ปกรณ์ ยิ้มอารมณ์ดี ก่อนทำท่ารูดซิปปาก หลังถูกถามจะมีการยกเลิก MOU 44 หรือไม่?

ปกรณ์ ยิ้มอารมณ์ดี ก่อนทำท่ารูดซิปปาก หลังถูกถามจะมีการยกเลิก MOU 44 หรือไม่?

ปกรณ์ ยิ้มอารมณ์ดี ก่อนทำท่ารูดซิปปาก หลังถูกถามจะมีการยกเลิก MOU 44 หรือไม่?

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.27 น.

“ปกรณ์” ทำท่ารูดซิปปาก หลังถูกถามจะมีการยกเลิก MOU 44 หรือไม่

วันที่ 23 เมษายน 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุม สมช.วันนี้ โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ที่ประชุม สมช. จะมีการยกเลิก MOU 44 หรือไม่ 

นายปกรณ์ ยิ้มอย่างอารมณ์ดีให้สื่อฯ โบกมือ พร้อมทำท่ารูดซิปปาก 2 ครั้ง ก่อนจะเดินขึ้นประชุมทันที 

จับตา! วงประชุม สมช. จ่อยกเลิก MOU44 ใช้กลไก UNCLOS แทน

จับตา! วงประชุม สมช. จ่อยกเลิก MOU44 ใช้กลไก UNCLOS แทน

จับตา! วงประชุม สมช. จ่อยกเลิก MOU44 ใช้กลไก UNCLOS แทน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.22 น.

สมช.จ่อยกเลิกเอ็มโอยู 44 วันนี้ ใช้กลไก UNCLOS แทน

วันที่ 23 เมษายน 2569 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ในวันนี้ (23 เม.ย.) มีวาระสำคัญที่น่าจับตาคือ การพิจารณายกเลิกเอ็มโอยู 2544 ที่คาดว่า ที่ประชุม สมช.วันนี้จะมีมติให้ยกเลิก และไปใช้กลไกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) ซึ่งเป็นกรอบกฎหมายระหว่างประเทศที่ครอบคลุมการใช้ทะเลและทรัพยากรทางทะเลทั้งหมดแทน และกัมพูชาเป็นสมาชิกด้วย

นายกฯ ถก ก.น.บ.นัดแรก ขอเร่งปรับตัวรับมือ ชี้บริหารงบเน้นความจำเป็น กำชับจังหวัดเลี่ยงโครงการซ้ำซ้อน 

นายกฯ ถก ก.น.บ.นัดแรก ขอเร่งปรับตัวรับมือ ชี้บริหารงบเน้นความจำเป็น กำชับจังหวัดเลี่ยงโครงการซ้ำซ้อน 

นายกฯ ถก ก.น.บ.นัดแรก ขอเร่งปรับตัวรับมือ ชี้บริหารงบเน้นความจำเป็น กำชับจังหวัดเลี่ยงโครงการซ้ำซ้อน 

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.57 น.

นายกฯถกก.น.บ.นัดแรก ชี้ สถานการณ์ตะวันออกกลางส่งผลกระทบพลังงาน-โครงสร้างศก. ขอเร่งปรับตัวรับมือ ชี้ บริหารงบ เน้นความจำเป็น กำชับงบจว.เลี่ยงโครงการซ้ำซ้อน พร้อมมุ่งแก้ปัญหาสังคม-พัฒนาเชิงพื้นที่รองรับ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์

วันที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ (ก.น.บ.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว. อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม  นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นางศุภมาส อิศรภักดี นายนภินทร ศรีสรรพางค์  นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทย และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ  (สมช.) ทั้งนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์  วิดีโอคอนเฟอเรนซ์เข้ามาร่วมประชุมด้วย

โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้เรามาประชุมเป็นครั้งแรกของรัฐบาลชุดนี้ โดยการประชุมมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการพัฒนาเชิงพื้นที่ในช่วงเวลาที่มีสถานการณ์เช่นนี้ ซึ่งสถานการณ์ต่างๆในประเทศของเราได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางโดยเฉพาะด้านพลังงานซึ่งต้องถือว่าเราได้รับผลกระทบในโครงสร้างของเศรษฐกิจของประเทศด้วย  เราจึงจะต้องมีการปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการบริหารงบประมาณที่ต้องมุ่งเน้นความจำเป็น ลดความซ้ำซ้อน และใช้ทรัพยากรทุกอย่างให้คุ้มค่ามากที่สุด ในส่วนของงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด  ตนได้ขอให้มีการพิจารณาปรับบทบาทการการใช้จ่ายให้สอดคล้องกับสถานการณ์โดยหลีกเลี่ยงโครงการที่มีลักษณะซ้ำซ้อน ขณะเดียวกันจังหวัดและกลุ่มจังหวัดสามารถชี้เป้าโครงการที่มีความจำเป็นในพื้นที่ เพื่อขอรับการสนับสนุนจากกระทรวงและกรมต่างๆผ่านแผนงานโครงการที่เกี่ยวข้องได้ โดยขอให้คำนึงถึงความเหมาะสม ความสอดคล้องกับสถานการณ์เป็นสำคัญ 

นายกฯ กล่าวว่า สำหรับการจัดทำงบประมาณซึ่งเราจะพิจารณาหลักเกณฑ์และการดำเนินงานโดยขอเน้นย้ำว่าเราต้องยึดหลักการลดความซ้ำซ้อน ควบคู่ไปกับการมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การสร้างงาน สร้างอาชีพ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก

อะไรที่จำเป็นพื้นฐานในการเสริมสร้างรายได้เราต้องทำให้กับพี่น้องประชาชน และประเทศอะไรที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ขอให้ทบทวนด้วยความรอบคอบรวมทั้งการให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาทางสังคม เพื่อให้การพัฒนาเชิงพื้นที่ให้มีความเข้มแข็งสามารถรองรับความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอให้คณะกรรมการทุกท่านร่วมมือกันขับเคลื่อนกับหัวหน้าเชิงพื้นที่แบบบูรณาการหรือร่วมกันวางแผนงานการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างสูงสุด

ภราดร แย้มเงื่อนไข ไทยช่วยไทยพลัส รัฐจ่าย 60 ประชาชนจ่าย 40 ย้ำรัฐบาลไม่ถังแตก

ภราดร แย้มเงื่อนไข ไทยช่วยไทยพลัส รัฐจ่าย 60 ประชาชนจ่าย 40 ย้ำรัฐบาลไม่ถังแตก

ภราดร แย้มเงื่อนไข ไทยช่วยไทยพลัส รัฐจ่าย 60 ประชาชนจ่าย 40 ย้ำรัฐบาลไม่ถังแตก

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.43 น.

“ภราดร” แย้ม “ไทยช่วยไทยพลัส ” รัฐจ่าย 60 ปชช.จ่าย 40 ขอรอ “เอกนิติ” แจงออก พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านเข้า ครม.วันไหน  ย้ำ รัฐไม่ถังแตก มีงบกลาง-พ.ร.บ. โอนงบฯ

วันที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 08.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้านโยบายไทยช่วยไทย พลัส หรือนโยบายคนละครึ่ง พลัส ที่จะมีการจ่ายให้ประชาชนในอัตรา 60:40 (รัฐบาลจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40%) ซึ่งรัฐจะจ่ายเงินให้ประชาชนก้อนเดียว หรือทยอยจ่าย 4 เดือน นายภราดร กล่าวว่า ยังอยู่ในขั้นตอน สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการนั้น อยู่ในเกณฑ์เดิมคือต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ส่วนจำนวนผู้ที่จะได้รับสิทธิต้องดูว่ารัฐบาลมีงบประมาณจ่ายเท่าใด หากจ่าย 20-30 ล้านคนต้องมีเงินเท่าใด ซึ่งต้องพิจารณาร่วมกับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ที่มีจำนวน 13.4 ล้านคน ว่ามีเงินเหลือเท่าไหร่ที่จะมาทำนโยบายไทยช่วยไทย พลัส 

