กรีซประกาศแบนโซเชียลมีเดียเด็กต่ำกว่า 15 ปี เริ่มมกราคม 2027

กรีซประกาศแบนโซเชียลมีเดียเด็กต่ำกว่า 15 ปี เริ่มมกราคม 2027

8 เม.ย. 2569 16:26 น.

กรีซประกาศแบนโซเชียลมีเดียเด็กต่ำกว่า 15 ปี เริ่มมกราคม 2027

นายกรัฐมนตรีกรีซประกาศมาตรการ เตรียมห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เข้าถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หวังแก้ปัญหาเสพติดหน้าจอและผลกระทบทางสมอง พร้อมจี้สหภาพยุโรปผลักดันให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งภูมิภาค

นายกรัฐมนตรี คิเรียกอส มิตโซทาคิส แห่งกรีซ แถลงผ่านวิดีโอบนแอปพลิเคชัน TikTok โดยประกาศว่า กรีซจะเริ่มบังคับใช้มาตรการสั่งห้ามเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี เข้าถึงโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 เป็นต้นไป เพื่อปกป้องเยาวชนจากภัยคุกคามในโลกออนไลน์และปัญหาทางด้านสุขภาพ

นายกรัฐมนตรีมิตโซทาคิสระบุว่า นี่เป็นมาตรการ “ที่ยากแต่จำเป็น” โดยชี้ให้เห็นว่าข้อมูลทางวิทยาศาสตร์นั้นชัดเจนว่า การที่เด็กใช้เวลาอยู่หน้าจอเป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวันส่งผลให้สมองไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ นอกจากนี้ เขายังได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองจำนวนมากว่าบุตรหลานมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ มีภาวะวิตกกังวลสูง และตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นในโลกออนไลน์

ในวิดีโอสื่อสารถึงกลุ่มวัยรุ่นโดยตรง ผู้นำกรีซกล่าวว่า “ผมรู้ว่าพวกคุณบางคนอาจจะโกรธ แต่เป้าหมายของเราไม่ใช่การกีดกันคุณออกจากเทคโนโลยี แต่คือการต่อสู้กับการเสพติดบางแอปพลิเคชันที่ทำลายความไร้เดียงสาและเสรีภาพของคุณ” ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากประชาชนในประเทศอย่างล้นหลาม โดยผลสำรวจความคิดเห็นจาก ALCO เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพบว่า ชาวกรีซกว่า 80% เห็นด้วยกับการแบนนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลกรีซก็ได้สั่งห้ามนำโทรศัพท์มือถือเข้าโรงเรียนและใช้ระบบควบคุมโดยผู้ปกครองเพื่อจำกัดเวลาหน้าจอไปแล้วบางส่วน

การเคลื่อนไหวของกรีซในครั้งนี้ส่งผลให้กรีซกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศแรกๆ ของโลกที่ใช้มาตรการจำกัดอายุอย่างจริงจัง ตามรอยประเทศอื่นๆ เช่นออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศแรกในโลกที่ผ่านกฎหมายห้ามเด็กต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดียเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ส่วนอินโดนีเซียเริ่มบังคับใช้กฎหมายแบนผู้ใช้ต่ำกว่า 16 ปีเมื่อเดือนมีนาคม และมีการส่งหนังสือเรียกพบถึงกูเกิลและเมตาแล้ว กรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ด้านออสเตรียเตรียมเสนอจำกัดอายุที่ 14 ปี ขณะที่สเปน เดนมาร์ก สหราชอาณาจักร และสโลวีเนีย ต่างแสดงความจำนงที่จะเดินหน้าในทิศทางเดียวกัน

นายกรัฐมนตรีมิตโซทาคิสทิ้งท้ายว่า เขาจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสหภาพยุโรป เพื่อผลักดันให้เกิดมาตรการในระดับภูมิภาค โดยเชื่อว่ากรีซจะไม่ใช่ประเทศสุดท้ายที่ตัดสินใจเช่นนี้ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับคนรุ่นใหม่ในอนาคต.

ที่มา Reuters

ญี่ปุ่นตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน “ทหารหญิง” เป็น 13% ภายในปี 2036 แก้ปัญหาคนสมัครลด

ญี่ปุ่นตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน "ทหารหญิง" เป็น 13% ภายในปี 2036 แก้ปัญหาคนสมัครลด

8 เม.ย. 2569 15:56 น.

