ระทึก เครื่องบิน “เดลตา แอร์ไลน์ส” ลงจอดฉุกเฉิน หลังนักบินแจ้งว่ามีผู้โดยสารพยายามบุกห้องนักบิน

ระทึก เครื่องบิน "เดลตา แอร์ไลน์ส" ลงจอดฉุกเฉิน หลังนักบินแจ้งว่ามีผู้โดยสารพยายามบุกห้องนักบิน

19 ก.พ. 2569 10:51 น.

ระทึก เครื่องบิน “เดลตา แอร์ไลน์ส” ลงจอดฉุกเฉิน หลังนักบินแจ้งว่ามีผู้โดยสารพยายามบุกห้องนักบิน

เกิดเหตุระทึก เครื่องบินโดยสาร “เดลตา แอร์ไลน์ส” เที่ยวบินในประเทศ ต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินในเมืองฮิวสตัน หลังนักบินแจ้งหอควบคุมการบินว่า มีผู้โดยสารพยายามบุกเข้าไปในห้องนักบิน

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 717 สายการบินเดลตา แอร์ไลน์ส เที่ยวบินในประเทศ 2557 ต้องบินลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินฮอบบี้ ในเมืองฮิวสตัน  รัฐเทกซัส หลังนักบินประกาศพาเครื่องบินลงจอดฉุกเฉิน และได้แจ้งต่อศูนย์ควบคุมการบินว่า มีผู้โดยสารพยายามจะบุกเข้าไปในห้องนักบิน

รายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์ระทึกเกิดขึ้นเพียงไม่นานหลังเครื่องบินพร้อมผู้โดยสาร 85 คน และลูกเรือ 5 คนได้ทะยานขึ้นจากสนามบินฮิวสตัน เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองแอตแลนตา ในรัฐจอร์เจีย โดยในช่วงเวลา 17 นาทีหลังเครื่องบินทะยานขึ้นจากรันเวย์ นักบินแจ้งกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมการบินว่า มีผู้โดยสารคนหนึ่งพยายามบุกเข้าไปในห้องนักบิน พร้อมร้องขอความช่วยเหลือและจัดเตรียมการลงจอดฉุกเฉิน

จากนั้นนักบินแจ้งว่า เมื่อเครื่องบินลงจอดเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ขึ้นมาตรวจสอบด้านความปลอดภัย พร้อมควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวนบริเวณด้านหลังเครื่องบินเพื่อหาแรงจูงใจในการก่อเหตุ. 

ผู้นำไต้หวันช็อก ถูกอ้วกพุ่งใส่เสื้อผ้า ขณะร่วมแจกอั่งเปางานตรุษจีน

ผู้นำไต้หวันช็อก ถูกอ้วกพุ่งใส่เสื้อผ้า ขณะร่วมแจกอั่งเปางานตรุษจีน

19 ก.พ. 2569 10:38 น.

ผู้นำไต้หวันช็อก ถูกอ้วกพุ่งใส่เสื้อผ้า ขณะร่วมแจกอั่งเปางานตรุษจีน

ประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน เผชิญเหตุการณ์ไม่คาดคิดระหว่างเข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน เมื่อถูกอาเจียนพุ่งใส่โดยไม่ตั้งใจ ขณะกำลังแจกซองอั่งเปาให้ประชาชนภายในวัดแห่งหนึ่ง

เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างพิธีมอบคำอวยพรปีใหม่ตามธรรมเนียม และแจกอั่งเปาซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภและความเป็นสิริมงคลในช่วงตรุษจีน โดยระหว่างที่ประธานาธิบดีกำลังยืนอยู่บนเวทีข้างประธานวัด เพื่อกล่าวคำอวยพรต่อประชาชน ประธานวัดได้เกิดอาการหน้ามืดกะทันหัน ก่อนจะอาเจียนออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้บางส่วนกระเด็นไปโดนเสื้อผู้นำไต้หวัน

คลิปวิดีโอจากผู้ร่วมงานเผยให้เห็นช่วงเวลาที่บรรยากาศบนเวทีชะงักลงชั่วครู่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและทีมงานรีบเข้าช่วยเหลือประธานวัดทันที ขณะที่ไล่ ชิงเต๋อ ยังคงมีท่าทีสงบนิ่ง และไม่ได้แสดงความไม่พอใจแต่อย่างใด ก่อนจะมีการจัดการสถานการณ์อย่างรวดเร็ว

รายงานระบุว่า ประธานวัดมีอาการไม่สบายกะทันหันจากภาวะอ่อนเพลีย และได้รับการดูแลเบื้องต้นทันที ส่วนประธานาธิบดีไม่ได้รับอันตรายใด ๆ และสามารถปฏิบัติภารกิจต่อได้ตามกำหนดการ

ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ผู้นำไต้หวันมักเดินสายไปตามวัดสำคัญทั่วประเทศ เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และแจกอั่งเปาที่มีลายเซ็นหรือคำอวยพรพิเศษ ซึ่งถือเป็นของที่ระลึกยอดนิยมในหมู่ประชาชน หลายคนต่อคิวรอรับซองสีแดงเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความใกล้ชิดระหว่างผู้นำกับประชาชน และสะท้อนบทบาทเชิงสัญลักษณ์ของประธานาธิบดีในช่วงเทศกาลสำคัญ.

