ชงศธ.สร้างโดม11แห่ง เข้าคกก.แก้ปัญหาทุจริตสัปดาห์หน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/308961

ชงศธ.สร้างโดม11แห่ง เข้าคกก.แก้ปัญหาทุจริตสัปดาห์หน้า

โดม, ส่อทุจริต, สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม, หมอธี

“หมอธี” เล็งนำเรื่องสร้างโดม 11 แห่งไม่ชอบมาพากล เข้าคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ปัญหาทุจริตของ ศธ. ย้ำใครทำอะไรก็สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม ยันไม่ล่าช้า

      จากกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่งเรื่องให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ตรวจสอบกรณีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 15 ใช้เงินงบประมาณเหลือจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2559 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 62 ล้านบาท ก่อสร้างหลังคาคลุมลานอเนกประสงค์หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าโดม ของ 11 โรงเรียนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ตามโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่ง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้ดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน

นพ.ธีระเกียรติ  กล่าวว่า โดยส่วนตัวยังไม่ได้อ่านในรายละเอียดเอกสารลับมาที่จัดส่งมา แต่ก่อนหน้านี้ได้หารือเบื้องต้นกับ รมช.ศึกษาธิการ โดยรมช.ศึกษาธิการได้ชี้แจงว่าภายในเอกสารดังกล่าวเป็นกฎระเบียบต่างๆ รวมถึงข้อทักท้วงต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ศธ.ได้ดูข้อมูลเบื้องต้นแล้ว และจะนำเข้าหารือในคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ปัญหาทุจริตของ ศธ. ที่มีผู้แทนจาก สตง. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าจะรับเรื่องหรือไม่ และการดำเนินการสามารถบูรณาการได้หรือไม่ ในสัปดาห์หน้า

สิ่งที่เป็นปัญหา คือ ความล่าช้าของกระบวนการสอบสวนที่มีหลายขั้นตอนและต้องสอบในหลายหน่วยงาน รมว.ศึกษาธิการ จึงได้มอบหมายให้นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ดูรายละเอียดว่างบฯ ของโครงการดังกล่าว ราคาใกล้กันหรือไม่ และได้เรียกนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มาพบเพื่อตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นด้วย
“ผมพูดตรงไปตรงมา ใครไปทำอะไรไว้ก็สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม โดนหมด ซึ่งเรื่องนี้จะดำเนินการตามขั้นตอนแต่ว่าจะไม่ให้ช้า ส่วนการขยายการตรวจสอบไปยังพื้นที่อื่นๆ นั้น คงต้องรอให้มีการร้องเรียนเข้ามาก่อน เพราะอยู่ๆ เราจะไปขยายโดยไม่มีการร้องเรียน ผมไม่แน่ใจว่าตามกฎหมายทำได้หรือไม่ ซึ่งคงต้องถามในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการ ทุจริตฯ ด้วย ไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นช่องทางให้มีการกลั่นแกล้งกันเกิดขึ้น เราต้องคิดโดยใช้พื้นฐานที่ให้ความเป็นธรรมก่อน แต่ถ้าหากมีการร้องเรียนเข้ามาผมขยายแน่นอนอยู่แล้ว”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

“ครูสำคัญ”ชี้โลกออนไลน์สอนเด็กเป็นคนดีไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/308945

“ครูสำคัญ”ชี้โลกออนไลน์สอนเด็กเป็นคนดีไม่ได้

วันครู, เฉลิมรัชสมัย ครูไทยพัฒนา, ครูสำคัญ

ศธ.จัดวันครู 16มกราคม 2561 “เฉลิมรัชสมัย ครูไทยพัฒนา”รมว.ศึกษาธิการ ชี้ครูสำคัญ ยิ่งโลกออนไลน์ เหตุออนไลน์สอนเด็กดี มีจิตวิญญาณไม่ได้

     16 มกราคมของทุกปี เป็นวันครู  ซึ่งการจัดงานวันครู ครั้งที่62 พ.ศ.2561 นับเป็นการจัดงานวันครูปีที่1ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพวรางกูร รัชกาลปัจจุบัน กำหนดแก่นสาระของการจัดงานวันครูว่า “เฉลิมรัชสมัย ครูไทยพัฒนา” กิจกรรมเด่นในปี 2561 เป็นกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 เพิ่มเติมจากกิจกรรมหลักเช่นทุกปีที่ผ่านมา โดยจัดทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ในปีนี้ นายกรัฐมนตรีได้กรุณามอบคำขวัญวันครู แก่คุณครูว่า “ศิษย์ดี ก็ด้วยครูดี มีศรัทธา” รวมทั้งได้มอบสารเนื่องในวันครู เพื่อส่งกำลังใจให้ครูทั่วประเทศได้ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เสียสละ และอุทิศกายใจอย่างเข้มแข็งตลอดชีวิตการทำงาน เพื่อพัฒนาผู้เรียน พัฒนาการศึกษาไทยให้เจริญก้าวหน้า

เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2561 ที่ห้องประชุมไทยาจารย์ สำนักงานเลขาธิการครุสภา นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานวันครู ครั้งที่ 62 พ.ศ.2561 พร้อมด้วย ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ในฐานะประธานอนุกรรมการจัดงานวันครู พ.ศ.2561 และดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ปฎิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ทุกครั้งที่ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราโชวาท ให้ยึดตามสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงวางรากฐานเอาไว้และให้ดำเนินการต่อไป อีกทั้งได้วางเป้าหมายการศึกษาเพื่อคุณภาพของเด็ก ดังนี้ 1.มีทัศนคติที่ดี 2.มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรมจริยธรรม 3.มีงานทำ 4.เป็นพลเมืองที่ดี และการพัฒนาครู การจัดงานวันครูครั้งนี้ จึงเลือกคำว่า “เฉลิมรัชสมัย ครูไทยพัฒนา”

นอกจากนั้น คำขวัญวันครูจากนายกรัฐมนตรี “ศิษย์ดี ก็ด้วยครูดี มีศรัทธา”เป็นสิ่งที่ต้องใช้ความรู้และความรู้สึก ซึ่งคนๆหนึ่งจะเป็นครูที่ดีหรือไม่ นักเรียนสามารถรับรู้ได้ หากมีความน่าเชื่อถือ และศรัทธาของครู อย่างไรก็ตาม ตอนนี้คนที่มีปัญหา คือคนกลางที่อยู่ระหว่างตนเองกับครู คือสำนักงานเขตพื้นที่ทั้งหลาย ข้าราชการบางคน แต่สำหรับครู รัฐบาลชุดนี้ ได้มีจัดการดูแล พัฒนาอย่างดี ทั้งการจัดการเรื่องบ้านพักครู การลดขั้นตอนเปลี่ยนวิทยฐานะ การประเมินผ่านเอกสาร กระดาษไม่มีอีกแล้ว และครูยุคนี้อยู่ในห้องเรียนมากขึ้น