ญี่ปุ่นตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน “ทหารหญิง” เป็น 13% ภายในปี 2036 แก้ปัญหาคนสมัครลด

กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนทหารหญิงเป็น 13% ภายในปี 2036 พร้อมปรับปรุงสวัสดิการ-สภาพแวดล้อม ท่ามกลางอุปสรรคในการดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาสมัครเป็นทหาร หลังเผชิญปัญหาขาดแคลนกำลังพลและแรงกดดันจากคดีล่วงละเมิดทางเพศ

กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นประกาศแผนยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อเพิ่มสัดส่วนกำลังพลสตรีในกองกำลังป้องกันตนเอง (SDF) โดยตั้งเป้าหมายให้มีบุคลากรหญิงในสัดส่วน 13% ของกองทัพภายในเดือนมีนาคม ปี 2036 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีเพียง 9% ท่ามกลางอุปสรรคในการดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาสมัครเป็นทหาร

การขับเคลื่อนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากกองทัพญี่ปุ่นเผชิญกับวิกฤตศรัทธาจากคดีของ รินะ โกโนอิ  อดีตทหารหญิงที่ออกมาเปิดเผยประสบการณ์การถูกล่วงละเมิดทางเพศผ่านยูทูบจนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก ซึ่งนำไปสู่การยอมรับความผิดของภาครัฐและการไกล่เกลี่ยในชั้นศาลเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

เพื่อเป็นการส่งเสริมบทบาทของสตรีและสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต (Work-Life Balance) กระทรวงกลาโหมระบุว่ากำลังเร่งปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในฐานทัพทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ และพื้นที่พักอาศัยเฉพาะสำหรับผู้หญิง รวมถึงการจัดสรรพื้นที่ส่วนตัวสำหรับสตรีบนเรือรบอีกด้วย

ปัจจุบัน ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์จากการขยายอิทธิพลของจีน ทำให้มีความจำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณและกำลังรบ อย่างไรก็ตาม กองทัพยังคงขาดแคลนกำลังพลถึง 10% จากจำนวนตำแหน่งทั้งหมด 250,000 นาย โดยมีปัจจัยลบสำคัญเช่น อัตราการเกิดต่ำและประชากรวัยแรงงานที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่งานมีความเสี่ยงสูง ค่าตอบแทนต่ำ และอายุเกษียณที่ค่อนข้างน้อย (ประมาณ 56 ปี) ขณะที่สังคมญี่ปุ่นมีรากฐานวัฒนธรรมแบบชายเป็นใหญ่ ที่ยังคงฝังรากลึกในโครงสร้างบริหารระดับสูง

แม้กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นจะมีขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศที่ทันสมัย แต่บทบาททางทหารยังถูกจำกัดภายใต้รัฐธรรมนูญแนวสันติ ซึ่งจำกัดการใช้กำลังในการแก้ไขความขัดแย้ง

จากสถิติของกลุ่มประเทศนาโตในปี 2022 พบว่ามีสัดส่วนทหารหญิงเฉลี่ยอยู่ที่ 12% ขณะที่สหรัฐอเมริกาพุ่งสูงถึง 18% ในปี 2023 ซึ่งทางกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นเชื่อว่า การเพิ่มจำนวนทหารหญิงจะช่วยเพิ่มมุมมองที่หลากหลายให้แก่กองทัพ โดยเฉพาะในภารกิจบรรเทาสาธารณภัยและการปฏิบัติงานที่ต้องประสานงานใกล้ชิดกับภาคประชาชน

นับตั้งแต่ก่อตั้งกองกำลังป้องกันตนเองในปี 1950 ญี่ปุ่นยังคงยึดถือแนวทางสันติภาพตามรัฐธรรมนูญ โดยเน้นการป้องกันตนเองและไม่มีประวัติกำลังพลเสียชีวิตจากการสู้รบจริง แต่ด้วยสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป ญี่ปุ่นจึงพยายามปรับตัวด้วยการดึงศักยภาพจาก “กำลังพลสตรี” มาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการปกป้องประเทศต่อไป.

ที่มา JAPAN TIMES

สิงคโปร์ย้ำไม่เจรจาขอทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ชี้เป็น “สิทธิ” ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

สิงคโปร์ย้ำไม่เจรจาขอทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ชี้เป็น “สิทธิ” ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

8 เม.ย. 2569 15:08 น.