ที่มา : The sun

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไต้หวัน

เทย์เลอร์ สวิฟต์ ครองตำแหน่งศิลปินขายดีที่สุดโลกปี 2025 เป็นครั้งที่ 6

 เทย์เลอร์ สวิฟต์ ครองตำแหน่งศิลปินขายดีที่สุดโลกปี 2025 เป็นครั้งที่ 6

19 ก.พ. 2569 09:51 น.

เทย์เลอร์ สวิฟต์ ครองตำแหน่งศิลปินขายดีที่สุดโลกปี 2025 เป็นครั้งที่ 6

เทย์เลอร์ สวิฟต์ ครองตำแหน่งศิลปินที่มียอดขายสูงที่สุดของโลกประจำปี 2025 จากสหพันธ์อุตสาหกรรมดนตรีนานาชาติ หรือ IFPI โดยนับเป็นครั้งที่ 6 แล้วที่เธอคว้าตำแหน่งนี้

สหพันธ์อุตสาหกรรมดนตรีนานาชาติ หรือ International Federation of the Phonographic Industry (IFPI) มอบตำแหน่งศิลปินที่มียอดขายสูงที่สุดของโลกประจำปี 2025 ให้แก่นักร้องสาว เทย์เลอร์ สวิฟต์ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 6 แล้วที่เธอคว้าตำแหน่งนี้ สะท้อนถึงอิทธิพลระดับโลกของซูเปอร์สตาร์หญิงแห่งวงการเพลง

รางวัลดังกล่าวประกาศผลเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ โดย IFPI ระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากกระแสตอบรับอย่างถล่มทลายของอัลบั้มล่าสุด The Life Of A Showgirl ซึ่งสร้างสถิติยอดขายสัปดาห์แรกสูงสุดในยุคสมัยใหม่ ตามข้อมูลของ Billboard ที่อ้างอิงตัวเลขจากบริษัทเก็บสถิติยอดขายเพลง

นอกจากยอดขายอัลบั้มแล้ว สวิฟต์ยังครองความนิยมทั่วโลกผ่านทุกแพลตฟอร์ม ทั้งสตรีมมิ่ง ดาวน์โหลดดิจิทัล และยอดขายแผ่นจริง รวมถึงกระแสจากสารคดีทัวร์คอนเสิร์ต The End Of An Era ที่ช่วยขยายฐานแฟนเพลงในหลายประเทศ

IFPI ระบุว่า สวิฟต์เคยได้รับตำแหน่ง “Global Recording Artist of the Year” ครั้งแรกในปี 2014 ก่อนจะคว้าอีกครั้งในปี 2019 และต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2022 ถึง 2024 รวมถึงปีล่าสุด 2025 ทำให้เธอชนะรางวัลนี้รวม 6 ครั้ง เทียบเท่ากับจำนวนครั้งที่ศิลปินรายอื่นทั้งหมดรวมกันได้รับในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

องค์กรชี้ว่า ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนทั้งความสม่ำเสมอทางความคิดสร้างสรรค์ และกลยุทธ์การทำตลาดระดับโลกในระยะยาวที่สนับสนุนผลงานของเธอ

ทั้งนี้ การจัดอันดับของ IFPI คำนวณจากยอดขายรวมทั่วโลกตลอดปีปฏิทิน ครอบคลุมผลงานทั้งหมดของศิลปิน ทั้งสตรีมมิ่ง ดาวน์โหลด และยอดขายในรูปแบบแผ่นจริง เพื่อสะท้อนภาพรวมความนิยมระดับสากลอย่างแท้จริง

สำหรับปี 2025 วงเคป๊อปชื่อดัง Stray Kids คว้าอันดับ 2 ขณะที่แร็ปเปอร์ชาวแคนาดา Drake ได้อันดับ 3.

ที่มา :channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เทย์เลอร์ สวิฟต์

งานกาล่าตรุษจีน CMG ปี 2026 สุดอลัง ยอดผู้ชมพุ่ง 677 ล้านคน

งานกาล่าตรุษจีน CMG ปี 2026 สุดอลัง ยอดผู้ชมพุ่ง 677 ล้านคน

19 ก.พ. 2569 08:47 น.

งานกาล่าตรุษจีน CMG ปี 2026 สุดอลัง ยอดผู้ชมพุ่ง 677 ล้านคน

งานกาล่าตรุษจีนปี 2026 ของ China Media Group จัดอย่างยิ่งใหญ่สุดอลังการ มียอดรับชมทั้งสดและย้อนหลังพุ่ง โดยการแสดงปีนี้เน้นผสานวัฒนธรรมดั้งเดิม และเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

งานกาล่าตรุษจีนปี 2026 ของ China Media Group จัดอย่างยิ่งใหญ่สุดอลังการ มียอดรับชมทั้งสดและย้อนหลังพุ่ง โดยการแสดงปีนี้เน้นผสานวัฒนธรรมดั้งเดิม และเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

งานกาล่าตรุษจีนปี 2026 ของ China Media Group (CMG) สื่อหลักของจีน จัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการสมการรอคอยโดยมียอดรับชมรวมทุกแพลตฟอร์มสูงถึง 677 ล้านคน ยอดคลิกชมและรับชมย้อนหลังทะลุ 13,500 ล้านครั้ง ขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่ากาล่าตรุษจีนยังคงเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงคนทุกวัย อีกทั้งยังขยายอิทธิพลไปสู่ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีสื่อเกือบ 4,000 แห่งทั่วโลกนำไปเผยแพร่ออกอากาศ

