ระดมทุน ตาดี-ตาบอด“ปั่นไปไม่ทิ้งกัน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309723

ระดมทุน ตาดี-ตาบอด“ปั่นไปไม่ทิ้งกัน”

No One Left Behind, ตาดี-ตาบอดปั่นไปไม่ทิ้งกัน, ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน ที่อำเภอเชียงดาว

“No One Left Behind”รวมพลังสามัคคีคนตาดี-ตาบอด“ปั่นไปไม่ทิ้งกัน”ชวนคนไทยร่วมระดมทุนสานฝัน “ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนเชียงดาว”

 

“มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ” โดย “ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์” ร่วมกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โครงการซีพีสานฝันปันโอกาส  ธนาคารกรุงเทพ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันจัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “โครงการปั่นไปไม่ทิ้งกัน สานต่องานที่พ่อทำ No One Left Behind” ครั้งแรกของประเทศไทยที่คนตาบอด จะปั่นจักรยานพิชิตเส้นทาง 9 วัน 9 จังหวัด ระยะทาง 867 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ ถึงอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

       เพื่อหาทุนสนับสนุนการจัดสร้าง “ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน” ชวนคนไทยส่งแรงใจ สนับสนุน และร่วมสานต่องานที่ “พ่อทำ” ด้วยการเปลี่ยนภาระให้เป็นพลังในการพัฒนาและสร้างสรรค์สังคม ผ่านการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับผู้พิการทั่วประเทศ 

ระดมทุน ตาดี-ตาบอด“ปั่นไปไม่ทิ้งกัน”

     ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ เปิดเผยว่าปัจจุบันมีผู้พิการในประเทศไทยที่จดทะเบียนแล้วคิดเป็นร้อยละ 2.72 ของประชากรทั้งประเทศหรือราว 1,802,375 คน โดยในจำนวนนี้มีผู้พิการเกือบ 6 แสนคนเป็นผู้ที่ไม่มีงานทำและขาดผู้ดูแล รวมถึงขาดโอกาสในการเข้าถึงสิทธิ์และสวัสดิการต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนดโดยเฉพาะอย่างยิ่งโอกาสในการประกอบอาชีพ

ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายว่าเราจะสามารถช่วยคนกลุ่มนี้ให้มีอาชีพและรายได้ได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ จึงได้มุ่งเน้นไปที่การ empowerment ผู้พิการ ด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างให้เขามีรายได้ สร้างให้เกิดการรวมกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือให้คนพิการก้าวพ้นความยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพอิสระ มีรายได้ที่เพียงพอและยั่งยืน จึงเป็นที่มาของการจัดตั้ง ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน ซึ่งเปิดให้บริการที่จังหวัดเชียงใหม่

ระดมทุน ตาดี-ตาบอด“ปั่นไปไม่ทิ้งกัน”

      “ปัจจุบันศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนที่อำเภอแม่ริม มีพื้นที่คับแคบ และไม่เพียงพอต่อการฝึกอบรมอาชีพต่างๆ ให้กับผู้พิการ ทางมูลนิธิฯจึงมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในการร่วมกันสานต่องานที่พ่อ ทำด้วยการเปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง ในการพัฒนาและสร้างสรรค์สังคม ผ่านการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับผู้พิการทั่วประเทศ ภายใต้การดำเนินงานของ ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะมีพื้นที่มากถึง 33 ไร่ สามารถรองรับผู้พิการและผู้ดูแลคนพิการได้เป็นจำนวนมาก รวมถึงเป็นต้นแบบของศูนย์ฝึกอาชีพสำหรับคนพิการในระดับภูมิภาคอาเซียนเพื่อพัฒนาผู้พิการให้เป็นประชากรที่สามารถพึ่งพาตนเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  จึงเป็นที่มาของการจัดทำ โครงการปั่นไปไม่ทิ้งกัน สานต่องานที่พ่อทำ No One Left Behind ซึ่งจะเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่คนตาบอดจะปั่นจักรยานจากกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ เป็นระยะทางรวมกว่า 867 กิโลเมตร เพื่อหาทุนสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนที่อำเภอเชียงดาว” อาจารย์วิริยะกล่าวถึงที่มาของโครงการ

ระดมทุน ตาดี-ตาบอด“ปั่นไปไม่ทิ้งกัน”

ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

ภายในงานมีการจัดเวทีเสวนา “คนพิการไทยทำอะไรได้มากกว่าที่ใครคิด” โดย นายกฤษณะ ละไล  ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล พิธีกรและผู้ประกาศข่าว, กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การพัฒนาในอดีตที่ผ่านมานั้นเราได้ทอดทิ้งคนเอาไว้เบื้องหลังเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้พิการและผู้สูงอายุก็เป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกหลงลืม คนกลุ่มนี้จะเดินทางไปไหนมาไหนทั้งอาคาร ตึก รถโดยสารสาธารณะ ก็ลำบากเพราะเราไม่เคยคำนึงถึงเรื่องของอารยสถาปัตย์

ระดมทุน ตาดี-ตาบอด“ปั่นไปไม่ทิ้งกัน”

“แม้ว่าปัจจุบันปัญหาเหล่านี้นี้จะเริ่มดีขึ้นแต่ก็ยังไม่ดีพอ วันนี้เรามีกฏหมายที่ให้สถานประกอบการต้องมีผู้พิการทำงานในสัดส่วน 1 ต่อ 100 และมีตำแหน่งงานต่างๆ มากมาย แต่เรากลับมีผู้พิการในสถานประกอบการหรือโรงงานต่างๆ น้อยมาก สาเหตุหนึ่งก็คือปัญหาเรื่องของการเดินทางระบบสาธารณะที่ไม่พร้อมและสอดคล้องกับกฏหมายรวมไปถึงเรื่องของอารยสถาปัตย์ ซึ่งโครงการปั่นไปไม่ทิ้งกันนับเป็นโอกาสที่ดีที่จะกระตุ้นเตือน ทำให้คนในสังคมไทยได้ฉุกคิดว่าเราต้องไม่หลงลืมใครไว้ข้างหลังโดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้พิการ” นายกฤษณะระบุ

นายคริสโตเฟอร์ เบญจกุล อดีตดารานักแสดงที่ประสบอุบัติเหตุจากการช่วยเหลือผู้อื่นจนกระทั่งตัวเองเกือบพิการ  กล่าวว่าถุ้าพูดถึงเรื่องของ barrier free นั้นสังคมไทยดีขึ้นกว่าเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ไม่ค่อยจะเปลี่ยนคือ สังคมไทยยังไม่ค่อยให้ความสำคัญและให้โอกาสกับผู้พิการ โดยเฉพาะในเรื่องของการทำงาน เพราะไม่มีความเชื่อมั่นในตัวของผู้พิการจะทำงานได้ วันนี้ภาคเอกชนไทยจึงต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการด้วยการให้ผู้พิการได้มีโอกาสทำงานในหลายๆ ด้านตามความถนัดเหมือนกับคนทั่วไป ซึ่งผมอยากจะบอกว่าคนพิการนั้นสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด

ระดมทุน ตาดี-ตาบอด“ปั่นไปไม่ทิ้งกัน”

นางสาวณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์

นางสาวณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ หรือ “น้องธันย์”  นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ อดีตนักเรียนไทยที่ประสบอุบัติเหตุรถไฟฟ้าทับจนสูญเสียขาทั้ง 2 ข้างที่ประเทศสิงค์โปร มาร่วมให้มุมมองและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่ออุปสรรคและปัญหาของผู้พิการไทยในปัจจุบัน กล่าวว่าสิ่งที่จะทำให้ผู้พิการสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ ด้านร่างกายก็คือ ต้องมีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่น และมีความเชื่อมั่นว่าตัวเองนั้นก็สามารถแข่งกันกับคนปกติคนอื่นๆ ในสังคมได้ เพราะคนพิการทุกคนมีล้วนศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัว

“เริ่มจากการมีทัศนคติเชิงบวก อย่าไปคิดถึงอดีตที่ผ่านมา ให้คิดถึงแต่เป้าหมายในปัจจุบันและอนาคต ทำอย่างไรจะให้เรามีความสุขจากต้นทุนจากสิ่งที่เรามีหรือว่าเป็นอยู่ แล้วเราก็จะสามารถก้าวกระโดดไปยืนอยู่ในจุดที่คนทั่วไปคิดว่าคนพิการจะไม่มีทางทำได้ ซึ่งเราก็มีต้นแบบหลายคนทั้งท่านอาจารย์วิริยะเป็นต้น” น้องธันย์ระบุ

ระดมทุน ตาดี-ตาบอด“ปั่นไปไม่ทิ้งกัน”

       ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ กล่าวว่าความพิการทุกประเภทจะไม่เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในสังคมหรือเป็นข้อจำกัดในการทำงานอะไรก็ตามแต่ ถ้าเราสามารถแก้ปัญหาใน 3 เรื่องได้ คือ หนึ่ง พยายามขับเคลื่อนให้สังคมไทยได้ให้โอกาสกับผู้พิการ ให้ได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและได้รับโอกาสในการทำงานหรือ empowerment

สอง การขับเคลื่อนให้เกิด barrier free หรือที่เรียกว่าอารยสถาปัตย์ ไม่มีอุปสรรคต่างๆ ในการเดินทางและใช้ชีวิต เราสามารถทำใน 2 เรื่องนี้ได้ คนพิการก็อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขเหมือนคนทั่วไป ความพิการจะเป็นแค่เรื่องน่ารำคาญและความไม่สะดวกเท่านั้น

“แต่ที่สำคัญที่สุดคือข้อที่ 3 คือเรื่องของ Partnership สังคมไทยทุกภาคส่วนต้องยินดีให้คนพิการเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในทุกเรื่องไม่ว่าเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ  หรือสังคม ด้วยการให้โอกาสผู้พิการและเปลี่ยนทัศนคติและความเชื่อที่มีต่อผู้พิการใหม่ โดยขอให้เชื่อมั่นว่าผู้พิการนั้นสามารถทำได้ทุกอย่างและมีศักยภาพในตนเอง ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิต ถ้าเราสามารถขับเคลื่อน ทั้ง 3 เรื่องนี้ไปด้วยกันได้ ก็จะเกิดเป็นสังคมไทยที่ไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง ได้อย่างแท้จริง” อาจารย์วิริยะสรุป

สำหรับ โครงการปั่นไปไม่ทิ้งกัน No One Left Behind ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่ผู้พิการตาบอดจำนวน 20 ชีวิต ร่วมกับนักปั่นจิตอาสาปั่นนำอีก 20 ชีวิต จะรวมพลังสามัคคีปั่นจักรยานจากกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ เป็นระยะทางรวมกว่า 867 กิโลเมตร 9 วัน 9 จังหวัดในระหว่างวันที่ 28 มกราคม ถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

โดยเริ่มต้นจากกรุงเทพมหานคร ผ่านสุพรรณบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ แพร่ ลำปาง และเชียงใหม่ เพื่อหาทุนสนับสนุนการก่อสร้าง ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน ที่อำเภอเชียงดาว โดยแต่ละจังหวัดที่ขบวนปั่นจักรยานผ่านจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อรณรงค์ให้คนในสังคมไทยเห็นศักยภาพและให้โอกาสผู้พิการในการพัฒนาตนเองด้วย

      ผู้ที่สนใจสามารถติดตามกิจกรรมและร่วมบริจาคผ่านช่องทางต่างๆ ได้โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้จาก Facebook : มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ (Facebook.com /Universalfoundation) หรือ www.wiriya.org มาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์สร้างโอกาสให้ผู้พิการ สานต่องานที่พ่อทำ ด้วยการช่วยเหลือให้ผู้พิการสามารถก้าวข้ามความยากจน มีอาชีพที่ยั่งยืน เพื่อที่จะเปลี่ยนผู้พิการที่ถูกสังคมมองว่าเป็นภาระ ให้กลายเป็นอีกหนึ่งพลังในการสร้างสรรค์และพัฒนาสังคมต่อไป.

ศธ.สอบอีก 4 ร.ร.ผู้ปกครองร้องรับแป๊ะเจี้ยะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309698

ศธ.สอบอีก 4 ร.ร.ผู้ปกครองร้องรับแป๊ะเจี้ยะ

คุณภาพชีวิต > ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  :  17 ม.ค. 2561

“หมอธี” เผยตรวจสอบร.ร.อีก 3-4 แห่งผู้ปกครองร้องรับแป๊ะเจี้ยะ ย้้ำรับนักเรียนปี 61 ต้องโปร่งใสทำตามกติกา ขณะที่มติบอร์ดเห็นชอบการสอบสวนให้ทำคู่กับป.ป.ช.-ปปง.ด้วย

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2561 นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาทุจริต ว่า ที่ประชุมมีการติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบปัญหาทุจริตในหลายเรื่อง ทั้งที่เป็นเรื่องภายในที่ ศธ.ตรวจสอบเอง และที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องการรับนักเรียน ที่มีการร้องเรียนการเรียกรับเงินแลกเข้าเรียน หรือ แป๊ะเจี้ยะ ซึ่งที่ผ่านมามีกรณีของโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กรณีผู้ปกครองเผยแพร่คลิปผู้บริหารโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย เรียกรับเงิน 4 แสนบาท เพื่อรับเด็กเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 เมื่อปีการศึกษา 2560 ที่ผ่านมา มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง นายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย รองผอ.โรงเรียนสามเสนฯ และครู 1 ราย ซึ่งได้รายงานเบื้องต้นว่าทั้ง 3 ราย ผิดวินัยร้ายแรง แต่เพื่อความเป็นธรรมต้องให้สิทธิในการชี้แจงข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน

ขณะเดียวกัน ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบโรงเรียนอื่น ประมาณ 3-4 แห่ง ที่มีผู้ปกครองร้องเรียนเรื่องการเรียนรับแป๊ะเจี๊ยะเช่นกันแต่ยังไม่ขอเปิดเผยข้อมูล ซึ่งไม่ได้อยากจะพูดถึงโรงเรียนสามเสนฯเป็นการเฉพาะ และอีกประมาณ 2 เดือนจะถึงช่วงการรับเด็กเข้าเรียนปีการศึกษา 2561 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ก็ได้มีการเตรียมมาตรการไว้แล้ว

