ปูพรมตรวจ ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/319179

ปูพรมตรวจ ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ,เข้มค่าแรงขั้นต่ำ,อธิบดีกสร,เอาผิด

กสร. สั่งปูพรมตรวจปรับค่าจ้างขั้นต่ำ เริ่ม 1 เม.ย. 61 เอาผิดทันที หากพบไม่ปฏิบัติตาม

 

3 เมษายน 25561- นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการค่าจ้างมีมติปรับค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2561 ที่ผ่านมานั้น กสร. ได้สั่งการให้พนักงานตรวจแรงงานทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบกิจการเพื่อกำกับ ดูแล และตรวจติดตามการจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำตามอัตราใหม่ของสถานประกอบกิจการ เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิตามที่กฎหมายกำหนด

พร้อมทั้ง  ทำความเข้าใจกับนายจ้างให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย กรณีที่พบว่ายังมีการจ่ายค่าแรงไม่เป็นตามอัตราค่าจ้าง  ขั้นต่ำใหม่ พนักงานตรวจแรงงานจะออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ถูกต้องตามกฎหมายทันที โดยต้องเริ่มจ่าย    ในอัตราใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 เป็นต้นไป

แต่หากออกคำสั่งแล้วนายจ้างไม่ยอมปฏิบัติตามก็จะแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนว่านายจ้างไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งจะมีความผิดตามมาตรา 90 คือ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการร้องเรียนเข้ามา

ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะนายจ้างรู้หน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ลูกจ้างรู้สิทธิของตนเองมากขึ้น และ ยังไม่ถึงรอบของการจ่ายเงินของนายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะจ่ายเป็นรายเดือน และราย 15 วัน ทั้งนี้ ได้กำชับให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจติดตามอีกครั้งในช่วงใกล้รอบการจ่ายเงินเดือนของสถานประกอบกิจการ
อธิบดีกสร. กล่าวต่อไปว่า ลูกจ้างที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถยื่นคำร้องได้ด้วยตนเองที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่กรุงเทพมหานคร 10 พื้นที่ที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู่ แต่หากไม่สะดวก หรือไม่มีเวลา ยื่นคำร้องออนไลน์ผ่าน http://www.labour.go.th

โพลเผยปชช.ร้อยละ 84.22 สนใจเรียนรู้มรดกชาติเพิ่ม!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/319139

โพลเผยปชช.ร้อยละ 84.22 สนใจเรียนรู้มรดกชาติเพิ่ม!!

มรดกไทย,มรดกชาติ,วัฒนธรรมไทย,ท่องเที่ยววิถีไทย,อุทยานฯอยุธยา,นายวีระ โรจน์พจนรัตน์,กระทรวงวัฒนธรรม

โพลเผยประชาชน ปชช.ร้อยละ 84.22 สนใจแหล่งเรียนรู้มรดกชาติ มากที่สุด “อุทยานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา”

         กระแส “ออเจ้า” จากละครเรดติ้งทะลุเป้าอย่างบุเพสันนิวาส ทำให้ประชาชนมุ่งตามรอยสู่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็นจำนวนมากติดต่อกันมาหลายสัปดาห์ ล่าสุดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เผยผลโพล “วันอนุรักษ์มรดกไทย” สำรวจพบว่าประชาชนสนใจแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมมากที่สุดอุทยานฯ พระนครศรีอยุธยา ด้านสืบทอดมรดกส่งเสริมแต่งกายด้วยชุดไทย ชุดพื้นเมือง

       เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2561- นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)ได้ร่วมกับสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นเด็ก เยาวชนและประชาชน ในหัวข้อ “วันอนุรักษ์มรดกไทย” จากกลุ่มตัวอย่าง 3,117 คน ทั่วประเทศ

       ผลสำรวจพบว่าประชาชน ร้อยละ 83.08 ทราบว่าวันที่ 2 เมษายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเป็นวันอนุรักษ์มรดกไทย เพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ

       เมื่อสอบถามกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับความเข้าใจความหมายคำว่า “มรดกไทย” พบว่า ร้อยละ 84.22 ระบุว่ามรดกทางวัฒนธรรมที่แสดงออกถึงสัญลักษณ์ของความเป็นชาติ และภูมิใจมากที่สุด อันดับแรกโบราณสถาน อาทิ วัด วัง โบสถ์ วิหาร รองลงมาประเพณีไทย อาทิ สงกรานต์ และนาฏศิลป์ไทย อาทิ โขน การละเล่นพื้นเมืองและมหรสพไทย

       นายวีระ กล่าวอีกว่า กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 54.67 ระบุกิจกรรมที่สนใจเข้าร่วมมากที่สุด การแสดงทางวัฒนธรรมตามวิถีชีวิตแต่ละท้องถิ่น รองลงมาการรณรงค์ชาวคุณธรรมร่วมใจ นุ่งผ้าไทย สืบสานวัฒนธรรม และเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก เฉลิมพระเกียรติฯด้านแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม กลุ่มตัวอย่างสนใจมากที่สุด อุทยานประวัติศาสตร์ อาทิ พระนครศรีอยุธยา กำแพงเพชร สุโขทัย พิมาย พนมรุ้ง ด้านแนวทางในการอนุรักษ์และสืบทอดมรดกไทย

       ส่วนใหญ่เห็นว่าส่งเสริมการแต่งกายด้วยผ้าไทย ชุดไทย ชุดพื้นเมือง และส่งเสริมให้เยาวชนหันมาเล่นดนตรีไทยมากขึ้น สื่อสารด้วยภาษาไทยและภาษาถิ่น ส่วนความประทับใจวิธีการนำเสนอข้อมูลทางวัฒนธรรมผ่านเทคโนโลยีมากที่สุด พบว่าระบบสมาร์ทมิวเซียม เป็นการนำชมในรูปแบบเสมือนจริงโดยผ่านสมาร์ทโฟน

สธ.เตือน!! ติดมือถือ เสี่ยงโรคอ้วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/319135

สธ.เตือน!! ติดมือถือ เสี่ยงโรคอ้วน

แพทย์หญิงพรรณพิมล,สธเตือน,ติดมือถือ,เสี่ยงโรคอ้วน,กระทรวงสาธารณสุข

กระทรวงสาธารณสุขเตือน เล่นโทรศัพท์มือถือตลอดเวลาเสี่ยง “อาการติดโทรศัพท์มือถือ” เสี่ยเป็นโรคอ้วน

          แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในยุคที่โทรศัพท์สมาร์ทโฟน กลายเป็นสิ่งจำเป็นในการติดต่อสื่อสาร แต่บางกลุ่มมีพฤติกรรมติดอยู่กับการเล่นโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา เช่น พกติดตัว ต้องวางไว้ใกล้ตัวเสมอ คอยเช็กข้อความจากโซเชียลมีเดีย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูบ่อยแม้ไม่มีเรื่องด่วน หรือในแต่ละวันใช้เวลาพูดคุยกับผู้คนผ่านโทรศัพท์ในโลกออนไลน์มากกว่าพูดคุยกับคนรอบข้าง

           “ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ จะถูกวินิจฉัยว่าเป็นอาการติดโทรศัพท์มือถือ และบางรายอาจมีอาการเครียด ตัวสั่น เหงื่อออก คลื่นไส้ หากไม่มีโทรศัพท์มือถืออยู่กับตัว โทรศัพท์เเบตหมด หรือว่าอยู่ในที่ไร้สัญญาณ”แพทย์หญิงพรรณพิมล ระบุ

          แพทย์หญิงพรรณพิมล  บอกอีกว่า อาการติดโทรศัพท์มือถือจะส่งผลต่อการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างและสังคม โดยเฉพาะด้านสุขภาพร่างกาย อาทิ นิ้วล็อก เกิดจากการใช้นิ้วกด จิ้ม สไลด์ หน้าจอเป็นระยะเวลานาน อาการทางสายตา ที่เกิดจากเพ่งสายตาจ้องหน้าจอเล็กๆ ที่มีแสงจ้านานเกินไป อาการปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ จากการก้มหน้า ค้อมตัวลง ส่งผล เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หากเล่นนานๆ อาจมีอาการปวดศีรษะตามมา

