เด็กม.ปลาย เป็นผู้ช่วยวิจัยช่วงปิดเทอม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309116

เด็กม.ปลาย เป็นผู้ช่วยวิจัยช่วงปิดเทอม

โครงการวิจัย, ผู้ช่วยงานวิจัย, ทปอ., ม.ปลาย

ทปอ.มีมติมอบของขวัญให้เด็ก เตรียมหารือมหาวิทยาลัยทุกแห่ง รับเด็กม.ปลายเป็นผู้ช่วยงานวิจัยช่วงปิดเทอม เสนอรัฐบาลหนุนงบฯร.ร.ทั่วประเทศกระตุ้นเด็กฝึกสร้างงานวิจัย

          ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยว่า ในวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2561 นี้ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติมอบของขวัญให้กับเด็กนักเรียน โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่กำลังจะเข้าสู่มหาวิทยาลัย ซึ่งจะเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติในอนาคต โดยจะนำเสนอโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพ ด้วยการหารือกับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศให้เปิดโอกาสรับเด็กนักเรียนโดยเฉพาะระดับมัธยมปลายเข้ามาเป็นผู้ช่วยในโครงการวิจัยต่างๆ ของมหาวิทยาลัยในช่วงเวลาปิดภาคการศึกษา เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ และเตรียมพร้อมสู่การศึกษาและค้นคว้าในระดับมหาวิทยาลัย

เด็กม.ปลาย เป็นผู้ช่วยวิจัยช่วงปิดเทอม

นอกจากนี้ ในฐานะประธาน ทปอ.จะเสนอให้รัฐบาลจัดงบประมาณให้แก่โรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เด็กนักเรียนโดยเฉพาะระดับมัธยมปลาย ได้ทำโครงการวิจัยในเรื่องต่างๆ ที่เด็กนักเรียนสนใจ โดยเฉพาะในด้านที่เป็นประโยชน์แก่ท้องถิ่นของตน

“การฝึกให้เด็กได้รู้จักการทำวิจัยนั้น นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดความคิดที่จะประยุกต์ผลงานเพื่อนำมาพัฒนาประเทศชาติในด้านที่ยังต้องพัฒนาให้ดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังให้รักงานวิจัย และส่งเสริมการคิดอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการพัฒนาความรู้ความเชี่ยวชาญด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ นักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว จะสามารถนำประสบการณ์ในการร่วมทำงานวิจัย ไปใช้สมัครเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยในรอบ Portfolio หรือรอบการนำเสนอผลงานได้อีกด้วย”ประธาน ทปอ.กล่าว

เด็กม.ปลาย เป็นผู้ช่วยวิจัยช่วงปิดเทอม

ในส่วนของ สจล. นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สจหมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8111หรือเข้าไปที่ www.kmitl.ac.th

NEWGROUND:กลุ่มเด็กที่ไม่พอใจอะไรบางอย่าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309108

NEWGROUND:กลุ่มเด็กที่ไม่พอใจอะไรบางอย่าง

Newground

กลุ่มNewgroundจะเป็นการรวมตัวกันของเด็กที่ไม่พอใจอะไรบางอย่างและอยากจะลองแก้ไขสิ่งที่ไม่พอใจด้วยวิธีที่แปลกให้เกิดทางเลือกแก้ปัญหาพัฒนาคุณภาพชีวิตประชากรในอนาคต

     ประมาณเดือนมิถุนายน 2560 มีการเปลี่ยนแปลงของเพจ ชื่อ “เกรียนการศึกษา” ก่อตั้งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว “เปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์” เด็กหนุ่มที่สนใจเรื่องปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยม มีผู้ติดตามหลายหมื่นคน นำเสนอเรื่องราวอินโฟกราฟฟิก มุมมองคนรุ่นใหม่ที่มีต่อระบบการศึกษาไทย การทำให้ห้องเรียน ครู เด็กนักเรียน มีชีวิตอย่างแท้จริง

      มาเป็นชื่อ Newground ได้ทำการวิจัยสำรวจความคิดเห็นที่เยาวชนมีต่อประเทศไทย ประจำปี 2560 ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ในชื่อแคมเปญ #bye2017เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ http://www.newgroundforum.com และแฟนเพจ newground

      เชื่อว่าผู้ใหญ่ในวงการศึกษาหลายคนไม่น้อยที่คุ้นชื่อ “เปรมปพัทธ หรือ “ฟิล์ม” เด็กหนุ่มคิดนอกกรอบ เรียนจบจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรีปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เขาทำเพจเกรียนการศึกษาขึ้นเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กนำสิ่งที่เพจเสนอไปต่อยอด              เพราะมองว่าการปฏิรูปการศึกษาขาด 2 อย่าง คือ ตัวผู้เรียนและมิติดิจิทัล เพราะเมื่อพูดถึงผู้เรียนสิ่งที่เห็นชัดที่สุด ไม่พบว่าในกระบวนการปฏิรูประบบการศึกษาที่เป็นเรื่องของเด็ก แต่กลับไม่มีเสียงเด็กเข้าไปร่วมพูดคุยในวงปฏิรูปอย่างแท้จริง มีเพียงเสียงจากผู้ใหญ่ หรือหากมีเสียงเด็กก็มักเป็นเสียงเด็กปลอมๆ ที่เข้าไป

Newground:กลุ่มเด็กที่ไม่พอใจอะไรบางอย่าง

เปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์

       “ฟิล์ม” เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าการปฏิรูปการศึกษาผู้ที่เกี่ยวข้องควรเข้าใจเด็กที่เป็นผู้เล่นของระบบอย่างแท้จริง ไม่ใช่ครู ผู้ปกครอง หรือโรงเรียน สิ่งที่ควรเน้นคือเด็กจะมีทัศนคติต่อการใช้ชีวิตอย่างไร รู้สิทธิร่างกาย หรือตระหนักเรื่องอนาคตมากน้อยเพียงใด เพราะเรื่องเหล่านี้ข้อมูลพื้นฐานทางการศึกษาไม่สามารถนำมาประเมินวัดผลได้