การแสดงในปีนี้ถูกร้อยเรียงอย่างลื่นไหล ผสานวัฒนธรรมดั้งเดิม เทคโนโลยีสมัยใหม่ และบรรยากาศความเป็นสากลเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ถ่ายทอดเป็น “บทเพลงแห่งปีใหม่” ที่ทั้งอบอุ่นและเปี่ยมพลัง สะท้อนความหวัง ความสามัคคี และการก้าวเดินสู่อนาคต

หนึ่งในเสน่ห์สำคัญของปีนี้คือการเน้นย้ำ “รากเหง้าวัฒนธรรมจีน” การแสดงอย่าง “ลี่ชุน” ถ่ายทอดความหมายของการเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิและพลังชีวิตที่ฟื้นคืน “เฉลิมเทพบุปผา” พาผู้ชมเดินทางข้ามกาลเวลา สัมผัสจังหวะแห่งฤดูกาลทั้งสี่ การทำให้ระบำโบราณจากจิตรกรรมฝาผนังพันปีใน “เส้นทางสายไหมโบราณ” เป็นจริงต่อหน้าผู้ชม ตลอดจนการรวมศิลปินงิ้วหลากหลายรุ่นบนเวทีเดียวกัน ล้วนสะท้อนความต่อเนื่องของมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดไม่ขาดสาย

ปีมะเมีย หรือปีม้า ถูกหยิบยกมาเป็นสัญลักษณ์สำคัญของงาน ม้าในวัฒนธรรมจีนหมายถึงพลัง ความกล้าหาญ และการก้าวไปข้างหน้า บทเพลงและการแสดงหลายชุดจึงสื่อสารถึงความมุ่งมั่นและความหวังในอนาคต ถ่ายทอดภาพประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างมั่นคงและมั่นใจ

เทคโนโลยีเป็นอีกมิติที่โดดเด่น หุ่นยนต์มนุษย์ปรากฏบนเวทีเคียงคู่ศิลปะการต่อสู้จีน “ผสานความแข็งแกร่งของปัญญาประดิษฐ์” เข้ากับ “จิตวิญญาณพันปีของวัฒนธรรม” บทเพลงเกี่ยวกับการสร้างสรรค์อนาคตสะท้อนภาพสังคมที่เทคโนโลยีเข้ามาเติมเต็มชีวิต ขณะเดียวกัน ละครสั้นแนวตลกยังตั้งคำถามถึงชีวิตดิจิทัลและความสัมพันธ์ในยุคโซเชียลมีเดียอย่างแยบคาย

ท่ามกลางความยิ่งใหญ่ งานกาล่าตรุษจีน ยังไม่ละเลยความอบอุ่นของมนุษย์ เพลงที่เล่าถึงสายใยแม่ลูก ความทรงจำ และมิตรภาพที่งดงาม ทำให้เวทีแห่งนี้ไม่ใช่เพียงการแสดงระดับชาติ แต่เป็นพื้นที่แห่งอารมณ์ร่วมที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน การแสดงที่สดุดีแรงงานธรรมดา เกษตรกร นักวิจัย และทหาร ยังสะท้อนให้เห็นว่าความก้าวหน้าของประเทศเกิดจากความพยายามของผู้คนทุกภาคส่วน

เวทีย่อยของงานกาล่าตรุษจีนในหลายเมืองทั่วประเทศเพิ่มสีสันให้บรรยากาศตรุษจีน ตั้งแต่ดินแดนหิมะทางเหนือไปจนถึงเมืองการค้าสำคัญและเมืองริมแม่น้ำแยงซี ทุกแห่งถ่ายทอดภาพความคึกคักและพลังชีวิต ขณะเดียวกัน ศิลปินนานาชาติที่ร่วมแสดงก็ทำให้เวทีแห่งนี้กลายเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระดับโลก สื่อสารว่าตรุษจีนไม่ใช่เพียงเทศกาลของชาติหนึ่งชาติใด แต่เป็นช่วงเวลาแห่งการแบ่งปันความสุขร่วมกัน

งานกาล่าตรุษจีนปี 2026 จึงไม่ใช่เพียงมหกรรมบันเทิง หากแต่เป็นภาพสะท้อนของสังคมจีนยุคใหม่ ที่ยืนอยู่บนรากฐานวัฒนธรรมอันมั่นคง ขณะเดียวกันก็เปิดรับเทคโนโลยีและความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง ท่ามกลางเสียงหัวเราะและบทเพลงแห่งความสุข ผู้ชมทั่วโลกได้ร่วมต้อนรับปีใหม่จีนด้วยความหวังและความเชื่อมั่นในวันพรุ่งนี้ที่สดใสกว่าเดิม.

ที่มา : CMG

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ตรุษจีน

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ขึ้นศาล ยืนยันเลิกออกแบบแอป เพื่อดึงให้คนใช้นาน ๆ แล้ว

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ขึ้นศาล ยืนยันเลิกออกแบบแอป เพื่อดึงให้คนใช้นาน ๆ แล้ว

19 ก.พ. 2569 06:24 น.