 “หลายคนบอกว่าตอนนี้ครูไม่จำเป็น เพราะมีออนไลน์ มีเทคโนโลยี แต่จริงๆแล้วยิ่งโลกพัฒนา โลกเทคโนโลยี ครูยิ่งจำเป็น โดยครูควรทำในสิ่งที่ google เทคโนโลยีทำไม่ได้ เพราะระบบออนไลน์ไม่รู้ว่าเด็กคนไหนเบื่อไม่เบื่อ เด็กคนไหนสำคัญ จะสอนให้เด็กเป็นคนดี สื่อสารดี ความลึกซึ้ง จิตวิญญาณ ออนไลน์ทำไม่ได้ ดังนั้น ครูจะยิ่งสำคัญมากขึ้น เช่น การเรียนฟิสิกส์ การเรียนกับครูเก่งคนหนึ่ง เรียน1ชม.ดีกว่า การเรียนกับครูไม่เก่ง 1,000ชม. และการที่ต้องการครูน้อยลง เพราะเด็กน้อยลง ไม่เกี่ยวกับครูไม่สำคัญ นอกจากนั้นสิ่งที่สำคัญในการพัฒนาครู ต้องทำให้ครูเน้นการทำงานพัฒนาการศึกษา จะต้องทำให้ครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ทำอย่างไรให้ครูรักเด็ก และเด็กรักครู”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

ดร.วัฒนาพร กล่าวว่า การจัดงานวันครูในปีนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ยกย่องเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติคุณ ผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่มีผลงานดีเด่นระดับประเทศ ซึ่งเป็นผลงานที่สะท้อนคุณภาพของผู้เรียนที่สูงขึ้น ส่งเสริมสามัคคีธรรม ความร่วมมือและความเข้าใจอันดีระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษากับประชาชนในการพัฒนาการศึกษาของชาติและสังคม ธำรงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ

ทั้งนี้ ในวันที่ 16 ม.ค.2561 นายกรัฐมนตรี รับเชิญเป็นประธานในพิธีการงานวันครู เพื่อประกอบพิธีบูชาบูรพาจารย์ และกล่าวปฏิญาณตนพร้อมกันทั่วประเทศ โดยกิจกรรมในส่วนกลาง จะจัดขึ้นระหว่างวันที่16-17 ม.ค.2561 ณ บริเวณสนามหญ้า หน้า ศธ. และบริเวณโดยรอบหอประชุมคุรุสภา ประกอบด้วย พิธีทางศาสนา พิธีบูชาบูรพาจารย์ พิธีกลาางคำปฏิญาณตน และพิธีที่สำคัญคือ ท่านนายกรัฐมนตรีคารวะครูผู้สอน ซึ่งเป็นครูสมัยเป็นนักเรียนโรงเรียนนายร้อย จปร. ได้แก่ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ และพล.ท.สมพงษ์ ตุ้มสวัสดิ์

จากนั้นมอบรางวัลแก่ผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ได้รับรางวัลคุรุสภา นอกจากนี้จะมีปาฐกถา หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ครั้งที่1 เรื่อง “ครูดี..พลังแห่งแผ่นดิน” โดย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี และวันที่ 17 ม.ค.2561 รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี” ประจำปี 2560 และการเสวนาทางวิชาการ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและยกระดับคุณภาพครู ผู้เรียน เพื่ออนาคตของประเทศไทย

ดร.สมศักดิ์ กล่าวว่า การจัดงานวันครูในปีนี้มีกิจกรรมพิเศษกว่าปีที่ผ่านๆมา โดยมีการประกาศเกียรติคุณและการมอบรางวัลระดับประเทศที่สำคัญในวันครู เช่น การสรรหาผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา ประจำปี 2561 จำนวน 7 ราย ดังนี้ 1.พระศรีธรรมภาณี(วัลลภ โกวิโล)ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร 2.พระพิศาล ประชานาถ(ดนัย อตฺถภทฺโท) เจ้าอาวาสวัดสุทธาราม (ประธานมูลนิธิศรีรัตนโกสินทร์)3.ศ.กิตติคุณ สมหวัง พิริยานุวัฒน์ 4.รศ.มังกร ทองสุขดี 5.ผศ.ปรางศรี พณิชยกุล 6.นายสุเมธ แย้มนุ่น และ7.วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์

รางวัลคุรุสภา ประจำปี พ.ศ.2560 จำนวน 9 ราย ดังนี้ ประเภทผู้ประกอบวิชาชีพครู ได้แก่ 1.นางกันยา โพธารินทร์ โรงเรียนบ้านโนนงาม จ.อำนาจเจริญ 2.นายพรนิรัตน์ ลีสุรพงศ์ โรงเรียนบ้านทุ่งมะขามป้อม จ.ตรัง3.นางพรพิมล บุญโคตร โรงเรียนดอยสะเก็ดวิทยาคม จ.เชียงใหม่ 4.นางอรุณ บุญฤทธิ์ โรงเรียนบ้านหน้าทอง จ.สงขลา และ5.น.ส.อาภร กันตังกุล โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี

ประเภทผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา ได้แก่ นางสมพร หวานเสร็จ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลาง กรุงเทพมหานคร และนายอภิวัฒน์ แสนคุ้ม ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ ประเภทผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา ได้แก่ นายอโณทัย ไทยวรรณศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต2 และประเภทผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาอื่นๆ(ศึกษานิเทศก์) ได้แก่ นางธัญยธรณ์ สวโรจน์เตโชกิจ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต1

“พระเมรุมาศ” จากนี้จะอยู่ในความทรงจำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/308877

“พระเมรุมาศ” จากนี้จะอยู่ในความทรงจำ

รื้อถอน, นิทรรศการพระเมรุมาศ, พระเมรุมาศ

ก่อนพิธีบวงสรวงรื้อถอนพระเมรุมาศจะเกิดขึ้นในวันเช้านี้ ถือฤกษ์ 09.09 น. “คมชัดลึก” พาย้อนเรื่องราวครั้งจัดนิทรรศการพระเมรุมาศ ตลอด 60 วันมีผู้เข้าชม 4 ล้านคน

         ในวันนี้ (11 มกราคม 2561) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมศิลปากร กำหนดทำบุญตักบาตรอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และพิธีบวงสรวงการรื้อถอน/ย้ายพระเมรุมาศ และอาคารประกอบในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระที่นั่งทรงธรรม มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยจัดพิธีทำบุญตักบาตร และบวงสรวงและการประกอบพิธีทางศาสนาให้เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ ซึ่งพิธีทำบุญจะเริ่มขึ้นในเวลา 07.30  น. จากนั้นเวลา 08.00 น. พระสงฆ์ 89 รูป ออกรับบิณฑบาต รอบพระเมรุมาศ และในเวลา 09.09 น. พราหมณ์ กล่าวโองการทำพิธีบวงสรวงการรื้อถอนและย้ายพระเมรุมาศ

"พระเมรุมาศ" จากนี้จะอยู่ในความทรงจำ

พระเมรุมาศ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ถือเป็นการระดมสุดยอดงานฝีมือด้านศิลปกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม และสถาปัตยกรรม ยังไม่รวมถึงงานประณีตศิลป์ชั้นยอด ที่จัดสร้างขึ้นด้วยพระเมรุมาศและอาคารประกอบ ถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างสมพระเกียรติสูงสุด เพื่อแสดงถึงความรักของชาวไทยทุกคน ขณะเดียวกันยังถือเป็นพระเมรุมาศที่มีขนาดใหญ่ รองรับผู้เข้าร่วมพระราชพิธีตั้งแต่พระบรมวงศานุวงศ์ประเทศต่าง ๆ ทูตานุทูต คณะรัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูง ได้หลายพันคน พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ วันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา

"พระเมรุมาศ" จากนี้จะอยู่ในความทรงจำ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ วธ. จัดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อเปิดให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ผู้พิการ พระภิกษุ สามเณร และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เข้าชมนิทรรศการ ได้เรียนรู้งานศิลปะต่างๆ ที่ถ่ายทอดผ่านพระเมรุมาศ และอาคารประกอบ โดยเปิดตั้งแต่วันที่ 2-30 พ.ย.2560 ซึ่งพบว่าได้รับความสนใจมีผู้เข้าร่วมชมจำนวนมาก หลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศ ต่อมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ขยายเวลาเข้าชมพระเมรุมาศ และนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 รวมเป็นเวลา 60 วัน