          “รวมไปถึงหมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร และโรคอ้วน แม้พฤติกรรมจะไม่ส่งผลโดยตรง แต่การนั่งทั้งวันโดยไม่ลุกเดินไปไหน เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคอ้วนและโรคเรื่อรังอื่นๆได้”แพทย์หญิงพรรณพิมล กล่าว

          แพทย์หญิงพรรณพิมล  แนะนำว่า อย่างไรก็ตาม แนวทางการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนด้วยตนเอง มีหลายวิธี เช่น กำหนดช่วงเวลาในการใช้โซเชียลมีเดียในแต่ละวัน หรือหากิจกรรม งานอดิเรก เล่นกีฬากิจกรรมผ่อนคลายในครอบครัวทดแทนเวลาในการใช้อุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด

ติวช่าง เสริมฝีมือรับค่าจ้างใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/319017

ติวช่าง เสริมฝีมือรับค่าจ้างใหม่

รับค่าจ้างใหม่,ฝึกแรงงานมีฝีมือ,กพรกระทรวงแรงงาน,20หลักสูตร

 กพร. กระทรวงแรงงาน ติวอาชีพช่าง พัฒนาทักษะรับอัตราค่าจ้างใหม่ สมุทรปราการ จัดเต็มฝึกกว่า 20 หลักสูตร

         วันที่ 2  เมษยน 2561- นายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่าสืบเนื่องจากวันที่ 1 เมษายน 2561 เป็นวันแรกที่เริ่มบังคับใช้ค่าจ้างขั้นต่ำอัตราใหม่ จะมีแรงงานได้รับค่าจ้างใหม่ประมาณ 6 ล้านคน ทางพลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กำชับให้กพร. กระทรวงแรงงาน พัฒนาทักษะฝีมือให้สอดคล้องกับค่าจ้างดังกล่าว และเป็นการผลิตคนทำงานป้อนสู่สถานประกอบกิจการในสาขาอาชีพที่ยังขาดแคลนทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ

        จะเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และนโยบายเร่งด่วน (Agenda Based) กระทรวงแรงงาน ในการยกระดับทักษะฝีมือแรงงาน เพิ่มขีดความสามารถในการมีงานทำ จึงมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดสังกัดสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน (สพร.) และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน (สนพ.) ทั่วประเทศ ใช้แนวทางประชารัฐร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ เร่งจัดฝึกอบรม

นายสุทธิ กล่าวต่อไปว่าล่าสุดสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ (สพร. 1 สมุทรปรการ) จัดฝึกอบรมหลักสูตรยกระดับฝีมือแรงงาน รุ่นที่ 3/2561 ใน 3 สาขาอาชีพ กว่า 20 หลักสูตร ได้แก่ ช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วยหลักสูตร (1) เมคคาทรอนิกส์ ระดับ 1และระดับ 2 จำนวน 2 รุ่น (2) การใช้ระบบควบคุมแบบซีเควนซ์ในงานอุตสาหกรรม (3) การติดตั้งระบบโซล่าเซลล์

(4) การควบคุมรีเลย์ซีแควนซ์พื้นฐาน จำนวน 2 รุ่น (5) ผู้ดูแลระบบเครือข่ายด้วยคอมพิวเตอร์ (6) การควบคุมเครื่องจักรด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์ในงานอุตสาหกรรม (7) การบำรุงรักษามอเตอร์ไฟฟ้าและอินเวอร์เตอร์ (8) นิวแมติกส์ไฟฟ้า ช่างเครื่องกล ประกอบด้วยหลักสูตร (9) การวิเคราะห์ปัญหาและปรับแต่งรถจักรยานยนต์หัวฉีด (10) การเดินสายไฟฟ้าในรถยนต์ (11) การซ่อมรถจักรยานยนต์ ระดับ 1 (12) การซ่อมระบบห้ามล้อรถยนต์ (13) พนักงานควบคุมเครื่องจักรรถยก (เครื่องยนต์) (14) พนักงานควบคุมเครื่องจักรรถยก (ไฟฟ้า) (15) ช่างสีรถยนต์ ระดับ 1