สิงคโปร์ย้ำไม่เจรจาขอทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ชี้เป็น “สิทธิ” ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ดร.วิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ประกาศจุดยืนปฏิเสธการเจรจาหรือจ่ายค่าผ่านทางให้อิหร่านเพื่อแลกกับการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ชี้เป็น “สิทธิ” ตามกฎหมาย ไม่ใช่ “สิทธิพิเศษ” ที่รัฐชายฝั่งจะอนุญาตหรือเรียกเก็บเงินได้ตามใจชอบ และต้องรักษาบรรทัดฐานกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ในช่องแคบมะละกาและสิงคโปร์ในอนาคต

ดร.วิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันอังคารที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา โดยยืนยันชัดเจนว่า สิงคโปร์จะไม่เปิดการเจรจากับอิหร่านเพื่อขอ “ทางผ่านที่ปลอดภัย” หรือพิจารณาจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านทางสำหรับเรือสัญชาติสิงคโปร์ในช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ตึงเครียด

ดร.วิเวียน เน้นย้ำว่า การสัญจรผ่านเส้นทางน้ำระหว่างประเทศเป็น “สิทธิ” ตามกฎหมาย ไม่ใช่ “สิทธิพิเศษ” ที่รัฐชายฝั่งจะอนุญาตหรือเรียกเก็บเงินได้ตามใจชอบ โดยอ้างอิงตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ซึ่งเปรียบเสมือน “รัฐธรรมนูญแห่งมหาสมุทร” ที่ทุกประเทศต้องปฏิบัติตาม

รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์อธิบายว่า การยอมเจรจาเพื่อขอสิทธิผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่อันตรายและบ่อนทำลายหลักการกฎหมายสากล ซึ่งอาจส่งผลกระทบย้อนกลับมายังสิงคโปร์เอง โดยระบุว่าปริมาณน้ำมันดิบและสินค้าคอนเทนเนอร์ที่ผ่านช่องแคบมะละกาและสิงคโปร์ มีมูลค่าและปริมาณมหาศาลยิ่งกว่าช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่จุดที่แคบที่สุดของช่องแคบฮอร์มุซกว้างถึง 21 ไมล์ทะเล ในขณะที่ช่องแคบสิงคโปร์แคบไม่ถึง 2 ไมล์ทะเล

เขากล่าวว่าหากสิงคโปร์ยอมรับการเก็บค่าผ่านทางหรือการขออนุญาตในพื้นที่อื่น สิงคโปร์ย่อมไม่สามารถอ้างสิทธิเสรีภาพในการเดินเรือในน่านน้ำใกล้บ้านตัวเองได้ในอนาคต

“นี่ไม่ใช่เรื่องของการเลือกข้างทางการเมือง แต่มันคือการยึดมั่นในหลักการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะหากภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งตกอยู่ในกองเพลิงและมีการยิงขีปนาวุธใส่กัน ต่อให้เราเป็นโอเอซิสที่มั่งคั่งและปลอดภัยเพียงใด เราก็ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

ก่อนหน้านี้ทางการอิหร่านระบุว่าได้อนุญาตให้เรือจากบางประเทศ เช่น จีน อินเดีย ปากีสถาน ญี่ปุ่น ไทย และมาเลเซีย สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ หลังจากที่การจราจรทางน้ำถูกจำกัดอย่างหนักจากภาวะสงครามตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม ดร.วิเวียน ยืนยันว่าแม้เขาจะเคยหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านมาก่อน แต่จะไม่มีการต่อรองในเรื่องการขอทางผ่านเด็ดขาด

ปัจจุบัน ทางการท่าเรือสิงคโปร์ (MPA) กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับผู้ประกอบการเรือที่ชักธงสิงคโปร์ในพื้นที่ พร้อมทั้งร่วมหารือกับองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) เพื่อพิจารณาแนวทางการจัดตั้ง “ระเบียงเดินเรือปลอดภัย” ในระดับสากล เพื่อสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่ประจำเรือและเสถียรภาพของการค้าโลก

ทั้งนี้ รัฐบาลสิงคโปร์ได้เตือนประชาชนและภาคธุรกิจให้เตรียมรับมือกับสภาพเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและรุนแรงขึ้น ซึ่งเป็นราคาที่โลกต้องจ่ายในสภาวะสงครามที่ขยายตัวในปัจจุบัน.

