‘อีกฟากด้านกระดานหก’โดย ศิวกานท์ ปทุมสูติ คว้ากวีนิพนธ์ซีไรต์ปี2568

'อีกฟากด้านกระดานหก'โดย ศิวกานท์ ปทุมสูติ คว้ากวีนิพนธ์ซีไรต์ปี2568

‘อีกฟากด้านกระดานหก’โดย ศิวกานท์ ปทุมสูติ คว้ากวีนิพนธ์ซีไรต์ปี2568

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 21.05 น.

8 ก.ย.68 นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้นางเกษร กำเหนิดเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นผู้แทนปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมงานประกาศผลการตัดสินรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปีพุทธศักราช 2568 ประเภท “กวีนิพนธ์” โดยมีคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) เป็นประธานงานประกาศผลการตัดสินรางวัลฯ โดยมีคณะกรรมการตัดสินรางวัล ฯ ผู้แทนหน่วยงานรัฐ เอกชนและสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ห้อง Auditorium C asean Ratchada ชั้น 10 อาคาร CW Tower ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ปีนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปี 2568 ประเภท “กวีนิพนธ์” จำนวนทั้งหมด 69 เรื่องและมีผลงานที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการตัดสินรางวัลฯเข้ารอบคัดเลือก 18 เรื่องและเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 8 เรื่อง ได้แก่ อีกฟากด้านกระดานหกของศิวกานท์ ปทุมสูติ , บังฟ้าเบิกอบายของนายทิวา, บทกวีตีพิมพ์บนสรวงสวรรค์ในปีต่อมาของซะการีย์ยา อมตยา , นักล่าแสงแรกของธรรมรุจา ธรรมสโรช , เสียงสวดมนต์ของคนใบ้ขององอาจ สิงห์สุวรรณ , เราอยู่บนดาวดวงเดียวกันไหมของนิตา มาศิริ , แม่น้ำต่างหากสร้างสะพานของวิศิษฐ์ ปรียานนท์ , คนกลืนฝนจนเอ่อล้นพ้นดวงตาของชาย แสงอากาศ

โดยคณะกรรมการตัดสินรางวัลฯ มีมติให้กวีนิพนธ์เรื่อง “อีกฟากด้านกระดานหก” ของศิวกานท์ ปทุมสูติ ได้รับรางวัลซีไรต์ ประจำปีพุทธศักราช 2568 เนื่องจากมีความโดดเด่นในด้านการนำเสนอแนวคิดที่รื้อสร้างมุมมองเกี่ยวกับความแตกต่างของช่วงวัย ชนชั้นและอุดมการณ์ ฉายภาพการต่อสู้ทางวาทกรรมและอำนาจซึ่งแทรกซึมอยู่ในทุกระดับทั้งสังคมไทยและสังคมโลกผ่านสัญลักษณ์ “กระดานหก” เพื่อกระตุ้นให้ผู้อ่านมองโลกอีกด้านหนึ่งที่แปลกต่างจากกรอบความคิดเดิม

กวีสืบทอดขนบทางวรรณศิลป์และสร้างสรรค์ใหม่ ใช้ลีลาร้อยกรองหลากหลาย เพื่อสะท้อนภาพสังคมปัจจุบันด้วยกลวิธีนำเสนอทั้งแบบมีเรื่องเล่าและแบบตั้งคำถามให้คิด ผสานท่วงทำนองกวีโบราณและร่วมสมัย ใช้ทั้งศัพท์โบราณ ภาษาถิ่นและภาษาพูดเพื่อสร้างวรรณศิลป์อันมีลักษณะเฉพาะตน

ส่งแรงเชียร์ ‘น้องแพน – ภูภัทรา’ ตัวแทนประเทศไทย ชิงชัย ‘Pharaohs Cup 2025’ รุ่นเยาวชน

ส่งแรงเชียร์ 'น้องแพน - ภูภัทรา' ตัวแทนประเทศไทย ชิงชัย 'Pharaohs Cup 2025' รุ่นเยาวชน

ส่งแรงเชียร์ ‘น้องแพน – ภูภัทรา’ ตัวแทนประเทศไทย ชิงชัย ‘Pharaohs Cup 2025’ รุ่นเยาวชน

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.00 น.

ร่วมส่งแรงเชียร์! “น้องแพน” สาวน้อยยิมนาสติกดาวรุ่งดวงใหม่วัย 13 ปีจากสโมสรจินตนา เป็นตัวแทนประเทศไทย ชิงชัย “Pharaohs Cup 2025” รุ่นเยาวชนครั้งแรกในประวัติศาสตร์วงการยิมนาสติก

ถือเป็นการจัดการแข่งขันที่น่าจับตามองมากที่สุด อีกรายการหนึ่งของวงการยิมนาสติก สำหรับการจัดการแข่งขันยิมนาสติกรายการ Pharoahs Cup ณ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ในประเภท WAG Youth Program age caregory-13 ปี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-21 กันยายน 2568 โดยประเภทดังกล่าว ถือเป็นรุ่นการแข่งขันที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ของวงการยิมนาสติกระดับโลก โดยล่าสุด ทางด้านสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย ได้คัดเลือก “น้องแพน” เด็กหญิงภูภัทรา จงจิระวงศา (Pan – Pupattra Jongjeerawongsa) จากสโมสรยิมนาสติกจินตนา (JRC Gymnastics Club) หนึ่งในนักกีฬาดาวรุ่ง ที่น่าจับตามองของวงการยิมนาสติกไทย เป็นตัวแทนประเทศไทย เช้าร่วมการแข่งขันในประเภทดังกล่าว โดยมี “โค้ชเติ้ง” ชณณ สมจิตร (Coach Terng-Chanon Somjit) ทุ่มเทฝึกซ้อมให้กับนักกีฬา อย่างเข้มข้น

สำหรับประวัติของ น้องแพน – เด็กหญิงภูภัทรา จงจิระวงศา (Pan – Pupattra Jongjeerawongsa) ถือเป็นนักกีฬายิมนาสติกรุ่นยุวชน ดาวรุ่งที่มีผลงานโดดเด่นมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา “น้องแพน” เคยคว้า แชมป์บุคคลรวมอุปกรณ์ รุ่น Pre-Junior (ยุวชน) ในรายการ JRC Stars 2024 และ ล่าสุดยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนนักกีฬากรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 41 “สุราษฎร์ธานีเกมส์” ที่จะจัดขึ้นในปี 2569 ระหว่างวันที่ 7 – 17 พฤษภาคม 2569 ด้วย จึงอาจเรียกได้ว่า เป็นความสำเร็จ ก้าวสำคัญ ที่จะเปิดโอกาสให้ “น้องแพน” ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในเวทีระดับโลก และเป็นความหวังของวงการยิมนาสติกไทย