 

 

ติวช่าง เสริมฝีมือรับค่าจ้างใหม่

นายสุทธิ  สุโกศล

ช่างอุตสาหกรรม (16) การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบการผลิต (เครื่องกัด) ระดับ 1 และระดับ 2 จำนวน 3 รุ่น (17) การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบการผลิต (เครื่องกลึง) ระดับ 1 และระดับ 2 จำนวน 2 รุ่น (18) การเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์สามมิติ (19) ช่างควบคุมเครื่องกลึง CNC และ (20) ช่างเขียนแบบวิศวกรรม

 

 

ติวช่าง เสริมฝีมือรับค่าจ้างใหม่

 

ทั้งนี้ จะดำเนินการฝึกอบรมตั้งแต่เดือนเมษายน-กรกฎาคมนี้ ฝึกอบรมฟรีทุกหลักสูตร คุณสมบัติผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป มีความรู้ และทักษะพื้นฐานในสาขาที่จะสมัคร สนใจสมัครสอบถามรายละเอียดได้ที่สพร. 1 สมุทรปราการ โทร 0-2315-3800 ต่อ 124

 

 

ติวช่าง เสริมฝีมือรับค่าจ้างใหม่

 

“สำหรับสพร.และสนพ. อื่นๆ จะมีการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นเช่นกัน และเปิดโอกาสมีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน เพื่อรับค่าจ้างตามทักษะฝีมือของตนเอง จะเกินกว่าค่าจ้างขั้นต่ำอย่างแน่นอน หากท่านสนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมโปรแกรมหลักสูตรได้ที่ http://www.dsd.go.th หรือโทรกองสื่อสารองค์กร กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 0 2245 4035 หรือสายด่วน 1506 กด 4” อธิบดีกพร. กล่าวในที่สุด

ย้ำสิทธิป่วยฉุกเฉิน72ชม.ไม่สำรองจ่าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/319011

ย้ำสิทธิป่วยฉุกเฉิน72ชม.ไม่สำรองจ่าย

ป่วยฉุกเฉิน,72ชมแรกเข้ารับการรึกษา,ผู้ประกันตน,นพสุรเดช,ประกันสังคม,นพสุรเดช วลีอิทธิกุล

สปส.ย้ำสิทธิการรักษาที่ผู้ประกันกรณีป่วยฉุกเฉิน72 ชม.แรกไม่ต้องสำรองจ่ายใช้เพียงบัตรปชช.ยื่นรับสิทธิการรักษา ได้ทันที

         2  เมษายน 2561-นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวถึง กรณีผู้ประกันตนเจ็บป่วยฉุกเฉิน หรือประสบอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในช่วงเทศกาลวันหยุด ว่า ขอให้ผู้ประกันตนอย่าได้กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาที่อาจเกิดขึ้น หากเกิดเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือได้รับอุบัติเหตุ หรือมีอาการเจ็บป่วยกะทันหัน ลูกจ้าง ผู้ประกันตน สามารถเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุดได้ทันที

 

โดยสำนักงานประกันสังคม จะพิจารณาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ภายใน 72 ชั่วโมง ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนด

 

ทั้งนี้ ให้ผู้ประกันตน หรือโรงพยาบาลที่ให้รักษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง แจ้งสถานพยาบาลที่ผู้ประกันตนเลือกไว้ ทราบโดยเร็ว ตั้งแต่เข้ารับการรักษาเพื่อให้รับผิดชอบค่าบริการทางการแพทย์ให้กับผู้ประกันตน

 

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า จากนโยบายรัฐบาลและกระทรวงแรงงาน ที่มีนโยบายให้ประชาชนทุกคนได้รับบริการด้านสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ สะดวกรวดเร็ว และเป็นธรรมตามสิทธิของผู้ป่วย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)

 

รวมทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ได้ร่วมบูรณาการความร่วมมือ ในการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพ 3 กองทุนทั้งระบบกองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ กองทุนประกันสังคม และกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ด้วยการรักษากรณีผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูง

โดยผู้ป่วยสามารถเข้ารับบริการจากโรงพยาบาลทุกแห่งทั้งภาครัฐและเอกชน โดยไม่ถูกทวงถามสิทธิก่อนรักษา ไม่ต้องสำรองค่ารักษา ไม่ถูกบ่ายเบี่ยงการรักษา และได้รับการดูแลรักษาจนกว่าอาการจะทุเลา

ทั้งนี้ขอให้ผู้ประกันตนมั่นใจในระบบบริการทางการแพทย์ของสำนักงานประกันสังคมว่าทุกคนจะได้รับ การบริการสาธารณสุขที่จำเป็นอย่างรวดเร็ว มีคุณภาพเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ ผู้ประกันตนท่านใดมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ สิทธิการรักษาสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1506 พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

สธ.ชื่นชม!! ทีมสกาย ดอกเตอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/318999

สธ.ชื่นชม!! ทีมสกาย ดอกเตอร์

กระทรวงสาธารสุขปลื้ม,ทีมสกาย ดอกเตอร์,แพทย์หญิงพรรณพิมล  วิปุลากร,นายแพทย์เจษฎาโชคดำรงสุข

สธ.ชื่นชมทีมแพทย์ พยาบาล ชุดสกาย ดอกเตอร์ (sky doctor)รพ.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ช่วยชีวิตผู้ป่วยถูกผึ้งหลวงต่อย100ตัว

         แพทย์หญิงพรรณพิมล  วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า นายแพทย์เจษฎาโชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ชื่นชมทีมแพทย์และพยาบาลชุดสกาย ดอกเตอร์ (sky doctor)โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยชาย อายุ56ปี ถูกผึ้งหลวงต่อย ประมาณ100ตัว มีอาการปวดศีรษะ ใจสั่น แน่นหน้าอก คลื่นไส้อาเจียน จากการแพ้พิษของเหล็กในผึ้ง

         ภายหลังได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) อุมวาบ อ.สามเงา จ.ตาก ซึ่งเป็นพื้นที่เหนือเขื่อนภูมิพล หากเข้ารับการรักษาที่ รพ.สามเงา จะต้องเดินทางด้วยเรือ เป็นเวลา4ชั่วโมง

สธ.ชื่นชม!! ทีมสกาย ดอกเตอร์ พญ.พรรณพิมล วิปุลากร

        ในการดำเนินการครั้งนี้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และแพทย์อำนวยการปฏิบัติการฉุกเฉิน (พอป.) ซึ่งเป็นแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินได้ประสานสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และหน่วยบินตำรวจจังหวัดตาก ส่ง พ.ต.ท. นครินทร์ ทองอินทร์ และ ร.ต.อ. ณัฐวรรธน์ ทวีกิตติพงศ์

สธ.ชื่นชม!! ทีมสกาย ดอกเตอร์ 

        นำเฮลิคอปเตอร์ พาทีมสกาย ดอกเตอร์ ประกอบด้วยพญ. ศิวนาฏ พีระเชื้อ แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน พยาบาล และเจ้าพนักงานเวชกิจฉุกเฉิน ไปรับผู้ป่วยมายังห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ภายในไม่ถึง3ชั่วโมงภายหลังได้รับแจ้ง ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วจนปลอดภัย

สธ.ชื่นชม!! ทีมสกาย ดอกเตอร์ 

ข้าราชการพลเรือนดีเด่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/318990

ข้าราชการพลเรือนดีเด่น

ข้าราชการพลเรือนดีเด่น,วันข้าราชการพลเรือน,ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดรโฆษิต ศรีภูธร,1 เมษายน 2561,มทรอีสาน

ข้าราชการพลเรือนดีเด่น

 

ข้าราชการพลเรือนดีเด่น: ขอแสดงความยินดีกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตสกลนคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน)เนื่องในโอกาสได้รับรางวัล “ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2560” ณตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 1  เมษายน 2561

สพฐ.ล้อมคอกตรวจ 2 กองทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/318958

