเล็ก-ธีรเดช” แบรนด์แอมบาสเดอร์การท่องเที่ยวไต้หวันของประเทศไทย ประจำปี 2025 ซึ่งเจ้าตัวจะมีการแสดงสดร้องเพลงภาษาจีนบนเวทีเป็นครั้งแรกภายในงานอีกด้วย ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกของฤดูใบไม้ร่วง-หนาว ที่จะกลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่าไม่รู้ลืม

ช่องทาง รับสิทธิ์เข้าร่วมงาน

เพียงซื้อผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวไต้หวันผ่านช่องทางที่กำหนด ได้แก่ แพ็กเกจทัวร์จากบริษัททัวร์พันธมิตรที่ร่วมรายการ แพ็คเกจทัวร์กลุ่มเล็กสำหรับ 2-4 คน ซื้อสินค้าหรือบริการท้องถิ่นของไต้หวันบนแพลตฟอร์ม KKDay หรือซื้อตั๋วเครื่องบินไป-กลับไต้หวันผ่านสายการบิน Starlux Airlines เพียงทำตามหนึ่งในวิธีข้างต้น ก็จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมงานแฟนมีตติ้งของอาเล็ก ธีรเดช ฟรีทันที

ตัวเลือกที่ 1: แพ็กเกจทัวร์เต็มรูปแบบ 

เพียงจองแพ็กเกจท่องเที่ยวไต้หวันกับ 7 บริษัทพันธมิตร ได้แก่ Formosa Journey Land Group, Best International Tour, Rak Yim Tours, Quality Express, NS Travel & Tour, CHECK IN GROUP และ Thaiphum Skylights ก็จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมงานแฟนมีตติ้งของอาเล็กทันที 

ตัวเลือกที่ 2: ทัวร์กลุ่มเล็กเที่ยวแบบเจาะลึก 

เพียงซื้อแพ็คเกจท่องเที่ยวอิสระสำหรับ 2 หรือ 4 คน ผ่าน Nichapat Tour โดยแพ็คเกจสำหรับ 2 คน จะรวมที่พักโรงแรม 2 คืน บริการรับส่งสนามบิน และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนแพ็คเกจสำหรับ 4 คน จะประกอบด้วยทัวร์เต็มวันพร้อมไกด์และรถรับส่ง รวมถึงตัวเลือกหลากหลาย เช่น ทริปเมืองไถจง ทริปปั่นจักรยานรอบทะเลสาบสุริยันจันทรา หรือทริปน้ำพุร้อนและอาหารท้องถิ่นในภาคเหนือของไต้หวัน โดยผู้ที่ซื้อแพ็กเกจนี้ก็จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมแฟนมีตติ้งของอาเล็กฟรีเช่นกัน 

ตัวเลือกที่ 3: ซื้อสินค้าและบริการผ่าน KKDay

เพียงเลือกซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการท่องเที่ยวไต้หวันใดๆบนแพลตฟอร์ม KKDay ไม่ว่าจะเป็นที่พัก ร้านอาหาร บัตรโดยสาร หรือบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมงานแฟนมีตติ้งของอาเล็กได้ฟรี 

ตัวเลือกที่ 4: บินตรงกับสายการบิน STARLUX Airlines

เพียงซื้อตั๋วเครื่องบินเส้นทางกรุงเทพฯ-ไทเปกับสายการบิน STARLUX Airlines ก็สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมงานแฟนมีตติ้งของอาเล็กได้ฟรี เดินทางสะดวกด้วยเวลาเพียง 3 ชั่วโมงครึ่ง ก็ได้หนีอากาศร้อนอบอ้าวไปสัมผัสอากาศเย็นสบายของไต้หวัน พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมกับศิลปินชื่อดัง และสนุกกับทริปพักร้อนสุดพิเศษได้ทันที

สัมผัสมนต์เสน่ห์ไต้หวันในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูใบไม้ร่วงเข้าสู่ฤดูหนาว 

ช่วงเวลาจัดแฟนมีตติ้งนั้นตรงกับช่วงเวลาทองของการไปสัมผัสสเน่ห์ของไต้หวัน อากาศที่กำลังเย็นสบายเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากหลีกหนีอากาศร้อนจากประเทศไทย เพลิดเพลินกับการแช่น้ำพุร้อนอันเลื่องชื่ออย่าง เป่ยโถว และอูไหล การปั่นจักรยานรับลมเย็นท่ามกลางธรรมชาติ หรือลิ้มลองเมนูอาหารฤดูหนาวแบบไต้หวัน อย่างเมนูหม้อไฟหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นซุปยาจีนเนื้อแพะบำรุงร่างกาย หรือเป็ดต้มซุปขิงแสนอร่อย ที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่นร่างกายท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น

ไต้หวันเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยมาอย่างยาวนาน แต่ในครั้งนี้การมาเที่ยวไต้หวันจะพิเศษกว่าเดิม สำหรับใครที่ยังไม่เคยไปเยือนไต้หวัน ก็ถือเป็นโอกาสอันดีเยี่ยมที่จะได้มาสร้างความทรงจำในการมาไต้หวันครั้งแรกแบบไม่เหมือนใครกับนักแสดงหนุ่มขวัญใจมหาชนที่กำลังมาแรงในปีนี้ ผู้ที่สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามโดยตรงกับบริษัทผู้จำหน่ายแพ็กเกจทัวร์ หรืดูข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ https://ttath.visionthai.net/tw-fan-meeting

อว. ประกาศความสำเร็จ ‘อว.แฟร์ 2025’ ตลอด 9 วันประชาชนร่วมงานกว่า 720,000 คน เดินหน้าใช้พลังนวัตกรรมขับเคลื่อนอนาคตไทย

อว. ประกาศความสำเร็จ ‘อว.แฟร์ 2025’  ตลอด 9 วันประชาชนร่วมงานกว่า 720,000 คน  เดินหน้าใช้พลังนวัตกรรมขับเคลื่อนอนาคตไทย

อว. ประกาศความสำเร็จ ‘อว.แฟร์ 2025’ ตลอด 9 วันประชาชนร่วมงานกว่า 720,000 คน เดินหน้าใช้พลังนวัตกรรมขับเคลื่อนอนาคตไทย

วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงข่าวความสำเร็จการจัดงาน อว.แฟร์ 2025: SCI POWER FOR FUTURE THAILAND” ภายใต้แนวคิด Creators of Tomorrow: คิดสร้างสรรค์ Kids สร้างอนาคต ที่เปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรีและร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตั้งแต่วันที่ 9-17 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งตลอด 9 วันของการจัดงาน มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 720,000 ราย แบ่งเป็น On-site กว่า 222,000 ราย และ Online กว่า 498,000 ราย สร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีนัยสำคัญ โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และผู้บริหารกระทรวง อว. เข้าร่วม ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ศ.ดร. ศุภชัย กล่าวว่า การจัดงาน ‘อว.แฟร์ 2025’ ถือเป็นความท้าทายสำคัญของกระทรวง อว. ในการดำเนินการจัดมหกรรมด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับภูมิภาคและส่วนกลาง เพื่อมอบองค์ความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนทุกกลุ่ม ตลอดจนเปิดโอกาสและจุดประกายแนวคิดใหม่ ๆ ในการนำวิทยaศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมและชุมชน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนากำลังคนที่มีศักยภาพ สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน อีกทั้ง อว.แฟร์ ไม่ได้เป็นเพียงงานนิทรรศการเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ หากแต่เป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมและนำเสนอผลงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. ครอบคลุมทั้งด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เปิดกว้างและเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม เชื่อมโยงองค์ความรู้และนวัตกรรมกับการใช้ชีวิตจริง ตลอดจนจุดประกายโอกาสจากทักษะใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์อนาคตของประเทศ พร้อมทั้งปลุกพลังแห่งการลงมือปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทุกภาคส่วนของสังคม ซึ่งสะท้อนบทบาทเชิงกลไกของกระทรวง อว. ในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ ด้วยพลังของการเรียนรู้ที่บูรณาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อมุ่งสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย”