“น้องแพน” เด็กหญิงภูภัทรา จงจิระวงศา กล่าวว่า เธอรู้สึกภูมิใจอย่างมาก กับการได้เป็นตัวแทนของสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย ไปแข่งขันในรายการดังกล่าว “แพน ภูมิใจอย่างมาก ที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งขัน และดีใจอย่างมาก ที่จะได้แสดงศักยภาพ และความสามารถตัวเอง ซี่งถือเป็นการเปิดประสบการณ์ครั้งแรกของตัวเอง ในสนามการแข่งขันระดับโลก และที่ผ่านมา ก็ได้มีการฝึกซ้อมมาอย่างหนัก ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาตัวเองมาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สมกับความตั้งใจ ในความมุ่งมั่น ที่จะก้าวไปสู่การแข่งขันในรายการใหญ่ๆ ระดับโลกต่อไป”

ทั้งนี้ น้องแพน ยังได้กล่าวขอบคุณ โค้ชเติ้ง-ชณณ สมจิตร โค้ชผู้ฝึกซ้อมที่ทุ่มเทการฝึกซ้อมให้กับเธอมาโดยตลอด “แพน ขอขอบคุณโค้ชเติ้ง ที่ทุ่มเทการฝึกสอนนักกีฬายิมนาสติก ซึ่งโค้ช ไม่ได้แค่การช่วยพัฒนาทักษะด้านยิมนาสติกให้กับนักกีฬาทุกคนเท่านั้น แต่โค้ขยังมีความมุ่งมั่น และเป้าหมาย ที่จะพานักกีฬาไทยไปสู่เวทีโอลิมปิก อีกด้วย”

ด้าน โค้ชเติ้ง-ชณณ สมจิตร ถือได้ว่าเป็น โค้ชที่มีความมุ่งมั่น ในการปลุกปั้นนักกีฬาไทยสู่โอลิมปิก และถึงแม้จะเป็นโค้ชหน้าใหม่ในวงการยิมนาสติกประเทศไทย แต่ก็เรียกได้ว่า มีผลงานและประสบการณ์ในการเป็นนักกีฬายิมนาสติกมาอย่างยาวนาน ทั้งการเป็นยิมนาสติกศิลป์ ยิมนาสติกแอโรบิก และ กีฬาเชียร์ลีดดิ้ง รวมถึง เคยเป็นตัวแทนสโมสร และตัวแทนจังหวัด ไปคว้าแชมป์ประเทศไทยมาแล้ว รวมถึง ยังได้รับใบอนุญาตการเป็นโค้ชอย่างเป็นทางการ จากสมาคมยิมนาสติกออสเตรเลีย ซึ่งถือเป็น คนไทยคนแรกที่ผ่านการรับรอง และเป็นหนึ่งใน Technical Member ของ Gymnastics Australia อีกด้วย

โดย โค้ชเติ้ง กล่าวถึงน้องแพนว่า นับตั้งแต่เจอน้องครั้งแรก ก็มองเห็นแล้วว่า น้องแพนมีพื้นฐานการเล่นยิมนาสติกมาค่อนข้างดีมากระดับหนึ่งแล้ว “ความเป็นนักกีฬาของน้องเรียกว่า ค่อนข้างดีเลยก็ว่าได้ เพราะน้องมีพื้นฐานกีฬาอื่นๆ มาด้วยก่อนหน้านั้น ส่วนการตัดสินใจ คัดเลือกน้องแพน เป็นตัวแทนนักกีฬาของสมาคมฯ ก็เพราะมองเห็นศักยภาพในตัวของน้อง รวมถึงความตั้งใจฝึกซ้อมเป็นอย่างดี ตลอดจนมีผลงานการแข่งขันในรายการอื่นๆ ที่ดีขึ้นตามลำดับอายุของน้อง ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา รวมถึงมีพัฒนาทั้งร่างกาย และความสามารถมาเรื่อยๆ ด้วย”

“สำหรับความคาดหวัง ตัวของน้องแพน ในการแข่งขันที่กำลังจะเกิดขึ้นในระหว่างวันที่18-21 กันยายน 2568 ผมคาดหวังแต่เพียงว่า อยากให้น้องแพน ได้แสดงศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ ตามที่ได้ฝึกซ้อมมา และไม่มีความกดดัน เพื่อให้ได้ผลงานของน้องออกมาอย่างดีที่สุด เนื่องจากการแข่งขันในรายการนี้ มีนักกีฬายิมนาสติกระดับโลก เข้ามารวมตัวกันเยอะมาก โดยมาจากหลายประเทศทั่วโลก จึงอยากขอให้คนไทยทุกคนได้ร่วมกันช่วยส่งแรงใจไปเชียร์ น้องแพน รวมถึงนักกีฬายิมนาสติกของไทยทุกคน ที่ร่วมไปแข่งขันในรายการนี้ด้วย โดยสามารถร่วมส่งแรงใจ ไปให้นักกีฬายิมนาสติกของเรา ได้ที่ทางเว็บไซส์ ของทางสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย ถือเป็นอีกช่องทางการติดตามข่าวสารการแข่งขันกีฬายิมนาสติกของไทย” โค้ชเติ้ง กล่าวทิ้งท้าย

-(016)

ททท. เปิดตัว ‘TAT Connex Creator Challenge’ ชวนอินฟลูฯ ร่วมโปรโมตท่องเที่ยวไทยชิงรางวัล

ททท. เปิดตัว 'TAT Connex Creator Challenge' ชวนอินฟลูฯ ร่วมโปรโมตท่องเที่ยวไทยชิงรางวัล

ททท. เปิดตัว ‘TAT Connex Creator Challenge’ ชวนอินฟลูฯ ร่วมโปรโมตท่องเที่ยวไทยชิงรางวัล

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.13 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม “TAT Connex Creator Challenge : เที่ยวไทยให้ Connex เฟ้นหาคอนเทนต์ท่องเที่ยวสุดปัง” ณ SCBX NEXT TECH สยามพารากอน โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เป็นประธานเปิดงานฯ พร้อมกันนี้ได้รับเกียรติจากนายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. ร่วมเสวนาฯ ภายในงานยังจัดกิจกรรม “TAT Connex Workshop : How to Create Content ให้ปัง” เชิญ 3 วิทยากรตัวท็อปมาแลกเปลี่ยนทักษะการสร้างสรรค์คอนเทนต์ดิจิทัล เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยผ่านแพลตฟอร์ม TAT Connex เสริมประสิทธิภาพการตลาดและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมชวนผู้สนใจส่งวิดีโอคอนเทนต์ท่องเที่ยวเข้าร่วมประกวดและลุ้นรับรางวัล ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม -14 กันยายน 2568 ผ่านเว็บไซต์ https://www.tatconnex.com/campaign/6f5ce7df-00cb-4c00-b0df-a2e44194614e