ที่มา CNA

ฝ่ายค้านอิสราเอลจวก “เนทันยาฮู” ทำข้อตกลงกับอิหร่านเป็น “หายนะทางการเมือง” ครั้งใหญ่

ฝ่ายค้านอิสราเอลจวก "เนทันยาฮู" ทำข้อตกลงกับอิหร่านเป็น "หายนะทางการเมือง" ครั้งใหญ่

8 เม.ย. 2569 13:44 น.

ฝ่ายค้านอิสราเอลจวก “เนทันยาฮู” ทำข้อตกลงกับอิหร่านเป็น “หายนะทางการเมือง” ครั้งใหญ่

ฝ่ายค้านอิสราเอล วิจารณ์รัฐบาลเนทันยาฮู ไม่บรรลุเป้าหมายสงคราม การทำข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน เป็นหายนะทางการเมืองครั้งใหญ่ 

วันที่ 8 เมษายน 2569 นายยาอีร์ ลาปิด ผู้นำพรรคฝ่ายค้านอิสราเอล ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านอย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็น “หายนะทางการเมือง” และสะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาลที่นำโดยนายเบนจามิน เนทันยาฮู 

นายลาปิดกล่าวว่า อิสราเอลแทบไม่มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจเกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงระดับชาติ พร้อมตั้งคำถามต่อบทบาทของรัฐบาลในการเจรจา โดยเขากล่าวว่า ไม่เคยมีหายนะทางการเมืองเช่นนี้มาก่อนในประวัติศาสตร์ของอิสราเอล  

นอกจากนี้เขายังระบุว่า กองทัพอิสราเอลได้ดำเนินการตามภารกิจอย่างเต็มที่ และประชาชนแสดงความเข้มแข็ง แต่รัฐบาลภายใต้เนทันยาฮู กลับล้มเหลวทั้งในเชิงการเมืองและยุทธศาสตร์ โดยรัฐบาลไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ในสงครามครั้งนี้ได้

ก่อนหน้านี้ นายเนทันยาฮู ระบุว่าอิสราเอลให้การสนับสนุนการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ในการระงับการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ภายใต้เงื่อนไขว่าอิหร่านต้องเปิดช่องแคบทันที และยุติการโจมตีต่อสหรัฐฯ อิสราเอล รวมถึงประเทศพันธมิตรในภูมิภาค พร้อมย้ำว่า อิสราเอลเห็นพ้องกับความพยายามของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้มั่นใจว่า  อิหร่านจะไม่เป็นภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ และการก่อการร้ายต่ออเมริกา อิสราเอล ประเทศเพื่อนบ้านอาหรับ และโลกอีกต่อไป. 

ที่มา AFP

เรือในช่องแคบฮอร์มุซยังแทบไม่ขยับ แม้สหรัฐฯ-อิหร่านประกาศหยุดยิง

 เรือในช่องแคบฮอร์มุซยังแทบไม่ขยับ แม้สหรัฐฯ-อิหร่านประกาศหยุดยิง

8 เม.ย. 2569 13:19 น.

เรือในช่องแคบฮอร์มุซยังแทบไม่ขยับ แม้สหรัฐฯ-อิหร่านประกาศหยุดยิง

ผ่านไปกว่า 6 ชั่วโมงหลังสหรัฐอเมริกาและอิหร่านประกาศข้อตกลงหยุดยิง แต่ข้อมูลการเดินเรือล่าสุดชี้ การสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซแทบไม่มีความเคลื่อนไหว สะท้อนความกังวลด้านความปลอดภัยยังไม่คลี่คลาย

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางทะเลระบุว่า แม้การหยุดยิงจะเป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้การขนส่งเชิงพาณิชย์กลับสู่ภาวะปกติในทันที

ชาร์ลี บราวน์ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการติดตามกองเรือล่องหนของ United Against Nuclear Iran และอดีตนายทหารเรือสหรัฐฯ ระบุว่าผู้ประกอบการเรือยังคงรอดูท่าที จากหลายฝ่ายสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานความมั่นคงทางทะเล รัฐเจ้าของธงเรือ รวมถึงบริษัทประกันภัยความเสี่ยงสงคราม

เขาย้ำว่าสัญญาณสำคัญ ที่ตลาดกำลังจับตาคือ เรือกลุ่มแรกที่จะกล้าแล่นผ่านเส้นทางนี้ หากสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย ความเชื่อมั่นจะกลับมาอย่างรวดเร็ว และผู้ประกอบการรายอื่นจะทยอยตามมา