“ผมก็ประกาศชัดเจนทั้งสาธารณะและภายใน ทำให้ดูเป็นตัวไม่ต้องมาฝากกับผม ผมไม่เคยรับฝากแม้แต่คนเดียว ได้กำชับ สพฐ.แล้วว่าทุกอย่างต้องทำตามกติกา ทุกอย่างโปร่งใสและถูกต้อง ซึ่งในที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ได้อธิบายชัดเจนว่ากรณีร.ร.สามเสนฯ เงินที่รับมาเป็นเงินแผ่นดิน ก็ต้องมีใบเสร็จ  มีคณะกรรมการรับ มีวัตถุประสงค์การรับเงินและการนำไปใช้ เพราะฉะนั้น ผมเตือนยุคนี้ใครที่คิดจะไปทำอะไรลับหลังเป็นเรื่องยาก และที่ผ่านก็เป็นตัวอย่างให้เรียนรู้”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า จากนี้ต่อไปเพื่อให้การดำเนินการสอบสวนเรื่องต่าง ๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว ให้นโยบายว่าต่อไปสิ่งที่ต้องทำเป็นอัตโนมัติ  เวลามีการตรวจสอบการทุจริต  หรือข้าราชการทำผิดระเบียบ เช่น การรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ การทุจริตสอบครูผู้ช่วย เป็นต้น จะส่งเรื่องให้ทาง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)ดำเนินการสอบสวนคู่ขนานกันไป ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ารอให้กระบวนการสอบสวนวินัยเสร็จสิ้นจึงจะส่งเรื่องให้ ทำให้การดำเนินการต่าง ๆ เกิดความล่าช้า ซึ่งผู้แทนของป.ป.ช. แจ้งว่าทำได้โดยอัตโนมัติ ในส่วนของปปง.ถ้ามีการสอบสวนแล้วพบว่า มีการเรียกรับเงิน หรือมีโครงการใดๆ เกิดขึ้น แล้วมีมูลในขั้นการสืบสวนข้อเท็จจริง สามารถส่งให้ปปง.เข้ามาสืบสวนได้ทันที  เร็วๆนี้ ผมจะไปพบกับเลขาธิการ ปปง. ด้วยตัวเองเพื่อหารือและทำข้อตกลงร่วมกัน และจะขอให้มีการออกระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจน

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้หารือกรณีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ส่งเรื่อง ศธ. ตรวจสอบ กรณีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 15 (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา)ใช้เงินงบประมาณเหลือจ่ายประจำปีงบประมาณ 2559 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 62 ล้านบาท ก่อสร้างหลังคาคลุมลานอเนกประสงค์ของ 11 โรงเรียนในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส และยังมีโรงเรียนในโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 4 แห่งนั้น สตง.แจ้งเพิ่มเติมว่าน่าจะมีการตรวจสอบโครงการในลักษณะเดียวกันของพื้นที่อื่นด้วย

ส่วนคืบหน้ากรณีโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอล เบื้องต้นในระดับสพฐ. ครูที่ตรวจรับถือว่า ผิดวินัยไม่ร้ายแรง อย่างไรก็ตาม โครงการนี้เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย ทั้งนักการเมือง ผู้บริหารระดับสูง การดำเนินการต้องใช้เวลาจึงเป็นสาเหตุที่ล่าช้าและขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปข้อมูลได้ เพราะส่วนใหญ่ยังอยู่ในกระบวนการสืบสวนฯ ยังไม่จบ ซึ่งในส่วนที่เกี่ยวกับ ศธ.ที่ประชุมได้เร่งรัดให้ติดตามเรื่องดังกล่าว

นพ.ธีระเกียรติ  กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ มีข้อเสนอจากหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมทั้ง สตง.  ป.ป.ช. ปปง. ผู้ตรวจการแผ่นดินว่าเรื่องสำคัญควรมีคนเกาะติด ซึ่งศธ. ดำเนินการอยู่ โดยมอบ พล.ท.โกศล  ประทุมชาติ ที่ปรึกษารมว.ศึกษาธิการ รับผิดชอบทำให้การสอบสวนต่าง ๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว เช่น กรณีตรวจสอบการดำเนินโครงการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดหรือซีซีทีวี  ในโครงการSafe Zone School 12 เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนี้ได้ส่งให้พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้ว

(คลิป)จ่อฟ้องสกอ.ม.รามยันหลักสูตรมีมาตรฐานและคุณภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309689

(คลิป)จ่อฟ้องสกอ.ม.รามยันหลักสูตรมีมาตรฐานและคุณภาพ

คุณภาพชีวิต > ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  :  17 ม.ค. 2561

ม.ร.ยืนยันหลักสูตรมีมาตรฐาน คุณภาพ จ่อฟ้องสกอ.เผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อน ส่งผลมหาวิทยาลัยเสียชื่อเสียง เตรียมทำหนังสือขอให้เปิดมติกกอ.เหตุใดหยิบ 40 สถาบันขึ้นเวบ

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ได้เปิดเผยข้อมูลรายชื่อหลักสูตรสถาบันอุดมศึกษาไทย  ทั้งระดับปริญญาตรี โท และเอก ที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานหลักสูตรจากผลการประเมินการประกันคุณภาพภายใน (IQA) เฉพาะในองค์ประกอบที่ 1 เรื่องจำนวนและคุณสมบัติอาจารย์ การบริหารจัดการหลักสูตร ตามเกณฑ์มาตรฐาน เป็นเวลา 2ปี ติดต่อกัน คือ ปีการศึกษา 2558 และ 2559  ซึ่งมีการจัดการเรียนการสอนระดับ ปริญญาตรี–โท–เอก 9,099 หลักสูตร ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชนทั้งหมด 155 แห่ง

จากการประเมินการประกันคุณภาพฯ พบว่า ใน 40 สถาบันอุดมศึกษามีหลักสูตรจำนวน 182 หลักสูตรที่มีปัญหาไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามการกำกับมาตรฐาน คิดเป็นร้อยละ 2 ของหลักสูตรทั้งหมด ประกอบด้วย หลักสูตรระดับปริญญาตรี 68 หลักสูตร ปริญญาโท 89 หลักสูตร ปริญญาเอก 24 หลักสูตร และประกาศนียบัตรบัณฑิต 1 หลักสูตร ซึ่งจากการประกาศข้อมูล พบว่ามหาวิทยาลัยรามคำแหง มีทั้งหมด 40 หลักสูตรที่ไม่ผ่านการประเมินประกันคุณภาพ มากเป็นอันดับหนึ่ง

ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง(ม.ร.) กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า ข้อมูลที่สกอ.เปิดเผยนั้น คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง และทำให้มหาวิทยาลัยเสียชื่อเสียงอย่างมาก เพราะจำนวนหลักสูตรที่กล่าวถึงเป็นข้อมูลเก่าที่มหาวิทยาลัยปิดหลักสูตรไปแล้ว 23 หลักสูตรและใน 17 หลักสูตร มี 6 หลักสูตรที่งดรับนักศึกษาไปแล้ว และมี 1 หลักสูตรที่กำลังปิดในปีการศึกษา 2561  ส่วนหลักสูตรที่เหลือได้มีการปรับปรุงหลักสูตรเรียบร้อยแล้ว

“สาเหตุที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน เนื่องจากจำนวนอาจารย์ประจำหลักสูตร ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และเป็นเกณฑ์กำกับมาตรฐานเพียงเรื่องเดียวที่ม.ร.ไม่ผ่าน  เพราะว่ามีปัญหาในทางปฎิบัติที่เกิดขึ้น อาจารย์ประจำหลักสูตรบางท่านเกษียณอายุ ต้องรออีก 1 ปี กว่าสำนักงบประมาณจะจัดอัตรากำลังให้ ซึ่งเป็นปัญหาที่สกอ.มองข้าม ซึ่ง จากการประชุมสภามหาวิทยาลัย เมื่อวันนี้(17 ม.ค.2561) กรรมการสภามหาวิทยาลัยมีมติเห็นชอบให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ไปพิจารณาว่ามหาวิทยาลัยจะสามารถดำเนินการทางกฎหมาย  หรือทำอะไรต่อสกอ.ได้บ้าง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายให้มหาวิทยาลัย  ” อธิการบดีม.ร.กล่าว

