เทพไท กาง 3 เหตุผลหลัก ทำพรรคการเมืองขาดเอกภาพ

เทพไท กาง 3 เหตุผลหลัก ทำพรรคการเมืองขาดเอกภาพ

เทพไท กาง 3 เหตุผลหลัก ทำพรรคการเมืองขาดเอกภาพ

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.09 น.

26 เมษายน 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า 3 เหตุผลหลัก ทำพรรคการเมืองขาดเอกภาพ

ในช่วงเดือนเมษายนนี้ จะมีพรรคการเมืองจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ตามพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มีพรรคการเมืองใหญ่หลายพรรค นัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ในช่วงที่ผ่านมาบางพรรค ได้ใช้โอกาสประชุมใหญ่ เลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ บางพรรคมีการสัมมนาจุดยืนและอุดมการณ์ของพรรค บางพรรคมีการประชุมตามระเบียบวาระที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนด

แต่ที่เห็นได้ชัดคือ การประชุมใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคได้ประกาศต่อที่ประชุมพรรค คือยืนยันสามัคคีภายในพรรค ในการประชุมใหญ่ประจำปี 2569 โดยประกาศยุบรวมกลุ่มก๊วน หรือมุ้งการเมืองต่างๆภายในพรรคภูมิใจไทย ให้เหลือ“มุ้งอนุทิน” เพียงกลุ่มเดียว เพื่อให้การทำงานเป็นปึกแผ่นรับใช้ประชาชน

ช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า มีพรรคการเมืองหลายพรรค มีปัญหาความเป็นเอกภาพภายในพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย ที่มีปัญหาเรื่องกลุ่มส.ส.รุ่นกลาง ส.ส.อาวุโส ที่อกหักทางการเมืองในการรับตำแหน่งรัฐมนตรี หรือในพรรคประชาชนที่มีความขัดแย้งเรื่องแนวทางอุดมการณ์กัน เป็นการขัดแย้งทางความคิด และบทบาทของส.ส.พรรคประชาชน ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน รวมไปถึงในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีแนวความคิดของคนบางกลุ่ม หรือส.ส.บางส่วนที่ได้มาด้วยการใช้ทุน ก็หวังจะเข้าร่วมรัฐบาลให้ได้ พยายามล็อบบี้วิ่งเต้น ซึ่งขัดกับแนวทางของหัวหน้าพรรค

นับว่าเป็นธรรมดาของพรรคการเมือง หรือนักการเมืองยุคนี้ ที่มีความขัดแย้งทางความคิด มีความแตกต่างในวิธีการ หรือแนวทางทางการเมืองให้เห็นอยู่ เนื่องจากองค์ประกอบของการเมืองยุคนี้ มีอยู่3ประการ คือ

1.สถานการณ์การเมืองในยุคที่เรียกกันว่า “ประชาธิปไตยเงินสดหรือมันนี่โพลิติก” การเลือกตั้งใช้กระสุนนำกระแส ใช้การซื้อเสียงเป็นตัวชี้ขาด ใช้เงินทุน มีการทุ่มทุนกันอย่างมหาศาลในเขตเลือกตั้ง เมื่อได้รับเลือกตั้งเข้ามาแล้วก็หวังจะถอนทุนคืน หวังจะหาพรรคการเมืองที่มีเงินทุนสนับสนุน และมีเงินดูแลในการทำพื้นที่ จึงเห็นภาพส.ส.งูเห่าเพ่นพ่าน หรือนักการเมืองบางคนบางกลุ่ม หาพรรคที่สามารถสนับสนุนเงินทุนทำการเมืองได้

2.เกิดจากการเมืองที่มีการควบรวมพรรคการเมือง ดูดกลุ่มส.ส.บ้านใหญ่ กลุ่มก๊วน มุ้งต่างๆเข้ามาอยู่ในพรรคเดียวกัน จึงทำให้เห็นบทบาทการต่อรองภายในพรรคเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี เมื่อหัวหน้าก๊วน หัวหน้ามุ้งไม่ได้รับการปูมบำเหน็จให้ได้รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี ก็สร้างความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นในพรรค จึงทำให้เห็นร่องรอยความขัดแย้ง ความแปลกแยกทางการเมือง ในพรรคการเมืองต่างๆอย่างเห็นได้ชัด

3.เกิดจากเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่เปิดโอกาสให้ส.ส.ฝ่าฝืนมติพรรคได้ ใช้เอกสิทธิ์ความเป็นส.ส.ในการลงมติ จึงเห็นความเปลี่ยนแปลงของนักการเมืองในยุคใหม่ ตัดสินใจโดยไม่แคร์มติพรรค และพร้อมให้ขับออกจากพรรคเพื่อไปหาพรรคการเมืองใหม่สังกัด ซึ่งแตกต่างกับรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ ที่เมื่อส.ส.ถูกขับออกจากพรรค ก็ต้องพ้นสมาชิกภาพไป แต่ยุคนี้เมื่อถูกขับออกจากพรรค ก็สามารถหาพรรคสังกัดได้ จึงเห็นปรากฏการณ์นักการเมืองท้าทายพรรค และเรียกร้องให้พรรคขับออกจากพรรค เพื่อไปหาพรรคการเมืองที่ถูกใจ หรือมีข้อตกลงกันไว้ล่วงหน้า

จากเหตุผล3ข้อนี้ จึงทำให้เห็นปรากฏการณ์นักการเมืองยุคนี้ไม่แคร์พรรคการเมือง ไม่แคร์กระแส หรือความนิยมใดๆ เพราะปัจจัยชี้ขาดอยู่ที่เงินทุน จึงทำทุกอย่างเพื่อให้มีเงินทุนไปใช้ในเขตเลือกตั้ง ไปใช้ซื้อเสียงในวันเลือกตั้ง เพื่อจะได้กลับมาเป็นส.ส.อีกครั้งหนึ่ง

เพราะฉะนั้นการเรียกร้องความเป็นเอกภาพให้เกิดขึ้นในพรรคการเมืองต่างๆ จึงอยู่ที่เงื่อนไขและปัจจัยเงินทุนเป็นตัวชี้ขาด พรรคใดไม่มีเงินทุนดูแลสมาชิก ภายในพรรคก็อาจจะเกิดปัญหาความขัดแย้ง ความแตกแยกเกิดขึ้นในพรรค และถึงตอนเลือกตั้งในครั้งต่อไป เกิดสภาพต่างคนต่างไป แล้วแต่ใครจะไปสังกัดพรรคไหน จึงเป็นการไปสู่ที่ชอบที่ชอบของส.ส.แต่ละคนในการตัดสินใจ

ผลโพลสะท้อนวิกฤต คนไทยโอดร้อนจัดทนไม่ไหว กังวลค่าไฟพุ่ง เอลนีโญจ่อซ้ำเติมยาวถึงปี 70

ผลโพลสะท้อนวิกฤต คนไทยโอดร้อนจัดทนไม่ไหว กังวลค่าไฟพุ่ง เอลนีโญจ่อซ้ำเติมยาวถึงปี 70

ผลโพลสะท้อนวิกฤต คนไทยโอดร้อนจัดทนไม่ไหว กังวลค่าไฟพุ่ง เอลนีโญจ่อซ้ำเติมยาวถึงปี 70

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.33 น.