     ครูผู้สอนต้องก้าวพ้นจากกรอบเดิมๆ ซึ่งมีผลการศึกษาถึงวิธีการก้าวหลุดพ้นจากกรอบเดิมๆ เพื่อให้ทันเทคโนโลยียุคดิจิทัลของครูผู้สอน คือ 1.บุคลากรในระบบเก่าต้องเรียนรู้พัฒนาทักษะใหม่ต่อยอดจากทักษะเดิม (Re-skills) เพื่อให้รู้เท่าทันวิวัฒนาการเทคโนโลยีที่ทันสมัยอยู่ตลอด 2.คนในสังคมต้องเรียนรู้ลักษณะที่สามารถนำไปต่อยอด (Capacity Building) แก้ปัญหาเชิงระบบได้

       รวมถึงทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงและเข้าใจปัญหา เพราะอีก 20 ปีข้างหน้าการศึกษาตอนนี้ที่สอนอยู่คงเป็นเรื่องเก่า 3.ทำให้คนพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง 4.ทำให้คนสามารถเติบโตตามยุคสมัยได้ และ 5.ทำให้คนของเราตัดสินใจได้ในภาวะที่มีข้อมูลล้นเกิน

     Newground Team ประกอบด้วย วิภาพรรณ วงษ์สว่าง  Magician & Data Alchemist ที่เป็นนักผจญภัยทางความรู้ แมงมุมไต่เว็บ และนักเล่นแร่แปรธาตุผู้สรรหามูลค่าจากสิ่งตั่งต่าง หน้าที่ในนิวกราวคือทำยังไงก็ได้ให้สิ่งที่ควรจะเกิดได้เกิดซะที , วริศ ลิขิตอนุสรณ์ Academic Director / Researcher เขาสนใจวิธีวิทยา ภววิทยา สหวิทยาการ ฯลฯ วริศไม่พอใจกับข้อจำกัดของศาสตร์ไหนสักศาสตร์ และกำลังพยายามพัฒนาฐานความคิดจากศาสตร์ต่างๆ เพื่อหาความเป็นไปได้ใหม่ในการสร้าง มอง และใช้งานวิชาการให้ได้มากกว่าที่มันเคยเป็น ปัจจุบันยังคงเขียน วิจัย และบรรณาธิกรณ์ ข้ามไปมาระหว่างหลากหลายสนาม ,

Newground:กลุ่มเด็กที่ไม่พอใจอะไรบางอย่าง

วิภาพรรณ วงษ์สว่าง

Newground:กลุ่มเด็กที่ไม่พอใจอะไรบางอย่าง

 วริศ ลิขิตอนุสรณ์

   วรวัส สบายใจ Project coordinator เคยเป็นผู้ร่วมจัดงานเวทีฟังเสียงเด็ก ของสำนักงานปฏิรูปเฉพาะประเด็นการศึกษา เมื่อปี 2555 และสาบานว่าจะไม่กลับไปทำอะไรแบบนั้นอีก จบธุรกิจเพื่อสังคม ทำงานด้านออกแบบกระบวนการเรียนรู้สนับสนุนครูและอาจารย์มหาวิทยาลัยหลายสาขา สนใจการจัดการเรียนรู้ที่ปลดปล่อยศักยภาพคนรุ่นใหม่ ,

Newground:กลุ่มเด็กที่ไม่พอใจอะไรบางอย่าง

 วรวัส สบายใจ

       เปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์ Director of Newground นักผลิตสื่อประเด็นสังคม ผู้ก่อตั้ง Young Filmmakers of Thailand (องค์กรสาธารณประโยชน์) มีประสบการณ์ด้านงานสื่อสารสังคมและงานเยาวชนกว่า 7 ปี เคลื่อนไหวในประเด็นการเข้าถึงทรัพยากรของคนรุ่นใหม่ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เสรีภาพในการแสดงออก การคิดเชิงวิพากษ์ กระบวนการมีส่วนร่วม และความคิดสร้างสรรค์ ,

       เบญจ์บรรพต โพธิ์เกตุ Researcher นักปรัชญา นักวิจัย สนใจแทบทุกอย่าง แต่สนใจเป็นพิเศษ คือ จริยศาสตร์ และผลงานที่ตอบโจทย์ร่วมสมัย ปัจจุบันกำลังศึกษาปรัชญาข้อมูล ภววิทยาสายวัตถุวิสัยใหม่ และปรัชญาศาสนา ชอบเล่นเกมมากกว่าอ่านหนังสือ,

Newground:กลุ่มเด็กที่ไม่พอใจอะไรบางอย่าง

 เบญจ์บรรพต โพธิ์เกตุ

     กฤษฎา ธีระโกศลพงศ์ Researcher สนใจด้านแรงงาน สวัสดิการสังคม และองค์การระหว่างประเทศ ชื่นชอบการสืบค้นและวิจัยเอกสาร ขณะนี้กำลังศึกษา (1) Neo-Gramscian Approach ในทาง Global social policy (2) การปฏิรูปเชิงโครงสร้างการบริหารของ ILO ในศตวรรษที่สอง และคาดว่าจะศึกษา (3) ประวัติศาสตร์แรงงานไทยก่อน 2475 ในเวทีระหว่างประเทศ สำหรับช่วงเวลาผ่อนคลายก็มีเล่นเกม Pokemon ในเครื่องเกม Nintendo 3DS และมีแผนอยากพัฒนาเพื่อจำลองโปเกม่อนเป็นสือการเรียนการสอนในชั้นเรียน

Newground:กลุ่มเด็กที่ไม่พอใจอะไรบางอย่าง

 กฤษฎา ธีระโกศลพงศ์

     และ ณัฐชนน เกิดมั่นคง Researcher เป็นนิสิต สนใจเรื่อง(1)การ์ตูนญี่ปุ่นโดยเฉพาะนารูโตะ (2)สื่อและการกล่อมเกลาเยาวชนทั้งในไทยและต่างประเทศ ขณะนี้กำลังเริ่มดูการ์ตูนฝั่งตะวันตก

Newground:กลุ่มเด็กที่ไม่พอใจอะไรบางอย่าง

ณัฐชนน เกิดมั่นคง

     และในวันนี้ 12 มกราคมก่อนจะถึงวันเด็กแห่งชาติ 13 มกราคม พวกเขากลุ่ม  Newground ได้ร่วมกันแถลงข่าว เผยผลสำรวจรับวันเด็ก : คนรุ่นใหม่ให้คะแนนผู้ใหญ่และประเทศไทยเท่าไรในปีที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหา 1. เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นที่คนรุ่นใหม่มีต่อผู้ใหญ่และประเทศ 2.ข้อสังเกต ตีความ จากทีมผู้สำรวจ 3.แนวทางต่อยอด ขยายผล ไปสู่ประโยชน์อื่นๆ