ผศ.วุฒิศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า  อยากให้สกอ.ทบทวนถึงการเปิดเผยข้อมูล ว่า มีเวลาให้มหาวิทยาลัยดำเนินการหรือไม่ และตอนนี้มหาวิทยาลัยก็มีการปรับปรุงแล้ว ทำไมถึงมาประกาศว่าเกณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน ทั้งที่ มหาวิทยาลัยดำเนินการแล้ว และหลายเรื่องส่งไปที่สกอ.แล้ว หลักสูตรต่างๆ รวมถึง อยากให้สกอ.ทบทวนอะไรที่เป็นไปได้ในทางปฎิบัติ และอะไรที่เป็นไปไม่ได้   สกอ.ไม่ได้สั่งปิดหลักสูตร งดรับนักศึกษา รอปรับปรุง สิ่งเหล่านี้มหาวิทยาลัยเป็นผู้ปฎิบัติเอง

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะทำหนังสือถึงสกอ.ขอผลการประชุมกกอ.เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา มีการพิจารณาเรื่องใดบ้าง และทำไมถึงได้คัดเลือก 40 สถาบันนี้ ขึ้นมาประกาศ  เลือกมาในกลุ่มแรก และอยากฝากให้ทำมติ ข้อมูลให้ดี

“เช่น การเปิดคณะศึกษาศาสตร์ ม.ร. ต้องเป็นไปตามเกณฑ์  คือ รับไม่เกิน  30 คน ซึ่งการใช้เกณฑ์นี้กับม.รามคำแหง ถ้าสกอ.ต้องการให้รับ 30 คนตั้งแต่แรก จะขอให้แก้กฎหมายของม.ร.ด้วย  ” อธิการบดีม.ร.กล่าว

อย่างไรก็ตาม ผลการประเมินภายในของสกอ.ครั้งนี้ ไม่มีผลกระทบต่อนักศึกษา เนื่องจากหลักสูตรที่สกอ.ประกาศไปนั้นได้ผ่านการรับทราบจากสกอ.เรียบร้อย ดังนั้น บัณฑิตทุกคนที่จบสามารถไปทำงานได้ตามปกติ แต่ผลการประเมินครั้งนี้จะมีผลต่อมหาวิทยาลัยที่จะต้องไปปรับปรุงการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สกอ.กำหนด ทั้งนี้ หลักสูตรที่เปิดทั้งหมดของม.รามคำแหง มีมาตรฐานและสกอ.รับรองแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดชื่อแล้ว!!10 ม.เอกชนไร้คุณภาพ

สั่งปิด56หลักสูตร10ม.เอกชน

สกอ.ขึ้นเวบ182หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐานแจ้งยุติรับนศ.

182หลักสูตรปิด20งดรับนศ.48สรุปขึ้นเวบในสัปดาห์นี้

ประกาศแล้ว !! 182 หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐาน

ม.รามอันดับ1หลักสูตรไม่มาตรฐานแจงบ่าย2วันนี้

ลั่น!!เด็กต้องได้รู้หลักสูตรที่เรียนผ่านมาตรฐาน(มีคลิป)

ลั่น!!เด็กต้องได้รู้หลักสูตรที่เรียนผ่านมาตรฐาน(มีคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309672

ลั่น!!เด็กต้องได้รู้หลักสูตรที่เรียนผ่านมาตรฐาน(มีคลิป)

คุณภาพชีวิต > ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  :  17 ม.ค. 2561

กกอ.-สกอ.ทำถูกต้องประกาศรายชื่อหลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐาน “หมอธี” ลั่นเป็นนโยบายรัฐบาล-ศธ. เด็กต้องรู้ว่าหลักสูตรที่มาเรียนเป็นเช่นไร

ความคืบหน้าล่าสุด หลังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ประกาศรายชื่อหลักสูตรที่ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานหลักสูตรจากการประเมินการประกันคุณภาพภายในระดับหลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดและ ในกำกับของ สกอ.ในปีการศึกษา 2558 และ 2559  ขึ้นเวบไซต์ www.mua.go.th ไปแล้ว ตามที่ประชุมคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) มีมติให้เผยแพร่หลักสูตรที่ไม่ได้มาตรฐาน 182 หลักสูตร จากที่เปิดสอน จำนวน 9,099 หลักสูตร ในสถาบันอุดมศึกษา 40 แห่ง ซึ่งในเวลา 14.00 น.ของวันนี้ (17 มกราคม 2561) ศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ร.) จะชี้แจงข้อเท็จจริงเนื่องจากหลักสูตรที่ประกาศนั้นเป็นของ ม.ร.มากที่สุด 40 หลักสูตร

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า รัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายชัดเจนว่าเด็กจบแล้วต้องงานทำ และต้องการให้หลักสูตรการศึกษาต่างๆปรับปรุงพัฒนาเพื่อผลิตคนได้ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ จึงต้องการให้เด็กได้รู้ข้อมูล ซึ่งมหาวิทยาลัยต่างๆมีความเป็นอิสระกำกับโดยสภามหาวิทยาลัย ศธ. สกอ.ไม่มีอำนาจสั่งการได้ เพราะไม่ใช่กรณีปัญหาทุจริต ปัญหาธรรมาภิบาล หรือกรณีสภามหาวิทยาลัยไม่สามารถบริหารงานได้ ตรงนี้ก็มีกฎหมายที่ให้ ศธ. สกอ.เข้าไปดู

แต่การที่ สกอ.ประกาศรายชื่อหลักสูตรที่ไม่ผ่านมาตรฐานเป็นไปตามมติ กกอ.ก็ทำหน้าที่หรือไม่ ทำตามข้อเท็จจริงหรือไม่ และการประกาศก็ไม่ได้โทษว่าเป็นเพราะเหตุใดแต่ทำเพื่อปกป้องเด็ก ส่วนมหาวิทยาลัยที่มีรายชื่อตามที่ประกาศแห่งใดจะออกมาชี้แจงก็เป็นสิทธิ์

“มองอีกด้านในอดีตเวลามีนักศึกษามาเดินขบวน เรียกร้องหลักสูตรไม่ผ่าน ก็ถูกต่อว่าทำไมไม่ประกาศให้เขารู้ล่วงหน้า แต่พอครั้งนี้ประกาศก็มีเสียงสะท้อนมากมาย กลายเป็นประเด็นทั้งที่ไม่ใช่ประกาศทันที แต่ให้รู้ล่วงหน้าเป็นปีๆ ให้แก้ไข เช่น ถ้าเหตุเกิดจากอาจารย์ไม่พอก็ต้องไปแก้ไขให้อาจารย์พอ เป็นต้น ดังนั้น นโยบายของนายกฯ ของศธ.คือ ต้องให้เด็ก คนมาเรียนรู้ว่าหลักสูตรเป็นอย่างไร แล้วใครจะเป็นคนบอกเขาถ้า กกอ.ไม่ทำหน้าที่นี้ และเป็นหน้าที่ที่มหาวิทยาลัยก็ต้องแก้ไข”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