ตั้งแต่สงครามเริ่มต้น อิหร่านได้โจมตีเรืออย่างน้อย 19 ลำ บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเชื่อมระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน โดยการปิดกั้นเส้นทางนานเกือบ 6 สัปดาห์ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันดิบทั่วโลกสะดุด และกดดันตลาดการเงินอย่างหนัก

ด้าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย แต่ต้องอยู่ภายใต้การประสานงานกับกองทัพอิหร่านเท่านั้น

ขณะเดียวกัน สื่อทางการของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านและโอมาน เตรียมเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ผ่านช่องแคบในช่วงหยุดยิง ทำให้สถานการณ์ยังคงไม่แน่นอน.

ที่มา : channelnewsasia

“บิล เกตส์” เตรียมเข้าให้การสภาคองเกรส ปมความสัมพันธ์ “เจฟฟรีย์ เอปสตีน”

"บิล เกตส์" เตรียมเข้าให้การสภาคองเกรส ปมความสัมพันธ์ "เจฟฟรีย์ เอปสตีน"

8 เม.ย. 2569 12:55 น.

“บิล เกตส์” เตรียมเข้าให้การสภาคองเกรส ปมความสัมพันธ์ “เจฟฟรีย์ เอปสตีน”

“บิล เกตส์” มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ตอบรับการเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ กรณีการติดต่อกับอาชญากรทางเพศ “เจฟฟรีย์ เอปสตีน” เดือนมิถุนายนนี้  เจ้าตัวย้ำเสียใจที่เคยรู้จัก แต่ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายใดๆ

นายบิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ เตรียมเดินทางเข้าให้การต่อสภาคองเกรสสหรัฐฯ ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับความสัมพันธ์และการติดต่อสื่อสารระหว่างเขากับ นายเจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตมหาเศรษฐีผู้ถูกตัดสินความผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงและจัดหาค้าประเวณีที่เสียชีวิตในคุกไปก่อนหน้านี้

โฆษกส่วนตัวของเกตส์เปิดเผยกับสื่อว่า เขายินดีที่จะตอบคำถามของคณะกรรมาธิการตรวจสอบและกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อสนับสนุนการทำงานที่สำคัญของหน่วยงาน โดยย้ำว่าเกตส์ไม่ได้ถูกตั้งข้อหาล่วงละเมิดใดๆ และการปรากฏชื่อในไฟล์สืบสวนไม่ได้หมายความว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีเอปสตีนมากกว่า 3 ล้านฉบับ ตามกฎหมายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลการสืบสวนทั้งหมดต่อสาธารณะ

ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า บิล เกตส์ ได้กล่าวขอโทษต่อพนักงานในมูลนิธิของเขา โดยยอมรับว่าเขาเคยมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับหญิงชาวรัสเซีย 2 ราย ซึ่งต่อมาเอปสตีนได้รับรู้เรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม เกตส์ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “ผมไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย และไม่เห็นการกระทำผิดกฎหมายใดๆ ในช่วงที่รู้จักกับเขา”

ในการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ เกตส์ระบุว่าการพบปะกับเอปสตีนจำกัดอยู่เพียงการรับประทานอาหารค่ำเพื่อพูดคุยเรื่องการกุศลเท่านั้น และเขาไม่เคยเดินทางไปยังเกาะส่วนตัวของเอปสตีนตามที่เป็นข่าว

เกตส์กล่าวในบทสัมภาษณ์หนึ่งว่า “ทุกนาทีที่ผมใช้ร่วมกับเขาเป็นสิ่งที่ผมเสียใจที่สุด และผมขออภัยที่ทำเช่นนั้นลงไป” 

ทั้งนี้ การเรียกตัวบิล เกตส์ เข้าให้การ เป็นส่วนหนึ่งของการขยายผลสืบสวนบุคคลระดับสูงที่มีความเชื่อมโยงกับเอปสตีน โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน และนางฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ก็ได้เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการชุดนี้ไปแล้วเช่นกัน.

ที่มา BBC

แหล่งข่าวเผย “จีน” กดดันอิหร่านสงบศึกสหรัฐฯ ผ่านตัวกลางหลายประเทศ

แหล่งข่าวเผย "จีน" กดดันอิหร่านสงบศึกสหรัฐฯ ผ่านตัวกลางหลายประเทศ

8 เม.ย. 2569 12:30 น.

แหล่งข่าวเผย “จีน” กดดันอิหร่านสงบศึกสหรัฐฯ ผ่านตัวกลางหลายประเทศ

แหล่งข่าวเปิดเผยบทบาทสำคัญของ “จีน” ในฐานะตัวแปรหลักที่ผลักดันให้อิหร่านยอมตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ นาน 2 สัปดาห์ โดยใช้ช่องทางผ่านประเทศคนกลางและพันธมิตรทางการค้า บีบให้คืนสู่โต๊ะเจรจาเพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงเปิดเผยว่า รัฐบาลจีนในฐานะคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ได้แสดงบทบาทเป็น “ผู้ชี้นำ” อยู่เบื้องหลังความพยายามให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยจีนได้ดำเนินการอย่างเงียบๆ ผ่านคนกลางอย่างปากีสถาน ตุรกี และอียิปต์ เพื่อกดดันให้อิหร่านเลือกเส้นทางแห่งสันติภาพ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AFP ยืนยันถึงบทบาทของจีนในครั้งนี้ว่า จีนมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการจูงใจให้อิหร่านกลับเข้าสู่การเจรจา ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของจีนเอง ที่ต้องการให้สถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลายลงก่อนที่ทรัมป์จะมีกำหนดการเดินทางเยือนจีนเพื่อพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจากที่แผนการเยือนเดิมในช่วงปลายเดือนมีนาคมถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากภาวะสงคราม

นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า “ทุกฝ่ายจำเป็นต้องแสดงความจริงใจและยุติสงครามที่ไม่มีควรจะเกิดขึ้นตั้งแต่แรกนี้โดยเร็ว” พร้อมย้ำว่าจีนมีความกังวลอย่างยิ่งต่อผลกระทบของความขัดแย้งที่มีต่อเศรษฐกิจโลกและความมั่นคงทางพลังงาน ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันแถลงว่า ปักกิ่งได้ทำงาน “อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อสันติภาพ” นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น

แม้จีนจะพยายามผลักดันการหยุดยิง แต่ในเวทีสหประชาชาติเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (7 เม.ย.) จีนได้ร่วมกับรัสเซียใช้สิทธิ “วีโต้” คัดค้านร่างมติที่เรียกร้องให้รัฐต่างๆ ประสานงานเพื่อคุ้มครองการเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยนายฟู่ ชง ผู้แทนถาวรจีนประจำสหประชาชาติ ให้เหตุผลว่าการผ่านมติดังกล่าวในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการคุกคาม อาจเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดพลาดต่อสถานการณ์โลก

การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของจีนในการยกระดับบทบาทของตนเองในกิจการโลก โดยใช้ทั้งอำนาจทางเศรษฐกิจและการทูตในการกดดันพันธมิตรอย่างอิหร่าน ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาจุดยืนทางการเมืองที่แข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ ในเวทีสากลควบคู่กันไป.

ที่มา ASSOCIATED PRESS / NDTV

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ เตรียมเข้าช่วยแก้ปัญหาการจราจรในช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ เตรียมเข้าช่วยแก้ปัญหาการจราจรในช่องแคบฮอร์มุซ

8 เม.ย. 2569 12:07 น.

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ เตรียมเข้าช่วยแก้ปัญหาการจราจรในช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ เตรียมเข้าไปช่วยจัดการความแออัดของการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก หลังเพิ่งตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน 2 สัปดาห์

ทรัมป์ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ จะเข้ามามีบทบาทช่วยแก้ปัญหาการจราจรทางทะเลในช่องแคบฮฮร์มุซ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงหยุดยิงที่ต้องมีการเปิดใช้งานอย่างสมบูรณ์ ทันที และปลอดภัย

เขายังแสดงความเชื่อมั่นว่า สถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางบวก พร้อมระบุว่าจะมีความเคลื่อนไหวเชิงบวกมากมาย และจะเกิดเม็ดเงินจำนวนมหาศาล

ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวว่า อิหร่านสามารถเริ่มกระบวนการฟื้นฟูประเทศได้ทันที โดยสหรัฐฯ จะเตรียมส่งเสบียงและทรัพยากรต่างๆ เข้าไปสนับสนุน พร้อมคอยดูแลสถานการณ์ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี

ทรัมป์ยังระบุด้วยว่า นี่ถือเป็นวันสำคัญของสันติภาพโลกพร้อมชี้ว่าอิหร่านและทุกฝ่ายต่างต้องการให้ความขัดแย้งยุติลง

ก่อนหน้านี้นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงหยุดยิง 2 สัปดาห์ จะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย แต่ต้องอยู่ภายใต้การประสานงานกับกองทัพอิหร่าน และคำนึงถึงข้อจำกัดทางเทคนิค แต่ยังไม่แน่ชัดว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการได้เมื่อไหร่ และจะเป็นไปในแนวทางใด

ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางที่มีการขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก แต่ตั้งแต่สงครามเริ่มต้น การเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าวแทบหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลก ซึ่งก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยเสนอแนวคิดให้สหรัฐฯ และอิหร่านร่วมกันควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ แต่อิหร่านยังไม่ได้ตอบรับท่าทีดังกล่าว.

ที่มา : CNN

เผยภาพประวัติศาสตร์ ลูกเรือ “อาร์เทมิส 2” ส่งตรงภาพถ่าย “ด้านไกลของดวงจันทร์”

เผยภาพประวัติศาสตร์ ลูกเรือ "อาร์เทมิส 2" ส่งตรงภาพถ่าย "ด้านไกลของดวงจันทร์"

8 เม.ย. 2569 11:47 น.

เผยภาพประวัติศาสตร์ ลูกเรือ “อาร์เทมิส 2” ส่งตรงภาพถ่าย “ด้านไกลของดวงจันทร์”

นักบินอวกาศภารกิจ “อาร์เทมิส 2” สร้างประวัติศาสตร์ส่งภาพถ่ายดวงจันทร์ความละเอียดสูงชุดแรกกลับสู่โลก เผยให้เห็นภูมิประเทศที่มนุษย์ไม่เคยเห็นด้วยตาเปล่า พร้อมข้อมูลวิทยาศาสตร์ล้ำค่า ก่อนเตรียมเดินทางกลับสู่โลกและลงจอดนอกชายฝั่งรัฐแคลิฟอร์เนียในวันศุกร์นี้

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา ได้เปิดเผยภาพถ่ายชุดแรกจากภารกิจ อาร์เทมิส 2 ซึ่งบันทึกโดยเหล่านักบินอวกาศระหว่างการบินผ่านดวงจันทร์ครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา โดยภาพดังกล่าวถูกส่งกลับมาถึงโลกเมื่อวันที่ 7 เม.ย. เผยให้เห็นรายละเอียดที่น่าทึ่งของพื้นผิวดวงจันทร์ในมุมที่ไม่เคยมีมนุษย์คนใดเห็นมาก่อน

ภาพถ่ายชุดนี้ถูกบันทึกโดยนักบินอวกาศทั้ง 4 นาย ได้แก่ รีด ไวส์แมน, วิคเตอร์ โกลเวอร์, คริสตินา โคช จากนาซา และ เจเรมี แฮนเซนจากสำนักงานอวกาศแคนาดา (CSA) โดยใช้กล้องคุณภาพสูงบันทึกภาพไว้หลายพันช็อตตลอดการบินผ่าน “ด้านไกลของดวงจันทร์”  เป็นเวลา 7 ชั่วโมง

สิ่งที่สร้างความตื่นเต้นให้แก่ทีมนักวิทยาศาสตร์คือ ภาพถ่ายปรากฏการณ์ “สุริยุปราคา” ที่บันทึกจากอวกาศ ซึ่งเผยให้เห็นชั้นบรรยากาศโคโรนาของดวงอาทิตย์อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีภาพบันทึกเหตุการณ์ “โลกตกและโลกขึ้น” (Earthset & Earthrise) รวมถึงภาพหลุมอุกกาบาต ธารลาวาโบราณ และรอยแยกบนพื้นผิวที่แสดงถึงวิวัฒนาการทางธรณีวิทยาของดวงจันทร์

ดร. นิคกี้ ฟ็อกซ์ ผู้ช่วยผู้บริหารกองอำนวยการภารกิจวิทยาศาสตร์ของนาซาระบุว่า “ภาพถ่ายเหล่านี้เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางวิทยาศาสตร์และจะสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังต่อไป” ขณะที่ลูกเรือยังรายงานการพบเห็นแสงวาบจากการพุ่งชนของอุกกาบาตขนาดเล็กบนด้านมืดของดวงจันทร์ถึง 6 ครั้ง ซึ่งข้อมูลนี้จะถูกนำไปวิเคราะห์ร่วมกับเครือข่ายนักดาราศาสตร์สมัครเล่นบนโลกเพื่อยืนยันพิกัดที่แม่นยำ

ปัจจุบัน ยานโอไรออนเดินทางมาเกินครึ่งทางของระยะทางขากลับแล้ว โดยมีกำหนดการลงจอดในมหาสมุทรแปซิฟิก นอกชายฝั่งเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ในวันศุกร์ที่ 10 เมษายนนี้ เวลาประมาณ 20:07 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (หรือตรงกับเช้าวันเสาร์ที่ 11 เมษายน เวลา 07:07 น. ตามเวลาประเทศไทย) นาซาจะเริ่มถ่ายทอดสดภารกิจการเดินทางกลับและการกู้คืนยานผ่านช่องทาง NASA+ และยูทูบ ตั้งแต่เวลา 05:30 น. ของวันเสาร์ (ตามเวลาไทย) โดยเจ้าหน้าที่จากนาซา และกระทรวงกลาโหมจะรอรับตัวนักบินอวกาศขึ้นสู่เรือรบยูเอสเอส จอห์น พี. เมอร์ธา

ภารกิจอาร์เทมิส 2 ถือเป็นก้าวสำคัญในยุคทองของการสำรวจอวกาศ เพื่อวางรากฐานการตั้งถิ่นฐานอย่างยั่งยืนบนดวงจันทร์ ก่อนจะต่อยอดไปสู่การส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารในอนาคต.

ที่มา NASA

อิหร่านยืนยันเริ่มเจรจากับสหรัฐฯ ที่อิสลามาบัด ปากีฯ 10 เม.ย. ยึดกรอบ 10 ข้อ

อิหร่านยืนยันเริ่มเจรจากับสหรัฐฯ ที่อิสลามาบัด ปากีฯ 10 เม.ย. ยึดกรอบ 10 ข้อ

8 เม.ย. 2569 10:43 น.

อิหร่านยืนยันเริ่มเจรจากับสหรัฐฯ ที่อิสลามาบัด ปากีฯ 10 เม.ย. ยึดกรอบ 10 ข้อ

ทางการอิหร่านยืนยัน เริ่มเจรจากับสหรัฐฯ ที่กรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน ในวันที่ 10 เม.ย. ยึดกรอบข้อเสนอ 10 ข้อ ขณะสหรัฐฯ ชะลอโจมตี เปิดทางหาข้อยุติสงคราม

วันที่ 8 เมษยายน 2569 สภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่านออกแถลงการณ์ระบุว่า การเจรจากับสหรัฐฯ ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยใช้ช่วงเวลานี้ในการหารือรายละเอียดเพื่อบรรลุข้อตกลงระยะยาว

ด้านประธานาธิบดีโดนัลเ์ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ จะระงับการโจมตีอิหร่านชั่วคราว และมองว่าข้อเสนอ 10 ข้อเป็น “พื้นฐานที่สามารถใช้เจรจาได้” พร้อมย้ำว่าเงื่อนไขสำคัญคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยและทันที

ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดยมีปริมาณน้ำมันราว 20% ของโลกผ่านเส้นทางนี้ การปิดกั้นบางส่วนของอิหร่านหลังการโจมตีเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงและเกิดภาวะขาดแคลนในหลายประเทศ

ทางด้านอับบาส อรักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า หากการโจมตีต่ออิหร่านหยุดลง กองกำลังอิหร่านก็จะยุติปฏิบัติการตอบโต้ และพร้อมประสานงานเพื่อให้การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซดำเนินต่อได้

ขณะเดียวกัน นายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีของปากีสถาน  เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิงทันทีในทุกแนวรบ พร้อมเชิญคณะผู้แทนเข้าร่วมการเจรจาในปากีสถาน โดยข้อเสนอ 10 ข้อของอิหร่านครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด การถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากภูมิภาค การชดเชยความเสียหายจากสงคราม และการให้อิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ตาม อิหร่านย้ำว่า แม้จะเข้าร่วมการเจรจา แต่ยังคงไม่ไว้วางใจสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ และพร้อมตอบโต้ทันทีหากเกิดความผิดพลาดจากฝ่ายตรงข้าม โดยรเจรจาครั้งนี้จะใช้เวลาเบื้องต้น 2 สัปดาห์ และอาจขยายเวลาได้ หากทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน.

ที่มา Aljazeera