        เพราะจริงๆแล้วรัฐบาล หรือผู้ควบคุมระบบควรเข้าใจเรื่องดิจิทัล เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มีพื้นที่ควรเข้าใจวัฒนธรรมดิจิทัลไปพร้อมกับเชื่อมั่นในเสียงของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเราสามารถใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีได้ด้วยการเข้าใจสถานการณ์อำนาจของพลเมืองในยุคดิจิทัล ,ส่งเสริมการเรียนรู้และอยู่ร่วมกันจากประโยชน์ดิจิทัล (Digital Life Skills & Digital Literacy)

     ,ทำคนในสังคมทั้งครู ผู้ปกครอง และอื่นๆ ต้องให้เหตุผลอย่างสร้างสรรค์กับเด็ก (Constructive Feedback) เพื่อให้เด็กมีพัฒนาตอบกลับมาอย่างสร้างสรรค์เช่นกัน ,ส่งเสริมวิธีคิดการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ (Growth Mindset) ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างชุมชนที่แก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง (Creative & Maker Community)และหากทำได้เชื่อว่าการศึกษาไทยจะพร้อมเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ได้ในที่สุด

มมส เตรียมจัดงาน “เทคโนฟาร์มแฟร์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309023

มมส เตรียมจัดงาน “เทคโนฟาร์มแฟร์”

คุณภาพชีวิต, เทคโนฟาร์มแฟร์

คณะเทคโนโลยี ม.มหาสารคาม เตรียมจัดงานวันเกษตรและเทคโนโลยี ครั้งที่ 16 “เทคโนฟาร์มแฟร์” ณ คณะเทคโนโลยี จ.มหาสารคาม ระหว่างวันที่ 24 -28 มกราคม  2561

          ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริรัตน์  ดีศีลธรรม  รองคณบดีคณะเทคโนโลยีฝ่ายวิจัยและศิลปวัฒนธรรม  เปิดเผยว่า สำหรับงาน “เทคโนฟาร์มแฟร์” ผู้เข้าร่วมจะได้พบกับ  ฟาร์มอัจฉริยะต้นแบบระบบน้ำหยดอัตโนมัติ  เสวนาเกษตรไทย  ก้าวไกลด้วย Smart farm  โดย  smart farmer  และผู้เชี่ยวชาญ  ชมสวนเรียนรู้ไม้ดอกไม้ประดับ  สวนดอกคอสมอส  นิทรรศการเกษตรสมัยใหม่  และการออกร้าน  การประกวดหุ่นไล่กา  และกิจกรรมการอบรมมากมาย

มมส เตรียมจัดงาน “เทคโนฟาร์มแฟร์"

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริรัตน์  ดีศีลธรรม

สำหรับงานเทคโนฟาร์มแฟร์ ในปีนี้  จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้วิชาการใหม่ๆ เผยแพร่ความรู้วิชาการทางด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ระหว่างบุคลากรที่เกี่ยวข้อง และบุคคลทั่วไป

สนับสนุนให้คณาจารย์และนิสิตนำผลงานวิจัย องค์ความรู้ และนวัตกรรม ไปถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ชุมชนและขยายผลสู่การพัฒนาผลิตภาพของท้องถิ่นทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต อย่างเป็นระบบครบวงจรอย่างยั่งยืน สร้างโอกาสและพัฒนาสมรรถนะ ให้แก่คณาจารย์และนิสิตในคณะฯ อย่างต่อเนื่อง

มมส เตรียมจัดงาน “เทคโนฟาร์มแฟร์"

“งานในครั้งนี้จะเสริมสร้างกลไกความร่วมมือในระบบเครือข่ายระหว่างคณะเทคโนโลยี ชุมชน ผู้ประกอบการหน่วยงานระดับจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งนำนวัตกรรมองค์ความรู้มาต่อยอดและขยายผลสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์” ผศ.ดร.ศิริรัตน์ กล่าว

โพลชี้เด็กไทยท่องคำขวัญวันเด็กของ”ลุงตู่” ได้!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309080

โพลชี้เด็กไทยท่องคำขวัญวันเด็กของ”ลุงตู่” ได้!!

เฟซบุ๊ก, 14 อาชีพในฝันของเด็ก, โซเชียลมีเดีย, โพลวันเด็ก2561, ลุงตู่

วธ.เผยโพล“วันเด็ก” ร้อยละ 62.54 ท่องคำขวัญนายกฯได้ ชี้เด็กอยากให้แก้ปัญหาละเมิดทางเพศ-สารเสพติด-ปฏิรูปการศึกษา ระบุ “หมอ-ครู-ทหาร” อาชีพในฝันของเด็ก

       นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นเด็ก เยาวชน หัวข้อ “วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2561” ซึ่งปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2561จากกลุ่มตัวอย่าง 1,388 คน ทั้งพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พบว่า เด็กและเยาวชน ร้อยละ 62.54 ทราบว่าคำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2561 ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คือ “รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี”

นอกจากนี้ ได้สอบถามเด็กและเยาวชน ให้แสดงความคิดเห็นต่อคำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2561 พบว่า ร้อยละ 65.71 เด็กไทย ควรมีความคิดเป็นระบบสามารถใช้สื่อเทคโนโลยีได้อย่างสร้างสรรค์ รองลงมา ร้อยละ 32.52 รู้ทันความคิดของตนเองและคนอื่นตลอดจนรู้ถึงเหตุการณ์และความเป็นไปของชีวิต และร้อยละ 31.76 เป็นการคิดโดยมีเหตุผลเกิดจากกระบวนการทางสติปัญญา เป็นต้น

ทั้งนี้ ยังสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่จะได้ในการเข้าร่วมกิจกรรมวันเด็ก พบว่า ร้อยละ 53.93 ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีความคิดสร้างสรรค์ รองลงมา ร้อยละ 51.55 ปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ร้อยละ 50.97 ได้ประสบการณ์และการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆและร้อยละ 44.20 ได้ความภาคภูมิใจในการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์