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า กิจกรรม TAT Connex Creator Challenge :เที่ยวไทยให้ Connex เฟ้นหาคอนเทนต์ท่องเที่ยวสุดปัง” และ “TAT Connex Workshop : How to Create Content ให้ปัง” เป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดโครงการ TAT Connex ที่ยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ด้วยการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวผ่านอินฟลูเอนเซอร์ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางการตลาดที่มีความสำคัญ เพิ่มโอกาสทางการตลาดและประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ TAT Connex ทั้งรูปแบบเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับอินฟลูเอนเซอร์ให้สามารถพัฒนาธุรกิจและสร้างสรรค์คอนเทนต์การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างเต็มศักยภาพ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการและอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมลงทะเบียนใช้งานแล้วกว่า 500 ราย บรรยากาศกิจกรรม “TAT Connex Creator Challenge : เที่ยวไทยให้ Connex เฟ้นหาคอนเทนต์ท่องเที่ยวสุดปัง” ณ SCBX NEXT TECH ยังได้รับเกียรติจาก คุณจิระวดี คุณทรัพย์ (รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ททท., โซอี้-ภญ.โสภา พิมพ์สิริพานิชย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล, คุณศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร (อพท.), คุณนุช หอมรสสุคนธ์ (TCEB) รวมถึง 2 สาวอินฟลูเอนเซอร์คนดัง Denise Webber และ เบลล์ ภัสราภรณ์ ภูริพงศ์ธนวัต มาร่วมงาน พร้อมเป็นวิทยากรในกิจกรรมเวิร์คช็อป

สำหรับกิจกรรม TAT Connex Creator Challenge : เที่ยวไทยให้ Connex เฟ้นหาคอนเทนต์ท่องเที่ยวสุดปัง ททท. เชิญชวนอินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยวมาร่วมสร้างสรรค์วิดีโอคอนเทนต์ท่องเที่ยวไทยในสไตล์ของตนเอง พร้อมโปรโมตแพลตฟอร์ม TAT Connex โพสต์ลงโซเชียลมีเดียของตัวเอง พร้อมเมนชั่น @tatconnex และติดแฮชแท็ก #TATConnex , #creatorchallenge , #TATConnexCreatorChallenge , #AmazingThailand

โดยการตัดสินแบ่งเป็น 2 เกณฑ์หลัก คือ ความคิดสร้างสรรค์ และ Engagement รวมของโพสต์ ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมได้ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม – 9 กันยายน 2568 ผ่านเว็บไซต์ http://www.tatconnex.com และส่งผลงานเข้าร่วมกิจกรรมได้ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 14 กันยายน 2568 โดยจะประกาศผลผู้เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายในวันที่ 18 กันยายน 2568 และประกาศผู้ชนะ 3 อันดับ ในงานประกาศรางวัลวันที่ 20 กันยายน 2568 โดยผู้ชนะอันดับ 1 จะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 และ 3 รางวัลละ 20,000 บาท

สำหรับงานแถลงข่าวฯ ในวันที่ 6 กันยายน 2568 ททท. ยังได้จัดกิจกรรม TAT Connex Workshop : How to Create Content ให้ปัง” ประกอบด้วยกิจกรรมเสวนา “Creators & Tourism: Driving Growth Together” เวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดการเติบโตไปพร้อมกันระหว่างครีเอเตอร์และการท่องเที่ยว โดยมี นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. ผู้มีอิทธิพลทางความคิดด้านการท่องเที่ยว (Influencer) และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ร่วมเสวนา และยังมีกิจกรรมเวิร์กชอปเรียนรู้และแลกเปลี่ยนทักษะการผลิตคอนเทนต์อย่างใกล้ชิด แบบไม่มีค่าใช้จ่าย กับ 3 วิทยากรตัวท็อป ได้แก่ กิจกรรมเวิร์กชอป “AI Shortcut for Creator Economy” เคล็ดลับการใช้ Ai ทำคอนเทนต์ให้ปัง ให้ไวกว่าเดิม จากผู้เชี่ยวชาญด้านการนำ AI ประยุกต์ใช้ในธุรกิจ “โซอี้ เจ้าของช่อง Digital Shortcut”  ต่อด้วยกิจกรรมเวิร์กชอป “Capturing Journeys Telling Travel Stories Through the Lens” เรียนรู้ทริคถ่ายรูปจาก “กอล์ฟ เจ้าของช่องกอล์ฟมาเยือน” และเติมพลัง สร้างแรงบันดาลใจกับ “เบนซ์ เจ้าของช่อง The Gaijin Trips แบกเป้เที่ยวคนเดียว” เอกลักษณ์โดดเด่น ทำวิดีโอสไตล์เรียบง่ายไม่ซ้ำใครในหัวข้อ “From Journeys to Stories The Gaijin Trips”

ททท. เชื่อมั่นว่า การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงเปิดตัวกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการใช้งานแพลตฟอร์ม TAT Connex ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ด้าน Digital Marketing ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับสื่อมวลชน KOL อินฟลูเอนเซอร์ และผู้ประกอบการท่องเที่ยว ในการทำงานร่วมกันและสร้างสรรค์คอนเทนต์คุณภาพ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย รวมทั้งจะเป็นประโยชน์กับการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายและยกระดับ Customer Journey ให้ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่แตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธภาพ

-(016)

DIPROM เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ ขับเคลื่อน Soft Power ก้าวสู่ตลาดอุตสาหกรรมระดับนานาชาติ

DIPROM เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ ขับเคลื่อน Soft Power ก้าวสู่ตลาดอุตสาหกรรมระดับนานาชาติ

DIPROM เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ ขับเคลื่อน Soft Power ก้าวสู่ตลาดอุตสาหกรรมระดับนานาชาติ

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.09 น.