ด้าน ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า  กกอ.มีหน้าที่ตามพ.ร.บ.การอุดมศึกษา ในการกำกับมาตรฐานอุดมศึกษา ให้สถาบันอุดมศึกษาจัดการศึกษาเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร และกรอบมาตรฐานคุณวุฒิของอุดมศึกษา ดังนั้น กกอ.จึงไม่ได้มีอำนาจสั่งให้มหาวิทยาลัยเปิดหรือปิดหลักสูตรได้ แต่มหาวิทยาลัยจะต้องมีการประกันคุณภาพการศึกษาและรายงานให้แก่ กกอ.ทราบทุกปี ซึ่งการที่ กกอ.มีมติให้เผยแพร่รายชื่อหลักสูตรที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสู่สาธารณะก็เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ และพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร พ.ศ.2540

“การที่สกอ.เผยแพร่รายชื่อหลักสูตรไม่ได้รุกล้ำ หรือบีบมหาวิทยาลัย เพราะทำตามมติ กกอ.เพื่อปกป้องนักศึกษาให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ และเป็นไปตามนโยบายของนายกฯ ตามพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารว่าต้องเผยแพร่ข้อมูล ส่วนมหาวิทยาลัยก็ต้องปรับปรุงแก้ไข ตามที่แนะนำ เช่น ขาดอาจารย์ก็ต้องหาอาจารย์เพิ่มให้ตามเกณฑ์ เป็นต้น ถ้าแก้ไขไม่ได้ก็ต้องปิด เพราะถ้าทำต่อก็กระทบคุณภาพ ตรงนี้ผมมองว่าเป็นเรื่องสากลทั่วโลก ทั้งนี้ พยายามให้สกอ.ดูแลเรื่องการสนับสนุนส่งเสริม ดูแลมาตรฐานและคุณภาพ เพราะไม่ต้องการให้สกอ.ไปวุ่นวายกับมหาวิทยาลัย ที่ต้องมีอิสระในการทำงาน อิสระในเรื่องวิชาการ ดังนั้น การเปิดเผยรายชื่อหลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐานเป็นหน้าที่ที่ กกอ.ต้องทำเพื่อรักษาสิทธิ์ให้กับนักศึกษา ผู้ปกครอง และประเทศด้วยไม่เช่นนั้นสูญเสียงบประมาณที่ทุ่มจำนวนมาก แต่สุดท้ายจบมาไม่มีงานทำกลายเป็นผลเสีย”รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

ขณะที่ ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า การประกาศรายชื่อหลักสูตรที่ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานหลักสูตรจากผลการประเมินการประกันคุณภาพภายใน (IQA) เป็นเวลา 2 ปีติดต่อกันคือ ปีการศึกษา 2558 และ 2559 นั้นเป็นเฉพาะมาตรฐานองค์ประกอบที่ 1 คือเรื่องของจำนวนของอาจารย์ที่ไม่ครบและคุณวุฒิของอาจารย์ที่ไม่ตรงเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องมาตรฐานอย่างอื่น ซึ่งระบบประกันคุณภาพภายในระดับหลักสูตร ทั้งนี้ ยอมรับว่าการประกาศรายชื่อหลักสูตรที่ไม่ผ่านเกณฑ์องค์ประกอบที่ 1 ของปี 2558-2559 ล่าช้าไปบ้าง ส่วนหนึ่งมาจากที่มหาวิทยาลัยส่งข้อมูลให้ช้า และการพิจารณาของ กกอ.ก็ต้องใช้เวลาในการพิจารณาก่อนจะประกาศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดชื่อแล้ว!!10 ม.เอกชนไร้คุณภาพ

สั่งปิด56หลักสูตร10ม.เอกชน

สกอ.ขึ้นเวบ182หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐานแจ้งยุติรับนศ.

182หลักสูตรปิด20งดรับนศ.48สรุปขึ้นเวบในสัปดาห์นี้

ประกาศแล้ว !! 182 หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐาน

ม.รามอันดับ1หลักสูตรไม่มาตรฐานแจงบ่าย2วันนี้

182 หลักสูตร90%มีปัญหาผู้สอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309635

182 หลักสูตร90%มีปัญหาผู้สอน

182หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐาน

เลขาสกอ.ยอมรับร้อยละ 90 ของ 182 หลักสูตรจะมีปัญหาจำนวน คุณวุฒิ และคุณสมบัติอาจารย์ประจำหลักสูตร หารือทปอ.เดือนหน้าหมุนเวียนอาจารย์ จัดระบบคลีนิคแก้ไข

      .เชื่อว่าถึงตอนนี้สังคมมีคำถาม “ดร.สุภัทร จำปาทอง” เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)หลังจากสกอ.ขึ้นเวบ

 www.mua.go.th ประกาศ 182 หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐานติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับมหาวิทยาลัยที่หลักสูตรไม่ผ่านการกำกับมาตรฐาน ที่มีนักศึกษากำลังศึกษาอยู่ รวมทั้งอาจารย์ที่ทำงานในหลักสูตรนั้นๆ รวมทั้งปัญหาอื่นที่จะตามมา..

       เมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 ม.ค.“ดร.สุภัทร จำปาทอง” เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า เวบไซต์ สกอ.ได้ประกาศรายชื่อหลักสูตรที่ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานหลักสูตรจากการประเมินการประกันคุณภาพภายในระดับหลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดและ ในกำกับของ สกอ.ในปีการศึกษา 2558 และ 2559 ขึ้นเวบไซต์ http://www.mua.go.th ไปแล้ว ตามที่ประชุมคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) มีมติให้เผยแพร่หลักสูตรที่ไม่ได้มาตรฐาน 182 หลักสูตร จากที่เปิดสอน จำนวน 9,099 หลักสูตร ในสถาบันอุดมศึกษา 40 แห่ง

       โดยสถาบันอุดมศึกษาที่หลักสูตรไม่ได้มาตรฐานมากที่สุด 5 อันแรก ได้แก่ 1.มหาวิทยาลัยรามคำแหง 40 หลักสูตร รองลงมา 2. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย 22 หลักสูตร อันดับ 3.มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต 16 หลักสูตร อันดับ 4.มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม 11 หลักสูตร และอันดับ 5.มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร 7 หลักสูตร รวมถึงมีหลักสูตรมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของแต่ละภูมิภาค อย่าง มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร

      จากนี้ไปสถาบันการศึกษาที่มีรายชื่อคงต้องทำความเข้าใจกับสังคมว่าเกิดอะไรขึ้น และทำไม หลักสูตรที่เปิดสอนถึงไม่ได้มาตรฐาน สกอ. โดยในส่วนของมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ร.)ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญ อธิการบดี ม.ร.จะชี้แจงข้อเท็จจริงเวลา 14.00 น.วันนี้ (17 ม.ค.) ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารวิทยบริการและบริหาร ม.ร.

      ว่ากันว่าครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ สกอ.ประกาศรายชื่อผ่านเว็บไซต์เนื่องจากดำเนินการไม่เป็นไปตามคุณภาพมาตรฐานที่กำหนด เป็นการรักษาผลประโยชน์ให้กับผู้เรียนและผู้ปกครองโดยประกาศครั้งแรกค่ำวันที่ 15 ม.ค.และเอาออกจากเวบไปครั้งหนึ่ง

   ต่อมาประกาศรอบ 2 ค่ำวันที่ 16 มค.ซึ่ง ก่อนหน้านี้ “ดร.สุภัทร” เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลของหลักสูตรที่ไม่ผ่านมาตรฐานและรายชื่อมหาวิทยาลัยต่างๆที่เรียกความสนใจให้กับแวดวงการศึกษามาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง

     โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2560 ครั้งนั้นสื่อหลายสำนักพาดหัวข่าวในทำนองว่า เปิดชื่อแล้ว!!10 มหาวิทยาลัย 98 หลักสูตรมีปัญหาคุณภาพ http://www.komchadluek.net/news/edu-health/271248

     ต่อมาเดือนเดียวกัน 25 เม.ย. 2560  เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)ได้ให้ข่าว ขอให้ม. 10 แห่งที่มีปัญหาหลักสูตรไม่ได้มาตรฐาน ปิด56 หลักสูตร พร้อมงดรับนักศึกษาอีก 22 หลักสูตร ตั้งแต่ปีการศึกษา 2559 พร้อมตรวจสอบมาตรฐานหลักสูตรที่เปิดรับ http://www.komchadluek.net/news/edu-health/273464

      คำถามคือว่า การที่สถาบันการศึกษาเปิดสอนหลักสูตรที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างนี้เป็นความรับผิดชอบของฝ่ายใด  ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร

 รมช.ศึกษาธิการ อธิบายว่าโดยหลักการผู้มีอำนาจรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง คือ สภามหาวิทยาลัย สกอ.มีฐานะในการควบคุมจะไปปกปิดเขาไม่ได้

       ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ให้นโยบายแก่ ศธ.ด้วยว่าต้องการให้ผู้รับผิดชอบคือ สกอ.รวมถึงกระทรวงการอุดมศึกษา ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไปทบทวนด้วยว่าหลักสูตรที่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการตลาดแรงงาน มีตกงาน หรือ ไม่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ

      ทั้งที่รัฐบาลลงทุนงบประมาณจำนวนมาก ควรมีมาตรการมากำกับ เพราะฉะนั้น ในระยะยาวมหาวิทยาลัยต้องไปทบทวนด้วยว่าหลักสูตรเป็นร้อยหลักสูตร ถ้าไม่ตอบโจทย์ตลาดภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชน ปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้น

    ทำไม 182 หลักสูตรถึงไม่ได้มาตรฐาน ดร.สุภัทร อธิบายว่าร้อยละ 90 ของ 182 หลักสูตรจะมีปัญหาจำนวน คุณวุฒิ และคุณสมบัติอาจารย์ประจำหลักสูตร เพื่อให้มีผลกระทบต่อนักศึกษาผู้เรียนน้อยที่สุด และคงไว้ซึ่งคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานอุดมศึกษา สกอ. ได้เตรียมหารือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ในการหมุนเวียน อาจารย์ประจำหลักสูตร และจัดระบบคลินิคแก้ไขปัญหาร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาต่างๆในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เนื่องจากบางหลักสูตรมีปัญหาด้านกระบวนการจัดการซึ่งสถาบันอุดมศึกษาสามารถปรับปรุงได้ด้วยตนเองโดยทันที

    แต่จะว่าไปแล้วไม่ว่าสถาบันการศึกษาจะทำอย่างไร สกอ.จะดูแลหรือไม่ สุดท้ายผลกระทบก็คือผูู้เรียนอยู่ดี เพราะฉะนั้นจากนี้ไปก่อนที่ผู้เรียนจะตัดสินเรียนต่อในสถาบันการศึกษาใดๆ ผู้ปกครอง นักเรียนก็ควรรู้ข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องของหลักสูตรที่จะเรียนนั้นผ่านการรับรองและได้มาตรฐาน ของสกอ.หรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจลงทะเบียนเข้าไปเรียน จะได้ไม่เป็นการเสียเปล่าทั้งเวลาและเงินทองนั่นเอง

           0ทีมข่าวคุณภาพชีวิต qualitylife4444@gmail.com 0

ม.รามอันดับ1หลักสูตรไม่มาตรฐานแจงบ่าย2วันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309615

ม.รามอันดับ1หลักสูตรไม่มาตรฐานแจงบ่าย2วันนี้

ประกาศชื่อ, ม.ราม, หลักสูตรไม่ได้มาตรฐาน

“วุฒิศักดิ์” แจงเองหลังสกอ.เผยชื่อ 182 หลักสูตรไม่ได้มาตรฐาน มีของม.ร.มากที่สุด 40 หลักสูตร เวลา 14.00 น.วันนี้

         หลังจากวานนี้ (16 มกราคม) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ประกาศรายชื่อหลักสูตรที่ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานหลักสูตรจากการประเมินการประกันคุณภาพภายในระดับหลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดและ ในกำกับของ สกอ.ในปีการศึกษา 2558 และ 2559  ขึ้นเวบไซต์ www.mua.go.th ไปแล้ว ตามที่ประชุมคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) มีมติให้เผยแพร่หลักสูตรที่ไม่ได้มาตรฐาน 182 หลักสูตร จากที่เปิดสอน จำนวน 9,099 หลักสูตร ในสถาบันอุดมศึกษา 40 แห่ง

โดยสถาบันอุดมศึกษาที่หลักสูตรไม่ได้มาตรฐานมากที่สุด 5 อันแรก ได้แก่ 1.มหาวิทยาลัยรามคำแหง 40 หลักสูตร  รองลงมา 2. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย 22 หลักสูตร  อันดับ 3.มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต 16 หลักสูตร  อันดับ 4.มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม 11 หลักสูตร และอันดับ 5.มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร 7 หลักสูตร  รวมถึงมีหลักสูตรมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของแต่ละภูมิภาค  อย่าง มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร

ผศ.ลีนา ลิ่มอภิชาติ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ร.) แจ้งว่า ตามที่สกอ. ได้ประกาศรายชื่อหลักสูตรที่ไม่ผ่านการประเมินของสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ จำนวน 182 หลักสูตรไปแล้วนั้น ทาง ม.ร.โดยศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญ อธิการบดี ม.ร.จะชี้แจงข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย ในวันนี้ (17 มกราคม) เวลา 14.00 น.ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารวิทยบริการและบริหาร ม.ร.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดชื่อแล้ว!!10 ม.เอกชนไร้คุณภาพ

สั่งปิด56หลักสูตร10ม.เอกชน

สกอ.ขึ้นเวบ182หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐานแจ้งยุติรับนศ.

182หลักสูตรปิด20งดรับนศ.48สรุปขึ้นเวบในสัปดาห์นี้

ประกาศแล้ว !! 182 หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐาน

ประกาศแล้ว !! 182 หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309599

ประกาศแล้ว !! 182 หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐาน

ข่าวการศึกษา, คุณภาพชีวิต, มหาวิทยาลัย, รามคำแหง, หลักสูตร, สกอ., 182หลักสูตรไม่ได้มาตรฐาน, ไม่ผ่าน, มาตรฐาน

สกอ.ขึ้นเว็บแล้ว 182 หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐาน แจงรายหลักสูตรอันไหนปิด งดรับนักศึกษา

ตามที่คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) มีมติให้เผยแพร่หลักสูตรที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานอุดมศึกษาเป็นเวลา 2 ปี ติดต่อกัน ในปีการศึกษา 2558 และ 2559 จำนวน 182 หลักสูตร จากที่เปิดสอน จำนวน 9,099 หลักสูตร ในสถาบันอุดมศึกษา 40 แห่ง โดยวานนี้ (15 ม.ค.) ได้มีการประกาศรายชื่อหลักสูตรขึ้นเว็บไซต์ สกอ. แต่ได้ถอดออก เพื่อไปทำการตรวจเช็กสถานะล่าสุดของแต่ละหลักสูตรในปีการศึกษา 2560

 

ประกาศแล้ว !! 182 หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐาน

หลักสูตรที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน.pdf

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำที่ผ่านมา วันนี้ (16 ม.ค.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ประกาศรายชื่อหลักสูตรที่ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานหลักสูตรจากการประเมินการประกันคุณภาพภายในระดับหลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษาในสังกัด และในกำกับของ สกอ. ในปีการศึกษา 2558 และ 2559 ขึ้นเว็บไซต์ www.mua.go.th ตามที่ประชุมคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) มีมติให้เผยแพร่หลักสูตรที่ไม่มีมาตรฐาน 182 หลักสูตร จากที่เปิดสอน จำนวน 9,099 หลักสูตร ในสถาบันอุดมศึกษา 40 แห่ง

 

ประกาศแล้ว !! 182 หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐาน

หลักสูตรที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน.pdf

 

ประกาศแล้ว !! 182 หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐาน

ประกาศแล้ว !! 182 หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐาน

 

โดยใน 182 หลักสูตร พบว่า มีหลักสูตรที่เปิดสอนและอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไข 53 หลักสูตร ปิดหลักสูตร 59 หลักสูตร งดรับนักศึกษา 68 หลักสูตร และมีอีก 2 หลักสูตร ที่ควบรวมกัน ซึ่งเป็นหลักสูตรระดับปริญญาโท ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.)

 

ประกาศแล้ว !! 182 หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐาน

 

หลักสูตรที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน.pdf

 

ประกาศแล้ว !! 182 หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐาน

ประกาศแล้ว !! 182 หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐาน

 

ทั้งนี้ สถาบันอุดมศึกษาที่หลักสูตรไม่ได้มาตรฐานมากที่สุด 5 อันแรก ได้แก่ 1. มหาวิทยาลัยรามคำแหง 40 หลักสูตร รองลงมา 2. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย 22 หลักสูตร อันดับ 3. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต 16 หลักสูตร อันดับ 4. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 11 หลักสูตร และอันดับ 5. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร 7 หลักสูตร รวมถึงมีหลักสูตรมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของแต่ละภูมิภาค อย่าง มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร อีกด้วย

สรุป182หลักสูตรอยู่40ม.เปิดสอนแค่53หลักสูตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309583

สรุป182หลักสูตรอยู่40ม.เปิดสอนแค่53หลักสูตร

สกอ., หลักสูตรไม่ได้มาตรฐาน, 182 หลักสูตร, เคาะล่าสุดประกาศหลักสูตรไม่ได้มาตรฐาน

“สุภัทร” เคาะล่าสุด182 หลักสูตรไม่ได้มาตรฐาน เปิดสอนและกำลังปรับปรุง 53 ปิด 59 งดรับนศ.68 ควบรวมอีก 2 เตรียมหารือทปอ.และประชุมร่วมมหา’ลัยต้นก.พ.นี้

         ภายหลังที่คณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) มีมติเห็นชอบให้เผยแพร่รายชื่อหลักสูตรที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานอุดมศึกษาเป็นเวลา 2 ปีติดต่อกัน ในปีการศึกษา 2558 และ 2559 จำนวน 182 หลักสูตร จากที่เปิดสอน จำนวน 9,099 หลักสูตร และมีมติมอบให้ ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการ กกอ.แจ้งไปยังสภามหาวิทยาลัยทราบว่าหลักสูตรไม่ผ่านการกำกับมาตรฐาน ติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี พร้อมเสนอขอให้มีการยุติการรับนักศึกษา สำหรับกรณีหลักสูตรที่มีนักศึกษากำลังศึกษาอยู่ จะต้องมีการจัดการให้เป็นไปตามมาตรฐานภายใน 90 วันนั้น โดยการประกาศชื่อหลักสูตรบนเว็บไซต์ http://www.mua.go.th นั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 เวลา 17.00 น. ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า  ขณะนี้ สกอ.ได้ดำเนินการตรวจสอบสถานะข้อมูลหลักสูตรเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยพบว่า 182 หลักสูตรของมหาวิทยาลัย 40 แห่ง เป็ฯหลักสูตรที่เปิดสอนและอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไข 53 หลักสูตร ปิดหลักสูตร 59 หลักสูตร งดรับนักศึกษา 68 หลักสูตร และมีอีก 2 หลักสูตรที่ควบรวมกันซึ่งเป็นหลักสูตรระดับปริญญาโท ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.)

ดร.สุภัทร กล่าวด้วยว่า เพื่อให้การจัดการศึกษาในหลักสูตรดังกล่าวมีผลกระทบต่อนักศึกษาผู้เรียนน้อยที่สุด และคงไว้ซึ่งคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานอุดมศึกษา สกอ. ได้เตรียมหารือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ในการหมุนเวียน อาจารย์ประจำหลักสูตร เนื่องจากร้อยละ 90 ของ182 หลักสูตรดังกล่าวจะมีปัญหาในประเด็นเรื่องจำนวน คุณวุฒิ และคุณสมบัติอาจารย์ประจำหลักสูตร รวมทั้ง สกอ. ได้วางแผนจัดการประชุมเพื่อจัดระบบคลินิคแก้ไขปัญหาร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาต่างๆในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เนื่องจากบางหลักสูตรมีปัญหาด้านกระบวนการจัดการซึ่งสถาบันอุดมศึกษาสามารถปรับปรุงได้ด้วยตนเองโดยทันที

ทั้งนี้ ผลการประเมินภายในปี การศึกษา 2558 และ 2559 ประเมินระดับหลักสูตรเฉพาะองค์ประกอบที่ 1 คือ เรื่องจำนวนและคุณสมบัติอาจารย์ การบริหารจัดการหลักสูตรมีการจัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี โทและ เอก รวม 9,099 หลักสูตร ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน 155 แห่ง ผลปรากฏว่ามี 182 หลักสูตร ใน 40 สถาบันอุดมศึกษา ที่มีปัญหาไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามการกำกับมาตรฐานตามองค์ประกอบที่ 1 เป็นเวลาติดต่อกันถึง 2 ปีการศึกษา คิดเป็นร้อยละ 2 ของหลักสูตรทั้งหมด ประกอบด้วย หลักสูตรระดับปริญญาตรี 68 หลักสูตร ปริญญาโท 89 หลักสูตร ปริญญาเอก 24 หลักสูตร และประกาศนียบัตรบัณฑิต 1 หลักสูตร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดชื่อแล้ว!!10 ม.เอกชนไร้คุณภาพ

สั่งปิด56หลักสูตร10ม.เอกชน

สกอ.ขึ้นเวบ182หลักสูตรไม่ผ่านมาตรฐานแจ้งยุติรับนศ.

182หลักสูตรปิด20งดรับนศ.48สรุปขึ้นเวบในสัปดาห์นี้

คลิปรับแป๊ะเจี้ยะ”สามเสนฯ”ผิดวินัยร้ายแรง 3 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309568

คลิปรับแป๊ะเจี้ยะ”สามเสนฯ”ผิดวินัยร้ายแรง 3 ราย

สามเสนวิทยาลัย, ผิดวินัย, สามเสนฯ

ปลัด ศธ.ยันคลิปรับแป๊ะเจี้ยะ ร.ร.สามเสนฯ ผิดวินัยร้ายแรงทั้ง 3 ราย โดยศธจ.แจ้งข้อกล่าวหารอ 26 มกราคมครบกำหนด 15 วันหากไม่แก้ข้อกล่าวหา สรุปเสนอ ศธจ.กทม.