"พระเมรุมาศ" จากนี้จะอยู่ในความทรงจำ

เรื่องราวที่ผู้เข้าชมนิทรรศการได้เรียนรู้ ในนิทรรศการงานพระราชพิธี ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก คือ 1. บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม    นิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” เนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจและจิตรกรรมฝาผนังโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  2.บริเวณศาลาลูกขุน 6 หลัง  นิทรรศการ “พระเมรุมาศพิมานนฤมิต” เนื้อหาแสดงถึงการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศและงานบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศที่ใช้ในงานพระราชพิธีฯ

"พระเมรุมาศ" จากนี้จะอยู่ในความทรงจำ

3.บริเวณทับเกษตร นำสัมผัสพระสุเมรุ:นิทรรศการสัมผัสเพื่อผู้พิการทางสายตา จัดแสดงพระเมรุมาศจำลองและประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศ อาทิ เทวดา สัตว์หิมพานต์ โดยมีอาสาสมัครนำชม ส่วนผู้พิการทางการได้ยิน มีจิตอาสานำชมด้วยภาษามือ และ4.ภูมิทัศน์บริเวณด้านหน้าพระเมรุมาศ สะท้อนให้เห็นถึงพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9  อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ เช่น พันธุ์ข้าวพระราชทาน หญ้าแฝก ต้นยางนา มะม่วงมหาชนก กังหันชัยพัฒนา ฝายน้ำล้น และนาข้าวที่มีขอบคันนาออกแบบเชิงเป็นเลขเก้าไทย

"พระเมรุมาศ" จากนี้จะอยู่ในความทรงจำ

สำหรับตลอดระยะเวลา 60 วัน ปรากฎว่ามีผู้เข้าชมนิทรรศการทั้งหมด 4,000,086 รูป/คน แบ่งเป็น พระภิกษุ/สามเณรและแม่ชี 23,499 รูป/คน วีลแชร์ 58,185 คน ผู้พิการ 5,183 คน กลุ่มชาติพันธุ์ 320 คน นักท่องเที่ยวต่างชาติ 61,203 คน รวมทั้งสื่อมวลชน 2,106 คน ประชาชน 3,096,163  คน  และนักเรียนและนักศึกษา 753,427 คน  อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาชมกว่า 96 ประเทศ โดยประเทศที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เยอรมัน จีน อเมริกา อังกฤษและฝรั่งเศส

"พระเมรุมาศ" จากนี้จะอยู่ในความทรงจำ

และในการเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศ วธ.ได้จัดพิมพ์แผ่นพับนำชมนิทรรศการฯ ซึ่งมีทั้งฉบับภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน และแจกโปสการ์ดที่ระลึก จำนวน 2 ชุดๆละ 9 แบบ รวม 18 แบบ แจกให้แก่ผู้เข้าชมนิทรรศการ ด้วย ภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ และภาพพระเมรุมาศ อาคารประกอบและภูมิทัศน์โดยรอบพระเมรุมาศมา

"พระเมรุมาศ" จากนี้จะอยู่ในความทรงจำ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังพิธีบวงสรวงการรื้อถอนพระเมรุมาศแล้วเสร็จ กรมศิลปากรเตรียมพร้อมดำเนินการรื้อถอนตามแผนงานที่กำหนดใช้เวลาดำเนินการรวม 60 วัน เบื้องต้นการรื้อถอนอาคารประกอบอื่นๆ ได้แก่ ส่วนหนึ่งของพระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน 4 หลัง ทับเกษตร 2 หลัง บุษบกซ่าง 1 หลัง สระอโนดาต 2 สระ จะย้ายไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ บนเนื้อที่ 10 ไร่ บริเวณด้านหลังหอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ตำบลคลองห้า จังหวัดปทุมธานี ส่วนอาคารประกอบส่วนหนึ่ง ได้แก่ ศาลาลูกขุน 2 หลังจะย้ายไปจัดแสดงที่สำนักช่างสิบหมู่ จังหวัดนครปฐม เพื่อให้แหล่งเรียนรู้ทั้ง 2 ส่วนนี้ เป็นที่ระลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 และผลงานมรดกวัฒนธรรมไทย ที่ทรงคุณค่า ที่คนรุ่นใหม่ควรจะเรียนรู้

แม้พระเมรุมาศ ที่เด่นตระหง่านกลางมณฑลพิธีท้องสนามหลวง จะไม่ปรากฎให้เห็นอีก แต่จะไม่จางหายไปจากใจและความทรงจำของเราทุกคน

"พระเมรุมาศ" จากนี้จะอยู่ในความทรงจำ

"พระเมรุมาศ" จากนี้จะอยู่ในความทรงจำ

"พระเมรุมาศ" จากนี้จะอยู่ในความทรงจำ

"พระเมรุมาศ" จากนี้จะอยู่ในความทรงจำ

"พระเมรุมาศ" จากนี้จะอยู่ในความทรงจำ

"พระเมรุมาศ" จากนี้จะอยู่ในความทรงจำ

 

ของขวัญวันเด็กที่หนูๆอยากได้จาก “ลุงตู่”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/308821

ของขวัญวันเด็กที่หนูๆอยากได้จาก “ลุงตู่”

วันเด็ก, พัฒนาครู, คัดเลือกครูเก่ง, ของขวัญวันเด็ก 2561, ลุงตู่

กลิ่นอายความสุขของเทศกาลฉลองปีใหม่ยังไม่ทันจางหาย ในวันเสาร์สัปดาห์ที่ 2 เดือนมกราคมกิจกรรม“วันเด็กแห่งชาติ”ต่อคิวรอเหมือนเช่นทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่13 ม.ค.

       ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความสนุก เรียกเสียงหัวเราะ รอยยิ้มให้กับน้องๆหนูๆรวมถึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง โดยคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2561 ที่ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบแก่เด็กไทยยุค 4.0 คือ “รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี”

ของขวัญวันเด็กที่หนูๆอยากได้จาก "ลุงตู่"

วันเด็กปีนี้ “คม ชัด ลึก” ได้รวบรวมเสียงเล็กๆของน้องๆ เยาวชนอนาคตของชาติ และผู้ปกครองที่อยากฝากไปยัง “ลุงตู่” และผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขทั้งเรื่องของสื่อเทคโนโลยี กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การคัดครูคุณภาพ ตลอดจนการดูแลเด็กด้อยโอกาส เพื่อเป็นของขวัญวันเด็กให้แก่เด็กไทยทุกคน

ของขวัญวันเด็กที่หนูๆอยากได้จาก "ลุงตู่"

เริ่มที่ “น้องไออุ่น”- ด.ญ.ปัณฑารีย์ คำตั๋น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ตัวแทนเด็กและเยาวชนดีเด่นที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี 2560 ที่ได้เข้ารับโอวาทจากนายกฯ เล่าว่า เป็นปีที่ 4 ของวันเด็กที่ได้เข้าพบนายกฯและมาทำเนียบรัฐบาลได้เห็นตึกใหม่ ตอนนายกฯพูดคุยกับเด็กนักเรียน รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก ยิ่งตอนนายกฯ บอกว่าอยากให้ครอบครัวมีความใส่ใจกันและกัน เป็นสิ่งที่ดีมาก ทำให้หนูรู้สึกว่าพ่อแม่ ครอบครัวสำคัญที่สุด และหนูโชคดีที่พ่อแม่เข้าใจพร้อมสนับสนุนหนูในทุกเรื่อง

