คลิปมาแล้ว! ญาญ่า-ณเดชน์ จัดปาร์ตี้บนเรือไวกิ้งสุดโรแมนติก

คลิปมาแล้ว! ญาญ่า-ณเดชน์ จัดปาร์ตี้บนเรือไวกิ้งสุดโรแมนติก

คลิปมาแล้ว! ญาญ่า-ณเดชน์ จัดปาร์ตี้บนเรือไวกิ้งสุดโรแมนติก

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.09 น.

22 พฤษภาคม 2569 บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรักและความโรแมนติกสุดๆ สำหรับคู่รักซูเปอร์สตาร์ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และ “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์” ที่ล่าสุดได้จัดปาร์ตี้ต้อนรับเพื่อนสนิท คนในครอบครัว และญาติๆ ที่เดินทางจากเมืองไทยไปร่วมงานวิวาห์สุดหวานไกลถึงประเทศนอร์เวย์

โดยงานปาร์ตี้ดังกล่าวถูกจัดขึ้นบนเรือไวกิ้งสุดหรู ท่ามกลางวิวธรรมชาติอันสวยงามของนอร์เวย์ ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและโรแมนติก จนหลายคนถึงกับคิดว่านี่คืองานแต่งงานจริงของทั้งคู่ไปแล้ว เพราะแขกทุกคนต่างแต่งตัวสวยหล่อจัดเต็ม เข้ากับธีมเรือและบรรยากาศสุดอลังการอย่างลงตัว

ก่อนที่พิธีวิวาห์อย่างเป็นทางการจะเริ่มต้นขึ้น เจ้าสาวคนสวยอย่างญาญ่า ก็ได้โพสต์คลิปวิดีโอเก็บภาพบรรยากาศบนเรือมาให้แฟนๆ ได้ชมกันแบบเต็มอิ่ม ทั้งมุมภาพสุดโรแมนติก แสงธรรมชาติที่สวยละมุน รวมถึงโมเมนต์หวานๆ ของคู่บ่าวสาวที่ทำเอาแฟนคลับฟินกันหนักมาก

หลายช็อตในคลิปเผยให้เห็นความรักและความอบอุ่นของ ณเดชน์-ญาญ่า ได้อย่างชัดเจน ทั้งสายตา รอยยิ้ม และโมเมนต์ดูแลกันตลอดเวลา จนแฟนๆ ต่างพากันคอมเมนต์กรี๊ดสนั่น พร้อมบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์รักโรแมนติก

Bangkok Festivals ครั้งที่ 28 กลับมาเสิร์ฟโชว์ระดับตำนาน จัดเต็มโอเปรา บัลเลต์ และโชว์ร่วมสมัยทั่วโลก

Bangkok Festivals ครั้งที่ 28 กลับมาเสิร์ฟโชว์ระดับตำนาน จัดเต็มโอเปรา บัลเลต์ และโชว์ร่วมสมัยทั่วโลก

Bangkok Festivals ครั้งที่ 28 กลับมาเสิร์ฟโชว์ระดับตำนาน จัดเต็มโอเปรา บัลเลต์ และโชว์ร่วมสมัยทั่วโลก

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.54 น.

Bangkok’s 28th International Festival of Dance & Music มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติกรุงเทพฯ เตรียมกลับมาสร้างปรากฏการณ์สุดตื่นตาครั้งใหม่ให้คนไทย คัดสรรสุดยอดการแสดงระดับโลกรวม 12 โชว์ จาก 9 ประเทศทั่วโลก ทั้งโอเปรา บัลเลต์ การเต้นร่วมสมัย และโชว์มัลติมีเดียสุดล้ำ เพื่อมอบประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสให้ผู้ชมชาวไทยได้สัมผัสแบบใกล้ชิดที่นี่ที่เดียว ระหว่างวันที่ 5 กันยายน – 17 ตุลาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

สัมผัสมนต์เสน่ห์ของการแสดงระดับมาสเตอร์พีซในตำนาน

ตอกย้ำการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการแสดงระดับมาสเตอร์พีซจากคณะศิลปะการแสดงชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็น New York City Opera จากสหรัฐอเมริกา ที่เตรียมมาโชว์ของในไทยครั้งแรกกับ “Opera Goes to Hollywood” พาผู้ชมย้อนความทรงจำผ่านบทเพลงโอเปราและเพลงประกอบภาพยนตร์ระดับตำนาน, คณะ Bolshoi Theatre of Belarus กับการแสดงบัลเลต์คลาสสิกสุดโรแมนติกอย่าง Romeo & Juliet และ Cinderella ที่โดดเด่นทั้งเทคนิคการเต้นและโปรดักชันสุดวิจิตร รวมถึง Helikon Opera จากรัสเซีย ที่จะยกโอเปราอมตะอย่าง La Traviata และ Madama Butterfly มาถ่ายทอดใหม่อย่างเข้มข้น ผ่านพลังเสียงของนักร้องโอเปราระดับนานาชาติและวงออร์เคสตราสดเต็มวง

ปลดปล่อยจินตนาการผ่านโชว์ร่วมสมัยสุดไวรัล

ด้านสายการแสดงร่วมสมัย ปีนี้ได้คัดสรรโชว์ที่เป็นไวรัลทั่วโลกและโปรดักชันสุดอลังการมาไว้ที่เดียว อาทิ Murmuration Level 2 ของ Sadeck Berrabah จากฝรั่งเศส เจ้าของผลงานการออกแบบการเคลื่อนไหวที่โด่งดังระดับโลก, RITE จาก Deborah Colker Dance Company ประเทศบราซิล ที่ตีความบทประพันธ์คลาสสิก The Rite of Spring ใหม่ผ่านภาษาการเคลื่อนไหวสุดทรงพลัง และ Alice in Wonderland โปรดักชันแฟนตาซีผสมผสานกายกรรม เซอร์คัส และการเต้นร่วมสมัย ที่พร้อมมอบประสบการณ์ความมหัศจรรย์ให้ผู้ชมทุกวัย

พบไอคอนของดนตรีแจ๊สอย่าง The Great Gatsby และ Coco Chanel ไอคอนโลกแฟชั่น

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการแสดง The Great Gatsby ที่จะพาผู้ชมย้อนสู่ยุคแจ๊สและโลกแห่ง American Dream ผ่านไลน์การเต้น เสียงร้อง และดนตรีสดสุดเร้าอารมณ์ที่ชวนผู้ชมดำดิ่งสู่โลกแห่งความฟุ้งฝัน ความรัก และความทะเยอทะยาน รวมถึง Coco Chanel บัลเลต์ร่วมสมัยจาก National Theatre Brno สาธารณรัฐเช็ก ที่ถ่ายทอดชีวิตและจิตวิญญาณของแฟชั่นไอคอนระดับโลก ผ่านศิลปะการเคลื่อนไหวสุดสง่างาม

สุดยอดบัลเลต์จากรัสเซีย

นอกจากนี้ยังมีผลงานสุดยอดบัลเลต์คอมเมดี้จากรัสเซียโดย Eifman Ballet กับการตีความตำนาน Pygmalion ใหม่ ผ่านเรื่องราวของหญิงสาวธรรมดาที่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นดาวเด่นบนฟลอร์เต้นรำการแสดงเปี่ยมอารมณ์ที่ตั้งคำถามถึง “ตัวตน” ความคาดหวัง และเส้นบาง ๆ ระหว่างความรักกับการควบคุม รวมถึง Russian Hamlet ผลงานที่ถ่ายทอดเรื่องราวความขัดแย้งทางอำนาจ การเมือง และโศกนาฏกรรมในราชวงศ์รัสเซีย ผ่านสไตล์การออกแบบท่าเต้นอันเป็นเอกลักษณ์ของ Boris Eifman ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักออกแบบท่าเต้นร่วมสมัยที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก

พิเศษ! สำหรับผู้ถือบัตรธนาคารกรุงเทพทุกประเภท รับสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับโปรโมชั่น Early Bird เพียงซื้อบัตรเข้าชมการแสดง ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม – 24 มิถุนายน 2569 รับส่วนลดทันที 20% และตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน – 17 ตุลาคม 2569 รับส่วนลด 15% สำหรับบัตรพินนาเคิล บัตรอินฟินิท บัตรผู้นำแพลทินัม และบัตร Bangkok Bank M LEGEND / M LUXE สำหรับบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพประเภทอื่นและบัตรบีเฟิสต์ รับส่วนลด 10%

ผู้ที่สนใจสามารถจองบัตร Early Bird ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 24 มิถุนายน 2569 ติดตามรายละเอียดการแสดงทั้งหมดได้ที่ http://www.bangkokfestivals.com

MCT จับมือ The People จัดงาน ‘Songwriter Thailand Showcase 2026’ ปีที่ 3

MCT จับมือ The People จัดงาน ‘Songwriter Thailand Showcase 2026’ ปีที่ 3

MCT จับมือ The People จัดงาน ‘Songwriter Thailand Showcase 2026’ ปีที่ 3

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.23 น.

MCT จับมือ The People จัดงาน ‘Songwriter Thailand Showcase 2026’ ปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด ‘SONGVIVOR – นักแต่งเพลงต้องรอด’ ก้าวหน้าจากการประกวดแต่งเพลงแบบเดิม เปิดพื้นที่ใหม่ ‘Song Market – ตลาดนัดเพลง’ พร้อมเปิดเวทีถกอนาคตของนักแต่งเพลงไทยในยุค AI

กรุงเทพมหานคร, 15 พฤษภาคม 2569 ก้าวสู่ปีที่ 3 ของงานใหญ่ประจำปีที่นักแต่งเพลงทั่วประเทศรอคอยกับ ‘MCT Presents Songwriter Thailand Showcase 2026’ โดย บริษัท ลิขสิทธิ์ดนตรี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ MCT ร่วมกับ The People ที่จัดขึ้นเพื่อสร้างพื้นที่เรียนรู้ แลกเปลี่ยน และต่อยอดโอกาสทางอาชีพให้กับนักแต่งเพลงไทย ผ่านเวทีรวมตัวของนักแต่งเพลง ศิลปิน โปรดิวเซอร์ ตัวแทนค่ายเพลง และคนทำงานดนตรีจากหลากหลายรุ่น โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘SONGVIVOR’ หรือ ‘นักแต่งเพลงต้องรอด’ เพื่อร่วมตั้งคำถามและหาคำตอบถึงการอยู่รอด การเติบโต และอนาคตของนักแต่งเพลงไทย ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมดนตรี เทคโนโลยี และพฤติกรรมการฟังเพลงในยุคปัจจุบัน

งานในปีนี้จัดขึ้น ณ The Crystal Box และ The Lawn ชั้น 19 Gaysorn Urban Resort แยกราชประสงค์ โดยมีผู้เข้าร่วมงานหลากหลาย ทั้งนักแต่งเพลงรุ่นใหม่ ศิลปิน โปรดิวเซอร์ ตัวแทนค่ายเพลง สื่อมวลชน และผู้สนใจในอุตสาหกรรมดนตรี ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศตลอดทั้งวัน

ไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่ของงาน ด้วยการก้าวหน้าจากรูปแบบการประกวดแต่งเพลงแบบเดิม และเปิดพื้นที่ใหม่ในชื่อ ‘Song Market – ตลาดนัดเพลง’ ที่ออกแบบมาเพื่อให้นักแต่งเพลงได้ส่งผลงานเข้ามาคัดเลือก แสดงผลงาน และเชื่อมต่อกับค่ายเพลงและคนในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ภายใต้บรรยากาศ ‘ตลาดนัดเพลง’ ที่ทุกบทเพลงมีโอกาสถูกค้นพบ โดยในปีแรกของกิจกรรมนี้ มีนักแต่งเพลงส่งผลงานเข้ามากว่า 300 เพลง และผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจนเหลือ 100 เพลงสุดท้าย

ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 100 เพลง ได้รับการจัดแสดงในรูปแบบ SONG MARKET Playlist Exhibition: 100 Selected Songs บอร์ดขนาดใหญ่ที่เรียงรายภาพโปรไฟล์ของทั้ง 100 ผลงาน ตั้งอยู่ภายในงานให้ผู้เข้าร่วม โปรดิวเซอร์ และตัวแทนค่ายเพลงสแกนฟังได้ทันที โดยผลงานทุกเพลงผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งศิลปินนักแต่งเพลงและนักวิจารณ์เพลงชื่อดัง ภายใต้เกณฑ์ 5 ด้าน ได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์ ความชัดเจนของเนื้อหา การใช้ภาษา ความสอดคล้องกับดนตรี และอัตลักษณ์ของศิลปินในจำนวน 100 เพลงดังกล่าว เจ้าของผลงาน 20 เพลงที่ได้คะแนนสูงสุด ได้เข้าร่วมกิจกรรม ‘Song Clinic – คลินิกแห่งเสียงดนตรี’ เพื่อรับคำปรึกษาแบบตัวต่อตัวจาก 4 Mentors ศิลปินนักแต่งเพลงชื่อดัง ครอบคลุมทั้งเนื้อร้อง ทำนอง โครงสร้างเพลง และแนวทางการพัฒนาผลงาน ขณะที่เจ้าของผลงาน 5 เพลงสุดท้าย ที่ได้รับคะแนนสูงสุดได้ขึ้นเวทีหลักในช่วง Song Market (On Stage) เพื่อรับคำแนะนำสดจาก Mentors พร้อมรับ ทุนสนับสนุนเพลงละ 10,000 บาท เพื่อใช้พัฒนาผลงานเพลงของตนเองต่อไป โดย 5 ผลงานเพลงและเจ้าของผลงานที่ได้รับการคัดเลือกในปีนี้ ประกอบด้วย

– เพลง ‘ความทรงจำของพรุ่งนี้’ โดย คุณธีธัช เลาหะสราญ (ต้นกล้า – วง Wonderwild)

– เพลง ‘709 Carat’ โดย คุณปัฐวีร์ วิริยะศิษฐ์ (TV)

– เพลง ‘ฝันถึงคนเดิมซ้ำๆ’ โดย คุณไกรวิศ กปิลกาญจน์ (JR KVZ)

– เพลง ‘ต้นงิ้วสวรรค์’ โดย คุณสัญชาน ปิยโชติสกุลชัย (Beer Sanchan)

– เพลง ‘หัวใจดองเกลือ’ โดย คุณขุนพล ไชยหาญ (Banks)

สำหรับ 4 Mentors ศิลปินนักแต่งเพลงชื่อดังที่ร่วมให้คำปรึกษาในกิจกรรม Song Clinic และ Song Market (On Stage) ในปีนี้ ประกอบด้วย คุณรัฐวิชญ์ อนันต์พรสิริ (แบงค์ รัฐวิชญ์) , คุณวีรณัฐ ทิพยมณฑล (แจ๊ป The Richman Toy) , คุณพงศ์จักร พิษฐานพร (เอ๊ะ ละอองฟอง) , คุณคชภัค ผลธนโชติ (พล คชภัค Boxx Music)

พิธีเริ่มต้นด้วยการกล่าวต้อนรับ ก่อนเข้าสู่ช่วง Keynote Session: Songwriting What’s Next 2026 ‘เพลงอยู่นี่ แล้วเงินอยู่ไหน’ โดย คุณณฐพล ศรีจอมขวัญ ประธานกรรมการบริหาร MCT ที่ขึ้นกล่าวถ่ายทอดภาพรวมทิศทางอุตสาหกรรมดนตรี แนวโน้มของการเขียนเพลง บทบาทของ AI ความเปลี่ยนแปลงของคนในวงการ ช่องทางการอยู่รอดของนักแต่งเพลง และประเด็นเรื่องรายได้ของนักแต่งเพลงในความดูแลของ MCT เพื่อเป็นไกด์ไลน์ให้นักแต่งเพลงไทยมองเห็นทิศทางและความสำคัญของลิขสิทธิ์ในยุคดิจิทัล

“MCT ไม่ได้มีหน้าที่ปกป้องสิทธิ์ของ AI แต่เรามีหน้าที่ปกป้องสิทธิ์ของนักแต่งเพลงที่เป็นมนุษย์ทุกๆ คน”

ต่อด้วยเวทีเสวนา ‘Panel Discussion: The Future of Songwriting – SONGVivor Fight’ ที่ชวนตั้งคำถามว่าระหว่าง ‘มนุษย์’ ‘AI’ และ ‘การทำงานร่วมกัน’ อะไรคือคำตอบของการอยู่รอดในยุคใหม่ โดยมีวิทยากรจากหลากหลายมุมในอุตสาหกรรม ได้แก่ คุณตรัย ภูมิรัตน (บอย ตรัย) ศิลปินและนักแต่งเพลงที่กำลังสนุกกับการทำงานร่วมกับ AI และ คุณคชภัค ผลธนโชติ (พล คชภัค Boxx Music) ตัวแทนฝั่งค่ายเพลงและอุตสาหกรรมดนตรี ดำเนินรายการโดย คุณวราฤทธิ์ มังคลานนท์ (DJ ฤทธิ์) ที่ชวนทั้ง 2 ท่านแลกเปลี่ยนแนวคิด ทัศนคติ และประสบการณ์จริงในการทำงานร่วมกับ AI ในยุคที่เทคโนโลยีดิสรัปแทบทุกอุตสาหกรรม

บนเวทีเสวนา คุณตรัย ภูมิรัตน สะท้อนหลักการในการทำงานร่วมกับ AI ของตนเองอย่างชัดเจนว่า “การที่จะบอกว่าเราใช้ AI ได้ แปลว่าเราต้องควบคุมมันได้ มันต้องทำให้ได้ดั่งใจผม มันถึงจะเรียกว่าเราใช้ เมื่อไหร่ที่เราตามใจมันก็แปลว่ามันไม่ใช่เราแล้ว” ขณะที่ คุณคชภัค ผลธนโชติ มองในมุมของอนาคตอาชีพนักแต่งเพลงและการอยู่รอดในอุตสาหกรรมว่า “ในวันนี้อาชีพนักดนตรี หรือศิลปิน ไม่ใช่อาชีพไส้แห้งอีกต่อไปแล้ว การที่มีการจัดเก็บเรื่องลิขสิทธิ์ การที่คนเข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์มันทำให้เรายิ่งรอด” สะท้อนหัวใจของแนวคิด ‘SONGVIVOR’ ที่งานปีนี้ต้องการสื่อสารว่า นักแต่งเพลงในยุคใหม่ไม่เพียงต้องรู้จักปรับตัวกับเทคโนโลยี แต่ยังต้องเข้าใจระบบลิขสิทธิ์เพื่อรักษาทั้งตัวตนและรายได้ของตนเองไปพร้อมกัน

งานในปีนี้ยังจัดเวิร์กช็อปอีก 2 รูปแบบ เพื่อให้นักแต่งเพลงได้เรียนรู้ทั้งในเชิงอุตสาหกรรมและเชิงปฏิบัติการจริง เริ่มด้วย Music Lab Master Class: IP Management ในหัวข้อ Rights & Protection Shield (เกราะป้องกันสิทธิและสัญญา) ในช่วงเช้าที่ The Lawn คลาสพิเศษสำหรับนักแต่งเพลงและนักศึกษา ว่าด้วยการจัดการลิขสิทธิ์เพลง การบริหารสิทธิในยุค AI และประเด็นสำคัญด้านทรัพย์สินทางปัญญาในอุตสาหกรรมดนตรี โดยมี คุณณฐพล ศรีจอมขวัญ ประธานกรรมการบริหาร MCT, คุณพิเศษ จียาศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายลิขสิทธิ์และที่ปรึกษากฎหมายบริษัท MCT และ คุณสิริญา บุญญาธิการ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท MCT ร่วมถ่ายทอดความรู้

ต่อด้วย Songwriting Mission เวิร์กช็อปการเขียนเพลงในธีม ‘แต่งเพลงไม่ให้ตัน… แรงบันดาลใจมีได้ไม่สิ้นสุด’ บนเวทีหลักในช่วงบ่าย โดย คุณสุดเขต จึงเจริญ (เอก SEASON FIVE) และ คุณภัทรวี ศรีสันติสุข (เอิ๊ต ภัทรวี) ที่ชวนผู้เข้าร่วมจับกลุ่มทดลองแต่งเนื้อเพลงจากโจทย์สดภายในห้อง ผ่านการต่อยอดจากท่อนฮุกของเพลง ‘พูดไม่คิด’ ของ Season Five เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและมองเห็นกระบวนการแต่งเพลงอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมในครั้งนี้ยังจุดประกายให้เห็นถึงสปิริตของชุมชนนักแต่งเพลงไทยที่ทำงานเคียงข้างกัน มากกว่าจะมองกันเป็นคู่แข่ง โดย คุณภัทรวี ศรีสันติสุข ได้สะท้อนถึงโมเมนต์ที่ผู้เข้าร่วมต่างนำไอเดียที่ดีที่สุดของตนเองมาแชร์กันโดยไม่มีอีโก้ ก่อนกล่าวกับผู้ร่วมกิจกรรมว่า “การเป็นนักแต่งเพลงในสังคม คือการที่เราขับเคลื่อนกันและกัน ถ้าเราส่งเพลงดี ๆ เข้าสู่กระแสไปเรื่อย ๆ ฟังกันและกัน ปรับปรุงไปด้วยกัน เราจะเกื้อกูลกัน ไม่ได้แย่งงานกัน หรือเป็นคู่แข่งกัน เพราะเราคู่ควรกันด้วยศิลปะ” สะท้อนภาพของชุมชนนักแต่งเพลงไทยที่ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ผ่านการแชร์ ฟัง และต่อยอดผลงานของกันและกัน

ท่ามกลางคำถามถึงบทบาทของ AI ในอุตสาหกรรมดนตรีที่ทวีความเข้มข้นขึ้น MCT ยืนยันจุดยืนผ่านเงื่อนไขการรับผลงานเข้า Song Market ที่ระบุชัดว่าผลงานต้องเป็นเพลงต้นฉบับที่ผู้สมัครแต่งเนื้อร้องและทำนองด้วยตนเองทั้งหมด ไม่รับผลงานที่ใช้ AI หรือ Generative AI ในการสร้างเนื้อร้อง ทำนอง หรือโครงสร้างหลักของเพลง สะท้อนเจตนารมณ์ของงานที่มุ่งสนับสนุนและส่งเสริมฝีมือของนักแต่งเพลงไทยอย่างแท้จริง

ปิดท้ายงานด้วย Networking Party ที่เปิดโอกาสให้นักแต่งเพลง ศิลปิน โปรดิวเซอร์ และผู้เชี่ยวชาญในวงการดนตรีได้พบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนไอเดีย และสร้างเครือข่ายในบรรยากาศผ่อนคลาย พร้อมโชว์พิเศษจาก เบนท์-กิตติธัช พรดอนก่อ สังกัด Kicks Records ศิลปินรุ่นใหม่ในเครือข่ายของ MCT และกิจกรรมแนะนำเพลงเด่นจาก Song Market ปิดฉากงานด้วยบรรยากาศแห่งแรงบันดาลใจและการเชื่อมต่อของคนทำงานดนตรีจากหลากหลายรุ่น

งาน MCT Presents ‘Songwriter Thailand Showcase 2026’ ภายใต้แนวคิด ‘SONGVIVOR – นักแต่งเพลงต้องรอด’ สะท้อนความมุ่งมั่นของ MCT และ The People ในการสร้างพื้นที่เรียนรู้และต่อยอดโอกาสให้กับนักแต่งเพลงไทย ผ่านการพัฒนาความรู้เรื่องลิขสิทธิ์ รายได้ การทำงานในอุตสาหกรรมดนตรี และการสร้างเครือข่าย เพื่อสนับสนุนให้นักแต่งเพลงสามารถเติบโตและอยู่รอดได้อย่างยั่งยืนในสายอาชีพ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

#MCT #SongwriterThailandShowcase2026 #SONGVIVOR #STS2026 #ThePeople #SongMarket #SongClinic

ฉลองวันเกิด เมย์ ชนิตร์นันทน์ ตัวแม่บัลลังก์ คนดังนั่งเคลียร์ ประกาศปรับโฉมความเข้มข้นร้อนแรง ท้าปีม้าไฟ

ฉลองวันเกิด เมย์ ชนิตร์นันทน์ ตัวแม่บัลลังก์ คนดังนั่งเคลียร์ ประกาศปรับโฉมความเข้มข้นร้อนแรง ท้าปีม้าไฟ

ฉลองวันเกิด เมย์ ชนิตร์นันทน์ ตัวแม่บัลลังก์ คนดังนั่งเคลียร์ ประกาศปรับโฉมความเข้มข้นร้อนแรง ท้าปีม้าไฟ

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.22 น.

ถือเป็นอีกหนึ่งรายการที่สร้างประเด็นร้อนแรงและเป็นกระแสในทุกวันจันทร์-ศุกร์ สำหรับรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ภายใต้การนำทัพของหัวเรือใหญ่หญิงนักรบ “เมย์-ชนิตร์นันทน์ ปุณณะนิธิ” ผู้ที่ยึดมั่นในการตั้งคำถามเชิงลึก เที่ยงตรง และยุติธรรมต่อแขกรับเชิญ พร้อมทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงถามแทนใจคนดูในทุกมิติ ทั้งทางหน้าจอและช่องทางออนไลน์

ล่าสุดในบรรยากาศวันเกิดสุดอบอุ่น เมย์ได้รับเซอร์ไพรส์ด้วยเค้กก้อนโตและช่อดอกไม้ท่ามกลางเหล่าคนดังที่ร่วมแสดงความยินดีอย่างล้นหลาม งานนี้เจ้าตัวถือโอกาสประกาศกลยุทธ์ใหม่ของรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ที่จะยกระดับความ “เร็ว แรง และเจาะลึก” มากยิ่งขึ้น เพื่อต้อนรับปีม้าไฟ พร้อมการันตีความสนุกและการนำเสนอที่ครอบคลุม เปิดพื้นที่ให้แขกรับเชิญได้เปิดใจอย่างกว้างขวางเพื่อความกระจ่างของประชาชน โดย เมย์ ชนิตร์นันทน์ เปิดใจว่า “เมย์ขอขอบคุณผู้ใหญ่ ขอบคุณแขกรับเชิญทุกท่าน รวมถึงทีมงาน และแฟนรายการทางบ้านที่ส่งข้อความอวยพรมาให้เมย์นะคะ ปีนี้เป็นปีที่มีความสุขและเซอร์ไพรส์มาก ไม่คิดว่าทุกคนจะรักและเอ็นดูเมย์ขนาดนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณ ปีนี้เมย์และทีมงานตั้งใจจะมอบของขวัญให้แฟนๆ ด้วยคอนเทนต์ที่เน้นความเร็ว ความแรง และเจาะลึกยิ่งขึ้น ทั้งทางหน้าจอช่อง 8 และช่องทางออนไลน์ค่ะ

หลายคนบอกว่าปีม้าไฟเป็นปีแรง รายการคนดังนั่งเคลียร์ของเราก็จะเพิ่มความร้อนแรงให้มากยิ่งขึ้น แต่เราจะยืนอยู่บนพื้นฐานของความจริง ไม่สร้างกระแส และให้เกียรติการเปิดใจของแขกรับเชิญทุกท่าน เพราะบนที่นั่งคนดังนั่งเคลียร์ เราเปิดกว้างให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นในมุมของตนเองอย่างเต็มที่ โดยเมย์จะทำหน้าที่เจาะลึกประเด็นที่ประชาชนอยากรู้เพื่อหาความกระจ่าง และเปิดโอกาสให้แฟนรายการมีส่วนร่วมในทุกการซักถามผ่านช่องทางออนไลน์ให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นค่ะ”

โดยแขกคนดังที่ร่วมอวยพรวันเกิด รวมถึงพูดถึงการมาร่วมรายการ อาทิเช่น  ผู้การแต้ม หรือ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ “ในโอกาสวันเกิดนี้ขอให้เป็นปีที่ดี สมปรารถนา ขอให้อาชีพการงานรุ่งโรจน์ และขอให้รายการคนดังนั่งเคลียร์ มีกระแสพูดถึงยิ่งขึ้นตลอดไป เพราะเมย์เป็นคนเก่งและตั้งใจทำงาน รวมถึงการบ้านในการถามแขก และเข้าถึงคำถามของประชาชนมากที่สุด”

คุณเทพไท เสนพงศ์ “คุณเมย์ตั้งคำถาม เหมือนเป็นการพูดคุยกัน ทำให้แขกมีความรู้สึกว่า เป็นคำถามที่ทำให้ตอบไม่ยากสำหรับคำตอบ อาจเป็นเพราะบุคลิกที่เรียบง่าย ใกล้ชิดแบบเพื่อน โดยเฉพาะการจี้ประเด็นและตั้งคำถามแบบต่อเนื่อง ไม่ให้ออกนอกประเด็น ถามแทนใจผู้ชม และให้เกียรติแขกผู้มาในรายการ ถือว่าเป็นตัวแม่รายการฮาร์ดทอล์คเบอร์ต้นของรายการเลยครับ”

อ.ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา “พี่เมย์เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ทำการบ้านมาหนักมาก การพูดคุยไม่ตึงเกินไป ไม่เครียดเกินไป และที่ชื่นชมที่สุดคือ พอมีแขกหลายคน และหลายอาชีพต่างกันมาร่วมในรายการ พี่เมย์สามารถทำให้ทุกคนมาอยู่ในจุดตรงกลางในการตอบคำถามได้เก่งมากครับ และยิ่งมีเวลาของรายการจำกัด ก็สามารถทำออกมาได้ตามเวลา นี่คือการเป็นมืออาชีพมากๆ ที่ผมประทับใจมาก เลยทำให้ผมรู้สึกว่า ด้วยความที่พี่เมย์เป็นผู้ประกาศข่าว นักข่าว และพอมาทำรายการฮาร์ดทอล์คด้วย ทำให้ความเข้มข้นยิ่งขึ้นถือเป็นตัวแม่ของวงการฮาร์ดทอล์คมากครับ ขอให้มีความสุขวันเกิดในปีนี้ครับ”

อ.โอเล่ ญาณสัมผัส “ผมชื่นชมคุณเมย์ และรายการคนดังนั่งเคลียร์มากๆครับ เป็นอีกรายการที่กล้าออกมาพูดเป็นกระบอกเสียงถามแทนผู้ชมได้อย่างกระจ่างชัด คุณเมย์เป็นคนตั้งคำถามเหมือนแขกนั่งพูดคุยกันอยู่ที่บ้าน รวมถึงผู้ชมที่สามารถมาร่วมพูดคุยกับแต่ละเรื่องได้อย่างลงตัว”

แฟนๆ สามารถติดตามรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14.05 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27  พร้อมรับชมย้อนหลังได้ทางยูทูบช่อง 8 และติดตามทุกกระแสข่าวดัง พร้อมเคลียร์ด่วน เคลียร์แรง ก่อนใคร บนเฟซบุ๊ก “คนดังนั่งเคลียร์” เท่านั้น

แฟนคลับแห่เป็นห่วง กานต์ วิภากร โพสต์ภาพแผลพุพองที่แขน เสก โลโซ

แฟนคลับแห่เป็นห่วง กานต์ วิภากร โพสต์ภาพแผลพุพองที่แขน เสก โลโซ

แฟนคลับแห่เป็นห่วง กานต์ วิภากร โพสต์ภาพแผลพุพองที่แขน เสก โลโซ

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.59 น.

ทำเอาแฟนคลับพากันแสดงความห่วงใยอย่างล้นหลาม เมื่อ กานต์-วิภากร ศุขพิมาย ภรรยาของร็อกเกอร์ชื่อดัง เสก โลโซ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเผยภาพบาดแผลบริเวณแขนของสามี ซึ่งมีลักษณะเป็นผื่นแดงร่วมกับกลุ่มตุ่มน้ำใสขนาดเล็กเรียงตัวกันเป็นกลุ่มอย่างเห็นได้ชัด พร้อมระบุข้อความเพื่อขอคำแนะนำจากผู้รู้

โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “เพื่อนๆ ตอบหน่อยนะคะ เมื่อวานเป็นผื่นไม่มีตุ่มใส วันนี้มีตุ่มใสขึ้น อยากทราบว่าเป็นอะไรคะ แล้วอันตรายหรือเปล่า ใช่ งูสวัด หรือเปล่า หรือ เริม วานผู้รู้ช่วยบอกที ขอบคุณค่ะ”

นอกจากนี้ กานต์ วิภากร ยังได้เขียนข้อความเพิ่มเติมถึงความกังวลใจในครั้งนี้ เนื่องจากทั้งคู่ไม่เคยเจออาการลักษณะนี้มาก่อน อีกทั้งตัวของ เสก โลโซ เองค่อนข้างเป็นคนดื้อและละเลยเรื่องการดูแลสุขภาพ

“แขนของพี่เสกโลโซ เราและพี่เสกไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ก็เลยค่อนข้างกังวลมาก แกเป็นเมื่อวานนี้แล้ววันนี้วันที่ 2 ก็ให้คนไปซื้อยากิน ยาทา แล้วก็น้ำเกลือ ล้างทำความสะอาด และทำแผลให้เค้า แต่ทางเรือนจำก็มาดูแล เอายามาให้เหมือนกัน พี่เสกยิ่งเป็นคนดื้อ ไม่ค่อยดูแลสุขภาพเท่าไหร่ เมื่อวานเรายังต้องดุ บังคับเกี่ยวกับสุขภาพ ไม่รู้จะทำไง”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีแฟนเพลงและชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แสดงความห่วงใยเป็นจำนวนมาก โดยหลายเสียงตั้งข้อสังเกตจากลักษณะของตุ่มน้ำใสว่า มีความคล้ายคลึงกับอาการของ โรคงูสวัด หรือ โรคเริม ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนน้อย หรือภูมิคุ้มกันตก

ทั้งนี้ ชาวเน็ตต่างพากันแนะนำให้กานต์พาสามีไปพบแพทย์ผิวหนังโดยเร็วที่สุด เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรับยาต้านไวรัสอย่างทันท่วงที เนื่องจากหากปล่อยไว้อาจเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนตามแนวประสาท หรือเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนจนแผลอักเสบลุกลามได้

ป๊อบ ปองกูล เดือด ฉะสื่อดังใช้ AI เขียนข่าวทำเสียหาย แถมปิดคอมเมนต์ ลบโพสต์หนี

ป๊อบ ปองกูล เดือด ฉะสื่อดังใช้ AI เขียนข่าวทำเสียหาย แถมปิดคอมเมนต์ ลบโพสต์หนี

ป๊อบ ปองกูล เดือด ฉะสื่อดังใช้ AI เขียนข่าวทำเสียหาย แถมปิดคอมเมนต์ ลบโพสต์หนี

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.37 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ทันที เมื่อนักร้องหนุ่มเสียงดี “ป๊อบ – ปองกูล สืบซึ้ง” ออกมาโพสต์ข้อความฟาดเดือดถึงสำนักข่าวชื่อดัง ผ่านบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังจากพบว่ามีการนำเสนอข่าวสารที่พาดพิงถึงตนเองในทางเสียหาย โดย ป๊อบ ปองกูล ได้แท็กไปยังเพจของสำนักข่าวดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า “คุณโพสต์ถึงผมในทางเสียหาย ใช้ AI เรียบเรียงมั่วไปหมด และในข่าวมีข้อความที่เป็นเท็จหลายอย่าง พอผมไปเห็น พี่ก็ปิดคอมเมนต์ และลบโพสต์ ปกติพี่ทำงานกันแบบนี้หรือครับ”

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้คอมเมนต์ใต้โพสต์ดังกล่าวด้วยการแนบภาพหน้าจอวิดีโอรายการ “BIG ISSUES” ของช่อง ซึ่งมีหัวข้อระบุเกี่ยวกับ “บันทึก 12 ปี วลีแห่งยุค” เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันถึงกรณีที่เกิดขึ้น

และล่าสุด ดราม่านี้ดูท่าจะไม่จบลงง่ายๆ เมื่อ ป๊อบ ปองกูล ได้ออกมาโพสต์ข้อความเพิ่มเติม เผยให้เห็นถึง “เบื้องหลัง” หลังจากได้มีการพูดคุยหรือรับทราบเหตุผลจากฝั่งคู่กรณี ซึ่งเจ้าตัวได้สรุปใจความสำคัญที่ทำให้ฟังแล้วยิ่งสะเทือนใจผ่านข้อความระบุว่า:

ใต้ความ “น้องคนตัดนั่งร้องไห้”

ใต้ความ “บก. เป็นคนสั่งและ approved “

ใต้ความ ”เพราะเราอยากได้เอนเกจ และไม่ได้ทำแค่เรื่องเดียว ยังมีของดาราอีกหลายคน เป็นซีรีส์“

“ทั้งหมดในความคิดเหล่านี้ คุณไม่รู้หรอกว่า มีใครที่บาดเจ็บจากเรื่องนี้บ้าง คุณไม่รู้หรอกว่ากว่าที่เราจะข้ามผ่านมันมาได้ยาวไกลขนาดนี้ มันต้องใช้ความพยายามอะไรบ้าง และการที่คุณเปิดเผยหน้าตาและข้อมูลหลายอย่างนั้น ผมไม่ใช่ผู้เสียหายคนเดียว ผมบอกไว้แค่นี้แหละ”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีแฟนคลับและชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของสำนักข่าวดังกล่าวอย่างดุเดือดการใช้ AI ในการเรียบเรียงข่าวสารกำลังเป็นที่จับตามองของสังคมในปัจจุบัน ซึ่งเคสนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเรื่องความถูกต้องแม่นยำที่ส่งผลกระทบต่อผู้ถูกพาดพิงโดยตรง งานนี้คงต้องรอติดตามกันต่อไปว่าทาง ช่องดังจะมีปฏิกิริยาหรือคำแถลงชี้แจงอย่างไรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

วิสัยทัศน์ปัง หลี่แช ดร.วิยดา ลั่น สื่อยุคใหม่ต้องมีครบทั้ง Impact และ Income LeeShare Studio

วิสัยทัศน์ปัง หลี่แช ดร.วิยดา ลั่น สื่อยุคใหม่ต้องมีครบทั้ง Impact และ Income LeeShare Studio

วิสัยทัศน์ปัง หลี่แช ดร.วิยดา ลั่น สื่อยุคใหม่ต้องมีครบทั้ง Impact และ Income LeeShare Studio

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.19 น.

ขยับตัวครั้งใหญ่ จนน่าจับตามองในแวดวงสื่อออนไลน์ เมื่อ “หลี่แช-ดร.วิยดา พีรรัฐกุล” ผู้ประกาศข่าวประจำสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 (รายการคุยข่าวเช้า) ผู้ก่อตั้ง “LeeShare Studio” ประกาศก้าวข้ามขีดจำกัดของการเป็นแค่ช่อง YouTube ทั่วไป มุ่งหน้าสู่การเป็น “Hybrid Content Provider” เต็มตัว

 หลี่แช เผยว่า “โลกยุคใหม่ คอนเทนต์ไม่ใช่แค่การทำคลิป เพื่อล่ายอดวิว แต่ต้องสร้าง ‘คุณค่า’ และผลเชิงบวกที่ต่อยอดในชีวิตจริงได้ โดยไม่แบ่งแยกว่า ใครเป็น “สื่อ” หรือ “โรงเรียน” หรือ “โปรดักชั่นเฮ้าส์” แต่ผู้ที่จะอยู่รอดได้ คือคนที่สามารถเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ผ่านพลังของ Storytelling และความเข้าใจมนุษย์อย่างลึกซึ้ง LeeShare Studio จึงไม่ได้อยากเป็นแค่ช่องที่คนดูเยอะ แต่อยากเป็นพื้นที่ ที่ทำให้คนดู ‘เติบโต’ ไปพร้อมกับเรา ในแง่ ‘ความคิด’ ‘ประสบการณ์’ และ ‘คุณค่าทางสังคม’ ความโดดเด่นของเรา คือการสร้างสรรค์สาระความบันเทิงรูปแบบใหม่ (Edutainment) ภายใต้นิยาม “Hybrid Content Provider ที่ใช้พลังของ Storytelling พัฒนาคนและสังคม” ซึ่งสอดคล้องกับโมเดล “Hybrid Content Creator” และ “Content Provider Platform” ที่บริษัทสื่อระดับโลกกำลังปรับตัว โดยผสมผสานองค์ความรู้ด้านการสื่อสาร จิตวิทยา และการเล่าเรื่อง ถ่ายทอดผ่านไลน์อัปรายการที่หลากหลาย อาทิ รายการดวง “ธรรมนายทายทัก คนละศาสตร์”, รายการสุขภาพ “หมอชาวช่อง”, รายการการเงินการลงทุน “สติสตางค์”, รายการเด็ก “แชร์กัน” รวมถึงคอนเทนต์พัฒนาบุคลิกภาพ โดยผู้ร่วมรายการทั้งหมด เป็น Experience Partner ที่ให้เราผลิตคลิปต่อเนื่องเป็นองค์ความรู้ เพื่อสร้างภาพลักษณ์และแบ่งปันความรู้ เป้าหมายสูงสุดของเรา คือการปั้น “Creator Ecosystem” ระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เปลี่ยนคลิป เป็นคลาสเรียน ดันเด็กสู่ Kid Influencer สร้างอาชีพ และต่อยอดสู่ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) พิสูจน์ว่าสื่อยุคใหม่ สามารถสร้างประโยชน์ต่อสังคม (Impact) ควบคู่กับรายได้ (Income) อย่างยั่งยืนค่ะ”

ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line ID : @lscacademy หรือ 092-2849538 และ LeeShare Studio บนทุกแพลตฟอร์ม

ว่าที่คุณแม่ยังแซ่บ! เมย์ พิชญ์นาฏ อุ้มท้องเสิร์ฟลุคฮอตฉลองวันเกิด 45 ปี

ว่าที่คุณแม่ยังแซ่บ! เมย์ พิชญ์นาฏ อุ้มท้องเสิร์ฟลุคฮอตฉลองวันเกิด 45 ปี

ว่าที่คุณแม่ยังแซ่บ! เมย์ พิชญ์นาฏ อุ้มท้องเสิร์ฟลุคฮอตฉลองวันเกิด 45 ปี

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.26 น.

22 พฤษภาคม 2569 สวยสะพรั่งในบทบาทว่าที่คุณแม่ สำหรับ “เมย์ พิชญ์นาฏ สาขากร” ที่ล่าสุดออกมาเผยภาพแฟชั่นเซ็ตสุดแซ่บฉลองวันเกิดอายุครบ 45 ปี ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ทำเอาแฟนๆ แห่เข้ามากดไลก์และคอมเมนต์อวยพรกันอย่างล้นหลาม

       โดยในภาพดังกล่าว เมย์มาในลุคซีทรูสีฟ้าสดใส เผยให้เห็นบิกินี่ตัวจิ๋วด้านในแบบเบาๆ พร้อมอวดท้องโต แต่ยังคงความเซ็กซี่และหุ่นเป๊ะตามสไตล์ เรียกได้ว่าแม้กำลังตั้งครรภ์ก็ยังสวยออร่าเปล่งประกายสะดุดตาไม่เปลี่ยน

       พร้อมเขียนแคปชั่นสุดอบอุ่นว่า “birthday candles for two this year #HBDtoME”

ขอบคุณภาพจาก : @maypitchy

สถาบันพระปกเกล้า น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7

สถาบันพระปกเกล้า น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7

สถาบันพระปกเกล้า น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.25 น.

22 พฤษภาคม 2569 สถาบันพระปกเกล้า โดย รองศาสตราจารย์ ดร. อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า พร้อมด้วย นางสาวสุพรรณี งามวุฒิกุล ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า คณะผู้บริหาร และบุคลากรสถาบันฯ เข้าร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร เนื่องในโอกาสสำคัญแห่งการประกาศยกย่องพระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจในวาระครบ 100 ปี โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจอันทรงคุณูปการด้านการศึกษา การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน และความเสมอภาคทางเพศ ซึ่งได้รับการประกาศยกย่องในระดับนานาชาติ จากองค์การยูเนสโก

สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ทรงเป็นพระราชินีผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกร และทรงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการศึกษา การพัฒนาคุณภาพชีวิต และงานสาธารณประโยชน์หลากหลายด้าน อันเป็นคุณูปการที่ยังคงคุณค่าและสร้างแรงบันดาลใจแก่สังคมไทยมาจนถึงปัจจุบัน

ภายในพิธีมีการสวดพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล และพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 100 รูป โดยมีรองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

มช. ตอกย้ำพลัง Startup คนรุ่นใหม่ ผ่าน 3 ธุรกิจนักศึกษาที่ต่อยอดสู่ตลาดจริง

มช. ตอกย้ำพลัง Startup คนรุ่นใหม่ ผ่าน 3 ธุรกิจนักศึกษาที่ต่อยอดสู่ตลาดจริง

มช. ตอกย้ำพลัง Startup คนรุ่นใหม่ ผ่าน 3 ธุรกิจนักศึกษาที่ต่อยอดสู่ตลาดจริง

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.39 น.

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้าสร้างระบบนิเวศผู้ประกอบการรุ่นใหม่ผ่าน “builds CMU Startup & Entrepreneurial Program” โปรแกรมสนับสนุนการสร้าง Startup และพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการสำหรับนักศึกษา มช. ที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เปลี่ยนไอเดีย ความสนใจ หรือองค์ความรู้จากห้องเรียน สู่การลงมือทำธุรกิจจริง

ปัจจุบัน builds CMU ได้กลายเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่เริ่มต้นธุรกิจได้ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ โดยมีตัวอย่างธุรกิจนักศึกษาที่น่าสนใจและสามารถต่อยอดสู่ตลาดจริงได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ธุรกิจอาหาร เทคโนโลยี AI ไปจนถึงระบบ IoT และ Robotics สำหรับภาคธุรกิจ

เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของแนวคิดธุรกิจและศักยภาพของนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ builds CMU จึงหยิบยก 3 ตัวอย่างธุรกิจที่มีจุดเริ่มต้นแตกต่างกัน ทั้งธุรกิจที่ต่อยอดจากสิ่งใกล้ตัว ธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และธุรกิจด้านนวัตกรรมเชิงลึกสำหรับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งล้วนแสดงให้เห็นว่า “ไอเดียของนักศึกษา” สามารถพัฒนาไปสู่ธุรกิจจริงได้เมื่อได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม

เริ่มจาก “MunMae (มันแม่)” แบรนด์ของกินเล่น “มันกัลยาแผ่นบางกรอบ” ที่ต่อยอดจากธุรกิจครอบครัว ด้วยการหยิบจุดเด่นเรื่อง “ความบางกรอบ” มาพัฒนาเป็นเอกลักษณ์ของสินค้า พร้อมรสชาติหลากหลาย เช่น Original, Spicy และ Nori Seaweed จนกลายเป็นสินค้าที่เข้าถึงกลุ่มนักศึกษา นักท่องเที่ยว และผู้บริโภคทั่วไปได้ง่าย สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจสามารถเริ่มต้นจากสิ่งใกล้ตัวและเติบโตได้ผ่านการสร้างแบรนด์และทดลองตลาดจริง

จากธุรกิจอาหารที่เริ่มต้นจากวัตถุดิบและเรื่องราวใกล้ตัว builds CMU ยังสะท้อนอีกมุมของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ผ่านธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและความเข้าใจผู้บริโภคอย่าง “SkinNavi” แพลตฟอร์มสาย BeautyTech และ HealthTech ที่ใช้ AI วิเคราะห์สภาพผิวจากภาพถ่าย พร้อมแนะนำแนวทางดูแลผิวและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผู้ใช้งาน โดยเกิดจากการมองเห็นปัญหาที่ผู้บริโภคจำนวนมากเลือกสกินแคร์จากรีวิวหรือกระแส โดยไม่เข้าใจสภาพผิวของตนเอง จึงพัฒนาแพลตฟอร์มที่ช่วยให้การตัดสินใจดูแลผิวมีข้อมูลรองรับมากยิ่งขึ้น

ขณะที่อีกหนึ่งธุรกิจสะท้อนศักยภาพด้าน Deep Tech และการต่อยอดองค์ความรู้เชิงวิศวกรรมสู่ภาคอุตสาหกรรม คือ “MechCode Robotech” ธุรกิจด้าน Software, AI, IoT และ Robotics Solution ที่พัฒนาโซลูชันสำหรับภาคธุรกิจจริง ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบระบบหุ่นยนต์ การพัฒนา IoT การเขียนโปรแกรมควบคุม การออกแบบวงจร PCB ไปจนถึงการพัฒนาแอปพลิเคชัน ถือเป็นตัวอย่างของการนำทักษะเชิงลึกในมหาวิทยาลัยไปสร้างนวัตกรรมและโอกาสทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้ง 3 ธุรกิจสะท้อนภาพของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ไม่ได้รอให้เรียนจบก่อนค่อยเริ่มต้น แต่เลือกทดลอง ลงมือทำ และพัฒนาธุรกิจจริงตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย โดยมี builds CMU เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของนักศึกษาในเส้นทางผู้ประกอบการ

สำหรับ “builds CMU Startup & Entrepreneurial Program” คือโปรแกรมสร้าง Startup และผู้ประกอบการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนนักศึกษาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การสร้างแรงบันดาลใจ การต่อยอดงานวิจัยเชิงพาณิชย์ การพัฒนาไอเดียสู่ต้นแบบธุรกิจ การสร้างทีม การทดลองตลาดจริง ตลอดจนการให้คำปรึกษาจาก Mentor และผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา

นอกจากนี้ builds CMU ยังเชื่อมโยงนักศึกษาเข้ากับเครือข่ายธุรกิจ นักลงทุน และแหล่งทุนสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อผลักดันให้ไอเดียและผลงานของนักศึกษาไม่หยุดอยู่เพียงในห้องเรียนหรือห้องแล็บ แต่สามารถเติบโตสู่ Startup ที่ยั่งยืน และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตได้จริง