สพฐ.ล้อมคอกตรวจ 2 กองทุน

กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต,ดรบุญรักษ์,เลขาธิการ กพฐ,กองทุนคนพิการ,กองทุนอาหารกลางวัน

 สพฐ.ตั้งกรรมการตรวจสอบ 2 กองทุนในสังกัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตทั้งระบบการทำงานภายใน และจะสุ่มตรวจกับบุคคลที่ได้รับเงินกองทุน

           2 เมษายน 2561- ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ  เปิดเผยบอกว่า หลังจากเกิดการทุจริตในกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต และสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. เป็นหน่วยงานหนึ่ง ที่ได้รับงบประมาณมาค่อนข้างมาก
โดยเฉพาะกองทุนอาหารกลางวัน และกองทุนนักเรียนพิการทำให้ สพฐ. ตั้งคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบ ทั้งระบบการทำงานภายใน และจะสุ่มตรวจกับบุคคลที่ได้รับเงินกองทุนดังกล่าว

 

“ทั้งนี้ ยังจะวางมาตรการให้เข้มข้น และรัดกุมมากขึ้นกว่าเดิม  เพื่อไม่ให้เกิดการทุจริตเหมือนกรณีกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต”ดร.บุญรักษ์ ระบุ

“บิ๊กอู๋”นำทีมส่งแรงงานต่างด้าวกลับสงกรานต์ปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/318948

“บิ๊กอู๋”นำทีมส่งแรงงานต่างด้าวกลับสงกรานต์ปลอดภัย

่ แรงงานต่างด้าว,บิ๊กอู่,ส่งแรงงานกลับบ้าน,สงกรานต์ปลอดภัย

“บิ๊กอู่”นำทีมส่งพี่น้องแรงงานกลับบ้านช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัย พร้อมผนึกกำลังเครือข่ายลุยให้ความรู้ จัดกิจกรรมสนับสนุนแรงงานเดินทางอย่างปลอดภัย

         2 เมษายน 2561- พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในงานแถลงข่าว “ส่งพี่น้องแรงงานกลับบ้านเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัย” ว่า สถานประกอบกิจการส่วนใหญ่ได้กำหนดให้วันสงกรานต์เป็นวันหยุดตามประเพณีเพื่อให้ลูกจ้างได้เดินทางกลับภูมิลำเนากลับไปเยี่ยมครอบครัวและร่วมกิจกรรมตามประเพณีนิยม ซึ่งในปีนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้วันพฤหัสบดีที่ 12 เม.ย.2561 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ

         โดยเป็นวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ รวม 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 – 16 เม.ย.2561 ประกอบกับคณะรัฐมนตรีมีมติพิจารณาผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมาที่ทำงานในประเทศไทย ประเภทกรรมกร รับใช้ในบ้าน ช่างเครื่องยนต์ในเรือประมงทะเล และผู้ประสานงานด้านภาษา สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อร่วมงานประเพณีสงกรานต์และกลับเข้ามาในประเทศไทยได้ตั้งแต่วันที่ 5 -30 เม.ย.2561

"บิ๊กอู๋"นำทีมส่งแรงงานต่างด้าวกลับสงกรานต์ปลอดภัย

         ดังนั้น ในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีผู้ใช้แรงงานทั้งชาวไทยและต่างด้าวเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะมีไทยเดินทางไปกลับบ้านประมาณ สี่ล้านคน และแรงงานต่างด้าวเดินทางเข้า-ออกกว่าสองแสนคน

         รมว.แรงงาน กล่าวต่อไปว่า กระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยพี่น้องแรงงานทุกคน และเพื่อให้เดินทางไปกลับได้อย่างปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ ตลอดจนมีความสะดวกในการเดินทาง กระทรวงแรงงานได้ขอความร่วมมือนายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของลูกจ้างพนักงาน

โดยเฉพาะในกิจการขนส่งจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งในเรื่องชั่วโมงการทำงาน เวลาพัก และการทำงานล่วงเวลา รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับเส้นทางการเดินทาง ตารางเวลารถโดยสาร เส้นทางการจราจร การเตรียมยานพาหนะและวินัยจราจร เป็นต้น