นายวีระ กล่าวอีกว่า ได้สอบถามถึงของขวัญวันเด็กในปี 2561 ที่เด็กต้องการมากที่สุดจากรัฐบาล คือ ทุนการศึกษา รองลงมา อุปกรณ์การศึกษาและลดการบ้านให้น้อยลง ทั้งนี้ได้สอบถามความคิดเห็นของเด็กและเยาวชนเกี่ยวกับอาชีพในฝันเมื่อโตขึ้นนักเรียนอยากเป็นอะไร พบว่า อันดับ 1 เด็กและเยาวชนอยากเป็น หมอ/แพทย์/พยาบาล อันดับ 2 ครู อันดับ 3 ทหาร อันดับ 4 นักธุรกิจ อันดับ 5 นักกีฬา อันดับ 6 ตำรวจ อันดับ 7 ดารา/นักแสดง อันดับ 8นักบิน อันดับ 9 แอร์โฮสเตส อันดับ 10 วิศวกร อันดับ 11 สถาปนิก อันดับ 12 นักการตลาด อันดับ 13 เน็ตไอดอล อันดับ 14 ขายสินค้าออนไลน์

นอกจากนี้ เมื่อสำรวจความเห็นเกี่ยวกับประโยชน์การใช้โซเซียลมีเดียและสื่อในยุคปัจจุบัน พบว่าร้อยละ 53.50ใช้ในการสื่อสารข้อมูล ค้นหาข้อมูลทำรายงาน ความบันเทิง สร้างสรรค์งานและได้ทราบความเคลื่อนไหวของบุคคลต่างๆ โดยเด็กและเยาวชนร้อยละ65.16คิดว่า เฟซบุ๊ก คือโซเชียลมีเดียที่มีผลกระทบต่อเยาวชนมากที่สุด รองลงมา ร้อยละ 18.52 อินสตาแกรม ร้อยละ 9.75 ไลน์ และร้อยละ6.57 ทวิตเตอร์

นายวีระ กล่าวด้วยว่า ผลสำรวจสอบถามถึงมุมมองของเด็กและเยาวชนเกี่ยวกับปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลควรหาแนวทางป้องกัน ช่วยเหลือ และแก้ไขเพื่อประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ประกอบด้วย 5 อันดับแรก คือ การละเมิดทางเพศ สารเสพติด ปฏิรูประบบการศึกษา ปัญหาเด็กติดเกม และคุณแม่วัยใสตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ส่วนนโยบายที่รัฐบาลควรมีเพื่อส่งเสริมให้เด็กได้เตรียมความพร้อมสู่ ประเทศไทย 4.0 คือ ขอให้ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ การใช้ภาษา แลกเปลี่ยนภาษาต่างประเทศ ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาทำกิจกรรม ปฏิรูปการศึกษาให้เทียบเท่าต่างประเทศ ปลูกฝังค่านิยมที่ดีรวมถึงส่งเสริมการศึกษาทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ตามลำดับ

สดร.ชวนเที่ยวงานวันเด็ก 5 แห่งทั่วไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309016

สดร.ชวนเที่ยวงานวันเด็ก 5 แห่งทั่วไทย

งานวันเด็ก, คุณภาพชีวิต

สดร. และ วท. ยกทัพจัดวันเด็ก 5 แห่ง กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา และสงขลา จุดประกายอนาคตของชาติคิดแบบวิทยาศาสตร์ สนใจดาราศาสตร์กันมากขึ้น

           ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ปีนี้ สดร. ยกทัพจัดงานวันเด็ก 5 จุดทั่วประเทศ ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรุงเทพฯ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล จังหวัดเชียงใหม่ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา เทศบาลเมืองเขารูปช้างและลานคนเมือง จังหวัดสงขลา

ภายใต้แนวคิด “150 ปี สุริยุปราคาหว้ากอ” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ในโอกาสครบรอบ 150 ปี ที่พระองค์ทรงคำนวณและคาดการณ์สถานที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงในไทยอย่างแม่นยำไว้ล่วงหน้าถึง 2 ปี กระตุ้นให้เยาวชนไทยตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นหนึ่งในความรู้พื้นฐานที่สำคัญ

ดร.ศรัณย์ กล่าวต่อว่า ชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบกันได้ในงาน “ถนนสายวิทยาศาสตร์ รับวันเด็กแห่งชาติ 2561 – นักวิทย์น้อยตามรอยบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” ณ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ระหว่างวันที่ 11 – 13 มกราคม เวลา 09.00 -17.00 น. ชมนิทรรศการ 150 ปี สุริยุปราคาหว้ากอ พร้อมส่องกล้องโทรทรรศน์ดูดวงอาทิตย์และเส้นสเปกตรัมหลากสี ประดิษฐ์หน้ากากอย่างง่ายสำหรับดูดวงอาทิตย์ด้วยตนเอง ชมแบบจำลองการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา และร่วมกิจกรรมตอบคำถามดาราศาสตร์ชิงรางวัลมากมาย

สำหรับชาวเชียงใหม่และภาคเหนือสดร. ร่วมกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ จัดกิจกรรมในวันที่ 13 – 14 มกราคม ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ชวนท่องเอกภพและสอนดูดาวเบื้องต้นภายในท้องฟ้าจำลองเคลื่อนที่ขนาดยักษ์ระบบฟูลโดมดิจิทัลที่ยกมาให้เข้าชมกันถึงที่ รวมถึงร่วมสนุกกับวงล้อสุริยคราสลุ้นรับของรางวัลมากมาย

สดร.ชวนเที่ยวงานวันเด็ก 5 แห่งทั่วไทย

ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา และฉะเชิงเทรา เตรียมเปิดบ้านต้อนรับเยาวชน ในวันที่ 13 มกราคม ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายตลอดทั้งวัน

อาทิ ท้องฟ้าจำลอง ต่อจิ๊กซอว์ดาราศาสตร์ สร้างจรวดขวดน้ำและจรวดขวดลม ระบายสีภาพวาดดาราศาสตร์ ฯลฯ ก่อนปิดท้ายด้วยดูดาวผ่านกล้องโทรทรรศน์ในช่วงค่ำ ทางด้านภาคใต้ พบกันได้ที่เทศบาลเมืองเขารูปช้างและลานคนเมือง จังหวัดสงขลาเวลา 09.00 -17.00 น. มีนิทรรศการดาราศาสตร์และกล้องโทรทรรศน์นานาชนิดที่ยกมาให้ดูดวงอาทิตย์กันถึงใจกลางเมือง พร้อมกิจกรรมดาราศาสตร์อีกมากมายเช่นกัน

“สดร. นำความรู้ด้านดาราศาสตร์มานำเสนอแบบสนุกและเข้าถึงง่าย เพื่อจุดประกายความรู้และความสนใจทางดาราศาสตร์ให้กับเยาวชนไทย จึงขอเชิญชวนเยาวชนและผู้ปกครองที่สนใจ เข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์ดาราศาสตร์ได้ตามสถานที่และวันเวลาดังกล่าว” ดร.ศรัณย์ กล่าว

“WMAPP”แอพบอกลาปัญหาน้ำท่วม-รถติด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309026

“WMAPP”แอพบอกลาปัญหาน้ำท่วม-รถติด

แอฟสำหรับคนกรุง, คุณภาพชีวิต, WMApp

สจล. แนะแอพพลิเคชั่น WMApp พัฒนา กทม. ให้เป็น “สมาร์ท ซิตี้” บอกลาปัญหา ฝนตก – น้ำท่วม – รถติด ยกคุณภาพชีวิตคนกรุง

            สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) แนะแนวทางการพัฒนากรุงเทพมหานคร สู่การเป็นเมืองอัจฉริยะที่สมบูรณ์แบบ ระบุหน่วยงานรัฐต้องศึกษาและปรับทุกระบบให้มีพร้อมในหลายด้าน

โดยเฉพาะระบบเตือนภัยพิบัติอัจฉริยะ (Smart Disaster) ระบบการขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) ระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะ (Smart Infrastructure) และระบบสารสนเทศอัจฉริยะ (Smart IT)

"WMApp"แอพบอกลาปัญหาน้ำท่วม-รถติด

เนื่องจากระบบเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนโดยตรง ชี้ปัญหา “ฝนตก” “น้ำท่วมขัง” และ “รถติด” คือสิ่งบั่นทอนคุณภาพชีวิตคนเมืองหลวง ชวนตรวจสอบสภาพอากาศ เพื่อวางแผนการดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ผ่านแอพพลิเคชั่น “WMApp” ที่มีความแม่นยำที่สุดในอาเซียน

"WMApp"แอพบอกลาปัญหาน้ำท่วม-รถติด

ความพิเศษคือสามารถระบุตำแหน่งพื้นที่ พร้อมบอกความหนักเบา และเวลาที่ฝนจะตก ได้ทั้งระยะสั้นล่วงหน้า 28 ชม. หรือ 1 วัน และระยะยาวล่วงหน้า 5.5 วัน หรือติดตามได้ทางเฟสบุ๊กแฟนเพจ “สจล. พยากรณ์อากาศประเทศไทย” ย้ำ 11-16 ม.ค. จับตาฝนบริเวณภาคใต้ ขณะที่ตอนบนของประเทศส่วนใหญ่ค่อนข้างโล่ง อุณหภูมิจะต่ำสุดวันที่ 13 ม.ค. นี้ จากนั้นจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น และจะอุ่นขึ้นชัดเจนในวันที่ 16 ม.ค.

"WMApp"แอพบอกลาปัญหาน้ำท่วม-รถติด

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ชีวิตคนเมืองหลวงต้องเผชิญกับปัญหาหลากหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน เกิดฝนตกหนักเป็นระยะเวลานานเกินกว่าศักยภาพการระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร ส่งผลทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังและรถติดเป็นอัมพาตยาวนาน จนกลายเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทาง สจล. จึงผลิตแอพพลิเคชั่นที่สามารถทำนายล่วงหน้าได้แล้วว่าฝนจะตกจุดไหน เวลาอะไร เพราะเรามีแอพพลิเคชั่นพยากรณ์อากาศที่แม่นยำ หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้มมูลไปใช้ จะช่วยบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ลดการสูญเสียทางด้านเวลา ค่าใช้จ่าย และสุขภาพจิต

"WMApp"แอพบอกลาปัญหาน้ำท่วม-รถติด

“วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทย โดยเฉพาะในเมืองหลวงอย่าง กทม. เมืองที่มีความวุ่นวายไม่หยุดนิ่ง ต้องก้าวข้ามปัญหาและข้อจำกัดเดิมๆ โดยการพัฒนาสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันชาญฉลาด ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือฝนตก น้ำท่วม รถติด ทั้งสามเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อกันเป็นทอดๆ ปัญหานี้ไม่เพียงเกิดจากระบบการทำงานที่ไม่เท่าทันสถานการณ์ แต่ยังรวมไปถึงความรวดเร็วในการส่งต่อข้อมูลข่าวสาร จากหน่วยงานรัฐไปถึงมือประชาชนด้วย ” ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

"WMApp"แอพบอกลาปัญหาน้ำท่วม-รถติด

ดร.ประพัทธ์พงษ์ อุปลา

ด้าน ดร.ประพัทธ์พงษ์ อุปลา สถาบันวิจัยนวัตกรรมเมืองอัจจริยะ (Smart City innovative Research Academy – SCiRA) สจล. กล่าวว่า ในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สจล. ได้ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาและผลกระทบดังกล่าว

"WMApp"แอพบอกลาปัญหาน้ำท่วม-รถติด

เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพมหานครให้ดีขึ้น โดยจัดตั้งสถาบันวิจัยนวัตกรรมเมืองอัจจริยะ (SCiRA) ขึ้น เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนากรุงเทพมหานคร สู่การเป็นเมือง Smart City ที่สมบูรณ์แบบ

"WMApp"แอพบอกลาปัญหาน้ำท่วม-รถติด

โดยการจัดการและพัฒนาเมืองในอนาคตอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องศึกษาและปรับทุกระบบให้พร้อมในหลายด้าน โดยเฉพาะระบบเตือนภัยพิบัติอัจฉริยะ (Smart Disaster) ระบบการขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) ระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะ (Smart Infrastructure) ระบบสารสนเทศอัจฉริยะ (Smart IT) และระบบเศรษฐศาสตร์อัจฉริยะ (Smart Economy)

"WMApp"แอพบอกลาปัญหาน้ำท่วม-รถติด

ผศ.ดร.ชินวัชร์ สุรัสวดี

ด้าน ผศ.ดร.ชินวัชร์ สุรัสวดี ผู้รับผิดชอบโครงการจัดตั้งวิทยาลัยวิศวกรรมอากาศและระบบโลก (SESE) สจล. กล่าวว่า เนื่องจากในสภาพอากาศของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วฉับพลัน ประชาชนจึงควรหมั่นตรวจสอบสภาพอากาศ เพื่อวางแผนการดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ด้วยการตรวจเช็คผ่านแอพพลิเคชั่น WMApp

เนื่องจากมีความแม่นยำและความละเอียดสูงที่สุด รายเขตปกครองในเขตภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ “อาเซียน” สามารถระบุตำแหน่งพื้นที่ พร้อมบอกความหนักเบาและเวลาที่ฝนจะตก ได้ทั้งระยะสั้นล่วงหน้า 28 ชม. (1 วัน) และระยะยาวล่วงหน้า 5.5 วัน อันเป็นผลมาจากการวิจัยพัฒนาอัลกอริทึมประมาณค่าหยาดน้ำฟ้า (ฝน หิมะ ลูกเห็บ)

"WMApp"แอพบอกลาปัญหาน้ำท่วม-รถติด

จากการสังเกตของดาวเทียม และพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศเชิงเลขความละเอียดสูงสำหรับเขตร้อน (Tropics) ต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปี ซึ่งใช้ได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS และเพื่อความสะดวกในการอัพเดทข้อมูล

และขณะนี้ได้เปิดเฟสบุ๊กแฟนเพจ “สจล. พยากรณ์อากาศประเทศไทย” ขึ้นอีกหนึ่งช่องทาง เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงข้อมูลการพยากรณ์อากาศได้สะดวกยิ่งขึ้น

ท่องโลกใต้ท้องทะเล เที่ยววันเด็กกับสวทน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/309020

ท่องโลกใต้ท้องทะเล เที่ยววันเด็กกับสวทน.

คุณภาพชีวิต, งานวันเด็ก

สวทน.ออกบูธจัดงานวันเด็ก ถนนสายวิทย์ “ท่องโลกใต้ท้องทะเล” ในรูปแบบ 3 มิติ และกิจกรรม “ห้องแล๊บนักวิทย์น้อย

          ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ เลขาธิการ สวทน. เปิดเผยว่า จากคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2561 ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้ให้ไว้ว่า “รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์ เทคโนโลยี”เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลมุ่งที่จะส่งเสริมเยาวชนไทยในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ให้เกิดการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี เพื่อให้รู้เท่าทันกระแสเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในสังคมปัจจุบัน

ท่องโลกใต้ท้องทะเล เที่ยววันเด็กกับสวทน.

อีกทั้งยุทธศาสตร์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็ยังมุ่งเน้นในด้านการเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ซึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญคือการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนให้เกิดความสนใจในเรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การร่วมออกบูธนิทรรศการในงาน “ถนนสายวิทยาศาสตร์”เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2561

ท่องโลกใต้ท้องทะเล เที่ยววันเด็กกับสวทน.

ในครั้งนี้ สวทน. จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้เยาวชนไทยเกิดการเรียนรู้ และสร้างสรรค์เทคโนโลยี สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทย ให้ได้สัมผัสกับเทคโนโลยีใกล้ตัวที่ สามารถสร้างสรรค์และประดิษฐ์ขึ้นได้เอง

อย่างการฉายภาพ 3 มิติ ด้วยฉากโฮโลแกรม (เครื่องฉายภาพ 3 มิติ ขนาดเล็ก) ที่นำหลักการเกี่ยวกับฉากที่เอียงทำมุมพอดี และการรวมแสงมาใช้เพื่อให้เกิดภาพ 3 มิติ โดยหลักการของการเกิดภาพ คือ แสงจากวัตถุสะท้อนไปรวมยังจุดจุดหนึ่งในตัวเครื่องฉายภาพโฮโลแกรม ทำให้เกิดภาพ 3 มิติ กว้าง ยาว สูง และสะท้อนเข้าตา

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม “ห้องแล็บนักวิทย์น้อย” ที่ให้เยาวชนที่มีความสนใจได้ร่วมประดิษฐ์ฉากโฮโลแกรม ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM)เพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือ และดาวน์โหลดวีดิโอโฮโลแกรม

ท่องโลกใต้ท้องทะเล เที่ยววันเด็กกับสวทน.

ซึ่งสามารถหาดาวน์โหลดได้ทั่วไป และนำฉากโฮโลแกรมที่สามารถประดิษฐ์ได้เองด้วยวัสดุง่ายๆ อาทิ แผ่นใส หรือกล่องซีดี มาวางบนจอมือถือที่เปิดวีดิโอโฮโลแกรม ก็สามารถเห็นภาพในรูปแบบ 3 มิติได้

ท่องโลกใต้ท้องทะเล เที่ยววันเด็กกับสวทน.

สำหรับน้องๆ ที่สนใจร่วมกิจกรรมของบูธ สวทน. ในงาน“ถนนสายวิทยาศาสตร์”เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2561 สามารถมาพบกันได้ที่สถานีที่ 28  บริเวณหน้าหอสมุดวิทยาศาสตร์ ดร.ตั้ว ลพานุกรม กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 13 มกราคม 2561 โดยงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น. เปิดให้เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ และมีรถตู้ไว้คอยบริการ รับ-ส่ง ณ สถานีรถไฟฟ้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ยกเครื่อง7หลักสูตรผลิตอาชีวะระดับพรีเมียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/308986

ยกเครื่อง7หลักสูตรผลิตอาชีวะระดับพรีเมียม

หลักสูตรมหาวิทยาลัยบูรณาการศาสตร์, 7 หลักสูตรนำร่องของอาชีวะ, อาชีวะนักเทคโนโลยีพันธุ์ใหม่, อาชีวะระดับพรีเมียม

“หมออุดม” มอบสอศ.เคาะปริมาณกำลังคน เงิน พัฒนาอาชีวะพันธุ์ใหม่ นำร่องใน 7 หลักสูตรตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ประเทศ ปั้นช่างที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ช่างที่มีแนวคิดแบบวิศวะ

           จากการประชุมหารือเพื่อวางแนวทางปฏิรูปอาชีวศึกษา ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ผลิตกำลังคนที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาประเทศ โดย ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร  รมช.ศึกษาธิการ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องดังกล่าว ได้เชิญสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา( สกอ.) ผู้แทนกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(มจพ.) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) มาหารือร่วมกัน

ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าวว่า เป้าหมายของปฏิรูปอาชีวะ คือการปรับปรุงหลักสูตรของอาชีวะให้มีคุณภาพระดับสูง เป็น หลักสูตรอาชีวะนักเทคโนโลยีพันธุ์ใหม่ หรือ ช่างอาชีวะระดับพรีเมียม และมีความเชื่อมโยงกับหลักสูตรของอุดมศึกษาซึ่งก็ต้องมีการปรับเช่นเดียวกัน โดยการพัฒนาหลักสูตรอาชีวะก็มีต้นแบบทั้งจากประเทศญี่ปุ่น และเยอรมัน ซึ่งเป็นที่ยอมรับ เบื้องต้น การปรับปรุงหลักสูตรอาชีวะนั้นจะนำร่องใน 7 หลักสูตรที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ  คือ 1.ระบบการขนส่งทางราง สถานศึกษาที่พร้อมเข้าร่วม 2 แห่ง 2.ช่างอากาศยาน สถานศึกษาที่พร้อมเข้าร่วม 5 แห่ง

3.แมคคาทรอนิก สถานศึกษาที่พร้อมเข้าร่วม 1 แห่ง 4. หุ่นยนต์อุตสาหกรรม สถานศึกษาที่พร้อมเข้าร่วม 6 แห่ง 5.เทคนิคพลังงาน สถานศึกษาที่พร้อมเข้าร่วม 4 แห่ง 6.การเทคโนโลยีการท่องเที่ยว มีสถานศึกษาที่พร้อมเข้าร่วม 6 แห่ง และ7.โลจิสติกส์ อยู่ระหว่างการพิจารณาความพร้อมของสถานศึกษา

“ตัวเลขของสถานศึกษาที่มีความพร้อมดังกล่าวยังไม่ถือว่าสิ้นสุด เพราะต้องเรียงลำดับขีดความสามารถที่แท้จริงประกอบด้วย เพราะเราจะไม่ทำแบบปูพรมทั้งหมด จะคัดเลือกสถาบันอาชีวะที่มีความพร้อม หรือทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมอยู่แล้วมานำร่องก่อน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณจัดการศึกษารายหัวให้ แนวทางนี้จะคล้ายกับการผลิตแพทย์ ซึ่งที่ประชุมมอบให้ สอศ.ไปคำนวณตัวเลขความต้องการในแต่ละสาขา รวมทั้งงบฯสนับสนุน และงบฯต้นทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนเพื่อเสนอขอรับการจัดสรรจากรัฐบาลต่อไป ”รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ การผลิตอาชีวะจะมีหลายระดับ ได้แก่ ช่างที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน เช่น ช่างเชื่อม ที่ต้องเก่งและมีความชำนาญที่สุด และช่างที่มีแนวคิดเชิงวิศวกร แต่มีฝีมือแบบอาชีวะ ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่ามีความต้องการพัฒนาให้มีศักยภาพที่สูงขึ้น โดยจะเสนอให้ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) การันตีเงินเดือน เหมือนกับกลุ่มแพทย์ เพราะเป็นการันตีตามความเชี่ยวชาญและทักษะ เช่นนี้กระบวนการเรียนการสอนต้องปรับ เน้นการฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ โดยร่วมมือกับภาคเอกชน ขณะที่อาจารย์ผู้สอนจะต้องตามไปดู วิเคราะห์จุดอ่อน ทำวิจัยเชิงลึก ขณะที่ภาคเอกชนจะต้องเปิดช่องทางให้เด็กเข้าไปเรียนและมีงานทำมากขึ้น

ส่วนมหาวิทยาลัยจะต้องทำหลักสูตรที่เชื่อมต่อกับอาชีวะ โดยคนที่มีประสบการณ์ทำงานจะต้องใช้ประสบการณ์ทำงานเทียบโอนได้ เพื่อจะได้ไม่ต้องเรียนนาน ซึ่งทางสกอ.ชี้แจงว่าส่วนนี้เป็นอำนาจของสภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง ทั้งนี้ ต่อไปมหาวิทยาลัยก็ต้องชัดเจนว่าจะต้องเปิดสอนหลักสูตรแบบบูรณาการมากกว่าหนึ่งศาสตร์ ที่ตอบโจทย์ประเทศสร้างบัณฑิตสายพันธุ์ใหม่ ที่สำคัญเราต้องการเน้นว่า จะต้องมีทักษะด้านภาษาอังกฤษ และทักษะด้านเทคโนโลยี ซึ่งต่อไปจะเป็นนโยบายที่สำคัญ และทำได้ไม่ยาก แต่สกอ.จะต้องไปปลดล็อกข้อกำหนดต่างๆ เช่น มาตรฐานหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่น

ทั้งนี้ เพราะเรื่องดังกล่าวถือเป็นโครงการนำร่อง ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่าจะต้องดำเนินการให้ได้ภายในปีการศึกษา 2561 หรือเดือนสิงหาคมนี้  ซึ่งจะสามารถรับเด็กเข้าเรียนในกลุ่มนี้ในจากการรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง หรือทีแคส ปีการศึกษา 2561 รอบที่5 การรับตรงอิสระ ซึ่งเริ่มดำเนินการในเดือนมิถุนายน เท่ากับว่ามหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมต้องจัดทำหลักสูตร ให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้ เพื่อประกาศให้นักเรียน ผู้ปกครองรับทราบ  จากนี้ทั้งสอศ.และสกอ.จะต้องจัดทำรายละเอียดเพื่อหารือร่วมกันอีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นัดถกปฎิรูปอาชีวะ เพิ่มคุณภาพ ปรับฐานเงินเดือน

“คุณใหม่-สิริกิติยา เจนเซน ร่วมเกี่ยวข้าวแปลงนาเลข ๙

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/308976

“คุณใหม่-สิริกิติยา เจนเซน ร่วมเกี่ยวข้าวแปลงนาเลข ๙

ทำเมล็ดข้าวที่ระลึก, คุณใหม่, แปลงนา

คุณใหม่-สิริกิติยา เจนเซน ร่วมเกี่ยวข้าวแปลงนาหมายเลข๙ กรมการข้าวขนย้าย5.8 หมื่นกระถางออกจากพื้นที่ภายในวันนี้ บางส่วนจัดแสดงนิทรรศการและเมล็ดข้าวของพ่อที่ระลึก

         ภายหลังพิธีบวงสรวงการรื้อถอนและอัญเชิญพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรลงจากยอดพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสร็จสิ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2561 ที่บริเวณแปลงนาเลข ๙  ข้างทางเข้าพระเมรุมาศทางทิศเหนือ นายนิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ  สำนักพระราชวัง  นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว พล.ต.ธานี ฉุยฉาย ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะ รอง ผอ.กอร.รส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี  ร่วมกันเกี่ยวข้าวในแปลงนาสาธิต ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 โดยมี คุณสิริกิติยา เจนเซน ธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ร่วมเกี่ยวข้าวเป็นปฐมฤกษ์

"คุณใหม่-สิริกิติยา เจนเซน ร่วมเกี่ยวข้าวแปลงนาเลข ๙

จากนั้นเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา และศูนย์วิจัยข้าวคลองหลวง เข้าเกี่ยวข้าวทั้งหมด และมีประชาชนจิตอาสาทยอย ช่วยขนย้ายกระถางต้นข้าวทั้งหมดออกจากแปลงนาเลข ๙ ขึ้นรถบรรทุกเพื่อขนย้ายออกจากพื้นที่ต่อไป

"คุณใหม่-สิริกิติยา เจนเซน ร่วมเกี่ยวข้าวแปลงนาเลข ๙

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า วันนี้ (11 ม.ค.) กำหนดเป็นวันเก็บเกี่ยวผลผลิตและเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งกรมการข้าวจะทำงานร่วมกับประชาชนจิตอาสาในการขนย้ายต้นข้าวทั้งหมดจำนวน 58,000 กระถาง ออกจากแปลงนาภายในวันเดียว โดยส่วนหนึ่งจะนำไปจัดทำตัวอย่างต้นข้าวเพื่อจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ณ อาคารนิทรรศการกองประสานงานโครงการพระราชดำริ กรมการข้าว และสถานที่สำคัญของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดทำเป็นของที่ระลึกเมล็ดข้าวของพ่อ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แจกจ่ายจิตอาสาที่ร่วมจัดสร้างแปลงนาเลข ๙ รวมถึงประชาชนในโอกาสสำคัญต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมล็ดข้าวที่สมบูรณ์มอบหมายให้ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานีนำไปนวดและปรับสภาพจัดทำเป็นของมงคลและของที่ระลึกเมล็ดข้าวของพ่อ ส่วนกระถางทั้งหมด 58,000 กระถาง ที่พิมพ์ข้อความ “กระถางในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวง ร.9 วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2560” จะเก็บไว้ที่ศูนย์วิจัยปทุมธานี

"คุณใหม่-สิริกิติยา เจนเซน ร่วมเกี่ยวข้าวแปลงนาเลข ๙

"คุณใหม่-สิริกิติยา เจนเซน ร่วมเกี่ยวข้าวแปลงนาเลข ๙

"คุณใหม่-สิริกิติยา เจนเซน ร่วมเกี่ยวข้าวแปลงนาเลข ๙

ใช้ม.44 แก้ปัญหาเงินเดือน 8% อาจารย์ เป็นอำนาจนายกฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/308970

ใช้ม.44 แก้ปัญหาเงินเดือน 8% อาจารย์ เป็นอำนาจนายกฯ

ม.44, แก้กม., เงินเดือน8

รมช.ศึกษาธิการ ยันผลักดันเงินเดือน 8% อาจารย์ เล็งวาง 2 แนวทางแก้ปัญหา ย้ำการตัดสินใจใช้ ม.44 แก้ปัญหาเป็นอำนาจนายกฯ ทปสท.วอนใช้ม.44 ชี้แก้กม.ใช้เวลานาน

      หลังจากกลุ่มคณาจารย์มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ นำโดย ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ปรึกษาที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) พร้อมตัวแทนคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยจากทั่วประเทศ เข้าพบ ศ.นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ เพื่อหารือเกี่ยวกับการเยียวยาและลดความเหลื่อมล้ำเรื่องเงินเดือนระหว่างครูและอาจารย์มหาวิทยาลัย โดยอาจารย์ได้รับเงินเดือนน้อยกว่าครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร้อยละ 8  ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

 ศ.นพ.อุดม กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับทปสท. มีความชัดเจนว่าอาจารย์จำเป็นต้องได้รับการเยียวยาเรื่องเงินเดือนเช่นเดียวกับข้าราชการครู เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและที่ผ่านมาคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) มีมติหลายครั้งให้เยียวยาเรื่องดังกล่าว แต่กระบวนการไม่สามารถเกิดได้ เนื่องจากติดขัดข้อกฏหมายที่ ก.พ.อ. ไม่มีอำนาจในการเยียวยาเรื่องเงินเดือนให้แก่อาจารย์ได้  ซึ่งก.พ.อ.ได้มีมติให้ไปแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ก.พ.อ.มีอำนาจในการเยียวยา และขณะนี้ สกอ.กำลังดำเนินการอยู่  นอกจากนี้ทปสท.เสนอให้ใช้อำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ตามมาตรา44

“ผมรับปากช่วยผลักดันเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพราะมีการเรียกร้องมานาน  โดยจะทำ 2 แนวทางคู่ขนานกันไปคือ1.เสนอขอแก้กฏหมายเพื่อให้ก.พ.อ.มีอำนาจในการเยียวยาเพิ่มเงินเดือนให้แก่อาจารย์ และ2. หากทปสท. เสนอเรื่องขอใช้ม.44 เข้ามา จะเสนอรมว.ศึกษาธิการ เพื่อเสนอคสช. ต่อไป  แต่ขอย้ำว่าอำนาจการตัดสินใจว่าจะใช้ม.44 หรือไม่นั้นอยู่ที่นายกรัฐมนตรี  และที่ผ่านมานายกฯอยากให้ใช้ม.44 เฉพาะเรื่องที่จำเป็นและเร่งด่วนจริงๆ”รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

ด้านผศ.ดร.รัฐกรณ์  กล่าวว่า  จากการหารือกับศ.นพ.อุดม ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งรมช.ศึกษาธิการรับปากที่จะช่วยผลักดันเรื่องนี้ และยังเข้าใจสิ่งที่กลุ่มอาจารย์เรียกร้อง คือไม่ใช่เป็นการขอเพิ่มเงินเดือนอาจารย์ให้มากกว่าครู  แต่เป็นการเยียวยา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ  และถ้าจะให้มีการแก้กฏหมายโดยกระบวนการตามปกติต้องใช้เวลานานมาก ดังนั้น อยากขอให้ใช้ม.44 ในการเปิดช่องให้ก.พ.อ.มีอำนาจในการเยียวยาเท่านั้น