อาหารและเครื่องดื่มไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก “ดีพร้อม” เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ ขับเคลื่อน Soft Power ก้าวสู่ตลาดอุตสาหกรรมระดับนานาชาติ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 270 ล้านบาท

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) จัดกิจกรรม “การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม” ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 2 กันยายน 2568 ณ ศูนย์การค้า Phenix ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร เสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มไทยให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีอัตลักษณ์ และแข่งขันได้ในตลาดปัจจุบัน พร้อมเปิดพื้นที่เป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอผลงาน ทดสอบตลาด สร้างโอกาสทางการค้า และขยายเครือข่ายธุรกิจ คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 270 ล้านบาท นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งสนับสนุนพลังสร้างสรรค์หรือ Soft Power เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศและพัฒนาความรู้ ความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ให้พร้อมในการยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ระดับสากล อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญ เป็นหนึ่งใน 14 สาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูง ดีพร้อมได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานผ่านนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ตามนโยบาย 4 ให้ 1 ปฏิรูป ให้ทักษะใหม่ให้เครื่องมือทันสมัย ให้โอกาสโตไกล ให้ธุรกิจไทยที่ดีคู่ชุมชน และปฏิรูปดีพร้อมสู่องค์กรที่ทันสมัย และหลักการ Soft Power DNA ได้แก่ “การสร้างสรรค์และต่อยอด การโน้มน้าว และการเผยแพร่” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ความเป็นไทย กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการกว่า 50 ราย ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ สร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพ และเพิ่มช่องทางตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยการเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวยังช่วยให้ผู้ประกอบการได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญ และต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มโอกาสทางการค้าและสร้างความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทย

นางสาวณัฏฐิญา กล่าวต่อว่า ดีพร้อมได้ดำเนินกิจกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มใน 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 1) การถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการโดยมุ่งเน้นหัวข้อสำคัญด้านวัตถุดิบท้องถิ่น การประยุกต์ใช้นวัตกรรม การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและความยั่งยืน การวางกลยุทธ์ธุรกิจ ตลอดจนการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ Soft Power และการเล่าเรื่อง (Storytelling) 2) การให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกแก่ผู้ประกอบการรายกิจการ ทั้งในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และออกแบบบรรจุภัณฑ์และด้านการตลาด เพื่อเพิ่มคุณค่าและสร้างเอกลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์ 3) การพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดผ่านการสร้างเนื้อหา (Content Marketing) โดยการสร้างสรรค์ผ่านสื่อให้น่าสนใจ จนเกิดเป็นภาพลักษณ์ที่สามารถจดจำได้ นำเสนอผลิตภัณฑ์หรือเรื่องราวของแบรนด์ ผ่านสื่อออนไลน์ ตลอดจนสื่อ Social Media ต่าง ๆ เพื่อทำให้เกิดการส่งเสริมการบริโภค ดึงดูดความสนใจจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และ 4) การจัดงานสร้างโอกาสทางธุรกิจและการเผยแพร่ผลสำเร็จของกลุ่มเป้าหมาย โดยมีผู้รับบริการจากทั้งธุรกิจประเภทผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น ห่อหมกปลา น้ำปลาร้า ก๋วยเตี๋ยวแห้งสูตรพริกเผา วาฟเฟิลขนมครกกรอบ น้ำสลัด 4 ภาค บิสกิตปลากระพงไข่เค็ม เมี่ยงคําบาร์ คุกกี้ไข่ผํา ซอสต้มยํากุ้งน้ำใส เป็นต้น รวมถึงธุรกิจประเภทผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม เช่น เครื่องดื่มโปรตีนน้ำมะปิ๊ด น้ำมะพร้าวพร้อมดื่ม ไซเดอร์กล้วยพร้อมดื่ม ลอดช่องสิงคโปร์พร้อมดื่ม น้ำผลไม้ผสมไข่ผํา น้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ผสมน้ำเห็ด เป็นต้น

“ผลสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการไทยมีความพร้อมที่จะยกระดับคุณภาพและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงขยายโอกาสทางการค้าสู่ตลาดที่กว้างขวางมากขึ้น ดีพร้อมจะยังคงสนับสนุนการพัฒนาผู้ประกอบการในสาขาอาหารและเครื่องดื่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจไทย และผลักดัน Soft Power ให้มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน” นางสาวณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย

-(016)

เปิดตัว 30 สาวงามชิงตำแหน่ง ‘นางสาวถิ่นไทยงาม 2568’ สวย ความสามารถรอบด้าน บุคลิกภาพดี มีความเป็นไทย

เปิดตัว 30 สาวงามชิงตำแหน่ง ‘นางสาวถิ่นไทยงาม 2568’  สวย ความสามารถรอบด้าน บุคลิกภาพดี  มีความเป็นไทย

เปิดตัว 30 สาวงามชิงตำแหน่ง ‘นางสาวถิ่นไทยงาม 2568’ สวย ความสามารถรอบด้าน บุคลิกภาพดี มีความเป็นไทย

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.22 น.

เปิดโฉมหน้าเรียบร้อยแล้วสำหรับกองประกวด “นางสาวถิ่นไทยงาม 2568″ ซึ่งนำโดย สมใจนึก เองตระกูล ประธานที่ปรึกษา และ สินีนารถ เองตระกูล ประธานบริหาร กองประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม ซึ่งจัดการคัดเลือกผู้สมัครเข้าประกวดในปีนี้ที่มีผู้สมัครกว่าร้อยคน โดยคัดเหลือเพียง 30 คนสุดท้าย ซึ่งทั้งหมดจะเข้าร่วมประชันความงาม ไหวพริบ และความสามารถ รอบตัดสินในโอกาสฉลองการประกวดครบ 75 ปี

สินีนารถ เองตระกูล เปิดเผยว่า “ในปีนี้เรามุ่งเฟ้นหาสาวงามที่เพียบพร้อมด้วยความสวย บุคลิกภาพดี มีความสามารถรอบด้าน พร้อมที่จะนำเสนอและถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลได้อย่างเต็มภาคภูมิ ซึ่งมีผู้สมัครคึกคักเช่นเคยกว่าร้อยคน โดยรอบคัดเลือกที่ผ่านมาเป็นไปอย่างเข้มข้น ซึ่งคณะกรรมการได้พิจารณาจากใบสมัคร และวิดีโอแนะนำตัว ให้เหลือ 50 คน จากนั้นจึงได้นัดหมายเพื่อทำการสัมภาษณ์ และให้เหล่าสาวงามได้แสดงความสามารถและโชว์ปฏิภาณไหวพริบขับเคี่ยวกันอย่างสูสีจนเป็นที่หนักใจของคณะกรรมการเป็นอย่างมาก”

เหล่า 30 สาวงามที่ผ่านด่านรอบสัมภาษณ์ ได้อวดโฉมพร้อมกันครั้งแรกด้วยการเข้าเยี่ยมชม และถ่ายทำ VTR ในอาณาจักรเอสพาร์ค รังสิต (ESC Park) ศูนย์รวมสนามกีฬาและแหล่งสันทนาการชั้นนำ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บตัวหลัก โดยบรรยากาศการถ่ายทำ VTR เป็นไปอย่างคึกคักและสนุกสนาน