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ขึ้นศาล ยืนยันเลิกออกแบบแอป เพื่อดึงให้คนใช้นาน ๆ แล้ว

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ขึ้นให้การต่อศาล หลังถูกฟ้องร้องว่าโซเชียลมีเดียทำให้เยาวชนเสพติด โดยเขายืนยันว่า บริษัทเลิกออกแบบแอปเพื่อดึงดูดให้คนใช้งานนาน ๆ แล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง ประธาน และซีอีโอของ “เมตา” (Meta) ผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยมทั้ง “เฟซบุ๊ก” (Facebook) และ “อินสตาแกรม” (Instagram) ขึ้นให้การต่อศาลในวันพุธที่ 18 ก.พ. 2569 หลังทนายความตั้งข้อสังเกตว่าเขาอาจให้ข้อมูลเท็จต่อสภาคองเกรสเกี่ยวกับการออกแบบแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

ซักเคอร์เบิร์กกำลังเผชิญการพิจารณาคดีประวัติศาสตร์ว่าด้วยเรื่องการเสพติดโซเชียลมีเดียในเยาวชน โดยเขาถูกซักถามเกี่ยวกับคำแถลงที่เขาเคยให้ไว้กับสภาคองเกรสในปี 2567 ซึ่งในตอนนั้นเขากล่าวว่า บริษัทไม่ได้ตั้งเป้าหมายให้ทีมงานออกแบบแอปเพื่อเพิ่มเวลาในการใช้งาน (Screentime) ให้ได้มากที่สุด

มาร์ก ลาเนียร์ ทนายความฝ่ายโจทก์ซึ่งเป็นตัวแทนของหญิงสาวที่กล่าวหาว่า Meta ทำลายสุขภาพจิตของเธอตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก ได้แสดงอีเมลของคณะลูกขุนตั้งแต่ปี 2557 และ 2558 ซึ่งในอีเมลดังกล่าว ซักเคอร์เบิร์กได้วางเป้าหมายในการเพิ่มเปอร์เซ็นต์เวลาการใช้งานแอปมากกว่า 10% ขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม ซักเคอร์เบิร์กชี้แจงว่า แม้ในอดีต Meta จะเคยมีเป้าหมายเกี่ยวกับระยะเวลาที่ผู้ใช้ใช้บนแอป แต่บริษัทได้ “เปลี่ยนแนวทาง” ไปแล้วนับตั้งแต่ตอนนั้น

“หากคุณพยายามจะบอกว่าคำให้การของผมไม่ถูกต้อง ผมขอปฏิเสธข้อกล่าวหานั้นอย่างรุนแรงครับ” ซักเคอร์เบิร์กกล่าว

อนึ่ง นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ก่อตั้ง Facebook ระดับมหาเศรษฐีพันล้านได้เข้าให้การในชั้นศาลเกี่ยวกับผลกระทบของ Instagram ต่อสุขภาพจิตของผู้ใช้งานเยาวชน

แม้ว่าก่อนหน้านี้ซักเคอร์เบิร์กจะเคยให้การในประเด็นดังกล่าวต่อสภาคองเกรสมาแล้ว แต่การพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุนในลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนียครั้งนี้มีเดิมพันที่สูงกว่ามาก เนื่องจาก Meta อาจต้องจ่ายค่าเสียหายหากแพ้คดี และคำตัดสินดังกล่าวอาจทำลายเกราะป้องกันทางกฎหมายที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ต่าง ๆ ใช้มาอย่างยาวนานเพื่อต่อสู้กับข้อกล่าวหาเรื่องการสร้างความเสียหายต่อผู้ใช้งาน

คดีความฉบับนี้รวมถึงคดีอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกัน เป็นส่วนหนึ่งของกระแสการต่อต้านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั่วโลกในประเด็นเรื่องสุขภาพจิตของเด็ก

ปัจจุบัน ออสเตรเลียได้สั่งห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปีเข้าใช้งานแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแล้ว ขณะที่ประเทศอื่น ๆ รวมถึงสเปนกำลังพิจารณาข้อจำกัดในลักษณะเดียวกัน ส่วนในสหรัฐอเมริกา รัฐฟลอริดาได้สั่งห้ามบริษัทผู้ให้บริการต่าง ๆ ไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปีใช้งาน แต่กลุ่มสมาคมการค้าในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังดำเนินการคัดค้านกฎหมายดังกล่าวในชั้นศาล

ทั้งนี้ การพิจารณาคดีในวันพุธ เกี่ยวข้องกับหญิงชาวแคลิฟอร์เนียรายหนึ่งซึ่งเริ่มใช้งาน Instagram ของ Meta และ YouTube ของ Google ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก โดยเธอกล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้มุ่งแสวงหาผลกำไรด้วยการทำให้เด็ก ๆ “เสพติด” บริการของตน ทั้งที่ทราบดีว่าโซเชียลมีเดียสามารถทำลายสุขภาพจิตได้

เธอยังระบุอีกว่าแอปเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้เธอเกิดสภาวะซึมเศร้าและมีความคิดที่จะจบชีวิตตัวเอง และกำลังเรียกร้องให้บริษัทต่าง ๆ ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย

ทางด้าน Meta และ Google ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมชี้ให้เห็นถึงความพยายามของบริษัทในการเพิ่มฟีเจอร์ต่าง ๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน โดย Meta มักจะยกผลการศึกษาจากสถาบันวิชาการวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NAS) มาอ้างอิงว่า งานวิจัยไม่ได้แสดงให้เห็นว่าโซเชียลมีเดียส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพจิตเด็ก