ของขวัญวันเด็กที่หนูๆอยากได้จาก "ลุงตู่"

น้องไออุ่น และคุณแม่สุนันทา

“ของขวัญที่อยากได้จากนายกฯ หรือพ่อแม่ คือ หนังสือการ์ตูนโคนัน เพราะเป็นหนังสือที่สนุก ได้เห็นการวิเคราะห์ การสืบสวนต่างๆ รวมถึงอยากให้มีการแข่งขันงานศิลปะเยอะๆ ทุกปี เวลาวันเด็ก ครอบครัวจะพาไปสถานที่ต่างๆ ที่จัดกิจกรรม โดยเฉพาะสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ที่มีการจัดกิจกรรมประกวดวาดภาพระบายสี และมีหัวข้อให้ได้แก้ไขปัญหา เหตุการณ์เฉพาะหน้าให้วาดรูป ซึ่งทำให้หนูมีจินตนาการ มีสมาธิ”

โตขึ้น “น้องไออุ่น” มีความฝันอยากเป็นสัตวแพทย์ เพราะชอบสัตว์ และอยากทำงานศิลปะควบคู่ไปด้วย เนื่องจากศิลปะ ทำให้มีสมาธิ มีความรู้ มีจินตนาการ และสามารถนำไปในอนาคตได้

ของขวัญวันเด็กที่หนูๆอยากได้จาก "ลุงตู่"

ด้าน น.ส.สุนันทา ชาญสมาธิ คุณแม่น้องไออุ่น เล่าว่า วันเด็ก ถือเป็นวันสำคัญของเด็กๆ ซึ่งพ่อแม่ควรจะพาลูกๆ หลานๆ ไปเที่ยวงานวันเด็ก เพราะเป็นประสบการณ์วัยเด็กที่เขาควรได้เจอ ได้ทำกิจกรรม ได้ร่วมงาน และได้เรียนรู้การเข้าร่วมกิจกรรม การแบ่งปัน การให้ แถมตอนนี้เทคโนโลยีเป็นโลกของเด็กที่ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้อย่างรวดเร็ว และมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก การได้พาลูกๆ หลานๆ มาทำกิจกรรมวันเด็ก พวกเขาจะเรียนรู้จากการเล่น การทำจริงๆ ซึ่งสำคัญสำหรับเด็กๆ คือ เวลาจากครอบครัว และการรับฟังความคิด ความต้องการของพวกเขา ใส่ใจ และฟังลูกอย่างเข้าใจ อยากฝากถึงโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ และนายกฯ ช่วยพัฒนาการศึกษา ยกระดับมาตรฐาน เปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้อย่างเท่าเทียมกัน ให้เด็กทุกคนมีทักษะ ความสามารถพร้อมในการทำงานและแข่งขันในโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ของขวัญวันเด็กที่หนูๆอยากได้จาก "ลุงตู่"

ส.ค.ศ.วันเด็ก ของเด็กทั่วประเทศที่ส่งถึง “ลุงตู่”

ขณะที่ กรรมการสภานักเรียนโรงเรียนวัดจันดี จังหวัดนครศรีธรรมราช “ปาล์ม”-น.ส.ชนนิกานต์ จันทร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 บอกว่า ภาพรวมเรื่องการจัดการศึกษาในเวลานี้ หลายอย่างมีการพัฒนาไปด้วยดี นโยบายต่างๆโดยเฉพาะล่าสุดเรื่องของการลดการบ้าน ก็ช่วยนักเรียนได้มาก ครูเปลี่ยนวิธีการที่สอนและให้ทำแบบฝึกหัดเสร็จภายในคาบเรียน สงสัยก็สามารถสอบถามครูได้ แต่ยังมีบางวิชาที่ต้องกลับไปทำอยู่บ้าง แต่ความจริงแล้วเรื่องเหล่านี้เป็นความรับผิดชอบของเด็กแต่ละคนด้วย บางคนได้การบ้านไปไม่ทำก็มีสุดท้ายก็สะสมทำไม่ทัน

ของขวัญวันเด็กที่หนูๆอยากได้จาก "ลุงตู่"

ปาล์ม – ชนนิกานต์ จันทร

เช่นเดียวกับที่ส่งเสริมการเรียนสายอาชีพ ตรงนี้เห็นผลโดยตรงกับตัวเอง เพราะเพิ่งตัดสินใจไม่นานหลังจากศึกษาข้อมูลว่าเมื่อจบม.3 แล้ว จะสมัครเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช สาขาบัญชี จากเดิมที่คิดว่าจะเรียนต่อม.ปลาย เพราะฝันไว้ว่าอนาคตอยากรับราชการ “ครู” แต่ก็มองว่าถ้าเรียนสายอาชีพก็ได้เรียนจบไว มีงานทำซึ่งทางบ้านก็สนับสนุน ประกอบการชอบเรื่องการคำนวณ การทำบัญชีเกรดเฉลี่ย 5 เทอมที่ผ่านมาอยู่ที่ 3.50 เฉพาะคณิตศาสตร์เทอมล่าสุดได้เกรด 4 ก็คิดว่าจะมุ่งทางนี้ ส่วนอนาคตถ้ามีโอกาสก็จะเรียนต่อปริญญาตรีเพื่อทำตามความฝัน

ของขวัญวันเด็กที่หนูๆอยากได้จาก "ลุงตู่"

น้องปาล์ม ยังบอกอีกว่า ส่วนตัวไม่เคยเจอนายกฯ ตัวจริงแต่ก็รู้สึกนายกฯเป็นคนอารมณ์ดี ใจดี ให้ความสำคัญกับการศึกษา ดังนั้น ถ้าขอของขวัญวันเด็กได้ก็อยากจะให้นายกฯ และผู้ใหญ่ช่วยสนับสนุนในด้านเทคโนโลยีให้กับโรงเรียนต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต เพราะมีประโยชน์ต่อการเรียน การค้นคว้าหาข้อมูลในปัจจุบัน อย่างที่โรงเรียนมีห้องคอมพิวเตอร์สำหรับม.ต้นและม.ปลายอย่างละห้อง แต่ก็บางเครื่องชำรุด จึงไม่พอต่อการใช้งานต้องใช้ร่วมกัน ซึ่งบางครั้งก็ไม่สะดวกในการเรียน นอกจากนี้ อยากให้จัดหาทุนการศึกษาสำหรับน้องๆเพื่อนๆที่ขาดโอกาส หรืออยู่ที่ห่างไกลได้โอกาสเรียนต่อด้วย

ของขวัญวันเด็กที่หนูๆอยากได้จาก "ลุงตู่"

เป็ปเปอร์ – ภีมะ องค์ทวีเกียรติ

ปิดท้ายที่ “เป็ปเปอร์” นายภีมะ องค์ทวีเกียรติ ชั้นม.5 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย บอกว่า ต้องยอมรับว่าคุณภาพการศึกษาไทยยังมีปัญหา จากผลโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ พิซ่า ไทยยังอยู่ในอันดับท้ายๆ ซึ่งมองว่ามีหลายปัจจัยเกี่ยวข้องทั้งตัวเด็ก ที่ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกจะตั้งใจเรียน 100% บางคนไม่ตั้งใจ บางคนขาดความพร้อม หรือแม้แต่ครอบครัว ที่บางครั้งก็ไม่ได้เอาใจใส สนับสนุน รวมถึง ครู ที่ก็มีทั้งครูที่เอาใจใส่เด็กมาก มีเทคนิคการสอนดีๆ เรียนแล้วเข้าใจ เด็กก็จะรู้สึกอยากเรียนและตั้งใจในการเรียน ขณะที่ถ้าพบบางคนก็ไม่เอาใจใส่เด็กเลย เด็กก็จะรู้สึกไม่อยากเรียน ดังนั้น ต้องทำให้เด็กอยากเรียน ชอบที่จะเรียน