เมื่อถามว่า จะนำเงินส่วนใดมาบริหารจัดการโครงการดังกล่าว นายภราดร ระบุว่า เป็นไปได้ทั้งหมด โดยแหล่งเงินที่ใช้ได้คือ งบกลาง ปี 2569 และพ.ร.บ.โอนงบประมาณราบจ่ายประจำปี 2569 ที่จะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน โดยมีจำนวนเงินมากอยู่พอสมควร

เมื่อถามว่าการประชุมพิจารณากรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ระหว่าง 4 หน่วยงาน (สงป. กค. สศช. ธปท.) วานนี้ ได้พูดคุยถึง พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาทหรือไม่ นายภราดร ระบุว่า ไม่ได้มีการพูดคุย แต่เป็นแผนการทำงานระยะกลางที่นำเสนอภาพรวมทางเศรษฐกิจ 

ส่วนที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยอมรับว่า จะมีการออก พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท แล้วจะเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เมื่อไหร่นั้น นายภราดร ขอให้ไปถามนายเอกนิติ เนื่องจากไม่มีรายละเอียดเรื่องดังกล่าว

ส่วนที่จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในวันจันทร์ที่ 27 เมษายนนี้ จะมีวาระอะไรนั้น นายภราดร กล่าวว่า ยังไม่เห็นวาระการประชุม ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการนัดหมายประชุมอย่างเป็นทางการ

เมื่อถามย้ำว่ารัฐบาลยังอยู่ในสภาวะใช้จ่ายได้ปกติ ไม่ถังแตกใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ยังมีอยู่ เช่น งบกลาง 20,000 ล้านบาท รวมถึง กำลังจะออก พ.ร.บ. โอนงบฯ

ยศชนัน ประชุม ศุภจี บ่ายนี้ ปมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้ประชุมเพื่อไทย จ่อปรับคนเหมาะกับงาน

ยศชนัน ประชุม ศุภจี บ่ายนี้ ปมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้ประชุมเพื่อไทย จ่อปรับคนเหมาะกับงาน

ยศชนัน ประชุม ศุภจี บ่ายนี้ ปมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้ประชุมเพื่อไทย จ่อปรับคนเหมาะกับงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.30 น.

“ยศชนัน” เผย บ่ายนี้ประชุมร่วม “ศุภจี” ถกประเด็นทรัพย์สินทางปัญญา หวังขับเคลื่อนสินค้ามูลค่าสูง ระบุ ประชุมพรรค พท.พรุ่งนี้ ปรับคนให้เหมาะสมกับงาน

วันที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 07.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมพรรคเพื่อไทยในวันที่ 24 เม.ย. ว่า เป็นการอัพเดตและรายงานถึงการลงพื้นที่ของแต่ละคน ทั้งแผนระยะยาวและระยะสั้นที่ต้องช่วยในแต่ละเรื่อง รวมถึงการบูรณาการ โดยในช่วงบ่ายวันนี้ (23 เม.ย.) ตนจะไปกระทรวงพาณิชย์เพื่อประชุมหารือกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นการหารือเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่เราจะสามารถขับเคลื่อนสินค้ามูลค่าสูง โดยอาจจะมีการแถลง

เมื่อถามย้ำว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยในวันที่ 24 เม.ย. จะเห็นอะไรต่างไปจากเดิมหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เป็นการปรับคนให้เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ เพราะหลายคนมีบางบทบาทเพื่อที่จะให้เหมาะสมและทำงานได้สะดวกที่สุด ในหลักการคงไม่ได้เปลี่ยนในลักษณะที่ใหญ่ขนาดนั้น แต่เพื่อความคล่องตัว เพราะมีบางคนที่ร่วมรัฐบาล และมีบางคนที่เหมาะสมกับการทำงานในสถานการณ์เร่งด่วนปัจจุบัน ถือเป็นธรรมดาของพรรคการเมือง ไม่ได้มีอะไรพิเศษ

ยศชนัน เผย เตรียมแนวทางคุย รร.ปอเนาะ-ตาดีกาแล้ว แต่ขออุบรายละเอียด

ยศชนัน เผย เตรียมแนวทางคุย รร.ปอเนาะ-ตาดีกาแล้ว แต่ขออุบรายละเอียด

ยศชนัน เผย เตรียมแนวทางคุย รร.ปอเนาะ-ตาดีกาแล้ว แต่ขออุบรายละเอียด

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.25 น.

“ยศชนัน” เผย เตรียมแนวทางการพูดคุย รร.ปอเนาะ-ตาดีกา เรียบร้อยแล้ว แต่ขออุบรายละเอียด

วันที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 07.50 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า กระทรวงศึกษาธิการได้มีการเตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้ว โดยยอมรับว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประเด็นอยู่ 2-3 ประเด็น เรื่องการศึกษา เรื่องความปลอดภัย และเรื่องความมั่นคงเป็นเรื่องสำคัญ เราพยายามส่งเสริมเรื่องความเท่าเทียมในทุกมิติ รวมถึงความรุนแรง ความเดือดร้อน และเรื่องรายได้ที่เป็นเรื่องที่สำคัญ หากมองเป็นเรื่องความมั่นคงอย่างเดียว เศรษฐกิจปากท้องก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ในฐานะบทบาทที่กำกับดูแลอยู่ และรวมอยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็จะสะท้อนปัญหาตรงนี้และแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด

เมื่อถามถึงแนวทางการพูดคุยกับโรงเรียนปอเนาะและตาดีกา  ได้มีการพูดคุยกับนายประเสริฐ  จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในเบื้องต้นแล้วหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า มีการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว ซึ่งตนไม่ขอพูดในรายละเอียด

แม่ทัพภาค 4 เข้าพบ อนุทิน คาดรายงานจับมือยิง สส.กมลศักดิ์ ยกนิ้วโป้ง กำลังใจดี

แม่ทัพภาค 4 เข้าพบ อนุทิน คาดรายงานจับมือยิง สส.กมลศักดิ์ ยกนิ้วโป้ง กำลังใจดี

แม่ทัพภาค 4 เข้าพบ อนุทิน คาดรายงานจับมือยิง สส.กมลศักดิ์ ยกนิ้วโป้ง กำลังใจดี

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.14 น.

“แม่ทัพภาค 4” เข้าพบ “อนุทิน” คาดรายงานสถานการณ์ชายแดนใต้ ยกนิ้วโป้ง หลังถูกถามกำลังใจดีหรือไม่ 

เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 23 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวภายหลังเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนที่จะมีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อรายงานสถานการณ์ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีการก่อเหตุหลายครั้ง ว่า ไม่มีอะไร ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงความคืบหน้าคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ หลังจากมีการจับกุมผู้ก่อเหตุได้เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีอย่างไรบ้าง พล.ท.นรธิป ยกมือขึ้นปฏิเสธตอบคำถาม 

เมื่อถามว่า จะสามารถลดแรงกดดันจากมวลชนในพื้นที่ได้หรือไม่ พล.ท.นรธิป ยกมือ ปฏิเสธตอบคำถามอีกครั้ง ก่อนที่จะหยุดเดิน และมองหารถเพื่อเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล

เมื่อถามอีกว่า รู้สึกโล่งอกหรือไม่ ที่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ พล.ท.นรธิป พยักหน้ารับ ก่อนจะกล่าวตัดบทว่า “โอเค ขอบคุณมาก” 

เมื่อถามย้ำว่า กำลังใจดีขึ้นหรือไม่ พล.ท.นรธิป หันหน้ามาหาสื่อมวลชน พร้อมยกนิ้วโป้ง ก่อนขึ้นรถออกจากทำเนียบรัฐบาล

อนุทิน เรียก สีหศักดิ์-เลขา สมช. หารือ จับตาตั้งคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ 

อนุทิน เรียก สีหศักดิ์-เลขา สมช. หารือ จับตาตั้งคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ 

อนุทิน เรียก สีหศักดิ์-เลขา สมช. หารือ จับตาตั้งคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ 

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.03 น.

นายกฯ เรียก‘สีหศักดิ์ – เลขา สมช.’หารือก่อนประชุมสมช.วันนี้ จับตา ตั้งคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ 

วันที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 08.05 น.  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เข้าพบ

โดยคาดว่านายสีหศักดิ์ เข้ามารายงานผลการเดินทางเยือนประเทศเมียนมา รวมถึงจะมีการพูดคุยถึงประเด็นด้านความมั่นคงต่างๆ ก่อนที่จะมีการประชุม สมช.ในเวลา 10.00 น.ในวันเดียวกันนี้ ทั้งประเด็นการยกเลิก MOU 44 และการทบทวน MOU 43 ขณะที่ นายฉัตรชัย คาดว่าจะสรุปแนวทางก่อนการประชุม สมช.ทั้งการตั้งคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ โดยจะมีการประชุมและแต่งตั้งในวันนี้ด้วย

หยุดบิดเบือน! ไทยโต้แถลงการณ์กัมพูชา ย้ำยึด GBC-กม.ระหว่างประเทศ ปัดรุกล้ำพื้นที่

หยุดบิดเบือน! ไทยโต้แถลงการณ์กัมพูชา  ย้ำยึด GBC-กม.ระหว่างประเทศ ปัดรุกล้ำพื้นที่

หยุดบิดเบือน! ไทยโต้แถลงการณ์กัมพูชา ย้ำยึด GBC-กม.ระหว่างประเทศ ปัดรุกล้ำพื้นที่

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.17 น.

ไทยโต้แถลงการณ์กัมพูชา ย้ำยึด GBC-กม.ระหว่างประเทศ ปัดรุกล้ำพื้นที่ ชี้ใช้ JBC ผ่าน RBC เลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพื่อสันติภาพชายแดน

วันที่ 23 เมษายน 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย–กัมพูชา กล่าวถึงกรณีแถลงการณ์ของกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ลงวันที่ 22 เม.ย. ว่า ไทยขอยืนยันข้อเท็จจริงและจุดยืนของประเทศไทย โดยย้ำว่าไทยยึดมั่นถ้อยแถลงร่วมและกฎหมายระหว่างประเทศ

ประเทศไทยยึดมั่นอย่างเคร่งครัดต่อถ้อยแถลงร่วมจากการประชุม GBC โดยเฉพาะข้อ 2 (Troop Deployment Line) ซึ่งกำหนดให้กำลังพลของทั้งสองฝ่ายคงอยู่ในที่ตั้งเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะ ข้อ 6 งดเว้นการกระทำที่ยั่วยุหรือเพิ่มความตึงเครียด และข้อ 8 งดเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือน โดยการปฏิบัติของฝ่ายไทยเป็นไปตามหลักดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและชัดเจน

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวต่อว่า ในส่วนของสถานะพื้นที่และการปฏิบัติของฝ่ายไทย กิจกรรมของหน่วยงานไทยในพื้นที่ที่กล่าวถึง เป็นการดำเนินการภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย และอยู่ในกรอบการบริหารจัดการตามปกติ มิได้มีการรุกล้ำหรือเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงในพื้นที่แต่อย่างใด

ส่วนการตีความที่แตกต่างควรแก้ไขผ่านกลไกที่ตกลงร่วมกัน โดยประเทศไทยเห็นว่าประเด็นที่มีความเห็นต่างควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้านผ่านช่องทางทวิภาคีที่มีอยู่ เช่น คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) รวมถึงการประสานงานระดับพื้นที่ผ่าน RBC เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อน

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวอีกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างบรรยากาศเผชิญหน้า ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการนำเสนอข้อมูลฝ่ายเดียว ที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาธารณชน และส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายพยายามรักษา

นอกจากนี้ ไทยมีความมุ่งมั่นสู่สันติภาพและเสถียรภาพชายแดน โดยยังคงยึดมั่นแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ความเคารพซึ่งกันและกัน และกลไกทวิภาคีที่ตกลงร่วมกัน

ผอ.ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย–กัมพูชา ย้ำว่า การรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน ต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ความโปร่งใส และความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย พร้อมระบุว่า “ความจริง ความโปร่งใส และความร่วมมือ คือรากฐานของสันติภาพที่ยั่งยืน”

ดีก็ชม ผิดก็ด่า! อัษฎางค์ เตือน ด้อมทุกค่าย อย่ารักนักการเมืองจนตาบอด ยกบทเรียน ไทยรักไทย เตือนสติ

ดีก็ชม ผิดก็ด่า! อัษฎางค์ เตือน ด้อมทุกค่าย อย่ารักนักการเมืองจนตาบอด ยกบทเรียน ไทยรักไทย เตือนสติ

ดีก็ชม ผิดก็ด่า! อัษฎางค์ เตือน ด้อมทุกค่าย อย่ารักนักการเมืองจนตาบอด ยกบทเรียน ไทยรักไทย เตือนสติ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.47 น.

วันที่ 23 เมษายน 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ “เอ็ดดี้” นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ไม่ได้รับใช้ใครหรือพรรคใด แต่ผมรับใช้ความจริง

ผมพยายามไม่ลำเอียงในการวิจารณ์การเมือง พรรคไหนทำดีในเรื่องใด ก็ควรได้รับคำชม พรรคไหนทำผิดในเรื่องใด ก็ควรถูกวิจารณ์ สังเกตดูกันได้ว่า ผู้สนับสนุนพรรค หรือที่นิยมเรียกกันว่า “ด้อม”ค่ายต่างๆ ที่เหล่า “ด้อม” เทใจให้มากๆ จนถึงขั้นปล่อยผ่านคำถามสำคัญบางอย่างไปหมด ถ้าไปถึงจุดที่ใครแตะไม่ได้ ใครตั้งคำถามก็กลายเป็นฝ่ายร้าย แบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อประเทศ เพราะในระบอบประชาธิปไตย ไม่มีพรรคใดควรอยู่เหนือการตรวจสอบ ถ้าเรื่องไหนของพรรคใดหรือนักกการเมืองคนไหน สมควรได้รับคำชม ผมก็ชม ถ้าเรื่องไหนถูกโจมตีอย่างไม่เป็นธรรม ผมก็พร้อมปกป้อง

แต่ถ้าเรื่องไหนมีข้อครหา มีเงา มีคำถาม มีพฤติกรรมที่สังคมควรจับตา ผมก็จะพูดตรง ๆ เช่นกัน เพราะถ้าคนคนหนึ่งเลือกชมและปกป้องอยู่เพียงพรรคเดียว คนอ่านก็ย่อมรู้ทันว่า นั่นไม่ใช่การวิเคราะห์ แต่คือการเลือกข้างล่วงหน้า และเมื่อใดที่เราชมในเรื่องที่ควรชม วิจารณ์ในเรื่องที่ควรวิจารณ์ “เมื่อนั้นคำพูดของเราจึงมีน้ำหนัก” เพราะคนจะรู้ว่า เราไม่ได้รับใช้พรรค แต่กำลังพยายามรับใช้ความจริง

ส่วนพรรคส้ม สำหรับผมคือพรรคที่ต้องถูกวิจารณ์อย่างเข้มข้นเป็นพิเศษ เพราะผมเห็นว่าหลายแนวคิด หลายท่าที และหลายวาระของพรรคนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันทางนโยบายตามปกติ หลายแนวคิดและหลายจุดยืนของเขา กระทบฐานของระเบียบรัฐธรรมนูญ สถาบันหลัก และความต่อเนื่องของความเป็นไทย จึงเป็นพรรคที่ผมวิจารณ์อย่างเข้มข้นกว่าพรรคอื่น ประชาชนที่มีสติควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง“คำแก้ต่างของพรรค” กับ  “ข้อยุติทางกฎหมายตามคำวินิจฉัยของศาล เพราะถึงแม้ว่า พรรคอาจอธิบายตนเองว่าเป็นการปฏิรูป แต่ในทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ไม่ได้ถูกมองเช่นนั้น และศาลได้วินิจฉัยไปแล้วอย่างชัดเจนจนถึงขั้นนำไปสู่การยุบพรรค นี่จึงไม่ใช่เรื่องของภาพลักษณ์หรือถ้อยคำสวยหรูอีกต่อไป หากเป็นเรื่องของเส้นแบ่งต่อระเบียบรัฐธรรมนูญและสถาบันหลักของประเทศ

สำหรับผมในเวลานี้ นอกจากพรรคส้มแล้ว พรรคที่เป็นห่วงที่สุดคือพรรคที่คนกำลังหลงรักมาก จนไม่ยอมตั้งคำถาม ภูมิใจไทยกำลังเข้าใกล้จุดนั้น ที่น่ากลัว เพราะประชาชนจำนวนมากเริ่มปล่อยให้ความนิยม กลบการตรวจสอบ ทั้งที่ภายในพรรคยังมีคนสีเทา มีข้อครหาหลายเรื่อง ประชาชนมีสิทธิ์ชื่นชม แต่ห้ามชื่นชมจนตาบอด เพราะวันที่พรรคการเมืองพรรคหนึ่งแตะไม่ได้ วันนั้นไม่ใช่วันที่พรรคนั้นยิ่งใหญ่ แต่คือวันที่สังคมเริ่มอ่อนแอ เราเคยมีประสบการณ์กับพรรคยอดนิยมที่ครองใจคนในชาติเป็นจำนวนมากมาแล้วอย่าง พรรคไทยรักไทย แต่คนไทยลืมไปหมดแล้วว่า การเทใจแบบหมดใจ จนไม่ยอมตั้งคำถาม สุดท้ายเราเจอกับอะไร

ผมเอาใจช่วยนายกฯ หนูและรัฐมนตรีที่ตั้งใจเข้ามาแก้ปัญหาให้ชาติและประชาชน แต่การเอาใจช่วย ไม่ได้แปลว่าต้องปิดหูปิดตา ในทางตรงกันข้าม ยิ่งหวังดี ก็ยิ่งต้องช่วยกันระวังไม่ให้หลงทาง รักนักการเมืองได้ แต่ต้องรักอย่างมีสติ เพราะประชาธิปไตยไม่ได้ต้องการแค่ผู้สนับสนุน ประชาธิปไตยต้องการพลเมืองที่กล้าชมในเรื่องที่ควรชม และกล้าตั้งคำถามในเรื่องที่ควรถาม

เวลาพรรคฝ่ายค้านที่ไว้ใจได้อย่างประชาธิปัตย์หรือไทยภักดี เป็นต้น อภิปรายหรือวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ประชาชนควรรับไปพิจารณา ไม่ใช่ตั้งกำแพงไว้ล่วงหน้าว่า อภิสิทธิ์ เล่นเกม หรือประชาธิปัตย์เก่งแต่จับผิด

การบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่มีแต่รัฐบาลที่ทำงาน ฝ่ายค้านก็ทำงานเดียวกัน เพียงแต่ฝ่ายหนึ่งเดินหน้า อีกฝ่ายคอยตรวจสอบ ในแต่ละช่วงเวลาฝ่ายหนึ่งอาจถูกและฝ่ายหนึ่งอาจพลาด แต่ประชาชนต้องเป็นผู้รับผลประโยชน์จากการทำงานของรัฐบาล รัฐสภาและตุลาการ มิใช่เอาแต่สนับสนุนและปกป้องโดยไม่สนใจตรวจสอบ ซึ่งมันผิดไปจากรูปแบบการปกครองในระบอประชาธิไตย

ผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร
รักนายกฯ อนุทิน อย่ารักจนปล่อยให้เขาหลงทาง
ใช้หลักการเลี้ยงลูกในแบบที่ว่า “อย่าเป็นพ่อแม่รังแกฉัน”
อย่าเป็นด้อมอนุทิน ด้อมซุปเปอร์จี ด้อมฟ้า ด้อมพี ”ในแบบที่แอบรังแกเขา“
เหมือนที่ ด้อมทักษิณ พาทักษิณติดคุก อยู่อย่างทุกวันนี้
ครับพี่น้องชาวไทย