คดีความนี้ถือเป็น “คดีตัวอย่าง” (Test case) สำหรับข้อเรียกร้องที่คล้ายคลึงกันในกลุ่มคดีขนาดใหญ่ที่ฟ้องร้องต่อ Meta, Google (ภายใต้บริษัท Alphabet), Snap และ TikTok ซึ่งปัจจุบันมีทั้งครอบครัว เขตการศึกษา และรัฐต่าง ๆ ในสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องร้องไปแล้วหลายพันคดี โดยกล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้เป็นต้นเหตุของวิกฤตสุขภาพจิตในเยาวชน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รายงานเชิงสืบสวนได้มีการขุดคุ้ยเอกสารภายในของ Meta ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทตระหนักอยู่แล้วถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อเยาวชน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อนว่า นักวิจัยของ Meta พบว่าวัยรุ่นที่แจ้ง (รีพอร์ต) ว่า Instagram ทำให้พวกเขารู้สึกแย่กับรูปร่างของตนเอง มักจะเห็น “เนื้อหาที่เข้าข่ายส่งเสริมความผิดปกติในการกิน” มากกว่าคนที่ไม่ได้รีพอร์ตอย่างมีนัยสำคัญ

หัวหน้าฝ่าย Instagram ของ Meta ให้การต่อศาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เขาไม่ทราบเรื่องผลการศึกษาล่าสุดของ Meta ที่ระบุว่า ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างการกำกับดูแลของผู้ปกครอง กับความจดจ่อของวัยรุ่นที่มีต่อการใช้งานโซเชียลมีเดียของตัวเอง

โดยเอกสารที่นำมาแสดงในการพิจารณาคดีระบุว่า วัยรุ่นที่มีสภาวะการใช้ชีวิตที่ยากลำบากมักจะยอมรับว่าตนเองใช้งาน Instagram จนเป็นนิสัยหรือใช้งานโดยไม่ได้ตั้งใจบ่อยครั้งกว่ากลุ่มอื่น

ทางด้านทนายความของ Meta กล่าวต่อคณะลูกขุนในการพิจารณาคดีว่า บันทึกสุขภาพของหญิงสาวรายนี้แสดงให้เห็นว่า ปัญหาของเธอมีต้นตอมาจากปมชีวิตในวัยเด็กที่ยากลำบาก และโซเชียลมีเดียนั้นกลับเป็นพื้นที่ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ให้กับเธอเสียด้วยซ้ำ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

สลด พบศพ 8 นักสกีที่สูญหายในแคลิฟอร์เนียแล้ว อีก 1 คนยังหาไม่พบ

สลด พบศพ 8 นักสกีที่สูญหายในแคลิฟอร์เนียแล้ว อีก 1 คนยังหาไม่พบ

19 ก.พ. 2569 05:33 น.

สลด พบศพ 8 นักสกีที่สูญหายในแคลิฟอร์เนียแล้ว อีก 1 คนยังหาไม่พบ

ตำรวจสหรัฐฯ แถลง พบศพนักสกี 8 จาก 9 คนที่สูญหาย หลังเผชิญหิมะถล่มบนเขาในรัฐแคลิฟอร์เนียแล้ว ส่วนอีก 1 รายยังคงสูญหาย โดยที่สภาพอากาศเลวร้ายเป็นอุปสรรคในการค้นหา

เมื่อวันพุธที่ 18 ก.พ. 2569 ตำรวจรัฐแคลิฟอร์เนียจัดงานแถลงข่าวเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่พบศพของนักสกี 8 คนจากทั้งหมด 9 คน ที่สูญหายหลังเผชิญเหตุหิมะถล่มในรัฐแคลิฟอร์เนียแล้ว ส่วนอีก 1 รายสุดท้ายยังคงสูญหายท่ามกลางสภาพพายุหิมะที่เลวร้าย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ระดมกำลังค้นหากลุ่มนักเล่นสกีอย่างสุดความสามารถ หลังจากพวกเขาถูกหิมะถล่มพัดพาไปเมื่อเช้าตรู่วันอังคาร (17 ก.พ.) บริเวณยอดเขาคาสเซิล ในพื้นที่ทะเลสาบทาโฮ (Tahoe) บนเทือกเขาเซียร์ราเนวาดา โดยก่อนหน้านี้มีการพบนักเล่นสกีที่รอดชีวิต 6 ราย ซึ่งในจำนวนนั้น 2 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

“ขณะนี้เรายังคงตามหาสมาชิกที่เหลืออีกหนึ่งราย” แชนแนน มูน นายอำเภอเขต เนวาดา เคาน์ตี กล่าว พร้อมเตือนว่าพายุที่รุนแรงกำลังเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวทุกรูปแบบ

“คำว่าสภาพอากาศเลวร้ายสุดขีดดูจะน้อยเกินไปสำหรับสถานการณ์นี้ เพราะมีทั้งหิมะจำนวนมหาศาล ลมกระโชกแรงระดับพายุ และกระแสลมที่ทำให้ทัศนวิสัยเหลือศูนย์จนมองไม่เห็นอะไรเลย”

ทางด้าน Blackbird Mountain Guides บริษัทผู้นำทัวร์สกีที่ประสบโศกนาฏกรรมครั้งนี้ เผยว่าลูกค้า 11 คน และไกด์ 4 คน ได้เข้าพักที่กระท่อมบริเวณทะเลสาบฟร็อก มาตั้งแต่วันอาทิตย์ และอยู่ระหว่าง “กระบวนการเดินทางกลับ” สู่ฐานพักแรมในตอนที่หิมะถล่มลงมา

เจ้าหน้าที่ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 40 นายเข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่พบผู้รอดชีวิต 6 รายแรกอย่างรวดเร็ว ทีมกู้ภัยกลับไม่พบร่องรอยของนักสกีคนอื่นๆ เลย

ก่อนหน้านี้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญเคยออกมาเตือนถึงความเสี่ยงขั้นรุนแรงที่จะเกิดหิมะถล่มบริเวณเทือกเขาเซียร์ราเนวาดาไว้แล้ว ขณะที่ เวย์น วู นายอำเภอเพลเซอร์เคาน์ตี ได้กล่าววิงวอนให้สาธารณชนอยู่ห่างจากพื้นที่จนกว่าสภาพอากาศจะคลี่คลาย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ตุรกีเตือนอิสราเอล รับรอง “โซมาลีแลนด์” อาจทำสถานการณ์แย่ลง

ตุรกีเตือนอิสราเอล รับรอง “โซมาลีแลนด์” อาจทำสถานการณ์แย่ลง

19 ก.พ. 2569 02:24 น.