ในส่วนของลูกจ้างขอให้วางแผนในการเดินทางทั้งไปและกลับ เตรียมตัวให้พร้อม สำหรับลูกจ้างต่างด้าวต้องเตรียมเอกสารประจำตัวให้พร้อมเพื่อให้เดินทางผ่านเข้าออกได้อย่างสะดวก

 

 

"บิ๊กอู๋"นำทีมส่งแรงงานต่างด้าวกลับสงกรานต์ปลอดภัย

ทั้งนี้ ได้ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างความร่วมมือกันส่งพี่น้องแรงงานกลับบ้านเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัย เช่น กรมการขนส่งทางบกในการจัดรถสาธารณะให้เพียงพอ กรมทางหลวงในการดูแลเรื่องการจราจร เป็นต้น

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน ยังได้เปิดคลินิกช่างให้บริการตรวจความพร้อมยานพาหนะที่ใช้เดินทาง เปิดให้บริการนวดผ่อนคลาย จัดรถบริการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ แจกเวชภัณฑ์ให้กับผู้ใช้แรงงาน ณ สถานีขนส่งหลัก ตลอดจนเปิดบริการสายด่วน 1506 คอยให้ความช่วยเหลือตลอดช่วงเวลาดังกล่าว

สธ.ให้บริการการแพทย์ เนื่องในวันขรก.พลเรือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/318902

x

สธ.ให้บริการการแพทย์ เนื่องในวันขรก.พลเรือน

20 กระทรวงร่วมจัดบริการประชาชน เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน- จัดนิทรรศการเผยแพร่ผลงานตามยุทธศาสตร์ชาติ อาทิ บริการทางการแพทย์ บริการต่ออายุใบขับขี่

         วันนี้ (2 เมษายน 2561) ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ฯ ถนนแจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานพิธีเปิดการแสดงนิทรรศการ “ข้าราชการพลเรือนกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ” และการบริการประชาชนในงานวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี พ.ศ.2561 ซึ่งในปีนี้ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงาน

สธ.ให้บริการการแพทย์ เนื่องในวันขรก.พลเรือน

         ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทย ได้เริ่มใช้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2471 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2472 และกำหนดให้วันที่ 1 เมษายนของทุกปีเป็นวันข้าราชการพลเรือน เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงวางรากฐานระเบียบข้าราชการพลเรือนสมัยใหม่ของไทย

สธ.ให้บริการการแพทย์ เนื่องในวันขรก.พลเรือน

        และเพื่อปลูกจิตสำนึกให้ข้าราชการมีความภาคภูมิใจในความเป็นข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกิดความตระหนักถึงหน้าที่ในการทำงานเพื่อประชาชน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรมและจริยธรรม รวมทั้งมีการพัฒนาตนเอง ปรับเปลี่ยนการทำงานและวิธีคิด ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นประเทศไทย 4.0

สธ.ให้บริการการแพทย์ เนื่องในวันขรก.พลเรือน

       สำหรับการแสดงนิทรรศการและการบริการประชาชนในวันนี้ เป็นกิจกรรมหนึ่งของการจัดงานข้าราชการพลเรือน เพื่อเผยแพร่ผลงานของข้าราชการและส่วนราชการต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย ด้านความมั่นคง การสร้างความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน การสร้างโอกาสและความเท่าเทียมกันทางสังคม การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

สธ.ให้บริการการแพทย์ เนื่องในวันขรก.พลเรือน

       รวมทั้งมีการจัดบริการแก่ประชาชนที่มาร่วมงานของส่วนราชการ อาทิ การให้บริการทางการแพทย์ บริการต่ออายุใบขับขี่ บริการจัดทำหนังสือเดินทางการรับเรื่องราวร้องทุกข์ บริการข้อมูลเกี่ยวกับทุนรัฐบาล ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การแนะแนวอาชีพการจำหน่ายสินค้าธงฟ้า เป็นต้น

สธ.ให้บริการการแพทย์ เนื่องในวันขรก.พลเรือน

—***—