26 เมษายน 2569 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับอากาศร้อน”กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,306 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 21-24 เมษายน 2569 ผลการสำรวจ พบว่าจากอากาศร้อนในช่วงนี้กลุ่มตัวอย่างรู้สึกได้ว่าร้อนมากจนทนแทบไม่ไหว ร้อยละ 68.22 ขณะเดียวกันมีวิธีรับมือกับอากาศร้อนด้วยการดื่มน้ำเย็นมากขึ้น ร้อยละ 82.01 ประเด็นที่กังวลจากอากาศร้อนในช่วงนี้ คือค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ 85.22 ในภาพรวมมองว่าคนไทยควรปรับวิถีชีวิตประจำวันเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปอย่างจริงจัง ร้อยละ 72.13นอกจากนี้ยังเห็นว่าภาครัฐควรดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในช่วงอากาศร้อนจัดด้วยการลดหรือตรึงค่าไฟฟ้า ร้อยละ 77.95

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า อากาศร้อนกลายเป็นปัญหาใกล้ตัวที่กระทบชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างรุนแรง
โดยไม่ใช่เพียงความไม่สบายตัวแต่เชื่อมโยงไปถึงภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่กังวลอย่างมาก
สะท้อนว่าการรับมือของประชาชนต้องแลกมากับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและคาดหวังว่ารัฐบาลจะมีมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายควบคู่กับการวางแผนระยะยาวเพื่อเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ดร.พรธิดา เทพประสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ท่ามกลางปรากฏการณ์ที่ประเทศไทยเผชิญ ไม่ใช่เพียงแค่ “อากาศร้อน” ตามฤดูกาล แต่กำลังเข้าสู่สภาวะ “Extreme Heat” หรือสภาพอากาศสุดขั้วรวมถึงปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งใหม่ที่กำลังจะเริ่มในเดือนมิถุนายน 2569 และอาจลากยาวถึงปี 2570 ผลสำรวจสะท้อนชัดถึงวิกฤตความร้อนที่คนไทยส่วนใหญ่ยอมรับว่าพุ่งสูงจนเกือบถึงขีดจำกัดซึ่งไม่ได้เพียงสร้างความวิตกกังวลต่อภาระค่าไฟ แต่ยังพ่วงมาด้วยความกังวลต่อสุขภาพและในเชิงสิ่งแวดล้อมความร้อนจะเกิดขึ้นควบคู่กับสภาวะอากาศที่กักขังฝุ่น PM 2.5 ให้สะสมตัวจนเป็นอันตราย กลายเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตที่ทำให้ประชาชนต้องปรับวิถีชีวิตเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป

ขณะเดียวกันสภาพอากาศสุดขั้วนี้ยังส่งสัญญาณไปถึงภาครัฐให้เร่งบริหารจัดการน้ำและพลังงานเพื่อรับมือกับภัยแล้งที่ยาวนานกว่าปกติ การปรับตัวของคนไทยในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ “การซื้อน้ำแข็งหรือเปิดแอร์” แต่คือการปรับวิถีชีวิตสู่การเป็นพลเมืองที่พร้อมรับมือสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไปการที่ผลโพลชี้ว่าประชาชนต้องการเห็นการจัดการจากภาครัฐ สะท้อนว่านี่คือ “วาระแห่งชาติ”ที่ต้องบูรณาการทั้งเรื่องพลังงาน สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของครัวเรือนไทยในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ

อนุทินติวเข้มลูกพรรคภท. ลุยแลนด์บริดจ์ ขยายเครือข่ายทั่วไทย สามัคคีรับใช้ประชาชน เข้มห้ามแบ่งพวกตั้งมุ้ง

อนุทินติวเข้มลูกพรรคภท. ลุยแลนด์บริดจ์ ขยายเครือข่ายทั่วไทย สามัคคีรับใช้ประชาชน เข้มห้ามแบ่งพวกตั้งมุ้ง

อนุทินติวเข้มลูกพรรคภท. ลุยแลนด์บริดจ์ ขยายเครือข่ายทั่วไทย สามัคคีรับใช้ประชาชน เข้มห้ามแบ่งพวกตั้งมุ้ง

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

อนุทินติวเข้มลูกพรรคภท. ลุยแลนด์บริดจ์ ขยายเครือข่ายทั่วไทย สามัคคีรับใช้ประชาชน เข้มห้ามแบ่งพวกตั้งมุ้ง

“อนุทิน” ประชุมใหญ่สามัญภูมิใจไทย ย้ำพูดแล้วทำ ปลุกใจลูกพรรคเร่งทำงานให้ประชาชน ขยายเครือข่ายห้ามมีมุ้งมีก๊ก พร้อมปัดฝุ่นเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ภาคใต้วงเงิน1ล้านล้าน เชื่อมทะเลอันดามัน-อ่าวไทย ให้ต่างชาติสัมปทาน ดึงเงินเข้าประเทศ อุ่นเครื่องถก ครม.สัญจรนัดแรกที่หาดใหญ่ ขณะที่ อภิสิทธิ์ กำชับสส.ทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มกำลัง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 25 เมษายน 2569 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางถึงที่ทำการพรรคเป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยมีคณะกรรมการบริหารพรรค รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)และสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

จากนั้น นายอนุทินเดินเข้าไปยังห้องประชุม โดยทันทีที่เดินเข้าห้องประได้เปิดเพลง“พูดแล้วทำ”ต้อนรับนายอนุทิน ก่อนที่นายอนุทินจะชูมือขึ้นโยกตามจังหวะเพลง และร้องเพลงตามอย่างอารมณ์ด้วย ก่อนจะปิดท้ายทำท่าพลัสตามนโยบายพรรคภูมิใจไทย สร้างบรรยากาศคึกคักก่อนเริ่มการประชุม

โดยนายอนุทินกล่าวเปิดการประชุมใหญ่สามัญว่าวันนี้เป็นการประชุมใหญ่สามัญของพรรคภูมิใจไทยประจำปี2569นี้ ซึ่งเราได้จัดให้มีการประชุมที่ห้องประชุมชั้น4ของสำนักงานพรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นตนต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้เสียสละเวลาเดินทางมาเพื่อประชุมใหญ่สามัญในครั้งนี้ทั้งๆที่เป็นวันหยุดราชการ ขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐมนตรีรวมถึงสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกท่านจริงๆ

ปลุกเป็นปึกแผ่น-สามัคคีรับใช้ปชช.

“เพราะว่าการที่เรามาอยู่ด้วยความพร้อมเพรียงในครั้งนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคภูมิใจไทยที่มีความเป็นปึกแผ่น ความสามัคคี และพลังที่พวกเรามีที่จะไปรับใช้พี่น้องประชาชนความก้าวหน้าให้กับประเทศไทย ขณะนี้ เราได้ทราบมาว่ามีผู้เข้าประชุมครบองค์ประชุมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามข้อบังคับของพรรค ตนจึงขอเปิดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโดยวาระการประชุมมีวาระสำคัญ อาทิ เรื่องรับทราบรายงานการดำเนินกิจการของพรรคภูมิใจไทยปี 2568 ,งบการเงินของพรรคภูมิใจไทยปี 2568 และร่างข้อบังคับพรรคภูมิใจไทยพ.ศ. 2561 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 4 )พ.ศ. 2569

อนุทินยํ้าภท.เป็นปึกแผ่น ลั่นไร้มุ้ง

เวลา11.55น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี2569 ของพรรคภูมิใจไทยว่ามีการรับรองรายงานการประชุมและมีการเปลี่ยนระเบียบข้อบังคับพรรคเล็กน้อย

เมื่อถามว่าเห็นนายกฯย้ำในที่ประชุมถึงความเป็นปึกแผ่นภายในพรรค นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นสัญลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว เราก็ต้องเน้นย้ำ เพราะพรรคภูมิใจไทย ขยายตัวมากขึ้น มีสมาชิกเพิ่มขึ้น สมาชิกใหม่ก็มีเพิ่มมาก็ต้องเน้นให้ทุกคนรับทราบ และรักษาเอกลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทย คือ ความเป็นปึกแผ่นในพรรคและความตั้งใจทำงานให้กับประเทศและประชาชน

เมื่อถามว่ามุ้งภายในพรรค ยังมีอยู่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า“มุ้งในพรรคภูมิใจไทย มีมุ้งผมนี่แหละ”

เคาะครม.สัญจรนัดแรกหาดใหญ่

ด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคมกล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร)ว่า ตนได้เสนอพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งขณะนี้พื้นที่มีความพร้อมแล้วหลังประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะจัดประชุมครม.สัญจรได้ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ส่วนยุทธศาสตร์ทางภาคใต้ได้มีการวางไว้แล้วในการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการพัฒนาในเรื่องอาชีพ โดยโครงการที่เป็นเรือธงในการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้จะเป็นเรื่องนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ซึ่งจะมีเรื่องของฮาลาลด้วย และในส่วนของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะทำเรื่องพืชพลังงาน ในการขอให้มีโรงไฟฟ้าชีวมวลลงในพื้นที่ ซึ่งมีนักลงทุนที่ให้การสนับสนุน ซึ่งจะเป็นการสร้างอาชีพด้วย โดยทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้มีการสำรวจพื้นที่ไปบางส่วนแล้วในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอ แต่ทั้งนี้เราจะทำให้ครอบคลุมทั้ง 5 จังหวัดชายแดน

ลั่นเดินหน้าโครงการ‘แลนด์บริดจ์’

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคมยังกล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยได้ระบุว่าโครงการแลนด์บริดจ์ ควรจะเดินหน้าพิจารณาต่อว่าถูกต้อง เพราะเหตุการณ์ช่องแคบฮอร์มุซอาจจะมีปัญหาในอนาคต ดังนั้น ควรเป็นโอกาสของประเทศไทยในการสร้างท่าเรือสองฝั่งทะเล ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทยเพื่อเป็นการเชื่อมโลกทั้งสองฝั่งมหาสมุทร

นายพิพัฒน์กล่าวอีกว่าที่มีการวิจารณ์ว่าเราจะไม่ได้ประโยชน์เพราะการขนถ่ายคอนเทนเนอร์ขึ้นๆลงๆทำให้เสียเวลา ก็ขอให้ไปช่วยกันหาข้อมูลมาว่าจริงหรือไม่ แต่จากที่ตนหาข้อมูลเรือที่ขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์90 กว่าเปอร์เซ็นต์ เป็นสินค้าถ่ายลำ หมายความว่าไม่ใช่การนำสินค้าจากประเทศหนึ่งไปสู่ปลายทางทั้งหมด 100% แต่เป็นการรวมสินค้าจากแต่ละท่าเรือ และทำการถ่ายลำแยกสินค้าเพื่อไปประเทศต่างๆ ดังนั้น ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้ประโยชน์เรื่องเวลาจากการขนถ่ายแลนด์บริดจ์ หากเขาถ่ายสินค้าที่ชายฝั่งไทย เขาก็ต้องไปถ่ายสินค้าที่สิงคโปร์ด้วย ซึ่งขณะนี้เรากำลังเชิญชวนให้มีการนำสินค้าถ่ายลำเข้ามามากขึ้น

เร่งดันนับหนึ่งภายในปีนี้

เมื่อถามว่า โครงการนี้จะเริ่มได้เมื่อไหร่นายพิพัฒน์กล่าวว่าเราจะเริ่มภายในปีนี้ซึ่งขณะนี้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)สำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว และตนจะไปลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนจะเริ่มสร้างที่จุดใดนั้นเราต้องสอบถามผู้ลงทุนก่อน โดยจะเป็นการเรียกประมูลทั้งต่างประเทศและในประเทศ ซึ่งเราจะให้โอกาสเท่ากัน แต่ก็อยู่ที่เขาจะไปลงทุนในจุดใดก่อน ซึ่งก่อนจะดำเนินการในเรื่องนี้ ก็ต้องขอมติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ก่อน

ชงครม.มิ.ย.-ก.ค./มูลค่า1ล้านล้าน

เมื่อถามว่า กระทรวงคมนาคมจะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เมื่อใด นายพิพัฒน์ กล่าวว่า น่าจะช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะเร่งนับหนึ่งให้ได้ภายในปีนี้ สำหรับโครงการนี้จะต้องใช้งบประมาณจำนวนเท่าไหร่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เขาตั้งไว้ว่าประมาณ 1 ล้านล้านบาท แต่ประเทศไทยไม่ได้ลงทุน เราจะให้แค่สัมปทานจัดสรรที่ดินอย่างเดียวแล้วให้เขามาลงทุน

ส่วนจะต้องทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA)หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ต้องทำ ซึ่งก็มีปัญหาอยู่ ก็ต้องไปเจรจากับคนในพื้นที่ว่า สิ่งที่เขาต่อต้านเป็นข้อมูลที่แท้จริงกี่เปอร์เซ็นต์เราก็ต้องไปชี้แจงว่าข้อมูลที่เขาได้รับอาจจะไม่ใช่NGO เขาก็ตั้งท่าอยู่แล้ว โดยตนจะลงพื้นที่เพื่อดูแลนด์บริดจ์ช่วงเดือนพฤษภาคมนี้และจะเปิดให้นักลงทุนเริ่มลงทุนในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้

นายกเร่งแลนด์บริดจ์ดึงเงินเข้าปท.

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทยให้สัมภาษณ์ถึงที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคมให้สัมภาษณ์ถึงโครงการแลนด์บริดจ์ระบุจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาช่วง มิ.ย.-ก.ค.ว่าแลนด์บริดจ์ เป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทย ตั้งใจผลักดัน เราศึกษาและปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด ทั้งเรื่องเทคโนโลยี ต้นทุนการก่อสร้าง รูปแบบที่ทำให้เกิดขึ้น วันนี้มีเหตุผลต้องนำขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจังเพิ่มมากขึ้นเพราะมีการพูดถึงกันว่าใครจะแสดงความเป็นผู้ครอบครองช่องทางขนส่งโดยมีแนวคิดการจัดเก็บค่าผ่านทางช่องแคบนั้นช่องแคบนี้ ดังนั้น ในส่วนของประเทศไทยหากเรามีสิ่งที่สามารถพึ่งพาได้เกิดประโยชน์และรายได้เกิดความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ เราก็ต้องเร่งพิจารณา เมื่อถามว่าจะทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันเป็นเรื่องของส่วนรวม

‘ปชป.’จัดประชุมใหญ่สามัญคึกคัก

วันเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์จัดการประชุมใหญ่สามัญ ประจําปี 2569 โดยมีบรรดาคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงกัน นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ นายเมฆินทร์ เอี่ยมสะอาด นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค ขณะเดียวกันได้มีการประชุมผ่านระบบออนไลน์ สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมาซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤตน้ำมันในปัจจุบัน

การประชุมใหญ่สามัญ ตามกฎหมายพรรคการเมืองตามข้อบังคับของพรรคจะต้องมีการจัดประชุมสามัญอย่างน้อยปีละ 1ครั้ง ภายในเดือนเมษายนของทุกปี สำหรับองค์ประชุม ตามกฎหมายและตามข้อบังคับขณะนี้ครบองค์ประชุมแล้ว คือ มีผู้ที่เข้าร่วมการประชุมทั้งสิ้น 299คน อยู่ในที่นี้51คนและอยู่ในระบบออนไลน์ 248 คน

‘มาร์ค’ขอบคุณสมาชิกหลังสู้ศึกลต.

โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวเปิดประชุมว่าต้องขอบคุณทุกคนอีกครั้ง ในการเลือกตั้งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดี จากทุกฝ่ายด้วยข้อจำกัดหลายอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเวลาที่ทำให้ อาจเกิดความไม่พร้อมในการบริหารจัดการและเรื่องกระบวนการสรรหาผู้สมัครทุกคนคงเข้าใจในข้อจำกัดนี้ดี ส่วนผลการเลือกตั้งที่ออกมา คิดว่าในส่วนระบบบัญชีรายชื่อนั้น ไม่ได้ห่างจากเป้าหมายและความคาดหมาย หากดูคะแนนบัญชีรายชื่อกลับไปอยู่สูงกว่า หากคิดเป็นสัดส่วนเมื่อปี2562เล็กน้อย ถือว่าเป็นฐานที่เราจะสามารถใช้ในการขยายไปสู่การเติบโตในวันข้างหน้าได้ ต้องยอมรับว่าในระบบเขตเลือกตั้งยังไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวัง ตนได้รับฟังหลังการเลือกตั้งจากทุกภาค ในประเทศนี้ที่มาพูดถึงเงื่อนไขต่างๆที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้

เดินหน้าวางรากฐานพรรคใหม่

ทั้งหมดนี้ก็นำมาสู่การปรับแผนการดำเนินการทั้งหมด เรามั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไป มีเวลาในการเตรียมตัว ตั้งแต่เลือกตั้งเสร็จมาและได้เดินหน้าในการวางรากฐานหลายอย่างรวมถึงการทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านซึ่งที่ผ่านมาพรรคมีเพียงแค่ 21เสียง แต่เสียงของเราก็เป็นสิ่งที่ดังพอสมควร สส.ทุกคน ตั้งใจในการใช้ทุกโอกาสในสภาไม่ว่าจะเป็นการเสนอญัตติ ต่อไปคือการเสนอกฎหมายควบคู่กับการอภิปรายเช่นการอภิปรายนโยบายรัฐบาลให้เห็นถึงการทำงานในฐานะฝ่ายตรวจสอบที่เข้มแข็ง มีเหตุและผลมีความพร้อมความสร้างสรรค์และมีข้อเสนอแนะรวมไปถึงฉายภาพให้เห็นถึงแนวคิดของพรรคเกี่ยวกับประเด็นต่างๆของสังคมเศรษฐกิจการเมืองในทุกๆเรื่อง

ดึงเทคโนฯเชื่อมทำงาน

“การทำงานในสภาไม่เพียงพอ แต่ขณะนี้เรากำลังวางแผนในการทำงานให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้นในนอกสภาเพิ่งจะเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นในช่วงปิดสมัยประชุมเป็นต้นไป คือช่วงเดือนกรกฎาคม แต่ขณะนี้สิ่งที่ผู้บริหารพรรคทำก็มีเรื่องความพยายามจะใช้เทคโนโลยีและการเชื่อมโยงเข้าหากันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แม้กระทั่งการเข้ามายืนยันตัวตนในการประชุมใหญ่วันนี้และต่อไปคือการเชื่อมโยงกับสมาชิกทั้งประเทศที่ใช้มีแอพพลิเคชันและระบบที่ทำให้สื่อสารภายในรับรู้รับทราบประเด็นข้อห่วงใย ความคิดเห็นของสมาชิกควบคู่ไปกับการเคลื่อนไหวในการทำงานของพรรคไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารสส.สาขาตัวแทนจังหวัดและอื่นๆ”นายอภิสิทธิ์ ย้ำ

จัดทัพเสริมช่วยงาน2ปธ.กมธ.สภา

ขณะที่การระดมความช่วยเหลือเพิ่มเติม คือขณะนี้สภาได้ข้อยุติแล้วในเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา มีทั้งสิ้น 35คณะแต่เรามีสส.จำนวน ที่ 22ที่นั่ง เราไม่ได้เป็นกรรมาธิการครบทุกคณะ แต่จะพยายามประสานกับทุกกรรมธิการว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่เราจะขอให้มีตำแหน่งของกรรมาธิการเป็นที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการหรือไม่ เป็นทางการ ผู้ชำนาญการหรือเลขาฯอะไรก็แล้วแต่ ตามระเบียบของสภา ซึ่งตนอยากให้สภาโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีประสบการณ์ อดีตรัฐมนตรี อดีตสส. ที่ประสงค์จะเข้ามาทำงานในส่วนของกรรมาธิการเหล่านี้ เร่งแจ้งเข้ามาถึงความสนใจ ถึงได้ให้คนในกรรมาธิการหรือในพรรคร่วมฝ่ายค้านในกรรมาธิการที่เราไม่มีกรรมาธิการช่วยนำเสนอว่าจะสามารถเข้าไปมีบทบาท หรือส่วนร่วมในกรรมาธิการต่างๆได้มากน้อยเพียงใด

สำหรับประธานกรรมาธิการ ได้มา 2 คณะ คือ คณะกรรมาธิการสาธารณสุข และกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด เพราะฉะนั้น 2 คณะนี้อย่างน้อย เราน่าจะมีโอกาสในการที่จะคัดสรรบุคคลหรือบุคลากรเข้าไปเสริมได้ดียิ่งขึ้น

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่าโดยการประชุมในวันนี้ จะเป็นการรายงานผลการดําเนินงานของพรรคในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมา รวมไปถึงรับรองงบการเงิน ประจําปี 2568 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือพรป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 แต่จะไม่แต่งตั้งรองหัวหน้าพรรค แทนนายวีระพงษ์ ประภา ที่ลาออกไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย ในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล

‘อภิสิทธิ์’แย้มคนสนใจลงผู้ว่ากทม.

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการส่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการทาบทามผู้ที่เสนอตัวและสนใจ หรือคนที่เราไปทาบทาม การเปิดตัวอย่างไรต้องทำโดยเร็วที่สุดเพราะผู้ว่าฯ คนปัจจุบันใกล้จะครบวาระแล้ว ซึ่งตอนนี้มีทั้งคนที่ติดต่อมาและเราติดต่อไปหลายคน

เมื่อถามว่าจะสามารถเปิดตัวได้ต้นเดือน พ.ค.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะพยายามทำให้ได้เพราะจะสมัครในช่วงกลางเดือน พ.ค.แล้ว ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า บุคคลดังกล่าว เป็นคนภายในพรรคหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวพร้อมหัวเราะว่า “เดี๋ยวมาก็เป็นคนภายในพรรคแล้ว”

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ในวันที่โลกพลังงานกำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ไทยควรใช้ช่วงเวลานี้เร่งคิด เร่งลงทุน และเร่งเปลี่ยนผ่าน เพราะยิ่งช้า เราจะยิ่งจ่ายแพงขึ้น แต่ถ้าเดินทัน เราอาจเปลี่ยนวิกฤตพลังงานโลกให้กลายเป็นโอกาสของประเทศได้เหมือนกัน”

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์

อดีต รมว.พลังงาน

อดีต รมว.พาณิชย์

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

(ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)

ดังกล่าวมาคำนวณทำเงินเพิ่มร้อยละ 25 เนื่องจากเงินเพิ่มจากบำนาญปกติดังกล่าว มิใช่เงินบำนาญปกติ จึงมิได้มีหลักเกณฑ์การคำนวณอย่างบำนาญปกติเพียงแต่ให้จ่ายเงินเพิ่มร้อยละ 25 ของเงินที่ควรเป็นเงินบำนาญปกติ ณ วันที่ 13 กรกฎาคม 2516 ไปพร้อมกับการจ่ายเงินบำนาญปกติเมื่อเกษียณอายุราชการเท่านั้น

ดังนั้น เมื่อข้อ 31 (2) ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2516 ได้กำหนดวิธีการคำนวณเงินเพิ่มจากบำนาญปกติหรือบำนาญพิเศษไว้เป็นการเฉพาะโดยชัดแจ้งแล้ว การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 มิได้คำนวณเงินเพิ่มจากเงินบำนาญปกติ ณ วันที่ออก หรือพ้นจากราชการตามข้อ 31 (2) ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2516 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2554 จึงเป็นการดำเนินการโดยมิชอบด้วยกฎหมายแล้ว ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 จึงไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่มจากบำนาญปกติตามการคำนวณในหลักเกณฑ์และวิธีการที่ถูกแก้ไขเพิ่มเติมใหม่ย้อนหลังไปนับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2550 จนถึงวันที่ 26 เมษายน 2554 ให้แก่ผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด

(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในกรณีตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดทำนองเดียวกันนี้ ตามหนังสือคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดที่น่าสนใจ ปีพ.ศ.2564 – 2566 มีจำนวน 119 คดี ขอให้ผู้ที่สนใจติดตามค้นหาได้ครับ)

(3) คำว่า “ประจำปฏิบัติหน้าที่” หมายความประการใดและนำไปใช้เพื่อประโยชน์อันใด

เรื่องนี้ ผู้ฟ้องคดีเคยเป็นลูกจ้างประจำสังกัดศูนย์ก่อสร้างทางลำปางของกรมทางหลวง (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3) เกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2555 และได้บำเหน็จรายเดือนในอัตราเดือนละ 19,135 บาท ในระหว่างรับราชการดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีได้ไปปฏิบัติงานในโครงการก่อสร้างทางสาย 109 อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ทำหน้าที่ปรับซ่อมเครื่องจักรระหว่างวันที่ 3 ธันวาคม 2531 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2540 ซึ่งขณะนั้น คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติได้มีประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 4 เรื่องการใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 มีผลตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 เวลา 11.30 นาฬิกา เป็นต้นไป

(อ่านต่ออาทิตย์หน้า)

นายกแจงไทยช่วยไทยพลัส ครั้งละพัน4ด. นำเข้าครม.พฤษภาคมนี้

นายกแจงไทยช่วยไทยพลัส ครั้งละพัน4ด. นำเข้าครม.พฤษภาคมนี้

นายกแจงไทยช่วยไทยพลัส ครั้งละพัน4ด. นำเข้าครม.พฤษภาคมนี้

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายกแจงไทยช่วยไทยพลัส ครั้งละพัน4ด. นำเข้าครม.พฤษภาคมนี้ มาร์คแซะใช้งบตัวไหน

นายกฯ อนุทิน เผย ไทยช่วยไทยพลัส เข้า ครม.ได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อให้ทันเริ่มโครงการมิถุนายน ด้านมาร์ค หัวหน้าปชป.ถาม เอาให้ชัดใช้งบตัวไหน ชี้มาตรการที่ผ่านมา ช่วยเหลือไม่ได้สัดส่วนกับความเดือดร้อนประชาชน

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 เมษายน ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีโครงการคนละครึ่งพลัสจะนำเข้าคณะรัฐมนตรีเมื่อใดว่า เขาวางไทม์ไลน์ว่าจะเดินหน้าเดือนมิ.ย. ก็ต้องเข้าคณะรัฐมนตรีตั้งแต่ช่วงนี้ถึงช่วงเดือนพ.ค.

เมื่อถามว่าโครงการนี้จะถือเป็นโครงการเรือธงของรัฐบาลใช่หรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า โอ้ย! โครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่เราใช้ตั้งแต่หาเสียง ตอนแรกต้องการให้โครงการนี้กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นช่วง 4 เดือน ควิก บิ๊ก วิน แต่เห็นว่าเมื่อดำเนินการไปแล้วมันเกิดประโยชน์มากมายเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน และตอนนั้นเรากำลังจะมีเฟส 2 แต่ยุบสภาฯไปก่อน ไม่ใช่เรื่องใหม่ และช่วงนี้มีเรื่องสถานการณ์ตะวันออกกลางอาจมีผลกระทบต่อประชาชนเราก็มาพลัส โดยไม่ใช่คนละครึ่งแล้วแต่ใช่คำว่าไทยช่วยไทยพลัส รูปแบบไม่ใช่ 50-50 พยายามจัดสรรเพื่อมาแบ่งเบาภาระประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยเหลือประชาชนทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้ามาในระบบ จากเดิมโครงการ 2 เดือน ก็เพิ่มเป็นเดือนละ 1,000 จำนวน 4 เดือน รวมเป็น 4,000 บาท ตามที่เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลังบอกไว้

เมื่อถามว่าวางกรอบคนลงทะเบียนไว้เท่าไหร่ นายอนุทินกล่าวว่า “ต้องถามนายเอกนิติ ขอทำความเข้าใจว่าจะมาถามรายละเอียดกับตัวผม ผมว่าไปถามผู้ปฏิบัติและผู้รับผิดชอบจะดีกว่า เพราะพอผมพูดไปคนอื่นเลยไม่กล้าพูดต่อ ตัวผมยินดีให้การสนับสนุนโครงการหรือการดำเนินการต่างๆ ของรัฐมนตรีทุกกระทรวงทุกพรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว ถ้าจะถามผมให้ถามว่าโอเค ผมเห็นชอบในหลักการหรือยังคุยกับเราหรือยังพร้อมสนับสนุนไหมแต่รายละเอียดขอความกรุณาถ้าผมตอบไปคนอื่นไม่กล้าทำงานพอดี”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลในขณะนี้ว่า อยากให้รัฐบาลเร่งสร้างความชัดเจนซึ่งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พยายามถึงขั้นตอนต่างๆ ว่า พ.ร.บ.โอนงบประมาณจะทำอย่างไร ร่าง พ.ร.บ. รายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 เริ่มชัดขึ้นแล้วเพื่อไปสู่คำตอบว่าในที่สุดจำเป็นจะต้องกู้เงินหรือไม่ รวมถึงที่ท่านจะเน้นช่วยกลุ่มเปราะบาง โครงการรายละเอียดเป็นอย่างไร ท่านบอกว่าจะต้องทำอย่างแม่นยำ แต่ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ยังยืนยันว่าจริงๆ แล้วการช่วยเหลือที่ดีที่สุดในขณะนี้ รัฐบาลยังใช้เครื่องมือได้อีกทั้งภาษีสรรพสามิต ค่าการกลั่นที่สามารถลดได้อีก เพื่อช่วยตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งการช่วยแบบนี้จะลดภาระของรัฐบาลที่ต้องมาช่วยปลายทาง และไม่ควรปล่อยให้สินค้าที่ขึ้นไปแล้วลดลง

เมื่อถึงถามถึงโครงการคนละครึ่งพลัสที่รัฐออก 60 ประชาชนจ่าย 40 จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้มากแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังเห็น รมว.คลังยังแบ่งอยู่ว่าจะมีทั้งกลุ่มเปราะบางและคนทั่วไป จึงอยากเห็นตัวเลขตรงนี้ให้ชัด เพราะสิ่งที่เราเสนอไปตั้งแต่ตอนที่รัฐบาลแถลงนโยบายว่า การใช้เงินของรัฐในตอนนี้เป้าหมายจริงๆ คือการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากกว่ามองเป็นการใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ส่วนโครงการนี้จะได้ผลหรือไม่ต้องขอดูรายละเอียดต่างๆ ของตัวโครงการก่อน เพราะมาตรการช่วยเหลือที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นภาคขนส่ง แท็กซี่ หรือ โครงการของกระทรวงพาณิชย์ ต้องยอมรับว่าไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนคนที่ได้รับความเดือดร้อน ดังนั้นโครงการนี้ต้องรอตัวหลักตัวนี้ ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าจะทำได้ พ.ร.บ.โอนงบประมาณหรือไม่ หรือต้องรองบปี 2570 หรือต้องรอเงินกู้ หรือการกู้ยืมเงินเป็นพิเศษ จึงอยากให้รัฐบาลเร่งความชัดเจนตรงนี้

วันเดียวกันนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย เป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ (เกษตรกร) ไทย”เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาปุ๋ยเคมีพุ่งสูงขึ้น และปัญหาดินเสื่อมโทรม ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี จำกัด

นายยศชนันกล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวง อว.ตระหนักดีว่าหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยคือพี่น้องเกษตรกร แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความผันผวนของราคาปัจจัยผลิตในตลาดโลก โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีที่เป็นต้นทุนหลัก รัฐบาลจึงมีนโยบายเร่งด่วนในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาช่วยลดภาระและเพิ่มรายได้ให้พี่น้องเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม

โครงการปุ๋ยสั่งตัดในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การผลิตปุ๋ยเพียงอย่างเดียว แต่คือการนำองค์ความรู้มาผสมผสานกับเทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยเปลี่ยนจากการใช้ปุ๋ยแบบเหมาจ่าย มาเป็นการใช้ปุ๋ยที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อสภาพดินในพื้นที่นั้นๆ จริงๆ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้น่าทึ่งมาก เพราะสามารถช่วยลดต้นทุนลงได้ถึงร้อยละ 40-60 และยังช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ทำให้ดินกลับมามีชีวิตและอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง โดยจะใช้กลไกของสหกรณ์การเกษตรเป็นรากฐานที่เข้มแข็งของชุมชนในการติดตั้งเครื่องผลิตปุ๋ยและแพลตฟอร์มอัจฉริยะ เพื่อขยายผลไปสู่ระดับประเทศ มุ่งสร้างความมั่นคงทางอาหาร และความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ให้กับประเทศไทยอย่างยั่งยืน

นายยศชนัน ยังกล่าวต่ออีกว่า โครงการนี้ได้เริ่มต้นนำร่องที่สหกรณ์ในจังหวัดอุดรธานีเป็นแห่งแรก และตั้งเป้าขยายไปยังสหกรณ์ต้นแบบ เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพก่อนขยายผลทั่วประเทศ ซึ่งหัวใจสำคัญคือการทำให้เกษตรกรเข้าถึง “แม่ปุ๋ย” ที่เหมาะสมกับดินและพืชของตนเอง ผ่านเครื่องมือที่จับต้องได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันจากกระทรวงเกษตรฯ หรือชุดตรวจสอบดินจาก อว.

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอนวัตกรรม “ปุ๋ยอินทรีย์เคมี” ที่เป็นการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่นตอซังข้าว มาแปรรูปและผสมกับแม่ปุ๋ยเคมี ซึ่งนอกจากจะรักษาประสิทธิภาพของผลผลิตแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูสภาพดินในระยะยาว ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและที่สำคัญคือการบูรณาการการทำงานข้ามกระทรวง ทั้งกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงแรงงาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อร่วมกันยกระดับทักษะและสร้างอาชีพเสริมให้กับเกษตรกรในยามวิกฤต เป็นการสร้างรอยยิ้มและความมั่นคงที่ยั่งยืนให้กับพี่น้องเกษตรกรและแรงงานไทยทุกคน

ทร.ยันพร้อม รับมือยกเลิกMOU44

ทร.ยันพร้อม รับมือยกเลิกMOU44

ทร.ยันพร้อม รับมือยกเลิกMOU44

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ทร.ยันพร้อม รับมือยกเลิกMOU44

รัฐบาลผนึกสภาความมั่นคงฯ ดีดนิ้ว ยกเลิก“MOU 44”ปรับใช้กฎหมายสากลคุมเข้มทะเลไทยแทน“กองทัพเรือ”ยืนยันไม่กระทบความมั่นคงทางทะเล ลั่นไม่ลดระดับความเข้มข้น พร้อมปกป้องอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มกำลังไม่มีถอย

วันที่ 25 เม.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติได้มีมติให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจMOU 44 และให้ใช้กลไกของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) เป็นกรอบในการดำเนินการแทนนั้น ทางกองทัพเรือได้ให้คำอธิบายเพิ่มเติมเพื่อสร้างความมั่นใจแก่พี่น้องประชาชนว่าการยกเลิก MOUดังกล่าวไม่เป็นข้อจำกัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงทางทะเลแต่อย่างใด

ทร.ลั่นพร้อมปกป้องอธิปไตย

นางสาวรัชดา ได้ยกคำอธิบายของ พลเรือตรีปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ มายืนยันเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนว่า โฆษกกองทัพเรือ ได้กล่าวว่า MOU44 เป็นเพียงกลไกหรือกรอบในการเจรจาระหว่างรัฐ มิใช่ข้อจำกัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงทางทะเล ไม่ว่ากรอบดังกล่าวจะมีอยู่ ปรับเปลี่ยน หรือสิ้นสุดลง กองทัพเรือยังคงดำเนินภารกิจในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างเต็มขีดความสามารถ โดยไม่ลดระดับความเข้มข้นของการปฏิบัติการ

ตลอดเวลาที่ผ่านมา กองทัพเรือได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรี ถึงความพร้อมของกำลังรบทางเรือ การลาดตระเวน และการเฝ้าระวังในพื้นที่ทางทะเลที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยการปฏิบัติการทุกประการตั้งอยู่บนหลักความรอบคอบ เพื่อป้องกันมิให้เกิดสถานการณ์ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ขณะเดียวกันยังคงยึดมั่นในแนวทางที่ไม่ยั่วยุ แต่พร้อมตอบสนองต่อทุกสถานการณ์ที่อาจกระทบต่ออธิปไตยของชาติอย่างทันท่วงทีและเหมาะสม

“ในเรื่องการใช้กฎหมายทางทะเลนั้น กองทัพเรือเป็นหน่วยงานสำคัญทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ แผนที่ และข้อเท็จจริงเชิงเทคนิค และทุกอย่างตรวจสอบได้ เพื่อให้การเจรจาดำเนินการมีความชัดเจนและรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย” นางสาวรัชดา กล่าว

‘อภิสิทธิ์’เชื่อยกเลิกไม่มีปัญหา

วันเดียวกันที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. มีมติยกเลิก MOU 2544 ว่า ในส่วนของพรรคพูดมานานแล้วว่าเป็น MOU ที่ไม่ได้ใช้งานจริง และมีปัญหาเรื่องแผนที่มาตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นการเดินหน้าหรือยกเลิกไม่มีปัญหาอะไรในเชิงหลักการ เพราะการเดินหน้าตาม MOU น่าจะมีปัญหา เพียงแต่ขั้นตอนและวิธีการทางกฎหมายจะต้องรัดกุม เราต้องดูว่าทางฝั่งกัมพูชามีความเคลื่อนไหวอย่างไร แต่โดยรวมตั้งแต่การเลือกตั้งเราก็พูดชัด MOU 2544 สามารถยกเลิกได้

เมื่อถามว่าการที่ไทยและกัมพูชาเข้าเป็นสมาชิกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล พ.ศ. 1982 จะมีปัญหาในอนาคตหรือไม่ เพราะกัมพูชามักจะไม่ปฏิบัติตามนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การใช้กฎหมายถือเป็นหลักสากล แต่ในกรณีที่ต้องมีการเจรจาก็ต้องมาทำข้อตกลงกันใหม่ เพราะข้อตกลงเดิมไม่ได้เดินอยู่แล้ว เพราะมีปัญหาหลายอย่าง

ส่วนการยกเลิกจะเป็นผลดีหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตอนนี้คงต้องดูว่าการดำเนินการจะต้องทำอย่างรัดกุมตามหลักกฎหมาย และต้องดูการเคลื่อนไหวของกัมพูชาประกอบกัน

ทหารเขมรยั่วยุรายวัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคลิปเหตุการณ์คาดว่าถูกบันทึกไว้เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา เผยให้เห็นสถานการณ์บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชาใกล้ช่องซำแต จ.ศรีสะเกษ โดยในคลิปปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ทหารไทยตั้งแถวตรวจตราอย่างเข้มงวดบริเวณหน้าแนวพื้นที่รับผิดชอบ

ขณะเดียวกัน ฝั่งกัมพูชาบริเวณแนวลวดหนามพบการเคลื่อนไหวของกำลังทหารที่ตั้งฐานในระยะกระชั้นชิดกับฝั่งไทยและมีการนำผ้าสีฟ้า ลักษณะคล้ายสแลนมากางหรือขึงไว้ในจุดที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน คล้ายการแสดงพิกัดหรือแนวเขต อีกทั้งยังมีการขยับตำแหน่งหน้าแนวจากจุดเดิม สร้างความผิดสังเกตในพื้นที่

จากสถานการณ์ดังกล่าวฝ่ายทหารไทยได้ตะโกนสื่อสารไปยังฝั่งกัมพูชาในระดับผู้บังคับบัญชา ขอความร่วมมือไม่ให้ดำเนินการใดที่อาจก่อให้เกิดความกระทบกระทั่ง หรือมีลักษณะไม่เหมาะสม ขอให้ต่างฝ่ายต่างอยู่ อย่ายั่วยุกันพร้อมขอให้ประสาน
ผู้บังคับบัญชาฝั่งกัมพูชา เพื่อนำผ้าดังกล่าวออกจากพื้นที่

อย่างไรก็ตาม แม้เหตุการณ์ยังไม่เกิดการปะทะหรือความรุนแรง แต่บรรยากาศตามแนวชายแดนยังคงตึงเครียด และมีสัญญาณของการยั่วยุ รวมถึงความพยายามสร้างแรงกดดันเป็นระยะ แม้พื้นที่ดังกล่าวจะอยู่ในเขตของกัมพูชา แต่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นถูกมองว่าเกินกว่าการตั้งฐานตามปกติ และอาจเข้าข่ายการท้าทายมากกว่าการปฏิบัติภารกิจตามแนวชายแดนทั่วไป

รวบ7คนไทยแก๊งให้เช่าบัญชีม้า

เช้าวันเดียวกัน พ.อ.พงศกรเสืองาม ผบ.ชค.ทพ.12 ฉก.อรัญประเทศ กกล.บูรพา (ผู้บังคับการชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 หน่วยเฉพาะกิจ อรัญประเทศ กองกำลังบูรพา) สั่งการให้ พ.ท.เตชทัต เฉลิมจิตต์ ผบ.ร้อย.ทพ.1202 จัดกำลังพลร่วมกับ ชปข.2 กกล.บูรพา (ชุดปฏิบัติการข่าวที่ 2 กองกำลังบูรพา) ออกทำการลาดตระเวนป้องกัน สกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ ระหว่าง จต.อ.03-จต.อ.04 พื้นที่ ม.5 บ.ภูน้ำเกลี้ยง ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ตรวจพบ และจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายสัญชาติไทย จำนวน7 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 5 คน ขณะเดินเท้าลักลอบข้ามแดนช่องธรรมชาติจากฝั่งกัมพูชา เข้ามาในประเทศไทยจับกุม ตรวจสอบไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารอนุญาตข้ามแดนแต่อย่างใด จึงควบคุมตัวมาทำการซักถามที่ กองร้อยทหารพรานที่ 1202 ต.ป่าไร่อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ถูกขังไว้ที่ปอยเปต

จากการซักถามเบื้องต้นพบว่าคนไทยทั้ง 7 คน เดินทางมาจาก 6 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ชัยภูมิ, ฉะเชิงเทรา, เชียงราย, มหาสารคาม, สุพรรณบุรี และปทุมธานี โดยทั้งหมดอ้างว่าได้รับการติดต่อทางเฟซบุ๊กรับเช่าบัญชีธนาคาร บัญชีละ 25,000 บาทจึงสนใจ จากนั้นได้แอดไลน์คุยกันแล้วตกลงเดินทางมาที่ชายแดนอรัญประเทศโดยผู้ติดต่อส่งรถยนต์มารับถึงภูมิลำเนา จากนั้นพาลักลอบข้ามแดนออกไปฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชาทางช่องทางธรรมชาติซึ่งเป็นไร่อ้อย เมื่อไปถึงปอยเปต ได้ถูกนำไปกักขังไว้ที่อาคารพาณิชย์ 6 ชั้น สีเทา มีประตูเหล็กสีดำ มีรั้วปูนสีขาว มียามเฝ้า 24 ชม. จากนั้นมีชายไทยมายึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์ของพวกตนไปทั้งหมด แต่พวกตนยังไม่ได้มีการสแกนใบหน้าแต่อย่างใด โดยพวกตนถูกขังอยู่ประมาณ 2 คืน จู่ๆ ได้มีคนไทยมาบอกว่าโทรศัพท์และบัตรประชาชนของพวกตนหายไปแล้วจากนั้นได้มีชาวกัมพูชามารับพวกตนไปส่งที่บริเวณชายแดนฝั่งปอยเปตแล้วบอกให้พวกตนเดินเท้าลักลอบข้ามแดนกลับประเทศไทยเองทั้งๆ ที่พวกตนยังไม่ได้รับเงินใดๆ ทำให้พวกตนต้องเดินเท้าลักลอบข้ามรั้วลวดหนามชายแดนบริเวณช่องธรรมชาติจากฝั่งกัมพูชากลับเข้าประเทศไทยและถูกทหารพรานไทยจับกุมได้ในที่สุด

ซึ่ง จนท.ชุดจับกุมคาดว่าแก๊งสแกมเมอร์ในปอยเปต กำลังถูกรัฐบาลกัมพูชากวาดล้างอย่างหนักทำให้เกิดการแตกตื่นต่างเร่งหลบหนีทำให้ต้องทิ้งทุกอย่างไว้จึงนำตัวคนไทยทั้ง 7 คนมาปล่อยทิ้งชายแดน โดยที่ยังไม่ได้สแกนใบหน้า

จากนั้น จนท.จึงควบคุมตัวคนไทยทั้ง 7 คน มาส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผลและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

สีหศักดิ์แจงยกเลิกเอ็มโอยู44

ที่โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ กรณีที่มีการตั้งคำถามถึงการยกเลิก MOU44 ว่าถ้ายกเลิกแล้วไทยจะทำอย่างไรต่อ โดยย้ำว่า การที่ไทยจะยกเลิก เรารู้ว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป ซึ่งเรื่องนี้อาจจะมีกรอบความร่วมมือใหม่ที่ดีกว่า เพราะว่า กรอบความร่วมมือ MOU44 มีทั้งปัญหาที่เกี่ยวกับการอ้างสิทธิ และในแง่การเมืองภายในของไทย ฉะนั้นหากเรามาเริ่มกันใหม่ก็จะดีกว่า และเจรจาในเรื่องของเขตแดนให้สุดก่อน จากนั้นก็ค่อยมาดูว่าส่วนที่ทับซ้อนมากน้อยเพียงใดแล้วค่อยมาว่ากันอีกที

ทั้งนี้ รัฐบาลมีความกังวลเกี่ยวกับข้อสังเกตของนักวิชาการในประเด็นการยกเลิก MOU44 ที่อาจทำให้ไทยถูกมองว่าไม่มีความน่าเชื่อถือ เพราะไปยกเลิกสัญญาฝ่ายเดียวหรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่าก่อนที่เราจะตัดสินใจยกเลิก เราคุยกับที่ปรึกษากฎหมายทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ พร้อมหารือว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อ แต่ในขณะเดียวกันตนก็รับฟังนักวิชาการทุกฝ่าย และตัดสินใจบนเหตุผลที่ถูกต้อง

นายสีหศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า MOU44 เรามีมากว่า 20 ปี แต่ไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งยังมีกระแสภายในประเทศด้วย ฉะนั้นในเมื่อไม่คืบหน้าเราก็ยกเลิกแล้วไปพุดคุยกับฝ่ายกัมพูชาต่อ

ส่วนจากท่าทีของผู้นำกัมพูชาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่อยากจะให้ไทยกลับมาใช้กลไกทวิภาคี และกดดันให้ประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC มองอย่างไร นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ถ้ากัมพูชาต้องการแก้ไขผ่านกลไกทวิภาคีก็ถือเป็นสิ่งที่ดี แต่เขายังไปพูดเรื่องที่ไม่ดีต่อประเทศไทยในเวทีต่างๆ ตนจึงอยากจะให้สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ หลีกเลี่ยงการกล่าวอะไรที่กระทบกระทั่ง และ หลีกเลี่ยงการใช้วิธีกดดันทั้งที่เรายังไม่พร้อม โดยนำเรื่องนี้ไปใช้ประโยชน์ในเวทีระหว่างประเทศว่าไทยไม่ให้ความร่วมมือ ฉะนั้นถ้ากัมพูชาอยากจะเจรจาจริง และทำอย่างที่พูด ตนว่าเราก็อยากจะเดินหน้า

สำหรับฝ่ายจีนได้มีการเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย พบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาหรือไม่ นายสีหศักดิ์ ยืนยันว่า จีนพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้ทั้งสองประเทศได้เจอกัน แต่จีนไม่ต้องการที่จะแทรกแซง

โปรดเกล้าฯ รับโอน ‘น.อ. ธนพงศ์’ สังกัดหน่วยรักษาพระองค์ พระราชทานยศ พลอากาศตรี

โปรดเกล้าฯ รับโอน 'น.อ. ธนพงศ์' สังกัดหน่วยรักษาพระองค์ พระราชทานยศ พลอากาศตรี

โปรดเกล้าฯ รับโอน ‘น.อ. ธนพงศ์’ สังกัดหน่วยรักษาพระองค์ พระราชทานยศ พลอากาศตรี

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.47 น.

วันที่ 25 เมษายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการ ให้รับโอนนายทหารสัญญาบัตรเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารและพระราชทานยศทหาร 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 4 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560

มาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 และมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รับโอน นาวาอากาศเอก ธนพงศ์ พลกนิษฐ ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา นาวาอากาศเอกพิเศษ) มาสังกัดหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลอากาศตรี) และพระราชทานยศเป็น พลอากาศตรี

ศุภมาส คุมเข้ม ธุรกิจเงินกู้ออนไลน์ หลังพบ กับดักสัญญา กำหนดเงื่อนไขซับซ้อน

ศุภมาส คุมเข้ม  ธุรกิจเงินกู้ออนไลน์ หลังพบ กับดักสัญญา กำหนดเงื่อนไขซับซ้อน

ศุภมาส คุมเข้ม ธุรกิจเงินกู้ออนไลน์ หลังพบ กับดักสัญญา กำหนดเงื่อนไขซับซ้อน

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.22 น.

“ศุภมาส” คุมเข้ม  “ธุรกิจเงินกู้ออนไลน์” หลังพบ “กับดักสัญญา”  เอาเปรียบประชาชน พร้อมเตรียมยกเครื่องกฎหมาย สคบ.  ก้าวทันยุคดิจิทัล 

วันที่ 25 เมษายน 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยผู้บริโภคต่อการใช้บริการต่าง ๆ ผ่านระบบออนไลน์  โดยเฉพาะการทำ “สัญญาดิจิทัล” ในรูปแบบการกู้ยืมเงิน ซึ่งอาจกลายเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบธุรกิจฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค โดยเขียนข้อสัญญาเกินสมควร ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากต้องเผชิญกับ “กับดักสัญญา” จากแอปพลิเคชันกู้เงินออนไลน์และการสมัครบริการต่าง ๆ ที่กำหนดเงื่อนไขซับซ้อน บีบให้ผู้บริโภคเสียเปรียบในระยะยาว ตนในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จึงได้สั่งการให้ สคบ. เร่งเดินหน้าแก้ไขปัญหา และสร้างมาตรฐานสัญญาการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค โดยกำชับ สคบ. ต้องเข้ามามีบทบาทในการคุมเข้ม “ธุรกิจกู้ยืมเงิน” และสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมสูงสุด 

ล่าสุด นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. ได้กำหนดแนวทางการยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม 3 แนวทางได้แก่

1. กำหนดมาตรการในการบังคับใช้กฎหมายควบคุมสัญญาในเชิงรุก โดยมีประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 ที่กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องใช้ข้อสัญญาตามที่ประกาศฯกำหนด และห้ามใช้เงื่อนไขสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เช่น ห้ามนำข้อมูลไปเปิดเผยต่อบุคคลที่สามโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้กู้ ซึ่งมาตรการนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทำสัญญาด้วยหนังสือหรือทำสัญญาผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็ต้องปฏิบัติตามประกาศฯ ดังกล่าว 

2. ออกประกาศฯ ควบคุมสัญญา  กับธุรกิจ ที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค เช่น ธุรกิจขายห้องชุด ธุรกิจเช่าซื้อรถแทรกเตอร์และเครื่องจักรกลการเกษตร ธุรกิจให้บริการเช่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ และธุรกิจการให้บริการเสริมความงาม ซึ่งต้องครอบคลุมถึงสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

3. บูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และประชาชน  เพื่อทบทวน ปรับปรุง และแก้ไขกฎหมายให้ทันต่อโลกดิจิทัลและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป 

ทั้งนี้ สคบ. จะพิจารณาทบทวนประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 เพื่อกำหนดให้มีแบบสัญญามาตรฐาน สร้างความเป็นธรรมในการทำสัญญาระหว่างผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำสัญญาในรูปแบบเอกสารหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคภายใต้แนวคิด “สคบ. ใกล้ตัว อุ่นใจผู้บริโภค”

หากท่านพบความไม่เป็นธรรมจากการทำสัญญาหรือได้รับความเดือดร้อนในกรณีต่าง ๆ สามารถขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 และสามารถร้องทุกข์ผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect หรือเว็บไซต์ สคบ. http://www.ocpb.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง”

ปชน.เคาะ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ นั่งเลขาฯพรรค คนใหม่ เท้ง หัวหน้าตามเดิม

ปชน.เคาะ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ นั่งเลขาฯพรรค คนใหม่ เท้ง หัวหน้าตามเดิม

ปชน.เคาะ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ นั่งเลขาฯพรรค คนใหม่ เท้ง หัวหน้าตามเดิม

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.43 น.

วันที่ 25 เมษายน 2569  ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการปรับเปลี่ยนตำแหน่งต่างๆ ภายในพรรคประชาชน (ปชน.) ว่า สำหรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ค่อนข้างชัดเจนแล้ว ว่า คือนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ส่วนผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเเม่บ้านพรรคคนใหม่ ทำหน้าที่เเทนนายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคคนเก่าที่ลาออก คือ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) ซึ่งจะมีการเคาะเลือกอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 26 เม.ย. นี้ ในที่ประชุมใหญ่สามัญพรรคปชน. ซึ่งจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ในเวลา 09.30 น.