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 7-12 กันยายน ผู้เข้าประกวดทั้ง 30 คน จะร่วมขับเคลื่อนเพื่อคัดเลือกตำแหน่งพิเศษ อาทิ TIP ICONIC STAR , QUEEN OF SALES By Tel2tell tv shopping และเหล่าสาวงามจะได้ร่วมกิจกรรมเก็บตัวที่ให้ประสบการณ์สุดพิเศษ อาทิ กิจกรรมเล่าประกันภาษาถิ่น กับ ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) , เยี่ยมชม บริษัท อีเอ ไบโอ อินโนเวชั่น จำกัด (EBI) บริษัทในเครือของ บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เพื่อชมกระบวนการผลิต Bio Products อาทิ Bio PCM สำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น สิ่งทอ (ผ้าไทย) รวมถึงการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) , ท่องเที่ยววิถีใหม่ ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ทำกิจกรรม  Workshop ผ้ามัดย้อม กับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) , สนุกกับกิจกรรมช้อปปิ้งจาก บริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด  มารังสรรค์เมนูอาหารพื้นถิ่น 4 ภาค และยังสนุกกับกิจกรรมกันแดดทั่วถิ่น กับ BB Care

ส่วนการประกวดรอบตัดสินจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2568 ณ โรงแรม เอส พาร์ค โฮเต็ล (ESC Park Hotel)  รังสิต ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามลุ้นเหล่าสาวงามได้ที่แฟนเพจ FB: นางสาวถิ่นไทยงาม

ส่งใจไปกับอาหาร! ซีพีเอฟ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต ร่วมใจสนับสนุนโรงครัวซีพีอาสา ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนชาวปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม

ส่งใจไปกับอาหาร! ซีพีเอฟ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต ร่วมใจสนับสนุนโรงครัวซีพีอาสา ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนชาวปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม

ส่งใจไปกับอาหาร! ซีพีเอฟ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต ร่วมใจสนับสนุนโรงครัวซีพีอาสา ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนชาวปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.55 น.

“น้ำมาเร็วมาก น้ำป่าหลากเข้าท่วม จนทำให้ดินสไลด์ เหตุเกิดตอนกลางคืน บางคนยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ยังดีที่ตอนนี้มีทุกภาคส่วนมาช่วยกัน ขอขอบคุณแทนทุกๆคนด้วย” เสียงจากหนึ่งในชาวบ้านปางอุ๋ง ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่ต้องอพยพมาอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว เล่าเหตุ การณ์ในคืนนั้นที่เกิดจากอิทธิพลของพายุคาจิกิ

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่อยากให้เกิด ยังมีธารน้ำใจจากทุกๆสายไหลเข้ามายังพื้นที่บ้านปางอุ๋ง  เช่นเดียวกับ “ซีพีเอฟอยู่เคียงข้างทุกวิกฤต” ที่พร้อมผนึกกำลังเครือซีพีร่วมร้อยเรียงความดี เร่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยทันที

ซีพีเอฟ ได้ระดมทีมจิตอาสาและจัดเตรียมวัตถุดิบอาหาร สนับสนุนภารกิจของ “โรงครัวซีพีอาสา” ปักหลักทำอาหาร ที่โรงครัวกลางบ้านปางอุ๋ง วัดนักบุญยวงบัปติสตา หรือโบสถ์ปางอุ๋ง ซึ่งได้นำอาสาสมัครเข้าช่วยเหลือชุมชนพร้อมจัดทำโรงครัวตั้งแต่เริ่มต้น และได้ประสานบริษัทมาช่วยเป็นอีกหนึ่งกำลังเสริม ในการนำวัตถุดิบอาหาร ทั้งหมูบด ไก่สับ ไข่ไก่สด และน้ำดื่ม มาใช้ประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

วันนี้ จิตอาสาซีพี-ซีพีเอฟ จากทุกกลุ่มร่วมกันนำวัตถุดิบทั้งหมดไปส่งมอบถึงมือทีมจิตอาสา ทั้งจากมูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิปริสุทโธ และชาวชุมชนที่ร่วมด้วยช่วยกันคนละไม้คนละมือ ปรุงอาหารหลากหลายเมนู ควันไฟจากโรงครัว เป็นสัญญาณว่าอาหารกำลังจะถูกส่งมอบ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัยในหมู่บ้านปางอุ๋งและอาสาสมัครในพื้นที่ ได้อิ่มท้องมีกำลังกายและเสริมกำลังใจที่ส่งผ่านไปกับอาหารทุกกล่อง เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน ดังเช่นทุกๆเหตุการณ์ที่ผ่านมา

ซีพี-ซีพีเอฟ ย้ำจุดยืนอยู่เคียงข้างสังคมไทยในทุกวิกฤต พร้อมช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ไม่โกง…. ตรวจสอบได้! ทรูย้ำจุดยืนในวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2568 ภายใต้แนวคิด ‘ไม่โกง ไม่เกิด…จริงหรือ?’

ไม่โกง.... ตรวจสอบได้! ทรูย้ำจุดยืนในวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2568 ภายใต้แนวคิด 'ไม่โกง ไม่เกิด...จริงหรือ?'

ไม่โกง…. ตรวจสอบได้! ทรูย้ำจุดยืนในวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2568 ภายใต้แนวคิด ‘ไม่โกง ไม่เกิด…จริงหรือ?’

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.43 น.

บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น รวมพลังผู้บริหารและเพื่อนพนักงานในกิจกรรม “วันต่อต้านคอร์รัปชัน ประจำปี 2568” ซึ่งปีนี้องค์กรต่อต้านคอร์รัป ชัน (ประเทศไทย) จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ภายใต้แนวคิดท้าทายสังคม “ไม่โกง ไม่เกิด…จริงหรือ?” ซึ่ง ทรู คอร์ปอเรชั่น นำโดย จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร และ มารยาท เดรเยอร์ หัวหน้าสายงานกำกับดูแลและตรวจสอบ ร่วมประกาศเจต นารมณ์ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาลที่องค์กรยึดถือเป็นนโยบาย และปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันและต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบมาโดยตลอด

ทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมสนับสนุนและต่อยอดโครงการต่อต้านการทุจริตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น

โครงการยุวทูต ป.ป.ช. ของสำนักงาน ป.ป.ช.