ตุรกีเตือนอิสราเอล รับรอง “โซมาลีแลนด์” อาจทำสถานการณ์แย่ลง

ผู้นำตุรกีออกโรงเตือนอิสราเอล ซึ่งกลายเป็นประเทศแรกที่รับรอง “โซมาลีแลนด์” เป็นรัฐเอกราช โดยระบุว่า การทำเช่นนี้อาจทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคย่ำแย่ลง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 18 ก.พ. 2569 ว่า ประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน แห่งตุรกี ออกมาปฏิเสธการที่อิสราเอลให้การรับรอง “โซมาลีแลนด์” ซึ่งเป็นภูมิภาคที่แยกตัวออกจากโซมาเลีย เป็นรัฐเอกราช ชี้อาจทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคแย่ลง

เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา อิสราเอลกลายเป็นประเทศแรกที่ให้การรับรองโซมาลีแลนด์ ซึ่งได้ประกาศเอกราชจากโซมาเลียมานานกว่า 30 ปีแล้ว ความเคลื่อนไหวนี้สร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลในกรุงโมกาดิชู ซึ่งยังคงถือว่าโซมาลีแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตน

ขณะที่นายเอร์โดอันกล่าวระหว่างเยือนประเทศเอธิโอเปียเมื่อวันพุธ (18 ก.พ.) ว่า การกระทำดังกล่าวอาจส่งผลอันตรายต่อภูมิภาคที่สถานการณ์กำลังเปราะบางและไร้เสถียรภาพอยู่แล้ว

“แหลมแอฟริกาไม่ควรกลายเป็นสมรภูมิของกองกำลังต่างชาติ” นายเอร์โดอันกล่าว “เราเชื่อว่าประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ควรจัดการปัญหาของตนเองด้วยตัวเอง”

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของโซมาลีแลนด์ตอบโต้ความเห็นของนายเอร์โดอัน โดยระบุว่า ตุรกีควรละเว้นจากการกระทำที่ยิ่งเติมเชื้อไฟให้แก่ความตึงเครียดในภูมิภาค

ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตุรกีสวมบทบาทเป็นผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้กับประเทศและดินแดนต่างๆ โดยนายเอร์โดอันคือผู้เป็นตัวกลางแก้ไขข้อพิพาทระหว่างเอธิโอเปีย ซึ่งเข้าไปเช่าพื้นที่ในโซมาลีแลนด์เพื่อสร้างท่าเรือ สร้างความไม่พอใจให้แก่โซมาเลีย จนเกิดความกังวลว่า เหตุการณ์จะบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งในวงกว้าง

นายกรัฐมนตรีอาบีย์ อาเหม็ด ของเอธิโอเปียกล่าวในงานแถลงข่าวเดียวกับนายเอร์โดอัน เรียกร้องให้ตุรกีสนับสนุนความพยายามของเอธิโอเปียในการเข้าถึงทะเลดังกล่าว โดยโต้แย้งว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมสำหรับประเทศที่ยังคงไม่มีทางออกสู่ทะเลอย่างพวกเขา

อนึ่ง เอธิโอเปียสูญเสียทางเข้าถึงชายฝั่งทะเลแดงที่มีความยาวกว่า 1,350 กิโลเมตรไป หลังจาก “เอริเทรีย” แยกตัวออกจากเอธิโอเปียอย่างเป็นทางการในปี 2546

“มันไม่ถูกต้องที่ประเทศที่มีประชากรมากกว่า 130 ล้านคนจะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าถึงทะเล และต้องตกเป็นนักโทษทางภูมิศาสตร์มาเป็นเวลานานเนื่องจากการสมคบคิดของศัตรูของเรา” อาบีย์กล่าว

นับตั้งแต่ข้อตกลงกับโซมาลีแลนด์ล้มเหลวไปในปี 2567 นายอาบีย์ก็ผลักดันเรื่องการเข้าครอบครองท่าเรืออัสซาบ (Assab) ทางตอนใต้ของเอริเทรีย ซึ่งอยู่ห่างจากพรมแดนเพียงประมาณ 60 กิโลเมตร และยังเคยกล่าวเป็นนัยว่า อาจใช้กำลังเข้ายึดครองพื้นที่ดังกล่าวด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

คนงานเหมืองไนจีเรียดับ 33 ศพ คาดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์รั่ว

คนงานเหมืองไนจีเรียดับ 33 ศพ คาดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์รั่ว

19 ก.พ. 2569 01:58 น.

คนงานเหมืองไนจีเรียดับ 33 ศพ คาดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์รั่ว

คนงานเหมืองตะกั่วในไนจีเรียเสียชีวิตอย่างน้อย 33 ศพ โดยคาดว่าสาเหตุมาจากการรั่วไหลของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกหลายสิบคน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 18 ก.พ. 2569 ว่า คนงานเหมืองในประเทศไนจีเรียเสียชีวิตอย่างน้อย 33 ศพ โดยคาดว่าสาเหตุเกิดจากการรั่วไหลของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ภายในเหมืองตะกั่วและสังกะสีในรัฐพลาโต ทางตอนกลางของประเทศ

เชื่อกันว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงก่อนรุ่งสาง ณ สถานที่ขุดเจาะนอกเมืองวาเซ (Wase) ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัทเหมืองแร่ Solid Unity Nigeria Ltd.

เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าก๊าซพิษที่รั่วไหลออกมาสะสมอยู่ใต้ดินภายในอุโมงค์ที่มีการระบายอากาศไม่ดี ส่งผลให้คนงานหมดสติและล้มฟุบลงในช่วงใกล้สิ้นสุดกะการทำงานกลางคืนพอดี

ร่างของพวกเขาถูกพบโดยกลุ่มคนงานที่เดินทางมาเข้ากะในช่วงเช้า โดยมีคนงานเหมืองอีกกว่า 20 รายที่ได้รับการช่วยเหลือและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนเพื่อรับการรักษา

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยท้องถิ่นได้ปิดล้อมเหมืองดังกล่าวแล้ว และกำลังสืบสวนหาสาเหตุของการรั่วไหล

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับรัฐยังไม่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และมีรายงานว่าความพยายามในการเข้าช่วยเหลือเป็นไปอย่างล่าช้าเนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย เนื่องจากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พื้นที่แถบนี้มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มอาชญากรติดอาวุธ หรือที่คนในท้องถิ่นเรียกว่า “กลุ่มโจร”

ทั้งนี้ รัฐบาลรัฐพลาโตได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่ามีคนงานเหมืองเสียชีวิต 33 ศพ จากเหตุระเบิดภายในเหมือง แต่คนงานที่อยู่ในที่เกิดเหตุยืนยันว่าข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น

ซาฟิยานู ฮารูนา หนึ่งในคนงานเหมืองที่ไปพบร่างผู้เสียชีวิตยืนยันว่า “มันคือก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่รั่วไหลออกมาและคร่าชีวิตพวกเขา … ในช่วงเวลานั้นไม่มีใครเข้าไปช่วยพวกเขาได้ เพราะกลุ่มคนงานที่จะมาเข้ากะเช้ายังเดินทางมาไม่ถึง”

นายฮารูนาอ้างด้วยว่า จำนวนคนงานเหมืองที่เสียชีวิตอยู่ที่ 37 ศพ แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฝรั่งเศสจับแล้ว 11 ผู้ต้องสงสัยรุมทำร้ายนักเคลื่อนไหวหนุ่มจนตาย

ฝรั่งเศสจับแล้ว 11 ผู้ต้องสงสัยรุมทำร้ายนักเคลื่อนไหวหนุ่มจนตาย

18 ก.พ. 2569 23:58 น.

ฝรั่งเศสจับแล้ว 11 ผู้ต้องสงสัยรุมทำร้ายนักเคลื่อนไหวหนุ่มจนตาย

ฝรั่งเศสจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการรุมทำร้ายนักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาจัดจนเสียชีวิตเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว 11 ราย ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองคุกรุ่นในขณะที่การเลือกตั้งสำคัญกำลังจะมาถึง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการฝรั่งเศสควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 2 รายเมื่อวันพุธที่ 18 ก.พ. 2569 ระหว่างการสืบสวนคดีสังหารนักศึกษาหนุ่มซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาจัด ซึ่งคาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธฝ่ายซ้ายจัดในเมืองลียง ส่งผลให้ตอนนี้จำนวนผู้ถูกคุมตัวรวมเป็น 11 รายแล้ว

นายก็องแตง เดอรองก์ วัย 23 ปี เสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บทางสมองอย่างรุนแรง หลังจากถูกรุมทำร้ายและเตะต่อยระหว่างการชุมนุมประท้วงเมื่อสัปดาห์ ซึ่งเกิดขึ้นนอกพื้นที่การจัดงานเสวนาของ ริมา ฮัสซัน (Rima Hassan) สมาชิกรัฐสภายุโรปจากพรรค France Unbowed (LFI) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้ายจัด

ภาพวิดีโอที่บันทึกได้จากที่เกิดเหตุเผยให้เห็นภาพคน 3 คนนอนอยู่บนพื้นและกำลังถูกกลุ่มคนขนาดใหญ่กว่ารุมทำร้าย โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดสวมหมวกฮู้ดปิดบังใบหน้า

กลุ่มสตรีนิยมต่อต้านผู้อพยพที่ชื่อว่า “เนเมซิส” (Némésis) ระบุว่า นายเดอรองก์ไปปรากฏตัวที่ด้านนอกสถานที่จัดงานเพื่อปกป้องสมาชิกของกลุ่ม โดยกลุ่มเนเมซิสกล่าวโทษว่ากลุ่ม “ยัง การ์ด” (Young Guard) เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ แต่ทางกลุ่มยัง การ์ด ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

การบุกจับกุมระลอกล่าสุดนี้เริ่มขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยหนึ่งในผู้ถูกจับกุมรวมถึงนาย ฌากส์-เอลี ฟาฟโรต์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยสมาชิกรัฐสภาของ ราฟาแอล อาร์โนลต์ นักการเมืองจากพรรค LFI