            จากกรณีผู้ปกครองเผยแพร่คลิปผู้บริหารโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย เรียกรับเงิน 4 แสนบาท เพื่อรับเด็กเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เมื่อปีการศึกษา 2560 และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง นายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย รองผอ.โรงเรียน และผู้เกี่ยวข้อง 1 ราย รวม 3 ราย ซึ่งล่าสุดพล.ท.โกศล ปทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ ได้เปิดเผยผลสอบสวนวินัยเบื้องคณะกรรมการฯสรุปผลสอบเบื้องต้นว่ามีความผิดวินัยร้ายแรง

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 นายการุณ  สกุลประดิษฐ์  ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร (กศจ.) กล่าวว่า ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) กรุงเทพฯ ได้รายงานว่า ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงได้แจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา (สว.3) ให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 รายรับทราบแล้ว  คือ นายวิโรฒ ผอโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย รองผอ.โรงเรียนสามเสนฯ และครูที่เกี่ยวข้องอีก 1 ราย เมื่อวันที่ 11 มกราคม

โดยคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ ให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 26 มกราคม เมื่อผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงข้อเท็จจริง และอ้างหลักฐานในการหักล้างข้อกล่าวหามาประการใด คณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ จะไปรวบรวมหลักฐานนั้น เพื่อประกอบการพิจารณาสรุปความเห็นเสนอ ศธจ.กรุงเทพฯ ในฐานะผู้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯต่อไป ส่วนจะประชุม กศจ.กรุงเทพฯ วันใดไหน ยังไม่ได้มีการนัดหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของรองผอ.โรงเรียนสามเสนฯ และครูที่เกี่ยวข้อง 1 ราย ถือว่าผิดวินัยร้ายแรงเช่นเดียวกับผอ.โรงเรียนสามเสนฯหรือไม่ นายการุณ กล่าวว่า การสอบสวนอยู่ในชุดเดียวกัน ซึ่งสรุปเบื้องต้นมีความผิดวินัยร้ายแรงทั้ง 3 คน ส่วนจะผิดในข้อกล่าวหาเรื่องใดบ้างนั้น ไม่สามารถบอกได้ เพราะถือว่าเป็นความลับ

“ผมยังพูดไม่ได้ เพราะอยู่ในสำนวนการสอบสวน แต่ถือว่ามีความผิดวินัยร้ายแรง  ซึ่งหากทั้ง 3 คน ไม่สามารถแก้ข้อกล่าวหาได้ และสรุปว่ามีผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งมีโทษตามระบบคือ ปลดออก ไล่ออก”

ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เท่าที่ทราบเบื้องต้นผลการสอบสวนผอ.โรงเรียนสามเสนฯ น่าจะผิดวินัยร้ายแรง แต่ยังไม่ถือเป็นข้อสรุป แต่อยากให้รอผลอย่างเป็นทางการ  ทั้งนี้ ได้ติดตามผลการสอบสวนในเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ข้อมูลล่าสุดยังไม่ได้รับรายงาน  ซึ่งหากที่สุดแล้วพบว่า มีความผิดวินัยร้ายแรงจริง  โทษก็คือไล่ออกหรือปลดออก แต่ขณะนี้ยังไม่สรุปผลอย่างเป็นทางการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้พยายามโทรติดต่อ เพื่อสอบถามข้อมูลไปยังนายวิโรฒ แต่ไม่มีผู้รับสาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า! ผอ.สามเสน ลั่นตั้งแต่เกิดเรื่องเด็กหมางเมิน(มีคลิป)

(คลิป) ผอ.สามเสนรับเป็นคนในคลิปปัดรับ4แสน

สรุปผลสอบ”ผอ.สามเสน” พรุ่งนี้

“ครูสามเสนฯ”หลั่งน้ำตา!(มีคลิป)

รอดูเปิดวันนี้ “คลิป20นาที”

รู้จักผอ.สามเสนวิทยาลัย

ด่วน! ย้ายผอ.สามเสนช่วยราชการสพม.กทม.เขต1

เข้ากรุ! ผอ.สามเสนฯ มีผล 26 มิ.ย.นี้

“ผอ.สามเสนฯ”ผิดวินัยร้ายแรงก.พ.นี้รู้ผลไล่-ปลดออก

182หลักสูตรปิด20งดรับนศ.48สรุปขึ้นเวบในสัปดาห์นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309560

182หลักสูตรปิด20งดรับนศ.48สรุปขึ้นเวบในสัปดาห์นี้

182หลักสูตรปิด20งดรับนศ.40สรุปขึ้นเวบสัปดาห์หน้า

สกอ.เผยปิด20หลักสูตรงดรับนศ.48หลักสูตรจาก182หลักสูตร ขึ้นเว็บไซต์ค่ำ15 ม.ค.แต่ขณะนี้ได้ถอดออกก่อน อ้างอีก13แห่งรอประสานข้อมูลเพิ่มขึ้นใหม่ภายในสัปดาห์นี้

      ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า ความจริงได้มีการประกาศรายชื่อหลักสูตรขึ้นเว็บไซต์ไปเมื่อช่วงค่ำของวานนี้ (15 มกราคม http://www.mua.go.th/users/bhes/Curr-Un-182.pdf ) แต่ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ถอดออกก่อน เพื่อเช็คสถานะล่าสุดของแต่ละหลักสูตรในปีการศึกษา 2560

เนื่องจากพบว่าใน 182 หลักสูตรนั้น มีกว่า 20 หลักสูตรที่มหาวิทยาลัยปิดไปแล้ว และอีกประมาณ 48 หลักสูตรที่มหาวิทยาลัยแจ้งงดรับนักศึกษา เพราะฉะนั้น สกอ.กำลังเร่งประสานแต่ละมหาวิทยาลัย เพื่อตรวจสอบสถานะล่าสุด
“หลักสูตรที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานต่อเนื่อง 2 ปีที่จะประกาศนั้นมีทั้งของมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยไม่ได้มีแค่หลักสูตรเดียว ล่าสุดตอนนี้เหลือประมาณ 13 แห่งอยู่ระหว่างการประสานข้อมูล เพราะฉะนั้น ก็จะเหลือไม่ถึง 182 หลักสูตรที่จะประกาศ โดยทันทีที่ข้อมูลเรียบร้อยก็จะประกาศขึ้นเว็บไซต์ คาดว่าภายในสัปดาห์นี้”ดร.สุภัทร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดก่อนหน้านี้ไม่ได้มีการตรวจสอบสถานะล่าสุดของแต่ละหลักสูตร ดร.สุภัทร กล่าวว่า เนื่องจากที่รายงานต่อ กกอ.เป็นผลการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2558 และ 2559 ซึ่งบางหลักสูตรของบางมหาวิทยาลัยที่มีการประกาศปรับแก้ไขเรียบร้อย มีการปิด หรืองดรับนักศึกษา ในปี 2560 ก็ไม่ได้มีการรายงานมาที่ สกอ.หรือ บางแห่งก็เพิ่งดำเนินการก่อนหน้า กกอ.มีมติไม่กี่วัน
อย่างไรก็ตาม การที่กกอ.มีมติให้ประกาศรายชื่อหลักสูตรที่ไม่ผ่านเกณฑ์ต่อเนื่อง 2 ปีนั้น เป็นข้อดีเพราะได้พูดคุยกับอธิการบดี หลายท่านก็บอกว่าเป็นการกระตุ้นให้มหาวิทยาลัยตื่นตัว ตัดสินใจรวดเร็วขึ้น