“เปิดคลังซีเอ็ด แบ่งปันความรู้ มอบหนังสือร่วมแสนบาทแก่สมาคมนักลงทุนหุ้นไทย”

“เปิดคลังซีเอ็ด แบ่งปันความรู้  มอบหนังสือร่วมแสนบาทแก่สมาคมนักลงทุนหุ้นไทย”

“เปิดคลังซีเอ็ด แบ่งปันความรู้ มอบหนังสือร่วมแสนบาทแก่สมาคมนักลงทุนหุ้นไทย”

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.52 น.

บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้มอบหนังสือมูลค่ารวม 97,960 บาท ให้แก่สมาคมนักลงทุนหุ้นไทย เพื่อสนับสนุนการส่งเสริมความรู้ด้านการลงทุนและการพัฒนาทักษะการอ่านของคนไทย

พิธีมอบจัดขึ้นภายในงาน “SE-ED Warehouse Sale โปรลดฟ้าผ่า เปิดคลังทุบราคา” ณ คลังซีเอ็ด บางนา กม.21 อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม – 7 กันยายน 2568

ในการนี้ซีเอ็ดได้รับเกียรติจาก นายศุภรัตน์ ตั้งศรีวงศ์ ผู้อำนวยการสายงานซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ร่วมด้วย นายนิวัฒน์ วัฒนสิริมนต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์และฝ่ายการตลาดองค์กร และ นางสาวนิตยา จันทร์ทอง ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร เป็นผู้แทนส่งมอบหนังสือให้แก่สมาคมนักลงทุนหุ้นไทย โดยมี นายชัชวนันท์ สันธิเดช นายกสมาคมนักลงทุนหุ้นไทย พร้อมด้วย นายธนรัชต์ เจนธัญญารักษ์ เลขาธิการสมาคม และ นายพีรดนย์ จันทบาล กรรมการสมาคม ให้เกียรติเป็นผู้รับมอบ

การมอบหนังสือในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของซีเอ็ดในการส่งต่อองค์ความรู้สู่สังคม พร้อมสนับสนุนพันธกิจของสมาคมนักลงทุนหุ้นไทยในการสร้างนักลงทุนคุณภาพ ที่มีความรู้เท่าทัน พัฒนาตนเอง และสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างตลาดทุนไทยที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ ส่งความช่วยเหลือสู่พื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา

กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ ส่งความช่วยเหลือสู่พื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา

กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ ส่งความช่วยเหลือสู่พื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.34 น.

กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นกำลังสำคัญเพื่อสังคมไทย  ผนึกกำลังร่วมเป็นศูนย์กลางในการระดมความช่วยเหลือ ส่งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและเครื่องใช้จำเป็นแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา ได้แก่ จังหวัดศรีสะเกษ สุ รินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี และจันทบุรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนจากสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมกันนี้ กลุ่มเซ็นทรัลยังเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศร่วมบริจาคโลหิตเพื่อเสริมคลังสำรองโลหิตให้เพียงพอรองรับสถาน การณ์ฉุกเฉินอีกด้วย

การให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของกลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) อาทิ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า โรงแรม ร้านอาหาร ไทวัสดุ  ท็อปส์ โกโฮเซลล์ และ เพาเวอร์บาย เป็นต้น โดยได้มีการบริจาคอาหาร น้ำดื่มและเครื่องใช้อุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อนำส่งถึงมือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที  พร้อมจัดตั้งจุดรับบริจาคสิ่งของจำเป็นจากประชาชนทั่วไป เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการส่งต่อความช่วยเหลือ โดยสามารถนำสิ่งของ อาทิ น้ำดื่ม เครื่องนุ่งห่ม และของใช้ในชีวิตประจำวัน ไปบริจาคได้ที่  โรบินสันไลฟ์สไตล์ จังหวัดบุรีรัมย์ โรบินสันไลฟ์สไตล์ จังหวัดสุรินทร์ ไทวัสดุ จังหวัดศรีสะเกษ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล จังหวัดอุบลราชธานี และศูนย์การค้าเซ็นทรัล จังหวัดจันทบุรี โดยสิ่งของทั้งหมดจะถูกรวบรวมและกระจายสู่พื้นที่ที่มีความต้องการอย่างเร่งด่วน นอกจากรวบรวมภายในศูนย์ฯ แล้วยังผสานความร่วมมือกับมูลนิธิชัยพัฒนา และมูลนิธิเพชรเกษม ส่งต่อของใช้ที่จะเป็น ทั้งอุปโภค บริโภค ร่วมพันธกิจแก่กองทัพและศูนย์พักพิงที่เดือดร้อนในพื้นที่อีกด้วย

ในส่วนของการบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน บริษัท เซ็นทรัล  เรสตอรองส์ กรุ๊ป จํากัด โดยแบรนด์มิส เตอร์โดนัท ได้จัดแคมเปญ “Hero Donut” ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม – 10 สิงหาคม 2568 โดยทุกการซื้อโดนัท 1 ชิ้น เท่ากับการร่วมบริ จาค 5 บาท สามารถรวบรวมยอดเงินบริจาคจากการจำหน่ายโดนัทฮีโร่ได้จำนวน 257,380 บาท และบริษัทฯ ร่วมสมทบเพิ่มเติมอีก 200,000 บาท รวมเป็นยอดเงินทั้งสิ้น 457,380 บาท ให้กับกรมกิจการพลเรือนทหารบก เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์บริเวณชาย แดนไทย-กัมพูชา รวมทั้ง โครงการส่งมื้อเติมพลังใจ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ส่งมอบอาหารว่างจาก มิสเตอร์โดนัท อานตี้ แอนส์ และเคเอฟซีเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ทหารแนวหน้าที่ปฏิบัติภารกิจห่างไกลครอบครัว เนื่องในวันแม่แห่งชาติ

บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด บริจาคน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็นรวมมูลค่ากว่า 100,070 บาท เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัย และยังจัดทำแคมเปญ “ไทวัสดุ : ส่งต่อกำลังใจ สู่ชายแดน”  ระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม – 15 กันยายน 2568 เชิญชวนประชาชน ลูกค้าและคู่ค้าร่วมสนับสนุนแคมเปญผ่านการซื้อสินค้าภายใต้แบรนด์ที่ร่วมรายการ ครบ 5,000 บาทขึ้นไป ต่อใบเสร็จ ทางไทวัสดุจะส่งมอบ 10 บาท ให้แก่สภาชาดไทย เพื่อใช้ในการสนับสนุนภารกิจในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา นอกจากสิ่งของอุปโภคบริโภค เครื่องใช้จำเป็นและงบประมาณสนับสนุนแล้ว อีกหนึ่งกำลังใจสำคัญที่บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ส่งต่อความห่วงใยให้ทหารไทยที่ปฏิบัติภารกิจ ได้ดำเนินการส่งมอบเสื้อยืดจำนวน 1,000 ตัว สกรีนข้อความแทนคำขอบคุณและกำลังใจจากคนไทยถึงฮีโร่ของชาติ พร้อมเน้นย้ำบทบาท “Center of Life” เชิงสัญลักษณ์ ด้วยการแสดงธงชาติไทยขึ้นในทุกจอของศูนย์การค้าทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ กลุ่มเซ็นทรัลยังเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศร่วมบริจาคโลหิตเพื่อเสริมคลังสำรองโลหิตให้เพียงพอรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยสามารถบริจาคได้ที่จุดรับบริจาคโลหิตของสภากาชาดไทย รวมถึงหน่วยรับบริจาคโลหิตประจำและเคลื่อนที่ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ เซ็นทรัล อุบลราชธานี (ทุกวันศุกร์ เวลา 12.00–16.00 น. และวันเสาร์–อาทิตย์ เวลา 12.00–17.00 น.) และเซ็นทรัล นครราชสีมา (ร่วมกับโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00–19.00 น.) รวมถึงจุดบริจาคเคลื่อนที่ในศูนย์การค้ากลุ่มเซ็นทรัลทั่วประเทศ (ติดตามข้อมูลและตารางหน่วยรับบริจาคได้ที่ Facebook CENTRAL GROUP หรือ Facebook CENTRAL Tham)

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “ในฐานะภาคเอกชนที่ยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม เราเล็งเห็นถึงความทุกข์ร้อนที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ติดชายแดนกัมพูชา การเข้าถึงสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันอาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ประสบภัยในสถานการณ์เช่นนี้ เราจึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการประสานความช่วยเหลือ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชนที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก”

กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ พร้อมส่งพลังใจ ฟื้นฟูชุมชนชายแดน ให้เดินหน้าต่อได้อย่างยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือจะยังคงมุ่งมั่นเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงความร่วมมือทั้งจากภาคธุรกิจ ภาครัฐและภาคประชาชนเพื่อร่วมกันฟื้นฟูและสร้างสังคมที่แข็งแรง ต่อไปอย่างยั่งยืน

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล

ผู้บริหารส่งมอบเงินในแคมเปญ Hero Donut ให้กับ กรมกิจการพลเรือนทหารบก

ผู้บริหารส่งมอบเงินในแคมเปญ Hero Donut ให้กับ กรมกิจการพลเรือนทหารบก

มอบสิ่งของให้มูลนิธิชัยพัฒนา

มอบสิ่งของให้มูลนิธิชัยพัฒนา

จุดรับบริจาคสิ่งของ เซ็นทรัลอุบล

จุดรับบริจาคสิ่งของ เซ็นทรัลอุบล

จุดรับบริจาคสิ่งของ ไทวัสดุ

จุดรับบริจาคสิ่งของ ไทวัสดุ

จุดรับบริจาคสิ่งของ โรบินสันไลฟ์สไตล์

จุดรับบริจาคสิ่งของ โรบินสันไลฟ์สไตล์

ส่งมอบสิ่งของพื้นที่ชายแดนไทย จ.สุรินทร์

ส่งมอบสิ่งของพื้นที่ชายแดนไทย จ.สุรินทร์

ศูนย์บริจาคโลหิต ศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช

ศูนย์บริจาคโลหิต ศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช

โกโฮเซลล์ ส่องมอบของ จ.อุบลราชธานี

โกโฮเซลล์ ส่องมอบของ จ.อุบลราชธานี

ส่องมอบของ จ.อุบลราชธานี

ส่องมอบของ จ.อุบลราชธานี

บริจาคโลหิต ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุดรธานี

บริจาคโลหิต ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุดรธานี

จุดรับบริจาคสิ่งของ เซ็นทรัลจันทรบุรี

จุดรับบริจาคสิ่งของ เซ็นทรัลจันทรบุรี

เริ่มแล้ว! เวทีประกวด ‘ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์’ และงานหัตถกรรม ปี 68 ภาคกลาง เผยโฉม 42 ผลงานฝีมือเยี่ยม เข้าประชันระดับประเทศ สานต่อพระดำริ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’

เริ่มแล้ว! เวทีประกวด ‘ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์’ และงานหัตถกรรม ปี 68 ภาคกลาง เผยโฉม 42 ผลงานฝีมือเยี่ยม เข้าประชันระดับประเทศ  สานต่อพระดำริ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’

เริ่มแล้ว! เวทีประกวด ‘ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์’ และงานหัตถกรรม ปี 68 ภาคกลาง เผยโฉม 42 ผลงานฝีมือเยี่ยม เข้าประชันระดับประเทศ สานต่อพระดำริ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.00 น.

เริ่มต้นขึ้นแล้วสำหรับเวทีการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” และงานหัตถกรรม ประจำปี 2568 รอบคัดเลือก ระดับภูมิภาค ประเดิมสนามแรก ณ ภาคกลาง เพื่อเฟ้นหาสุดยอดผลงานผ้าทอและหัตถกรรมฝีมือดีจากช่างทอผ้าและผู้ประกอบการ OTOP เป็นตัวแทนเข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในระดับประเทศ ปลายเดือนตุลาคม นี้

สยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

การประกวดรอบคัดเลือกภาคกลาง จัดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีเปิดและร่วมเป็นกรรมการตัดสิน โดยได้รับเกียรติจาก นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย พร้อมด้วย นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี, นางพรศรี ตรงศิริ ประธานแม่บ้านมหาดไทย จังหวัดนนทบุรี, นางอรจิรา ศิริมงคล ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน, นายสุรพล แก้วอินธิ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริม ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน คณะผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมพิธีเปิดฯ

(ซ้าย) ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์, อรจิรา ศิริมงค, สยาม ศิริมงคล, จิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์, ธีระพันธ์ วรรณรัตน์, ดร.ศรินดา จามรมาน และ ศิริชัย ทหรานนท์

พร้อมด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยและนักออกแบบแถวหน้าของเมืองไทย อาทิ นายธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบแฟชั่น) ประจำปี 2562 และดีไซเนอร์เจ้าของห้องเสื้อ TIRAPAN, นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก, ดร.ศรินดา จามรมาน ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก, นายศิริชัย ทหรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ THEATRE, ผศ. ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน ประธานหลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอ และเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ดร.กรกลด คำสุข รักษาการผู้อำนวยการสำนักวิชาการสร้างสรรค์ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ WISHARAWISH, นายภูภวิศ กฤตพลนารา นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ ISSUE, นายนุวัฒน์ พรมจันทึก ผู้เชี่ยวชาญด้านการย้อมสีธรรมชาติ และนายธนาวุฒิ ธนสารวิมล นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ TANDT สรลักษณ์ ติกขะปัญญา ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้ง แบรนด์แฟชั่น ARCHIVE026,  เจนสุดา ปานโต นักออกแบบและผู้ก่อตั้งแบรนด์ Janesuda ร่วมพิจารณาคัดเลือกฯ

คณะกรรมการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” และงานหัตถกรรม ประจำปี 2568

ผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” เป็นลายผ้าที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบขึ้นเนื่องในโอกาสที่ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทรงศึกษาค้นคว้าลวดลายจากศิลปกรรมไทยและผืนผ้าโบราณที่สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทย นำมาออกแบบต่อยอดให้มีความร่วมสมัยเป็นสากล แต่ยังคงเอกลักษณ์อันงดงามของชาติไทยไว้ ทั้งในประเภทผ้ามัดหมี่, ผ้ายก, จก, ขิด, แพรวา และผ้าบาติก ลายที่ 1 ประกอบด้วย ลายดอกพุดตาน, ลายหัวใจดอกพุดตาน, ลายมยุรสิริ, ลายม้า และลายขอเจ้าฟ้าฯ 2568 และลายที่ 2 ประกอบด้วย ลายดอกพุดตาน, ลายหัวใจดอกพุดตาน,ลายช่อดอกพุดตาน, ลายมยุรสิริ, ลายม้า และลายขอเจ้าฟ้าฯ 2568

ธีระพันธ์ วรรณรัตน์

นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า “นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทาน ‘ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์’ ประเภทผ้ายก, จก, ขิด, แพรวา ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ และประเภทผ้าบาติก  ลายที่ 1 และลายที่ 2 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา เพื่อให้เป็นต้นแบบแก่ผู้ผลิต ช่างทอผ้า และช่างหัตถกรรม ได้พัฒนาฝีมือการทอผ้าในทุกเทคนิค ให้มีคุณภาพ มีความหลากหลาย และประยุกต์รูปแบบลวดลายสีสันให้ร่วมสมัย ซึ่งทั้งหมดนี้สอดคล้องกับแนวพระดำริ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’ และพระดำรัสที่พระราชทานไว้ในงานเปิดตัวหนังสือ “Thai Textiles Trend Book Autumn/Winter 2025-2026” เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ทรงเชิญชวนให้คนไทยหันมาใช้สินค้าไทย อุดหนุนผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาของคนไทย การประกวดผ้าลายพระราชทาน ‘ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์’ ในปีนี้  จึงถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่พี่น้องผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และช่างฝีมือทั่วประเทศ สำหรับเวทีภาคกลางในวันนี้ เราได้เห็นผลงานที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์และเทคนิคอันยอดเยี่ยม ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของช่างฝีมือในภูมิภาคนี้ได้เป็นอย่างดี และเชื่อมั่นว่า ผู้ที่ได้รับคัดเลือกในวันนี้จะเป็นตัวแทนที่แข็งแกร่งบนเวทีระดับประเทศต่อไป”

ดร.ศรินดา จามรมาน

อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวต่ออีกว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” ให้เป็นต้นแบบ แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ช่างทอผ้า และ งานหัตถกรรม ได้พัฒนาฝีมือการทอผ้าในทุกเทคนิค ให้มีคุณภาพ  มีความหลากหลาย และประยุกต์รูปแบบลวดลายสีสันที่  ร่วมสมัย นอกจากนี้ พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับ Sustainable Fashion หรือ “แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” ด้วยการส่งเสริมการใช้สีธรรมชาติ เส้นใยธรรมชาติ รวมถึงเส้นใยรีไซเคิล เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งการพัฒนาเส้นใยรีไซเคิลเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้ดำเนินโครงการ ตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่มุ่งส่งเสริมให้พวกเราคนไทยทุกคน ได้สวมใส่ผ้าไทยในรูปแบบที่มีความทันสมัยสู่สากล ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ผ่านการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” และงานหัตถกรรม ตลอดทั้งเพื่อเชิดชูเกียรติแก่ผู้สืบทอดภูมิปัญญาผ้าไทย และงานหัตถกรรม โดยจัดประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” และงานหัตถกรรม ประจำปี 2568

เจนสุดา ปานโต และ ภูภวิศ กฤตพลนารา

สำหรับปีนี้ แบ่งการประกวดประเภทผ้าออกเป็น 14 ประเภท อาทิ ผ้ามัดหมี่, ผ้าขิด, ผ้าจก, ผ้าบาติก และผ้าเทคนิคสร้างสรรค์ รวมถึงประเภทงานหัตถกรรมเช่น งานเซรามิก งานจักสาน ฯลฯ ที่นำลายพระราชทาน ‘ลายสิริราชพัสตราภรณ์’ ไปต่อยอด ประกอบด้วย หัตถกรรมจากลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, หัตถกรรมจากลายขิดนารีรัตนราชกัญญา, หัตถกรรมจากลายดอกรักราชกัญญา, หัตถกรรมจากลายสิริวชิราภรณ์, หัตถกรรมและผ้าบาติกจากลายชบาปัตตานี และหัตถกรรมจากลายสิริราชพัสตราภรณ์  โดยผ้าหรืองานหัตถกรรมที่ส่งเข้าประกวดสามารถนำลายโบราณของแต่ละท้องถิ่นมาผสมผสานกับผ้าลายพระราชทาน ‘ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์’ ได้ทุกประเภท

กรมการพัฒนาชุมชน ได้ดำเนินโครงการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรม โดยจัดประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” และงานหัตถกรรม จำนวน 14 ประเภท และงานหัตถกรรม ตามชิ้นงานที่เหมาะสม ซึ่งได้เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจเข้าร่วมประกวดทั่วประเทศ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 เมษายน – 15 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมาแล้วนั้น ทั้งนี้ มีผ้าและงานหัตถกรรมที่ส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 8,903 ชิ้น แบ่งเป็น ประเภทผ้า จำนวน 8,336 ผืน และงานหัตถกรรม จำนวน 567 ชิ้น โดยภาคกลาง มีผ้าที่ส่งเข้าประกวด จำนวน 689 ผืน และงานหัตถกรรม จำนวน 150 ชิ้น และผ่านการประกวดฯ ระดับจังหวัด จำนวน 349 ผืน และงานหัตถกรรม จำนวน 128 ชิ้น รวมทั้งสิ้น 477 ชิ้นงาน สำหรับการประกวด รอบคัดเลือก ภาคกลาง ในครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้ทำการพิจารณาคัดเลือกตามชิ้นงานที่เหมาะสมเป็นตัวแทนระดับภาค รวม 42 ชิ้นงาน เป็นประเภทผ้า 36 ผืน และงานหัตถกรรม 6 ชิ้นงาน

ทั้งนี้ จะมีการจัดประกวดในระดับภูมิภาคทั้ง 4 ภูมิภาค เริ่มที่ภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี โดยจุดหมายต่อไปคือ ภาคเหนือ วันที่ 31 สิงหาคม 2568 จังหวัดเชียงใหม่, ภาคใต้ วันที่ 7 กันยายน 2568 จังหวัดสงขลา และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 13-14 กันยายน 2568 จังหวัดอุดรธานี โดยจะจัดการประกวด รอบตัดสินระดับภาค(Quarter final) ในวันที่ 22 กันยายน 2568 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ก่อนจะเข้าสู่การประกวดรอบรองชนะเลิศ (Semi-Final) ในวันที่ 23 กันยายน 2568 รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ ในวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร  โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานในการตัดสินฯ และจะมีพิธีมอบเหรียญรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สำหรับผู้ที่ชนะการประกวดผ้าลายพระราชทาน ‘ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์’ และงานหัตถกรรม ในงาน Silk Festival ซึ่งจะจัดขึ้นช่วงเดือนธันวาคม 2568 ต่อไป

‘SX2025’ มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ชวนทุกคนมาปรับตัว ร่วมมือ สู่ทางรอดในวิกฤตโลกรวน ‘พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก’

‘SX2025’ มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ชวนทุกคนมาปรับตัว ร่วมมือ สู่ทางรอดในวิกฤตโลกรวน ‘พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก’

‘SX2025’ มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ชวนทุกคนมาปรับตัว ร่วมมือ สู่ทางรอดในวิกฤตโลกรวน ‘พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก’

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้งกับงาน Sustainability Expo 2025 หรือ SX2025  ต้นแบบงานมหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีที่ทั้งอาเซียนและทั่วโลกต้องจับตา กับการรวมพลังครั้งสำคัญที่จะชวนคุณมาร่วมเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นไปในทศวรรษแห่งการลงมือทำ ด้วยการปรับตัวอย่างชาญฉลาด ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน- วันที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ภายใต้แนวคิดหลักการจัดงาน “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability)

งาน Sustainability Expo ริเริ่มขึ้นในปี 2020  ภายใต้ความร่วมมือของ 5 องค์กรธุรกิจ ซึ่ง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นแม่งาน ผนึกกำลังพัฒนาแพลตฟอร์มสู่มหกรรมด้านความยั่งยืนระดับภูมิภาค ร่วมขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้เป็นปีที่ 6 โดยน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการตามพระราชปณิธานการสืบสาน รักษา ต่อยอด ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางการจัดงานร่วมกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs) ที่ทุกภาคส่วนจะมาร่วมมือกันบูรณาการ เพื่อสร้างแนวทางในการปรับใช้ได้จริงให้ครอบคลุมทุกระดับของการดำรงชีวิตได้อย่างความสมดุลเป็นรูปธรรม

งต้องใจ ธนะชานันท์ ผู้อำนวยการคณะจัดงาน Sustainability Expo 2025 (SX 2025)

นางต้องใจ ธนะชานันท์ ผู้อำนวยการคณะจัดงาน Sustainability Expo 2025 (SX 2025) กล่าวว่า  การจัดงาน Sustainability Expo ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดียิ่ง ต้องขอขอบคุณกลุ่มองค์กรที่ร่วมกันสร้าง และผลักดันจนกลายเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านความยั่งยืนสำคัญที่จะทำหน้าขับเคลื่อน และเชื่อมโยงบทบาทของทุกภาคส่วนในภูมิภาคอาเซียน ที่ปีนี้ได้ขยายความร่วมมือไปยังนานาชาติมากยิ่งขึ้น พร้อมก้าวสู่เวทีความยั่งยืนระดับโลก ที่ทุกคนมารวมพลังแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อสะท้อนให้เห็นโอกาส และความท้าทายในโลกยุคปัจจุบัน และร่วมกันผลักดันให้เกิดการปรับตัวในมิติต่างๆ ผ่านการลงมือทำจริงที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ท้าทายสู่การเติบโตที่ยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม  โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนกว่า 750 คนจากทั่วโลก”

อีกหนึ่งความพิเศษในปีนี้ คือการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน Enactus World Cup 2025 Presented by ThaiBev ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 50 กับนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านพลังของคนรุ่นใหม่ไปสู่การลงมือทำของผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ที่จะส่งผลกระทบในระดับโลก เรียกว่าเป็นเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติที่รวบรวมสุดยอดทีมเยาวชนกว่า 32 ประเทศ จากทั่วโลกที่จะมีเพียงหนึ่งทีมที่จะได้รับการประกาศเป็นแชมป์ Enactus World Cup 2025 ที่จัดขึ้นโดยมูลนิธิรากแก้วร่วมกับ Enactus ประเทศไทย โดยมี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนหลัก นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริงผ่าน SX IDEALAB พื้นที่ Workshop โดยผู้เชี่ยวชาญ  ที่ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้ ลงมือทำ และนำมาประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตจริง อาทิ การนำของที่ไม่ใช้แล้วมาเพิ่มมูลค่า การเรียนรู้การแยกขยะผ่านบอร์ดเกม ซึ่ง

10 วัน 10 โซน สนุกและเรียนรู้เพื่อความอยู่รอดในยุคโลกรวน

1) โซน SEP INSPIRATION พบองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้จนประสบความสำเร็จ อาทิ มูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง และนิทรรศการ Immersive Experience ที่ร่วมกับ National Geographic Global สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของโลก และผลกระทบที่มีต่อมวลมนุษยชาติสู่ทางออกของการอยู่รอด ที่เป็น Landmark เช็คยอดฮิตที่ทุกคนต้องไม่พลาดด้านหน้า Prologue

2) โซน BETTER ME พบนวัตกรรมด้านสุขภาพให้คุณรู้ลึกรู้จริงเรื่อง Personalized Medicine อาหารเพื่อการฟื้นฟู การพักผ่อนที่เหมาะสมของแต่ละคน เพราะการมีสุขภาพดี ชีวิตยืนยาวคือการปรับตัวที่เริ่มต้นได้ที่ตัวเราที่จะเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต รวมไปถึงเคล็ดไม่ลับการวางแผนทางการเงินพร้อมรับมือวัยเกษียน

3) โซน BETTER LIVING พบนวัตกรรมด้านการอยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้คุณได้เรียนรู้ และปรับตัวให้ทันต่อสภาพแวดล้อมบนโลกนี้ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สัมผัสกับ 4D Theatre ห้องจำลองภัยพิบัติที่เราต้องเผชิญ พร้อมเรียนรู้เทคโนโลยี การฝึกหนีภัย น้ำท่วมฉับพลัน คลื่นความร้อน ฯลฯ และการเตรียมตัวเพื่อรับมือสู่ทางรอดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

4) โซน BETTER COMMUNITY พบสังคมจำลองที่จะชวนคุณมาสำรวจบทบาทของจิตอาสาผ่านโมเดลธุรกิจ หรือการรวมกลุ่มอาสาสมัครเพื่อรับมือกับวิกฤติต่าง ๆ ตั้งแต่ภัยพิบัติ การดูแลผู้สูงวัย และภารกิจช่วยเหลือสังคมด้านต่างๆ เพราะเชื่อว่าการปรับตัวของเมืองด้วยพลังของคนอาสาจะนำไปสู่เมืองที่ยั่งยืนแห่งอนาคต

5) โซน Better World ที่จะชวนคุณมาฮีลใจไปกับนิทรรศการศิลปะที่สร้างค่าสู่สมดุลโลกที่หลากหลาย สะท้อนมุมมองปัญหา การปรับตัว และการอยู่รอดอย่างยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม และสังคม อาทิ ภาพถ่าย จิตรกรรม ประติมากรรม ผลงานศิลปะนานาชาติจากศิลปิน BAB ก่อนจะแวะมาบันทึกภาพที่ห้องภาพฉายานิติกร

6) โซน SX Food Festival เทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีที่ทุกคนรอคอยที่จะชวนให้ทุกคนมา “กินเพื่อรักษ์โลก” พร้อมร่วมเปลี่ยนแปลงโภชนาการง่ายๆ เพื่อสุขภาพ ไปกับเชฟคนดัง และร้านอาหารในตำนานมาให้คุณได้อิ่ม และฟินใจไปพร้อมกับการเช็คอินภาพสวยๆ ท่ามกลางบรรยากาศของแลนด์มาร์คเมืองยอดฮิตจากทั่วมุมโลกที่ยกมาไว้ที่นี่ที่เดียว

7) โซน Kids Zone มาร่วมปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคตด้วยนิทรรศการ และกิจกรรม “ผ่านการเล่น-ทดลอง-เรียนรู้” ให้เด็ก ๆ ได้ตื่นตา ตื่นใจไปกิจกรรมความสนุก และความรู้ต่าง ๆ ที่เสริมสร้างจิตนาการ ให้น้องๆ ได้ปรับตัว เปลี่ยนแปลง เพื่อโลกไปพร้อมกับสัตว์โลก และสิ่งแวดล้อมรอบตัวผ่านนิทรรศการ ‘Adaptation Adventures’

8)โซน SX MARKETPLACE ให้คุณเพลิดเพลินไปกับตลาดนัดสร้างสรรค์สินค้ายั่งยืน จากผู้ประกอบการตัวจริง ท่ามกลางบรรยากาศสวนกลางเมืองเอาใจสายกรีน สายคราฟ และสายช้อปผลิตภัณฑ์รักษ์โลกสุดว๊าวจากกว่า 217 ร้านค้า

9) SX REPARTMENTSTORE ที่จะชวนคุณมารวมแบ่งปันของนอกสายตา..ทิ้งแบบไหนดีต่อโลกเพื่อมอบคุณค่าให้แก่สังคม พร้อมเลือกซื้อสินค้ามือสองคุณภาพดีนำรายได้มอบให้การกุศล  10) งานสัมมนา และเครือข่ายธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (B2B) เจาะลึกแนวทางธุรกิจยั่งยืนที่จะสร้างความเชื่อมโยง และพลังความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก เพื่อค้นหาคำตอบ และทางรอดให้กับสังคม และสิ่งแวดล้อมในยุคโลกรวน

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของ SX ได้ทาง Facebook Page : Sustainability Expowww.sustainabilityexpo.com และแอดไลน์ @sxofficial

คุณแหน : 29 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 29 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 29 สิงหาคม 2568

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย ประธานกิตติมศักดิ์  มูลนิธิเพื่อการศึกษาของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิเพื่อการศึกษาของสมาคมการตลาดฯ 1 กย. 13.30-15.30 น. ณ สมาคมการตลาดฯ..
  • สมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นประธานเปิดงาน “สร้างเสริมศักยภาพอาสาสมัครกรุงเทพมหานคร (อสส.) ในการให้ความรู้และส่งเสริมป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ปชช.ในชุมชน” โดยมี ดร.นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เข้าร่วม..
  • ภก.ปรีชา พันธุ์ติเวช พร้อมคณะกรรมการสภาเภสัชกรรม ร่วมยินดี กับ รศ.ภญ.สุณี เลิศสินอุดม ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นบุคลากรดีเด่นสายวิชาการ สาขารับใช้สังคม ม.ขอนแก่น ประจำปี 2568..
  • ขรรค์ ประจวบเหมาะ รับมอบเงินบริจาค จาก อาชินี ปัทมะสุคนธ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต.พร้อมผู้บริหารและพนักงาน ให้แก่สภากาชาดไทยเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาและผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในภาคเหนือ..
  • สุเมธ สุรบถโสภณ ชวนเพื่อนๆ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง, พล.ร.ท.นพ.ณัฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา, เฉลิมพล โชตินุชิต, วรวุฒิ กาญจนกูล ไปทานอาหารเหนือไฟน์ไดนิ่งสุดหรู การันตีด้วยดาวมิชลินไกด์ ณ ร้าน North สุขุมวิท 33..
  • บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) คว้ารางวัลระดับ Silver จากการประเมิน EcoVadis องค์กรจัดอันดับด้านความยั่งยืนทางธุรกิจที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ส่งผลให้ NER อยู่ใน Top 15 % แรกของบริษัททั่วโลก ผ่านการประเมินของ EcoVadis ตอกย้ำความมุ่งมั่นในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยางพารา และสะท้อนความสำเร็จของการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่ครอบคลุมทั้งองค์กร พร้อมพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ควบคู่กับการยกระดับระบบการบริหารจัดการด้านความยั่งยืนให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล..
  • เพื่อนๆต่างตาร้อนกับ ดร.ปิยะนุช สัมฤทธิ์ ที่หวานใจ ธนพล สัมฤทธิ์ พาไปท่องเยอรมัน 21 วันเพิ่งกลับมา..
  • ไม่ได้เจอกันนาน ละเอียด โควาวิสารัช ชวน จิตรลดา เฮงยศมาก, ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ และ มานพ วิทยาภิรดี มาทานข้าวคุยระลึกความหลังสมัยเรียน ณ รร.ดุสิตธานี พร้อมไปชมสวนลอยฟ้า ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค..
  • น่าชื่นใจงาน Cherry’s fan appreciation ของ เข็มอัปสร สิริสุขะ มีคนมาร่วมกว่า 200 คน โดยมีเพื่อนๆ Net Zero CEO#1 ร่วมด้วย อาทิ ชลธิดา โพธิสมภรณ์, นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์, วีรพล สวรรค์พิทักษ์, ยอดฤดี สันนติกุล, จันทร์เพ็ญ เพ็งสมบัติ, อรอุมา สีแสงทอง..
  • ท่าอากาศยานลำปาง โดย พิษณุ พิจิตร ร่วมกับ บจ.แดน-ไทย อีควิปเม้นท์ โดย จิรวัฒน์ เด่นแดนโดม จัดกิจกรรมเพื่อสังคมและชุมชน มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน รร.นิคมสร้างตนเองกิ่วลม 1 และ รร.กิ่วลมวิทยา..
  • รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผอ.หลักสูตร วบส.แจ้ง หลักสูตร วบส. NIDA รุ่น 14 เปิดรับสมัครอยู่จนถึง19 กย. รายละเอียดเพิ่มเติม https://ammnida.com..
  • ไทยออยล์ ฝากประกาศชี้แจงว่าตามที่ปรากฎข้อความเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ว่าไทยออยล์ต้องการรับพนักงานจำนวนมากโดยระบุอัตราค่าตอบแทนและโบนัสประจำปีนั้น ไทยออยล์ขอแจ้งให้ทราบว่าข้อมูลค่าตอบแทนดังกล่าวไม่มีมูลความจริงและไม่ได้เผยแพร่โดยไทยออยล์ การเผยแพร่ข่าวสารจะผ่านช่องทางเฉพาะของบริษัทฯ เท่านั้น www.thaioilgroup.com FB:Thaioil Recruitment ..

น้องใหม่

เครือเจริญโภคภัณฑ์จัดงาน “CP Excellence Day 2025” มอบ 21 รางวัลเชิดชูองค์กรต้นแบบ ยกระดับการบริหารสู่ความยั่งยืน

เครือเจริญโภคภัณฑ์จัดงาน “CP Excellence Day 2025”  มอบ 21 รางวัลเชิดชูองค์กรต้นแบบ ยกระดับการบริหารสู่ความยั่งยืน

เครือเจริญโภคภัณฑ์จัดงาน “CP Excellence Day 2025” มอบ 21 รางวัลเชิดชูองค์กรต้นแบบ ยกระดับการบริหารสู่ความยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 00.00 น.

บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (ซีพี) จัดพิธีมอบรางวัล “CP Excellence Award 2025” ภายใต้แนวคิด Sharing-Learning-Honoring เพื่อยกย่ององค์กรในเครือฯ ที่มีผลงานโดดเด่นด้านการบริหารจัดการตามกรอบ “CP Excellence” ซึ่งครอบคลุม 13 ด้านสำคัญของธุรกิจ และเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานองค์กรสู่ความเป็นเลิศและความยั่งยืนในทุกมิติ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ณ อาคารทรูทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนฯ เครือเจริญโภคภัณฑ์, ทินกร เรือนทิพย์ ผู้ช่วยผู้บริหาร สำนักรองประธานอาวุโส, ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส, อดิเรก ศรีประทักษ์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซีพี ออลล์

พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ อดิเรก ศรีประทักษ์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมเป็นประธานมอบรางวัล พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ Mr. Bai Shan Lin รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ประเทศจีน, ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ, ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซีพี ออลล์ และผู้บริหารจากเจียไต๋และเจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน และถ่ายทอดสดไปยังองค์กรในไทยและต่างประเทศ

ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซีพี ออลล์ นำเสนอ 4 ขั้นตอนสู่ความเป็นเลิศ

ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์กล่าวถึงความสำคัญของระบบ CP Excellence ว่าเป็นวิสัยทัศน์ของ ท่านประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ ที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านสองปัจจัยหลักคือ บุคลากรที่พร้อมขับเคลื่อน และ ระบบงานที่เข้มแข็ง ซึ่งสะท้อนค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร ปัจจุบันระบบนี้ครอบคลุมกว่า 150 บริษัท และมีแผนขยายให้ครบทั้งเครือ เพื่อให้ทุกหน่วยงานเดินไปในทิศทางเดียวกัน

ทินกร เรือนทิพย์ ผู้ช่วยผู้บริหาร สำนักรองประธานอาวุโส

ภายในงานยังมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการประยุกต์ใช้ระบบ เช่น ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซีพี ออลล์ นำเสนอ 4 ขั้นตอนสู่ความเป็นเลิศ ตั้งแต่การตั้งสมมติฐานใหม่จนถึงการปรับตัวต่อสถานการณ์ รวมถึง Mr. Bai Shan Lin รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ประเทศจีน ที่เน้นบทบาทของผู้นำ ทีมงาน และการใช้ KPI ในการสร้างมาตรฐานที่จับต้องได้

Mr. Bai Shan Lin รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ประเทศจีน ปาฐกถาเรื่องบทบาทของผู้นำ ทีมงาน และการใช้ KPI ในการสร้างมาตรฐานที่จับต้องได้

สำหรับปี 2568 มีองค์กรผ่านการตรวจประเมินทั้งหมด 16 กลุ่มธุรกิจ จากประเทศไทยและจีน รวม 21 รางวัล แบ่งเป็นรางวัลความเป็นเลิศองค์รวมและรางวัลโดดเด่นเฉพาะด้าน โดยรางวัลความเป็นเลิศองค์รวม (Holistic Excellence) แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่

  • Platinum: ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ ประเทศไทย และ ซีพี ออลล์
  • Gold: ธุรกิจสุกร ซีพีเอฟ, โรงงานอาหารสำเร็จรูปสระบุรี ซีพีเอฟ ฟู๊ด แอนด์ เบเวอเรจ, โรงงานอาหารสัตว์ หลานโจว, โรงงานอาหารสัตว์ เว่ยหนาน, สถาบันผู้นำเครือซีพี, โรงงานบางปะกงและบางพลี ซีพี อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์, โรงงานอาหารสัตว์อัคซู, ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ ประเทศไทย
  • Silver: ธุรกิจสัตว์ปีก ซีพีเอฟ, ธุรกิจเพาะฟักลูกกุ้ง เจริญโภคภัณฑ์อาหาร, โรงงานชำแหละและแปรรูปสุกร ชานซี เจียไต๋, โรงงานอาหารสัตว์บก เจียไต๋ อูรุมฉี

ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซีพี ออลล์ รับรางวัล CP Excellence Award 2025

ส่วนรางวัลโดดเด่นเฉพาะด้าน (Outstanding Achievement) แบ่งตาม 5 สาขาหลัก ได้แก่

  • ด้านปฏิบัติการ (Operation): Platinum – ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ; Gold – ซีพี ออลล์, โรงงานอาหารสัตว์บก เจียไต๋ เหอหลิน, ธุรกิจอารักขาพืช เจียไต๋
  • ด้านนวัตกรรม (Innovation): Gold – ซีพี ออลล์
  • ด้านลูกค้า (Customer): Platinum – ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ
  • ด้านบุคลากร (People) และ ด้านความยั่งยืน (Sustainability): ปีนี้ไม่มีองค์กรที่ได้รับรางวัล

วิชัย จันทร์จริยากุล กรรมการผู้จัดการ (ร่วม) ซีพี ออลล์ รับรางวัล  CP Excellence Award 2025

ระบบบริหาร CP Excellence เริ่มนำไปปฏิบัติในปี 2560 และตรวจประเมินครั้งแรกในปี 2562 ปัจจุบันมีองค์กรที่ได้รับรางวัลรวม 58 องค์กร จำนวน 65 รางวัล จากไทยและจีน พิธีมอบรางวัลครั้งแรกจัดในปี 2565 ในรูปแบบออนไลน์ มีองค์กรเข้ารับรางวัล 42 องค์กร 44 รางวัล สะท้อนความมุ่งมั่นของเครือซีพีในการผลักดันมาตรฐานการบริหารจัดการภายในองค์กรให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศและความยั่งยืนในระดับสากล

เกษม จาตุกรณีย์ รองกรรมการผู้จัดการ เจียไต๋ รับรางวัล  CP Excellence Award 2025

เรวัติ หทัยสัตยพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ซีพีเอฟ  รับรางวัล  CP Excellence Award 2025

พิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล ประธานผู้บริหารทรัพยากรบุคคลซีพี / ซีพีเอฟ รับรางวัล  CP Excellence Award 2025 

ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือซีพี ร่วมยินดีกับ ผู้บริหารและพนักงาน ในเครือที่ได้รับรางวัล ในบรรยากาศแห่งความปลื้มปิติ

ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ร่วมงานคับคั่ง

เฟ้นหาเชฟตัวจิ๋วสู่อาณาจักร ‘SauceTopia’ ปลุกจินตนาการ Gen Alpha สร้างสรรค์เมนูสุดครีเอทีฟเสิร์ฟความอร่อย

เฟ้นหาเชฟตัวจิ๋วสู่อาณาจักร ‘SauceTopia’ ปลุกจินตนาการ Gen Alpha สร้างสรรค์เมนูสุดครีเอทีฟเสิร์ฟความอร่อย

เฟ้นหาเชฟตัวจิ๋วสู่อาณาจักร ‘SauceTopia’ ปลุกจินตนาการ Gen Alpha สร้างสรรค์เมนูสุดครีเอทีฟเสิร์ฟความอร่อย

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.55 น.

แบรนด์ “ซอสภูเขาทอง” ซอสคู่ใจเชฟตัวน้อย ชวนตกหลุมรักและสนุกไปกับการทำอาหาร เปิดโลกจินตนาการสู่ดินแดน “SauceTopia” by ซอสภูเขาทอง พร้อมค้นหาสุดยอดเชฟ “SauceTopia Junior Contest” เวทีให้เยาวชนอายุ 6-12 ปีทั่วประเทศ ร่วมสร้างสรรค์เมนูอาหารสุดครีเอทีฟโดยใช้ซอสภูเขาทองฝาเหลืองเป็นส่วนประกอบหลัก ชิงของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) และโอกาสเข้าร่วมเวิร์คชอปพิเศษกับเชฟป้อม ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล

วรัญญา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “SauceTopia คือ ดินแดนแห่งจินตนาการที่ซอสภูเขาทองตั้งใจให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้นอกห้องเรียนแก่เด็กๆ ที่รักการทำอาหารได้ทดลอง คิดค้น และสนุกไปกับการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง โดยเราเชื่อว่ารอยยิ้มหลังได้ชิมอาหารจานพิเศษจากฝีมือเชฟตัวน้อยทุกคนล้วนเป็นรางวัลที่มีคุณค่ากว่ารางวัลไหนๆ”

“ทุกวันนี้ผู้คนใช้ชีวิตเร่งรีบ เวลาที่ได้อยู่กับครอบครัวจึงมีค่ามาก การทำอาหารเป็นกิจกรรมที่ช่วยฝึกทักษะ กระบวนการคิด ไม่ใช่เพียงการรับรู้ถึงรสชาติแต่เป็นการเปิดโสตสัมผัสทั้ง 5 ไปจนถึงการเชื่อมความสัมพันธ์ในครอบครัว SauceTopia จึงเป็นพื้นที่ที่เราอยากมอบให้ทุกครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณค่า” คุณวรัญญา กล่าว

วิธีร่วมสนุก “SauceTopia Junior Contest” ซอสเด็ด เปลี่ยนเด็กเป็นเชฟ

1.            เยาวชนอายุระหว่าง 6-12 ปี คิดค้นเมนูสุดครีเอทีฟโดยใช้ซอสภูเขาทองเป็นส่วนประกอบหลักในการปรุงหรือเพิ่มรสชาติอาหาร

2.            ถ่ายคลิปวิดีโอความยาวไม่เกิน 1 นาที โชว์ไอเดีย ขั้นตอนและความสนุกในการทำอาหาร

3.            โพสต์คลิปลงบน Facebook (ตั้งค่าเป็นสาธารณะ) พร้อมใส่แฮชแท็ก #SauceTopiaJuniorByซอสภูเขาทอง #ซอสเด็ดเปลี่ยนเด็กเป็นเชฟ

4.            ส่งหลักฐานการโพสต์ พร้อมแนบใบเสร็จการซื้อผลิตภัณฑ์ตราภูเขาทอง สูตรใดขนาดใดก็ได้ (ต้องมีซอสปรุงรสฝาเหลือง ตราภูเขาทอง อย่างน้อย 1 ขวด) มาที่ LINE Official Account @GoldenMountain1954

คุณวรัญญา กล่าวอีกว่า “น้องๆ เยาวชนที่ร่วมกิจกรรมนอกจากได้ภูมิใจกับเมนูที่รังสรรค์ขึ้น คลิปวิดีโอบอกเล่าการทำอาหารยังส่งต่อแรงบันดาลใจแก่เยาวชนคนอื่นให้กล้าแสดงความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งปลูกฝังให้เยาวชนเรียนรู้การเลือกวัตถุดิบที่ดีตั้งแต่ต้น อย่างเช่นซอสภูเขาทองฝาเหลือง โดดเด่นด้วยส่วนประกอบถั่วเหลืองสูงถึง 88% ไม่แต่งกลิ่นสังเคราะห์ ไม่ใส่สารกันเสีย ไม่เติมผงชูรส ไม่เจือสี และปราศจากกลูเตน เด็กและผู้ใหญ่รับประทานได้ นับเป็นเคล็ดลับคู่หูรสชาติกลมกล่อมในทุกเมนู”

โดยผู้เข้ารอบ 25 คนสุดท้ายจะได้รับสิทธิ์ร่วมเวิร์คชอปสุดพิเศษกับเชฟป้อม ม.ล.ขวัญทิพย์      เทวกุล เพื่อเสริมทักษะและมอบแรงบันดาลใจด้านการทำอาหาร

กิจกรรมประกวดครั้งนี้มอบรางวัลให้กับ 3 สุดยอดเชฟรุ่นจิ๋ว ได้แก่

–              รางวัลชนะเลิศ ทุนการศึกษา 20,000 บาท

–              รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทุนการศึกษา 10,000 บาท

–              รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทุนการศึกษา 5,000 บาท

เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด*

ใครจะเป็นสุดยอดเชฟตัวจิ๋วคนแรกในดินแดน SauceTopia แห่งนี้ มาร่วมเปลี่ยนจินตนาการให้เป็นเมนูแสนอร่อยกับซอสภูเขาทองฝาเหลือง ตัวช่วยให้เด็กๆ สนุกกับการทำอาหาร รับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ – 21 กันยายน 2568 สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : ซอสภูเขาทอง by Thaitheparos

หมายเหตุ: ผู้เข้าร่วมประกวด 1 ท่าน สามารถส่งผลงานได้ไม่เกินคนละ 1 คลิป และผลงานที่ได้รับรางวัลรวมถึงผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมด ให้ถือเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) โดยสามารถนำไปเผยแพร่และใช้งานได้

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบยางรถยนต์และสิ่งของสนับสนุนภารกิจทหารกองทัพภาคที่ 2

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบยางรถยนต์และสิ่งของสนับสนุนภารกิจทหารกองทัพภาคที่ 2

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบยางรถยนต์และสิ่งของสนับสนุนภารกิจทหารกองทัพภาคที่ 2

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.01 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบยางรถยนต์และเสบียงช่วยเหลือทหารในพื้นที่ปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เสริมศักยภาพภารกิจและความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติการ

28 สิงหาคม 2568 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ได้นำทีมร่วมกับบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด, รายการข่าวสามมิติ และสำนักข่าวออนไลน์ The Reporters ลงพื้นที่ส่งมอบสิ่งของเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาคที่ 2 โดยมีพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้แทนรับมอบ ณ ค่ายสุรนารี ตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับความร่วมมือด้านการประสานงานจากนางสาวปภิญญา ทองสมจิตร แรงงานจังหวัดนครราชสีมา

สำหรับสิ่งของที่นำไปมอบ ได้แก่ ขนมเส้นบุกปรุงรสหม่าล่า 100 ลัง เมล็ดแตงโม 100 ลัง และข้าวโอ๊ต 50 ลัง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ไบ่ ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด นอกจากนี้ยังมียางรถยนต์จำนวน 100 เส้น จากบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด โดยได้รับความร่วมมือด้านการขนส่งจากบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด สิ่งของทั้งหมดนี้จัดเตรียมไว้เพื่อเป็นเสบียงและของว่างสำหรับเจ้าหน้าที่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่

สำหรับยางรถยนต์ที่มอบในครั้งนี้ บางส่วนจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ปฏิบัติการของ หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี ตำบลบ้านพลวง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการสร้างเกราะป้องกัน และเสริมความปลอดภัยในภารกิจสร้างหลุมหลบภัยและเส้นทางยุทธวิธีสำคัญ

นางเธียรรัตน์ เปิดเผยว่า การสนับสนุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจในการเสริมสร้างความพร้อมและขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สำคัญ เพื่อให้สามารถดำเนินภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราได้ตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทกองทัพในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ อีกทั้งเล็งเห็นถึงความทุ่มเทและความเสียสละของเจ้าหน้าที่ทุกคน จึงมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ยืนยันว่าจะเดินหน้าสานต่อภารกิจเพื่อสังคมและสนับสนุนผู้ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและประโยชน์ที่ยั่งยืนแก่ชุมชนและประชาชน

-(016)

BIDH จัดงานยิ่งใหญ่ ครบรอบ 20 ปี ‘e.max Veneer’ พร้อมโชว์เคส Smile Transform จากทันตแพทย์เฉพาะทาง

BIDH จัดงานยิ่งใหญ่ ครบรอบ 20 ปี ‘e.max Veneer’ พร้อมโชว์เคส Smile Transform จากทันตแพทย์เฉพาะทาง

BIDH จัดงานยิ่งใหญ่ ครบรอบ 20 ปี ‘e.max Veneer’ พร้อมโชว์เคส Smile Transform จากทันตแพทย์เฉพาะทาง

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.28 น.

โรงพยาบาลฟัน BIDH (Bangkok International Dental Hospital) Sukhumvit Soi 2 ผู้นำด้านทันตกรรมระดับสากล ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงานครบรอบ 20 ปี e.max Veneer จาก ivoclar Vivadent โดยการจัดงานครั้งนี้ยังได้รวบรวมทีมทันตแพทย์เฉพาะทางด้านวีเนียร์และ Smile Transform เพื่อแสดงนวัตกรรมการออกแบบรอยยิ้มที่ทันสมัย ณ โรงพยาบาลฟัน BIDH สุขุมวิท ซอย 2 ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ผ่านมา

e.max Veneer เป็นเทคโนโลยีวีเนียร์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ทั้งด้านความแข็งแรง ความสวยงาม และความใสเป็นธรรมชาติ มอบรอยยิ้มที่สวยสมบูรณ์แบบโดยไม่กระทบต่อสุขภาพฟัน ที่ BIDH ทีมทันตแพทย์เฉพาะทางที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลทำงานร่วมกับ ห้องแลปทันตกรรมภายในโรงพยาบาล (in-house lab) ออกแบบรอยยิ้มจากเทคโนโลยีสู่ผลงานศิลป์ที่พิถีพิถันครบทุกขั้นตอน

ภายในงาน ครบรอบ 20 ปี e.max Veneer ยังได้จัดให้มีการเสวนาเจาะลึกในศาสตร์และศิลป์ของการทำวีเนียร์ โดยแพทย์เฉพาะทางด้าน Smile Makeover อีกทั้งพาชมนวัตกรรมภายในโรงพยาบาล ห้องแลป และห้องปฏิบัติการ สัมผัสศักยภาพความพร้อมของเทคโนโลยีทันตกรรมที่รองรับการทำวีเนียร์แบบครบวงจร โดยได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร  เหล่าเซเลบริตี้ อาทิ แฟรงค์ ธนัตถ์ศรันย์, เด่นคุณ งามเนตร และ อ๋อ ญาดา เทพนม มาร่วมแบ่งปันเบื้องหลังรอยยิ้มในงานอีกด้วย 

ลูซินดา เฉิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด โรงพยาบาลฟัน BIDH กล่าวว่า “การได้เป็นเจ้าภาพจัดงานครบรอบ20ปี e.max Veneer จาก ivoclar Vivadent นับเป็นโอกาสสำคัญของ BIDH ที่จะได้แสดงศักยภาพ ความเชี่ยวชาญด้าน Smile Transform และยังเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านวีเนียร์ ในไทย”

โรงพยาบาล BIDH ตั้งอยู่ในทำเลสะดวกใจกลางกรุงเทพฯ ใกล้ BTS เพลินจิต และ นานา ผู้เข้ารับบริการสามารถเข้าถึงบริการ วีเนียร์และ Smile Makeover ได้ง่าย พร้อมบริการทันตกรรมครบวงจร ทั้งการดมยาคลายกังวลสำหรับผู้ที่กลัวการทำฟัน การผ่าตัดขากรรไกรร่วมกับการจัดฟัน รากฟันเทียม ไปจนถึงการรักษาทันตกรรมทั่วไป

-(016)

ปลุกผู้ประกอบการไทยร่วมงานแฟร์นานาชาติ ‘Ambiente – Christmasworld – Creativeworld 2026’ เปิดประตูสู่ตลาดโลก

ปลุกผู้ประกอบการไทยร่วมงานแฟร์นานาชาติ ‘Ambiente – Christmasworld – Creativeworld 2026’ เปิดประตูสู่ตลาดโลก

ปลุกผู้ประกอบการไทยร่วมงานแฟร์นานาชาติ ‘Ambiente – Christmasworld – Creativeworld 2026’ เปิดประตูสู่ตลาดโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.24 น.

เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต, เยอรมัน (Messse Frankfurt)   บริษัทสัญชาติเยอรมัน ผู้จัดงานแสดงสินค้านานาชาติชั้นนำระดับโลก เชิญผู้ประกอบการไทยร่วมงานแฟร์นานาชาติยักษ์ใหญ่ “Ambiente – Cristmasworld – Creativeworld” เปิดประตู่สู่ตลาดโลก ระหว่างวันที่ 6-10 กุมภาพันธ์ 2569  ณ Messe Frankfurt เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

นายสเตฟาน คัวร์ซอว์สกี (Mr. Stephan Kurzawski)  ผู้อำนวยการ รองประธานอาวุโส Messe Frankfurt เปิดเผยว่า เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต, เยอรมัน  พร้อมแล้วในการจัดงาน Ambiente, Christmasworld และ Creativeworld ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็น ศูนย์รวมแรงบันดาลใจ เทรนด์ใหม่ระดับโลกและโอกาสทางธุรกิจ ด้านสินค้าไลฟ์สไตล์ ของตกแต่งเทศกาล  และงานสร้างสรรค์  ที่เชื่อมโยงผู้ผลิต แบรนด์ ดีไซเนอร์ และผู้ค้าปลีกจาก 170 ประเทศทั่วโลก ผู้ประกอบการทั่วโลกเข้าร่วมงานแสดงสินค้า จำนวนประมาณ 4,700 ราย และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานประมาณ 1.5 แสนคน   เรามุ่งหวังที่จะเห็นผู้ประกอบการไทยเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในตลาดโลกผ่านงานในครั้งนี้ 

ไฮไลต์งาน

•             Ambiente – Lifestyle 2026

เป็นงานสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุม Dining, Living, Giving และ Working ชูแนวคิด Sustainability & Future Retail และเปิดตัว Ambiente Trends 2026 โดยงานนี้จะมี แคตตี้ ชีเบ็ค ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ Katty Schiebeck Studio มาร่วมงานด้วย

•             Christmasworld 2026

เป็นงานแสดงสินค้าและตกแต่งเทศกาลระดับโลก นำเสนอเทรนด์การออกแบบล่าสุด กิจกรรม Decoration Unlimited, Christmasworld Trends และ Conzoom Solutions Academy สำหรับผู้ค้าปลีก  ซึ่งในงานครั้งต่อไปมาในธีม “Tropical Bounty”

•             Creativeworld 2026

เวทีระดับโลกสำหรับงานศิลป์ งานฝีมือ และอุปกรณ์สร้างสรรค์ พบกับ Creativeworld Trends เวิร์กชอปทดลองผลิตภัณฑ์จริง และนวัตกรรมวัสดุใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดงาน DIY และครีเอทีฟ

“งาน Ambiente, Christmasworld และ Creativeworld ของ เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต, เยอรมัน  ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้ประกอบการทั่วโลก ในการเปิดตัวสินค้าใหม่ พบปะคู่ค้าระดับนานาชาติ และ  อัปเดตเทรนด์แห่งอนาคต  ถือเป็นศูนย์รวมแรงบันดาลใจ เทรนด์ และโอกาสทางธุรกิจ ที่เชื่อมโยงผู้ผลิต แบรนด์ ดีไซเนอร์ จำนวน 170 รายจากทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน งานนี้จึง เปรียบเสมือนผู้นำที่สร้างกระแสความนิยม สไตล์ ใหม่ๆ ระดับโลก ซึ่งผู้เข้าร่วมงานจะสามารถมาดูว่าอะไรกำลังเป็นเทรนด์และอะไรจะมาในอนาคต และนำแนวคิดเหล่านี้กลับไปปรับใช้ยังประเทศของตนเอง” นายสเตฟาน กล่าว

ด้าน นายนิคม เลิศมัลลิกาพร  ประธานบริหาร บริษัท เวิล์ดเด็กซ์ จี.อี.ซี. จำกัด   ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจของ เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต, เยอรมัน (Messse Frankfurt)  เปิดเผยว่า  Messse Frankfurt จัดมาต่อเนื่อง 30 ปีแล้ว  เป็นงานที่มีรูปแบบธุรกิจแบบ B2B สำหรับปี 2026 นี้มี  ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมแสดงสินค้ามีจำนวนประมาณ 60 ราย งานนี้จะช่วยเปิดโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการสามารถเจาะตลาดใหม่ทั้งในยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง พร้อมสร้างโอกาสต่อยอดธุรกิจสู่สากลอย่างยั่งยืน

งาน Ambiente, Christmasworld และ Creativeworld จัดโดย เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต, เยอรมัน (Messse Frankfurt) เป็นงานแฟร์ระดับโลกที่มีผู้ประกอบการ นักธุรกิจมาจัดแสดง นวัตกรรม สินค้า บริการ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศของคู่ค้า   เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ เป็นงานที่เปิดโอกาสขยายเครือข่ายการค้าระหว่างคู่ค้าด้วยกัน

-(016)