การจัดงาน ‘อว.แฟร์ 2025’ ในครั้งนี้นับว่าบรรลุผลสำเร็จอย่างรอบด้าน โดยมีผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่สะท้อนถึงความสำคัญและคุณค่าของงานอย่างชัดเจน ทั้งในด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์หลากหลายแพลตฟอร์ม อาทิ Facebook PR Pages, KOL Influencer, Facebook, Instagram, TikTok, YouTube และ Line ซึ่งสร้างการรับรู้รวมกว่า 125 ล้านครั้ง ตลอดจนมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 720,000 คน แบ่งเป็นการเข้าร่วม On-site กว่า 222,000 คน และ Online กว่า 498,000 คน อีกทั้งยังเกิดการจับคู่เจรจาทางธุรกิจสำเร็จ 345 คู่ อันนำไปสู่การต่อยอดและขยายผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์มากกว่า 1,059 ผลงาน ขณะเดียวกันยังมีผู้ประกอบการและประชาชนกว่า 18,000 คน ได้รับการพัฒนาศักยภาพผ่านกิจกรรมสัมมนา เสวนา และเวิร์กช็อปกว่า 300 กิจกรรม พร้อมทั้งก่อให้เกิดรายได้จากการจำหน่ายสินค้านวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนและพัฒนาจากหน่วยงานในสังกัด อว. ผ่านโซน Marketplace และ Craft Market รวมมูลค่ากว่า 4.3 ล้านบาท โดยมีผลการประเมินความพึงพอใจจากผู้เข้าชมงานอยู่ในระดับสูงกว่า 96% ซึ่งผลลัพธ์ทั้งหมดนี้ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จของการจัดงานเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำบทบาทสำคัญของกระทรวง อว. ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม สู่การพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

อย่างไรก็ตามความสำเร็จของงาน อว.แฟร์ 2025 สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเรียนรู้ของคนไทย และเป็นการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวง อว. ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญ 3 ประการ คือ 1. การสร้างปัญญา: ด้วยการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ผ่านการต่อยอดแนวคิด “นิทรรศการเพื่อการเรียนรู้” ไปสู่โมเดลการเรียนรู้ตลอดชีวิตในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะการขับเคลื่อนทุนการศึกษาแบบ Targeted Scholarship และการสร้างพื้นที่เรียนรู้เสมือนจริงสำหรับกลุ่มเปราะบาง 2. การเปิดโอกาส: ด้วยการยกระดับเวที Business Matching และ Innovation Showcase ให้เชื่อมโยงกับการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการในระดับพื้นที่ โดยการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุน เทคโนโลยี และงานวิจัยให้มากขึ้น 3. การสร้างอนาคตไทย: ด้วยการเร่งขับเคลื่อน Deep Tech และอุตสาหกรรมอนาคต โดยเฉพาะการพัฒนา AI Excellence Center, Quantum Hub, Smart Farming Platform และ Digital Health Supply Chain ให้กลายเป็น Flagship Projects ระดับชาติ

“สิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้จากการจัดงานในปีนี้ คือ การเรียนรู้คือพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง เมื่อเราเปิดเวทีให้เยาวชน นักวิจัย ผู้ประกอบการ และประชาชน ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพ ความรู้เหล่านี้สามารถต่อยอดไปสู่อาชีพ สร้างธุรกิจ และก่อให้เกิดคุณค่าที่กลับคืนสู่สังคมอย่างแท้จริง ในนามของผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง อว. ผมขอให้คำมั่นว่า เราจะยังคงมุ่งมั่นและเดินหน้าในการสร้างปัญญา เปิดโอกาส และร่วมกันสร้างอนาคตของประเทศไทย ผ่านพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคม” ปลัดกระทรวง อว. กล่าวสรุป

ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ของกระทรวง อว. ได้ทางเว็บไซต์ http://www.mhesifair.com และเฟซบุ๊ก MHESIThailand