โครงการประกวดเพลง “ช่อสะอาดต้านทุจริต” (ปี 2560)

โครงการประกวดมิวสิควิดีโอ “ช่อสะอาดต้านทุจริต” (ปี 2561)

โครงการค่ายเยาวชนช่อสะอาดต้านทุจริต (ปี 2562)

โครงการต่อต้านการทุจริตผ่านศิลปะการแสดงพื้นบ้าน (ปี 2563 และ 2565)

โครงการประกวด “ต่อต้านการทุจริต ผ่าน TikTok” (ปี 2564)

โครงการประกวด “ละครเพลงต่อต้านการทุจริต เดอะมิวสิคัล” (ปี 2566)

โครงการประกวดวงดนตรีต่อต้านการทุจริต (ปี 2567)

รวมถึงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายสื่อต่าง ๆ ของทรู อาทิ ทรูวิชั่นส์ ทรูโฟร์ยู TNN16 และแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อสร้างสังคมที่ตระหนักและร่วมกันปฏิเสธการทุจริต

อบรมเยาวชนเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ภาคใต้ ประจำปี 2568

อบรมเยาวชนเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ภาคใต้ ประจำปี 2568

อบรมเยาวชนเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ภาคใต้ ประจำปี 2568

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.22 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. เปิดโครงการ “งานอบรมเยาวชนเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ภาคใต้” ประจำปี 2568 เพื่อเสริมสร้างศักยภาพเยาวชนให้เป็นกำลังสำคัญในการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในชุมชน โดยมีเยาวชนและคณะครูจาก 4 โรงเรียน และ 1 กลุ่มเยาวชนในพื้นที่อำเภอทุ่งสง รวม 60 คน เข้าร่วม ณ หอประชุมเทศบาลเมืองทุ่งสง และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริฯ ระหว่างวันที่ 5-6 กันยายน 2568

กิจกรรมในช่วงเช้าเริ่มต้นด้วยพิธีเปิดการอบรม ณ หอประชุมเทศบาลเมืองทุ่งสง โดยได้รับเกียรติจาก จ.อ.เวชยันต์ หนูรักษา ปลัดเทศบาล รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีเมืองทุ่งสง กล่าวต้อนรับคณะผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมอบรม จากนั้น นางสาวผการัตน์ ดานุเสถียรพงศ์ นักบริหารนโยบายด้านยุทธศาสตร์และอำนวยการ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ได้กล่าวเปิดการอบรม พร้อมบรรยายในหัวข้อ “การดำเนินงานบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อำเภอทุ่งสง” เพื่อสร้างความเข้าใจในบริบทของพื้นที่และตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

ในช่วงบ่าย คณะเยาวชนได้เดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริฯ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานภาคสนามและเรียนรู้จากฐานปฏิบัติการจริงในชุมชน ซึ่งเน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ รวม 4 ฐานกิจกรรม ดังนี้

ฐานที่ 1 การบริหารจัดการน้ำ: ฟื้นฟู กักเก็บ สำรอง เยาวชนได้เรียนรู้กระบวนการจัดการน้ำตั้งแต่ต้นทาง โดยเดินสำรวจเส้นทางน้ำจากภูเขา เรียนรู้ระบบการกรองโดยธรรมชาติ และการออกแบบพื้นที่กักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในชุมชน

ฐานที่ 2 การฟื้นป่าต้นน้ำ เป็นกิจกรรมที่สร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าของป่าไม้ ผ่านการเรียนรู้การเพาะกล้าไม้ท้องถิ่น และสร้างการมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูระบบนิเวศด้วย การปลูกป่าโดยใช้หนังสติ๊กยิงเมล็ดพันธุ์ ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและส่งเสริมการเจริญเติบโตตามธรรมชาติ

ฐานที่ 3 เรียนรู้ฐานอาชีพในชุมชน เยาวชนได้เรียนรู้การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อสร้างรายได้ ผ่านการสาธิต การทำพริกไทยดองซีอิ๊ว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของวิสาหกิจชุมชน

ฐานที่ 4 เรียนรู้วิถีการอยู่ร่วมกันกับป่า โดย นายฉัตรชัย ยึดมั่น (พรานพี่เห็ด) ปราชญ์ชาวบ้าน ได้สาธิตและสอนทักษะการดำรงชีพในภาวะฉุกเฉิน ด้วยการประยุกต์ใช้วัสดุจากธรรมชาติอย่างสร้างสรรค์และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น การหุงข้าวด้วยใบแรดและกระบอกไม้ไผ่

โครงการอบรมดังกล่าวจะจัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 6 กันยายน 2568 โดยมุ่งหวังให้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปปรับใช้ ต่อยอดสู่การจัดตั้งเครือข่ายเยาวชนเฝ้าระวังภัยพิบัติที่เข้มแข็ง และเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสังคมที่พร้อมรับมือและฟื้นคืนจากภัยพิบัติได้อย่างยั่งยืนต่อไป

“ต่อมน้ำลายอักเสบ” อันตรายกว่าที่คิด ปล่อยไว้เสี่ยงนิ่วอุดตันท่อในต่อมน้ำลาย

“ต่อมน้ำลายอักเสบ” อันตรายกว่าที่คิด ปล่อยไว้เสี่ยงนิ่วอุดตันท่อในต่อมน้ำลาย

“ต่อมน้ำลายอักเสบ” อันตรายกว่าที่คิด ปล่อยไว้เสี่ยงนิ่วอุดตันท่อในต่อมน้ำลาย

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.51 น.

แม้อาการปวด บวม แดง หรือบวมยุบซ้ำ ๆ ในช่องปากอาจดูเหมือนไม่รุนแรง แต่แท้จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณเตือนของ “ต่อมน้ำลายอักเสบ” ภัยเงียบที่หลายคนมักมองข้าม และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจลุกลามจนกลายเป็นนิ่ว ฝีหนอง หรืออาจพบมีเนื้องอกซ่อนอยู่ภายในต่อมน้ำลาย

พญ. วรรนธนี อภิวัฒนเสวี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา และภูมิแพ้ ด้านโพรงจมูกและไซนัส โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า “ต่อมน้ำลาย” แม้จะมีขนาดเล็ก แต่มีหน้าที่สำคัญต่อสุขภาพร่างกาย โดยผลิตน้ำลายที่ช่วยย่อยอาหาร หล่อลื่นการพูด การเคี้ยวและการกลืน เคลือบฟันป้องกันฟันผุ ฆ่าเชื้อโรค และปรับสมดุลกรด–ด่างในช่องปาก การทำงานของต่อมน้ำลายจึงเปรียบเสมือนเกราะป้องกันตามธรรมชาติ แต่เมื่อเกิดการอักเสบ อาการเล็ก ๆ ที่ดูไม่น่ากังวลอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้ายแรงได้

โดยปกติร่างกายคนเรามีต่อมน้ำลาย 3 คู่หลัก ได้แก่ ต่อมพาโรติด (หน้าหู), ต่อมซับแมนดิบูลาร์       (ใต้ขากรรไกร), และต่อมซับลิงกัวล์ (ใต้ลิ้น) รวมถึงต่อมน้ำลายขนาดเล็กอีกจำนวนมาก ซึ่งจะลำเลียงน้ำลายมาตามท่อส่งและเข้ามาเปิดตามรูเปิดภายในช่องปากที่บริเวณกระพุ้งแก้มและใต้ลิ้นทางด้านหน้า เมื่อเกิดภาวะที่

น้ำลายน้อยลงจากสาเหตุต่างๆ เช่น การขาดน้ำ การได้รับยาบางชนิด หรือการได้รับรังสีรักษาบริเวณใบหน้าและลำคอ เชื้อแบคทีเรียในช่องปากที่ไม่สมดุลนั้นสามารถก่อให้เกิดการอักเสบติดเชื้อย้อนกลับเข้าไปสู่ท่อน้ำลายส่งผลให้ต่อมสร้างน้ำลายทำงานผิดปกติ จนอาจมีหนองสีเหลืองปนมากับน้ำลาย หรือหากติดเชื้อบ่อยๆ เป็นเวลานาน อาจเกิดการสะสมของตะกอนแคลเซียมกลายเป็นก้อนนิ่วอุดตันภายในท่อของต่อมน้ำลายได้เช่นเดียวกัน

พญ. วรรนธนี กล่าวเพิ่มเติมว่า “โรคต่อมน้ำลายอักเสบเป็นภัยเงียบที่ผู้ป่วยจำนวนมากมักไม่ทันสังเกต แต่สามารถส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพช่องปาก การรับประทานอาหาร การพูดคุย รวมถึงความสวยงามของใบหน้า หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก”

สาเหตุหลักของโรค มักเกิดจากการติดเชื้อ โดยเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุที่พบบ่อย รองลงมาคือเชื้อไวรัส ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยเสี่ยง เช่น การดื่มน้ำน้อย สุขภาพเหงือกและฟันที่มีปัญหา ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด (เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาลดน้ำมูก ยาต้านซึมเศร้า) รวมถึงโรคประจำตัวอย่างเบาหวานและไตวาย ที่ทำให้เกิดภาวะปากแห้งและเสี่ยงติดเชื้อมากยิ่งขึ้น

โรคนี้แบ่งระยะของโรคได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดเฉียบพลัน ผู้ป่วยมักมีอาการปวด บวม แดง ร้อน โดยเฉพาะที่ต่อมหน้าหูและใต้ขากรรไกร ทำให้รับประทานอาหารลำบาก อ้าปากได้น้อยลง บางรายมีไข้ร่วมด้วย และ ชนิดเรื้อรัง เกิดจากการอักเสบติดเชื้อซ้ำ ๆ หรือมีนิ่วอุดตันในท่อน้ำลาย ส่งผลให้มีอาการปวด บวมเป็นๆหายๆ และอาการมักเป็นมากขึ้นหลังรับประทานอาหาร ซึ่งสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดื่มน้ำน้อย ภาวะเครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอ ในบางรายอาจพบมีเนื้องอกซ่อนอยู่ภายในต่อมน้ำลาย ที่อาจโตขึ้นเรื่อยๆ จนมีการกดเบียดส่วนของท่อน้ำลายหรือกดเบียดเส้นประสาทของใบหน้า

กลุ่มเสี่ยงที่พบบ่อย ได้แก่ วัยทำงาน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับรังสีบริเวณใบหน้า/ลำคอ และส่วนน้อยในทารกแรกเกิดที่ยังได้รับน้ำและสารอาหารไม่เพียงพอ

 สัญญาณเตือนที่ควรระวังคือ อาการปวด บวม ซ้ำ ๆ หรือการมีก้อนเนื้อที่โตมากขึ้น ซึ่งควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย อาทิเช่น การตรวจร่างกาย อัลตราซาวด์ (Ultrasound) หรือ CT Scan เพื่อค้นหาสาเหตุตำแหน่งและขนาดของก้อนนิ่วหรือฝีหนองอักเสบที่อยู่ภายใน

พญ. วรรนธนี กล่าวปิดท้ายว่า “หากปล่อย ‘ต่อมน้ำลายอักเสบ’ ไว้โดยไม่รักษา อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อลุกลาม นิ่วอุดตันเรื้อรัง หรือเนื้องอกที่อาจกลายเป็นมะเร็งและแพร่กระจายได้ การรักษาจึงขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค

 สำหรับการอักเสบติดเชื้อเบื้องต้น การให้ยาฆ่าเชื้อ การดูแลสุขภาพช่องปากทั้งเหงือกและฟัน การนอนพักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำลายด้วยอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีรสเปรี้ยว เช่น น้ำมะนาว น้ำส้ม ลูกอมรสเปรี้ยว รวมถึงการประคบอุ่นเพื่อลดอาการปวดบวม ส่วนกรณีที่พบมีก้อนนิ่วอุดตัน การส่องกล้องเพื่อนำนิ่วออกถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการรักษานอกเหนือจากการผ่าตัด”

“ต่อมน้ำลายอักเสบ” ดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ความจริงแล้วอาจส่งผลเสียอย่างมากต่อการดำเนินชีวิต การใส่ใจดูแลสุขภาพช่องปาก ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีอาการ จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายและรักษาสุขภาพให้แข็งแรงได้ในระยะยาว

สำหรับผู้ที่มีอาการ บวม แดง ร้อน บริเวณต่อมน้ำลาย โดยเฉพาะต่อมหน้าหูและต่อมใต้ขากรรไกร สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1270 หรือ Website: www.praram9.com / Line: lin.ee/vR9xrQs หรือ @praram9hospital และ Facebook: Praram9 Hospital โรงพยาบาลพระรามเก้า HEALTHCARE YOU CAN TRUST เรื่องสุขภาพ…ไว้ใจเรา #Praram9Hospital อย่าลืมชวนคนที่คุณรัก มาร่วม “โอบกอดสุขภาพดีไปด้วยกัน” เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นในทุก ๆ วัน

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ จัดแข่งขัน ‘โบว์ลิ่งการกุศล AUAA Bowling Charity 2025’

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ จัดแข่งขัน  ‘โบว์ลิ่งการกุศล AUAA Bowling Charity 2025’

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ จัดแข่งขัน ‘โบว์ลิ่งการกุศล AUAA Bowling Charity 2025’

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.20 น.

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ (AUAA) จัดการแข่งขัน “โบว์ลิ่งการกุศล AUAA Bowling Charity 2025” เพื่อเป็นการสังสรรค์และกระชับมิตรระหว่างคณะกรรมการบริหารและสมาชิกของสมาคมฯ รวมทั้งจัดหารายได้สนับสนุนกิจกรรมการกุศลของสมาคมฯ ณ บลูโอ ริธึมแอนด์โบวล์ เมเจอร์รัชโยธิน เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง สนุกสนาน พรั่งพร้อมไปด้วยแขกผู้มีเกียรติและเหล่านักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาที่มาร่วมงานกันอย่างอบอุ่น อาทิ กร ทัพพะรังสี, คุณหญิงทรงสุดา-ดร.สุวิทย์ ยอดมณี, สมพันธ์ จารุมิลินท, ปัญญชลี เพ็ญชาติ,วิทูร ศิลาอ่อน, ศิรเวท ศุขเนตร,เปรมิกา สุจริตกุล,ศรีล สุขุม,เอกพงษ์ ณ ระนอง และ ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ (AUAA) สังสรรค์กระชับมิตรในการแข่งขัน “โบว์ลิ่งการกุศล AUAA Bowling Charity 2025”

รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร นายกสมาคม AUAA พร้อมด้วย กร ทัพพะรังสี อดีตนายกสมาคมฯ,สมพันธ์ จารุมิลินท, ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ,นิตยา จันทร์เรือง มหาผล, ปัญญชลี เพ็ญชาติ, ศรีล สุขุม และ วิทูร ศิลาอ่อน

นายกสมาคม AUAA รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร, กร ทัพพะรังสี นำทีม พีระ กาญจนภพ, สิรินดา ฉันทพงศ์, สมพันธ์ จารุมิลินท,นิตยา จันทร์เรือง มหาผล, ดร.พันนภา รักสนิท และ Robert Wilson ร่วมแข่งขันฯ

ดร.สุวิทย์ – คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี อดีตนายกสมาคม AUAA  ,รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร, ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ,อัญญาวรินทร์ ศุภธีรเลิศ  และ ปรัตถกร ดวงสว่าง

รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร นายกสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ (AUAA) กล่าวว่า “ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สมาคมฯ และบรรดานักเรียนเก่าจะร่วมกันจัดงาน เพื่อพบปะสังสรรค์และร่วมกันทำการกุศล  หลังจากว่างเว้นมาหลายปี ในปีนี้จึงได้กลับมาจัดการแข่งขันโบว์ลิ่งอีกครั้ง ซึ่งกีฬานี้เป็นที่ชื่นชอบของสมาชิกสมาคมฯ ทุกคนเพราะให้ความสนุกสนาน เล่นไม่ยาก สามารถเล่นได้ทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม ปีนี้มีความพิเศษมากขึ้น เป็นการรวมพลครั้งยิ่งใหญ่มากกว่า 60 ทีม เพราะนอกจากจะมีคณะกรรมการและสมาชิกสมาคมฯ แล้ว ยังมีสมาคมนักเรียนเก่า ในพระบรมราชูปถัมภ์หลากหลายสมาคม อาทิ สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ, สมาคมนักเรียนเก่าฝรั่งเศส, สมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่น,สมาคมนักเรียนเก่าภาคพื้นยุโรป และสมาคมนักเรียนเก่าเยอรมัน ส่งตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันอีกด้วย จึงได้มีการเตรียมถ้วยรางวัลเพื่อมอบให้กับผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุดในหลากหลายประเภทการแข่งขัน”

ภัทรพล ตุลารักษ์, ทิพยนิภา (ไกรฤกษ์) สมะลาภา, ศรีล สุขุม, รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร, กฤตพณ ทัพพะรังสี, ม.ล.ศุลีรัชต์ วัชรีวงศ์ และ เอกพงษ์ ณ ระนอง

ปีเตอร์ สมบูรณ์เจริญ, ศิรเวท ศุขเนตร, เปรมิกา สุจริตกุล,รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร, เอวา หอประสาทสุข, เทอดสิทธิ หอประสาทสุข และ Fabrice Merle

ทิพยนิภา (ไกรฤกษ์) สมะลาภา, ม.ล. ศุลีรัชต์ วัชรีวงศ์, กรณรัสย์ ดำดัด, บุญภูมิ ปัญจรัตนากร, รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร, ชาคร เซ่งไพเราะ และ เอกพงษ์ ณ ระนอง

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า “การจัดงานการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลในครั้งนี้นับเป็นความร่วมแรงร่วมใจกันของชาวเอยูเอเอที่มุ่งมั่นสืบสานปณิธานในการก่อตั้งสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ นั่นคือ “การส่งเสริมมิตรภาพ” และการหารายได้เพื่อสมทบทุน กิจกรรมการกุศลของสมาคมนักเรียนเก่าฯ จึงนับเป็นงานที่ให้ทั้งความสนุกสนาน ได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ได้พบปะกับพันธมิตรจากต่างสมาคมฯ และยังเต็มไปด้วยความอิ่มกายอิ่มใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการระดมทุนเพื่อกิจกรรมทางสังคมในการช่วยเหลือผู้อื่น อาทิ การจัดทำหนังสือเสียงสำหรับผู้พิการทางสายตา, การสนับสนุนทุนการศึกษา ฯลฯ อีกด้วย”

พิสิทธิ์ พัฒนะนุกิจ และ ณัฐยา อัชฌากรลักษณ์

ภาฟิมน มุกุระ, ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ และ ประกอบ มุกุระ

สมพันธ์ จารุมิลินท โชว์ลีลาโยนโบว์ลิ่ง

โบว์ลิ่งลีลาเด็ด โดย วิทูร ศิลาอ่อน

เมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขัน มีการประกาศผลประเภทต่างๆ อาทิ ทีมวีไอพี รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมกฤตพณ ทัพพะรังสี, รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมกลุ่มบริษัท เมโทรพลาย, รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และทีมทั่วไป รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมทรูวิชั่นส์ 1, รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ ทีมนิตยา, รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมบอสตัน

คุณหญิงทรงสุดา  ยอดมณี มอบรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภททีม VIP ให้แก่ ทีม Thai Union Group

คุณหญิงทรงสุดา  ยอดมณี มอบรางวัลชนะเลิศ ประเภททีม VIP ให้แก่ ทีมคุณโก้