ของขวัญวันเด็กที่หนูๆอยากได้จาก "ลุงตู่"

“ผมมองว่าครูมีบทบาทสำคัญมาก ดังนั้นถ้าจะขอให้แก้ไขเรื่องการศึกษา ก็อยากขอให้ดูเรื่อง “ครู” โดยเฉพาะการคัดเลือกคนมาเป็นครูอยากให้เน้นคนเก่งๆ รวมถึงอาจต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตครู สวัสดิการต่างๆเงินเดือนให้ดีขึ้น จะได้จูงใจให้คนเก่งเลือกมาเรียนครูมากขึ้น เพราะทุกวันนี้ี่คนเก่งๆหันไปเลือกเรียนหมอ วิศวะ หรือเลือกเป็นติวเตอร์สอนกวดวิชานอกโรงเรียน ซึ่งผมไม่ได้รู้สึกว่าการกวดวิชาไม่ดี การได้เรียน ได้ความรู้ล้วนเป็นเรื่องดี แต่จะดีกว่าไหมสำหรับเด็กๆทุกคนถ้าเราสามารถดึงคนเก่งๆเฉพาะทางเข้ามาอยู่ในโรงเรียนได้ ยังมีเรื่องการให้เกรดที่อยากให้เป็นมาตรฐานเดียวกันด้วย นอกจากนี้ อยากให้มีครูแนะแนวที่ช่วยให้คำปรึกษาแก่เด็ก ในการเลือกเส้นทางชีวิตในอนาคตด้วย เพราะการที่ทำให้เด็กสามารถรู้ได้ว่าตนเองชอบและสนใจเรื่องใดได้ตั้งแต่ประถม หรือม.ต้น จะทำให้เรามีเป้าหมายชัดเจน พอเรียนต่อในระดับสูงขึ้นจะได้มุ่งไปในทิศทางนั้นได้”เป็ปเปอร์ กล่าว

ของขวัญวันเด็กที่หนูๆอยากได้จาก "ลุงตู่"

สำหรับตัว “เป็ปเปอร์” แม้จะเรียนสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมาโรงเรียนยังได้คัดเลือกเข้าร่วมแข่งขันโครงการ International Sustainable World Engineering Energy Environment Project Olympiad (I-SWEEEP 2017) ประเภททีมร่วมกับเพื่อนที่สหรัฐอเมริกา และคว้ารางวัลชนะเลิศมาครอง แต่เวลานี้เจ้าตัวบอกว่า มาในวันนี้รู้ตัวว่ามีความชอบและสนใจเรื่องภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ จึงตั้งใจว่าเมื่อเรียนจบม.6 จะสอบเข้าเรียนต่อคณะอักษรศาสตร์ด้วย.

๐เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ๐

qulitylife4444@gmail.com

โปรดเกล้าฯ”สุรยุทธ์”ผู้แทนพระองค์บวงสรวงรื้อถอนพระเมรุมาศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/308933

โปรดเกล้าฯ”สุรยุทธ์”ผู้แทนพระองค์บวงสรวงรื้อถอนพระเมรุมาศ

พระเมรุมาศ, ร.10, สุรยุทธ์

ร.10 โปรดเกล้าฯองคมนตรีผู้แทนพระองค์ในพิธีบวงสรวงรื้อถอนพระเมรุมาศ อัญเชิญนพปฎลมหาเศวตฉัตรจากยอดพระเมรุมาศ

        เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2561 เวลา 10.10 น.ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ประกอบพิธีบวงสรวงการรื้อถอนและอัญเชิญนพปฎลมหาเศวตฉัตรลงจากยอดพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดย พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นายกฤษญพงษ์ ศิริ ปลัด วธ. นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยข้าราชการ ประชาชน ร่วมในพิธี

โปรดเกล้าฯ"สุรยุทธ์"ผู้แทนพระองค์บวงสรวงรื้อถอนพระเมรุมาศ

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวรายงานว่า ตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ท่านเป็นผู้แทนพระองค์ ในการเชิญนพปฎลมหาเศวตฉัตรลงจากยอดพระเมรุมาศครั้งนี้ นับเป็นขวัญกำลังใจอันสำคัญยิ่งต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยทั่วกัน โดยที่พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้เสร็จสิ้นลุล่วง ทุกประการนั้น ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ประกอบพิธีเชิญนพปฎลมหาเศวตฉัตรลงจากยอดพระเมรุมาศและรื้อถอนพระเมรุมาศกับอาคารประกอบทั้งปวงโดยลำดับ

โปรดเกล้าฯ"สุรยุทธ์"ผู้แทนพระองค์บวงสรวงรื้อถอนพระเมรุมาศ

จากนั้นเวลา 10.19 น. พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นประธานจุดธูปเทียน ที่โต๊ะเครื่องสังเวยบวงสรวง เจ้าหน้าที่พราหมณ์ลั่นฆ้องชัย สังข์ บัณเฑาะว์ ประธานปักธูปบริวารที่เครื่องบวงสรวงทั้งหมด จุดธูป เทียนเครื่องทองน้อยและกราบ ต่อมาหัวหน้าโหรพราหมณ์ กล่าวโองการทำพิธีบวงสรวง ประธานมายังหน้าชาลาพระเมรุมาศ ประธานประพรมน้ำมนต์ ที่หน้าชาลาพระเมรุมาศ รับค้อนจากเจ้าพนักงาน ประธานเคาะที่ชาลาหน้า 3 ครั้ง เจ้าหน้าที่โหรพราหมณ์ลั่นฆ้องชัย สังข์ บัณเฑาะว์ โปรยดอกไม้ และในเวลา 10.29 น.อัญเชิญนพปฎลมหาเศวตฉัตร จากยอดพระเมรุมาศมายังแท่นพักฉัตร เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

โปรดเกล้าฯ"สุรยุทธ์"ผู้แทนพระองค์บวงสรวงรื้อถอนพระเมรุมาศ

ด้านนายวีระ กล่าวว่า ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวง ในช่วงบ่ายเจ้าหน้าที่จะเริ่มการรื้อถอนพระเมรุมาศ ส่วนหนึ่งของพระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน 4 หลัง ทับเกษตร 2 หลัง บุษบกซ่าง 1 หลัง สระอโนดาต 2 สระ จะย้ายไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ บนเนื้อที่ 10 ไร่ บริเวณด้านหลังหอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ตำบลคลองห้า จังหวัดปทุมธานี  ที่กำลังจะดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 2 ปี ส่วนโครงสร้างหลักซึ่งเป็นเหล็กขนาดใหญ่จะนำไปไว้ที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

โปรดเกล้าฯ"สุรยุทธ์"ผู้แทนพระองค์บวงสรวงรื้อถอนพระเมรุมาศ

ขณะที่ส่วนอาคารประกอบส่วนหนึ่ง ได้แก่ ศาลาลูกขุน 2 หลังจะย้ายไปจัดแสดงที่สำนักช่างสิบหมู่ จังหวัดนครปฐม เพื่อให้แหล่งเรียนรู้ทั้ง 2 ส่วนนี้ เป็นที่ระลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 และผลงานมรดกวัฒนธรรมไทย ที่ทรงคุณค่า ที่คนรุ่นใหม่ควรจะเรียนรู้