นายอาร์โนลต์ระบุว่า ฟาฟโรต์ ผู้ช่วยของเขา ได้ยุติการทำงานทั้งหมดในรัฐสภาแล้ว และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการยกเลิกสัญญาจ้าง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่านาย ฌอง-ลุค เมลองชง ผู้นำพรรคฝ่ายซ้ายจัด จะพยายามนำพรรคออกห่างจากเหตุการณ์การเสียชีวิตอันโหดร้ายของนายเดอรองก์ แต่พรรค LFI ก็ยังคงถูกโจมตีอย่างหนักจากคู่แข่งทุกขั้วการเมือง ในขณะที่เหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 เดือนก่อนที่ฝรั่งเศสจะจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งสำคัญ

ทั้งนี้ สถานการณ์ทางการเมืองของฝรั่งเศสอยู่ในสภาวะคุกรุ่นอยู่แล้ว เนื่องจากการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ถูกมองว่า เป็นบททดสอบมติมหาชนครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีหน้า แต่ในช่วงเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลเสียงข้างน้อยของ เซบาสเตียน เลอกอร์นู ต้องเอาตัวรอดจากการลงมติไม่ไว้วางใจถึง 2 ครั้ง เพื่อดันร่างงบประมาณของปีนี้ให้ผ่านพ้นไปได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รัสเซีย-ยูเครน เจรจาวันที่ 2 คืบหน้าเล็กน้อย แต่ยังติดปัญหาเรื่องดินแดน

รัสเซีย-ยูเครน เจรจาวันที่ 2 คืบหน้าเล็กน้อย แต่ยังติดปัญหาเรื่องดินแดน

18 ก.พ. 2569 22:42 น.

รัสเซีย-ยูเครน เจรจาวันที่ 2 คืบหน้าเล็กน้อย แต่ยังติดปัญหาเรื่องดินแดน

การเจรจาสันติภาพวันที่ 2 ระหว่าง รัสเซีย กับ ยูเครน โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง จบลงโดยมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยังหาทางออกในเรื่องดินแดนไม่ได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การเจรจาระหว่างรัสเซีย ยูเครน และสหรัฐฯ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมายาวนานเกือบ 4 ปีสิ้นสุดลงแล้วในวันพุธที่ 18 ก.พ. 2569 โดยไม่มีการฝ่าทางตันใดๆ แม้จะมีความคืบหน้าอยู่บ้างในเรื่องการทหาร

การเจรจาแบบไตรภาคีซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงเจนีวา จบลงในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ทั้งที่การเจรจาวันแรกเมื่อวันอังคาร การประชุมดำเนินไปจนถึงช่วงดึก

แม้ว่านาย สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนจากสหรัฐฯ จะแสดงความเชื่อมั่นต่อการเจรจาในครั้งนี้ แต่ทั้งหัวหน้าคณะเจรจาของรัสเซียและประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ต่างระบุว่าการพูดคุยเป็นไปอย่าง “ยากลำบาก”

ภายหลังการเจรจาหลักสิ้นสุดลง นายวลาดิเมียร์ เมดินสกี หัวหน้าทีมเจรจาจากฝั่งเครมลินได้เดินทางกลับไปยังสถานที่จัดงานอีกครั้ง เพื่อหารือแบบปิดลับกับฝ่ายยูเครนเป็นเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง โดยที่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆ จากการประชุมลับดังกล่าวออกมา

แหล่งข่าวในหน่วยงานการทูตของยูเครนระบุว่า มีความคืบหน้าบางส่วนใน “ประเด็นทางการทหาร” ซึ่งรวมถึงเรื่องการกำหนดแนวรบและการตรวจสอบการหยุดยิง

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงในประเด็นเรื่องดินแดน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการพิจารณาข้อตกลงหยุดยิงนั้น ยังคงหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากจุดยืนของรัสเซียกับยูเครนยังแตกต่างกันอย่างมาก

รัสเซียไม่ยอมอ่อนข้อเรื่องที่พวกเขาต้องการเข้าควบคุมภูมิภาคดอนบาส ซึ่งประกอบด้วยแคว้น โดเนตสก์กับลูฮานสก์ ทางตะวันออกของยูเครนโดยสมบูรณ์ แต่ฝ่ายยูเครนยืนยันว่าพวกเขาไม่สามารถตอบรับข้อเรียกร้องนี้ได้อย่างเด็ดขาด

แม้จะยอมรับว่าการเจรจาเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่นาย วลาดิเมียร์ เมดินสกี หัวหน้าทีมเจรจาของรัสเซียกล่าวเสริมว่า บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปอย่างเป็นการเป็นงาน และว่าการประชุมครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นใน “เร็วๆ นี้”

ด้านเซเลนสกีก็อธิบายว่าการเจรจานั้น “ไม่ใช่เรื่องง่าย” เนื่องจากความแตกต่างในจุดยืนของทั้งสองฝ่าย

แต่นายรุสเตม อูเมรอฟ หัวหน้าทีมเจรจาฝั่งยูเครนแสดงท่าทีที่ดูมีความหวังมากกว่า โดยกล่าวว่าการหารือเป็นไปอย่าง “มีเนื้อหาสาระและเข้มข้น” และแม้ว่าจะมีความคืบหน้าเกิดขึ้น แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ “ในระยะนี้”

“นี่คืองานที่ซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยการปรับจูนให้ตรงกันของทุกฝ่ายและต้องใช้เวลาที่เพียงพอ” นายอูเมรอฟกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc