อิหร่านยืนยัน “อาลี ลารีจานี” หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง เสียชีวิตแล้ว

อิหร่านยืนยัน “อาลี ลารีจานี” หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง เสียชีวิตแล้ว

18 มี.ค. 2569 05:57 น.

อิหร่านยืนยัน “อาลี ลารีจานี” หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง เสียชีวิตแล้ว

ทางการอิหร่านยืนยันแล้วว่า “อาลี ลารีจานี” เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว ในการโจมตีของอิสราเอล พร้อมกับลูกชายของเขาและเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่ง

ทางการอิหร่านออกแถลงการณ์ในช่วงเช้าวันพุธ (18 มี.ค. 2569) ตามเวลาท้องถิ่น ยืนยันข่าวการเสียชีวิตของ “อาลี ลารีจานี” เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน โดยเขาถูกสังหารในการโจมตีของอิสราเอล หลังจากที่ได้อุทิศตนทำงานรับใช้สาธารณะมาตลอดชีวิต

แถลงการณ์นี้มีขึ้นหลังจากที่นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล ระบุว่าลารีจานีถูก “กำจัด” (Eliminated) ไปเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านระบุว่าลารีจานี ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทสำคัญที่สุดของอิหร่านในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เสียชีวิตพร้อมกับบุคคลอื่นๆ อีกหลายราย รวมถึงบุตรชายและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของเขาด้วย

แถลงการณ์ของสภาฯ ยังยกย่องเส้นทางการเมืองอันยาวนานของลารีจานี โดยบรรยายว่าเขาเป็นบุคคลที่ทำงานเพื่อความก้าวหน้าของอิหร่าน “จนถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต” และเรียกร้องให้เกิดความเอกภาพท่ามกลางภัยคุกคามจากภายนอก

ก่อนหน้านี้ อิหร่านเพิ่งออกมายืนยันข่าวการเสียชีวิตของ โฆลามเรซา สุไลมานี (Gholamreza Soleimani) ผู้บัญชาการกองกำลังกึ่งทหารบาซิจ (Basij) โดยระบุว่า เขาถูกสังหารในการโจมตีของผู้ก่อการร้ายจากอเมริกา-ไซออนิสต์ ผู้เป็นศัตรู

สำนักข่าว Mehr ของอิหร่านรายงานว่า พิธีศพของทั้งลารีจานีและสุไลมานีจะจัดขึ้นในวันพุธนี้

ทางด้านสำนักข่าว Fars รายงานว่า ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ได้แสดงความ “เสียใจและอาลัยอย่างสุดซึ้ง” ต่อการจากไปของลารีจานี โดยระบุว่า “ผมไม่เคยเห็นสิ่งใดจากเขานอกจากความเมตตา ความรอบรู้ การเป็นมิตรที่ดี และการมองการณ์ไกล ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความสูญเสียครั้งนี้ยากเกินจะทดแทนได้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านยอมรับ ผบ.กองกำลัง “บาซิจ” ถูกอิสราเอลสังหารแล้ว

อิหร่านยอมรับ ผบ.กองกำลัง “บาซิจ” ถูกอิสราเอลสังหารแล้ว

18 มี.ค. 2569 03:16 น.

อิหร่านยอมรับ ผบ.กองกำลัง “บาซิจ” ถูกอิสราเอลสังหารแล้ว

กองทัพอิหร่านออกมายอมรับว่า ผู้บัญชาการกองกำลังกึ่งทหารบาซิจ ถูกสังหารแล้ว จากการโจมตีของอิสราเอล ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยังคงรุนแรง

เมื่อวันอังคารที่ 17 มี.ค. 2569 กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ออกมายอมรับว่านายโฆลามเรซา สุไลมานี (Gholamreza Soleimani) ผู้บัญชาการกองกำลังกึ่งทหารบาซิจ (Basij) เสียชีวิตแล้วในการโจมตีของอิสราเอล ซึ่งพวกเขาประณามว่าเป็นการ “ลอบสังหารอย่างขี้ขลาด”

IRGC ระบุอีกว่า การลอบสังหารนายสุไลมานียิ่งตอกย้ำถึง “ความสำคัญและบทบาทของกองกำลังบาซิจ” ใน “การต่อสู้” กับสหรัฐฯ และอิสราเอล

ก่อนหน้านี้ กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่า กองทัพอากาศของพวกเขาระดมโจมตีเป้าหมายที่เป็นของกำลังบาซิจใน “สถานที่ที่แตกต่างกันกว่า 10 แห่ง” ทั่วกรุงเตหะรานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และทำให้นายสุไลมานีเสียชีวิต

ทั้งนี้ บาซิจ เป็นกองกำลังอาสาสมัครที่คาดว่ามีสมาชิกประมาณ 1 ล้านคน อยู่ภายใต้การควบคุมของ IRGC และมักถูกเรียกตัวลงสู่ท้องถนนเพื่อใช้กำลังในการปราบปรามกลุ่มผู้เห็นต่าง รวมถึงการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันศพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

UN จี้สืบสวน ปากีฯ ถล่มศูนย์บำบัดผู้ติดยา ในอัฟกานิสถานดับ 400 ศพ

UN จี้สืบสวน ปากีฯ ถล่มศูนย์บำบัดผู้ติดยา ในอัฟกานิสถานดับ 400 ศพ

18 มี.ค. 2569 02:54 น.

UN จี้สืบสวน ปากีฯ ถล่มศูนย์บำบัดผู้ติดยา ในอัฟกานิสถานดับ 400 ศพ

สหประชาชาติเรียกร้องให้มีการสืบสวนเหตุโจมตีศูนย์บำบัดผู้ติดยาในกรุงคาบูล ซึ่งรัฐบาลอัฟกานิสถานกล่าวหาว่าเป็นฝีมือปากีสถาน และว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 400 ศพ บาดเจ็บอีกจำนวนมาก

เมื่อวันอังคารที่ 17 มี.ค. 2569 องค์การสหประชาชาติออกมาเรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างเป็นอิสระและเร่งด่วน หลังจากรัฐบาลอัฟกานิสถานกล่าวอ้างว่า ปากีสถานส่งเครื่องบินรบโจมตีทางอากาศเข้าใส่ศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดในกรุงคาบูล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 400 ศพ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

“เหตุระเบิดที่น่าสลดใจเมื่อคืนที่ผ่านมา ณ ศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดในกรุงคาบูล ซึ่งมีรายงานว่าทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากเสียชีวิต จะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว เป็นอิสระ และโปร่งใส” ธามีน อัล-คีทาน โฆษกสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงเจนีวา

นาย อัล-คีทาน ยังเรียกร้องให้ผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบ ต้องถูกนำตัวมาลงโทษตามมาตรฐานสากล พร้อมยืนกรานว่าผลการสอบสวนใดๆ จะต้องถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ และผู้ประสบภัยกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตมีสิทธิที่จะได้รับการชดเชยเยียวยา

ทั้งนี้ หากได้รับการยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิตกว่า 400 ศพในการโจมตีครั้งนี้จริง นี่จะถือเป็นการโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดและมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในเหตุความรุนแรงระหว่างประเทศเพื่อนบ้านทั้งสอง ซึ่งเพิ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้งเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

มีรายงานว่าพบผู้บาดเจ็บอีกหลายร้อยคนในสถานบำบัดดังกล่าว ซึ่งถูกโจมตีเมื่อคืนวันจันทร์ แรงระเบิดทำให้บรรดาอาคารที่ใช้สำหรับบำบัดรักษาผู้ติดกัญชา ยาบ้า (แอมเฟตามีน) และยาเสพติดประเภทอื่นๆ จากทั่วประเทศพังพินาศราบเป็นหน้ากลอง

จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานอิสระ แต่ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว AFP ระบุว่าพบเห็นร่างผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ศพ ถูกเคลื่อนย้ายออกจากที่เกิดเหตุเมื่อคืนวันจันทร์ และพบเพิ่มอีกกว่า 65 รายที่ถูกลำเลียงออกมาในวันอังคาร

รัฐบาลตาลีบันของอัฟกานิสถานกล่าวหาปากีสถานว่า จงใจโจมตีเป้าหมายพลเรือน แต่นายอัตตาอุลเลาะห์ ทาราร์ รัฐมนตรีกระทรวงสารสนเทศของปากีสถานออกมาตอบโต้ว่า ข้ออ้างที่ว่ารัฐบาลของเขาจงใจโจมตีสถานบำบัดในกรุงคาบูลนั้น “ไม่มีมูลความจริงโดยสิ้นเชิง”

นาย อัล-คีทาน (โฆษก UN) ระบุว่า นับตั้งแต่การสู้รบทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อปลายเดือนที่แล้ว “มีพลเรือนชาวอัฟกัน 289 ราย ซึ่งรวมถึงเด็ก 104 ราย และผู้หญิง 59 ราย ที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ” ในขณะที่มีผู้คนอีกหลายหมื่นคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เซเลนสกีเผย ผู้เชี่ยวชาญยูเครน 200 คน กำลังช่วยรับมือโดรนอิหร่าน

เซเลนสกีเผย ผู้เชี่ยวชาญยูเครน 200 คน กำลังช่วยรับมือโดรนอิหร่าน

18 มี.ค. 2569 02:00 น.

เซเลนสกีเผย ผู้เชี่ยวชาญยูเครน 200 คน กำลังช่วยรับมือโดรนอิหร่าน

เซเลนสกีเผยว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านโดรนของยูเครนจำนวนกว่า 200 คน กำลังให้ความช่วยเหลือในการสกัดโดรนของอิหร่านแก่ประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง

เมื่อ 17 มี.ค. 2569 ประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน แถลงที่รัฐสภาอังกฤษ ระหว่างการเยือนสหราชอาณาจักรในวันอังคารว่า ขณะนี้มีผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันทางอากาศชาวยูเครนจำนวน 200 นาย อยู่ในตะวันออกกลางเพื่อช่วยรับมือกับการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่าน

เซเลนสกีระบุว่า โดรน โดยเฉพาะโดรนโจมตีราคาถูก ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของการทำสงครามสมัยใหม่ไปอย่างสิ้นเชิง

ประธานาธิบดียูเครนได้ยกตัวอย่างหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยชี้ให้เห็นว่าในขณะที่โดรนของอิหร่านแต่ละลำมีราคาประมาณ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.6 ล้านบาท) แต่สหรัฐฯ และพันธมิตรกลับต้องใช้ขีปนาวุธที่มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 129 ล้านบาท) ในการยิงสกัดพวกมัน

ทั้งนี้ ยูเครนต้องเผชิญกับการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธผสมผสานกันอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่รัสเซียได้เร่งกำลังการผลิตโดรน “ชาเฮด” (Shahed) ที่ออกแบบโดยอิหร่านเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

เนื่องจากยูเครนเผชิญภาวะขาดแคลนอาวุธป้องกันทางอากาศตามมาตรฐานที่ชาติตะวันตกส่งมาให้ รัฐบาลเคียฟจึงถูกบีบให้ต้องพลิกแพลงและพัฒนาระบบป้องกันแบบหลายชั้น ซึ่งรวมถึงเครื่องมือสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบินขนส่งที่ดัดแปลงใหม่เพื่อไล่ล่าโดรนจากกลางอากาศ ตลอดจนกองกำลังภาคพื้นดินที่ใช้ปืนกลหนักและขีปนาวุธแบบพื้นสู่อากาศในการสอยโดรนลงมา

เซเลนสกีเสนอที่จะแบ่งปันสิ่งที่ยูเครนได้พัฒนาขึ้น โดยระบุว่าประเทศของเขามีศักยภาพในการผลิตโดรนสกัดกั้นได้ประมาณ 2,000 ลำต่อวัน และเขากล่าวว่า เคียฟสามารถจัดสรรโดรนจำนวนครึ่งหนึ่งจากที่ผลิตได้ให้แก่บรรดาพันธมิตร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ฝรั่งเศสเผย จะร่วมคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ หลังสถานการณ์สงบกว่านี้

ฝรั่งเศสเผย จะร่วมคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ หลังสถานการณ์สงบกว่านี้

18 มี.ค. 2569 01:09 น.

ฝรั่งเศสเผย จะร่วมคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ หลังสถานการณ์สงบกว่านี้

เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเปิดเผยว่า จะเข้าร่วมการคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซหลังสถานการณ์สงบกว่านี้ และว่าจะไม่เข้าร่วมการโจมตีหรือการปลดปล่อยช่องแคบเด็ดขาด

เมื่อ 17 มี.ค. 2569 คณะรัฐมนตรีด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงแห่งชาติของฝรั่งเศสประชุมร่วมกันเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่านและตะวันออกกลาง โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง กล่าวว่า ฝรั่งเศสพร้อมจะเข้าร่วมในภารกิจคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อสถานการณ์ “สงบลง” กว่าที่เป็นอยู่

มาครงกล่าวต่อบรรดารัฐมนตรีในช่วงเปิดการประชุม โดยย้ำว่าฝรั่งเศสไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง และระบุว่า “ฝรั่งเศสจะไม่มีวันเข้าร่วมในปฏิบัติการเพื่อเปิดหรือปลดปล่อยช่องแคบฮอร์มุซภายใต้บริบทปัจจุบันเป็นอันขาด”

“อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์สงบลงกว่านี้ ซึ่งเราตั้งใจใช้คำนี้ในความหมายที่กว้าง และเมื่อการทิ้งระเบิดหลักๆ ได้ยุติลงแล้ว เราจะพร้อมร่วมกับประเทศอื่นๆ ในการรับผิดชอบการคุ้มกันเรือ” เขากล่าวเสริม

ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเน้นย้ำด้วยว่า “เรื่องนี้จำเป็นต้องอาศัยการดำเนินการที่ครอบคลุมทั้งในด้านการเมือง เทคนิค และการปฏิบัติการ โดยต้องได้รับความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดในด้านการขนส่งทางเรือและบริษัทประกันภัย”

มาครงระบุอีกว่า ฝรั่งเศสเริ่มการหารือกับอินเดีย รวมถึงพันธมิตรอื่นๆ ในยุโรปและในภูมิภาคไปบ้างแล้ว โดยย้ำว่า ภารกิจนี้ “จะต้องแยกออกจากปฏิบัติการทำสงครามและการทิ้งระเบิดที่กำลังดำเนินอยู่อย่างสิ้นเชิง”

“ฝรั่งเศสมีความรับผิดชอบที่เรียบง่ายและชัดเจนในภูมิภาคนี้ นั่นคือการปกป้องพลเมืองและผลประโยชน์ของเรา การเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้สำหรับทุกคน และการทำงานเพื่อลดความตึงเครียดและสร้างเสถียรภาพ เราปรารถนาที่จะก้าวไปข้างหน้าภายใต้กรอบการทำงานนี้” มาครงกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ไม่แคร์ ผอ.ต้านก่อการร้ายลาออก ชี้ “ดีแล้ว” ที่ออกไป

ทรัมป์ไม่แคร์ ผอ.ต้านก่อการร้ายลาออก ชี้ “ดีแล้ว” ที่ออกไป

18 มี.ค. 2569 00:01 น.

ทรัมป์ไม่แคร์ ผอ.ต้านก่อการร้ายลาออก ชี้ “ดีแล้ว” ที่ออกไป

โดนัลด์ ทรัมป์ บอกไม่แคร์ หลัง ผอ.ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายลาออกเพราะไม่สนับสนุนสงครามอิหร่าน ชี้ดีแล้วที่ลาออกไป เพราะอิหร่านคือภัยคุกคามของสหรัฐฯ

เมื่อ 17 มี.ค. 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่ โจ เคนท์ ลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติของสหรัฐฯ ซึ่งดูแลด้านการข่าวกรองของประเทศ เนื่องจากเขาคัดค้านการทำสงครามกับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์เยาะเย้ยเขาด้วยว่า “อ่อนแอเรื่องความมั่นคง”

“เวลาที่มีใครสักคนทำงานกับเราแล้วบอกว่าพวกเขาไม่คิดว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคาม เราก็ไม่ต้องการคนพวกนั้น” นายทรัมป์กล่าวจากห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว “พวกเขาไม่ใช่คนฉลาด หรือไม่ใช่คนที่มีไหวพริบ”

โจ เคนท์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติของสหรัฐฯ
โจ เคนท์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติของสหรัฐฯ

คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เคนท์ก้าวลงจากตำแหน่ง โดยเขาระบุในจดหมายลาออกที่ส่งให้นายทรัมป์ว่า เขาไม่สามารถสนับสนุนสงครามกับอิหร่าน ด้วยความเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่านั่นคือสิ่งที่ควรทำได้

นอกจากนี้ เคนท์ยังยืนยันว่า “อิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามแบบปัจจุบันทันด่วนต่อประเทศชาติของเรา และเป็นที่ชัดเจนว่าเราเริ่มสงครามครั้งนี้เนื่องจากแรงกดดันจากอิสราเอลและกลุ่มล็อบบี้ของอิสราเอลที่มีอิทธิพลในอเมริกา”

อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งเคนท์เข้าดำรงตำแหน่งนี้เองกับมือ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เขา “เคยคิดว่าเคนท์เป็นคนดีคนหนึ่ง” และยืนกรานด้วยว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ จริง พร้อมเสริมถึงกรณีของเคนท์ว่า “มันเป็นเรื่องดีแล้วที่เขาออกไป”

“อิหร่านคือภัยคุกคาม” ทรัมป์กล่าว “ทุกประเทศต่างก็ตระหนักดีว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามขนาดไหน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ ไม่ต้องให้ใครช่วย จวก NATO เมินร่วมศึกอิหร่าน

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ ไม่ต้องให้ใครช่วย จวก NATO เมินร่วมศึกอิหร่าน

17 มี.ค. 2569 22:57 น.

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ ไม่ต้องให้ใครช่วย จวก NATO เมินร่วมศึกอิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความโจมตีกลุ่ม NATO กับชาติพันธมิตรของพวกเขาในเอเชีย ที่ปฏิเสธส่งเรือรบมาคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ และประกาศลั่นว่า สหรัฐฯ ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใครหน้าไหนทั้งนั้น

เมื่อ 17 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social โจมตีชาติพันธมิตร นาโต (NATO) รวมถึงชาติพันธมิตรในเอเชีย ที่ปฏิเสธคำขอของเขาที่ให้ส่งเรือรบมาคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใครหน้าไหนทั้งนั้น เพราะเป็นประเทศที่แข็งแกร่งกว่าใครในโลกใบนี้

ข้อความของนายทรัมป์ระบุว่า “สหรัฐฯ ได้รับแจ้งจากบรรดา ‘พันธมิตร’ ส่วนใหญ่ของเราใน NATO ว่า พวกเขาไม่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมกับปฏิบัติการทางทหารของเราต่อระบอบการปกครองก่อการร้ายของอิหร่านในตะวันออกกลาง ทั้งที่ตามข้อเท็จจริง เกือบทุกประเทศเห็นพ้องอย่างยิ่งกับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ และเห็นว่าเราจะยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้เป็นอันขาด ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด รูปแบบใด หรือหนทางใดก็ตาม”

“แต่ผมไม่แปลกใจกับการกระทำของพวกเขาหรอก เพราะผมถือว่า NATO เป็น ‘ถนนวันเวย์’ (เป็นผู้รับอยู่ฝ่ายเดียว) มาโดยตลอด ซึ่งเราต้องจ่ายเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ต่อปีเพื่อปกป้องประเทศเหล่านี้ แต่พวกเขากลับไม่ทำอะไรให้เราเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่จำเป็น”

“โชคดีที่เราทำลายล้างกองทัพของอิหร่านจนย่อยยับไปแล้ว กองทัพเรือของพวกเขาหมดสิ้นไปแล้ว กองทัพอากาศก็หมดไปแล้ว ระบบต่อสู้อากาศยานและเรดาร์ก็ไม่เหลือ และที่สำคัญที่สุดคือ บรรดาผู้นำของพวกเขาในแทบจะทุกระดับได้หายไปหมดแล้ว และจะไม่มีวันกลับมาคุกคามเรา พันธมิตรในตะวันออกกลางของเรา หรือโลกใบนี้ได้อีกต่อไป!”

“เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่าเราประสบความสำเร็จทางทหารอย่างยิ่งใหญ่เช่นนี้ เราจึง ‘ไม่ต้องการ’ หรือปรารถนาความช่วยเหลือจากประเทศกลุ่ม NATO อีกต่อไป ซึ่งจริงๆ เราก็ไม่เคยต้องการอยู่แล้ว! เช่นเดียวกับญี่ปุ่น ออสเตรเลีย หรือเกาหลีใต้ ที่จริงหากพูดในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่ทรงอำนาจที่สุดยิ่งกว่าประเทศใดในโลกอย่างไม่เห็นฝุ่น เราไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใครหน้าไหนทั้งนั้น! ขอบคุณที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : truthsocial

อิหร่านอ้าง ยึดเครื่องรับสัญญาณ Starlink ได้หลายร้อยเครื่อง

อิหร่านอ้าง ยึดเครื่องรับสัญญาณ Starlink ได้หลายร้อยเครื่อง

17 มี.ค. 2569 22:19 น.

อิหร่านอ้าง ยึดเครื่องรับสัญญาณ Starlink ได้หลายร้อยเครื่อง

อิหร่านอ้าง ยึดเครื่องรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ได้หลายร้อยเครื่อง ในขณะที่รัฐบาลเตหะรานปิดกั้นการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศมานานถึง 18 วันแล้ว

เมื่อ 17 มี.ค. 2569 กระทรวงการข่าวกรองของอิหร่านเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ของพวกเขาสามารถยึดระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink ได้หลายร้อยชุดในการปฏิบัติการทั่วประเทศ ตามรายงานของสื่ออิหร่าน 2 สำนักได้แก่ “เมห์ร” (Mehr) กับ “ทัสนิม” (Tasnim)

“ตำแหน่งของระบบดาวเทียมเหล่านี้ถูกระบุพิกัดได้แล้ว และกิจกรรมที่ผิดกฎหมายของเหล่าผู้ใช้งานก็ถูกเฝ้าติดตามและควบคุม” กระทรวงการข่าวกรองของอิหร่านระบุในแถลงการณ์

“ปฏิบัติการชุดนี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าเครื่องรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตดาวเทียมทั้งหมดที่รับใช้ศัตรูไม่ว่าในทางใดทางหนึ่ง จะถูกตรวจพบจนครบถ้วน” แถลงการณ์ระบุว่า และเสริมด้วยว่า “ตามกฎหมายแล้ว การใช้ระบบ Starlink อย่างผิดกฎหมายนั้น ถือเป็นความผิดทางอาญา และในช่วงสงคราม จะมีบทลงโทษขั้นรุนแรงที่สุด”

ทั้งนี้ ปัจจุบันอิหร่านปิดกั้นการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศต่อเนื่องกว่า 18 วันแล้ว ตามข้อมูลจาก Netblocks หน่วยงานเฝ้าติดตามอินเทอร์เน็ต

อย่างไรก็ตาม ชาวอิหร่านถือเป็นหนึ่งในผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการหาวิธีหลบเลี่ยงข้อจำกัดทางเว็บและอินเทอร์เน็ตมากที่สุดในโลก และเครื่องมือสำคัญคืออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม เช่น Starlink ของอีลอน มัสก์ ซึ่งทางบริษัทได้เปิดให้ใช้งานฟรีในอิหร่าน

ขณะที่ FreedomHouse กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในสหรัฐฯ ประเมินว่าในอิหร่าน ซึ่งมีประชากร 92 ล้านคน มีเครื่องรับสัญญาณ Starlink เพียงประมาณ 50,000 เครื่องเท่านั้นที่ถูกลักลอบนำเข้าประเทศ แต่ตัวเลขอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละแหล่งข่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ขอลาออก ผอ.ศูนย์ต้านก่อการร้ายสหรัฐฯ ไม่สนับสนุนสงครามอิหร่าน

ขอลาออก ผอ.ศูนย์ต้านก่อการร้ายสหรัฐฯ ไม่สนับสนุนสงครามอิหร่าน

17 มี.ค. 2569 21:36 น.

ขอลาออก ผอ.ศูนย์ต้านก่อการร้ายสหรัฐฯ ไม่สนับสนุนสงครามอิหร่าน

ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติของสหรัฐฯ ซึ่ง โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้เสนอชื่อให้รับตำแหน่ง ประกาศขอลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเขาไม่สามารถสนับสนุนการทำสงครามกับอิหร่านได้

เมื่อ 17 มี.ค. 2569 นาย โจ เคนท์ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติของสหรัฐฯ ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่า เขาขอลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเขาไม่สามารถสนับสนุนสงครามกับอิหร่าน ด้วยความเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่านั่นคือสิ่งที่ควรทำได้

ในจดหมายลาออกที่ส่งถึง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคนท์ระบุว่า “อิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามแบบปัจจุบันทันด่วนต่อประเทศชาติของเรา และเป็นที่ชัดเจนว่าเราเริ่มสงครามครั้งนี้เนื่องจากแรงกดดันจากอิสราเอลและกลุ่มล็อบบี้ของอิสราเอลที่มีอิทธิพลในอเมริกา”

“ผมสนับสนุนค่านิยมและนโยบายต่างประเทศที่คุณใช้หาเสียงในปี 2559, 2563 และ 2567 ซึ่งคุณได้นำมาปฏิบัติจริงในวาระแรกของคุณ” นายเคนท์ระบุ “จนกระทั่งถึงเดือนมิถุนายนปี 2568 คุณยังเข้าใจดีว่าสงครามในตะวันออกกลางคือกับดักที่พรากชีวิตอันมีค่าของเหล่าผู้รักชาติชาวอเมริกัน และทำให้ความมั่งคั่งรวมถึงความรุ่งเรืองของชาติเราหมดสิ้นไป”

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 สหรัฐฯ เข้าไปมีส่วนร่วมในสงคราม 12 วัน ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน โดยทิ้งระเบิด “บังเกอร์บัสเตอร์” เพื่อทำลายโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่าน 3 แห่ง ซึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า ทำเพื่อกำจัดภัยคุกคามนิวเคลียร์ของอิหร่าน

นายเคนท์ระบุต่อว่า “ในฐานะทหารผ่านศึกที่เคยออกรบมาแล้ว 11 ครั้ง และในฐานะสามีดาวทอง (Gold Star husband) ที่ต้องสูญเสีย แชนนอน ภรรยาอันเป็นที่รักในสงครามที่ถูกสร้างขึ้นโดยอิสราเอล ผมไม่สามารถสนับสนุนการส่งคนรุ่นต่อไปออกไปสู้รบและล้มตายในสงครามที่ไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อชาวอเมริกัน และไม่คุ้มค่ากับการแลกด้วยชีวิตของคนอเมริกันได้”

อนึ่ง โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้เลือกนายเคนท์ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติของสหรัฐฯ โดยวุฒิสภาให้การรับรองตำแหน่งของเขาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิสราเอลอ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ หน่วยความมั่นคงอิหร่าน พร้อม ผบ.กองกำลังบาซิจ

อิสราเอลอ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ หน่วยความมั่นคงอิหร่าน พร้อม ผบ.กองกำลังบาซิจ

17 มี.ค. 2569 17:16 น.

อิสราเอลอ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ หน่วยความมั่นคงอิหร่าน พร้อม ผบ.กองกำลังบาซิจ

รมว.กลาโหมอิสราเอลเผยความสำเร็จในการสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน และผู้บัญชาการกองกำลังบาสิจ หลังปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใจกลางเมืองหลวงอิหร่านเมื่อคืนที่ผ่านมา หากเป็นจริงจะถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดของอิหร่านนับตั้งแต่การสังหารอาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

อิสราเอล คัตซ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล แถลงว่า อาลี ลาริจานี (Ali Larijani) เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน และ โฆลาม เรซา สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกึ่งทหารบาสิจ ถูกสังหารแล้วในปฏิบัติการเมื่อคืนวันจันทร์ (16 มี.ค.)

“ผมเพิ่งได้รับรายงานอัปเดตจากเสนาธิการทหารว่า ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด และหัวหน้าหน่วยบาสิจ (สุไลมานี) ซึ่งเป็นกลไกหลักในการปราบปรามของอิหร่าน ได้ถูกกำจัดแล้วเมื่อคืนนี้” คัตซ์ระบุในแถลงการณ์จากกระทรวงกลาโหม

จนถึงขณะนี้ ทางการอิหร่านยังไม่ได้ออกมาแถลงยืนยันหรือปฏิเสธรายงานดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สื่อของรัฐบาลอิหร่านได้เผยแพร่บันทึกที่เขียนด้วยลายมือของลาริจานีผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของเขา โดยมีเนื้อหาไว้อาลัยแก่เหล่าทหารเรืออิหร่านที่เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ ในน่านน้ำสากล ซึ่งจะมีพิธีศพในวันอังคารนี้ ทว่ายังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการเผยแพร่บันทึกดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพิสูจน์ว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่

หากการเสียชีวิตได้รับการยืนยัน ลาริจานีจะเป็นบุคคลระดับสูงที่สุดที่ถูกสังหารในสงครามครั้งนี้นับตั้งแต่ปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล ที่ส่งผลให้ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และสมาชิกในครอบครัวเสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ อาลี ลาริจานี ถือเป็นบุคคลสำคัญในโครงสร้างอำนาจของอิหร่านมาอย่างยาวนาน เขาเคยดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาอิหร่าน และเคยเป็นหัวหน้าคณะเจรจาด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านกับชาติตะวันตก เขาปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ในงานเดินขบวน “วันอัล-กุดส์” พร้อมกับประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน

กองทัพอิสราเอลระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าปฏิบัติการครั้งนี้ขับเคลื่อนด้วยหน่วยข่าวกรองทหารที่แม่นยำ โดยกองทัพอากาศได้ดำเนินการโจมตีเป้าหมายใจกลางกรุงเตหะราน เพื่อกำจัด โฆลาม เรซา สุไลมานี ผู้บัญชาการหน่วยบาสิจ ซึ่งทำหน้าที่คุมกองกำลังรักษาความมั่นคงภายในภายใต้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) มาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา.

ที่มา  Al Jazeera