ด้าน  นายอนันต์ กล่าวว่า สำหรับนพปฎลมหาเศวตฉัตร ที่อัญเชิญลงจากยอดพระเมรุมาศ แล้วกองพระราชพิธี สำนักพระราชวังจะอัญเชิญไปจัดเก็บ ทั้งนี้ ในส่วนของนิทรรศการที่จัดแสดงภายในพระที่นั่งทรงธรรมนั้น กรมศิลปากรจะแบ่งนำไปจัดแสดงใน 3 สถานที่ ได้แก่ วังพญาไท หอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติฯ และหอวชิราวุธ ส่วนพระโกศจันทน์ พระหีบจันทน์ พระจิตกาธาน และฉากบังเพลิง 1 ทิศจะนำไปจัดแสดงภายในโรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ส่วนฉากบังเพลิง อีก 3 ทิศที่เหลือจะนำไปเก็บไว้ที่อาคารศิลปกรรมสำนักช่างสิบหมู่

โปรดเกล้าฯ"สุรยุทธ์"ผู้แทนพระองค์บวงสรวงรื้อถอนพระเมรุมาศ

อย่างไรก็ตาม วันนี้มีการรื้อถอนโครงสร้างบางส่วนของพระเมรุมาศ ทางด้านทิศเหนือเพื่อให้รถเครนเข้ามาในพื้นที่เพื่อประกอบพิธีอัญเชิญนพปฎลมหาเศวตฉัตรในวันนี้ ส่วรการรื้อถอนจะเริ่มจากอาคารใดส่วนใด เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้กำหนด ซึ่งตามแผนการรื้อถอนจะเป็นไปตามที่วางไว้ประมาณ 60 วันคาดว่าจะเสร็จสิ้นในกลางเดือนมีนาคม 2560 นี้ เพราะกรมศิลปากร จะต้องคืนพื้นที่ให้กรุงเทพมหานคร ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้มีประชาชนจำนวนหนึ่งซึ่งมาร่วมพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้อยู่ร่วมในพิธีบวงสรวงรื้อถอนและอัญเชิญนพปฏมหาเศวตฉัตรจากยอดพระเมรุมาศด้วย

โปรดเกล้าฯ"สุรยุทธ์"ผู้แทนพระองค์บวงสรวงรื้อถอนพระเมรุมาศ

โปรดเกล้าฯ"สุรยุทธ์"ผู้แทนพระองค์บวงสรวงรื้อถอนพระเมรุมาศ


นายกฯประธานพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์89รูปถวายร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/308921

นายกฯประธานพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์89รูปถวายร.9

ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล ร.9, ครม, ตักบาตร

นายกฯ พร้อมคณะกรรมการงานพระราชพิธี ครม. ข้าราชการ จิตอาสา ในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูปอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9

 

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2560 เวลา 07.30 น. ณ พระที่นั่งทรงธรรม มณฑลพิธี ท้องสนามหลวง กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) โดยกรมศิลปากรจัดพิธีทำบุญตักบาตร อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมี พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี มีคณะกรรมการอำนวยการ และคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการกรมศิลปากร และ ประชาชนเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก

 

นายกฯประธานพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์89รูปถวายร.9

โดย พล.อ.ประยุทธ์ ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยและจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรมนาถบพิตร เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป ได้แก่ สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม พระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระพรหมดิลก วัดสามพระยา พระธรรมปัญญาบดี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ พระธรรมรัตนดิลก วัดสุทัศนเทพวราราม

 

นายกฯประธานพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์89รูปถวายร.9

 

พระเทพวีราภรณ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พระเทพปริยัติมุนี วัดหงส์รัตนาราม  พระศริภัททิยบดี วัดชนะสงคราม และพระศรีวิสุทธิกวี วัดบวรนิเวศวิหาร สวดพระพุทธมนต์ประธานในพิธีถวายเครื่องไทยธรรม

 

นายกฯประธานพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์89รูปถวายร.9

จากนั้น เจ้าหน้าที่ลาดผ้ารองโยง และผ้าภูษาโยง ประธานในพิธีทอดผ้าไตร จำนวน 10  ไตร พระสงฆ์ 10 รูป สดับปกรณ์ พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานในพิธีกรวดน้ำรับพร

 

นายกฯประธานพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์89รูปถวายร.9

ต่อมาเวลา 08.00  น. พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป ร่วมด้วยพระสงฆ์ 79 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ วัดสามพระยา วัดชนะสงคราม และวัดอรุณราชวราราม รวมทั้งสิ้น 89 รูป ออกรับบิณฑบาตรอบพระเมรุมาศ

 

นายกฯประธานพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์89รูปถวายร.9

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโอกาสนี้คุณใหม่ – สิคุณสิริกิติยา เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เข้าร่วมในพิธีครั้งนี้ด้วย

นายกฯประธานพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์89รูปถวายร.9

ลุ้น!! เงินเดือน 8% อาจารย์มหาวิทยาลัย พรุ่งนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/308900

ลุ้น!! เงินเดือน 8% อาจารย์มหาวิทยาลัย พรุ่งนี้

ข่าวการศึกษา,  รมช.ศึกษาฯ, ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ, ลุ้น, เงินเดือนอาจารย์ 8, หมออุดม, ทปสท.

“ทปสท.”เสนอ 2 ทางออก เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ปรับเพิ่มเงินเดือน 8% อาจารย์มหาวิทยาลัยเกือบ2หมื่นคน ให้“รมช.ศึกษาฯ”พิจารณา วันพรุ่งนี้

          10 มกราคม 2561 – ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ปรึกษา ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.)เปิดเผย“คมชัดลึก ออนไลน์”ว่า พรุ่งนี้(11 ม.ค. 2561) ตนพร้อมประธานทปสท. ประธานปอมท.รวมตัวแทนคณะอาจารย์มหาวิทยาลัยทั้งหมด 10 คน ได้รับการยืนยันว่าศ.นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.)ไม่ยกเลิกนัดหมาย ให้คณะฯเข้าพบและเสนอทางออกปรับเพิ่มเงินเดือน 8% อาจารย์มหาวิทยาลัยในวันที่ 11 มกราคม 2561 เวลา 11.00 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)ชั้น 4ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพมหานคร

          “ทปสท.และปอมท.พวกเราเตรียมเสนอ 2 ทางออกปรับเพิ่มเงินเดือน 8% อาจารย์มหาวิทยาลัย เพื่อลดความเลื่อมล้ำและให้เท่าเที่ยบกับข้าราชการครูที่ได้รับการปรับเงินเดือนเมื่อปี 2554 โดยข้อเสนอแรกขอให้นำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อให้ครม.มีมติออกมาไว้ก่อน ข้อเสนอที่ 2 ขอให้่พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคสช. ใช้ ม.44 ปรับเพิ่มเงินเดือน 8% อาจารย์มหาวิทยาลัยเกือบสองหมื่นคน”ผศ.ดร.รัฐกรณ์ กล่าว

         ผศ.ดร.รับกรณ์ กล่าวอีกว่า  พวกเราไม่เชื่อมั่นว่าการใช้วิธีการแก้ไขกฎหมาย (พ.ร.บ.) เพื่อให้ก.พ.อ.มีอำนาจเสนอครม.ปรับเพิ่มเงินเดือน 8% โดยใช้เวลา 3 เดือนนั้น จะทำให้อาจารย์มหาวิทยาลัยได้รับการปรับเพิ่มเงินเดือน 8% จริง คงมีเพียงก.พ.อ.จะกลับมามีอำนาจเหมิือนก.ค.ศ. เท่านั้นแต่อาจารย์มหาวิทยาลัยไม่ได้รับการเยียวยา

         “ผมยืนยันว่าไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะกว่าจะตั้งกรรมการยกร่าง จัดประชุม เสนอให้ก.พ.อ. เห็นชอบ ส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบ นำเสนอครม. เห็นชอบ นำเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช)พิจารณา 3 วาระ ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ประกาศในราชกิจจาฯ อย่างน้อยต้องใช้เวลา 1 ปีครึ่ง” ผศ.ดร.รัฐกรณ์ กล่าวในที่สุด

         ข่าวที่เกี่ยวข้อง

       “อดีต ปัจจุบัน อนาคต อาจารย์มหาวิทยาลัย”ยุค THAILAND 4.0

         ขึ้น8%อีก1ปี8เดือนมาลุ้นใหม่ (มีคลิป)

9 มทร.ร่วมร่างระเบียบการใช้เงินอุดหนุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/308851

9 มทร.ร่วมร่างระเบียบการใช้เงินอุดหนุน

มทร., เงินอุดหนุน

กลุ่มมทร. 9 แห่ง ตั้งคณะทำงานร่วมกำหนดร่างระเบียบการใช้เงินอุดหนุนทั่วไป หวังเกิดความอิสระในการบริหารจัดการ เบิกจ่ายสวัสดิการ

      กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ทั้ง 9 แห่งได้ประชุมร่วมกับสำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) กรมบัญชีกลางและสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เมื่อเร็วๆ นี้ รศ.สุภัทรา โกไศยกานนท์ อธิการบดีมทร.พระนคร เปิดเผยว่าเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนทั่วไปในประเด็นมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ปี2542ที่กำหนดให้จ้างพนักงานทดแทนอัตราข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย เพื่อรองรับการออกนอกระบบในปี 2545 โดยให้ได้รับเงินเดือนในอัตราที่มากกว่าฐานเงินเดือนของข้าราชการ คือ เพิ่มขึ้น 1.7 เท่า สำหรับพนักงานมหาวิทยาลัย สายวิชาการ สาย ก.และ เพิ่มขึ้น 1.5 เท่า สำหรับพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน สาย ข. และ สาย ค. โดยเงินเดือนที่รัฐจัดสรรให้แต่ละมหาวิทยาลัยจะเป็นรูปแบบของเงินหมวดอุดหนุนทั่วไป เพื่อให้อิสระแต่ละมหาวิทยาลัยนำไปจ่ายเป็นเงินเดือนให้แก่พนักงานมหาวิทยาลัย แต่ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีวิธีการปฏิบัติอาจจะแตกต่างกันไป ทำให้พนักงานมหาวิทยาลัยบางแห่งไม่เข้าใจจึงได้เกิดการเรียกร้อง

“ที่ประชุมสรุปว่าจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุดประกอบด้วยตัวแทนจากมทร.ทั้ง 9 แห่ง  สกอ.  สำนักงบประมาณ สตง. และกรมบัญชีกลาง เพื่อช่วยกันร่างระเบียบการใช้จ่ายเงินหมวดอุดหนุนทั่วไป โดยดูว่าเงินอุดหนุนทั่วไปสามารถนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง โดยเฉพาะเรื่องของสวัสดิการต่าง ๆของพนักงานมหาวิทยาลัย  เพื่อมหาวิทยาลัยจะได้มีแนวปฎิบัติไปในทิศทางเดียวกัน”อธิการบดี มทร.พระนคร กล่าว

นอกจากนี้ มทร.ทั้ง 9 แห่ง มีข้อเสนอแนะว่าอำนาจการใช้จ่ายเงินหมวดอุดหนุนทั่วไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษากำหนดให้เป็นอำนาจของสภามหาวิทยาลัย เป็นผู้พิจารณาวางหลักเกณฑ์ ดังนั้น กรมบัญชีกลางจึงควรมีความชัดเจนในการวางแนวทางเพื่อให้มหาวิทยาลัยต่างๆถือปฎิบัติ เช่น ออกหลักเกณฑ์กลางกำหนดลักษณะประเภทของสวัสดิการว่า ประเภทใดที่มหาวิทยาลัยสามารถจัดสรรได้บ้าง ส่วนอัตราการจ่ายควรให้เป็นอำนาจของสภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งเป็นผู้พิจารณากำหนดภายใต้วงเงินประมาณที่ได้รับจัดสรร ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและเป็นอิสระในการบริหารจัดการ

เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/308844

เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้

เพจแวรุง ไปไหน, เปิดโลกมุสลิม

เพจ“แวรุง ไปไหน”เป็นที่รู้จักกันดีโดยเฉพาะพี่ๆน้องๆในสามจังหวัดชายแดนใต้เพราะความคิดสร้างสรรค์และการสร้างโลก สร้างสังคม พร้อมเปิดโลกใบใหม่ออกมาสู่สายตาประชาชน

     “หลายคนมองการเล่นเกมเพื่อความสนุก แต่สำหรับผม สมัยนั้นมองว่า “เกม” คือเรื่องการตลาด ธุรกิจ การลงทุน การใช้สมาธิและการคิดเป็น ผลดีหลังจากที่เล่นเกมในวันนั้น ทำให้ผมรู้ในวันนี้ว่า ผมชอบทาง ด้านสื่อ การนำเสนอ การคิดค้นสร้างสิ่งใหม่ๆ ด้วยตัวเอง การออกแบบดีไซน์ และสามารถต่อยอดนำไป สู่การสร้างอาชีพได้ด้วย จากความชอบ” นายบูคอรี อีซอ เจ้าของเพจ “แวรุง ไปไหน” กล่าว

เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้

เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้  เพจ“แวรุง ไปไหน”เป็นที่รู้จักกันดีโดยเฉพาะพี่ๆน้องๆในสามจังหวัดชายแดนใต้ เพราะความคิดสร้างสรรค์และการสร้างโลก สร้างสังคม พร้อมเปิดโลกใบใหม่ออกมาสู่สายตาประชาชน เกี่ยวกับการเป็นอยู่วิถีชีวิตของคนในพื้นที่สามจังหวัด ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในสามจังหวัดเป็นที่ติดตาถูกใจของท่านผู้ชมเป็นอย่างมาก กลายเป็นคำบอกเล่าปากต่อปากในโลกโซเชียล เป็นเหตุให้เจ้าของเพจ ดังทะลุจอ โดยที่เจ้าตัวไม่เคยคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้น จะกลายเป็นที่สนใจของทุกคน

เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้

เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้

    และจริงๆแล้วเจ้าของเพจดังคนนี้ คือ “เด็กทุนนับหนึ่ง”ของผมเอง ใครจะไปรู้ว่า จากเด็กติดเกม ที่สังคมไม่ยอมรับ ใครก็มองว่าเสียอนาคตตั้งแต่ยังเด็ก กลายมาเป็นเจ้าของโลโก้ดังๆ ผลงานดี ทั้งภาพถ่าย ป้ายโฆษณา ออกแบบสกรีนเสื้อ รับถ่ายรูป ส่งตัวเองเรียน จนกลายมาเป็นเจ้าของรายการในเพจดัง “แวรุง ไปไหน”  วันนี้คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม เจาะชีวิตน้อง “เด๊ะยี” หรือ “น้องบูคอรี” มาเล่าสู่กันฟัง

เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้

     “บูคอรี อีซอ” หรือ “ยี” ชื่อเล่นที่เพื่อนๆเรียกกัน เป็นลูกของ มะหะมะอุสนี นางสะปิเรา อีซอ มีพี่น้อง 3 คน เป็นคนที่โต พ่อมีอาชีพนักการภารโรงโรงเรียนดารุสสาลาม แม่มีอาชีพแม่ค้า จบมัยธยมปลายที่โรงเรียนโรงเรียนดารุสสาลาม ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยาเขตปัตตานี) คณะวิทยาการสื่อสาร ปีที่ 4

เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้

 เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้

  น้องยี ยอมรับว่าคำว่า “เกม” หรือ “เด็กติดเกม” คือ เสียเวลา และกลายเป็นเด็กไม่มีอนาคต หากแต่เมื่อเวลาผ่านไปการได้เข้ามาเรียนในโรงเรียนศาสนา ที่ห้อมล้อมไปด้วยครูผู้มีวิชาทั้งความรู้ศาสนาและสามัญ กอปรกับรอบๆรั้วเต็มไปด้วยอณูแห่งความรัก การชี้นำทางไปสู้เป้าหมายชีวิตที่ดี ณ จุดเริ่มต้นที่นี้ ยี จึงมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน หากแต่ยังคงมีคำล้อและชื่อติดอยู่ในคำว่าเด็กติดเกม การเข้ามาสู่รั้วมัธยมหลายครั้งที่ยีต้องถามตัวเองว่าจะเอาไงดีกับชีวิตทางเลือกเดินน้อยเหลือเกินเพราะพ่อแม่ก็จน จึงต้องอดทนเรียนพร้อมๆกับช่วยพ่อแม่ในโรงเรียนจนจบ

เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้

   เมื่อเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ยิ่งต้องคิดหนักเพราะต้องมีค่าใช้จ่ายมากมาย แต่โชคดีที่ตอนอยู่ในชั้นมัธยมได้รับ “ทุนนับหนึ่ง” จากพี่ชายที่อยู่ไคโรประเทศอียิปต์และมีแม่อ้อ เป็นคนดูแลจัดการ ทุนนี้ไม่ใช่มีแค่เงินทุน แต่มีกำลังใจและแนวทางที่สอนใจอยู่เสมอ จึงไม่เคยคิดท้อ จึงสานต่อความฝันอย่างมีเป้าหมาย

เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้

   น้องยีเล่าว่า ชอบหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลา เริ่มต้นชอบกราฟิก ด้านการออกแบบ เริ่มเรียนรู้คำว่า “ลิขสิทธิ์” และการออกแบบที่ดีคือการไม่นำผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตัวเองหรือแม้แต่การลอกเลียนแบบ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการคิดสร้างผลงานที่เป็นของตัวเอง และได้เข้าทำการแข่งขันการออกแบบโลโก้ การออกแบบสกรีนเสื้อชุด และการตกแต่งรูป สามารถเก็บเงินซื้อกล้องถ่ายรูปและเริ่มเรียนรู้การถ่ายรูป และเริ่มรู้สึกสนุก

เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้

    ทุกๆ เช้าจะขับรถออกไปถ่ายวิถีชีวิตของคนในปัตตานี เริ่มอัพรูปพร้อมข้อความสั้นๆลงเฟสบุ๊คส่วนตัว เริ่มมีคนสนใจ พร้อมมีงานถ่ายรูปเข้ามาเป็นงานสร้างเงินส่งเสียตัวเองและให้ทางบ้านได้ จนกระทั้งได้มีโอกาสไปถ่ายวีดีโอหนังสั้น โดยที่เริ่มจากเด็กถือของยกของในกอง จนเป็นผู้กำกับหนังเอง เนื่องด้วยสิ่งที่เห็นอยู่และสิ่งที่ทำนั้นเราก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องเป็นลูกน้องเขาตลอดไปหลังจากนั้น  จึงเริมต้นใช้ชื่อเพจว่า “แวรุง”

เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้

เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้

   น้องยี เล่าต่อว่า พอขึ้นปีที่ 4 มีโครงการทำเรื่องโปรเจคจบ จึงเลือกที่จะรวบรวมผลงานต่างๆที่เคยมีอยู่ในเพจแวรุง คือภาพถ่ายกับวีดีโอและกราฟิก กอปรกับตัวเองเป็นเด็กสามจังหวัดชายแดนใต้ เลยใช้ชื่อหัวข้อ “พัฒนาสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวสามจังหวัดชายแดนใต้”

เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้

    จึงได้เปลี่ยนจาก “เพจ แวรุง” เป็น “แวรุง ไปไหน” เป็นการทักทายภาษาวัยรุ่น “ไปไหน” ซึ่งเป็นคำถามเชิงความห่วงใย “ไปไหน” เที่ยวบ้านเราไหม เป็นตัวแทนที่จะนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญๆในสามจังหวัดชายแดนใต้ ให้คนในพื้นที่เองและคนนอกพื้นที่รับรู้ สิ่งที่จะสื่อ คือ อยากให้ภาพเหตุการณ์ความรุนแรง คราบน้ำตาที่ผ่านมานั้น เปลี่ยนเป็นภาพเหล่านี้ที่สวยงามเป็นภาพความจริงอีกมุมหนึ่งที่ดีและงดงามที่มีอยู่ในทุกวันนี้

เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้

    น้องยีบอกว่า ขอบคุณการศึกษาด้านศาสนาที่เป็นเกราะแก้วแห่งชีวิตนำไปสู่ความสำเร็จด้วยความสมบูรณ์ และขอบคุณการศึกษาด้านสามัญที่นำไปสู่ด้านอาชีพงานที่ชอบ “นอกกรอบได้แต่ไม่นอกศาสนา”

เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้

เด็กติดเกมสู่เจ้าของเพจดังคนรู้จักทั่ว3.จ.ใต้

    ท้ายสุดนี้น้องยี ฝากบอกว่าค้นหาการเป็นตัวตนของตัวเองให้เจอและให้ชัดที่สุดแล้วจะค้นพบกับความสุขทุกวัน และจะรู้เป้าหมายว่าควรทำอะไรต่อไป

น้ำท่วมขัง!!ราชวินิตบางแก้วหยุดเรียน1วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/308762

น้ำท่วมขัง!!ราชวินิตบางแก้วหยุดเรียน1วัน

ปิดเรียน 1 วัน, ราชวินิตบางแก้ว

โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ประกาศหยุดเรียน 10 ม.ค.1 วัน หลังฝนตกหนัก น้ำท่วมขัง ห่วงนักเรียนเดินทางไม่ปลอดภัย

      จากสถานการณ์ฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปทำงานของประชาชนและนักเรียนที่เดินไปโรงเรียนในช่วงเช้าที่ผ่านมา

ล่าสุดเฟซบุ๊กเพจ “โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว” ได้แจ้งประกาศหยุดเรียนเป็นเวลา 1 วัน ในวันที่ 10 มกราคมนี้

โดยได้โพสต์ข้อความระบุว่า   “เนื่องจากผลกระทบจากฝนตก ทำให้น้ำขังในซอยและ บริเวณในโรงเรียน โรงเรียนได้ประเมินสถานการณ์แล้ว หากเปิดการเรียนการสอน อาจจะกระทบเรื่องความปลอดภัยของนักเรียน โรงเรียนจึงขอประกาศหยุดเรียนในวันพุธที่ 10 มกราคม 2561 จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน”